Group Blog
 
All Blogs
 

ความรักในกรรม(มือ) สุขทุกข์ในรักอยู่ที่กรรมทำ

สังสารวัฏปกปิดเงื่อนงำ เวลาผ่านไปเราก็ลืม
เริ่มต้นก็ถูกเข้าใจผิด ความรักตนเอง หลงว่ามีตนเอง ถูกกิเลสครอบงำ ทำกรรม ทำร้ายคนอื่นด้วยความไม่รู้ว่ากิเลสกำลังเผาใจ เผาคนอื่น และเป็นเชื้อให้เผาตนเองอีกในอนาคต
พอต้องรับผลกรรม โดนกระทำ ก็ลืมไปว่าตนเป็นผู้ทำมา อาฆาตแค้น ไม่ยอมอภัยคนที่มาทำกับเรา
วงจรเป็นเช่นนี้ ทุกคนถูกปกปิดด้วยความไม่รู้อย่างเดียวกัน
“แท้ที่จริงโลกของเรามันคือโลกของกรรมที่เราทำ ที่ต้องรับเพราะสร้างเองแต่ผู้เดียว คนอื่นก็เป็นหุ่นชักใยโดนหลอกแบบเดียวกัน เขาก็ต้องไปรับกรรมที่เขาสร้างของเขา”

“ไม่มีใครทำร้ายใครหรอก มีแต่กรรมที่เราทำ ทั้งที่กระทำไป ทั้งที่พูดไป ทั้งที่คิดต่อที่ทำร้ายตัวเรา”
เมื่อเราเข้าใจกรรม เราก็เลือกทำกรรมใหม่ที่ดีได้
ที่ทำไม่ดีไปแล้ว มันทุกข์ใครจะหลีกเลี่ยงได้
มีสติก็ไม่ถือ ขาดสติก็รับมาแค่นั้นเอง
ตราบใดที่เกิดก็ยังต้องทุกข์ไม่มีทางสิ้นสุดหรอก เรื่องธรรมดา

“โลกหมุนอยู่ด้วยสมมติ ด้วยความคิดของเราที่ไม่อาจจับต้องได้”
แต่สิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้นี้คละเคล้าอยู่กับกิเลสปั่นหัวเราให้หมุนให้ทุกข์ตลอด
น่าจะถึงเวลาที่เราจะพยายามแสวงหา ทางรู้ ทางตื่น ออกจากโลกเสียที
หยุดสร้างโลก ให้มีให้เป็นเพิ่ม แต่หันมาสร้างธรรมให้เกิดมีในใจมากขึ้นๆ

ญเองสนใจอยากรู้สาระของการเกิดตั้งแต่เด็ก มาเรียนรู้เข้มข้นขึ้นเพราะทุกข์ มามุ่งมั่นเพิ่มขึ้นเพราะอยากไปกับใครคนหนึ่ง แต่เพิ่งมารู้สึกเห็นอะไรชัดเจนขึ้นก็เมื่อตอนย้อนมาดูตนเองมากๆเพราะทุกข์ ในรัก

“แท้จริงความรักมันก็เป็นมายาผลแห่งกรรมที่เราทำอีกอย่างหนึ่ง”
ยิ่งจิตใจเราซึมซับธรรมะไว้ในใจมากขึ้นเท่าไหร่ เราจะยิ่งเข้าใจความรักที่แท้จริงได้มากขึ้น
ญเคยฝันที่จะมีรักแท้กับเขาเหมือนกัน ฝันว่าจะมีคนที่เรารักเขามากๆเขารักเรามากๆอยู่ด้วยกันตลอดไป
จนมาศึกษาธรรมะมากขึ้นก็ได้เข้าใจมากขึ้นว่ามันไม่มีอยู่จริง
“เพราะอะไรที่แท้มันคือความไม่แปรเปลี่ยน แต่รักของคนบนโลกมันยังมีขึ้นมีลงตามอารมณ์ นั่นไม่ใช่ความรัก แต่นั่นคือการทำตามกรรม ตามกิเลสต่างหาก”

