Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังไรลวงรัก รังที่ 23



รังไรลวงรัก
รังที่ 23

รังที่ 23

พลอยพิณกับชุดสูทสวยวางมาดนิ่งอยู่กลางห้องประชุม เธอดูทะมัดทะแมงและพูดคุยงานอย่างฉะฉาน ระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ กับงานโฆษณาโปรเจคยักษ์ที่เจ้าของสินค้าต้องการทำให้เป็นเรื่องสั้นกับชาดังยี่ห้อหนึ่ง เธอจัดแจงวางแผนงานและนั่งฟังความคืบหน้าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทีมงานวางแผนไว้

“ดิฉันได้ส่งเรื่องดาราที่แคสติ้งให้เจ้าของชาทราบแล้วนะคะ ถือว่าเป็นคู่ขวัญที่ทางลูกค้าชอบมากอีกอย่างทั้งสองคนก็มีชื่อเสียงมาก และส่วนเรื่องเสื้อผ้ายังไงทางฝ่ายเสื้อผ้าก็นัดเจ้าตัวมาฟิตติ้งได้เลยขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สไตล์การแต่งหน้า เครื่องประดับต่าง ๆ อันไหนจะต้องติดต่อกับทางซัพพลายเออร์แล้วมีปัญหาก็แจ้งดิฉันได้นะคะ เผื่อจะได้ช่วยกันอีกทาง อ้อแล้วด้านโปรดักส์ชั่น จุลได้เตรียมงานพร้อมหรือยังคะ” พลอยพิณหันมาถามจุล วันนี้เขาแต่งตัวเรียบร้อยเพื่อเข้าร่วมประชุม

“สักเก้าสิบเปอร์เซ็นแล้วครับทุกอย่างพร้อมแล้วครับ ผมได้จัดส่งให้ทีมโลเกชั่นไปดูสถานที่ล่วงหน้าแล้วรวมถึงเรื่องสตอรี่บอร์ดและบทต่าง ๆ ได้ส่งให้นักแสดงแล้วเหมือนกัน ติดต่อที่อุปกรณ์ประกอบฉากบางอย่างซึ่งยังมีบางบริษัทยังลังเลอยู่และกำลังต่อรองเรื่องค่าเช่าของอยู่ครับ” จุลยื่นภาพอุปกรณ์ที่ยังยืมไม่ได้ให้พลอยพิณดู

“อืม ได้ค่ะ บริษัทนี้ดิฉันพอจะรู้จักเจ้าของ ยังไงคงต้องเอาชื่อไปรับประกันความเสียหายก่อน” เธอหัวเราะออกมา

“ถ้าอย่างนั้นวันจันทร์หน้าพวกเราก็จะเริ่มงานกันได้เลย” ผู้กำกับพูดออกมา

“ถ้าทุกอย่างพร้อมดิฉันก็พร้อม ว่าแต่งานนี้พวกคุณว่าจะใช้เวลาสักกี่วัน”

“ผมว่าน่าจะสักสามวันเต็ม ๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด” ผู้กำกับแสดงความเห็น

“อย่ากะเกณฑ์แบบนั้นนะคะ พอว่าดาราไม่สามารถให้คิวเราได้ขนาดไหน” พลอยพิณกล่าว

“ฝ่ายดาราว่าไงคะ” เธอหันไปถามทีมงานคนอื่นอีก

“คิวที่ดาราให้ไว้คือสามวันค่ะ”

“คุณพลอยครับ ผู้กำกับหมายถึงว่าสามวันสำหรับดารา เราจะเจาะถ่าย แต่ส่วนวันที่เหลือก็น่าจะเป็นการเก็บรายละเอียดอื่น ๆ ที่ทางทีมงานจะทำต่ออีกสักประมาณสองถึงสามวันน่าจะเสร็จ ผู้กำกับต้องการความละเอียดอ่อนของภาพที่จะออกมาด้วยครับ” จุลอธิบายเพิ่มเติม

