Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังที่ 11



รังไรลวงรัก
รังที่ 11

บทที่ 11

จุลนั่งตรวจแบบอีกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไปพบลันนาในเช้าวันนี้ แต่ก่อนออกจากบ้านเขาได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากตุล พี่ชายของเขา

“ยังไม่นอนหรือไงพี่ชาย” เขาทักกลับไป

“ใกล้แล้ว นั่งอ่านหนังสืออยู่ เป็นไงบ้างเราเห็นคุณแม่โทรศัพท์มาบอกว่าเรามีงานทำแล้วไม่ใช่เหรอ”

“คุณแม่ดีใจขนาดนั้นเชียว” เขาหัวเราะกลับไป

“ก็ทำงานกับพี่ปวินท์ ผมไม่รู้พี่รู้จักหรือเปล่า แต่ว่าเขาเป็นคู่หมั่นกับคุณพลอยพิณ ลูกสาวเพื่อนคุณพ่อ พี่พอจะรู้จักไหมครับ” จุลถามกลับไป

“รู้ซิ เคยได้รับการแนะนำให้รู้จักเหมือนกัน แต่ตอนนั้นพี่มีลันนาอยู่แล้วเลยปฏิเสธไป ตอนงานหมั้นพี่ยังไปร่วมงานเขาอยู่เลย ตอนนั้นจุลยังอยู่อเมริกาอยู่เลย”

“ดีนะผมไม่โดนจับคลุมถุงชน”

“ก็ไม่แน่หรอกจุล ว่าแต่ลันนาเป็นยังไงบ้าง” เขาถามเสียงเครือ

“ทำไมไม่ติดต่อไปเอง จนวันนี้ผมก็ไม่เข้าใจพี่เหมือนกันทำไมถึงทิ้งเธอไปได้นะ ลันนาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี” จุลพยายามสาธยาย

“พอแล้วจุล พี่ฝากดูแลและให้กำลังใจเธอด้วย จัดการร้านของเธอให้เรียบร้อยนะ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็บอกพี่มา พี่ช่วยเต็มที่แต่อย่าบอกลันนาก็พอแล้ว” ตุลถอนหายใจ

“ผมช่วยเธอเต็มที่อยู่แล้วพี่ตุล แต่เหตุผลอะไรที่พี่ไม่ติดต่อ อีกนานไหมกว่าพี่จะกลับ”

“อีกหนึ่งปี”

“ไม่กลัวว่าลันนาจะมีคนอื่นหรือไง” จุลถามกลับ แต่เขาเริ่มรู้สึกผ่าวบนหน้าเล็กน้อย เพราะจิตใจของเขากำลังคิดไม่ซื่อกับคนรักของพี่ชายตัวเอง

“ไม่กลัว พี่เชื่อมั่นในตัวลันนาว่าเขาจะรอคอยพี่เสมอ” ตุลพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“ดีครับ”

สองพี่น้องวางสายไปแล้ว หัวใจที่ฟูฟ่องเมื่อครู่ผสมกับความดีใจที่จะได้พบลันนา ตอนนี้มันหล่นวูบหายไปแล้ว ขามันปัด ๆ เซ ๆ เวลาเดินชอบกล

“ลันนากับพี่ตุลมีความหนักแน่นทางหัวใจจริง ๆ แล้วรังไรล่ะ คุณก็เป็นแบบนั้นใช่ไหม รวมถึงพี่ปวินท์ด้วย เอ เราเป็นอะไรไปนะ คิดอะไรไม่เข้าท่าเลย วันนี้เรามีหน้าที่ช่วยงานลันนา และ พูดให้รังไรตาสว่างจากความรักที่เธอรอคอยมานานแสนนานไม่ใช่เหรอ” จุลถอนใจ และขับรถออกจากบ้านไป


พอไปถึงลันนากำลังนั่งอ่านหนังสือรออยู่ในร้าน แต่พอจะก้าวขาเข้าร้าน เสียงใส ๆ ของยายแม่มดก็ตะโกนดังตามไล่หลังมา

“เรียกเสียงดังทำไม” เขาหันไปตำหนิเธอ

“อ้าวก็คุณนัดฉันมา พอเจอก็ต้องเรียกซิ แล้วคุณจะเข้าไปในร้านนั้นทำไม” เธอถามเขาด้วยหน้าตาใสซื่อ

