อยากเที่ยวๆๆๆ
Group Blog
 
All Blogs
 

14-17 มี.ค. 09...มาเก๊า-ฮ่องกง...วันที่ 2...นองปิง ซิตี้เกท เดอะพีค มงก๊ก

วันที่ 2...ที่ฮ่องกง


ตื่นกันแต่เช้าเลยค่ะ ตามที่เราวางแผนกันไว้ (ตื่น 6.30 น. แน่ะ ไปทำงานยังไม่ตื่นเช้าขนาดนี้เลย)


7.00 น. ออกเดินทางจากที่พัก นั่ง MTR ไปสถานี Tung Chung ค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที
เราได้ข้อมูลมาว่าวันอาทิตย์ กระเช้าเปิด 10.00 น. เราไม่อยากเสียเวลา
เลยกะว่านั่งรถเมล์ไป ดีกว่าคอยกระเช้าเปิด ที่ไหนได้ วันอาทิตย์ กระเช้าเปิด 9.00 น. จ้ะ
แต่ยังไง เราก็ถึงก่อนอยู่ดี (คนที่นั่งกระเช้าเที่ยวแรก 9.00 น. จะถึงนองปิง 9.30 น.
แต่เรานั่งรถเมล์ไปถึงนองปิง 9.00 น.)


อิๆๆ ถ่ายรูปไว้หน่อย เป็นหลักฐานว่ามาถึงแว้ววว




พอออกจาก MTR ก็เดินทะลุตึก (ห้าง City Gate) เพื่อไปขึ้นรถเมล์สาย 23 ไปไหว้พระพุทธรูปใหญ่กันค่ะ (จริงๆ เดินอ้อมไปทางซ้ายก็ได้ แต่เราไม่รู้ทาง เดินมั่วๆ ไปน่ะ)




เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอป้ายสีเหลือง บอกสายรถเมล์ 23 ไปวัดโปลิน (ถูกทางแล้วค่ะ เดินตามไปเลย)




ถึงสถานีจอดรถแล้วค่ะ มีป้ายบอกสายรถเมล์+ค่ารถเมล์
ค่ารถเมล์วันหยุด ราคา 27 เหรียญค่ะ ใช้เวลาเดินทางอีก 1 ชม.





ตารางเวลาเดินรถในวันธรรมดา และวันหยุดค่ะ
ถ้าใครอยากได้ไฟล์ใหญ่ หลังบ้านมานะ เดี๋ยวส่งไปให้




วิวระหว่างเดินทางค่ะ เห็นทะเล สวยดีค่ะ หลังจากถ่ายรูปนี้เสร็จ เราก็หลับแล้ว





และแล้วก็มาถึง รถจะจอดตรงนั้นล่ะ
รถในรูปนี่ เป็นอีกคันที่ออกตามหลังมาค่ะ เราถ่ายรูปคันที่เรานั่งมาไม่ทัน
พอเราลงรถแล้ว รถก็ออกไปอย่างรวดเร็วค่ะ




แต่รถก็เหมือนกันนะคะ (หน้าตาแบบนี้ บ้านเราเรียกรถทัวร์อ่ะ)




พอลงจากรถเมล์แล้ว หันไปทางซ้ายจะเป็นทางเข้าหมู่บ้านนองปิงค่ะ
แต่เรายังไม่ไปหมู่บ้านนองปิง เดี๋ยวเราเดินไปทางขวาแทน ไปไหว้พระใหญ่กันก่อน




มองจากที่จอดรถเมล์ ก็เห็นพระใหญ่แล้ว แอ๊ปทำท่าไหว้พระก่อน




แต่พอเดินไปแล้ว พระใหญ่ยังไม่เปิดค่ะ ประตูเปิดแค่นิดหน่อย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้
พระใหญ่เปิด 10.00 น.ค่ะ ไม่เป็นไร แอ๊ปทำท่าไหว้พระอีกรอบก็ได้




เราเลยตัดสินใจเดินไปดูลายไม้จารึกก่อน บริเวณนี้เป็นทางเดินเข้าไปค่ะ




มีป้ายเล็กๆ บอกระยะทางด้วย (700 เมตร เดิน 12 นาที) แต่จริงๆ ใช้เวลานานกว่านั้นค่ะ เพราะเดินไป แวะถ่ายรูปไป




อย่างเช่นรูปนี้




และรูปนี้ (ต้นชาค่ะ เหอะๆๆ พึ่งเคยเห็นอ่ะ)



ถึงแล้ว แต่แผ่นไม้มีการซ่อมแซมด้วยค่ะ เศร้าเลย นึกว่าจะได้รูปสวยๆ ซะอีก




เราปีนขึ้นไปบนเขาค่ะ มองลองมาสูงมากๆ แอ็คท่ากับลายไม้ ก็ต้องเป็นฮิปโปกะเรียน...
เอ้ย...ท่า นกกะเรียนค่ะ




เดินชื่นชมความงามซักพัก ก็เห็นว่าเกือบ 10.00 น. เลยเดินกลับค่ะ ไปไหว้พระใหญ่กัน พอไปถึงเนี่ย คนตรึมเลย




ไหว้พระขอพรก่อน (ไปช๊อปปิ้งต่อ)
สาธุ๊...ขอให้ลูกได้เจอของถูกๆ หิ้วกลับบ้านเยอะๆ นะคะ




อืม...จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร
แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากขึ้นมาเนี่ยแหล่ะ สวยจัง




จากรูปปั้นเมื่อกี๊ มองลงไป สู๊ง สูงดีจังเลย




เดินซักพัก ก็เดินย้อนกลับค่ะ ไปหมู่บ้านนองปิงกัน ไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะเราอยากกินขนมมากกว่า เลยรีบเดินออกมา




พอใกล้ๆ ทางออก (ถ้านั่งกระเช้ามา มันจะกลายเป็นต้นๆ ทางเข้าหมู่บ้าน) เจอร้านนี้แล้วค่ะ Honeymoon Dessert




เพื่อนๆ บอกว่า Mango Pancake อร่อยมาก ต้องลองค่ะ




ตามด้วยขนมของแฟนเรา มะม่วงสาคูค่ะ




เอามาเข้าแถวก่อน




อ่า...น่ากินสุดๆ อร่อยจริงๆ น้า ไม่หวานเกินไป แป้งก็นุ่มๆ เหนียวๆ ไม่หนาเกินไปด้วย




ใกล้ถึงทางขึ้นกระเช้าแล้วค่ะ ขอหันหลังกลับไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย




แล้วก็เดินเข้าไปซื้อตั๋วค่ะ ไม่มีคนเลย 555 เพราะเรากะลังกลับ แต่คนอื่นกะลังมา
ค่ากระเช้าเที่ยวเดียววันอาทิตย์ 74 เหรียญ/คน นะคะ (แพงกว่าข้อมูลที่ได้มาอีกแระ)
ปล.รูดบัตรเครดิตได้ด้วย ไม่ชาร์จ 555 สุขใจจริง




ซื้อตั๋วเสร็จแล้ว ก็เดินเข้าไปคอยกระเช้าค่ะ โล่งสุดๆ เลยเห็นมั๊ย




อ่า...ไม่ได้ถ่ายรูปสถานีด้านในมา ลืมอ่ะ จากบนกระเช้า มองเห็นสนามบินด้วยนะ




กะลังจะข้ามทะเล สวยมากๆ เลยล่ะ




สถานีระหว่างทางค่ะ จะมีสถานีอย่างนี้หลายสถานีเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้จอดให้ขึ้นลงนะคะ




มาถึงต้นทางแล้วค่ะ ทางขึ้นกระเช้า ใกล้ๆ กับ MTR Tung Chung เห็นมะ คนอย่างเยอะเลยอ่ะ




ก่อนออกมาก็แวะเอารูปที่ถ่ายด้วยกล้องอัตโนมัติบนกระเช้าก่อน เราว่าแพงอ่ะ 88 เหรียญแน่ะ เราไม่อยากได้เลย แต่แฟนบอกว่า ถ้าครั้งหน้ามา เราอาจไม่ได้นั่งกระเช้ากัน 2 คน ถ้าถ่ายรูป ก็ต้องมีคนอื่นติดมาด้วยนะ ก็จริงอ่ะ เอาก็เอา โชว์ถุงหน่อยละกัน




ออกมาถึงก็เกือบๆ 12.00 น.ละ เลยแวะกินข้าวที่ห้าง City Gate ก่อน
เราสั่งชุดข้าวมันไก่ (ประมาณ 55 เหรียญ) อร่อยมากๆ เลย




ของแฟนเราเป็นชุดอาหารอินเดีย แต่จำราคาไม่ได้โดยสิ้นเชิงค่ะ




กินข้าวเสร็จ นั่ง MTR ตรงดิ่งไป Causeway Bay ค่ะ
ออกจาก MTR มาต้องตกใจอย่างรุนแรง ทำไมคนเยอะอย่างนี้อ่ะ




เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็เจอจุดมุ่งหมายเราค่ะ




เดินเล่นอยู่พักนึงก็ออก เพราะสาขานี้ของน้อยกว่า Kowloon Bay อีก

เลยออกมาแล้วนั่ง MTR ไปสถานี Central ค่ะ เราจะไปนั่งรถเมล์ 15C กัน แต่เดินไปเดินมา ก็หาไม่เจอ ช่างมัน เดินไปสถานีรถรางขึ้น The Peak กันดีกว่า




เดินออกจากสถานีก็เจอสวนสาธารณะค่ะ ดูตามป้ายบอกทางแถวนั้นไปเรื่อยๆ




ตึกระหว่างทาง แต่จำไม่ได้ว่าตึกอะไร




อ๊ะ เจอป้ายอะไรซักอย่าง รีบเดินไปดู ก็รู้ว่ามาถูกทางแล้ว
(ตรงสีน้ำเงินบอกว่าไป Peak Tram)




ถึงสถานีแล้ว เจอรถเปิดประทุนด้วย แต่คิดว่าไม่ใช่ 15C แน่ๆ เลย
เพราะไม่เห็นมีป้ายบอก แต่อยากนั่งบ้างอ่ะ




ก็ต้องเข้าแถวเหมือนเดิม คนเยอะมากๆ
เราใช้บัตรปลาหมึกจ่ายเงินค่ะ ค่ารถคนละ 20 เหรียญมั้ง




กว่าจะเข้ามาตรงนี้ได้ ก็เกือบชั่วโมงแน่ะ เห็นคนแล้วเหนื่อยใจจริงๆ




เข้ามาได้ก็ต้องคอยคิวขึ้นอีก ถ่ายรูปหน่อยดีกว่า ให้หายแค้น




ถึงแล้ว สถานีอยู่ใต้ตึกอะไรซักอย่าง เดินขึ้นตึกไปเรื่อยๆ ด้วยความหวังว่าจะเจอทางออก




แต่กว่าจะเจอทางออก ก็เดินเหนื่อยเหมือนกัน ออกมาแระ ได้รูปนี้กลับมา




ซักพัก เห็นรถรางกะลังขึ้นมา ถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย
จริงๆ มันเริ่มมืดแล้วล่ะ แต่เราโฟกัสแสงให้สว่างๆ หน่อย




เดินซักพักก็ลงมา ขาลงว่าจะนั่งรถเมล์ แต่ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาก เลยจำใจต้องยืนรอรถรางอีกรอบ เพราะรถรางลงมาเร็วกว่ารถเมล์ค่ะ
ขากลับค่ารถรางประมาณ 11 เหรียญ (ส่วนลดสำหรับคนที่จ่ายด้วยบัตรปลาหมึกค่ะ)

ตอนเดินขากลับถ่ายรูปนี้ระหว่างทาง




รูปนี้ด้วย โบกมือทำไมอ่ะ ไม่เหนื่อยเหรอ




เรากลับไปห้องพักก่อนค่ะ ไปเก็บของ แล้วก็อาบน้ำด้วย
แล้วเริ่มเดินจาก Yau Ma Tei ไป Mongkok ค่ะ




ถึง Mongkok แล้วค่ะ เดินไปหาอะไรกินก่อนเลย หิวแล้ว ร้านนี้เค้าบอกว่าอร่อยกัน ลองดูค่ะ




อยากสั่งข้าวผัดหยางโจวค่ะ แต่เมนูมีแค่ภาษาจีนอ่ะ
กำจริงๆ แฟนเราตัดสินใจบอกไปว่า “หยางโจวไรซ์”




555 สำเร็จค่ะ เค้ารู้ด้วย สงสัยมีคนไทยไปกินบ่อย
ลองชิมดู อร่อยมากๆๆๆ ค่ะ (เฉพาะเจ้านี้นะ เจ้าอื่นแค่พอกินได้)




อีกจานค่ะ ผักคะน้าฮ่องกง (ลวก) ราดน้ำมันหอย
แต่เราไม่ค่อยชอบอ่ะ เค้าลวกมากไป แต่แฟนเราชอบ ซะงั้น




กินเสร็จแล้ว เดินเลดี้มาร์เก็ตได้ซัก 10 นาที ก็เดินออก
เหมือนบ้านเราเลยอ่ะ




อ๊ะ มุงอะไรกัน เข้าไปดูมั่ง เป็นของทอดค่ะ
ลองซื้อกิน มีคนเคยบอกว่าปลาหมึกทอดอร่อย แต่กินแล้วไม่ชอบอย่างแรงค่ะ เหม็นคาว เหนียวด้วย น้ำมันก็เยิ้ม แม่ค้าก็ทำหน้าหงิก กระชากปลาหมึก (ที่เรากำลังเลือก) จากมือเรา ร้านนี้แย่มากค่ะ



ปลาหมึกที่ซื้อมาค่ะ กินไปคำเดียวทิ้งเลย (10 เหรียญแน่ะ)



แฟนเราซื้อทาโกะจากร้านใกล้กันมากิน เราว่าไม่อร่อยอ่ะ รสชาดพอกินได้
เราว่าร้านที่เอสพลานาด (ถ.รัชดา) อร่อยกว่าค่ะ




เสียอารมณ์อย่างแรงค่ะ แต่เราเดินไปร้านมะม่วงปั่นพอดี แวะเข้าไปกินล้างปากเมื่อกี๊หน่อยดีกว่า จากในรูป ร้านอยู่ขวามือ ที่มีป้ายหน้าร้านสีส้มๆ ค่ะ




เมนูมีภาษาอังกฤษด้วยค่ะ




เราสั่งมะม่วงปั่นมาก่อนเลยค่ะ อร่อยสุดๆ เลย จนต้องสั่งใหม่อีกแก้ว
(ตอนนั้นไป หนาวก็หนาว แต่ก็อยากกิน ทรมานจริง จริ๊ง)




อยากกินหลายอย่าง เลยสั่งเป็นชุดมาค่ะ
แต่ละอย่างใส่มาในถ้วยเล็กๆ ลองชิมแล้ว เราไม่ชอบซักอย่างเลย




ที่ร้านเค้าจะเก็บอุปกรณ์การกินไว้ในลิ้นชักโต๊ะนะคะ
ทีแรกไม่รู้ ไปขอช้อนเค้า เค้าก็ชี้ๆ ไปที่โต๊ะ ถึงบางอ้อเลยค่ะ




กินเสร็จก็ช๊อปปิ้งของจริงแระ ไปเดินเล่นที่ถนนที่ขายรองเท้ากีฬาค่ะ
โอ้... ไม่รู้จะบรรยายยังไง ลืมถ่ายรูปด้วย มัวแต่ดูรองเท้าจะเพลิน
ตื่นตา ตื่นใจมาก ของถูกกว่า ใหม่กว่าที่บ้านเราเยอะเลยค่ะ

แต่ในรูป ไม่ใช่ถนนที่ขายรองเท้ากีฬานะคะ เป็นถนนที่ขายอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ค่ะ




ระหว่างเดินกลับที่พักค่ะ ร้านปิดหลายร้านแล้ว 22.30 น. แล้วค่ะ



เดินไปเรื่อยๆ ใกล้ถึงที่พักแล้วค่ะ




เห็นทางคุ้นๆ แระ ถึงที่พักเราแล้ว ใช้เวลาเดินแค่ 10 นาทีเองค่ะ




รูปสุดท้ายแล้ว เดินตรงไป เลี้ยวซ้ายก็ได้นอนแล้ว
(จากรูปนี้ ไปดูรีวิวที่พักฮ่องกงต่อเอาเองนะจ๊ะ)




เฮ้อ!! กว่าจะทำแต่ละบล๊อกได้เนี่ย มันก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันเนอะ
ยังเหลืออีก 2 วันที่มาเก๊า ขอเวลาอีกซักพักนะคะ
โปรดติดตามตอนต่อไป ที่เราคิดว่าอีกนานเลยกว่าจะทำเสร็จ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 16:23:14 น.
Counter : 4850 Pageviews.  

