Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังที่ 6



รังไรลวงรัก
รังที่ 6


รังที่ 6

เสียงสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเขาดังขึ้นขณะที่ขับรถออกมาได้ไม่ไกลนัก เบอร์ที่แสดงให้เห็นนั้นเขาไม่รู้จักมาก่อนแต่เขากดรับไว้ ปลายสายแจ้งว่าเป็นบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งสนใจอยากร่วมงานกับเขาและอยากจะนัดสัมภาษณ์งานในวันพรุ่งนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจมากที่ได้รับโอกาสครั้งใหม่ มีหลายคนมักถามเขาว่าทางบ้านก็พอจะมีเงินทุนมากมายให้เขาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง แต่ทำไมถึงไม่เปิดเองเที่ยวเร่หางานเป็นลูกน้องคนอื่นทำไมกัน เขาตอบได้คำเดียว คือ ประสบการณ์ ที่ตอนฝึกงานก็ไม่ได้อะไรมากมายนัก คงต้องเริ่มจากการเป็นลูกน้องก่อนแล้วค่อยพัฒนาไปยังตำแหน่งอื่นคงจะดีกว่าสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาได้ไม่นานนัก

“แทนที่เราจะดีใจเรื่องงาน ทำไมใจเรากังวลไปถึงยายแม่มดตลอดเวลากันนะ” เขาพร่ำกับตัวเองในรถขณะที่เป็นเวลานักเรียนเลิกเรียนเป็นส่วนใหญ่ ถนนจึงคราคร่ำไปด้วยรถหลากหลายรูปแบบและยี่ห้อ เขาเอื้อมมือไปเปิดเพลงจากสถานีฟัง เขาจำได้ดีเพลงนี้ลันนาชอบมากทีเดียว นึกอยากจะกดโทรศัพท์หาแต่คงดูไม่เหมาะ ลันนาออกตัวแรงถึงสถานะระหว่างเขากับเธอว่าเป็นแค่พี่น้องกัน และตอนนี้เขากลายเป็นผู้รับเหมาออกแบบร้านให้กับเธออีก ถ้าเขารีบเร่งไปบางทีลันนาอาจจะไม่อยากพบหน้าเขาอีกเลยก็เป็นได้


รังไรรู้สึกอึดอัดผิดปกติเมื่อนั่งมาในรถของปวินท์สองต่อสอง จริง ๆ มันน่าจะเป็นที่หน้ายินดีไม่ใช่หรือที่ได้ใกล้ชิดกับคนที่เธอรอคอยอีกครั้ง แต่เพราะเขามาวันนี้เพื่อมาทวงคำตอบจากค่ำคืนก่อน แล้วจะทำยังไงดี ถ้าเธอตอบตกลงเธอจะเป็นคนเลวในสายตาคนอื่นหรือเปล่า เธอช่างใจอยู่ไม่น้อย

“รังไรเป็นอะไร ดูซิจู่ ๆ ก็ทำหน้าคิ้วขมวด”

“เปล่าค่ะ”

“ว่าแต่ไอ้นัสเป็นไงบ้าง วันไหนจะลงมากรุงเทพฯ พี่จะได้นัดทานข้าวกับมันสักหน่อย วันนั้นพี่โทรศัพท์ไปหานัสคุยกันไม่กี่คำ ดูเหมือนนัสจะยุ่งมาก” ปวินท์พูดคุยยิ้มแย้มอย่างสบายใจ

“ช่วงนี้พี่นัสมีโปรเจคทำผลิตภัณฑ์หลายอย่างเกี่ยวกับผลิตผลที่ไร่ค่ะ เลยยุ่ง ๆ ยุ่งจนหาแฟนไม่ได้ สงสัยใกล้จะขึ้นคานแล้วหล่ะ” เธอหัวเราะออกมา

“นั่นซิ”

“อยากให้นัสมีแฟนมากเหรอ แล้วช่วยพี่เขาหาหรือเปล่า”

“ใครจะไปอยากได้พี่ชายปากสุนัชขนาดนั้น พี่ปวินท์ก็ทราบดีว่า พี่นัสชอบจิกกัดผู้หญิงคงไม่อยากจะเข้าใกล้เขานักหรอก” เธอค่อยสบายใจที่เขาเปลี่ยนคุยเรื่องอื่นแทน

“แล้วรังไรอยากได้พี่สะใภ้แบบไหน”

“แบบไหนก็ได้ ให้เป็นคนดีรักพี่นัสอย่างจริงใจก็พอแล้วค่ะ”

