M a y T h e F o r c e B e w i t h y o u
Group Blog
 
All blogs
 
ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครของ "สาวิตรี สามิภักดิ์" <ตอนที่ 3>

“ม.ศ.5 ต่องเริ่มมีงานถ่ายโฆษณา แต่ก่อนหน้านั้นต่อง สอนพิเศษตั้งแต่อยู่พระแม่มารีแล้ว ก็สอนมาจนอยู่บพิตรพิมุข ได้เดือนละ 500 ให้แม่ครึ่งหนึ่ง ที่เหลือเก็บไว้เองครึ่งหนึ่ง
... แม่จะให้เงินวันละ 15 บาท รวมค่าอาหารเช้า – กลางวัน เพราะโรงเรียนเข้าเช้า แล้วบ้านอยู่ในสวน นั่งสองแถวมาก็ 6 สลึง รถเมล์อีก 6 สลึง
... บางทีรถเมล์ติดนาน อยากรีบก็ไปนั่งเรือ ค่าเรือ 3.50 บาท ก็เป็น 5 บาท ถ้ากลับด้วยวิธีแบบนี้ก็เป็น 10 บาท เหลือ 5 บาท ไม่พอกินข้าว เพราะเขาขายจานละ 7 หรือ 8 บาท
... คือบางทีต้องเลือกที่จะไม่กินข้าวเช้า แล้วไปกินกลางวัน เพราะเราจะกินได้แค่มื้อเดียว กินจากบ้านไม่ทัน เพราะจากท่าเรือต้องเดินไปโรงเรียนอีกไกล

... พอ ม.ศ.5 ต่องอยู่ในสวนก็ใช้เดินออกมา ประหยัด เพราะนั่งสองแถวสองคนก็สามบาท ก็เดิน ก็ไปเจอพี่ที่เขาเป็นโมเดลลิ่ง เขาให้นามบัตรมา ถามว่าอยากถ่ายโฆษณาไหม ต่องคิดว่าจะถ่ายได้ยังไง สวยก็ไม่สวย ตอนนั้นต่องกำลังจะ 17
... ก็คิดว่าถ่ายโฆษณามันจะได้เงินเหรอ มันจะจริงเหรอ เลยลองโทฯไป เขาก็เรียกให้ไปเทสต์ ตอนนั้นไม่ได้บอกใคร ไปเองคนเดียว เอาชุดพี่สาวใส่ไป แล้วเขาบอกให้แต่งหน้าไปหน่อย แต่งก็ไม่เป็น ก็ทาๆถูกๆไปนิดหน่อย

... งานแรกที่ถ่ายคือน้ำยาล้างตาออฟเทค เป็นภาพนิ่ง พี่ม้า อรนภา แต่งหน้าให้ต่อง แต่งแค่ตาอย่างเดียว เขาบอกให้ยิ้ม ปากห้ามยิ้ม ต้าห้ามหยี แต่ให้ตายิ้ม >>> ทำยังไง - - แทบร้องไห้เลย ถ่ายเกือบวันนึง ต่องบอกไม่ถ่ายแล้วได้มั๊ย เราเป็นเด็กขี้อายด้วย นั่นงานแรก
… ต่องมารู้ที่หลังตอนมาเล่นหนังแล้ว ว่าที่ข้างขวดน้ำยาออฟเทคมันเป็นลูกกะตาต่อง เพราะน้าแอ๊ด สมบัติ (เมทะนี) จำได้ ถามว่านี่มันตาเราหรือเปล่า เพราะแกใช้ยี่ห้อนี้พอดี ต่องบอกใช่ๆ เราลืมไปแล้วนะ เป็นตาเราจริงๆ
... ช่วงที่ต่องถ่ายโฆษณาเป็นช่วงที่พ่อออกจากงานพอดี พ่อออกจากงานตอนอายุ 63”

งานถ่ายแบบโฆษณาทำให้เธอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่มีผลกระทบต่อการเรียนของเธออย่างมาก เพราะโรงเรียนไม่สนับสนุนให้นักเรียนเข้าวงการบันเทิง