14-17 มี.ค. 09...มาเก๊า-ฮ่องกง...วันที่ 1...ลงเครื่องที่มาเก๊า เดินไปท่าเรือ Cotai Jet แล้วไปฮ่องกงกัน

ข้อมูลทริปนี้
1. เดินทาง 14-17 มี.ค. 09
2. อากาศเย็นๆ หนาวๆ อุณหภูมิอยู่ที่ 14-17 องศา ไม่เจอฝน ไม่มีหมอก
อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งสุดๆ
3. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 35,000 บาท
3.1 ค่าที่พักฮ่องกง 2 คืน 2,673 บาท (ได้ส่วนลด 40 us$ จากhotelclub.com)
3.2 ค่าที่พักมาเก๊า 1 คืน 980 บาท (นี่ก็ได้ลด 40 us$ จากhotelclub.com)
3.3 ค่าแท๊กซี่ไปกลับ บ้าน-สนามบิน 520 บาท
3.4 ค่าตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย ค่าโหลดกระเป๋า ค่าเลือกที่นั่ง 8,350 บาท (พึ่งรู้ตัวว่าซื้อตั๋วแพงอ่ะ เพราะพึ่งได้ตั๋วโปรจากแอร์เอเชียมาใหม่ไปกลับฮ่องกง 2 คน แค่ 4,072 เองอ่ะ)
3.5 ค่าเรือ Cotai jet 2 คน ไปฮ่องกง 308 Mop (จ่ายบัตรเครดิตไป ใบแจ้งหนี้มา 1,418.81)
3.6 ค่าเรือ Turbo jet 2 คน ไปมาเก๊า 268 Hk$ (นี่ก็รูดบัตร 1,271.32)
3.7 ค่าบัตร octopus 2 คน 303.60 Hk$
3.8 ค่ารองเท้าไนกี้ของเรา 1 คู่ 299 Hk$ (นี่ก็รูดด้วย 1,418.49)
3.9 ค่ารองเท้าจอร์แดนของคุณผู้ชาย 1 คู่ 790 Hk$ (ฮ่าๆๆ ยังรูดได้อีก 3,748.37)
3.10 ค่าแบตกล้องแคนนอน 1 ก้อน 310 Hk$ (รูดได้อีก 1,470.61)
3.11 ค่าเสื้อแจ๊กเก๊ตบอสซินีของเรา 1 ตัว 150 Hk$ (รูดอีกนะ 711.79)
3.12 ค่ากระเช้านองปิงขากลับ 2 คน (วันอาทิตย์แพงอ่ะ) 148 Hk$ (รูดบัตรเหมือนเดิม 702.24)
3.13 ค่ารูปถ่ายบนกระเช้านองปิง 1 รูป 88 Hk$ (แพงอ่ะ เสียดายตังค์จัง)
3.14 ค่าของที่ไอเกีย 423.20 Hk$ (แพงเพราะหมอนขนเป็ด รูดบัตรบางส่วน เพราะไปซื้อของ 2 สาขา)
3.15 ที่เหลือเป็นค่าอาหาร ค่าขนม ค่าน้ำ ที่เดินซื้อเดินกินเรื่อยเปื่อย แบบนับไม่ถ้วน ซึ่งรวมๆ แล้วอยู่ที่ 8,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากสุดเลยยยย (ถ้าไม่นับค่าตั๋วเครื่องบินนะ)
4. ด้วยผลพวงของการรูดบัตรไปเยอะ เราเหลือเงินฮ่องกงกลับมา 220 hk$ ยังไม่แลกคืน เพราะจะเก็บเอาไว้ไปเที่ยวคราวหน้าต่อ
5. อ้อ!! อัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้น 4.70 บาท แพงจังเลย พอกลับมา เรทแลกเงินก็ลดลงเหลือแค่ 4.40 เองง่ะ




เราได้ตั๋วโปรแอร์เอเชีย 0 บาทค่ะ (เคยคิดว่าดีจังเลย) จองล่วงหน้ากันข้ามปีเลย แต่ไม่เป็นไรคอยได้ เพราะต้องวางแผนเที่ยว พร้อมทั้งเก็บเงินด้วย
(โอ้!! พึ่งสังเกตเห็น ไปกลับกทม.-มาเก๊า 2 คน ค่าตั๋ว 8,000 บาท ยังไม่รวมค่าเรือไปกลับฮ่องกงนะเนี่ย ทำไปด๊ายยยย )


แต่ๆๆๆ ที่เซ็งกว่านั้นคือ หลังจากได้ตั๋วโปร 0 บาท อีกแค่ไม่กี่อาทิตย์ แอร์เอเชียก็มีเที่ยวบิน บินตรงกทม.-ฮ่องกงอ่ะ เศร้าค่ะ


ไม่เป็นไร อย่าเศร้าๆๆ ทำใจให้สบาย ก็เราอยากไปเที่ยวมาเก๊าอยู่แล้วนี่
อยากไปดูซากโบส์ถเซนต์ปอลล์ค่ะ เห็นเพื่อนๆ รีวิวกัน สวยมากๆ




รูปแรก เริ่มกันที่สนามบินมาเก๊าเลยค่ะ มองเห็นเวเนเชี่ยนด้วย
ตึกโค้งๆ สีส้มอ่อนๆ เอ๊ะ หรือสีชมพูก็ไม่รู้อ่ะ



ตอนที่อยู่บนเครื่องแอร์จะแจกใบตม.ค่ะ
เราเขียนว่า "Go to Hongkong" เพราะเราจะไปฮ่องกงก่อน
พอขากลับไปมาเก๊า เราจึงระบุชื่อโรงแรมที่จะพักในมาเก๊าค่ะ



ระหว่างคอยกระเป๋า ก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อย




ได้กระเป๋าแระ เดินออกมา แล้วเลี้ยวขวา จะเจอทางเดินแบบในรูปค่ะ
แล้วเดินไปตามทางนะคะ แหม เหมือนรู้ทางเนอะ
จริงๆ ได้ดูรีวิวการเดินไปท่าเรือแล้วน่ะค่ะ ปริ้นมาด้วย กลัวเดินไม่ถูก




เดินไปสุดทาง เจอประตูทางออก เห็นรถเวเนเชี่ยนด้วย (รถคันสีน้ำเงินน่ะ)
หารู้ไม่ พอออกมา เรารีบเดินกลับเข้าสนามบินเลยค่ะ
ลมแรง และหนาวมากๆ แฟนเรารีบเปิดกระเป๋า เอาเสื้อแจ๊กเก๊ตมาให้เราค่ะ
โดนเหน็บอีก ก็ไม่รู้นิว่าจะหนาวขนาดนี้




โธ่ ตัวเองก็หนาวเหมือนกันแหล่ะ ฮี่ๆๆ รีบใส่แจ๊กเก๊ตเหมือนกัน
แล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ไม่ต้องคิดมาก ผ่านรถเวเนเชี่ยน
เดินจนสุดทางจะเจอทางเดินเล็กๆ ที่มีคู่หนุ่มสาวกำลังเดินออกมา
ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่มั๊ย ลองเสี่ยงเดินไป ถูกทางแล้วค่ะ




เดินไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวขวาทางแยกแรกนะคะ แต่ไม่มีรูปตอนเลี้ยวขวาแล้วอ่ะ




เลี้ยวขวาแล้ว เดินตรงไปเรื่อยๆ ในใจอาจหวั่นๆ ว่าเดินมาถูกทางรึเปล่า
เพราะมันดูแล้วไม่น่าจะมีท่าเรือเลย แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ
เดินมาซัก 10 นาที ก็จะเห็นทางเดิน มีเสาแดงๆ หรือส้มๆ หว่า
แปลว่ามาถูกทางแล้ว




มาถึงแล้วค่ะ เดินอีกนิดนึง ไปตรงรถทัวร์สีน้ำเงินค่ะ
ตรงนั้นเป็นอาคารผู้โดยสารที่จะไปฮ่องกงค่ะ




บริเวณเคาเตอร์จำหน่ายตั๋วเรือ ไม่ให้ถ่ายรูปแล้วค่ะ
ตั๋วเรือเรา ค่าตั๋วโชว์เป็นเงินมาเก๊า เนื่องจากเรารูดบัตรเครดิตค่ะ




สลิปบัตรเครดิตค่ะ ไม่มีชาร์จเพิ่ม
หลังจากกลับมา เราได้ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต เราโดนอัตราแลกเปลี่ยนไม่เยอะค่ะ
เรทพอๆ กับเงินฮ่องกงที่แลกไปเลย ดีจริงๆ




ราคาค่าตั๋วเรือค่ะ แต่ราคานี้ถึงแค่สิ้นเดือนมี.ค. 09 เองนะคะ




ได้ตั๋วแล้ว เดินเข้าไปตม.มาเก๊า ไม่มีคนเลย โล่งมากๆ ถ่ายรูปไม่ได้เหมือนเคย
ผ่านมาได้ ไม่มีปัญหาอะไร ก็นั่งคอยรอบเรืออีกครึ่งชั่วโมง เรือก็มา เดินตามคนอื่นไปเรื่อยๆ ถึงท่าเรือแน่นอน




เห็นเรือแระ ถ่ายรูปหน่อยดีกว่า




เดินไปอีก




บรรยากาศในเรือ



ที่นั่งของเรา



มีที่วางกระเป๋าด้วย ดีจีง




อยากถ่ายรูปคู่กันอ่ะ ได้แค่เนี้ย




ขอตัดมาที่ฮ่องกงเลยค่ะ
มาถึงโรงแรมกันแระ หิวมากๆ ออกมากินข้าวร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ๆ ทางเข้ารถไฟใต้ดิน
จานนี้ของคุณผู้ชาย จำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไป รสชาดพอทานได้ค่ะ




ส่วนจานนี้ของเรา ข้าวผัดปลาไหลค่ะ มันและเลี่ยนมาก จำฝังใจเลย




เมนูค่ะ มีภาษาอังกฤษด้วย แต่อยากถ่ายรูปมาให้ดูราคาค่ะ
ส่วนตอนสั่ง เราดูรูป แล้วก็ชี้ๆ กัน



กินข้าวมื้อนึงกันก็เกือบร้อยเหรียญแล้วอ่ะ ทำไมบางคนมารีวิว
บอกว่าวันนึงใช้เงินกินข้าวแค่ร้อยเหรียญ งงอ่ะ