“อ้อ โอเคเข้าใจค่ะ ตามนั้นนะคะ งานนี้ดิฉันจะไปร่วมงานกับคุณด้วย ถ้าไม่เสร็จคงไม่หนีกลับกรุงเทพฯก่อน ฝ่ายจัดหาคะ ยังไงเตรียมที่พักให้ทีมงานและทีมนักแสดงด้วยนะคะ ถ้าทุกคนอยู่สบายงานก็จะออกมาดีว่าไหมคะ” พลอยพิณยิ้ม

“แหมตั้งแต่ทำงานมาสงสัยจะมีแต่เจ้านายอย่างคุณพลอยพิณนะฮะ ที่ห่วงใยสวัสดิภาพพนักงาน” ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งพูดออกมา

“จริงหรือคะ ถ้าอย่างนั้นทุกคนก็ตั้งใจทำงานด้วยนะคะ งานชิ้นนี้จะถือเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทเลยค่ะ คิดถึงคุณปวินท์นะคะ ดิฉันอยากให้เขาได้เห็นผลงานของพวกเราจังเลยค่ะ” พลอยพิณยิ้มเหงา ๆ ออกมา

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ปิดประชุมค่ะ” พลอยพิณลุกขึ้น ทุกคนทยอยเดินออกมาจากห้อง แต่ทีมงานบางส่วนยังจับกลุ่มประชุมกันต่อ

“จุล เดี๋ยวไปพบพี่ที่ห้องด้วย” เธอเดินฉับ ๆ ออกไปพร้อมกับเลขานุการและนั่งดื่มกาแฟรออยู่ที่ห้องทำงาน สีหน้าเธอค่อนข้างเครียดหลังจากประชุมแล้ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เชิญค่ะ จุลมานั่งนี่ซิ” จุลเดินไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกในห้องทำงานสุดหรู พลอยพิณหันไปสั่งเครื่องดื่มให้กับเขา

ไม่นานนักเลขานุการก็เข้ามาเสิร์ฟชาร้อน ๆ พร้อมชุดน้ำชาที่สวยงาม

“ชาจากอังกฤษจ้ะ” เธอยกแก้วชาใบสวยขึ้นจิบทั้งที่ยังร้อนอยู่

จุลนั่งยิ้มออกมาเมื่อเห็นพลอยพิณเป่าชาไปจิบชาไปทั้งที่มันร้อน

“ยิ้มอะไรจ้ะจุล มีอะไรน่าขำงั้นหรือ อ้าวแล้วไม่ดื่มหรือไงเรา ชากานี้มาไกลนะรสนุ่มทีเดียวแก้เครียดหลังประชุม” พลอยพิณพูดอย่างอารมณ์ดี

“การดื่มชามีคำทำนายนิสัยด้วยนะครับ”

พลอยพิณเอียงหน้ามองจุลอย่างแปลกใจ

“จริงหรือจ้ะ เอามาจากไหน หรือว่าเป็นพล็อตโฆษณา”

“พล็อตโฆษณาหรือครับ น่าจะใช่ ผมคงต้องเพิ่มเรื่องนี้ลงไปเพื่อเป็นหนึ่งในความทรงจำของชิ้นงาน” จุลยกแก้วชาขึ้นแล้วหมุนไปมาอยู่หลายรอบและจิบชานั้นอย่างละมุนละไม ชาอุ่น ๆ พอกลืนลงคอมันช่างสบายคอและสบายไปถึงท้องอย่างที่โสมนัสเคยพูดไว้

“พูดจาแปลก ๆ นะเรา”

จุลยิ้ม “ว่าแต่พี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ เมื่อกี้ผมเห็นสีหน้าพี่พลอยไม่สู้ดีนัก”

“ดูออกด้วย” พลอยพิณยิ้มและนั่งพิงเก้าอี้พร้อมถอนใจออกมา

“พี่ส่งสายสืบไปตามหาวินท์แล้วนะ”

จุลรู้สึกใจหายแว้ปขึ้นมา ทั้งที่เขารู้เรื่องทั้งหมดแต่กลับไม่บอกอะไรให้กับพลอยพิณรู้สึกนิด