“ความรักที่แท้ต้องเริ่มสร้างจากตัวเรา ตราบเท่าที่ใจเรายังไม่เต็มไม่สมบูรณ์ เราก็ไม่สามารถพบความรักที่ไม่พาให้ทุกข์ได้”
ถ้ายิ่งเข้าใจธรรมะ เราจะยิ่งรู้จักรักเป็นโดยลำดับ
เมื่อเรารู้จักรักด้วยธรรมแล้ว เราจะไม่สนใจต้องคอยความรักจากอีกฝ่าย หรือจากใครเลยด้วยซ้ำ
“เพราะรักในธรรม มันไม่มีตัวตน ไม่เจือด้วยกิเลสความอยาก ความติดใจยึดถือ ความเคียดแค้นเมื่อไม่ได้ดังหวัง”

ถ้าเราเข้าใจกรรม เข้าใจจิตใจตนเอง เราจะเข้าใจว่า
ที่จริงแล้วเขาจะรักเรามากเราน้อยมันควรจะขึ้นอยู่กับว่าเขารักเรามากเรา น้อย แต่ในแง่ความเป็นจริงเราจะรับได้มากหรือน้อยมันขึ้นอยู่กับตัวเรา กรรมเรา ใจเราที่เปิดรับ ใจเราที่คิดไป
(เราไม่มีทางรู้ได้จริงๆหรอกว่าใครรักเรามากน้อย จริงไม่จริง รับรู้ได้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ไม่มีทางรู้ได้ทั้งหมด ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะมันขึ้นอยู่กับกรรมของเรา ของใครของมัน ที่เลือกสร้างเหตุไว้ และรับได้แค่ไหน เพราะกรรมมันส่งที่ความรุ้สึก)

“ความสุขของเราจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาไม่รัก เขารักมาก/น้อย ให้หรือไม่ให้อะไรอย่างที่ใจเราต้องการ
มันขึ้นอยู่กับกรรมของเราที่สมควรจะได้อะไร มีความสุข/ทุกข์แค่ไหน และมันขึ้นอยู่กับความพอใจของเราที่เราเลือกจะคิด จะเป็น”

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ตรงจุดนี้ คิดว่าเรามีความสุขจากการได้ จากคนอื่น จากสิ่งอื่น เราก็เลยเป็นคนช่างขอ ช่างคาดหวัง พอไม่ได้ดังใจก็ทุกข์ ก็มีปัญหา ก็ทะเลาะ ก็เลิก ก็เปลี่ยนคน
สร้างความสุขให้ตนเองไม่เป็น แล้วยังสร้างปัญหาให้กับคนอื่น และมันก็ย้อนกลับมาที่ตัวไปเรื่อยๆ ไม่ได้ออกจากวงจรซะที

ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว หันมาสร้างธรรมในใจตนเองให้สมบูรณ์ดีกว่า อย่าหวังให้ใครเปลี่ยนหรือสร้างอะไรเลย
“สุดท้ายจะมีความสุขก็เพราะเราทำกรรมเลือก”

“และถ้าไม่อยากเหนื่อยต้องทุกข์แล้วสุข สุขแล้วทุกขืไปเรื่อยๆ ก็เพียรหาทางออกจากวงจรนี้เสียเถอะค่ะ
โอกาสที่เราจะเกิดมาในชาติที่ยังมีพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์นั้นมีไม่มาก
ถ้าพลาดโอกาส ก็จะต้องมาหลงโลก หลงทุกข์ไปเรื่อยๆ :) ”

พระอริยะสาวกหลายรูปสละความรักความหลงในโลกเพื่อแลกธรรม พ้นโลก
พระพุทธองค์เองครั้งเมื่อชาติสุดท้ายก็ยอมสละความสุขจากทรัพย์สมบัติอันบริบูรณ์หาใครเทียบ
แม้แต่พระมเหสีและบุตรอันเป็นที่รักก็ทรงสละเพื่อมาค้นพบสัจธรรมและนำมาเผยแพร่แก่ชาวโลก
เมื่อเรามีทุกข์ในรักที่ไม่สมบูรณ์ เราจะสละออกจากใจเพื่อมาค้นหาธรรมไม่คุ้มหรือ:)

//www.boydontcry.com/blog/?p=235




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 0:05:18 น.
Counter : 205 Pageviews.  

