Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังไรลวงรัก รังที่ 19



รังไรลวงรัก
รังที่ 19


รังที่ 19




รังที่ 19

รังไรรู้สึกไม่สบายใจหนักในเช้านี้ เพราะสีหน้าเธอไม่สู้ดีเท่าไหร่ หลังจากเธอขับรถกลับจากสนามบินเพื่อส่งเพื่อนรักอย่างชบาฉายให้ไปใช้ชีวิตในแบบของเธอเอง

‘เราคงจะเหงามากกว่า หรือว่าเราจะไม่สบาย เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงและเริ่มอุณหภูมิสูงขึ้น’ รังไรยกมือคลำหน้าผากตัวเอง

สายลมแรงพัดมาวูบหนึ่งและแสงแดดก็เริ่มทอแสงส่งพลังอุ่น ๆ มายังตัวเธอที่นั่งหลับตาเพื่อทบทวนเรื่องที่วกวนในสมอง

“รังไร” เสียงของปวินท์ดังอยู่ที่ประตูหน้าตัวบ้าน

“ค่ะพี่ปวินท์ ทำไมถึง...” เธอยังไม่ได้คำตอบจากความสงสัย ว่าทำไมเขาถึงสามารถลงจากเตียงและพาตัวเองนั่งรถเข็นและเคลื่อนรถมาถึงหน้าประตูบ้านได้ทั้งที่ขาเข้าเฝือกด้านหนึ่ง แขนทั้งสองข้างยังอักเสบขนาดอาบน้ำยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

“ทำไมกลับมาเร็วจังเลย ไหนบอกพี่ว่าจะมาถึงใกล้ ๆ เที่ยง”

“ค่ะ รังไรไม่ได้อยู่รอจนเครื่องบินออกจากรันเวย์นี่คะ ส่งเสร็จก็รีบบึ่งรถกลับมาหาพี่ปวินท์ทันที รังไรเป็นห่วงพี่ปวินท์มากนะคะ” เธอยิ้มและลืมเรื่องที่วิตกกังวลไปเมื่อครู่

“ฟังแบบนี้ชื่นใจจังเลยค่ะ”

“พี่ปวินท์คะ ความทรงจำของพี่เริ่มกลับมาบ้างหรือยัง มีสิ่งหนึ่งที่รังไรสงสัย คือ” เธอกระอักกระอ่วนที่จะพูดออกไปเพราะกลัวว่าเขาจะเสียความรู้สึก

“มีอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ ได้นะ การที่เราเก็บความรู้สึกไว้มันไม่ดีนักหรอก เพราะมันอาจจะทำให้เรื่องเล็กน้อยที่เราแอบเก็บไว้ในใจทำให้กลายเป็นปัญหาสู่เรื่องใหญ่ได้” เขาดูซีเรียสเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

“คือว่า...” รังไรเม้มปากแน่น เธอเดินขึ้นไปบนบ้านและเข็นรถของเขาไปที่ห้องรับแขกและนั่งลงที่พื้นและจับมือของปวินท์ขึ้นมาแนบแก้มของเธอ

“สิ่งที่รังไรจะพูดกับพี่ปวินท์ มันเป็นเพียงแค่ความสงสัยเท่านั้นนะคะ ซึ่งคำว่าสงสัยของรังไรไม่ได้รวมความรู้สึกที่แท้จริงเข้าไปด้วยเต็มร้อย” เธอยิ้ม

“เกริ่นกันมาขนาดนี้ทำให้พี่ตื่นเต้นมาก อยากจะฟังเต็มแก่แล้วหล่ะ” เขาหัวเราะร่วน

“เริ่มนะ” ใบหน้าขี้อ้อนของเธอทำให้ปวินท์ยิ้มไม่หยุด

“ทำไมพี่ปวินท์ถึงไม่เคยแสดงกับรังไรเลยคะว่า รังไรอาจจะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพี่ แล้วเรื่องที่รังไรกับชบาฉายบอกไปว่าพวกเราเป็นใคร พี่ปวินท์เคยสงสัยกลับมาบ้างไหมคะ ว่าบางทีเรื่องที่รังไรพูดกับพี่ไปอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง....ทั้งหมด”

