Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังที่ 2



รังไรลวงรัก
รังที่ 2


รังไรนั่งเก็บเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานต่อ ครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจอีกรอบว่าเธอจะอยู่ทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่โรงงานขนมอีกหรือไม่

“เฮ้ย จะไปไหน”

“กลับไปทำงานซิ พรุ่งนี้ครบกำหนดลาพักร้อนแล้วนี่คะ” เธอหันไปตอบพี่ชาย

“แล้วตกลงจะเอายังไงทั้งเรื่องงานและเรื่อง...”

“คิดแต่เรื่องงานเท่านั้นค่ะ ส่วนเรื่องอื่นไม่อยากจะคิดในตอนนี้” เธอยักไหล่แล้วเดินเก็บข้าวข้องลงกระเป๋าใบโตต่อ

“เอางั้นก็ได้ แต่พี่จะไปงานแต่งงานของปวินท์แน่นอนอยู่แล้ว” โสมนัสเดินมานั่งบนเตียงน้องสาว และมองหน้าเธอ

“รังไร อย่าคิดมากเรื่องปวินท์เลยนะ ความรู้สึกในวัยเด็กเมื่อโตมามันย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ถ้าน้องมัวแต่คิดถึงแต่เขาฝ่ายเดียว ปวดใจเปล่า ๆ นะ เปิดใจให้กับคนอื่น ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาดีกว่านะ” เขาจับศีรษะเธอโยกเบา ๆ

“ขอบคุณค่ะพี่นัส ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกนะคะ” เธอหันไปหยิบกล่องของขวัญกล่องยาวให้กับพี่ชายของเธอ โสมนัสทำหน้าแปลกใจ

“อะไร” เขาเขย่ากล่องไปมาเหมือนเด็ก ๆ

“ของขวัญ” รังไรตอบห้วนพร้อมยิ้มมุมปาก

“รู้แล้ว กวนนี่เรา” โสมนัสหัวเราะ

“ฝากให้พี่ปวินท์กับคุณพลอยพิณค่ะ” เธอเก็บกระเป๋าเสร็จพอดี ก็ลากกระเป๋าไปเตรียมพร้อมวางไว้คู่กับของฝากสำหรับพ่อแม่และเพื่อนร่วมงาน รวมถึงตั๋วเครื่องบินที่วางไว้อย่างเรียบร้อย

“ปวินท์คงจะดีใจ หรือไม่งั้น พูดกันตรง ๆ คือ บางทีเขาอาจจะลืมน้องสาวพี่ไปแล้วก็ได้นะ”

“พอเถอะค่ะ เราสองคนเลิกพูดถึงพี่ปวินท์กันจะดีกว่านะ” เธอผลักพี่ชายเธอออกนอกห้องนอนและปิดประตูเงียบ

รังไรใช้ความคิดพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน อาจจะจริงอย่างที่โสมนัสบอกก็เป็นได้ ว่าบางทีเขาอาจจะลืมเธอไปแล้ว


พลอยพิณเดินยิ้มร่ามาถึงบริษัทของปวินท์ เธอคุ้นเคยกับพนักงานที่นี่เป็นอย่างดีตั้งแต่พนักงานระดับล่างและเลขานุการหน้าห้อง เธอยื่นของฝากเล็กน้อยให้เลขานุการหน้าห้อง

“คุณฉัตรคะ วินท์กำลังมีแขกหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงน่ารัก

“ไม่มีค่ะคุณพลอย เชิญด้านในได้เลย”

“รบกวนแจ้งวินท์ก่อนดีกว่า เพราะพลอยไม่อยากให้เขามู้ดดี้ ที่จู่ ๆ พลอยก็เข้าห้องเขาโดยพลการ” เธอพูดจาด้วยความเกรงใจเขาอย่างมากมาย

“คุณพลอยกำลังจะแต่งงานกับคุณปวินท์แล้วนะคะ ไม่ใช่แขกสักหน่อย” ฉัตรฤดี พูดเชิงหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม แต่เธอก็ปฏิบัติตามที่คนรักของเจ้านายบอก

“พลอยมีธุระอะไรหรือเปล่า” เขาถามเสียงห้วน

“เอ่อ..” เธอเสียงความรู้สึกเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมา

“วันนี้ทางสตูดิโอนัดให้ไปเลือกภาพที่เราไปถ่ายด้วยกันไว้สำหรับจัดเข้าอัลบั๊ม”

