Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังไรลวงรัก รังที่ 14



รังไรลวงรัก
รังที่ 14


รังที่ 14

เช้าวันที่อากาศเริ่มจะทิ้งช่วงแห่งความหนาวเย็นกำลังจะหมดไป วันนี้หมอกที่หนาจัดกับแสงแดงที่พยายามสาดแสงจ้ากำลังไล่ความหนาวทำให้พื้นไม้ระเบียงหน้าบ้านเปียกชื้น รังไรหยิบหมอนอิง หมอนนั่งขึ้นมาและเปลี่ยนปลอกผ้าอันใหม่ และนำเอาเก่าไปซักเพราะมันเปียกชื้นมากจากละอองน้ำในเช้าวันนี้ เธอยืนถอนใจและนั่งลงที่เก้าอี้ยาวหน้าระเบียงเท้าคางกับขอบระเบียงมองไร่ชายามเช้าพร้อมจิบชาอุ่น ๆ กับขนมปังทาแยมองุ่นไม่กี่แผ่น เสียงแชะดังขึ้น เธอเหลียวหลังมองหาต้นเสียง

“อ้าวต้นตาลเอากล้องมาเล่นทำไม” น้องชายวัยนักศึกษาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ลั่นชัตเตอร์และเก็บภาพเธอไว้

“ถ่ายรูปพี่สาวคนสวยไง”

“ไม่มีเรียนหรือไงเจ้าเตยล่ะ หายไปไหน” เธอหมายถึงน้องชายสุดท้องต่อจากต้นตาล สองหนุ่มนี้เป็นลูกของลุงกับป้าที่เป็นเจ้าของตัวจริงของไร่ชาแห่งนี้ แต่ด้วยความที่เป็นเด็กไม่สนใจเอางานด้านเกษตรกรรมเลย ก็เลยถือเป็นโอกาสที่ดีของโสมนัสที่กลายเป็นผู้มาสืบถอดและช่วยกันดูแลกิจการไร่ชาแทน ตอนนี้ลุงกับป้าก็หอบเงินไปใช้เที่ยวอยู่อเมริกากันสองคนตามความฝัน และทิ้งให้เจ้าต้นตาลและต้นเตย อยู่เป็นภาระต้องเรียกว่าอย่างนั้นให้กับโสมนัสพี่ชายของเธอ

“วันนี้เราสองคนไม่มีเรียน ว่าแต่พี่รังไรไม่เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่หรือไง เดี๋ยวกองถ่ายมาอายเขาแย่” ต้นตาลยิ้ม

“แต่งอะไรก็เหมือนกัน เขาไม่ได้จ้างพี่เป็นนางเอกโฆษณา อีกอย่างถ้าตาลกับเตยไม่มีเรียนก็อยู่ช่วยพี่นัสดูแลแขกหน่อยแล้วกัน” รังไรพูดจบก็หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นหลัง

“อ้าวแล้วพี่จะไปไหน”

“ไปทำธุระที่ตัวเมืองมีอะไรไหม อ้อว่างนักก็ช่วยเก็บแก้วชากับจานขนมไปล้างให้ด้วย ไปหล่ะ” เธอหันมายักไหล่และเดินอาด ๆ ลงบันไดไปสนามหน้าบ้าน ต้นตาลเรียกเธออยู่หลายหน เธอทำหูทวนลมซะอย่างนั้นเหมือนตั้งใจจะไม่ได้ยินแล้วก็ติดเครื่องรถกระบะขับรถออกจากไร่ไป

“อ้าวตาลใครขับรถออกจากไร่แต่เช้า เตยเหรอ” โสมนัสกล่าวถึง

“ไม่ใช่เตยนะพี่นัส เตยเพิ่งจะตื่นนี่ไง” เขาเดินงัวเงียออกมาในสภาพชุดนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง ความที่เป็นเด็กหน้าตาดีของเขาบางทีอาจทำให้เขาชอบละเลยที่จะดูแลตัวเอง เพราะไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพสกปรกมอมแมมแค่ไหน ก็ดูสาวน้อยสาวใหญ่ยังคงหลงใหลได้ปลื้มในน่าตาและหุ่นสวย ๆ ของเขาเสมอ