“สมัยก่อนโรงเรียนรัฐบาล ผ.อ.จะไม่ให้ ถ้าเป็นหนังใหญ่หรือเป็นหนังโฆษณาใหญ่ๆถ้าเป็นตัวหลักไม่ได้ เดี๋ยวเขาจับได้ เราก็ไม่ถ่าย เราก็ถ่ายเป็นหมู่ๆ แล้วเวลาผ.อ.เรียกไปถามก็บอกว่าไม่ใช่หนู แต่คล้าย แต่ถ้าเป็นโปสเตอร์ถ่ายเดี่ยวได้ เพราะโปสเตอร์มันอยู่ไม่นาน อย่างเก่งก็ 6 เดือน
... แล้วก็มีถ่ายโฆษณาไดมารู ต่องจะได้ถ่ายกับไดมารูเยอะมาก มักจะถ่ายเป็นฝรั่ง แล้วก็ถ่ายพรมไทปิง ฮอลล์ ถ้าเป็นหนักก็เคยถ่ายกับโค้ก หาดใหญ่ ถ่ายบะหมี่จายา บะหมี่มุสลิม คือถ้าเป็นโปสเตอร์รับหมด ถ่ายเดี่ยวต่องก็เอา แต่ถ้าเป็นทีวี เดี๋ยวผ.อ.เห็น
... ตอนนั้นเพื่อนก็รู้นะคะว่าเราถ่ายแบบ แต่เราก็บอกว่าไม่ใช่ เดี๋ยวโดนไล่ออกสิคะ เพราะแต่ก่อนเขาห้ามเลย

... แรกๆต่องไม่บอกที่บ้านด้วย แต่ตอนหลังก็จะบอกเขา แต่พ่อจะห้าม เคยจะได้ถ่ายสบู่อาบน้ำนะคะ แต่มันต้องลงไปแช่แล้วมีฟองสบู่
... ก็บอกพ่อว่าได้เงินดี ไม่โป๊ ใส่เสื้อยืดรัดๆกับกางเกงขาสั้น แต่ยังไงพ่อก็ไม่ยอม เป็นสินค้าอย่างเดียวที่พ่อไม่ยอมให้ถ่ายเลย พ่อบอกว่ามันเหมือนแก้ผ้า ใครเขาจะรู้ว่าไม่ได้แก้ผ้า ซึ่งจริงๆเงินดีมาก สบู่นี่สุดยอดของเงินเลย เขาจะมีเงินจ้างเยอะ
... พอไปถ่ายโฆษณาก็เริ่มสบายขึ้นแล้วค่ะ ก็จะเริ่มมีเงินกินข้าวตอนเช้า ไม่ค่อยเดือดร้อนแล้ว แต่ต่องจะแบ่งเงินให้แม่ครึ่งหนึ่งทุกครั้ง ตายตัวเลย”

เมื่อทำงานมีรายได้เธอก็ตั้งใจจะเรียนต่อให้สูงขึ้นไปอีก แม้จะสอบเข้าทำงานที่แบงก์กสิกรไทยได้

“พอจบปีสาม (ปวช.) ถ้าเรียนบัญชีก็จะได้ทำงานแบงก์ แบงก์กสิกรไทยจะมารับสมัครที่โรงเรียน แล้วให้เด็กสอบ เพื่อนมันสอบทั้งห้อง ก็เลยไปด้วย แล้วต่องเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สอบได้ นอกนั้นเป็นผู้ชายอีกสองคน แต่ต่องสละสิทธิ์ เพราะคิดว่าจะเรียนต่อ เราพอมีเงินแล้ว
... ตอนที่สอบได้ก็ดีใจ ไปคุยให้พ่อกับแม่ฟัง แต่ก็จะให้ทำงานเลย จะไม่ให้เรียน แม่ก็ด่า เราก็นั่งร้องไห้บอกไม่เอา อยากเรียนต่อ เพราะรู้สึกว่าเรายังเรียนน้อยไป
... คือตอนนั้นแม่อยากให้ทำงาน เราก็ไม่เข้าใจ รู้สึกว่าแม่งก เพราะเงินเดือนตอนนั้นถือว่าเยอะสำหรับงานแบงก์ยุคนั้น โกรธแม่ด้วย ต่องนั่งร้องไห้อยู่กับพ่อตั้งนานว่าขอเหอะ ขอเรียนอีกสองปี (ปวส.) ก็ได้ แล้วจะไม่เรียนก็ได้ ไม่เป็นไร นั่งร้องไห้อยู่ตั้งนานจนพ่อให้เรียน
... ก็เรียนบัญชีอีก แล้วเลือกเอกการเงินเลยให้มันยากขึ้นไปอีก”