“พูดมากจริง ๆ”

“นี่คุณว่าใคร งั้นกลับก็ได้” เธอเลยสะบัดหน้าออก

“ไม่เอาน่า พี่รังไร อย่าโกรธผมเลยนะครับ”

คำว่าพี่มันแปลบที่หัวใจรังไรจนบอกไม่ถูก เธอรู้สึกเหมือนเหงื่อตกยังไงก็ไม่รู้ มันอายจนไม่อยากหยุดยืนตรงนี้ ก็ชายคนนี้เธอเคยคุยด้วยความสนิทสนมแต่มาวันนี้ เขาเป็นรุ่นน้องจะให้ทำตัวเหมืนอเดิมหรือว่าวางตัวเองซะใหม่ในตำแหน่งพี่สาว ยิ่งทำให้สับสนไปหมด

“รังไรครับ อย่าโกรธเลยนะ แซวเล่น อ้อจะให้เรียกพี่ พี่รังไร พี่รังไร พี่รังไร”

“อุ้ย” เขาหันมาตกใจ เพราะตอนนี้ รังไรเริ่มชักสีหน้า ผสมกับแววตาขาดความมั่นใจ

“อ้าว จุล” ลันนาเปิดประตูร้านออกมาต้อนรับ เพราะเห็นว่าเขากำลังคุยกับสาวน้อยคนหนึ่ง แต่คล้ายจะมีปากเสียงกันเพราะเสียงเข้าไปในร้าน

“จุล มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เธอดึงข้อศอกเขาให้เขาเดินเขยิบมาข้างเธอ

“ลันนา ไม่มีอะไรหรอก นี่รังไรเป็นเพื่อนจุลเอง รังไร นี่ลันนาเพื่อนจุล” เขาแนะนำ

“สวัสดีค่ะ น้องรังไร” ลันนาทักทายเธอ เพราะดูจากหน้าตาของรังไรแล้ว เธอเข้าใจว่าเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับจุล

“เชิญค่ะ ร้อนหน่อยนะคะ เพราะว่ารอช่างมาติดเครื่องปรับอากาศอยู่ค่ะ” ลันนาเชื้อเชิญทั้งสองคนเข้าไป แต่รังไรหน้าไม่สบอารมณ์นัก ถึงแม้เธอจะยิ้มรับกับลันนาก็ตาม จุลเอามือดันหลังเธอ พยายามส่งยิ้มให้แต่ยายแม่มดท่าทางจะโกรธเขาจริง ๆ ซะแล้ว

“รังไรจะมาเป็นผู้ช่วยผมในการแต่งร้านนะลันนา”

“ดีจังเลยค่ะ ขอบคุณน้องรังไร ว่าแต่ทั้งสองคนนี่ยังหางานทำไม่ได้กันใช่ไหมถึงพากันมาช่วยดูร้านให้พี่” ลันนาถามกลับเธอ

“อ๋อเปล่าค่ะ รังไรทำมาหลายปีแล้วค่ะ เพิ่งจะลาออก”

ลันนาได้ยินแบบนั้นเลยทำหน้างง

“รังไรเป็นเพื่อนรุ่นพี่ครับลันนา” จุลส่งน้ำเสียงหวานกลับไป

“จริงหรือคะ แต่หน้ายังเด็กอยู่เลย นึกว่าเพิ่งจบเหมือนกับจุลค่ะ” ลันนาหัวเราะออกมา นี่ขนาดหัวเราะเธอยังดูสวยเลย ติดอยู่ที่แววตาเธอดูเหงาไปเท่านั้นเอง

“จะให้ฉันช่วยอะไร” เธอกระซิบถามเขา

“ลันนาดูแบบก่อนนะ ส่วนใหญ่ที่วางคอนเซปท์ไว้จะเป็นโทนน้ำตาลอ่อน สีชมพูปูนแห้ง สีครีม มันดูเรียบ ๆ จุลเลยใส่สีฟ้าอ่อนเพื่อเสริมลายระบายเหมือนริมผ้าม่านใส่เข้าไป มันจะได้ดูสดใสขึ้นนิดนึง” เขาเอียงศีรษะอธิบายงานอย่างสนิทสนม