“แล้วคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ”

“สายสืบบอกว่าเขายังอยู่ในจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุ เพราะเช็คตามโรงพยาบาลแล้วทราบชื่อว่าเป็นคนไข้และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตอนนี้เขาหายดีแล้วแต่อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขายังไม่กลับมาเพราะว่าเขาความจำเสื่อม” พลอยพิณก้มหน้าและเงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำตา

“พี่พลอยจะตามไปไหมครับ”

“มันจะดีหรือจุล เขาความจำเสื่อมเขาจะจำพวกเราได้ไหม” พลอยพิณกล้า ๆ กลัว ๆ

“แล้วพี่ทราบหรือเปล่าว่าเขาอยู่กับใคร ใครเป็นคนดูแลพี่ปวินท์”

พลอยพิณส่ายหน้า “แต่นี่จ้ะ“

เธอเลื่อนกระดานแผ่นหนึ่งให้กับจุลดู จุลหยิบกระดาษขาวแผ่นนั้นขึ้นมาดู ไร่ชา “ไร่ชา”

“ใช่จ้ะ ไร่ชาที่เราจะไปถ่ายทำโฆษณา จุลกำลังปิดบังอะไรพี่อยู่หรือเปล่า” พลอยพิณเสียงเศร้า เธอมองหน้าเขา แววตาที่ส่งออกมาไม่ได้แสดงความผิดหวัง หรือ ความโกรธแต่อย่างใด ดูเหมือนพลอยพิณค่อนข้างจะโล่งอกด้วยซ้ำ

“พี่พลอยครับ” น้ำเสียงของจุลแหบเศร้า

“พี่เลยจะไปงานนี้ด้วย”

“ไม่เกี่ยวหรอกจ้ะ เพราะถึงยังไงคงไม่มีประโยชน์ที่พี่จะต้องตามตัวของเขากลับมา”

“หมายความว่ายังไง” จุลทำหน้าสงสัย

“วันก่อนวินท์โทรศัพท์มาหาพี่ถามถึงเรื่องงาน”

จุลยิ่งทำหน้าสงสัยไปกันใหญ่

“สงสัยใช่ไหม ในเมื่อใบทะเบียนคนไข้บอกว่าเขาความจำเสื่อม แต่ทำไมถึงโทรศัพท์กลับมาหาพี่ได้” พลอยพิณลุกขึ้นยืนและกอดอกเดินวนไปวนมาสักพัก จุลเริ่มใจคอไม่ดีนักกับสิ่งที่กำลังจะได้ยินได้ฟัง

“เกิดอะไรกันแน่ครับพี่พลอย”

“วินท์ตั้งใจความจำเสื่อมเพียงเพื่อที่เขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เขารัก” พลอยพิณน้ำตาร่วงพรู แต่เธอก็ฝืนยิ้มออกมา

“อุบัติเหตุวันนั้นเกิดขึ้นเพราะพี่เอง ตอนที่เรากำลังจะไปเที่ยวดอยชิดฟ้า จู่ ๆ วินท์ก็ขอเลิกกับพี่ทั้งที่งานแต่งงานของเรากำลังจะเริ่มขึ้น ตอนนั้นพี่รับไม่ได้เลย เรามีปากเสียงกันและพี่ก็เป็นคนหักพวงมาลัยรถเองตอนนั้นแค่โมโหมันควบคุมสติไม่ได้ ทุกอย่างมันจบลงแล้วเพราะพี่เอง” พลอยพิณยิ้มทั้งน้ำตา นี่คือน้ำตาแห่งความเสียใจที่ดูสุขุมที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา

“พี่พลอยครับ แต่มันไม่ใช่ความผิดของพี่เลย”