วิธีตกแต่งตามฮวงจุ้ย

//www.boydontcry.com/blog/?p=96

บ้าน
1. ควรไม่มีถนนวิ่งตรงเข้าสู่บ้าน
2. ควรไม่มีเสาตรงหน้าบ้าน
3. ควรไม่มีต้นไม้ตรงประตูบ้าน
4. ควรไม่มีประตูตรงกัน 2 ประตูเป็นทางผีผ่าน
5. ควรไม่มีประตูหน้าบ้านประจันหน้ากับประตูบ้านอื่น
6. ควรไม่มีประตูบ้านที่เล็กเกินไป เงินเข้าน้อย
7. ควรไม่มีประตูบ้านตรงกับรถจอดพอดี เงินรั่วไหล
ห้องนอน
1. ห้องนอนเจ้าบ้านควรมีขนาดใหญ่ อยู่ทิศตะวันออกหรือกลางบ้านดี จะทำให้ความอบอุ่นมากขึ้น
2. ห้องนอนไม่ควรตรงประตูกัน
3. ห้องนอนไม่ควรอยู่ติดกับห้องครัว จะร้อนและสุขภาพไม่ดี
4. ห้องนอนประตูห้องไม่ควรตรงกับบันได ผีผ่าน
5. ห้องนอนประตูไม่ควรตรงกับประตูห้องส้วม จะทำให้ทุกข์ใจและสุขภาพเสีย
6. ห้องนอนหรือหัวนอนไม่ควรตรงกับ ห้องน้ำ จะมีปากเสียงและสุขภาพไม่ดี
7. ห้องนอนของคู่ชีวิตควรอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้าน หันหัวทางทิศตะวันออก ส่งผลให้ร่มเย็นเป็นสุข
ห้องครัว
1. ห้องครัวควรอยู่หลังบ้าน จะส่งผลดีต่อครอบครัว
2. ห้องครัวไม่ควรมองเห็นชัดเจน ส่งผลให้ไม่มีสุข และเป็นโรคอ้วนได้
3. เตาไฟ ไม่ควรวางติดกับหน้าต่าง จะทำให้เกิดอุบัติภัยได้ และเป็นโรคได้
4. ไม่ควรนำเตาไฟติดกับอ่างน้ำ จะทำให้วุ่นวาย
5. เตาไฟควรวางทะแยงประตูเข้า จะทำให้เงินมากขึ้น
6. เตาไฟควรจัดให้เป็น เลขคี่ จะเป็นสิริมงคล ร่ำรวย
7. ห้องครัวควรมีช่องระบายอากาศให้สมดุล ธาตุลมจะทำให้ครอบครัวไม่วุ่นวาย
ห้องส้วม (ถูกฮวงจุ้ย) นำโชคดีมาให้
1. ห้องส้วมควรสะอาด จะส่งผลให้ครอบครัวมีสุข
2. ห้องส้วมไม่ควรตรงกับประตูห้องนอน ส่งผลร้ายต่อบ้าน
3. ห้องส้วมไม่ควรใหญ่เกินห้องกับข้าวจะทำให้ลูกหลานขี้เกียจ
4. โถส้วม ควรใช้สีถูกโฉลกกับเจ้าของบ้าน จะทำให้ร่ำรวย
5. ประตูห้องส้วม ควรมีฉากกั้นรูปวิว จะทำให้บ้านอยู่เย็นเป็นสุข
6. โถส้วม ควรเล็กกว่าที่อาบน้ำ
7. ห้องส้วมควรมีแสงสว่าง 2 ดวง ส่งผลให้ครอบครัวเจริญ
บันได
1. บันไดบ้านควรมีแสงสว่างเพียงพอ ใช้แสงสีขาว หรือสีเหลือง 1 ดวง จะส่งผลให้บ้านนั้น พ้นเรื่องอุบัติเหตุ
2. บันไดบ้านควรเป็นเลขคี่ จะส่งให้ร่ำรวย
3. บันไดให้ใช้สีสว่าง ส่งผลให้ธาตุน้ำดี บ้านร่มเย็นเป็นสุข
ห้องรับแขก (บ้านแสนสุข)
1. ห้องรับแขกอเนกประสงค์ ควรมีอ่างบัว หรืออ่างปลาสวยทางมุมสุดของห้องรับแขก และติดวอลเปเปอร์ ภูเขา เมฆ สีฟ้าอ่อน (สว่าง) จะทำให้ห้องร่มรื่นถูกฮวงจุ้ย
2. ห้องรับแขกควรอยู่ตรงกับประตูใหญ่พอดี ใช้โซฟาสีฟ้าหรือสีชมพูอ่อนส่งเสริมให้อบอุ่น