“นิยามสั้นแต่ความหมายกว้างมากเลยนะครับรังไร” ปวินท์หันมายิ้มให้เธอ ในขณะที่รถไม่ขยับเขยื้อนมากเท่าไหร่นัก

“แล้วรังไรล่ะ คิดว่านัสอยากได้น้องเขยแบบไหนกัน” เขาหันมาส่งสายตาให้กับเธอ

เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้ากับสายตาอ่อนละมุนของเขาที่ส่งถึงเธอตอนนี้ เธอตอบพร้อมกับส่ายหน้าไปมา “ไม่ทราบค่ะ”

“แบบพี่พอจะได้ไหม”

“คือ....” เธอไปไม่ถูกเลย

เย็นนั้นเขาพาเธอไปนั่งทานอาหารที่ร้านในตัวเมืองไม่ไกลจากที่เธอนัดหมายลูกค้ามากนักเพราะว่าการจราจรติดขัดมากเกินกว่าจะเสียเวลาขยับเขยื้อนไปทางไหนได้อีก ระหว่างรับประทานอาหารเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องคำตอบอีกเลย เพราะจากสีหน้าของรังไรแล้วดูเหมือนจะอึดอัดพิกล เขาได้แต่มองแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“ปวินท์คะ” เสียงใส ๆ ของใครบางคนที่เธอไม่คุ้นหูเรียกชื่อชายตรงหน้าเธอ เธอหันตามเสียงนั้น ก็ต้องถึงกับประหม่าขึ้นมาทันที

“พลอย” ปวินท์มีสีหน้าตกใจไม่น้อย

ปวินท์รีบลุกขึ้นยืนและเดินไปหาเธอโดยเร็ว เขาโอบเอวเธอไว้และเดินมาที่โต๊ะ เธอเลยต้องรีบลุกขึ้นยืน

“ใครกันคะ” พลอยพิณตั้งคำถามพร้อมรอยยิ้ม ดูเธอจะไม่สงสัยหรือระแวงอะไรในตัวของรังไรเลยแม้แต่น้อย แต่รังไรซิกลับทำตัวไม่ถูก

“น้องรังไร เป็นน้องสาวของเพื่อนที่อยู่ไร่ชาที่ผมเคยเล่าให้ฟัง” ปวินท์แนะนำเธอแบบนั้น

“ชื่อน่ารักจังเลยนะคะ” พลอยพิณยิ้มรับ

รังไรยกมือสวัสดีแขกผู้ไม่พึงประสงค์สำหรับเธอ

“รังไรครับ นี่พลอยพิณเป็นคู่หมั่นของพี่” บทแนะนำสาวสวยคนนี้ไม่ทันจบประโยคเธอก็คล้องแขนของเขาไว้อย่างแนบแน่นแล้ว

“ทานข้าวด้วยกันไหมคะ” รังไรได้แต่คิดในใจว่าเธอไม่ควรถามด้วยซ้ำ ควรจะแค่ยิ้มเท่านั้นคงพอ

“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญสองคนตามสบายนะคะ วันนี้พลอยมากับเพื่อน แต่ถ้าวินท์จะกลับเรียกพลอยด้วยนะคะ พลอยกลับบ้านกับคุณเลยดีกว่าเพื่อนจะได้ไม่ต้องไปส่ง” เธอพิงศีรษะซบไหล่เขาเล็กน้อยด้วยท่าทางสนิทสนม

พลอยพิณแยกตัวไปแล้ว เธอโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

“พี่ปวินท์คะ รังไรขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะคะ”

“อิ่มแล้วหรือไงเรา เพิ่งจะทานไปนิดเดียวเอง” เขาเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้เบา ๆ

รังไรรีบชักมือออกทันที “ค่ะ”

“พี่ไปส่งนะ รังไรโกรธหรือเปล่าที่พี่แนะนำรังไรแบบนั้น” ปวินท์ปั้นหน้าไม่ถูก

“แนะนำ อ้อ ถูกต้องแล้วค่ะ รังไรเป็นน้องสาวที่โสมนัสและเป็นน้องสาวพี่ปวินท์ด้วย คุณพลอยสวยมากเลยนะคะ พี่ปวินท์ได้เลือกคู่ครองที่เหมาะสมมากแล้วค่ะ พี่นัสอยากพบคุณพลอยมากเลยนะคะ เขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ปวินท์แต่กลับไม่ได้เจอหน้าพี่ปวินท์เท่าไหร่นัก” รังไรส่งน้ำเสียงไม่สู้ดีนักออกไป

“อนถึงวันงานพี่มีโปรเจคจะไปถ่ายโฆษณาแถวไร่ของนัสอยู่แล้ว เลยนัดกันไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะไปหา แล้ววันนั้นพี่จะได้พบรังไรหรือเปล่า”