“ไม่หรอก พี่ผิดเองที่พยายามผลักดันให้งานแต่งงานเกิดขึ้นทั้งที่วินท์ไม่พร้อมกับเรื่องแบบนี้ ตลอดเวลาพี่เองก็รู้สึกว่าลึก ๆ ในใจของวินท์เหมือนมีใครบางคนซุกซ่อนอยู่พี่เดาไม่ออกจริง ๆ ว่าคนที่เขารักคือใครกันแน่ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่พี่สบายใจคือไร่ชาที่วินท์ไปพักรักษาตัวคือไร่ชาของโสมนัสเพื่อนสนิทของเขา” พลอยพิณยิ้มและถอนใจออกมา

“ทำไมพี่พลอยถึงไม่กระโตกกระตากอะไรออกมา”

“พี่เริ่มทำใจได้บ้างตอนที่พี่หายป่วยแล้วจริง ๆ มานั่งคิดทบทวนงานที่ทำทุกวันนี้มันดึงเวลาฟุ้งซ่านไปได้หมดทีเดียว วินท์บอกว่าถ้าเขาพร้อมเขาจะกลับมาทำงานต่อ แต่ตอนนี้ขอเวลาเขาพักผ่อนก่อนน่ะ” พลอยพิณพูดอย่างปลง ๆ

“เรื่องแบบนี้ก็มีด้วย พี่ได้คุยอะไรกับพี่ปวินท์มากกว่านั้นหรือเปล่าครับ”

“เปล่าจ้ะ เขาโทรศัพท์มาบอกแค่นั้นรีบพูดรีบวาง”

“เขาทราบหรือเปล่าว่าพวกเรากำลังจะไป” จุลถามด้วยความร้อนใจ

“ยังไงเขาก็ต้องรู้อยู่ดีนะ เพราะพวกเราต้องแจ้งโสมนัสเขาอยู่แล้ว”

“ก็จริงครับ แย่จังทำไมวันนี้สมองผมตื้อ ๆ ชอบกล” จุลส่ายหน้าไปมา ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนโดนน็อค

“แต่เราสองคนควรจะแวะไปเยี่ยมเขาก่อนวันเริ่มงานนะ วันศุกร์นี้จุลไปกับพี่ก่อนจะได้ไหม” น้ำเสียงเธอจริงจังมาก

“ผมหรือครับ”

“นะจุล ส่วนตัวนิดนึง เข้าใจพี่นะ”

“ครับ” จบประโยคนั้นจุลยิ่งสมองตันเข้าไปใหญ่ หลังจากคุยกันเรื่องนั้นแล้วมันมีหลายความคิดที่เข้ามากระทบกระเทือนสภาวะทางความรู้สึกของเขามากมายจนเหมือนจะควบคุมความรู้สึกคับคั่งในใจไม่ได้เลย ถ้าปวินท์ไม่ได้ความจำเสื่อม แล้วรังไร แม่มดของเขาตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง จากที่แม่สาวรังไรจะลวงรัก ตอนนี้เธอกำลังเดินชายคนที่เธอรัก ลวงรักเธอแล้วงั้นหรือ

“รังไร รังไร” จุลพร่ำชื่อนี้ออกมา จนเขาขับรถมาถึงหน้าร้านของลันนา แต่ก็ไม่ได้ลงมาจากรถจนลันเห็นเข้าจึงมาเคาะกระจกเรียก

“จุลเป็นอะไรไปแล้วทำไมไม่ลงมาจากรถ” ลันนาเห็นจุลหันหน้ามาพร้อมดวงตาแดงกล่ำ เธอตกใจมากที่วันนี้รอยยิ้มแสนทะเล้นและคำพูดจาแบบเด็ก ๆ มันหายไปไหนจากชายคนที่เธอคุ้นเคย

จุลเปิดประตูรถออกมาพร้อมกับกอดลันนาไว้แน่น ลันนากอดเขากลับ

“ใจเย็น ๆ นะจุล มีอะไรในใจก็พูดกับลันได้นะ จุลก็เหมือนน้องชายของลันนะ”

จุลเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขายังคงกอดลันนาไว้แน่นอยู่แบบนั้น พอเงยหน้ามายิ่งทำให้เขาประหลาดใจและตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เขารีบผละตัวเองออกจากลันนาทันที ลันนาหันไปมองตามที่จุลมอง