เพราะราคาอาหารจานนึง อย่างถูกๆ ปกติก็เกือบ 30 เหรียญแล้ว
เรื่องของเรื่องเราได้ข้อมูลมาอย่างนั้น เราเลยแลกเงินไปแค่ 12,000 บาท
ซึ่งคิดว่าน่าจะพอ แต่จริงๆ แล้วไม่พอค่ะ
ดีนะที่มีบัตรเครดิต ซื้อของทุกอย่าง รูดได้รูดหมดค่ะ ไม่งั้นเงินสดไม่พอ
(แต่เรา 2 คน รูดไปแค่ 10,000 เดียวเอง ซื้อของกันน้อยมาก)


ร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นร้านซ้ายมือที่ปิดนี่ค่ะ รูปนี้ที่รีวิวไว้ในที่พักฮ่องกงน่ะค่ะ (อย่าพึ่งงงนะ พอดีเราถ่ายแต่รูปแถวๆ ร้านไว้แค่ช่วงกลางคืนเองค่ะ)




กินข้าวเสร็จแล้ว เดินไปสถานีรถไฟใต้ดินนิดเดียวเอง
ไปที่สถานีไดมอนด์ฮิลล์ เราจะไปวัดนางชีกันค่ะ




เดินออกมาจากสถานีนิดนึง ก็ปรี่เข้าไปดูป้ายบอกทางเลย กลัวหลงอ่ะ




เดินตามทาง มองหาป้ายไปเรื่อยๆ ไม่ไกลค่ะ แค่ 5 นาทีได้
เจอทางเข้าแล้วค่ะ มีเวลาเปิดปิดด้วยน้า แต่เวลาเปิดปิดของสวนค่ะ บริเวณวัดปิดเร็วค่ะ 16.30 น. ก็ปิดแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลย ไม่เสียตังค์นะ









ในวัดมีตู้คีออสบอกข้อมูลวัดด้วย เจ๋งจริงๆ เลย ขอลองเล่นหน่อยเหอะ




รูปในวัดค่ะ สวยดีจัง คุณผู้ชายชอบมากค่ะ














ซักพักก็กลับค่ะ เพราะวัดปิดแล้วอ่ะ เจ้าหน้าที่ของวัดกวักมือให้ออกจากวัดน่ะค่ะ
เดินมั่วๆ ออกจากวัดทางนี้ค่ะ




พวกเราเดินย้อนกลับไปทางเดิม ไปสถานีรถไฟใต้ดิน เพื่อไปร้านไอเกีย
สาขาเกาลูนเบย์ ออกจากสถานีมา ก็เป็นห้างค่ะ
ร้านไอเกียสาขานี้อยู่ในห้าง
ข้อเสียคือ เดินไกลมากๆ กว่าจะถึงร้าน
ข้อดีคือ ไอเกียสาขานี้ของเยอะ มี 5 ชั้นแน่ะ
สาขานี้จัดของ และตบแต่งร้านได้ดีค่ะ ในไอเกียมีร้านขายอาหารเครื่องดื่มด้วย




ไม่ได้ถ่ายรูปในไอเกียมา ไม่กล้าถ่าย ไม่รู้เค้าให้ถ่ายได้รึเปล่า
เราเลยถ่ายแต่รูปขนมที่ซื้อทานระหว่างนั่งพักในไอเกียค่ะ
อร่อยดีค่ะ



แต่จำราคาขนมไม่ได้เลย




กว่าจะออกจากไอเกียได้นี่เกือบๆ ทุ่มนึงแล้ว เรารีบนั่งรถไฟใต้ดินไปสถานีจิมซาโจ่ย
จะไปดูซิมโฟนีออฟไลท์ค่ะ แต่คุณผู้ชายบอกว่าให้แวะไปเก็บของที่ห้องก่อน เพราะซื้อของมาจากไอเกียเยอะ ปรากฎว่าไปดูไม่ทัน เพราะกว่าจะหาทางเดินไปริมน้ำได้นี่ลำบากมาก งงสุดๆ ได้แค่รูปนี้มาค่ะ



กะรูปนี้




ระหว่างนั้น กำลังเซ็งสุดๆ เดินไป เดินมา เห็นคนต่อแถวกันเยอะ
เลยให้คุณผู้ชายไปต่อแถวมั่ง ขายอะไรก็ไม่รู้ ไปต่อแถวก่อน เดี๋ยวเราเดินไปดูให้
แฮ่ๆๆ ร้านขายปลาหมึก อืม...มันไม่ย่าง ไม่ปิ้งอ่ะ
เค้าเอาปลาหมึกสดๆ มานาบด้วยเหล็กร้อนๆ ทั้ง 2 ด้านอ่ะ




อร่อยอ่ะ หวานปลาหมึกสด ไม่เหนียว (เราเคยคิดว่าแพง ตัวละ 20 เหรียญ แต่ด้วยราคานี้ น่าจะเป็นราคาปกติของที่นั่นนะ เพราะอะไรๆ ก็ 20 เหรียญ)



เราเดินเล่นแถวนั้นซักพัก








แล้วก็ตกลงกันว่าจะเดินจากจิมซาโจ่ยไปมงก๊ก (ใครคิดฟะ )
เดินๆ ไปเจอตึกนี้ค่ะ กะว่าถ้าคราวหน้ามา อาจมาพักที่นี่
แต่พอดูๆ แล้ว พวกเราชอบแถวๆ มงก๊กมากกว่าค่ะ พวกเราไม่ได้กล้วคนดำแถวๆ หน้าตึกนี้หรอกนะคะ
แต่เนื่องจากที่มงก๊กที่ช๊อปเยอะ ของกินก็เยอะ ฮ่าๆๆๆ เหมาะกับพวกเรามาก



ระหว่างทางจากจิมซาโจ่ยมีแต่ห้างใหญ่ๆ ร้านหรูๆ ไม่ใช่แนวอ่ะ
ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จากจิมซาโจ่ยไปมงก๊ก ในที่สุดก็มาถึงมงก๊กจนได้ เห็นบอสซินี่แวปๆ ในรูปมั๊ยคะ เดี๋ยวเจอกัน ขอไปกินข้าวก่อนนะ



อาหารมื้อที่ 2 ในฮ่องกงค่ะ ยังเค๊อะๆ เขินๆ เลยไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมา
ร้านนี้หมูแดงอร่อยจัง



มากันแค่ 2 คน สั่งได้แค่นี้ล่ะค่ะ กินกันไม่ไหว
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งค่ะ เกี๊ยวกุ้งอร่อยนะคะ แต่ไม่อยากคุยเลย เราทำเกี๊ยวกุ้งอร่อยกว่าอ่ะ



เราสั่งชามะนาวมาด้วย 2 แก้ว ไม่ชอบอ่ะ ชาจืดๆ มะนาวจืดๆ เราชอบลิปตันเลมอนบ้านเรามากกว่า ชามะนาวอยู่ในแก้วอลูมิเนียม แอบอยู่ด้านขวาของรูปน่ะค่ะ




กินเสร็จแระ มีแรงช๊อปต่อแล้วค่ะ เท่าที่เดินดูบอสซินี่ในหลายๆ สาขา
ที่มงก๊กเนี่ยแหล่ะ ถูกสุดแล้ว ของ (ที่ลดราคา) ร้านนี้ก็เยอะสุดแล้วด้วย



ซื้อของที่บอสซินี่เสร็จ ก็เดินไปเลดี้มาร์เก็ตต่อ
ผิดหวังค่ะ ของเหมือนบ้านเราเด๊ะๆ เลย แพงกว่าด้วย
เราเดินเข้าไปแป๊ปเดียวก็เดินออกเลยอ่ะ ไม่ใช่แนว




หลังจากนั้นก็ไปเดินถนนอีกเส้นที่ขายรองเท้ากีฬาค่ะ
ตื่นตาตื่นใจมาก รองเท้ารุ่นเดียวกันกับบ้านเรา แต่ถูกกว่าตั้ง 1,000 บาทแน่ะ ต้องซื้อค่ะ มัวแต่ดีใจได้ของถูก เลยไม่ได้ถ่ายรูปร้านแถวๆ นั้นมาเลยอ่ะ มีแต่รูปรองเท้าของเราที่ซื้อมาคู่นี้แหล่ะ (ปล.รูปนี้ถ่ายบนเรือที่จะไปมาเก๊าค่ะ เราแปะรูปได้มั่วดีจริงๆ เลย ขออภัยด้วยนะคะ)




ซื้อเสร็จก็เกือบๆ เที่ยงคืนแล้ว ร้านปิดกันก็มาก สบายใจกันทั้งคู่ค่ะ
ได้รองเท้ามากันคนละคู่ ก็เดินกลับไปที่เยามาไต๋ค่ะ คุณผู้ชายบอกใกล้แค่นี้เองให้เดินกลับ ตกลงเดินก็เดินเพราะรถไฟใต้ดินก็หมดแล้วด้วย



จบวันแรกแล้วค่ะ
เดี๋ยวตามไปดูวันที่ 2 กันต่อนะคะ




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 16:22:52 น.
Counter : 2875 Pageviews.  