“ไม่ต้องเลือกหรอก ผมว่าพลอยคงสวยทุกรูป พลอยโทรศัพท์ไปบอกสตูดิโอเลยก็ได้ครับว่าเอาทุกรูป” เขาหันหน้าเซ็นเอกสารกองโตบนโต๊ะต่อและไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยซ้ำ

“แต่จริง ๆ แล้ว เลือกหน่อยก็ดีนะคะ พลอยตื่นเต้นอยากเห็นภาพก่อนด้วย”

“ผมให้คนขับรถไปส่งแล้วกัน”

“วินท์คะ” เธอส่งเสียงอ้อนกลับไป

เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอเหมือนมีคำถาม

“ก็ได้ค่ะ ไม่ไปก็ไม่ไป นี่ใกล้จะเลิกงานแล้วไปดินเนอร์ด้วยกันนะคะ พลอยอยากทานอาหารจีน จะได้ไม่อ้วนมาก” เธอยังยิ้มอย่างร่าเริง

เขาเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ “ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานคุณนั่งรอก่อนแล้วกัน”

ปวินท์พยายามตามใจพลอยพิณทุกอย่าง แต่ในความรู้สึกของเขาบางครั้งเพียงแค่อยากให้พลอยพิณไม่โต้แย้งกับสิ่งใด ๆ ที่เขาเสนอให้เธอเลย แต่สิ่งที่เขาทำให้กับเธอมันเหมือนเป็นการให้ความหวังและความรักแบบที่ผู้หญิงหลายคนต้องการ พลอยพิณเลยกลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายคงเป็นเพราะความหัวอ่อนของพลอยพิณที่ไม่ว่าเขาจะบอกจะพูดอะไร เธอไม่เคยขัดเขาสักครั้ง การที่ปวินท์ได้พบกับพลอยพิณและสนิทสนมกัน เพราะเป็นการแนะนำจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่สนิทสนมกันอย่างดี พลอยพิณมาจากตระกูลที่ดีและถูกอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี นิสัยเธอเอาแต่ใจนิดหน่อยแต่ไม่เกินงามเหมือนผู้หญิงทั่วไป พอครั้งแรกที่ได้รู้จักกันพลอยพิณก็หลงรักเขาในทันที เธอบอกครอบครัวของเธอว่าอยากจะแต่งงานกับเขา แต่สำหรับเขาแค่รู้สึกดีกับเธอเท่านั้น แต่ไม่คิดถึงเรื่องแต่งงาน

จะให้หวนกลับไปเลิกรากันกับพลอยพิณในตอนนี้มันคงเป็นเรื่องยากซะแล้ว เพราะเขาพาตัวเองเข้าไปพัวพันในวงเวียนความรักของพลอยพิณมาเกือบห้าปีเต็ม

“วินท์คะ แวะภัตตาคารจีนทางนั้นนะคะ ร้านนี้อร่อยมากเลย พลอยเคยมาทานกับคุณแม่แล้ว ยิ่งช่วงนี้พลอยต้องไดเอทด้วย ไม่อย่างนั้นจะเป็นเจ้าสาวที่แสนสวยให้กับวินท์ไม่ได้นะคะ” เธอหัวเราะเสียงใส

“พลอย คุณรักผมมากไหม” เขาถามออกไปขณะที่ขับรถเลี้ยวเข้าลานจอดรถ

“มาก มาก มาก มากที่สุดเลยค่ะ” เธอยิ้มแก้มใส

เขาถอนใจออกมา

“ผมจะทำให้ได้แบบคุณแล้วกัน”

“ทำอะไรคะ” เธอหันมาย้อนถามด้วยแววตาเดียงสา

“เปล่าครับ”

เขาเดินเคียงข้างไปกับเธอเข้าภัตตาคารจีน เหมือนกับว่ามีหลายคนในร้านนี้ที่ทั้งสองคนคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะต้องกล่าวทักทายกันอยู่หลายโต๊ะทีเดียว ทุกคนถามถึงแต่เรื่องการแต่งงานทั้งนั้น เขาคงไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรชีวิตคู่ไปได้อีกแล้ว


รังไรตัดสินใจยื่นจดหมายลาออกให้กับหัวหน้างานของเธอ

“รังไร พี่รู้นะว่าเธอเบื่องานและสังคมในโรงงานเต็มทีแล้ว เธอสนใจจะทำโฆษณาไหม พี่จะแนะนำให้” หัวหน้างานกล่าวกับเธอ