“แล้วนี่สาย ๆ แขกจะมาแล้วเจ้าเตยถ้าไม่มีเรียนไปช่วยพี่ดูแลความเรียบร้อยด้วย ตาลตกลงใครขับรถออกไป” โสมนัสถามย้ำ

“พี่รังไร”

“รังไร แล้วนายปล่อยให้รังไรออกไปได้ยังไง รู้ ๆ อยู่วันนี้จะมีแขกมาไร่ของเราเหลวใหลจริง ๆ เลย” โสมนัสส่ายหัวและเดินกลับเข้าบ้านไป

“พี่นัส ฟังก่อน เฮ้อ พี่นัส กับพี่รังไรนี่เหมือนกันเป๊ะ เราพูดไม่ทันจบประโยค พูดเรื่องตัวเองจบก็เดินหนีไปกันซะแล้ว” ต้นตาลส่ายหน้าและปรับเลนส์เล็งหามุมสวย ๆ ของไร่แห่งนี้

“ว่าแต่คนอื่นพี่ตาลก็ขี้บ่นเหมือนกันแหละ” พูดจบเตยก็หาวหวอดใหญ่และล้มตัวลงนอนยาวลงบนเก้าอี้ไม้ยาวอย่างไม่แยแส

ต้นตาลกดชัตเตอร์และเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเขาอีกทีและส่งภาพไปยังโลกออนไลน์ เวลาไม่ถึงห้านาทีมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น แบ่งปันรูปภาพกันซะหลายสิบคน สาว ๆ เหล่านี้ไม่รู้ความจริงอะไรซะแล้ว


ช่วงก่อนเที่ยงรังไรรู้ว่าวันนี้พลอยพิณและปวินท์จะเดินทางล่วงหน้ามาก่อน เขาจะแวะไหว้พระและขับรถเที่ยวกันเอง ส่วนจุลบอกแค่ว่าจะตามมาตอนบ่าย ซึ่งทีมงานสองสามคนจะมาถึงกันในวันพรุ่งนี้ตอนก่อนเที่ยงเช่นกัน รังไรไม่อยากจะอยู่ต้อนรับแขกกลุ่มนี้นัก รู้ ๆ กันอยู่ การได้พบหน้าปวินท์อาจจะทำให้เธอรู้สึกขาดความมั่นใจขึ้นมากระทันหัน เผลอ ๆ อาจจะตั้งตัวไม่อยู่ด้วยซ้ำไป เพราะภาวะอารมณ์ตอนนี้บอกไม่ถูกเหมือนกัน เธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าสักสองสามชุดและตามไปหาชบาฉายที่ลาพักร้อนมาพักผ่อนกับลมหนาวท้ายฤดูที่บนยอดเขา ชบาฉายเธอมาอาศัยบ้านหลังงามของเพื่อนเธออยู่โดยลำพัง เพราะเพื่อนของเธอปลูกบ้านทิ้งไว้สำหรับพักผ่อนในบางช่วงเท่านั้น เห็นชบาฉายบ่นว่าบ้านหลังใหญ่เกินไปที่เธอจะมาพักใจเพียงลำพัง ครั้นได้โอกาสที่จะเคลียร์งานในการออกแบบถุงห่อขนมพื้นเมืองให้กับทางอำเภอเรียบร้อยแล้ว เธอเลยถึงพักผ่อนด้วยในตัว

“เช้านี้หมอกเยอะเกินไปหรือเปล่านะ ไฟถนนก็ปิดแล้ว เปิดไฟหน้ารถดีกว่า” เธอขับรถช้าลงเพราะหมอกลงจัดจนมองทางแทบจะไม่เห็นแม้จะเปิดไฟตัดหมอกแล้วก็ตาม บางช่วงขณะเหลือบมองริมถนนยังเห็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ชนท้ายกันเป็นระยะไปเลยทำให้รถติดขัดบางช่วง เธอแวะเข้าเมืองเพื่อซื้อของใช้จำเป็นเอาไปฝากชบาฉายที่บ่นอุบว่าเสบียงที่ตุนไว้เริ่มจะหมดแล้ว

รังไรเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ ตามชั้นวางของ พอถึงจุดชำระค่าบริการเห็นหลังใครบางคนคล้าย ๆ กับจุล ชายแปลกหน้าที่เป็นผู้หวังดีกับเธอเสมอ

“เอ ใช่คุณจุลไหมนะ บางทีเราอาจจะตาฝาด” เธอชะเง้อมองอีกครั้ง

“คุณคะจะชำระไหมคะ กรุณาวางสินค้าด้วยค่ะ” พนักงานเก็บเงินเรียกเธอ

“อ้อค่ะ” รังไรตัดความสนใจจะมองหาเขา

เธอเก็บของลงท้ายกระบะเรียบร้อยแล้วขับรถต่อตอนนี้เริ่มออกจากตัวเมืองแล้ว รถราเริ่มน้อยลงหมอกจางลงก็เมื่อช่วงเช้ามาก แต่วิสัยทัศน์ยังไม่ดีมากนัก รังไรเอื้อมมือไปเปิดเพลงฟังคลอไปแก้ง่วง อีกอย่างเธอพยายามขยับริมฝีปากร้องเพลงไปด้วยเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่านไปยังเรื่องที่ไม่ควรคิด แต่เมื่อนึกย้อนไปถึงภาพเมื่อคืนนี้ที่เธอสารภาพความรู้สึกกับปวินท์อีกครั้งและอ้อมกอดแสนอบอุ่นค่ำคืนนั้ทำให้เธอยิ้มออกมาได้กับประโยคคำตอบของเขา

“พี่จะพยายามทำให้มีโอกาสดีนั้นเกิดขึ้นกับเราสองคน แต่ตอนนี้รังไรแน่ใจแล้วใช่ไหมว่ายังจะรอพี่อยู่” ปวินท์คลายวงแขนลงและส่งสายตาจับจ้องไปที่ดวงตาของรังไร

รังไรพยักหน้าน้อย ๆ

“พี่ให้คำตอบไม่ได้ว่าเมื่อไหร่เราสองคนจะมีโอกาสดีร่วมกัน ถ้ารังไรคิดว่ารอพี่ได้จริง ๆ ขอให้รอนะ”

รังไรคิดย้อนไปถึงประโยคนั้น สรุปแล้วมันคือการปฏิเสธความรักเธออย่างนิ่มนวลหรือเปล่าทำไมเธอช่างแสนโง่แบบนั้น ทำไมถึงคิดอะไรแย่ ๆ แบบนั้นออกไปทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าปวินท์กำลังจะหมั้นหมายแล้ว ทำไม ทำไม ทำไม เธอตีมือลงบนพวงมาลัยจนเสียงแตรดังขึ้น เธอหักพวงมาลัยจอดอยู่ข้างทาง ยังไม่ทันที่เธอจะเปิดประตูรถออกไป ก็มีรถคันหนึ่งท่าทางไม่ดีรถของเขาเหมือนมันวิ่งเป๋ไปเป๋มาอย่างกับคนเมาขับรถ เร็วและไม่ได้อยู่ตรงเลนส์เธอปิดประตูรถกลับเหมือนเดิมและนั่งนิ่ง ไม่นานหนักรถคันนั้นหายไปในสายหมอก แต่กลับมีเสียงดังโครมใหญ่ส่งสะท้อนกลับมาเอง

“เกิดอะไรขึ้น” เหมือนหัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม ระยะทางด้านหน้าไม่ไกลนักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เธอนั่งนิ่งในรถสักสิบนาทีไม่มีเสียงรถวิ่งตามมาหรือสวนไปเลย

“ทำไงดี เราเป็นรถคันเดียวที่จอดรถอยู่ใกล้อุบัติเหตุมากที่สุดงั้นหรือ แล้วถ้าเมื่อกี้เราเปิดประตูรถออกไป บางทีคนที่โดนชนและหยุดรถคันนั้นได้อาจจะเป็นเราใช่ไหม” เหงื่อเริ่มซึมหน้าผากเหมือนกับเธอเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาอย่างไม่ได้ตั้งตัว รังไรตัดสินใจขับรถไปอย่างช้า ๆ พอใกล้ ๆ ถึงเธอเห็นแล้วว่ารถคันนั้นพุ่งลงข้างทางจริง ๆ และมีใครบางคนกำลังค่อย ๆ คืบคลานมาที่ริมถนน เธอจอดรถและลงไปเพียงเพราะอยากจะช่วยเหลือเขาคนนั้น