มี.ค. 09 The Bridal Tea House Hotel - Yau Ma Tei ฮ่องกง

The Bridal Tea House Hotel สถานี Yau Ma Tei Exit C


*ลืมบอกไปค่ะ เราไปนอนมา 2 คืน วันที่ 14-15 มี.ค. 09
จองห้องไปกับ hotelclub.com ค่ะ เลยได้ลดไป 40 us$
ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตระบุมาค่าห้อง 2 คืน เพียงแค่ 2,673 บาทเองค่ะ
ดีจังเลย


ขอเริ่มจากทางออกรถไฟใต้ดินเลยนะคะ
ออกจากรถไฟใต้ดินแล้ว จะเดินไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ค่ะ
แต่ถ้าดูจากในรูป เดินไปทางซ้ายของรูปสะดวกกว่าค่ะ





นั่นแหละค่ะ เดินไปข้างๆ ทางออกนั่นเลย ตามชายหนุ่มไป





เดินไปจนสุดทาง ใกล้นิดเดียวค่ะ แล้วเราจะเลี้ยวซ้ายกันนะคะ




อิๆๆ จะละเอียดไปมั๊ยนะ เลี้ยวซ้ายเลยค่ะ
อ้อ สังเกตร้านด้านซ้ายมือที่ปิดนะคะ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราไปทานเป็นมื้อแรก
ที่ไปถึงเลยค่ะ ไม่ค่อยชอบอ่ะ ไม่ค่อยถูกปาก




เดินไปอีกนิดค่ะ ตรงที่รถตู้จอดค่ะ




แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยค่ะ ตึกนี้เป็นอีกตึกของโรงแรมค่ะ




บริเวณด้านหน้า ถ่ายรูปไว้นิดเดียวเอง เพราะไปชอปมาจนเหนื่อย
ถ่ายรูปแค่นี้พอละกัน




จากทางเข้า มีแค่ทางเดินเล็กๆ ค่ะ มีรีเซฟชั่นบริเวณด้านขวามือ ใกล้ๆ กระจกค่ะ
เจ้าหน้าที่ที่รีเซฟชั่นพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ




จากรูปข้างบนเมื่อกี๊ มองออกมาหน้าถนน



ยังยืนอยู่ที่เดิมค่ะ แต่คุณผู้ชายง่วงแล้ว ลิฟท์ยังไม่มาอีก




เราได้ห้องชั้น 19 ค่ะ ออกจากลิฟท์มางงเลยค่ะ
ทำไมมีตั้งหลายประตู (ประตูด้านซ้าย ประตูด้านหน้า ประตูด้านขวา)
เปิดมันทุกประตู จนประตูสุดท้ายนั่นแหละค่ะ
เปิดเพื่อไปเปิดประตูห้องพัก งงวุ้ย




นั่นแหละค่ะ ห้องของเราอยู่หลังประตูเมื่อกี๊
อ่ะๆๆ เปิดไว้ก่อน ขอถ่ายรูปหน่อย ทำไมมันหายากจังอ่ะ




โชว์การเปิดประตูห้องพักด้วยคีย์การ์ดค่ะ




อ๊ะ ด้านขวามือก่อนเข้าห้องมีเก้าอี้วางด้วย ถ่ายรูปซะหน่อย




เข้าห้องกันเลยค่ะ ทางเข้าแคบสุดๆ




เข้าไปถึงก็เจอเตียงนอนเลยค่ะ
ขอเปลี่ยนโหมดหน่อย อย่าพึ่งงงนะคะ คือเราถ่ายรูปได้มั่วเวลามากๆ
นึกอยากถ่ายรูปก็ถ่ายน่ะ



จากเตียงนอนเมื่อมองออกมาค่ะ ทางเดินแคบมากๆ




อีกรูป เราเอากระเป๋าใบเล็ก เก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ค่ะ
ไม่งั้นไม่มีทางเดินกันเลย




ห้องน้ำค่ะ ประตูเป็นบานพับ เพื่อประหยัดเนื้อที่
มีฝักบัวด้วย อยู่ข้างๆ ผ้าขนหนูล่ะค่ะ แต่ในรูปไม่มี เพราะห้องน้ำเล็กเหลือเกิน
เก็บภาพไม่หมด น้ำร้อนและแรงมาก สะใจจริงๆ
เวลาอาบน้ำ เราก็นั่งอาบบนชักโครกเลย สบายสุดๆ
เราเอายากคลายกล้ามเนื้อไปด้วย แต่ไม่ได้ใช้เลย
น้ำร้อนๆ ของที่นี่ช่วยได้มากๆๆ เลยค่ะ




อ่างล้างหน้าเล็กนิดเดียวเอง น่ารักดี




เตียงนอนแบบดับเบิ้ลค่ะ เล็กกว่าเตียงควีนไซด์บ้านเรา
แต่เราก็นอนกันได้ดีค่ะ ไม่เมื่อย ไม่ถีบกันเลย ฮ่าๆๆๆ




อีกรูปนะคะ เตียงออกจะเล็กๆ แต่เราชอบนอนตะแคง เลยไม่ค่อยเบียดกันเท่าไหร่




ในห้องมีโทรศัพท์ รีโมททีวี และคีย์การ์ดห้องเก่าๆ




ปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าค่ะ เล็กๆ น่าร๊ากกก




พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้า เล็กนิดเดียว แค่พอยืนเฉยๆ ห้ามเดิน เพราะลำบากมาก





มีกาน้ำให้ด้วย รองเท้าก็มี แต่ก็ไม่เคยใช้เลย
ปลั๊กไฟค่ะ ต่างจากบ้านเรา เราไม่รู้ว่าทางโรงแรมมีอแดปเตอร์ให้ยืมรึเปล่า
เพราะเราเอาไปเองค่ะ




ปลายเตียงค่ะ เราเอากระเป๋าใบเล็กออกมาใส่ของที่ไปชอปมาแระ




ทีวีปลายเตียงค่ะ ส่วนมากเป็นภาษาจีน ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่




วิวรอบๆ โรงแรมค่ะ อะเมซซิ่งสำหรับเรามาก





อิๆๆ ห้องซีวิวอ่ะ เห็นทะเลด้วย




รูปสุดท้ายแระ วิวตอนกลางคืนมั่ง บริเวณแสงไฟ มุมล่างขวาของรูป
เป็นถนนแทมเปิ้ลสตรีทค่ะ เดินไปไม่ไกลเลย
ใกล้มากๆ ของกินเพียบ ว่าจะไปนั่งหม่ำซะหน่อย
หมดแรงซะก่อน เอาไว้คราวหน้าละกัน





เดี๋ยวตามไปเที่ยวกับเราต่อนะคะ
มาเก๊า-ฮ่องกง 14-17 มี.ค. 09 ค่ะ




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 21:03:28 น.
Counter : 2479 Pageviews.  

มี.ค. 09 Metropole Hotel มาเก๊า

โรงแรมเมโทรโปลมาเก๊าค่ะ ใกล้เซนาโด้มากๆ

เราไปนอนมา 1 คืนค่ะ วันที่ 16 มี.ค. 09

*ลืมบอกราคาห้องอ่ะ อิๆๆ เราจองห้องกับโฮเทลคลับดอทคอมค่ะ ได้ลด 40 us$ ค่าห้องที่ระบุมาให้ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต 980 บาทค่ะ ถูกมากๆ
**จะหาแผนที่มาลงให้นะคะ ขอติดไว้ก่อน แต่อยากบอกว่าโรงแรมนี้ใกล้เซนาโด้กว่าโรงแรมซินทร้าเยอะเลยค่ะ


รูปแรก - บริเวณรีเซฟชั่นค่ะ ไม่มีรูปหน้าโรงแรมนะคะ เพราะโรงแรมอยู่ติดถนน ถ่ายรูปลำบากค่ะ




ขึ้นลิฟท์มาแระ เดินตรงไปอีกนิดก็เป็นห้องเรา




มาต่อเลย...เปิดประตูเข้าไป เหมือนใหญ่นะ แต่ห้องเล็กๆ ค่ะ




โต๊ะเครื่องแป้งค่ะ...ทางโรงแรมมีที่วางกระเป๋าด้วย
(ที่วางกระเป๋ารึเปล่าก็ไม่รู้ แต่วางไปแระ พอดีเลยอ่ะ )




เตียงดับเบิ้ลค่ะ ข้างๆ เตียงมีที่ให้เดินได้นิดเดียว
แต่ก็ยังดีกว่าที่ฮ่องกงเยอะเลยอ่า





มาที่ห้องน้ำค่ะ เสียดายไม่มีอ่างอาบน้ำ





แต่มีกระจกกั้นส่วนแห้ง ส่วนเปียกด้วย ดีจังเลย
ผ้าที่พาดอยู่ที่ราวจับ ทีแรกเราคิดว่าเป็นผ้าเช็ดตัวซะอีก
ที่แท้ก็เป็นผ้าเช็ดเท้าล่ะ เกือบไปแล้วมั๊ยล่ะ





