Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังไรลวงรัก รังที่ 22



รังไรลวงรัก
รังที่ 22

รังที่ 22

ถือเป็นเช้าที่หมอกเริ่มเบาบางลง แสงอาทิตย์ทอดลำแสงอย่างอ่อนโยนทะลุละอองหมอกบาง ๆ และสะท้อนบนยอดชาภาพนี้ช่างแสนงดงามและอบอุ่น จุลยืนถอนใจที่ริมระเบียง ตอนนี้กระเป๋าเดินทางใบย่อมวางอยู่ข้างกายของเขาแล้ว ใจจริงเขาตั้งใจจะเดินทางไปสนามบินเองแต่ดูแล้วมันคงแสนลำบากน่าดู เลยต้องยืนรอเจ้าของไร่อย่างโสมนัสเป็นธุระจัดการให้

“ไงเรา เมื่อคืนได้ยินเสียงรถกลับเข้าไร่ตอนใกล้รุ่งสาง ไปไหนกันมา” โสมนัสถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และนั่งเปิดหนังสือพิมพ์อ่านพร้อมกับจิบชาร้อน ๆ ไปด้วย

“ขอโทษทีนะครับพี่นัส” จุลยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“เฮ้ย ขอโทษอะไรกัน พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเราสักหน่อยเลย”

“จะว่าก็ได้ครับ” เขายิ้มแหย่

โสมนัสพับหนังสือพิมพ์เก็บตามเดิมและพยักหน้าให้จุลมานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ ด้วยกัน

“เป็นอะไรเราหน้าบอกบุญไม่รับเลย” โสมนัสยิ้ม

“เปล่าหรอกครับ สงสัยพักผ่อนน้อย” จุลตอบสั้น ๆ

“น้ำชาอุ่น ๆ เวลาที่ดื่มเข้าไปมันก็ทำให้เรารู้สึกโล่งคอและสบายท้องไม่ทรมานปาก กลิ่นของมันทำให้เรารู้สึกสดชื่น แต่ถ้าเราดื่มน้ำชาที่ร้อนไปทรมานตั้งแต่ปากยันท้อง ถ้าเย็นไปมันก็ชืดซะหมดไร้ซึ่งความรู้สึก มันก็เหมือนกับคนเรานั่นแหละว่าจะเลือกดื่มน้ำชาที่อุณหภูมิไหนถึงจะเหมาะกับเรา บางคนอาจจะชอบเป่าไล่ความร้อนไปดื่มไปก็อร่อยไปอีกแบบเรียกว่ายอมทรมาน” โสมนัสยกแก้วค่อย ๆ เป่าและจิบมันอย่างละเมียดละไม

จุลหัวเราะและยิ้มออกมา “ผมรู้แล้วว่าพี่ชอบดื่มชาแบบไหน”

“รู้ได้ไง” โสมนัสทำหน้าเดียงสา ยิ่งทำให้จุลหัวเราะออกมาได้

“พี่ก็ทำท่าทางไปอย่างนั้นแหละ” โสมนัสยิ้มแก้เก้อ

“จุลพี่ก็รู้ว่าจุลชอบดื่มชาแบบไหน ท่าทางของจุลที่ใช้มือสองข้างโอบแก้วไว้อย่างเบามือและใช้มือเป็นตัวสัมผัสไออุ่นจากอุณหภูมิของชา พอมันอุ่นได้ที่เราก็จะดื่มมัน พี่สังเกตหลายครั้งแล้ว” โสมนัสพูดจาอย่างอบอุ่น เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้หัวใจของจุลกำลังเหี่ยวเฉามากทีเดียว แววตาและรอยยิ้มของเขาไม่ได้เจือบนใบหน้าเหมือนทุกครั้ง

“พี่ก็ช่างสังเกตนะครับ” จุลก้มหน้าและจิบชาจากแก้วในมือของเขาอย่างละเมียดละไม

“การดื่มชามีความหมายและทำนายความรักได้นะ”

“จริงหรือครับ แหมพี่นัสมีอารมณ์พวกนี้ด้วยเหรอ ทำเป็นพวกสาว ๆ ไปได้ บอกมานะว่าพี่คิดเองหรือเปล่า”