เขาถอนหายใจออกมาและลูบศีรษะเธอ

“จะให้คิดยังไงดีล่ะ” เขาหลับตาสักพัก สีหน้าไม่ได้แย้มยิ้มเหมือนที่ก่อนจะได้ยินสิ่งที่สาวน้อยตรงหน้าเอ่ยปากออกมา

“อาจจะเป็นเพราะแววตาและการแสดงออก การปรนนิบัติที่ดีที่รังไรมีให้พี่มั้งคะ ที่ทำให้พี่เชื่อว่ารังไรไม่ได้โกหกที่มาที่ไปของพี่ว่าพี่เป็นใคร อีกอย่างเราสองคนเป็นสามีภรรยากันไม่ใช่หรือคะ รังไรมีน้ำตาเวลาเห็นพี่เจ็บปวด รังไรวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุของพี่ทั้งหมดที่รังไรทำให้พี่ถ้าไม่ใช่เพราะความรัก แล้ว รังไรจะโกหกพี่เพื่ออะไร” เขาเพ่งมองไปที่สายตาแสนเศร้าของเธอยามนี้

“ขอบคุณที่พี่ปวินท์เข้าใจ แต่สักวัน บางที” เธอเม้มปากและกำมือแน่น เหมือนมีเรื่องหนักใจซ่อนอยู่

“สักวันพี่อาจจะเกลียดรังไร หรืออาจจะสักวันที่พี่ปวินท์จะกลับมารักรังไร” เธอแค่นหัวเราะออกมา รู้สึกถึงความสับสนใจหัวใจตอนนี้

“ทำไมพูดจาแปลก ๆ หรือว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะว่าเราทะเลาะกันหรือเปล่า เรามีเรื่องอะไรบาดหมาง หรือว่ามีเรื่องที่เราไม่เข้าใจกันหรือเปล่า แต่พี่ว่าอย่าไปสนใจเลยนะคะ ถึงความจำจะไม่กลับมา เราสองคนมาสร้างความทรงใจใหม่ที่ดีระหว่างกันก็ได้นี่คะ” เขาพูดจาอ่อนโยนและแสนสุภาพกับเธอ

รังไรเอื้อมไปจับมือของเขา

“ขอโทษนะคะที่พูดเรื่องปวดหัวแต่เช้าเลย แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่พี่สงสัยมาตลอด ถ้าเราเป็นสามีภรรยากันทำไมเราไม่นอนห้องเดียวกัน ทำไมเราไม่มีการหอมแก้ม หรือว่ากอดกันเลยสักครั้ง อันนี้น่าคิดนะ” เขาหัวเราะเสียงใสออกมาเล่นเอาสาวน้อยที่นั่งอยู่ที่พื้นรีบปล่อยมือออกจากมือของเขาทันทีพร้อมกับโชว์แก้มแดงนวลให้เขาได้เห็นอีก

“พี่ปวินท์คงจะเริ่มหิวแล้ว รังไรไปเตรียมอาหารเช้าให้พี่ดีกว่า”

รังไรรีบวิ่งเข้าห้องครัวไป ปวินท์ได้แต่ยิ้มตามหลังเธอ เขาพยายามยกเท้าที่เข้าเฝือกไว้รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่าบอกไม่ถูก ขาอีกข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ก็มีแผลฟกช้ำที่ตอนนี้รอยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มแล้ว ส่วนแขนทั้งสองข้างยังรู้สึกปวดร้าวบ้างบางขณะและผสมกับความอ่อนแรงบอกไม่ถูก


สองหนุ่มมุ่งหน้าขับรถสีหน้าของโสมนัสเหมือนพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจไม่ได้แสดงออกมาให้กับจุลได้รับรู้ว่าตอนนี้เขาวิตกกังวลหรือว่าสบายใจที่กำลังจะขับรถไปรับน้องสาวที่ยังไม่รู้สถานการณ์ล่วงหน้า แต่แววตาของเขาไม่สามารถปิดบังความรู้สึกห่วงใยน้องสาวของเขาไว้ได้เลย จุลสัมผัสได้กับความเร็วของรถที่มุ่งไปสู่ข้างหน้าอย่างไม่ได้หยุดพักข้างทางกันเลยตั้งแต่ออกจากไร่ชาเขียวในช่วงเช้ามืดวันนี้