อุปกรณ์ในห้องน้ำ ไม่ได้ใช้หรอกค่ะ ไม่ชอบกลิ่นที่ไม่คุ้นเคยอ่ะ





มีกาน้ำร้อนให้ด้วย แต่ไม่มีเวลาใช้อ่ะ





ไดร์เป่าผม ก็ไม่ได้ใช้





ปลั๊กไฟ เหมือนบ้านเราเลย





รถรับส่งโรงแรมก็มีนะ แต่มีคันเดียวเนี่ยแหล่ะ ต้องคอย ขามาโรงแรมไม่ได้ใช้บริการหรอก
เพราะยืนคอยนานแล้วก็ยังไม่มา เลยไปขึ้นรถรับส่งของซินทร้า แล้วเดินมาโรงแรมต่อ ไกลพอดูเลยอ่ะ
แต่ขากลับรู้เวลาแระ เลยได้ใช้บริการขากลับ





นี่ไง ตารางเวลาเดินรถ หวังว่าเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆ นะ





อีกรูป ทีแรกกะเอาไว้รีวิวในวันที่ไปเที่ยวน่ะ
รถจะจอดที่สนามบิน ด้านนอกนะ จะอยู่เลนนอก เลนที่สองอ่ะ
รูปนี้ถ่ายตอนขากลับ ตอนขาไปยืนตั้งคอยตั้งนานก็ไม่เจออ่ะ




อ่า...ไหนๆ แล้ว ภายในรถค่ะ






รูปสุดท้ายสำหรับรีวิวโรงแรมละกัน




ไม่ได้อัพบล๊อกตั้งนาน (3 ปีเอง แหะๆๆ )
ขอพักก่อน เดี๋ยวเอารูปโรงแรมที่ฮ่องกงมาให้ดูนะคะ




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 20:58:39 น.
Counter : 1899 Pageviews.  

จะจำไว้จนวันตาย...นี่แค่จองห้องนะ...เสม็ดวิลล์ อ่าวหวาย

9-11 ธ.ค. 49 จะไปเที่ยวเสม็ด...ครั้งแรก

หาที่พักได้แล้ว...เสม็ดวิลล์ รีสอร์ท ที่อ่าวหวาย

แค่จองห้องก้อเซ็งแล้ว...


กลับมาแล้วจะเอามาเม้าท์อีกที

//www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E4860073/E4860073.html

ด้านล่างเป็นกระทู้ของเราเอง ก๊อปมาจากกระทู้เลย
เผื่อหาย...หาไม่เจอ...จะได้อ่านได้เลย

ขอบ่นหน่อย...จะไปพักดีมั๊ยเนี่ย…เสม็ดวิลล์ อ่าวหวาย

ขออนุญาตเล่าที่มาที่ไปนิดนึงนะคะ
คือเราตัดสินใจจะไปพักที่เสม็ดวิลล์รีสอร์ท ที่อ่าวหวายวันที่ 9-11 ธ.ค. นี้ค่ะ
ก้อเลยเข้าไปดูใน web ของเสม็ดวิลล์รีสอร์ท...
ใน web ระบุว่าห้อง 20AB และ 21AB...เป็นห้องสแตนดาร์ด พัดลม เตียง double bed และ twin bed
เราเลยโทรไปถามทางรีสอร์ท (ส่วนที่รับจองห้อง อยู่ที่บ้านเพ)...รู้ว่าห้อง B คือ double bed และถามว่าห้องว่างรึเปล่า
ทางรีสอร์ทแจ้งว่าว่างทั้ง 2 ห้อง

วันศุกร์ที่ 3 พ.ย. 49
เราก้อจองห้องทาง internet ระบุขอ เตียง double ห้อง 21B (เพราะน่าจะใกล้หาดมากกว่า)

วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 49
ทางรีสอร์ท e-mail กลับมาวันที่ ว่าเตียง double เต็มแล้ว มีแต่ twin
เราก้องง...เลยโทรไปถาม...
คุณเมย์ (คนของรีสอร์ท ที่บ้านเพ) แจ้งเราว่า “ก้อคุณจอง double แต่มันไม่มีห้องนั้นมีแต่ twin
คนตอบ e-mail ก้อเลยแจ้งกลับอย่างนั้น”
เรา “ก้อใน web ระบุไว้อย่างนั้นนี่คะ”
คุณเมย์ “ใช่ค่ะ แต่ห้องเป็น twin ค่ะ”
เรา “งั้นรบกวนขอเปลี่ยนเป็นห้อง 20B และ e-mail กลับมาด้วยนะคะ”

วันที่ 7 พ.ย.49...เมื่อวาน
หลังจาก 2 วันผ่านไป...ไม่มี e-mail ตอบกลับมา จะทำยังงัยล่ะ ต้องจ่ายเงินแล้วไม่งั้นยกเลิกการจอง...
เวลา 17.00 น.
เราตัดสินใจโทรไปถามอีก แต่ไม่เจอคุณเมย์...
น้องอีกคนให้เบอร์ของคุณปริญญา (คนที่รับจองผ่านเน็ท อยู่ที่ตัวเมือง)...แต่โทรไปไม่เจอ...
เลยโทรไปที่รีสอร์ทบนเกาะเสม็ด...
มีคนรับสาย...สอบถามเราซักพัก...แจ้งกลับมาว่า “ก้อมีการสำรองห้อง double ไว้แล้วนี่คะ”
ขอให้คิดตามนะคะ เค้าตอบเรามาด้วยน้ำเสียงสูงๆ ฟังแล้วเหมือน เราผิดเองที่คิดเองไม่ได้ ทำไมต้องโทรไปถามอีก
เราก้อเลยบอกว่า “ดิฉันไม่ได้รับแจ้งค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายเงินค่าห้องเลยรึเปล่า”
น้องคนนั้น “ก้อสำรองไว้ให้แล้วค่ะ”
แค่เนี้ยะ...ตอบอย่างอื่นไม่เป็นเลย ฟังแล้วไม่แน่ใจเลยว่าจะจ่ายเงินดีมั๊ย

เลยโทรไปหาคุณปริญญา (คนที่รับจองผ่านเน็ท ที่ตัวเมือง)...แต่ก้อไม่เจออีก...
มีคุณวิภารับสายแทน...เราเล่าให้เค้าฟัง...
อืม...เค้าเข้าใจปัญหาเราค่ะ...พูดจาดี ไม่กระโชกโฮกฮาก ไม่มีน้ำเสียง ที่ฟังแล้วเหมือนรำคาญเรา
คุณวิภารับเรื่อง...จะแจ้งคุณปริญญาให้

เวลา 19.00 น.
ได้รับ e-mail ตอบกลับมาว่าเรา booking 3 คืน Standard Fan Room
แต่ไม่ระบุห้องและเตียง โดยให้จ่ายเงินภายในวันนี้ 8 พ.ย....เฮ้อ!!!
ก้อจองไป 2 คืนนี่น่า...เป็น 3 คืนได้งัยอ่ะ...ครั้งแรกยังระบุเตียงให้เลย ทำไมครั้งนี้ไม่ระบุล่ะ???
ส่วนห้องก้อไม่เคยระบุให้เราว่า confirm ห้องที่เราจองรึเปล่า...อืม!!! รึเค้ารับปากไปส่งๆ อย่างนั้นนะ
แต่...มีหมายเหตุว่า “ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหมายเลขห้องพัก และประเภทห้องพักในระดับราคาเดียวกัน หรือสูงกว่า”...
เรา e-mail ตอบกลับไปว่า...i'll visit the resort on 9-11 December 2006 so i'd like to book the room--21B--only 2 nights with a double bed. please e-mail to confirm me again na ka thanks a lot ka
วันนี้...8 พ.ย. 49
ได้รับ e-mail อีกครั้งว่า
“...ประเภทห้องพัก: STANDARD Fan ROOM…
...ชำระเงินจำนวน ภายในวันที่ NOV. 7, 06...
…(หากท่านไม่ชำระเงินภายในวันที่กำหนดถือว่าท่านยกเลิกการจองนี้)”

โอยยย!!! เซ็งค่ะ
เราคิดว่า ถ้าจะจ่ายเงินวันนี้ก้อคงไม่มีปัญหาอ่ะนะ แต่อ่าน e-mail แล้วมันรู้สึกเซ็งๆ ค่ะ
ตอนนี้รู้สึกไม่มั่นใจเลยว่า จะจ่ายเงินดีมั๊ยนะ...นี่ขนาดยังไม่จ่ายนะเนี่ย ยังวุ่นวายขนาดนี้
แค่จองห้องทำไมต้องติดต่อหลายรอบขนาดนี้ ต้องโทรไปย้ำแล้ว ย้ำอีกกี่ครั้งนะ
ยิ่งได้ยินกิตติศัพท์รีสอร์ทนี้ด้วยแล้ว ยิ่งไม่อยากพักเลย...
แต่ เฮ้อ!!! แฟนอยากพักที่นี่ค่ะ แล้วเราก้อกลัวว่าถ้า walk in จะไม่มีที่พักค่ะ

ตอนนี้เราก้อเลย ยังไม่โทรไปที่รีสอร์ท ยังไม่จ่ายเงิน
จะขอลองฟังความคิดเห็นของทุกท่านค่ะ ว่าจะทำยังงัยดี ระหว่าง
1. จ่ายเงิน แล้วก้อช่างมัน ได้ห้องไหนก้อเอา ตามใจแฟน...แต่หงุดหงิดใจเรา
2. หาที่พักใหม่ก้อละกัน แค่จองห้องปัญหาก้อเยอะแล้ว ลอง walk in ไปอ่าวอื่นๆ ดีกว่า
แล้วเอาเต้นท์ไปด้วย ถ้าไม่ได้จริงๆ ก้อยังมีที่นอนล่ะ