โสมนัสยกนิ้วชี้ส่ายไปมาพร้อมรอยยิ้ม “พี่ปลูกชามาหลายปีนะ มันก็ต้องมีเรื่องโรแมนติคเข้ามาผสมบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ น่า เผื่อเป็นข้อมูลในการทำโฆษณาไง ไม่อยากฟังหรือไง”

“ฟังครับพี่ แหมอย่าเพิ่งน้อยใจ” จุลหัวเราะออกมามากขึ้น

โสมนัสเปลี่ยนอิริยาบถให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นกับเรื่องที่เขาจะพูดต่อไป ทั้งที่ใจจริงของเขาตอนนี้กำลังคิดหาคำพูดเพื่อปลอบโยนหนุ่มน้อยตรงหน้ามากกว่าคำทายสนุก ๆ เกี่ยวกับเรื่องชา แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรดีจึงเฉไฉมาถึงเรื่องนี้จนได้

“อืม เริ่มจากคนที่ชอบดื่มชาที่เย็นแล้ว แสดงว่าเป็นคนไม่กระตือรือร้นในเรื่องความรัก เหมือนกับว่าถ้าความรักมาก็มา ไม่มาก็ไม่อยากจะไขว่คว้า ถ้าคนรักมีปัญหาก็ไม่ได้ขวนขวายที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนชาร้อนก็ประเภทแบบว่าเป็นฟืนเป็นไพถ้าคนรักของเรามีปัญหา แค่เพียงเอ่ยเท่านั้นก็ทำตัววุ่นวายยื่นมือให้ความช่วยเหลือก่อนซะแล้ว” โสมนัสหัวเราะให้กับตัวเอง

“พี่พูดจริงหรือตั้งศาสตร์การดื่มชาขึ้นมาเองครับ” จุลมองหน้าคู่สนทนาแล้วก็ยิ้มออกมา

“ผมล้อเล่นครับ แล้วชาอุ่น ๆ ล่ะ”

“ก็เป็นคนอืม ค่อนช้างใจเย็นแต่ไม่เย็นซะทีเดียว เป็นคนที่ดูจังหวะในการเข้าไปแก้ไขปัญหามากกว่าน่ะ คนประเภทนี้จะเป็นคนมีเหตุมีผลแต่ในขณะเดียวกันในความอุ่นมันคือส่วนผสมของความเย็นและความร้อน จุดตรงกลางของความรู้สึกบางครั้งก็เป็นคนไม่เข้าใจตัวเอง” โสมนัสมองหน้าจุลเหมือนกำลังจะบอกให้เขารู้ว่า อะไรที่มันคับอกคับใจ จุลควรจะพูดออกมาซะบ้าง

“โม้อะไรแต่เช้าเลยพี่นัส” เสียงต้นเตยดังแว่วมาแต่ไกล

“ปากดีแต่เช้าเลยเจ้าเตย” สองพี่น้องส่งเสียงโหวกเวกกันใหญ่

“มีเรียนฮะ อ้าวพี่จุลจะกลับแล้วเหรอ เอ ว่าแต่ทำไมหน้าบูดแต่เช้าเลย อ้อ อ้อ แสดงว่าไม่อยากกลับแน่ ๆ เลย ก็ถ้าเป็นเตยก็ไม่อยากกลับหรอกในเมื่อพี่สาวคนสวยของเรากลับมาแล้วนี่นะ จริงไหมฮะพี่จุล” ต้นเตยหันไปมองหน้าคนตกเป็นจำเลย เขาถึงกลับหน้าแดงขึ้นมา

“ไปเรียนไปจะขับรถไปเองหรือให้ไปส่ง”

“ไปเองครับ” ต้นเตยหันมาหัวเราะก่อนจะเดินหนีจากวงสนทนาไป แต่คำพูดนั้นก็เล่นเอาจุลใจแป้วเหมือนกัน

“วันนี้อากาศดีนะครับ เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกว่าแสงอาทิตย์มีสีสวยและอบอุ่น” จุลถอนใจออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นยืนบิดตัวแก้เมื่อย

“จุลทุกอย่างมันก็จะดีเอง ยังไงนายกลับไปวางโปรเจคงานให้เรียบร้อยแล้วรีบกลับมาถ่ายทำนะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีแสงและหมอกจาง ๆ ภาพที่จุลอยากได้คงจะโรแมนติกน่าดู” โสมนัสลุกขึ้นหาวหวอดพร้อมกับจะเดินไปหยิบกุญแจรถแต่รังไรก็ถือมันออกมาซะก่อน พร้อมกับปวินท์ที่นั่งอยู่บนรถเข็น

