BACK to the Future!!!
Group Blog
 
All blogs
 

Brokeback Mountain

สวัสดีค่า....ทุกท่าน
ขอโทษด้วยที่อัพบล็อกช้าไปหน่อย (ได้ข่าวว่าสอบเสร็จตั้งแต่วันที่ 1 แต่ข้าเจ้าดองบล็อก)
เพิ่งผ่านนรกแอดมิสชั่นมาค่า... ใกล้ตายอยู่เหมือนกัน
ผลเป็นยังไงรู้กันสิ้นเดือน เหอะๆๆๆ


ขออัพบล็อกแรกของปีนี้ (!?!?!) ด้วยภาพยนตร์เรื่องที่ชอบที่สุดแล้วกันนะคะ

This my favorite goes to.....














Brokeback Mountain
Siam theatre
วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2549
รอบ 12.30








ขอบอกตามตรงเลยว่าตอนแรกอยากดูหนังเรื่องนี้เพียงเพราะเป็น "หนังเกย์"

และนอกจากนั้นก็ยังมีฮีท เลดเจอร์และเจค จิลเลนฮาล เล่นเป็นพระ-นายกันซะด้วย

ก็น่าตาดีทั้งคู่เลยนี่น้า....



ก่อนดูก็ได้รับสปอยล์จากเพื่อนที่แสนดีมาแบบไม่ทันตั้งตัว


เธอเดินเข้ามาหาในเย็นวันหนึ่ง แล้วบอกว่า
"นี่แก.. รู้รึเปล่าว่าใน BBM นะ ไอ้...ตายนะเว้ย"


*ไอ้เหมี่ยวเกิดอาการอึ้งไป 30 วินาที*


*ไอ้เหมี่ยวเกิดอาการเศร้าอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน (ทั้งเรื่องที่ตัวเองโดนสปอยล์ และเนื้อเรื่องที่ได้รับรู้)*


*ไอ้เหมี่ยวเกิดอาการเซ็งจี๊ดดดดดดดด.....*


เอาเหอะวะ...มันจะเล่ามายังไง ก็ไม่เหมือนเข้าไปดูในโรงเองหรอกเนอะ *เริ่มทำใจได้กับการถูกสปอยล์*



วันนี้เราตื่นเช้ามาเพื่อเชียร์ BBM ในเวทีออสการ์
ขอแสดงความยินดีด้วยกับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมของอังลี่ รางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม
ถึงแม้จะพลาดหวังกับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
แต่ยังไงก็ตาม... BBM ยังคงเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในใจฉัน
ถึงไม่ชนะรางวัล แต่ชนะใจ..





มาพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับตัวหนังมั่งดีกว่า...

ดู BBM แล้ว เกิดอาการหลงรัก Jake Gyllenhaal อย่างถอนตัวไม่ขึ้น คนอะไรก็ไม่รู้ หน้าหวานตาคม (ตรงข้ามกับสเป็กปกติโดยสิ้นเชิง) แต่ก็อดละลายไปกับรอยยิ้มของเจคไม่ได้ทุกที

โดยเฉพาะเวลาเข้าฉากกับฮีท เหมือนเป็นคนที่รักกันจริงๆ (และเราก็หวังว่าจะรักกันจริงๆ แต่คงเป็นไปไม่ได้) นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเจคเคยเป็นโฮโมโฟเบีย ก็คงไม่ประทับใจขนาดนี้

คนเป็นโฮโมโฟเบีย สามารถเล่นหนังเกย์ได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ




ฉากนี้ยังน้อยไป แต่หารูปที่มากกว่านี้ไม่เจอ...