“คุณคะ คุณคะ” เธอตะโกนเรียกเขา ชายคนนั้นเหมือนหมดแรงและฟุบหน้าลง เธอวิ่งเข้าไปพลิกตัวเขาและใบหน้าที่เธอเห็นทำเอาเธอกรีดร้องออกมาและร้องไห้ไปพร้อม ๆ กันในเวลาเดียว

“พี่ปวินท์ พี่ปวินท์” เธอตะโกนเรียกชื่อเขาสุดเสียง

เหมือนปวินท์จะได้สติ เขาพยายามลืมเปลือกตาขึ้นมาข้างหนึ่งและเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแล้วก็สลบเมือดไปในที่สุด เธอร้องให้คนช่วยโชคดีเหลือเกินไม่นานนักมีคนขับรถมาและช่วยเธอพยุงปวินท์ให้นอนไปที่กระบะหลัง เธอพยายามเคลื่อนไหวร่างกายเขาให้เบามือที่สุดเพราะไม่รู้ว่ามีส่วนไหนที่บาดเจ็บแตกหักบ้าง ตอนนี้แม้สติจะยังกลับมาไม่เต็มร้อยนัก แต่เธอก็ยังพอจะรู้ว่าต้องขับรถไปเส้นไหนที่จะใกล้โรงพยาบาลมากที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอลืมคือการโทรศัพท์บอกโสมนัสหรือหน่วยปฐมพยาบาลใกล้ ๆ เพื่อจะได้ช่วยเหลือเขาเต็มที่

“เฮ้ย นั่นมัน” จุลขับรถมาตามทางตอนนี้เขากำลังหลงทางอยู่ เพราะโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังแบตเตอรี่หมดไปหาที่ชาร์ตแบบเร่งด่วนในร้านขายของชำในตัวเมืองก็ไม่ยักมีทำให้เขาขาดการติดต่อ และยิ่งหลงทางด้วยยิ่งทำให้เขาเสียเวลามากขึ้นกว่าเดิม

จุลจอดรถและรีบลงจากรถทันที เขาเห็นชายหนุ่มร่างกำยำสองสามคนกำลังเดินสำรวจอยู่รอบรถ ทะเบียนของรถคันนี้เขาจำได้ดีว่าเป็นทะเบียนรถของปวินท์และพลอยพิณที่เขาจองไว้ให้ใช้ขณะที่ขับรถเล่นตอนมาไร่ชา

“น้องครับรถคันนี้มีคนได้รับบาดเจ็บไหมครับ”

“อ้อมีครับพี่ แต่ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเหลือพาไปส่งโรงพยาบาลแล้ว นี่พวกผมกำลังเดินสำรวจว่ามีใครนอกจากชายคนนั้นด้วยหรือเปล่าจะได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายังสถานที่เกิดเหตุจะได้ติดต่อญาติดะครับ” ชายหนุ่มตอบฉะฉาน

“แต่รถคันนี้เป็นเพื่อนผม เขามีผู้หญิงนั่งมาด้วยนะครับคุณไม่เห็นกันหรือครับ”

พอจบประโยคนั้นทั้งจุลและชายหนุ่มก็รีบวิ่งกลับไปที่รถอีกรอบ ประตูด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสารปิดสนิทเหมือนปกติ แล้วพลอยพิณหายไปไหน จุลวิ่งมาอีกด้านหนึ่งของรถ ตอนนี้พลอยพิณสลบนิ่งอยู่ข้างประตูรถ บางที่เธออาจจะกระเด็นออกมาแล้วประตูมันปิดกลับเขาไปอีก ผู้หญิงคนนั้นเลยไม่รู้ว่ามีคนเจ็บเหลืออีกหนึ่งคน แต่พลอยพิณโชคดีที่เจ้าหน้าที่มาถึงทัน ตอนนี้พลอยพิณเลยได้ถูกส่งมอบตัวย้อนกลับไปที่ตัวเมืองอีกครั้ง