 

Create Date : 21 เมษายน 2553    
Last Update : 21 เมษายน 2553 19:50:28 น.
Counter : 138 Pageviews.  

การเสริมดวงค้าขายดี

//www.boydontcry.com/blog/?cat=90

การเสริมดวงค้าขายดี

การที่จะค้าขายดี เกิดจากกุศลผลบุญที่ทำมาดีทั้งในอดีตและปัจจุบันชาติ ส่วนการเสริมเป็นเพียง การเสริมให้เกิดมงคลเพิ่มขึ้น โดยการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมดวง เสริมราศี และมีของขลังที่ปลุกเสกจากเกจิอาจารย์เข้าช่วย โดยพึ่งบารมีท่านอีกทางหนึ่ง เหมือนการขอบุญท่าน
1. อันเชิญพระคู่บารมี เข้าร้านบูชาเสริมสิริมงคล
ผู้เกิดวันอาทิตย์
พระปางถวายเนตร
เสริมวันเกิด
เสด็จพ่อรัชกาลที่ 5
เสริมการค้า
พระแก้วมรกต
เสริมความสำเร็จ
พระแม่ลักษมี
เสริมความร่ำรวย
พระโพธิสัตว์กวนอิม
เสริมความสุข
ผู้เกิดวันจันทร์
พระปางถวายเนตร
เสริมวันเกิด
พุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5
เสริมการค้า
กุมารทอง
เสริมเรียกลูกค้า
นางกวัก
เสริมกวักเงินกวักทอง
ผู้เกิดวันอังคาร
พระปางไสยาสน์
เสริมวันเกิด
พระแก้วมรกต
เสริมการค้า
พระพุทธชินราช
เสริมความสมหวัง
รัชกาลที่ 5
เสริมความสำเร็จ
พระนารายณ์
เสริมขจัดศัตรูหมู่มาร
ผู้เกิดวันพุธ
พระปางอุ้มบาตร
เสริมวันเกิด
พระหลวงปู่ปาน
เสริมความรวย
รัชกาลที่ 5
เสริมการค้า
พระแม่อุมา
เสริมความสำเร็จ
ผู้เกิดวันพฤหัส
พระปางสมาธิ
เสริมวันเกิด
พระพุทธชินราช
เสริมความสำเร็จ
พระสิวลี
เสริมเสน่ห์
พระแม่อุมาเทวี
เสริมอำนาจ
ปู่ฤาษี
เสริมความสำเร็จ
ผู้เกิดวันศุกร์
พระปางรำพึง
เสริมวันเกิด
รัชกาลที่ 5
เสริมงาน
พระโพธิสัตว์กวนอิม
เสริมชีวิต
พระแก้ว
เสริมความสำเร็จ
ผู้เกิดวันเสาร์
พระปางนาคปรก
เสริมวันเกิด
รัชกาลที่ 5
เสริมความสำเร็จ
หลวงพ่อโสธร
เสริมการงาน
พระนารายณ์
เสริมอำนาจ
2. นำทองแผ่น 3 แผ่น ไปให้พระผู้มีบารมี เสกนะค้าขายให้และนำมาแปะทางเข้าร้านค้า เสริมดวงค้าขาย
3. อัญเชิญบารมี พระโพธิสัตว์กวนอิม พระแม่นางกวัก รัชกาลที่ 5 ให้กวักเงินกวักทองเข้าร้าน อัญเชิญวันเกิดตนเองข้างขึ้น 5-15 ค่ำ หรืออัญเชิญวันครู ข้างขึ้น 7-15 ค่ำ จะทำให้ค้าขายดี
4. ปลูกว่านเสริมดวง
วันอาทิตย์
ว่าน 4 ทิศ
วันจันทร์
เสน่ห์จันทร์ขาว
วันอังคาร
เสน่ห์กาหลง
วันพุธ
เสน่ห์กวักแม่ทองใบ
วันพฤหัส
เสน่ห์มหาลาภ
วันศุกร์
เสน่ห์มหาโชค
วันเสาร์
ว่านเศรษฐีเรือนกลาง
5. ขายอะไร เสริมตรงวันนั้นวันเกิดตนเอง จะดีขึ้น
โดย อ.ชัชวัสส์ เดโชเพชรสวัสดิ์