รังไรหยุดรถเข็นและล็อคล้อให้เรียบร้อย เธอนั่งชันเขาตรงหน้าปวินท์แบบนี้เสมอและจับมือทั้งสองข้างของเขาไว้

“พี่ปวินท์คะ รังไรไปส่งเพื่อนที่สนามบินและแวะไปส่งของให้ลูกค้าก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับมาทานข้าวเที่ยงกับพี่ให้ทันนะคะ” เธอยิ้ม

ปวินท์ลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน ทั้งสองคนแลกรอยยิ้มให้แก่กันและกันอย่างมีความสุข

แบบนี้ซินะที่รังไรรอคอยเสมอมา จุลได้แต่เบนสายตามองไปทางอื่น

“พี่นัสฝากพี่ปวินท์ด้วยนะคะ รังไรจะไปส่งจุลเองค่ะ”

“เฮ้ย พี่ไปเองได้รังไรอยู่ไรดีแล้ว” โสมนัสรู้ว่าปวินท์ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

“รังไรต้องไปทำธุระด้วยค่ะ นี่ก็ส่งงานให้ลูกค้าช้ามาหลายวันแล้ว รังไรต้องไปขอโทษลูกค้าด้วยตัวเองด้วย แวะไปส่งจุลแป็ปเดียวไม่เสียเวลาหรอกค่ะ ยังไงก็ทางผ่านอยู่แล้ว” น้ำเสียงเธอตัดพ้อเล็กน้อย

“ตามใจ”

“ผมลาครับพี่นัส พี่วินท์ครับ ผมกลับก่อนนะครับหายป่วยเร็ว ๆ นะครับ เราจะได้กลับมาช่วยกันคิดงานอีกครั้ง ตอนนี้...” จุลหยุดพูดเพราะถ้าเขาพูดชื่อพลอยพิณออกมา อาจจะทำให้รังไรไม่สบายใจนัก

“แล้วผมจะกลับมาใหม่ครับ”

“โชคดีจุล” โสมนัสตบไหล่เขาอย่างสนิทชิดเชื้อ


ระหว่างทางที่นั่งรถไปจุลได้แต่นั่งหลับตาไปตลอดทาง เหมือนกับว่าเขาพยายามลบความทรงจำอะไรบางอย่าง เขาไม่อยากแม้จะเห็นแสงอาทิตย์ที่ทอดลำแสง หรือหมอกจางที่คลุ้งเต็มถนน ไม่อยากมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัว อยากให้ทุกอย่างจบลงและจบลง พอถึงสนามบินจุลเปิดประตูรถและเดินไปหยิบกระเป๋าที่ท้ายกระบะ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปในสนามบินเอง แต่สาวน้อยคนนี้ก็เดินตามเขาต้อย ๆ จนเขาจัดการธุระเรื่องสัมภาระเรียบร้อยก็ไปนั่งรถที่เก้าอี้มองเห็นรันเวย์และผู้คน เครื่องบินที่จอดและเหินขึ้นลงบนท้องฟ้าสลับกันไป รังไรนั่งอยู่ใกล้ ๆ เขา

“กลับไปคราวนี้แล้วคุณจะกลับมาที่ไร่ของเราอีกเมื่อไหร่”

“ไม่รู้ซิ คงต้องประชุมด่วนตอนนี้คุณพ่อของพี่ปวินท์สั่งให้คุณพลอยพิณมานั่งตำแหน่งงานแทนพี่ปวินท์แล้ว คุณพลอยพิณต้องรับภาระมากมายทีเดียว แต่เธอก็เต็มใจทำ” จุลถอนใจออกมา

“แล้วคุณพลอยพิณเธออาการดีขึ้นหรือยังคะ”

“สุขภาพดีแล้ว แต่เธอเป็นโรคซึมเศร้า บางครั้งเธอดูเหม่อลอยพิกล แต่ใจสู้มาก ทุกคนอยากจะตามหา แต่คุณพลอยพิณบอกไม่ให้ตาม ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเกิดอะไรขึ้น” จุลยกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา

“ผมไปนะ” เขายิ้มเหงา ๆ ออกมา รังไรรีบลุกขึ้น

“โชคดีนะคะจุล” เธอยิ้มให้เขา

จุลเดินออกห่างเธอไปและหันกลับมามองหน้าเธออีกครั้ง

“รังไร ความรู้สึกแบบนี้ที่ผมไม่ชอบเลย ผมไม่ชอบบรรยากาศสนามบิน ผมไม่ชอบการจากลากันที่สนามบิน แต่นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะรู้สึกแบบนี้ ต่อไปเราจะไม่รู้จักกันแล้ว คุณดูแลตัวเองดี ๆ นะ แม่มดตัวแสบของผม แต่ทางที่ดีแฟนเก่าหนึ่งวันอย่างผมคุณก็ลบมันไปจากความทรงจำให้หมดเลยนะ ไม่ต้องจำเรื่องราวระหว่างเรา ไม่ต้องจำเสียงของผม ไม่ต้องจำอะไรเกี่ยวกับตัวผม ถือว่าคุณไม่เคยรู้จักผมมาก่อนเลยแล้วกัน มันจะได้ดีกับตัวคุณเองที่ไม่ต้องลังเลกับการที่คุณจะตัดสินใจเลือกทางเดินเป็นของคุณเอง ขอให้มีความสุขนะ” จุลเดินกลับมาและหยุดยืนตรงหน้าเธอ

“คุณสั่งให้ฉันทำแบบนั้น แล้วคุณทำได้เหมือนกันหรือเปล่า คุณลืมฉันได้จริง ๆ หรือเปล่า ชีวิตวุ่นวายของฉันที่สร้างปัญหาให้คุณตลอดคุณเองก็ลืมมันได้เหมือนกันใช่ไหม บรรยากาศแบบนี้ไม่ดีเลยนะ ฉันเคยคิดว่าจะมีความทรงจำที่แสนดีกับสนามบินบ้างสักครั้งก็ยังดี แต่แล้วมันก็เหมือนเดิม การจากลาแบบที่ไม่มีความเข้าใจกัน” รังไรยืนก้มหน้าตอนนี้เหมือนกับบ่อน้ำตามันกำลังจะแตกออกมาแล้ว เธอเงยหน้ามองเพดาน แต่มันก็ห้ามไม่ได้จริง ๆ น้ำตามันหล่นสายออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างเธอยืนกำกุญแจรถไว้แน่น

จุลเดินเข้ามากอดเธอไว้ “อย่าร้องไห้นะคนดีของผม ผมเชื่อถ้าวันนี้เรายังคิดถึงกันมันก็จะไม่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย การลืมมันจะทำให้เราไม่ต้องเจ็บปวด”

จุลจับแก้มทั้งสองข้างของเธอไว้และค่อย ๆ ปาดน้ำตาให้กับแม่มดตัวแสบของเขา

“น้ำตาของคุณมีค่าอย่าเสียน้ำตาให้กับคนอย่างผมเลยนะ”

“ขอบคุณนะคะจุล ชายแปลกหน้าที่แสนดีของฉัน” เธอยิ้มทั้งน้ำตาออกมา

จุลรีบหันหลังและเดินจากไปก่อนที่เธอจะพูดประโยคนั้นจนหมด เขารีบจ้ำเข้าไปประตูขาออกและเดินไปขึ้นเครื่อง พอนั่งลงบนเบาะผู้โดยสารน้ำตาเขาก็ไหลออกมา แสงดาวพราวเมื่อใกล้รุ่งและของขวัญแห่งการจากลายังติดตรึงอยู่ไม่เลือนหาย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แม้กระทั่งน้ำตาจากดวงตาแสนเศร้าของแม่มดตัวแสบจะให้ลืมกันอย่างที่ปากบอกได้อย่างไร


เย้ เสียงปรบมือกับการร่วมฉลองเปิดร้านใหม่ของลันนานำพามาซึ่งรอยยิ้ม จุลช่วยลันนารับแขกเหรื่อไม่กี่สิบคนที่มาร่วมงานฉลองเปิดร้านในเช้าวันนี้

“คิดถึงน้องรังไรจังเลยนะคะ เธอมีส่วนร่วมออกแบบด้วย แต่เสียดายที่เธอติดงานเลยลงมาไม่ได้”