“จุลเป็นไงหิวข้าวหรือเปล่า”

“ไม่ครับ” เขาปรับเบาะที่เอนนอนลงยาวมาตลอดทาง ตอนนี้หัวใจของเขาเหมือนกำลังจะหมดเรี่ยวแรงบอกไม่ถูก คืนนี้เขาจองตั๋วเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ แบบกระทันหัน เพราะพลอยพิณเรียกประชุมทีมงานด่วน โดยเฉพาะเขาที่ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของงานชิ้นนี้ด้วย

“พี่นัสครับ”

“ว่าไง”

“ผม คือ...” เขาอ้ำอึ้งและถอนใจออกมา

“มีอะไรก็ว่ามาซิ ตอนนี้เราก็สนิทกันพอสมควรแล้วนะ มีอะไรบอกกันตรง ๆ ลูกผู้ชายไม่มีเอาไปพูดต่อความยาวกับคนอื่น ๆ อยู่แล้ว จุลก็เหมือนน้องชายของพี่คนหนึ่งนะ” โสมนัสยื่นมือมาตบบ่าของเขาเพื่อให้เขารู้สึกวางใจ

“ครับ ผมแค่อยากจะขอร้องบางอย่าง”

โสมนัสพยักหน้ารับรู้

“ถ้าไปถึงที่บ้านบนดอยชิดฟ้า ผมขอรอพี่อยู่ที่รถได้ไหมครับ คงไม่เหมาะนักที่จะเข้าไปตามรังไรกับพี่ บางทีเธออาจจะอายหรือว่าตกใจ” จุลหลบสายตามองออกไปนอกรถ

“ถามจริง ๆ เถอะนะ ตอนที่พูดออกมานี่รู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ ที่หัวใจบ้างไหม” โสมนัสหัวเราะเสียงใสออกมา

“แหมพี่นัสครับ แซวอะไรก็ไม่รู้นะ” เขาแค่นหัวเราะพร้อมยิ้มแหย ๆ ออกมา สีหน้าขาดความมั่นใจบางขณะ ไม่เหมือนกับตอนที่แรกพบกันที่กรุงเทพฯ ยิ่งเขาแสดงความรู้สึกออกมาเท่าไหร่ โสมนัสยิ่งเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างในตัวจุลมากขึ้นทุกที

จุลมองทิวทัศน์สองข้างทางเขาต้องพยายามยิ้มออกมาเพื่อให้โสมนัสรู้สึกดีขึ้นและอีกส่วนหนึ่งคงต้องให้กำลังใจตัวเอง เมื่อคืนเขานอนคิดตลอดทั้งคืนว่าที่เขาวิตกกังวลและทรมานใจอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่รังไรหายตัวไปเป็นเพราะว่าเป็นห่วงในฐานะเพื่อนคนหนึ่งที่แม้จะรู้จักกันในเพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักกันถึงหนึ่งวันเต็ม หรือว่าเขาอาจจะเริ่มมีใจให้กับเธอแล้ว ไม่นานหนักโสมนัสก็ขับรถมาถึงยังจุดหมายปลายทางเขาลงมายืดเส้นยืดสายหลังจากขับรถยาวนานแบบไม่หยุดพัก

“ว่าไงเปลี่ยนใจเข้าไปด้วยกันไหม” โสมนัสเดินอ้อมมาทางประตูรถด้านผู้โดยสาร

“ไม่ดีกว่าครับ” เขาถอนใจออกมาพร้อมยิ้มอย่างอ่อนล้าในความรู้สึก

พอโสมนัสหายตัวเข้าไปในรั้วบ้านหลังงามบนดอยชิดฟ้าแล้ว เขาเปิดประตูลงจากรถและข้ามถนนไปอีกฟากหนึ่งซึ่งพอจะมองเห็นเข้าไปยังสนามหน้าบ้านของหลังนั้น ตอนนี้เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่รู้ว่ารังไรจะไหวตัวทันและพาปวินท์หนีไปที่อื่นอีกหรือไม่เขาเดาใจรังไรไม่ออกจริง ๆ จุลก้มหน้ามองพื้นและเตะก้อนหินอย่างเต็มแรงเหมือนกับจะให้มันข้ามผาสูงที่เขายืนท้าลมและแดดอ่อน ๆ อยู่ในขณะนี้