“รังไร” เขาเรียกชื่อเธอออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แม่มดตัวแสบของเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าและถือของเต็มไม้เต็มมือ ดวงตาสวยของเธอมองมาที่เขาอย่างตกตะลึง

“รังไรมาแล้วเหรอ” ลันนาเดินเข้าไปจับไม้จับมือ เธอยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าพร้อมกับรอยยิ้ม

“ลันมีนัดนี่เอง ถึงว่าทำไมปิดร้านเร็วจัง”

“พอดีรังไรลงมากรุงเทพฯ สักระยะหนึ่งแล้ว เธอโทรศัพท์มาลันอยากเจอรังไรมากจริง ๆ ตั้งใจจะให้ของตอบแทนที่มาช่วยตกแต่งร้านแต่สิ่งสำคัญคืออยากจะอวดร้านมากกว่า” ลันนาหัวเราะ

“ร้านน่ารักดีนะคะ ลูกค้าเยอะไหมคะ”

“พอควรจ้ะ ตอนนี้ใกล้วาเลนไทน์เลยมีสาว ๆ มากันเยอะหน่อย นี่จุลตอนนี้หนูนิปมาเป็นลูกค้ากับพี่ด้วยนะ หนูนิปบอกว่าอยากจะถักผ้าพันคอให้กับคนสำคัญ” ลันนาหัวเราะเสียงใส

“ไม่ได้เจอหนูนิปนานแล้ว อยากเจอแกอยู่เหมือนกัน” จุลพูดเสียงเรียบ เขาหันหลังและทำทีท่าล็อคประตูรถ

“งั้นเย็นนี้ทานข้าวด้วยกันก่อนกลับนะ ไปร้านอาหารญี่ปุ่นของพ่อหนูนิปดีกว่า รถมันติดมากเดินทางไปมาก็เสียเวลาว่าไหม” ลันนามองหน้าจุลและรังไร ซ้ายทีขวาทีแต่ทั้งสองคนก็เอาแต่ยิ้มไม่ได้ปริปากอะไรออกมา

“อ้าว ไม่มีใครตอบลัน งั้นเจ้าภาพจะเป็นคนเลือกร้านเอง ไป ไป เดินตามกันมาเร็ว” บรรยากาศแสนจะอึดอัดชอบกล แต่ลันนาพอจะรู้อยู่แล้ว เพราะจุลเคยบอกว่าเลิกรากันไป มันคงไม่แปลกเมื่อทั้งสองคนกลับมาพบหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

“สั่งเลยจ้ะ” ลันนาเลือกนั่งที่โต๊ะมุมใกล้ ๆ เคาน์เตอร์เธอเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้นั่งคุยกัน เธอเลือกเดินไปที่หน้าบาร์อาหารแล้วสั่งอาหารกับพ่อของนิปอย่างคุ้นเคย

พนักงานนำชามาเสริฟ์ จุลสังเกตการดื่มชาของรังไร มันกลายเป็นเรื่องตลกในเช้าวันนั้นจากโสมนัสที่กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาชอบสังเกตอาการดื่มชาของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว แต่ในเรื่องตลกนั้นกลับฝังใจเขาตลอดเวลาเขาเผลอยิ้มออกมา ยิ่งตอนนี้ท่าทางในการดื่มชาของเขากับรังไรช่างเหมือนกันเสียจริง ทั้งสองคนโอบแก้วชาร้อนไว้ในมือทั้งสองข้างและหมุนไปมาสักพักพออุณหภูมิอุ่นพอได้ที่ก็ยกมันขึ้นดื่มพร้อม ๆ กัน

“ชารสชาติดีนะคะ” รังไรเริ่มก่อน

“อุ่นกำลังดีเหมือนกับ...” เขาหยุดพูด เขาก้มหน้าลงไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเธอ ตอนนี้สายตาเขาได้แต่มองแสงจากหลอดไฟที่ส่องกระทบกับผิวชา