“มีคนมากมายที่มาร่วมงานทุกคนก็สำคัญหมดแหละ” จุลส่งเสียงหวานออกไป

“นั่นซิ ยิ่งคนสำคัญอย่างจุล ถ้าไม่มานะ ลันโกรธจริง ๆ ด้วย” ลันนาหัวเราะเสียงใสออกมา

“ร้านของลันเริ่มเติบโตแล้วนะ จุลขอให้ลันมีลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ นะ ส่วนเรื่องโปสเตอร์สำหรับทำเวิร์คช้อปและป้ายโฆษณาสวย ๆ รอสักไม่กี่อึดใจรับรองสวยถูกใจลันแน่” จุลเดินแจกขนมให้กับแขกในงานอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

“จุล ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ช่วงนี้จุลไม่ค่อยได้พักผ่อนเลยนี่ ไหนจะงานโฆษณาแล้วก็ยังมีงานของลันอีก” เธอไม่สบายใจเท่าไหร่นัก เพราะดูจุลไม่ค่อยมีความสุขหรือพูดจากยียวนเหมือนแต่ก่อน บางทีอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับจุลก็เป็นได้

“นี่ลันทำไมมองจุลแบบนั้น จุลไหวไม่ต้องห่วงมากนักหรอก” จุลนั่งที่เคาน์เตอร์และตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง

“จุลจะไปไร่ชาเมื่อไหร่ ลันอยากจะฝากของให้กับรังไร”

“สักสองสามวันนี้แหละ” สีหน้าเขาเศร้าขึ้นมาทันที

“นี่ลันถามจริง ๆ นะ จุลกับรังไรทะเลาะกันหรือเปล่า เดี๋ยวนี้ลันไม่เคยได้ยินจุลเอ่ยถึงรังไรอีกเลยตั้งแต่กลับมาจากไร่ชาคราวนั้น หรือว่าเลิกกันแล้ว” ลันถามซื่อ ๆ

“เลิกกัน น่าจะแบบนั้น เราเลิกกันแล้ว แต่อย่าสนใจเรื่องของจุลเลยนะ วันนี้วันเปิดร้านจุลมีของขวัญพิเศษจะมอบให้ด้วยนะ” จุลเปลี่ยนเรื่องทันควัน

“อะไรจ้ะ น่าตื่นเต้นจัง” เธอยิ้มออกมา

“ลันยิ้มแบบนี้ เพราะว่าจุลทำตัวเหมือนเด็กใช่ไหม รู้ทันนะ” จุลหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกับหยิบกล่องของขวัญกล่องจิ๋วออกมาจากกระเป๋า เขายื่นให้เธอ

“อย่าเปิดตอนนี้นะ เจ้าของเขาสั่งมาว่าให้เปิดตอนที่ลันกำลังจะเข้านอน”

“พิธีรีตรองเยอะจังเลยนะคุณเจ้าของ”

“เชิญครับ เชิญครับ” เขาเดินไปต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มแย้มแจ่มใส

“ว้าวร้านน่ารักจัง”

“อ้าวหนูนิปนั่นเอง วันนี้ไม่มีเรียนหรือไง” ลันนาหันไปทักเด็กสาววัยมัธยมต้นที่เดินเข้าออกร้านนี้อย่างสนิทสนมตั้งแต่เธอเริ่มมาตกแต่งร้าน

“วันนี้อาจารย์ประชุมเลยไม่ต้องไปเรียน แต่ต้องไปเรียนชดเชยวันอื่นเบื่อแทบแย่” สาวน้อยเดินไปนั่งที่เก้าอี้และกอดตุ๊กตาหมีที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวถัดไป

“ไงเจ้าแต้มสี นายแสดงความยินดีกับพี่ลันหรือยัง” เธอพูดกับตุ๊กตาหมีเหมือนทุกครั้ง

“อ้อนี่หนูนิป นี่พี่จุลนะจ้ะเป็นน้องชายของเพื่อนพี่เอง พี่คนนี้ไงที่มาออกแบบร้านให้”

“สวัสดีครับน้องนิป”