ฮ่า ๆ ๆ เสียงหัวเราะของปวินท์และรังไรผสานกันอย่างมีความสุข รังไรเล่านิสัยในวัยเด็กของเธอให้เขาฟัง ปวินท์หัวเราะในความเปิ่นและช่วงเวลาที่เธอเรียนมหาวิทยาลัยกับนิสัยที่เพี้ยน ๆ แบบเด็กศิลปะทั่วไป ตอนนี้รังไรเริ่มสบายใจขึ้นและพูดคุยกับปวินท์อย่างมีความสุข

“ถ้าอย่างนั้นวันหลังรังไรสอนพี่วาดรูปแบบหลับตาบ้างนะ”

“จะดีหรือคะ มันจะสกปรกและเลอะเทอะนะ”

“บางทีชีวิตคนเรามันต้องมีสีอื่นที่ไม่ใช่สีขาวบ้างนะคะ รังไรรู้ไหม ชีวิตของพี่มีแต่สีขาวมาตลอดทำทุกอย่างเพื่อคนที่รักเรามาตลอดจนทุกคนเข้าใจว่าพี่เป็นสีขาว แต่อีกด้านหนึ่งคนเราก็อยากเติมสีอื่น ๆ ให้กับตัวเราเองบ้าง” ปวินท์ยิ้มออกมา

ในขณะที่รังไรวางช้อนและส้อมลงอย่างประหลาดใจ

“เป็นอะไรไปคะรังไร ทำไมทำหน้านิ่งแบบนั้น เอ้าดูซิมองพี่ตาไม่กระพริบเลย”

“อ้อ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร รังไรเก็บจานไปล้างก่อนนะคะ อ้อก่อนไปล้างจานรังไรจะเข็นรถของพี่ปวินท์ไปที่หน้าบ้านก่อนนะคะ รับอากาศตอนเช้า ๆ หลังทานอาหารจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้น และรังไรก็จะชงชาอุ่น ๆ ให้พี่ดื่มด้วยคะ จะได้สบายท้องนะคะลดไขมัน ไม่งั้นพี่ปวินท์อ้วนแย่เลย” เธอเดินมาเข็นรถของเขาออกไป เขาจับมือเธอไว้อย่างแผ่วเบา

“นัส” เสียงของปวินท์แผ่วเบาออกมา

“พี่นัส” เธอเปล่งเสียงนั้นออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“ขอบคุณที่ยังจำได้นะ”

“พี่นัส คือ...” รังไรก้าวขาแทบไม่ออกสีหน้าเธอบอกไม่ถูกเหมือนกันทั้งดีใจเสียใจ มันหนักอึ้งจุกหน้าอกและจุกที่ลำคอบอกไม่ถูก หรือว่าไอ้อาการกังวลแปลก ๆ ในช่วงเช้าหลังจากชบาฉายคงเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างว่าเวลาแห่งความสุขของเธอกับแผนที่ไม่ได้ตั้งใจมันกำลังจบลงแล้ว

“ไงปวินท์มีความสุขดีไหม” โสมนัสเสียงเครียด

ปวินท์ปั้นหน้าไม่ถูก แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเงยหน้ามองรังไร

“พี่ปวินท์คะ นี่พี่โสมนัสพี่ชายของรังไรเองนะคะ และพี่นัสก็เป็นเพื่อนสนิทของพี่ปวินท์ด้วยค่ะ พี่พอจะจำได้ไหมคะ” รังไรคลุกเข่าลงนั่งข้างรถเข็น

“ทำไมความจำเสื่อมหรือไง” โสมนัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกวน ๆ