ลันนาทิ้งระยะไว้สักครู่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลยจึงเดินกลับมาที่โต๊ะแทน ไม่นานนักอาหารญี่ปุ่นหลายอย่างก็พร้อมวางบนโต๊ะ ทุกคนทานอาหารเหมือนกับว่ามันไม่อร่อย ส่วนลันนาก็ทานอย่างอร่อยจนท้องตึง

“นี่ไม่อร่อยหรือไง ทานกันนิดเดียว”

“เปล่าค่ะ เปล่าครับ” ทั้งสองคนปฏิเสธ

“เก็นจิ” เธอเรียกพ่อครัวหนุ่มน้อยผู้ช่วยพ่อของนิปมาที่โต๊ะ

“ช่วยใส่ห่อกลับบ้านแบ่งเป็นสองห่อนะคะ” ลันนาหันไปสั่ง


ทั้งสามคนเดินกลับมาที่หน้าร้าน

“ลันเดี๋ยวจุลไปส่ง”

“ไม่ต้องจุลลืมไปแล้วหรือไงว่าลันซื้อรถแล้วน่ะ จุลแวะไปส่งรังไรเถอะนะ วันนี้ลันมีความสุขมากเลยที่ได้เลี้ยงอาหารผู้มีพระคุณทั้งสองคนไม่อย่างนั้นร้านนี้คงไม่สวยน่ารักแบบนี้หรอก” ลันนายิ้ม

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ น่าจะเป็นที่การบริการของพี่ลันมากกว่า” รังไรยิ้มน้อย ๆ ออกมา

“ไปดีกว่าดึกแล้ว นี่รังไรยังไงก่อนกลับแวะมาที่ร้านอีกนะ พี่มีเรื่องจะคุยกับเรามากมายแบบสองต่อสองไม่มีชายหนุ่มคนนี้มาขัดจังหวะ” ลันนาหันมาโบกมือให้ จุลเดินไปปิดประตูรถให้ที่ข้างรถ

“จุลจ้ะ ลันเชื่อนะว่าจุลต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง แต่อย่าปฏิเสธหัวใจตัวเองเลยนะ ถ้าคิดจะรักก็รักอย่างที่หนูนิปบอก” ลันนายิ้มและจับมือเขาอย่างแผ่วเบา

“ขอบคุณมากคนดีของผม” จุลยิ้มและยืนล้วงกระเป๋า

“ฉันกลับนะ” เธอยิ้มและหันหลังเดินกลับไป ตลอดเวลาที่อยู่ร้านอาหารถ้าลันนาไม่โยงเรื่องถามนั่นนี่ทั้งสองก็คงไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก

จุลยืนมองเธอเดินออกไปจากหน้าร้านของลันนาตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว ร้านลวงสำหรับตอนกลางคืนย่านญี่ปุ่นเมืองไทยก็เริ่มทยอยปิดร้าน รังไรดูเศร้า ๆ และเหงาเขาสัมผัสได้ หรือว่าเธอกับปวินท์จะจบกันแล้ว เรื่องความจำเสื่อมของพี่ปวินท์ถูกเผยแล้วหรือยังทำไมรังไรทำหน้าแบบนั้น แต่เขาเคยสัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่ง ไม่ให้ทักทายกัน แต่มันไม่ใช่นิสัยของเขาเลยสักนิด

จุลหันไปมาอยู่ข้างรถแล้วก็ต้องรีบออกวิ่งอย่างสุดแรง จนถึงตัวเธอเขากอดเธอจากด้านหลังไว้แน่นเชยคางของเขาไว้ที่ไหล่ของเธอ ความรู้สึกท่ามกลางสายลมกลางดึกช่างแสนเงียบเหงา แต่ทว่าความรู้สึกในหัวใจตอนนี้แสนอบอุ่นเหลือเกิน



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2555 12:56:05 น. 1 comments
Counter : 1557 Pageviews.

 
ไม่เขียนต่อหรือค่ะ


โดย: Mrs IP: 171.100.142.41 วันที่: 27 มีนาคม 2556 เวลา:19:42:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.