“ก็น่าสนนะคะ แต่ตอนนี้หนู สภาพจิตใจไม่พร้อมเท่าไหร่ คงจะเบื่องานเต็มทีค่ะ หนูวางแผนไว้ว่าจะไปทำงานกับพี่ชายสักพัก” เธออธิบาย

“ทำอะไรล่ะ”

“พี่ชายจะเปิดร้านน้ำชาเล็ก ๆ ค่ะ มีเบเกอรี่ ของฝากเล็ก ๆ น้อย ขายด้วย หนูเลยจะไปช่วยพี่ดูร้านแล้วก็ออกแบบผลิตภัณฑ์ในร้านด้วยค่ะ” รังไรยิ้มน้อย ๆ ออกมา

“ถ้ามีงานทำแล้วก็ไม่เป็นไร ยังไงถ้าเธออยากเปลี่ยนงานหรืออยากทำอะไรก็บอกพี่ได้นะ พี่พอจะแนะนำให้เธอได้ อีกอย่างถ้ากลับมาทำงานที่นี่อีกพี่ก็ไม่ขัด” หัวหน้าสาวแก่ใจดี รู้สึกเสียดายความสามารถที่มีอยู่ของรังไรในตอนนี้มาก

เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนในการเคลียร์งานทั้งหมด รังไรนั่งถอนใจอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ นึกอีกทีก็เสียดายงานนี้เหมือนกันมันสนุกและได้ใช้ประสบการณ์มากมาย แต่สามปีที่ผ่านมาก็สั่งสมประสบการณ์มากมายจนบางครั้งเกิดอาการเบื่อหน่ายขึ้นมาซะเฉย ๆ

“เป็นเวลาที่เหมาะสมมาก พอลาออกปุ๊ป ก็ลาออกไปพักใจต่อ” ชบาเพื่อนร่วมทีมงานเดียวกันที่แสนสนิทและรับรู้ในทุกเรื่องของเธอ

“ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“นี่รังไร คิดดีแล้วหรือไงที่จะไปอยู่ในที่แสนไกล บรรยากาศเหงา ๆ ขนาดนั้นน่ะ มันจะไม่ทำให้เธอยิ่งแย่ไปกันใหญ่หรือไง” ชบาพูดไปพร้อมหยิบมาสคาร่าขึ้นมาเติมขนตาให้เด้งงอนงามตามแบบฉบับของเธอ

“เหงาตรงไหนล่ะ ไปอยู่นั่นมีงานทำนะจ้ะ ไม่ได้ไปอยู่ว่าง ๆ แถมยังมีพี่โสมนัส ลูกชายของป้า เจ้าน้องชายจอมแสบอีกสองคนทั้งต้นตาล ต้นเตย จะให้เบื่อยังไงไหว” เธอหันมายิ้มน้อย ๆ

“ก็จริงนะ โดยเฉพาะพี่ชายปากมากของเธอน่ะ คงใช้เธอทั้งวัน” ชบาทำหน้าตาเหมือนหมั่นเขี้ยวขึ้นมา

รังไรเลยหัวเราะออกมาได้ “ถามจริงเถอะ ทำไมเวลาพูดถึงพี่นัสทีไร ชบาต้องมีอาการแบบนี้ทุกที”

“ก็พี่นัสชอบว่า ฉันนี่ ไม่ซิเจอทีไรก็บ่นใส่ทุกที เรื่องนั้นเรื่องนี้ ทำอย่างกับสนิทกันตายหล่ะ” ชบาบ่นอุบพร้อมจับผมที่รวบสวยให้เข้าที่

“เขาห่วง”

“เกี่ยวอะไรกัน ฐานะอะไร”

“จะให้บอกอีกเหรอ ไม่รู้หรือไงว่าพี่นัสเขากำลังตกหลุมรัก สาวชบาฉายคนนี้อยู่นะ ทีแบบนี้ทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ” รังไรเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อจะเริ่มทำงาน

“รู้ แต่ไม่อยากได้พี่นัสเป็นคนรัก คนอะไรไม่รู้ ไม่เคยดูแลตัวเองเลย ทำตัวโทรม อายุก็ไม่เยอะ แต่ทำตัวแก่เข้าไปทุกวัน” ชบาเบะปากพร้อมกับยิ้มปรายเสน่ห์ออกมา