“น้องครับ แล้วน้องรู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า เธอได้ฝากอะไรไว้บ้าง”

“ไม่นี่ครับ แต่เหมือนว่าเธอจะรู้จักชื่อของผู้ชายคนนี้นะครับ เพราะตอนพวกเราเจอ เห็นเธอนั่งร้องไห้ไม่ยอมหยุดเรียกแต่พี่ปวินท์ พี่ปวินท์อะไรทำนองนี้” ชายหนุ่มอีกคนตอบ

“รังไร”

“เธอไปทางไหนครับ”

“โน้นน่าจะวิ่งรถไปทางโรงพยาบาลบนยอดดอยด้านโน้นแหละครับ” เด็กหนุ่มชี้ทางบอก

“ขอบคุณมากครับ เขาควักธนบัตรฉบับละหนึ่งพันบาทสองใบให้ทั้งสองคนและรีบขับรถออกไปตามทางทันที” มือของเขาควานหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมา แต่เจ้ากรรมแบตเตอรี่หมด

“รังไรคุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณใจร้ายมากนะที่ปล่อยคุณพลอยพิณไว้แบบนั้น”

จุลขับรถตามไปเรื่อย ๆ เขารู้สึกว่ามันไกลเกินจนตอนนี้บ่ายแก่ ๆ แล้วยังตามหาโรงพยาบาลนั้นไม่พบเลยไม่รู้ว่ารังไรไปอยู่ที่ไหน พอพบตู้โทรศัพท์สาธารณะโทรศัพท์เข้าเครื่องของเธอ เธอดันปิดเครื่องยิ่งทำให้เขาหัวเสียไปกันใหญ่ แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าเส้นทางไร่ชาจะไปทางไหน แต่ก่อนเข้าไปตามนัดเขาแวะที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการของพลอยพิณ ทางโรงพยาบาลแจ้งญาติของเธอเรียบร้อยและคืนนั้นระหว่างที่เขากำลังอยู่เป็นเพื่อนพักฟื้นกับพลอยพิณ โสมนัสและน้องชายอีกสองคนก็เดินทางมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยเพื่อจะรอจนกว่าครอบครัวของพลอยพิณจะมา ทั้งสี่คนเดินออกมาเสวนากันนอกห้องเพื่อไม่เป็นการรบกวนการนอนหลับของเธอด้วย

“คุณจุลครับจริง ๆ พวกผมน่าจะขับรถไปรับพวกคุณนะครับ” โสมนัสรู้สึกเสียใจมากและกล่าวโทษตัวเองไม่ยอมหยุด

“ไม่เกี่ยวกับพี่นัสหรอกครับ พวกเราจะใจจะขับรถเที่ยวกันก่อนเริ่มงานเองอยู่แล้ว จริง ๆ พวกเราต่างหากไม่ชำนานพื้นที่ อีกอย่างตอนนี้คุณพลอยพิณก็ไม่มีอะไรแตกหักหรือต้องผ่าตัดอะไร พวกเราก็เบาใจกันได้แล้วครับ” จุลพูดอย่างสุภาพ

“แล้วพี่ผู้หญิงเขาขับรถมาคนเดียวหรือครับ” ต้นตาลตั้งคำถามบ้าง

จุลลืมไปเสียสนิทเลย

“นั่นซิ แล้วไอ้ปวินท์ล่ะหายไปไหน” โสมนัสเรียกหาเพื่อนตัวเอง

“ผมก็สงสัยเหมือนกัน แต่มีคนบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถมาช่วยไว้ แต่ผมขับรถตามไปก็หารถเธอไม่เจอ แวะถามตามสถานพยาบาลสามสี่แห่งก็ไม่พบ ตอนนี้ให้ตำรวจช่วยตามหาอีกแรงครับ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง” จุลถอนใจออกมา

“เออเตย ตาล พี่มัวแต่ตกใจ แล้วนี่รังไรอยู่ไหนกลับบ้านมาหรือยัง” เขาหันไปถามสองหนุ่มน้อย

“โทรตามตัวแล้วพี่นัส แต่พี่รังไรปิดเครื่อง สงสัยหนีเที่ยวแน่เลย” เตยกดโทรศัพท์อีกครั้งและเดินเลี่ยงไปทางอื่น