 

Create Date : 21 เมษายน 2553    
Last Update : 21 เมษายน 2553 19:48:48 น.
Counter : 163 Pageviews.  

ทอมบอยกับโลกแห่งกีฬา

ถ้าทอมบอยคือคำนิยามของเพศรูปแบบหนึ่ง ก็ย่อมจะมีทอมบอยอยู่ในทุกแวดวงสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น นักธุรกิจ แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ทหาร วิศวกร สถาปนิก เลขานุการ บัญชี นักแสดง นางแบบ ฯลฯ … แต่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “แวดวงนักกีฬา”
เพราะผู้หญิงที่มีความแข็งแกร่ง มีทักษะความสามารถทางด้านกีฬา เทียบเท่าหรือเหนือกว่าชาย ย่อมจะถูกมองว่าเป็นทอมบอย เลสเบี้ยน ไปโดยทันที โดยเฉพาะกีฬาประเภทที่ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย อย่างเพาะกาย ยกน้ำหนัก วิ่งมาราธอน บาสเก็ตบอล ฯลฯ ยิ่งถูกเพิ่งเล็งเป็นพิเศษ… นักกีฬาทอมบอยหรือเลสเบี้ยนบางคนปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น บางคนนิ่งเฉยเสีย ในขณะที่บางคนชูเหรียญที่ได้รับอย่างภาคภูมิใจพร้อมประกาศตัวถึงการเป็นเลสเบี้ยน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักกีฬาหญิงที่ประกาศตัวว่าเป็นทอมบอยหรือเลสเบี้ยนมีอยู่น้อยมาก
ย้อนกลับไปในยุค 80 ณ ประเทศที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยเสรีภาพอย่างเต็มที่ – สหรัฐอเมริกา ยังมีกระแสเหยียดเพศคุกรุ่น ลำพังเพียงการเป็นนักกีฬาก็หาที่ยืนในสังคมได้ยากเย็นพอดูแล้ว แต่กระแสเหยียดเพศก็ยังรุนแรงจนน่าตกใจ นักกีฬาที่เป็นเกย์และเลสเบี้ยนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในมุมมืด ปกปิดตัวเองเอาไว้ แสร้งทำเป็นชายจริงหญิงแท้ เพื่อรักษาชื่อเสียงและความนิยมเอาไว้ แน่นอนว่ามันเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ
จนกระทั้งในปี 1887 ปีที่กีฬาซอฟต์บอลถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในชิคาโก นักกีฬาหญิง (รวมถึงนักกีฬาเลสเบี้ยน) ส่วนใหญ่จึงหันมาเล่นกีฬาชนิดนี้ พร้อมกับการค่อยๆได้รับการยอมรับในวงกว้างถึงความสามารถและสีสันของผู้หญิงกับกีฬาซอฟต์บอล
ความฮือฮาในแวดวงกีฬาเกิดขึ้นอีกครั้ง ในปี 1932 เมื่อ Helen Hull Jacobs นักเทนนิสหญิงอเมริกัน ที่เปิดเผยตัวว่าเป็นเลสเบี้ยน คว้าแฃมป์ Grand Slam ทั้งหมด 10 รายการได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมกันนั้นเธอได้ปฏิวัติวงการกีฬาเทนนิส ด้วยการสวยกางเกงขาสั้นแบบผู้ชายลงสนามแทนที่จะนุ่งกระโปรง ในการแช่งที่สนาม Wimbledon
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของ Helen Hull Jacobs กลายเป็นการเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ของการสร้างประวัติศาสตร์นักกีฬาทอมบอยและเลสเบี้ยนให้กับโลกกีฬา … และจะมีเหล่านักกีฬาหญิงที่ภูมิใจกับความเป็นทอมบอยและเลสเบี้ยนทยอยก้าวขึ้นสู่แท่นแห่งความสำเร็จต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