“ดีค่ะ พี่จุล” เธอกล่าวกับมาอย่างสนิทสนม

“แหมเด็กสมัยนี้นี่สนิทกับคนง่ายดีเนอะ” จุลหัวเราะในความสดใสของเธอ พลานนึกไปถึงต้นเตยที่พูดจาห้วนห้าวแต่ก็ไม่ได้ปีนเกลียว หรือว่าตัวเขาเองเริ่มจะมีอายุแล้วนะ ถึงรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกกับเด็กสมัยนี้ ก็คงจะจริงไม่อย่างนั้นเขาที่อายุน้อยกว่ารังไรตั้งสี่ปี แต่ทำตัวเทียบรุ่นกับเธอ คำพูดที่บอกว่าเขาเด็กกว่าและอนาคตยังไกลที่รังไรพูดออกมา ประโยคนั้นมันหมายถึงว่าเขาไม่คู่ควรกับเธอเลยใช่หรือเปล่า

“พี่จุล เหม่อเชียว”

นิปเดินมาโบกมือไปมาที่หน้าเขา

“พี่ลันนิปหายเบื่อละ กลางวันนี้แวะไปร้านพ่อด้วยนะ จะให้พ่อทำอาหารเลี้ยงห้ามเบี้ยวนะ” เธอพูดจบก็เปิดประตูออกจากร้านไป

“เด็กสมัยนี้ปู๊ดป๊าดดีจริง หรือเราจะแก่นะ” จุลหัวเราะออกมาพร้อมกับเดินไปนั่งข้างเจ้าหมีที่ชื่อว่าแต้มสี

“หนูนิปเป็นเด็กน่ารักมากนะ ลันหายเหงาเพราะเธอเลยหล่ะ แถมเธอยังมีคู่หู ชื่อปอนด์ อันนั้นก็แม่เขาเปิดร้านขนมชูครีมอยู่ที่นี่เหมือนกันร้านใกล้ ๆ กันนี่แหละ แต่ดูท่าทางปอนด์เขาจะแอบปลื้มหนูนิปอยู่ แต่เธอไม่รู้ตัวน่ะ” ลันนายิ้มในความสดใสของเด็กสมัยนี้

“ลันมองออกขนาดนั้นเชียว”

“อืมใช่จ้ะ เวลาที่เรามองหรือคบกับเด็ก ๆ พวกนี้ ทำให้ลันกลับมาย้อนคิดถึงตัวเอง การที่เราซื่อสัตย์ต่อหัวใจและความรู้สึกตัวเองน่ะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ทุกวันนี้ลันรู้ว่าบางทีตุลย์อาจจะไม่กลับมาหาลันอีกแล้ว ลันคงต้องเริ่มทำใจแล้วหล่ะ” เธอหันมองหน้าจุล

“อย่ามายิ้มแบบนี้ ยังไงตอนนี้หัวใจลันก็ไม่ว่างอยู่ดี”

“ทำไมล่ะ ลันใจร้ายกับจุลเกินไปแล้วนะ” เขาเอื้อมไปจับมือเธอ

“ลันไม่ขอเวลาทำใจนะจุล เพราะลันคิดไว้ว่ายังไงตุลย์คงต้องกลับมาสักวัน แต่ลันจะไม่เศร้า ลันจะมีความสุขทุกวัน” ลันนายิ้มและดึงมือเธอออก

“เพื่ออะไรล่ะ”

“เพื่อตัวเราเอง ลันเชื่อว่าตุลย์คงไม่อยากให้ลันเศร้ากับการรอคอยการกลับมาของเขาหรอก ลันมีความรู้สึกลึก ๆ ในหัวใจ อาจจะเรียกว่าความเชื่อมั่นก็เป็นได้ ว่าตุลย์ต้องกลับมา” เธอยิ้มออกมาแบบเหงา ๆ จุลรู้ดีว่าเธอกำลังพยายามทำในสิ่งที่ตัวเธอเองพูด

จนตอนนี้ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว หัวใจของเขาที่สั่งบอกให้รังไรลืมเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างเขากับเธอ เอาเข้าจริง ๆ จุลเองก็ยังคิดถึงแต่รังไรอยู่ทุกวี่วัน




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2555 12:50:13 น. 1 comments
Counter : 353 Pageviews.

 
หายไปค่อนเดือนคราวนี้มาสองบทเลยค่ะ
แอบเช็ดน้ำตากันบ้างหรือเปล่าน้อ


โดย: nalinnovel วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:50:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.