“น่ารักจังเลยจุล ร้านไหมพรมของลันนาต้องออกมาดูดีแน่เลย ลันนาอยากให้สีไม่ฉูดฉาดมากนัก เพราะว่าถ้าสีร้านเด่นเกินไปจะทำให้ไหมพรมในร้านไม่น่าสนใจ อีกอย่างอยากให้บรรยากาศร้านดูสบายตา ว่าแต่วันนี้จุลว่างหรือไป ลันนาจะชวนไปเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับสีร้านด้วยเลย” ลันนาพูดปาว ๆ

“ได้ซิ” เขาตอบด้วยความเต็มใจ

“น้องรังไรไปด้วยกันนะคะไปช่วยกันเลือก ดูนี่ซิคะ แบบร้านที่จุลออกแบบให้” เธอยื่นแบบงานให้รังไรดู ผลงานตรงหน้ามันดูดีและสวยมากจริง ๆ จุลเป็นผู้ชายที่มักมีอะไรซ่อนอยู่ในความสามารถเสมอ เขาดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยแสดงออก แต่ดูผลงานของเขาซิ เห็นแล้วน่าภูมิใจจริง ๆ

“สวยค่ะ” รังไรตอบสั้น ๆ

“ทุกอย่างก็เพราะว่าลันนาพูดออกมาหมดถึงความต้องการ จุลเลยทำตามที่ลันนาต้องการ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรภายในใจของลันนา ไม่ว่ามันจะดีสุดขั้ว หรือ แย่สุดขั้วแค่ไหน แค่เพียงลันนาบอกมา จุลพร้อมจะรับฟังทุกอย่าง ขอเพียงให้ลันนาสบายใจและมีความสุขเท่านั้น” สีหน้าเขาตอนนี้มันแสนอบอุ่นจนรังไรรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินขึ้นมาเลย

“จุลดีกับลันนามาตลอดเลยนะ” เธอเสียงเศร้าลง

“พี่ตุลก็ยังคงห่วงใยคุณเสมอนะ”

“ตุล” ลันนาครางชื่อนั้นออกมาเบา ๆ

“ขอโทษนะน้องรังไร” ลันนาหันไปปาดน้ำตาและขอตัวออกมานอกร้าน

แววตาของจุลยังคงจับจ้องมองออกไปยังคงนอกร้าน ตกลงว่าเขาอยากให้เธอมาพบเขาในวันนี้เพียงเพราะเพื่อจะเห็นภาพห่วงใยระหว่างลันนากับจุลเท่านั้นหรือ

สักพักลันนาเดินกลับเข้าร้านมา

“จุลคะ เราไปเลือกเฟอร์นิเจอร์กันเลยดีกว่า แล้วช่างจะมาเริ่มตกแต่งร้านวันไหนคะ”

“ก็วันจันทร์นี่ละครับ ผมอยากจะเร่งทำให้มันจบเพราะว่าสัปดาห์ต่อไปผมต้องไปสำรวจโลเกชั่นสำหรับถ่ายโฆษณาที่ไร่ชา น่าจะมีเวลามาตรวจงานให้เรียบร้อยก่อน” เขาหันไปยิ้ม

“ดีจังคะ น้องรังไรไปด้วยกันนะ ช่วยกันเลือก” ลันนาชวนเธอ ในขณะที่เธอทำน่ากระอักกระอ่วน

“คุณเอารถมาหรือเปล่า” จุลหันไปถามรังไร

เธอส่ายหน้า

“เตรียมพร้อมเลยนะ” จุลพูดเบา ๆ และหัวเราะออกมา

“ว่าไงจะจุล” ลันนาหันมาถามเขา

“เปล่า ๆ แต่ตอนนี้ซิ รังไรส่งตาเขียวมาที่เขาเลยทีเดียว”


ระหว่างที่เดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยกัน รังไรเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินขึ้นทุกขณะ แม้ว่าลันนาจะพยายามจะชวนเธอพูดคุยตลอดก็ตาม

“รังไรขอตัวแป๊ปนะคะ เดี๋ยวจะเดินตามไปค่ะ”

เธอเดินออกมาจากคู่สนทนานั้น แต่สายตาของจุลซิ จับตามองจนเธอเดินหายไป

“นี่จุล มีอะไรพิเศษกับน้องรังไรหรือเปล่า” ลันนาแซวเขา ขณะที่กำลังจ่ายค่าเฟอร์นิเจอร์