Martina Navratilovaนักเทนนิสผู้ยิ่งใหญ่ มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า เกิดในปี 1956 ที่กรุงปราก ประเทศเชกโกสโลวาเกีย ต่อมาเมื่ออายุได้ 18 ปี ได้ย้ายมาอยู่ที่สหรัฐอมเริกา เธอได้การยอมรับว่าเป็นนักเทนนิสผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก ด้วยสถิติอันน่ามหัศจรรย์ เธอครองตำแหน่งแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยว 167 รายการ มากที่สุดในจำนวนนักเทนนิสหญิงและชายของโลก เป็นแชมป์ประเภทคู่ถึง 177 รายการ มากที่สุดกว่าใครเช่นกัน รวมถึงเป็นเจ้าของสถิติชนะประเภทคู่ผสมอีก 10 รายการ
ในปี 1981 เธอได้รับสัญชาติอเมริกัน พร้อมกับการประกาศตัวว่าเป็นเลสเบี้ยน ในหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก เดลินิวส์ในเมื่อทุกฝ่ายไม่มีข้อกังขาถึงความสามารถของเธอ ก็ย่อมจะยอมรับได้กับการเปิดตัวของเธอเช่นกัน… สำหรับจุดเริ่มต้นของการเป็นเลสเบี้ยน เธอยอมรับว่าช่วงแรกที่เริ่มหัดเล่นเทนนิสใหม่ๆ เธอแอบชอบครูฝึกสอนของเธอเองทั้งครูผู้ชายและครูผู้หญิง และเธอรู้สึกดีเป็นพิเศษกับการได้มองนักเทนนิสหญิงคนอื่นๆ แต่มันไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรจริงจังเกิดขึ้น จนกระทั่งอายุ 18 ปี เธอจึงได้มีประสบการณ์ทางเพศกับผู้หญิงด้วยกันเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของเธอ โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อ ได้พยายามปิดข่าวเรื่องรสนิยมทางเพศของเธออย่างสุดความสามารถ ซึ่งเขาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “การป่วยไข้” ส่วนตัวนาฟราดิโลว่าเองก็กังวลว่าการเป็นเลสเบี้ยนของเธอจะมีผลต่อการขอสัญชาติอเมริกัน และคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่าอาจจะถูกส่งตัวกลับเชกโกสโลวาเกียบ้านเกิด จึงตัดสินใจไม่ปริปากเรื่องนี้ และใช้ชีวิตเลสเบี้ยนอย่างเงียบเชียบที่สุด จนกระทั่งในปี 1981 หลังจากนาฟราติโลว่าได้รับสัญชาติอเมริกันไม่นาน เธอก็ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าเธอเป็นเลสเบี้ยน
ด้านความสัมพันธ์ชีวิตรัก นาฟราดิโลว่าคบอย่างเปิดเผยอยู่กับคู่ชีวิต จูดี้ เนลสัน ยาวนานถึง 8 ปี ในช่วง 1983 – 1991 ก่อนที่จะเลิกรากันไป พร้อมกับการมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในช่วงท้ายๆของชีวิตคู่
ถึงวันนี้ มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า ในวัย 52 เจ้าของฉายา “คุณป้ามหาภัย” จะประกาศวางแร็กเก็ตอย่างถาวรไปแล้ว แต่ชื่อเสียงของเธอจะยังคงอยู่ทั้งในนามสุดยอดนักเทนนิส และในนามสุดยอดนักกีฬาเลสเบี้ยน
ยังมีนักกีฬาเลสเบี้ยนที่ประสบความสำเร็จในอาฃีพของตัวเองอีกหลายคน ฉบับหน้าเราจะพาไปทำความรู้จักกับนักกีฬาทอมบอยหรือเลสเบี้ยนคนอื่นๆกันต่อไป

//www.boydontcry.com/blog/?p=68




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2553 11:08:42 น.
Counter : 271 Pageviews.  