จากคุณ : pammap - [ 8 พ.ย. 49 19:31:51 ]




--------------------------------------------------------------------------------

หน้าหลัก แจ้งลบ bookmark ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ โหวตกระทู้ เก็บเข้าคลังกระทู้ กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป








--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

มาเชียร์ข้อ 2 ครับ ถ้ามันเรื่องมากหรือไม่ง้อลูกค้าเราก็ไม่ต้องไปง้อมันครับ

เราไม่ได้ไปพักฟรีๆ

จากคุณ : pony_pop - [ 8 พ.ย. 49 20:09:07 ]






ความคิดเห็นที่ 2

ถ้ายังไม่จ่ายเงิน
แนะนำให้ไปพักที่อื่นจ้ะ

เราเอาเงินไปให้ ทำไมเรื่องมากจังฟะ -*-

จากคุณ : นั่งอมยิ้มริมระเบียง - [ 8 พ.ย. 49 20:23:56 ]






ความคิดเห็นที่ 3

อ้อ ลืมบอกจ้ะ
ถ้าเป็นช่วงวันหยุดหรือเทศกาล
ไม่แนะนำให้ walk in เพราะจะเหนื่อยมาก
แล้วก็โดนโขกราคาด้วย
เผลอ ๆ ที่พักเต็ม นอนเต๊นท์ ตามระเบียบ << จะตามทำไมฟะ ระเบียบเนี่ย

ส่วนที่พัก จขกท. ลอง serch ดู ที่พักเสม็ดเนี่ย เยอะแยะเลย
ไปพักที่ที่เค้าต้อนรับเราดีดี ดีกว่าเนอะ

ปล.แก้คำผิดจ้า...
แก้ไขเมื่อ 08 พ.ย. 49 20:31:56

จากคุณ : นั่งอมยิ้มริมระเบียง - [ 8 พ.ย. 49 20:31:02 ]







ความคิดเห็นที่ 4

เคยไปพักครั้งหนึ่งนานแล้ว สภาพที่พัก หาด วิว พอใช้ได้ แต่เรื่องงานบริการดูจะเป็นปัญหา ยิ่งมาระยะหลังๆได้ยินเพื่อนในห้องนี้บ่นกันมากเลย

จากคุณ : สุภาพชล - [ 8 พ.ย. 49 20:31:45 ]






ความคิดเห็นที่ 5

มาเชียร์ข้อ 2 ค่ะรีสอร์ทดีๆมีเยอะแยะเราต้องสนับสนุนรีสอร์ทดีๆค่ะ

จากคุณ : โดดเดี่ยว อยากเที่ยว - [ 8 พ.ย. 49 21:05:06 A:80.218.95.248 X: TicketID:057004 ]






ความคิดเห็นที่ 6

รีสอร์ทนี้ดีที่เป็นส่วนตัว เมื่อก่อนตอนไปครั้งแรก
ทะเลหน้าหาดใสมากมากมากมาก ..
แต่หลังๆมานี่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ เหมือนการจอดเรือจะทำให้สภาพทรายเปลี่ยนไป
สภาพห้องพักแย่ลง
การบริการ แย่มาตั่งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ดีที่เมื่อก่อนตอนที่ไปครั้งแรกๆ ผู้ร่วมเดินทางซี้กับเจ้าของก็เลย มีการดูแลพิเศษนิดนึง
ถ้าตอนนี้ให้ไป ก้อยากจะไปลองที่อื่นที่เค้าร่ำลือว่าดีดี มั้งเหมือนกัน

จากคุณ : แมวเหมียวขาวอวบ - [ 9 พ.ย. 49 00:23:58 ]






ความคิดเห็นที่ 7

group ของผมก็เคยมีปัญหากับที่นี่เหมือนกันครับ บริการไม่ได้เรื่องเลย แย่มากๆ อย่าไปเลยดีกว่า

จากคุณ : บ้านน้อก...บ้านนอก - [ 9 พ.ย. 49 03:18:47 ]






ความคิดเห็นที่ 8

เคยไปพัก ถ้าไม่ได้ห้องพักที่เพิ่งสร้างใหม่ นอกนั้นห้องพักสภาพแย่ค่ะ ส่วนอาหารก็ต้องทานกับรีสอร์ทเท่านั้น ซึ่งแพง แถมยังไม่ค่อยอร่อย กุ้ง ก็เป็นกุ้งตัวเล็ก ๆ ไม่สด ปูก็ตัวเล็ก
แต่ถ้าต้องการความเงียบสงบ และส่วนตัวไปได้ค่ะ

จากคุณ : lee - [ 9 พ.ย. 49 08:49:44 A:202.12.118.36 X: TicketID:123516 ]






ความคิดเห็นที่ 9

ที่อ่าวหวาย ที่ยังสวยอยู่ สงบอยู่ เพราะว่า ... มีรีสอร์ทแบบนี้ไงครับ และมีที่เดียวด้วยทั้งอ่าว บริการอย่างนี้ เลยทำให้คนมาพักน้อย หาดเลยโทรมน้อย ... สภาพแวดล้อมเลยยังดีอยู่

เรื่องจริงนะครับ ... หลาย ๆ คนชอบอ่าวหวาย อ่าวกิ่ว แต่เจอที่พักแบบนี้เปลี่ยนไปอ่าวอื่นดีกว่า ที่เจ้าของเขาต้อนรับมากกว่า สบายใจดี

จากคุณ : เ ห็ ด ห อ ม - [ 9 พ.ย. 49 12:27:15 ]






ความคิดเห็นที่ 10

ทำใจค่ะ ถ้าจะไป ได้ห้องที่เป็นเตียง แบบ twin ชัวร์

ตอนที่คุณแพรไปก็ได้พักแบบ twin ค่ะ ตอนนั้นจองห้อง 19B ค่ะ

พวกโซนหน้าหาดไม่ค่อยมี double หรอกค่ะ

โดยส่วนตัวนะ ถ้าไม่ซีเรียสกับบริการ แต่อยากได้หาดที่สวยและก็สงบ

ที่นี้ก็น่าสนใจนะ เพราะราคาไม่แพงค่ะ

แล้วอีกอย่างถ้าแฟนคุณเจ้าของกระทู้อยากพักที่นี้

ไม่ลองบอกปัญหาให้เค้าฟังหล่ะค่ะ แต่ถ้าแฟนยืนยันจะพักที่นี้

เป็นคุณแพร ก็จะตามใจเค้าค่ะ

เพราะถ้า walk in ที่อื่นแล้วไม่ถูกใจ จะพาลอารมณ์เสีย

หงุดหงิด เที่ยวไม่หนุกนะเออ...


p.s.ไม่ว่าจะเตียงเดี่ยวหรือคู่ ก็นอนเบียดเตียงเดียวกันทุกที..คริคริ

คุณแพรเลยไม่ซีเรียสคคร้าาาาาาาาา เอาความสบายใจแฟนเป็นหลัก


ขอให้ตัดสินใจไวๆนะ อยากแนะนำ แสงเทียนรีสอร์ท อีกที

แต่ไม่รู้เต็มหรือยัง ลองเช็คดูนะค่ะ

จากคุณ : คุณแพรวา - [ 9 พ.ย. 49 13:16:31 ]






ความคิดเห็นที่ 11

ถ้าอยากพักจริงๆ เพราะจะเอาวิวจริงๆ ก็ลองอีกที
เขียนให้ชัดเจน
Check in : dd-mm-yy
Check out : dd-mm-yy
Room type : xxxxx, double, twin, single etc.
guest's name : xxx xxxx

แต่ไปสถานที่ขายบริการ แต่บริการไม่ดี
ก็เปลี่ยนที่เหอะ เดี๋ยวอยู่ๆ แล้วเซ้งจิต เที่ยวไม่สนุก

ว่าแต่ ทำไม ไม่เขียน น้องแมว เป็น ภาษาไทยหล่ะคะ
เข้าใจง่าย

จากคุณ : umeboshi - [ 9 พ.ย. 49 14:13:04 ]






ความคิดเห็นที่ 12

ไม่ลองไปอ่าวอื่นๆดูละคะ เคยไปพักที่ อ่าวปะการัง ที่พักสวยค่ะ โรแมนติก สงบดี ถ้าไปกะแฟนนะคะ เจ้าของบริการประทับใจ ใจดีด้วยค่ะ

จากคุณ : อิสรีย์ - [ 9 พ.ย. 49 15:18:47 ]






ความคิดเห็นที่ 13

อย่าตั้งความหวังเรื่องคุณภาพที่พัก บริการ และอาหาร กับที่ อ่าวหวาย มากนัก

ที่พักที่ดีๆ ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่เก่า ขาดการปรับปรุง
บนที่นอนมีทรายอยู่เต็มไปหมด (เจอหลายครั้งแล้ว)