“รังไรไม่ทราบค่ะ อีกไม่กี่วันรังไรก็ตกงานแล้ว อาจจะพักผ่อนอยู่บ้านให้สมองผ่อนคลายสักพักแล้วค่อยไปช่วยงานพี่นัสที่ไร่ชาดีกว่า เพราะไปอยู่ที่นั่นคงไม่ได้เห็นแสนสีหรือความเจริญมากนัก” รังไรเสียงเนือยลงทุกขณะ

“แต่พี่มีลางสังหรณ์ว่าจะได้พบรังไรนะครับ”

เขามัดมือชกอีกแล้ว ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอคงจะยิ้มจนปากกว้าง ทำไมวันนั้นที่สนามบินเขาไม่บอกความรู้สึกกับเธอมาตรง ๆ ว่ารู้สึกอย่างไร แต่ในเวลานี้อีกไม่นานเขากำลังจะแต่งงานแล้วทำไมเขากลับมาแสดงออกเพื่อจะรั้งเธอไว้อีก ความสับสนในหัวใจของรังไรแน่นเต็มอกเลย บางอารมณ์ความคิดชั่ววูบมันผุดขึ้นมาก และเหมือนจะภาวนาว่าอยากให้งานแต่งงานล้มเลิกไปซะ ถ้าเธอกับปวินท์มีชะตาที่เกี่ยวข้องกัน ขอให้เธอและปวินท์ได้รักกันสักครั้ง ได้ใกล้ชิดกันสักครั้งแบบที่ไม่มีพลอยพิณ ขอเพียงเท่านั้นให้ปวินท์รู้จักหัวใจตนเองว่าจริง ๆ แล้ว เขาอาจจะเลือกเธอมากกว่าพลอยพิณก็คงเป็นไปได้

เย็นวันนั้นรังไรขอตัวกลับออกมาจากร้านอาหารก่อน มันเป็นการดีที่เธอไม่ต้องตอบคำถามต่อหน้าปวินท์ แต่ทิ่สิ่งที่เธออยากจะตอบออกไปคือ “ตกลงค่ะเราจะรักกัน” มันอาจจะดูแย่ในสายตาคนอื่น แต่รังไรคิดแต่ว่าในเมื่อฟ้าเปิดโอกาสให้แล้วทำไมเธอไม่ลองรักเขาดูบ้างล่ะ มันอาจจะดีก็ได้ และฟ้าอาจจะกำหนดไว้แล้วก็ได้ เธอคิดได้เท่านั้นเอง เธอรู้สึกมึน ๆ ลอย ๆ บอกไม่ถูก เธอไม่ได้ออกมาจากร้านอาหารเพื่อโบกแท็กซี่หรือขึ้นรถไฟฟ้า รถใต้ดินกลับบ้าน แต่เธอกลับเดินเหม่อลอยอยู่ริมฟุตบาตไปเรื่อย ๆ เหมือนคนสิ้นคิดและจิตตก ความคิดในแง่ลบที่เชื่อว่าผู้หญิงดี ๆ หรือคิดเป็นอาจจะไม่กล้าทำแบบเธอด้วยซ้ำ มันผุดขึ้นมามากมายทำไมกับแค่ผู้ชายคนเดียวที่มีเจ้าของแล้ว เธอถึงอยากจะครอบครองเขามากนัก แต่แล้วสมาธิต้องแตกเมื่อได้ยินเสียงแตรรถของใครบางคนส่งสัญญาณเรียกเธอที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง

“แม่มดดึกแล้วมานั่งทำอะไรขึ้นรถเร็ว”

“ฉันต้องไปกับคุณหรือไง”

“จะขึ้นดี ๆ หรือให้อุ้ม เร็วซิเห็นไหมรถเมล์บีบไล่ผมอยู่นะ เดี๋ยวโดนตำรวจจับหรอก” เขาตะโกนเรียกเธอเปล่า ๆ ชายแปลกหน้าที่เธอเริ่มจะคุ้นเคย

รังไรรีบวิ่งขึ้นรถทันทีเพราะเห็นสถานการณ์และเสียงด่าทอจากคนขับรถเมล์เริ่มชัดเข้าเต็มสองหูแล้ว

“เป็นไงแม่มดมานั่งบริจาคเลือดให้ยุงหรือไง” เขาค่อนขอดเธอก่อนเลยเป็นการต้อนรับ

“เปล่าสักหน่อย” แล้วเธอก็เงียบไป

“ไปกินข้าวกับแฟนมาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมานั่งเปลี่ยวคนเดียวแบบนี้ล่ะ หรือว่า นัดบอกเลิกกกัน” จุลเอาคำพูดที่เธอเหน็บเขาไว้เมื่อบ่ายมาตอกย้ำความรู้สึกเธอ