ช่วงปลายปีของการเรียน ปวส.ปี 1 ชีวิตของเธอก็มาจุดหักเหให้ต้องเข้าวงการบันเทิง

“ประมาณปลายๆปี ต่องถ่ายโฆษณาพรมไทปิง ตอนนั้นจะแขวนอยู่แถวๆราชดำริ แล้วต่องก็ไปอยู่บ้านพี่ที่รู้จักกันที่บางพลัด แถวนั้นจะมีสนามเทนนิสของน้าแอ๊ด สมบัติ เมทะนี
… พี่ก็พาไปตีแบดฯ ตอนนั้นต่องยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย น้าตุ๊กกับน้าแอ๊ดเรียกให้ไปหา ถามว่าชื่ออะไร เรียนที่ไหน แล้วก็ถามว่าอยากเล่นหนังไหม ต่องขี้อาย ก็คิดว่าเราจะไปทำได้ยังไง ก็บอกไม่ชอบ ไม่เอาค่ะ
... น้าแอ๊ดก็ให้เบอร์ไว้ และขอเบอร์พี่คนนั้นไว้ ก็ไม่คิดอะไร คิดว่าเขาดีนะ อยู่ใกล้ๆเขาดูเหมือนในรูปเลย รู้สึกปลื้มที่เขาดูเฮลท์ตี้ ดูเป็นนักกีฬา เราเป็นนักกีฬาเราก็ชอบ >>> สมัยเรียนพี่ต่องจะเป็นนักกีฬาเสมอ

... สักพักน้าแอ๊ดก็โทฯมาบอกให้ไปกินข้าวที่บ้าน พี่เค้าก็พาไป เขาก็ชวนว่าถ้าสนใจเขาจะให้เล่นหนังเขา แต่ตอนนี้หนังเขายังไม่มี แต่เพื่อนเขาชื่ออดุลย์ กรีน กำลังจะทำหนัง อยากได้นางเอกใหม่ สนใจไหม ต่องบอกทำไม่ได้หรอก ต่องอาย ต่องทำไม่เป็น เขาบอกลองไปคิดดูใหม่ .....

หลังจากกลับไปคิดดูแล้ว เธอก็ตัดสินใจเข้าสู่วงการแสดงในปี พ.ศ.2526 >>> ยังไม่เกิดเล่ยยยยยย

***************
โปรดติดตามตอนต่อไป



Create Date : 04 ตุลาคม 2549
Last Update : 4 ตุลาคม 2549 14:35:43 น. 12 comments
Counter : 686 Pageviews.

 
มารอติดตามค่ะ ตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกล่ะ

ลงชื่อจองที่นั่งค่ะ


โดย: ดอกซากุระบานแค่เจ็ดวัน วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:15:37:21 น.  

 
รออ่านต่อด้วยคนจ้า


โดย: miss Florence in Venice วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:15:41:01 น.  

 
เข้าวงการตอนที่ผมเกิดพอดีเลย จะรออ่านตอนต่อไปครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:15:43:45 น.  

 
เข้ามานั่งรออ่านต่อนะค่ะ


โดย: opleee (opleee ) วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:16:43:45 น.  

 
มาลงชื่อ รออ่านต่อค่ะ ตามหลังคนข้างบนมา คิคิ


โดย: รวมการเฉพาะกิจ วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:17:23:37 น.  

 
รออ่านต่อเหมือนกัน


โดย: หน่อย IP: 203.156.1.88 วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:19:57:49 น.  

 
ยิ่งอ่านยิ่งชอบประวัติคุณต่อง เพราะว่ารู้จักคิดรู้จักวางตัวในวงการได้ดี ไม่มีเสื่อมเสียถึงทางบ้าน

ขอบคุณเจ้าของบล็อกมากมายเลยจ้ะ



โดย: ยายดา(ห้องแม่บ้านต่างแดน) IP: 81.159.114.113 วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:1:14:28 น.  

 
แวะเข้ามาหาเจ้าของกระทู้อะค่ะ คิดถึง


โดย: opleee (opleee ) วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:16:18:44 น.  

 
KKK


โดย: เกษศศิ ตู้บุดดา IP: 110.49.147.192 วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:20:03:25 น.  

 
รักป้าที่สุด


โดย: มะเหมี่ยว IP: 113.53.128.33 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:19:43 น.  

 
เป็นกำลังใจให้อาต่องเสมอนะค่ะและจะติดตามผลงานตลอดไป รักและเป็นห่วงจากใจ


โดย: เบียร์ IP: 118.172.86.122 วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:14:54:28 น.  

 
รักป้าต่องและเป็นห่วงจากใจจริง


โดย: สมอญ IP: 192.168.212.108, 118.172.133.70 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:15:15:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เบาบางว่างพ้นจรดฟ้า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





: Thanks for P'tong Savitree Samipak

: นิตยสารดิฉัน
Friends' blogs
[Add เบาบางว่างพ้นจรดฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.