อาหารช้า ถึงช้ามากที่สุด ไม่อร่อย แค่ธรรมดาๆ
ต้องสั่งไว้ก่อนเกือบๆ ชั่วโมง แล้วค่อยลงมากิน

บริการ ขึ้นชื่อมานานแล้วครับ ว่าไม่ค่อยสนใจคนไทย

ที่ยกนิ้วให้ก็มีแต่ธรรมชาติ หาดทราย และน้ำใสๆ เท่านั้นแหล่ะครับ

จากคุณ : ทะเลระยอง - [ 9 พ.ย. 49 19:12:29 ]






ความคิดเห็นที่ 14

เห็นด้วยค่ะ เชียร์ข้อ 2 ค่ะ ถ้าเขาบริการไม่ดี พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็ไม่ต้องไปให้เงินเค้าเลย เพราะว่าเราไม่ได้ไปขออยู่ฟรี ๆ สักหน่อยค่ะ ไม่ต้องไปง้อเค้า เพราะว่าเรายังมีที่พักที่อื่นที่บริการดีดี บรรยากาศดีดีอีกน่ะค่ะ ที่เกาะเสม็ด
ฟันธงค่ะว่าถ้ายังไม่โอนเงินอย่าไปเลยค่ะ คิดว่า คุณ pammap คงจะไม่ปลื้มแน่นอน...จบ ค่ะ

จากคุณ : น้องนู๋อิ๋ง (น้องนู๋อิ๋ง) - [ 9 พ.ย. 49 19:16:04 ]






ความคิดเห็นที่ 15

อ่าวหวายนี้ แย่มานานตั้งแต่สมัย 20 ก่าปีมาแระ อาหารฮ่วยมาก บริการก็แย่ ดีอย่างเดียวที่ความเป็นธรรมชาติดีอยู่เพราะไม่ค่อยจะมีใครอยากไปพัก ถ้าต้องการธรรมชาติส่วนตัว ๆ ก็ต้องทนกับอาหาร น้ำอาบ ที่พักที่แย่ ๆ

จากคุณ : naytee - [ 9 พ.ย. 49 20:24:54 ]






ความคิดเห็นที่ 16

โอ้โห!!! มติเป็นเอกฉันทร์เลยค่ะ

ขอบคุณทุกท่านนะคะ

สงสัยที่นี่จะแย่มากๆ เลย ถ้าเค้าคิดจะรับแต่ลูกค้าฝรั่งก้อน่าจะลองคิดใหม่เนอะ

คนไทยที่มีเงินไปพักที่นั่นก้อมีเยอะแยะ อีกอย่าง...เราว่าเราน่าจะเอารีสอร์ทนี้ไปประจานให้ฝรั่งฟังบ้างเนอะ
เหอ..เหอ..เหอ..

วันนี้เราโทรไปหาคุณปริญญา ที่รับจองทางเน็ตล่ะ
เค้าคงยุ่ง ไม่ได้รับสายเรา แต่มีผู้ชายคนนึงรับ แล้วเค้าบอกว่าจะให้คุณปริญญาโทรกลับ

แต่เธอก้อไม่ได้โทรกลับค่ะ...ผู้ชายคนนั้นโทรกลับมาเอง
เราบอกเค้าว่า เราได้รับ e-mail เมื่อวาน (8 พ.ย.) บอกให้จ่ายเงินภายในวันที่ 7 พ.ย. เลยสงสัยว่าจะจ่ายเงินค่าจองห้องได้รีเปล่า
เค้าบอกว่าขอเช็คดูก่อน เพราะถ้าไม่จ่ายภายในกำหนด ระบบจะยกเลิกการจอง...แป่วววว...เค้าไม่ได้รับรู้เลยว่า...
ทางเค้าเองที่ส่ง e-mail confirm มาผิดๆ
...แทนที่จะขอโทษ และ e-mail booking มาให้ใหม่

เราเลยเริ่มเข้าใจว่า...
เราคาดหวังมากไป
คนที่นี่มีโลกส่วนตัวสูง...ไม่ฟังลูกค้า
ไม่มีความสามารถในการสื่อสาร

ถ้าไปพักต้องทำใจ...
แต่อย่างที่เรียนให้ทราบค่ะ...
เราไม่เคยไปเสม็ดมาก่อน เกรงว่าถ้า walk in จะไม่มีที่นอน
เหนื่อย และหงุดหงิดโดยปล่าประโยชน์
ครั้งนี้อาจยอมเสียเงิน เพื่อไป survey สำหรับที่พักครั้งต่อไปค่ะ

จากคุณ : pammap - [ 9 พ.ย. 49 20:45:14 ]






ความคิดเห็นที่ 17

อย่ากังวลไปนักเลย ที่พักเยอะมาก สามารถเลือกได้สบาย ๆ จากท่าลงเรือที่เพเพื่อไปเกาะเสม็ด จะมีที่รับจองที่พักบนเกาะเสม็ดพร้อมสรรทุกเจ้า ทุกรีสอร์ท มีภาพให้ดูราคาที่เราจะพอใจ สอบถามสดได้ว่ามีว่างจริงป่าว เพราะเขาจะมีวิทยุติดต่อกับบนเกาะเสม็ดสด ๆ ได้เลยว่ารีสอร์ทนั้น ห้องที่ต้องการนั้นว่างจริงป่าว ถ้าว่างเค้าก็จะจองให้ทันทีและให้เราขึ้นเรือแล้วไปลงยังหาดที่เราต้องการไปพักได้ ถ้าเช็คหมดแล้วว่าไม่ว่างเลยทุก ๆ รีสอร์ด คุณก็จะสามารถกลับออกมาที่รถเพื่อสตาร์ทออกไปเที่ยวไปพักที่อื่นต่อได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปทนกับการบริการแย่ ๆ แบบนั้นหรอก ปัจจุบันการสื่อสารมันไปทุกที่ทุกทางหมดแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปเดินเทิ่ง ๆ ถือของเที่ยวไปถามหาที่พักเองให้เมื่อยปล่าว ๆ

จากคุณ : naytee - [ 10 พ.ย. 49 18:28:47 ]






ความคิดเห็นที่ 18

เรียนคุณnaytee ขอบคุณมากค่ะ

ขอรับสารภาพผิดค่ะ จองห้องไปเรียบร้อยแล้ว
เราเองจริงๆ ไม่อยากพักที่นี่เลย แต่แฟนบอกขี้เกียจหา กลัวเหนื่อยอย่างนู้น อย่างนี้
อยากพักบนเกาะ อยากไปแบบแล้วเข้าที่พักเลยค่ะ

เราก้อทั้งเถียง ทั้งงอน ทั้งขอร้องหลายรอบแล้ว เค้าก้อบอกแต่ช่างมันเหอะ...ก้อตัวเองไม่ได้เป็นคนคุยกับทางรีสอร์ทด้วยนิ

ตอนนี้เราไม่อยากไปเลย ไม่อยากคุยกะแฟนด้วยซ้ำ คิดขึ้นมาทีไรโมโหทุกที

เฮ้อ...
ขอบ่นอีกทีเหอะ
ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่านะ แต่รู้สึกเหมือนที่นี่เค้าขี้โกงๆ ล่ะ

ตอนที่เราจองห้องผ่านเน็ทไป เราระบุในแบบฟอร์มว่า
1. เราอยากได้ห้อง 21B และเตียง Double
2. เราจะไปถึงที่ท่าเรือตอน 9.30-10.00 และจะออกจากรีสอร์ทเพื่อขึ้นเรือเวลา 14.00

แต่ e-mail ที่ทางรีสอร์ทส่งมาให้เรา เค้าลบข้อ 1 ทิ้งล่ะ
เหลือแต่ข้อ 2 ที่มีการระบุในการจองล่ะ

รู้สึกเหมือนกับรับปากส่งๆ แล้วค่อยเปลี่ยนห้องเปลี่ยนเตียงเป็นแบบอื่น

เด๋วก้อรู้...ว่าทำขี้โกงงงงอย่างนั้นรึเปล่า

เซ็งงงงมากๆๆๆๆๆ

จากคุณ : pammap - [ 10 พ.ย. 49 21:47:58 ]




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2549 22:57:05 น.
Counter : 2908 Pageviews.  

1  2  

pammap
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แอบหนีหายจากบล๊อกไปนานมากเลยค่ะ
มัวแต่ยุ่งๆ กับการเรียน ตอนนี้จบแล้ว อิสระแล้วล่ะ

อยากเอารูป และความทรงจำดีๆ ที่ผ่านมา มาเก็บไว้ที่นี่ค่ะ
เพราะกลัวว่าซักวันจะลืม กลัวว่าจะทำรูปหายหมดด้วย
เอามาเก็บไว้ที่บล๊อกบ้างบางส่วน ก็น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว

เราจะลงรูปเยอะหน่อยนะ เพราะเวลาดูรูปแล้ว รู้สึกถึงเรื่องราวที่ผ่านๆ มาได้ดีค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ แวะเข้ามาดูและมีอะไรอยากถามเพิ่มเติม
รบกวนหลังไมค์นะคะ เพราะปกติไม่ค่อยได้เข้ามาดูคอมเม้นท์ที่บล๊อกค่ะ
Friends' blogs
[Add pammap's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.