“ยังไม่ได้บอกรักจะบอกเลิกกันได้ยังไง”

“อะไรกัน หวีดหวานกันขนาดนั้นไม่เคยบอกรักกันเลยหรือไง ใช้ไม่ได้เลยนะผู้ชายคนนั้นน่ะ” จุลขับรถไปเรื่อย ๆ ตามถนน เขาก็ไม่ได้ถามเธอหรอกว่าบ้านอยู่ไหน แล้วจะไปไหน รังไรคงลืมไปเช่นกันได้แต่นั่งถอนใจเงียบ ๆ ถามคำตอบคำ

“เงียบก่อนได้ไหมมีอะไรต้องคิดนะ” รังไรหันมาส่งเสียงดังกับเขา

“ทำยังกับเป็นเจ้าของรถเลยนะ เอาไงเอากัน น้ำมันลิตรละเท่าไหร่กันเชียว ขับมันไปเรื่อย ๆ ทั้งคืนเลยดีกว่า” จุลพูดจบเขาก็เปิดเพลงคลอไปเบา ๆ ท่าทางรังไรจะมีเรื่องให้คิดหนักจริง ๆ จากเวลาประมาณสักสี่ทุ่มกว่าจนตอนนี้จวนตีหนึ่งแล้ว เขาขับรถมาถึงที่บ้านพักริมทะเลของครอบครัว รังไรไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เธอยังนั่งนิ่ง ๆ และสักพักเธอก็เผลอหลับไป

“ยายแม่มดรังไร ไว้ใจคนง่ายขนาดนี้เชียว แล้วจะทำไงล่ะหลับแล้วจะอุ้มเข้าบ้านก็ดูไม่งาม นิสัยยายแม่มดนี่ต้องตื่นมาโวยวายแน่ ๆ เลย นอนในรถนี่แหละ” จุลนั่งมองหน้าใส ๆ ของเธอ แต่ในค่ำคืนนี้ดวงหน้าเธอบอกอาการของคนหมดหวัง เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับยายแม่มด แล้วลางสังหรณ์ที่เขามีตลอดบ่ายเกี่ยวกับรังไรมันแม่นยำขนาดนั้นเชียวเหรอ เขาเดินเข้าไปในบ้านและหยิบผ้าห่ม มาห่มให้เธอพร้อมปรับเบาะให้เอนลงอย่างช้า ๆ โดยเธอไม่รู้สึกตัวระหว่างหลับ

“พอสิ้นฤทธิ์ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ เหมือนลูกแมวเชื่อง ๆ ตัวหนึ่งเลย” เขานั่งยิ้มและยืนมองทะเลอยู่นอกรถ ระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาหัวใจของเขามันก็ทรง ๆ ตัวมาตลอดไม่เห็นมีวันไหนที่จะมีความสุขจริง ๆ หรือ สนุกสุดเหวี่ยงจริง ๆ สักที เขายืนหลับตาพริ้ม เสียงคลื่นทะเลซัดหาฝั่งอย่างไม่หยุดนิ่ง เวลาเสียงของมันกระทบกับหาดช่างเป็นเสียงที่ปลุกเร้าความคิดให้บรรเจิดทุกครั้ง พรุ่งนี้ช่วงบ่ายเขาต้องไปสัมภาษณ์งาน ประสบการณ์และความสามารถที่มีอยู่ในตัวพรุ่งนี้จะได้เปิดสู่สาธรณะชนให้เห็นสักทีนะ

“ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่โชคดีสำหรับเรา”

จุลเดินกลับมาที่รถ พร้อมกับจุตพิตที่หน้าผากของรังไรเบา ๆ หนึ่งครั้ง

“ขอโทษที่ฉวยโอกาส แต่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากจะแบบนี้ แต่คุณรู้ไหมว่าตอนนี้คุณดูน่ารักจริง ๆ” จุลกดปุ่มปรับเบาะให้เอนนอนอยู่ข้าง ๆ เธอ วันนี้รู้สึกเหนื่อยหัวใจแปลก ๆ แต่พรุ่งนี้จะคิดแต่เรื่องงานเท่านั้นเพื่อจะได้ก้าวเดินต่อไป จุลอธิษฐานก่อนหลับตา

“ถ้าเช้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาขอให้มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิต”




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 4:31:00 น. 0 comments
Counter : 457 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.