“พี่ปวินท์รอตรงนี้นะคะ รังไรมีเรื่องต้องคุยกับพี่นัสก่อน” เธอรีบลงจากระเบียงบ้างและลากแขนโสมนัสไปอีกทางพอที่จะพูดคุยโดยที่ปวินท์จะไม่ได้ยิน

“น้องจะลากพี่ไปไหนรังไร” โสมนัสสะบัดแขนของเขาออกจากเธอ

“พี่นัสมาได้ยังไง ใครบอก”

“ไม่มีใครบอกทั้งนั้นรู้บ้างไหมว่าใคร ๆ ก็เป็นห่วงรังไรทั้งนั้นทำแบบนี้หมายความว่ายังไง” เขาขึ้นเสียงกับน้องสาวของเขา

“ไม่มีเหตุผล รังไรแค่บังเอิญไปพบพี่ปวินท์ตอนเกิดอุบัติเหตุเท่านั้นเอง แล้วรังไรก็พาตัวพี่ปวินท์ไปรักษา” เธอพยายามอ้างเหตุผล

“รักษาเหรอ แล้วทำไมไม่ติดต่อกับใครเลย พี่ยังเป็นพี่ของรังไรอยู่หรือเปล่า ปวินท์เขามีญาติ มีพ่อแม่ มีคนรักและเป็นห่วงเขาอีกนะ รังไรจะมาครอบครองปวินท์เป็นของตัวเองคนเดียวได้ยังไง” โสมนัสพยายามอธิบาย

“แต่ตอนนี้...”

“รังไรฟังพี่นะ วันที่เกิดอุบัติเหตุใช่มันเป็นเรื่องบังเอิญที่น้องไปพบและช่วยเหลือปวินท์ แล้วน้องทิ้งคุณพลอยพิณอยู่ข้างรถน้องสลบอยู่คนเดียวได้ยังไง”

“คุณพลอยพิณ ไม่จริง รังไรไม่เห็น รังไรไม่ได้ทิ้ง รังไร” เธอมีน้ำตาหล่นสายมาด้วยอาการตกใจ

“คุณพลอยพิณอยู่กับปวินท์ด้วยตอนเกิดอุบัติเหตุ น้องใจดำมากเลยรู้ไหมที่ทิ้งเธอไว้แบบนั้น รังไรจะให้ทุกคนคิดยังไงว่าน้องไม่ได้รักพาตัวปวินท์มา” โสมนัสไม่รู้จะพูดยังไรออกไปแล้ว

“พี่นัสรังไรแค่ รังไรแค่รักพี่ปวินท์เท่านั้น ถ้ารังไรรู้ว่าคุณพลอยพิณอยู่ตรงนั้นด้วย รังไรจะไม่ทำแบบนี้” เธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“กลับบ้านเราและส่งปวินท์คืนคนรักของเขาเถอะรังไร หมดเวลาเล่นสนุกแล้วนะ” เขาพยายามปลอบน้องสาวของเขา

“พี่นัส รังไรมีความสุขมากเลยรู้ไหม” เธอเอื้อนเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา

“พี่รู้ ยิ่งเขาความจำเสื่อมแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร ยังไงเขาก็ไม่รักเราอยู่ดี” โสมนัสต้องพูดตรง ๆ ออกไป

“ไม่จริง คุณเป็นใครกันแน่ถึงมาว่าเราไม่รักกัน” ปวินท์พยายามลุกจากรถเข็นและกระโผลกกระเผลกเดินมาและล้มลงไป รังไรตกใจรีบวิ่งไปประคองเขา

“รังไรเป็นภรรยาของผม สิ่งที่คุณพูดหมายความยังไง” ปวินท์ส่งเสียงดังออกไป

“นายบ้าไปแล้วแน่ ๆ เลย นายมีคู่หมั้นแล้ว นาย”

“พอค่ะพี่นัส อย่าพูดอะไรตอนนี้เลยนะคะ” รังไรพยายามห้ามไม่ให้พี่ชายของเธอพูดอะไรออกมามากกว่านี้ ถึงรู้ว่าสิ่งที่โสมนัสเอ่ยออกมามันคือความจริงก็ตาม

“กลับบ้านกับพี่รังไร”