แม่ของฉัน กับเจ้านายของฉัน ......... ใคร เคยทำกับแม่แบบนี้บ้าง ?

นำมาจากเวปบอร์ดแห่งหนึ่งครับ

ทุกวัน ฉันต้องตื่นเช้า เข้างานแปดโมง วันนี้..ก็เหมือนเคย
แต่เมื่อคืนฉันทำงานจนดึก
ตื่นสาย.. อารมณ์ตอนนั้น โมโหตัวเองมาก ที่ลืมตั้งนาฟิกาปลุก
(โดนเจ้านายด่าแน่ๆ )
แม่มาเคาะประตูห้อง ... " ตื่นหรือยังลูก หกโมงแล้ว "
ฉันหงุดหงิดมาก ........... โธ่ !! แล้วทำไมแม่ไม่ปลุกหนูให้เร็วกว่านี้
เนี่ย..หนูไปทำงานไม่ทันแล้ว วันนี้..มีประชุมด้วย
" แม่ทำข้าวต้มให้หนูอยู่ เมื่อคืนเห็นนอนดึก
อยากให้กินอะไรร้อนๆหน่อย " ........
แม่ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่กง ไม่กินมันแล้ว
....แม่จับแขนฉันเบาๆก่อนเดินออกจากห้อง
อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ ลงมาข้างล่าง แม่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว
" กินข้าวต้มกับแม่ก่อนนะลูกนะ แม่รอหนูอยู่ "
หนูไม่กิน พูดโดยไม่มองหน้าแม่ เดินออกมาจากบ้านทันที
ถึงที่ทำงาน
" ไม่รู้หรืองัย ว่าวันนี้มีประชุม แล้วรายงานอยู่ไหน "
ยกมือไหว้ .. ขอโทษค่ะพี่ ...รีบส่งรายงานให้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
" พี่เลื่อนประชุมไปเป็น 10 โมงนะ เดี๋ยวช่วยไปหาอะไรให้พี่กินหน่อ ยสิ " ...
ได้ค่ะพี่ ...
วิ่งเข้าห้องครัว หยิบโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป รีบ รีบ รีบ เติมน้ำร้อน ..
ว๊า !! น้ำร้อนลวกมือ ..
มาแล้วค่ะพี่ โจ๊กร้อนๆเลยค่ะ....
ออกจากห้องประชุมเกือบเที่ยง แม่โทรมาจากบ้าน
" เมื่อเช้า.. หนูวางผ้าเช็ดหน้าไว้ตรงไหนลูก แม่หาในตะกร้าไม่เจอ
จะเอาไปซักน่ะ "
หาไม่เจอก็ไม่ต้องซักหรอก หนูจำไม่ได้ คงโยนไว้ที่ไหนน่ะแหละ เมื่อเช้าหนูรีบ .......
" ไม่เป็นไรลูก แล้วเย็นนี้..กลับกี่โมง มากินข้าวกับแม่นะ”
ยังไม่รู้หรอกแม่ ว่างานเสร็จเมื่อไหร่
ยังงัย..แม่กินไปก่อนเลยแล้วกัน ไม่ต้องรอ .....
วางหูโทรศัพท์ ก้มหน้า ก้มตาทำงาน เอาใจเจ้านาย ....
"เอ!! พี่วางบัญชีรายชื่อลูกค้าทิ้งไว้แถวนี้มั่งรึเปล่า ไม่รู้ไปลืมไว้ที่ไหน หาไม่เจอ..
ไม่เป็นไรค่ะพี่ เดี๋ยวหนูช่วยหา
พี่ลงไปทานข้าวเถอะค่ะเที่ยงกว่าแล้วนะคะ
... หา หา หา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ
โธ่..พี่ขา ก็พี่มาทำหล่นไว้ใต้เก้าอี้ในห้องประชุมนี่นา
โอย !! เที่ยงครึ่งแล้ว ลงไปกินข้าวไม่ทันแน่ๆ
ไม่เป็นไร..บะหมี่ซักห่อพออิ่มก็แล้วกัน
...พี่คะ
เจอแล้วนะคะ พี ่ทำหล่นไว้ที่ห้องประชุมค่ะ
" อ้าว..เหรอ " รับเอกสารคืน ไม่มีแม้แต่ขอบใจสักคำ
แต่ฉันกลับปลื้ม ที่ทำให้เจ้านายพอใจได้ ใกล้เลิกงานแล้ว.. รีบกลับบ้านไปนอนดีกว่า
" ช่วยแก้งานตรงนี้ให้พี่หน่อยนะ เสร็จแล้ววางไว้บนโต๊ะพี่เลย พี่กลับก่อนล่ะ
ว่าแต่ว่า เราน่ะมีธุระอะไรรึเปล่า คงต้องกลับช้านิดนึงนะวันนี้ "
.. ยิ้มรับ.. ไม่มีธุระอะไรค่ะพี่ เดี๋ยวหนูพิมพ์ให้เลยค่ะ
โทรหาเจ้านายตอนเกือบทุ่ม .. พี่ขา หนูแก้ไข และตรวจทานเรียบร้อยแล้วค่ะ
หนูวางไว้บนโต๊ะนะคะ
" กลับดึกจังลูก จะอาบน้ำก่อน หรือ กินข้าวก่อนล่ะ ?? "
...เงียบไม่มีเสียงตอบ
ไม่มีรอยยิ้ม ...
" มา มา แม่ช่วย " แม่รวบของจากมือฉันไปวางบนโต๊ะ ..
หนูเหนื่อยมากเลยแม่
หนูอยากพักผ่อน
กำลังจะเดินขึ้นห้อง ..
ฮัลโหล..สวัสดีค่ะ..เจ้านายเหรอคะมีอะไรรึเปล่าคะ ..
อ๋อ !! ไม่ยุ่งค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้เลยค่ะ
กุลี กุจอ เปิดคอมพิวเตอร์ ... เจ้านายคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ
แม่..หายไปไหน ในครัวไม่มี ห้องนอนไม่มี
. . . แม่นั่งอยู่หลังบ้านเหงา ๆ คนเดียว . . .