“จะหนีเที่ยวได้ไง เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้มีงานต้อนรับแขก ตาลไปโทรศัพท์ถามตามหาซิ ทั้งโรงแรม อำเภอที่รังไรเขาพอจะรู้จักและชอบไปน่ะ” โสมนัสออกคำสั่งเสียงเครียด

“รังไรคุณไปไหนกันแน่ หวังว่าคงไม่ใช่คุณนะ คุณไม่คิดอะไรบ้า ๆ แล้วพาพี่วินท์หนีไปครอบครองเป็นของคุณคนเดียวนะ รังไร” เขาพร่ำกับตัวเอง

“ว่าไงนะ” โสมนัสหันไปถามเขา แต่พอดีตำรวจมาสอบปากคำเบื้องต้น โสมนัสเลยหันไปคุยกับตำรวจแทน

จุลเดินกลับเข้าไปในห้องพลอยพิณยังหลับสนิทอยู่ และตอนนี้แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเขาถูกเติมพลังงานจนเต็มแล้ว เขาเปิดเครื่องมาก็เห็นมีเบอร์โทรศัพท์ของพลอยพิณโชว์อยู่ที่เครื่องของเขาอยู่หลายรอบ พอสำรวจดูเวลามันเป็นเวลานั้นเองก่อนที่เขาจะขับรถไปพบพลอยพิณ

เขากดโทรศัพท์หารังไร แต่เครื่องของเธอยังปิดสนิทอยู่ “ตกลงว่าคุณอยู่ในที่อับสัญญาณหรือว่าคุณปิดเครื่องเพื่อหนีอะไรกันแน่รังไร”

เขาฝากข้อความเสียงไว้และคิดว่ารังไรจะต้องรับรู้

“คุณจุลกลับไปนอนที่ไร่ไหมครับ ทางนี้ให้พยาบาลดูแล” โสมนัสชวนเขา

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ดีกว่าเผื่อคุณพลอยฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าผมก็ยังใจชื้นขึ้นมาบ้าง ถ้ามีอะไรผมจะติดต่อกลับไปแล้วกัน” จุลกล่าวอย่างนอบน้อม ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพี่ชายของรังไร แต่โสมนัสดูเป็นพี่ชายที่ดูอบอุ่นและมีมิตรภาพมากทีเดียว แถมด้วยความน่าเกรงขามในตัว

“งั้นเจ้าเตยอยู่เป็นเพื่อนพี่จุลเขา อย่างน้อยก็วิ่งซื้อข้าวของให้พี่เขาได้” โสมนัสหันไปสั่ง

“ครับได้ครับ” ต้นเตยตอบอย่างว่าง่าย

“งั้นตอนนี้ไปทานอาหารเย็นกันก่อนดีกว่านี่จะสามทุ่มแล้ว มัวแต่ตกอกตกใจกัน เดี๋ยวผมตามพยาบาลให้มาดูแลก่อนพวกเราจะได้วางใจ” พูดจบโสมนัสก็เดินฉับ ๆ ออกจากห้องคนไข้ไป ดูเขากระตือรื้อร้นเหมือนทุกอย่างเป็นความผิดของตัวเองเต็มที่

“พี่จุล พี่นัสเขาเป็นแบบนี้แหละ ชอบบงการแต่ถ้าทุกคนเชื่อฟังเขาแล้วจะดีเอง” ต้นตาลหัวเราะ

“ครับ” จุลหันมายิ้มให้กับหนุ่มน้อยที่เขาเพิ่งพบวันแรกทั้งสองคนแสดงความสนิทสนมกับเขาในทันที โดยเฉพาะต้นเตยเห็นทีไรชวนให้คิดถึงรังไรแม่มดตัวแสบซะทุกครั้ง เพราะหน้าตาละม้ายคล้ายกันมาก

“แล้วตอนนี้แม่มดตัวแสบของผม คุณพาพี่ปวินท์ไปซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่นะ ผมอยากรู้จริง ๆ”




Create Date : 28 มิถุนายน 2555
Last Update : 28 มิถุนายน 2555 12:25:31 น. 0 comments
Counter : 635 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.