“เอาหล่ะ ถ้าพี่นัสมาได้ยินคงเสียใจแย่นะ ชบาต้องเห็นใจพี่นัสเขาหน่อยนะ ตั้งแต่เขาจบเกษตร เขาไม่เคยทำงานในกรุงเลย พอจบปุ๊ปก็ไปช่วยป้าทำงานเลย ไม่ได้เห็นแสงสี ทีวีก็ไม่ค่อยได้ดี วัน ๆ เห็นแต่ต้นไม้ แสงแดด และคนงาน แล้วจะให้พี่นัสเอาเวลาที่ไหนไปทำตัวให้เป็นเคป๊อปถูกใจแม่สาวชบาฉายได้ล่ะคะ” รังไรหัวเราะ

“จ้ะ ๆ แต่เย็นนี้ฉันมีนัดออกเดทด้วยนะจะบอกให้”

“กลับเด็กมหาลัยไหนเหรอ” เธอทำหน้าเชิงหยอกล้อ

“แหมไม่ได้เด็กขนาดนั้น น้องเขาเพิ่งได้งานทำวันแรก เลยจะไปฉลองกันสักหน่อย” ชบาฉายยิ้มเขิน ๆ

“อยากรู้จังเลยนะ มีแฟนเด็กมันรู้สึกยังไง” รังไรนั่งพิงเก้าอี้ แล้วก็เปิดข่าวบนหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าดู เธอคลิกไปหน้าข่าวสังคมเพื่อดูผลงานของเธอที่เพิ่งจะเปิดตัว แล้วก็นั่งยิ้มภูมิใจกับผลงานตัวเองกับการออกแบบซองขนมยี่ห้อใหม่ของโรงงานแห่งนี้

“นี่คุณปวินท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทโฆษณา คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เอ ฉันจำได้ว่านี่คือคนที่เธอเล่าให้ฉันฟังใช่ไหม เขากำลังจะแต่งงาน น่าเสียดายแทนสาว ๆ บนโลกใบนี้ซะจริง” ชบาเลื่อนเก้าอี้ตัวเองออกไป

รังไรปิดข่าวนั้นทิ้ง และนั่งวาดงานบนโต๊ะต่อ เธอหยิบภาพขึ้นมาดูแล้วนำไปสแกนลงคอมพิวเตอร์ ไม่ได้หันมาสนใจกับชบาฉายที่เดินตามมายืนข้าง ๆ

“รังไร ทำใจเถอะเพื่อน คือฉันก็ไม่รู้จะปลอบใจเธอยังไง แต่อะไรที่ไม่ใช่ของเราก็ไม่ใช่นะ”

“ฉันรู้ ขอเวลาสักพักเถอะชบา เดี๋ยวมันคงดีขึ้นมาเอง”

“มีทางเดียวนะ รังไร ถ้าเกิดว่า คุณพลอยพิณเขามีคนรักใหม่ ป่วยกระทันหัน หรือไม่งั้นก็ตาย คงจะทำให้คุณปวินท์ยุติการแต่งงานลงได้” ชบาฉายแนะ

“อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย ถ้าคุณพลอยพิณเป็นอะไรไป พี่วินท์คงจะเสียใจมาก ฉันไม่อยากให้พี่เขาทรมานเพราะการจากไปของคนรัก” เธอเดินกลับมานั่งที่โต๊ะและทำงานต่อ

“เอาอย่างนี้ซิ เพื่อเป็นการพิสูจน์ นัดเขากินข้าวเลย จะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วคุณวินท์ยังคิดกับรังไรมากกว่าน้องสาว

“ไม่ดีมั้ง” เธอส่ายหน้า

“ถ้าจะนัดคงต้องให้พี่นัส เป็นคนติดต่อแล้วฉันไปด้วยจะเหมาะกว่า แต่จริง ๆ มันคงไม่เกิดประโยชน์อะไรอีกแล้วหล่ะ” รังไรพูดจบก็หันหน้ากลับมาตั้งอกตั้งใจทำงานที่ค้างไว้ต่อ เมื่อเธอออกจากบริษัทแห่งนี้ไปแล้วจะได้ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใคร


เย็นวันนั้น รังไรขับรถไปส่งชบาฉายยังที่นัดหมายไว้ที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง รถราติดขัดพอสมควร แต่สำหรับเย็นวันจันทร์ผู้คนไม่ได้หนาแน่นอย่างที่คิด และเป็นการแก้เบื่อ รังไรเลยไปกับชบาฉายซะด้วยเลย เหตุผลสำคัญคืออยากจะไปเห็นหน้าเจ้าเด็กหนุ่มที่ชบาฉายบอกว่าจะหยุดกับเขาคนนี้แล้ว ซึ่งเพื่อนสนิทกับเธอฟังจนเอียนหูแล้วหล่ะ