แม่แอบร้องไห้ ... เ พราะฉันสินะ ฉันทำให้แม่ต้องร้องไห้
แม่..ดูแลฉันมาทั้งชีวิต
เป็นห่วงฉัน รักฉันมากกว่าใครๆ
แต่..ฉันตอบแทนได้สาสมเหลือเกิน
ฉันเริ่มทบทวน... เจ้านายคนที่ให้เงินเดือนฉัน กับ แม่คนที่ให้ความเป็นคนแก่ฉัน
เพื่อประจบสอพลอเจ้านาย ฉันทำร้ายผู้ให้กำเนิดได้เพียงนี้เลยหรือ..
แม่ ...
หนูขอโทษ
ใคร??? เคยเป็นแบบฉันบ้าง ......

ใน ชั่วชีวิตของคุณ คุณอาจจะเปลี่ยนงานหลายๆ ครั้ง คุณอาจจะมีเจ้านายนับไม่ถ้วน
แต่ตลอดชีวิตของคุณ.....คุณมีแม่มีเพียงคนเดียวค่ะ คนเดียวจริงๆ ทำดีกับท่านไว้เถอะค่ะ
อย่าทำให้ท่านต้องร้องไห้เพราะการกระทำของคุณเลย....คุณอาจจะรักท่านน้อยลง ทุกๆ วัน
แต่ท่านไม่เคยรักคุณลดลงเลย ตรงกันข้ามท่านกลับรักและเป็นห่วงคุณมากขึ้นทุกๆ วัน....




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2553 18:13:28 น.
Counter : 179 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

naizeezaa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add naizeezaa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.