“แต่พี่นัสคะ รังไรอยากจะอยู่กับพี่ปวินท์”

“ในฐานะอะไร น้องกำลังหลอกตัวเองรู้ตัวบ้างหรือเปล่า รู้ตัวได้แล้ว เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว” โสมนัสเริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

“รังไรไม่กลับ”

“รังไร” โสมนัสเรียกชื่อเธอดัง ๆ แต่รังไรก็เอาแต่ร้องไห้

“พี่นัสครับพอเถอะครับ” จุลเดินเข้ามาในวงสนทนา เขาไม่ได้มองสาวน้อยตรงหน้าเลยสักนิด และเดินตรงไปหาโสมนัสและพูดเสียงเรียบออกไป

“เอาเป็นว่าคุณไปเก็บของแล้วกัน แล้วกลับไปอยู่กับพี่นัสที่ไร่ ไม่ว่าคุณกับพี่ปวินท์จะอยู่ในฐานะอะไรก็ตามอย่างน้อยก็อยู่ในสายตาของพี่ชายของคุณ อย่าดื้อกับพี่นัสเลย เขาเป็นห่วงคุณมากรู้ไหม” จุลหันหลังให้เธอ พอพูดจบเขาก็เดินกลับออกไป

“ผมไปรอที่รถนะพี่นัส” เขาไม่สามารถจะมองรังไรได้เต็มตาในตอนนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาไม่รับประกันว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์แบบโสมนัสได้หรือไม่

“จุล” รังไรส่งเสียงเบา ๆ ออกไป เขามาอยู่กับเธอณ ตอนนี้ด้วย ถ้าอย่างนั้นตลอดเวลาที่เกิดเรื่องราวเขาก็อยู่ที่ไร่กับพี่ชายของเธอด้วยงั้นหรือ ข้อความต่าง ๆ ที่ส่งมาหาเธอมันซ่อนความเป็นห่วงอยู่ แล้วเกิดอะไรขึ้นหัวใจของรังไรตอนนี้มันหนักหน่วงจนจะทานไม่ไหวแล้ว น้ำตามาจากไหนทำไมไม่หยุดไหลสักที

‘จะทำยังไง จะทำยังไง’ เสียงพูดแบบนี้ดังกึกก้องในหู

รังไรหันมองตามหลังของเขา ศีรษะของเขาเหมือนมันกำลังก้มลง แผ่นหลังของเขามันดูว่างเปล่าเสียเหลือเกิน ภาพของจุลจากด้านหลังมันช่างลางเลือนเหลือเกิน เขาไม่ได้กำลังจากเธอไปจริง ๆ ใช่ไหม ชายแปลกหน้าผู้แสนดี แต่ภาพที่มองตอนนี้ไม่ชัดเจนเพราะแสงอาทิตย์ที่สาดเข้าดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังบอดสนิทเพราะความรักแบบผิด ๆ อยู่ใช่ไหม

‘ทำไมทุกคนที่ได้พบกับจุล มันเป็นเรื่องบังเอิญ หรือว่าใครส่งเขามาเตือนสติรังไรผู้แสนโง่เขลาคนนี้ให้เดินกลับถูกทางทุกครั้งเลยใช่ไหม จุล จุล’ เสียงเรียกที่ดังจากหัวใจและไร้ซึ่งเสียงที่เปล่งออกมาให้ใครบนโลกนี้ได้ยิน รวมถึงตัวเขาด้วย



Create Date : 15 กันยายน 2555
Last Update : 15 กันยายน 2555 22:08:52 น. 2 comments
Counter : 793 Pageviews.

 
ส่งตอนต่อไปมาได้แล้ว กำลังมัน


โดย: PooM IP: 203.155.182.103 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:17:23:20 น.  

 
จ้า กะลังเร่งปั่นยิก ๆ เลย
พอดีช่วงนี้ปิดงบการเงิน ออดิทเข้า
หัวแทบแตกละ

แต่จะแบ่งเวลามาผ่อนคลายกับการเขียนนิยายนะจ้ะ
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ


โดย: นลิน IP: 203.144.233.115 วันที่: 25 กันยายน 2555 เวลา:17:50:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.