“ก็ไม่มีอะไรนี่ เป็นเพื่อนกัน เรารู้จักกันโดยบังเอิญ” จุลตอบเนือย ๆ ออกไป วันนี้เขารู้ดีว่ารังไรคงกำลังรู้สึกแย่ เพียงแต่ไม่แน่ใจเท่านั้นเองว่าความรู้แย่ของรังไรเกิดจากอะไร

“ถ้าชอบเขาก็แสดงออกให้ชัดเจนไปเลย ไม่งั้นผู้หญิงจะคิดมาก”

“ยังไม่ขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง จุลเคยสัญญากับลันนาแล้วไง ถ้าลันนายังไม่มีความสุขเรื่องความรัก จุลคงไม่กล้ารักใคร”

“อย่าเอาลันนาเป็นตัวถ่วงความรักของจุลเลย อีกอย่างจุลอย่ารักลันนาเลยนะ ลันนายังรักตุลอยู่ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ลันนามั่นใจว่าสักวันตุลอาจจะกลับมาหาลันนา” เธอเสียงเศร้าลง

“พูดอย่างไม่มีเยื่อใยเลยนะ” จุลน้อยใจเล็กน้อย

“ถ้าจุลพบคนที่ใช่ อย่าปล่อยเขาให้หลุดมือไป มันเจ็บปวดนะกับการที่เราได้พบคนที่ใช่แต่มันไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ แบบที่ลันนาเป็น” เธอหันมายิ้มเศร้า ๆ

“วันหนึ่งลันนาอาจจะเปลี่ยนในมาให้จุลก็ได้ จุลจะรอนะ” เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข รังไรเดินเข้ามาพอดี คราวนี้สีหน้าเธอยิ้มแย้มผิดปกติ ไม่รู้ว่าการออกไปสงบสติอารมณ์ของเธอทำให้เธอเดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มหรือว่าเธอแอบไปโทรศัพท์หากำลังใจจากใครกันแน่

“ลันนาเย็นนี้ทานข้าวด้วยกันก่อนไหม”

“ไม่หรอก เพราะมีนัดกับเพื่อน ยังไงแวะส่งก่อนแล้วกันนะ” เธอยิ้มและเดินมาจับมือรังไร

“ขอบคุณนะคะที่มาช่วยเลือกเฟอร์นิเจอร์นะคะ”

“รังไรไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เลยนะคะ แต่ว่าตอนนี้รังไรว่างยังไงจะแวะมาดูการทำงานของช่างให้นะคะ” เธอยิ้มกลับไป

“ได้ค่ะ งั้นขอเบอร์ติดต่อด้วยนะคะ จะได้แวะเข้ามาด้วยกัน”

“ค่ะ” ทั้งสองคนแลกเบอร์โทรศัพท์และถ่ายรูปแลกเปลี่ยนกันด้วยมิตรภาพใหม่

แต่สำหรับจุลยังไม่มีภาพสักใบจากยายแม่มดคนนี้เลย


หลังจากส่งลันนาแล้ว จุลขับรถออกจากห้างสรรพสิค้าเลยเขาเหลือบมองสาวน้อยด้านหลังทางกระจกรถอยู่บ่อย ๆ รังไรนั่งนิ่งเงียบเหมือนโกรธอะไรบางอย่าง

“นี่ยายแม่มดจำได้ไหมว่าผมติดค้างเรื่องบางอย่างกับคุณ”

“จำไม่ได้” เธอตอบห้วน

“คนเราลืมกันง่ายจริง ๆ ที่เราบอกว่าจะเปิดอกคุยกัน วันนั้นคุณเล่าเรื่องคุณให้ผมฟัง แต่วันนี้ผมอยากเล่าเรื่องของผมให้คุณฟังบ้าง” จุลอธิบาย

“ก็เห็นภาพหมดแล้วนี่ไม่เห็นมีอะไรต้องมาเล่าเลย”

“นี่คุณหึงผมอีกแล้วใช่ไหม”

“ใครว่า ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย” รังไรพูดแก้เก้อ เพราะพอเขาพูดแบบนั้นออกมาเธอเลยเริ่มรู้ตัว ว่าบางทีเธอก็แสดงอาการบางอย่างเกินเหตุ ทั้งที่เธอและเขาเป็นแค่คนเพิ่งเริ่มรู้จักกันเท่านั้นเอง