“นี่ เอางี้ไหม ไว้วันหลังฉันจะนัดเพื่อน ๆ ของเด็กใหม่ฉันมาให้เธอดูตัวดีไหม”

“พูดเป็นบ้า ฉันแค่แวะมาแอบมองว่าไอ้หนุ่มหน้าใสของเธอมันน่ารักแค่ไหน เดี๋ยวฉันจะแวะไปห้องสมุดชั้นบนสักหน่อย” เธอยิ้มจาง ๆ ออกมา

“อ่ะตามใจ โน้นไง น่ารักไหม เดินยิ้มแป้นมาเชียว” เธอชี้แฟนใหม่ของเธอให้รังไรดู

รังไรทักทายหนุ่มรุ่นน้องตามมารยาท แต่เขาก็หน้าใสจริง บุคคลิกภาพดูไม่หน่อมแน้มจนเกินไป แต่ก็เอาเถอะนะ ขอให้เพื่อนโชคดีแล้วกัน รังไรร่ำลาเพื่อนเสร็จก็รีบปลีกตัวออกมา ตรงขึ้นบันไดเลื่อนไปห้องสมุดชั้นบนที่เพิ่งเปิดใหม่สำหรับนักออกแบบ ดีไซเนอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเธอเพิ่งเสียค่าสมาชิกรายปีราคาค่อนข้างสูงไปให้กับห้องสมุดแห่งนี้ เธอต้องยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกลับการได้ดูหนังสือดี ๆ จากเมืองนอกและหาข้อมูลอื่น ๆ ที่เปิดโลกทรรศน์ให้กับตัวเธอด้วย

ระหว่างที่เธอยืนเหม่อลอยขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อจะไปห้องสมุด เธอต้องตกใจหน้าซีดเผือด เพราะสายตาคู่นั้นส่งตรงมาที่เธอด้วยสีหน้าตระหนกไม่แพ้กัน

“พี่ปวินท์” เธอรีบหลบหน้าเขาทันที เหมือนทำความผิดอะไรมา

ด้วยความที่ไม่ได้มองทางเลยชนเข้าอย่างจังกับผู้ชายคนหนึ่งที่ทางขึ้น เธอล้มลง เขาฉุดมือเธอขึ้นมา

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร” เธอพูดเสร็จก็เงยหน้าขอบคุณเขา เขาส่งยิ้มมาที่เธอ และเดินตามเธอมาจนถึงห้องสมุด

“นี่ ตามมาทำไมคะ ฉันไม่ได้เจ็บตรงไหน อีกอย่างก็บอกขอบคุณไปแล้ว” เธอพูดห้วน ๆ พร้อมชักสีหน้าไม่ดีนัก

“ผมไม่ได้ตามคุณ ผมจะมาที่ห้องสมุดนี้เหมือนกัน”

“กวนหรือเปล่าเนี่ย” รังไรถามคนแปลกหน้า

“เปล่า” เขาตอบสั้น ๆ เช่นกัน ท่าทางเซอร์นิด ๆ ของเขาผสมความเป็นคุณหนูบอกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าบุคคลิกอย่างเขาจะมาห้องสมุดแบบนี้นี่นะ ช่างไม่เข้ากันซะเลย

“รังไร” ปวินท์เดินปรี่มาที่เธอ

“เป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้พี่เห็นรังไรล้ม เลยวิ่งตามมาดู” ปวินท์พูดจาห่วงใยเธอ จนเขาลืมไปหรือเปล่าว่าพลอยพิณยืนอยู่ข้าง ๆ ในตอนนี้

“พี่ อ้อ เปล่าค่ะ ไม่เป็นไร”

“แล้ว นายคนนี้เป็นใคร” ท่าทางปวินท์เหมือนอยากจะมีเรื่องยังไงชอบกล

“อ้อ เพื่อนค่ะ บังเอิญนัดกันมาดูหนังสือ” เธอตอบมั่วไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ จนชายหนุ่มแปลกหน้าต้องหยุดชะงักและมองหน้าเธอ แต่เหมือนสถานการณ์พาไปเขาเลยต้องตามน้ำ

“พี่ปวินท์มาทำธุระเหรอคะ” รังไรถามด้วยน้ำเสียงนั่นเครือเล็กน้อย ทั้งที่ก็เห็นภาพอยู่แล้วที่ในมือของเขาถือถุงเสื้อผ้าแบรนด์ดังอยู่หลายถุง