“ลันนาเป็นคนรักของพี่ชายผม” เขาจบประโยคและถอนใจออกมา ตอนนี้คู่สนทนาด้านหลังเริ่มมีทีท่าหันมาสนใจเขาบ้างแล้ว เธอยื่นตัวมานั่งอยู่ตรงกลางรถและพิงหลังไว้กับส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าซ้ายมือ

“ลันนารักกับพี่ของผมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็สอบติดด้วยกันแต่อยู่กันคนละคณะ ความรักของทั้งสองคนไม่เคยถูกปริปากให้ครอบครัวผมรู้เลย สังคมของพวกเราโดยเฉพาะลูกคนโตมักจะถูกกำหนดให้คลุมถุงชนเสมอ คุณพลอยพิณเป็นหนึ่งในคนที่พี่ตุล พี่ชายผมถูกวางตัวไว้ แต่พี่ชายผมปฏิเสธประจวบกับที่คุณพลอยพิณก็รักคนอื่นอยู่แล้วคือคุณปวินท์ คุณงงไหม” จุลหันมายิ้มและถามเธอ

เธอส่ายหน้าพร้อมตั้งใจฟัง

“แต่นั่นไม่เกี่ยวกับผม แต่ที่เกี่ยวคือ ตอนเรียนจบครอบครัวผมได้รู้จักกับลันนาทุกคนยอมรับเธอได้ ยกเว้นแม่ของผม เพราะว่าลันนาเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาใช้ชีวิตเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีชาติตระกูล แต่ฐานะของเธอก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดหรอก บ้านเธอมีฐานะและมีที่หลายร้อยไร่อยู่ที่ต่างจังหวัด มันมีปัญหามากมาย ผมคอยห่วงใยเธอมาตลอดและรู้ดีว่าคงไม่มีทางที่ผมจะรักเธอได้ เพราะความรักของพี่ตุลกับลันนาหนักแน่นมากใคร ๆ ก็รู้ แต่อยู่มาวันหนึ่งพี่ตุลไปเรียนต่อต่างประเทศซึ่งเป็นสิ่งที่คุณแม่ของผมกำหนดให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว พี่ชายผมไม่ได้ขัดอะไร แต่เหตุผลการไปเรียนต่อของเขาคือสิ่งที่ใจร้ายที่สุดพี่ชายผมบอกเลิกกับลันนา ทั้งที่ไม่ได้มีใครใหม่ เขาบอกลันนาไม่ต้องรอเขา ไม่ต้องรักเขาอีกต่อไป” เขาถอนใจออกมา

รังไรเอื้อมมือไปจับไหล่ของเขาไว้เบา ๆ และยิ้มออกมา

“วันที่พวกเราไปส่งพี่ตุลที่สนามบิน ผมจำได้ดีถึงน้ำตาของผู้หญิงชื่อลันนา เชื่อไหมว่าเธอไม่ร้องไห้เลยตอนที่ร่ำลาพี่ชายของผม เธอยิ้มและอวยพรให้กับเขา แต่พอพี่ชายผมจากไปแล้ว เธอนั่งร้องไห้อยู่ที่สนามบินอยู่นานทีเดียว ในตอนนั้นผมโกรธพี่ตุลมาก ในเมื่อเขาได้รับความรักจากลันนาแบบนี้ทำไมไม่พาเธอไปด้วย ทำไมทิ้งเธอไว้ ดูซิแม้ว่าผมจะดูแลเธอห่วงใยเธอแค่ไหน เธอก็ปฏิเสธความรักจากผมมาตลอด มันคงจริงอย่างที่ลันนาบอก บางทีเราได้พบคนที่ใช่ แต่ไม่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกัน มันคือความเจ็บปวดที่สุด” น้ำเสียงเขาเศร้าและแววตาดูเหงาขึ้นมาทันใด

“แต่ทุกวันนี้คุณก็ยังได้ดูแลพี่ลันนา สักวันเขาอาจจะรับรักคุณนะ” รังไรพูดออกไป

“ผมหวังแบบนั้น คุณรู้ไหม ผมไม่ชอบสนามบินเลย เวลาใครชวนผมไปส่งหรือรับใคร ผมมักจะอาสานั่งรอในรถ หรือแม้กระทั่งผมต้องโดยทางแล้วไปที่สนามบิน พอผมเห็นบรรยากาศ แสงที่ส่อง เก้าอี้ที่นั่งรอที่นั่น ทุกอย่างมันกระชากหัวใจผมออกไปจากตัวทุกทีเลย” เขาหัวเราะเบา ๆ

“เหมือนกันเลยฉันก็ไม่ชอบสนามบิน บางทีอาจจะมีใครสักคนมาทำให้เราลืมความเจ็บปวดนั้น แต่ฉันก็ยังไม่เห็นใครเลยสักคนเดียว” รังไรหัวเราะแค่นออกมา

“ผมอยากทำให้ลันนามีความสุข ผมสัญญากับเธอ ถ้าเธอไม่สมหวังในความรักผมก็ไม่คิดจะรักใคร ถ้าลันนาต้องอยู่คนเดียว ผมก็จะอาสาอยู่คนเดียวเคียงข้างเธอ” จุลยิ้มออกมา เวลาที่เขาพูดถึงลันนาตอนนี้ดูเขามีพลังแห่งความรักมากมายเสียเหลือเกิน

“คุณยินดีที่ได้รักเธอไม่ว่าเธอจะอยู่ในสถานะใดงั้นหรือ แล้วถ้าบังเอิญมีคนที่ใช่สำหรับคุณโผล่ขึ้นมาจริง ๆ คุณก็ไม่คิดจะรักเธอคนนั้นเลยหรือ” รังไรถามออกไปตามหัวใจเรียกร้องตอนนั้น

“คงใช่” เขาตอบแล้วเงียบ

ตอนนี้รถติดไฟแดงนานทีเดียว บรรยากาศในรถเลยเงียบจนผิดแปลกไป รังไรยังนั่งอยู่ในท่าเดิมและมองไปยังดวงหน้าของเขาอย่างพินิจพิเคราะห์

“คุณมีหัวใจที่หนักแน่นมากเลยนะ เรื่องของเราสองคนคล้าย ๆ กัน ความรักของฉันมันดาวน์ลงแล้ว ทุกอย่างอาจจะจบลงเร็ว ๆ นี้ ถ้าไม่มีปาฏิหาร์ยมาช่วย แต่สำหรับคุณทุกอย่างอาจจะลงเอยเร็ว ๆ นี้ก็ได้” รังไรเสียงเศร้า

“รังไร ผมอยากให้คุณตัดใจจากพี่ปวินท์ ผมไม่อยากให้คุณเจ็บปวด คุณก็รู้ดีว่ามันทรมานในหัวใจและความรู้สึกของคุณมากมายขนาดไหน ผมสงสารคุณเวลาที่เห็นคุณเสียใจ” จุลหันมาจับมือเธอไว้

“แล้วคุณล่ะ คุณก็ทรมานไม่แพ้ฉัน ถ้าฉันบอกให้คุณเลิกรักพี่ลันนา คุณทำได้อย่างที่ฉันขอร้อง
หรือเปล่า” รังไรน้ำเสียงจริงจังมาก เธอส่งแววตาเพื่อบอกความรู้สึกบางอย่างให้กับเขา

เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมา จุลยื่นหน้ามาจนใกล้เธอ ปลายจมูกของเขาชิดที่ปลายจมูกของเธอ เขาค่อย ๆ เลื่อนหน้าของเขาลงเพื่อที่จะจุมพิตเบา ๆ ที่ริมฝีปากของเธอ แต่..

ปรี๊น ปรี๊น เสียงแตรรถคันหลังบีบไล่เพราะนี่เป็นสัญญาณไฟเขียวแล้ว เขาเลยตกใจรีบขับรถออกไป รังไรเขยิบตัวออกไปนั่งด้านหลังด้านซ้ายจนชิดขอบประตู เธอนั่งจับริมฝีปากตัวเอง เกือบไปแล้วที่ริมฝีปากของเธอเกือบเสียไปด้วยฝีมือของเขา ถ้าเขาพิจิตรอยจุมพิตนี้ได้ เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกของเธอที่กล้าทำกับเธอแบบนี้

รังไรถอนใจออกมา กับเรื่องราวแสนสับสนในหัวใจของวันนี้ตลอดทั้งวัน







Create Date : 13 พฤษภาคม 2555
Last Update : 13 พฤษภาคม 2555 20:13:12 น. 0 comments
Counter : 434 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.