ปวินท์ไม่ตอบคำถามใด ๆ และเหมือนจะยิ้มไม่ออก

“นี่พลอยพิณ เธอเป็น”

รังไรอยากจะวิ่งหนีไปเสียแต่ตอนนี้

“ว่าที่เจ้าสาว” เสียงปวินท์แผ่วเบา

“ค่ะ สวัสดีค่ะ” รังไรยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่า

“สวัสดีค่ะ” พลอยพิณทักทายเธอ

“อย่าลืมมางานของเรานะคะ”

“ค่ะ” รังไรรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอหอย บอกไม่ถูกเหมือนกัน

“รังไรขอตัวนะคะพี่ปวินท์ เฮ้ยแกไปซิ ชักช้าเดี๋ยวห้องสมุดปิดพอดี” เธอร่ำลาคนทั้งสองแล้วกึ่งลากกึ่งจูงชายแปลกหน้าเดินตามเข้าไป จนเข้าแทบจะหยิบบัตรผ่านเข้าห้องสมุดออกจากกระเป๋าแทบไม่ทัน

เสียงเรียกของปวินท์ยังดังก้องหูอยู่ เธอไม่หรอกว่าตอนนี้เขามีสีหน้าอย่างไร อาลัยอาวรณ์ หรือ ว่าเฉย ๆ รวมถึงน้ำเสียงของเขาเธอก็แยกไม่ออก เหมือนประสาทไม่รับรู้มันอึ้งอึงไปหมด

เธอจูงเขาเข้าไปจนสุดห้องตรงเก้าอี้ที่บรรยากาศเงียบงันและนั่งลงนิ่ง ๆ

“เป็นอะไรมากไหมคนแปลกหน้า” เขาถามเธอ

“ขออยู่เงียบ ๆ ก่อนได้ไหม”

“งั้นผมไปนะ” เขาเตรียมจะลุก พอเห็นท่าไม่ดีว่าสาวแปลกหน้าอย่างรังไรไม่อยากสนทนาด้วยก็เลยหายตัวไปจากตรงนั้นสักพัก แล้วเขาก็หอบหนังสือมานั่งอ่านอยู่ข้างเธอ

“ขออยู่เป็นเพื่อนแล้วกัน”

รังไรมองหน้าเขาแล้วก็ยิ้มออกมา

“ก็ดี อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเลยไหม” เธอพูดเชิงประชด

“เอาซิ แต่ขอทำงานที่นี่ก่อนแป๊ปนะ หิวยังล่ะ” เขาถามกลับมา

รังไรส่ายหน้าและไม่ตอบคำถามใด ๆ เธอเดินไปหาหนังสือแล้วเอามานั่งอ่านอยู่ข้าง ๆ เขา

มิตรภาพที่เกิดขึ้นใหม่ในตอนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกดีได้พอสมควร แต่ในหัวใจอยากจะตะโกนร่ำร้องออกมา ถึงชายในฝันสมัยวัยเยาว์ ถ้าปาฎิหาริ์ยมีจริง และ เธอเป็นเนื้อคู่กับปวินท์ ฟ้าคงดลใจให้เราได้พบกันและรักกันโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ

“เพี้ยง ๆ” อยู่ ๆ คำพูดนี้ก็หลุดปากออกมา

“เสกอะไรอยู่เหรอ คุณแม่มด”

รังไรลืมตัวเลยเผลอหน้าแดงออกมา “ถ้าพรหมลิขิตมีจริง ชีวิตคงไม่ยุ่งเหยิงใช่ไหม”
ชายแปลกหน้า พยักหน้าและยักคิ้วพร้อมยิ้มออกมา ดวงหน้าของเขาทำให้เธอยิ้มออกมาได้อย่างลืมตัว





Create Date : 16 มกราคม 2555
Last Update : 16 มกราคม 2555 8:20:32 น. 3 comments
Counter : 417 Pageviews.

 
มาช้าไปหน่อย แต่ก็เอามาลงแล้ว ขอโทษทีนะคะ


โดย: nalinnovel วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:8:26:59 น.  

 
สวัสดีจ้า มาทักทาย ให้กำลังใจนะจ๊ะ


โดย: สายธาร/กนกนารี วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:15:49:50 น.  

 
รังไรเจอหนุ่มแปลกหน้าซะแล้ว สงสัยจะเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยซะด้วย ปวินท์มามองอะไรกันตอนนี้ ส่วนพี่นัสสงสัยจะได้ชิมแห้วรึเปล่าเนี่ย


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 19 มกราคม 2555 เวลา:4:02:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.