เจครับบทเป็น แจ็ค ทวิสต์ คาวบอยโรดีโอหนุ่ม ส่วนฮีท รับบทเป็นเอนนิส เดลมาร์ คาวบอยหนุ่มอีกคนที่กำลังจะแต่งงาน

ทั้งสองคนได้รับงานเลี้ยงแกะบนภูเขาโบรคแบค และใช้ชีวิตร่วมกัน บนภูเขานั้นเองที่แอลกอฮอล์และอากาศอันหนาวเหน็บได้ทำให้ความสัมพันธ์เลยเถิดจากความเป็นเพื่อน

ทั้งสองคนเก็บเรื่องบนเขาไว้เป็นความลับและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ต่างคนต่างก็แต่งงานและมีลูก แต่ทั้งคู่ก็ยังหาโอกาสมาพบกันที่ภูเขาโบรคแบ็ค ต่อมาภรรยาของเอนนิสก็จับได้และทั้งคู่ก็หย่ากัน ทั้งเอนนิสและแจ๊คก็ยังมาพบกันอยู่เรื่อยๆกว่า 20 ปี จนวันหนึ่งที่ความสัมพันธ์ได้เดินทางมาถึงจุดร้าวฉาน ทั้งคู่ทะเลาะกันและไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาล...

เนื้อเรื่องมีอยู่ประมาณนี้



เอนนิสเป็นคนเงียบและค่อนข้างหวาดกลัวกับสายตาของคนในสังคม เพราะเอนนิสฝังใจกับภาพที่เกย์คู่หนึ่งถูกทำร้ายอย่างทารุณเมื่อถูกจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กัน ในขณะที่แจ๊คไม่ค่อยแคร์กับสายตาของใครๆ


ทั้งสองคนรักกันก็จริง แต่แจ๊คดูจะจริงจังกับความรักของทั้งคู่มากกว่า และบางครั้งเราก็แอบรู้สึกว่า จริงๆแล้วเอนนิสมันรักแจ๊คบ้างรึเปล่านะ??

แต่พอดูตอนจบ (พร้อมกับน้ำตาท่วม) ก็ดีใจว่า อย่างน้อยความรักของเอนนิสมันก็ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าแจ๊คเหมือนกัน...

หนังเรื่องนี้ ตอนที่ควรจะเศร้า กลับไม่ยอมให้เราเศร้า... แต่ฉากธรรมดาๆ กลับทำให้เราน้ำตาปริ่มได้ตลอด...

มันตื้นตันจริงๆว่ะ...ให้ตายเหอะ...


กลับมาบ้านแล้วก็ยังคิดถึงเรื่องนี้วนเวียนไปมาอยู่ในหัว ร้องไห้ไปตั้งไม่รู้กี่รอบ....


และขอยืนยันว่า Brokeback Mountain ไม่ใช่หนังเกย์
แต่เป็นหนังรักที่สะท้อนแง่มุมของความรักออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม...

ฉันชอบประโยคสุดท้ายของเอนนิสจริงๆ ถึงมันไม่ได้บอกเราว่าเอนนิสสาบานอะไรกับแจ๊ค แต่การที่ทำให้เราเก็บไปคิดต่อเอาเองนั้น...มันทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างมากเลยทีเดียว

ขอจบบล็อกหน้านี้ด้วยประโยคนั้นละกัน

" Jack, I swear....."




 

Create Date : 06 มีนาคม 2549    
Last Update : 6 มีนาคม 2549 15:52:52 น.
Counter : 509 Pageviews.  

Chocolate Factory & Madagascar

Charlie & the Chocolate Factory
Scala
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2548
รอบ 18.30


และ


Madagascar
EGV korat 2
วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2548
รอบ 15.25



ขอโทษด้วยที่ห่างหายไปนานนิดหน่อย
*มีกระทะและเครื่องครัวลอยละลิ่วมากระทบหัว และมีเสียงด่าลอยมาตามสายลม "เค้าไม่เรียกว่านานนิดหน่อยแล้วย่ะ บลาๆๆ"*


ก็นั่นแหละค่ะ....

ข้าน้อยขออภัยอย่างยิ่ง...


เนื่องด้วยก่อนหน้านั้นข้าน้อยสอบปลายภาค
.....ก็เลยไม่ได้เล่นเน็ต

แล้วต่อจากนั้น ข้าน้อยก็เล่นเพลินจนชั่วโมงเน็ตหมด แล้วไม่มีตังค์เติม
.....ก็เลยไม่ได้เล่น

แล้วต่อจากนั้น ข้าน้อยก็กลับบ้านนอก ซึ่งสายโทรศัพท์ที่บ้านยังไม่ค่อยเรียบร้อย
.....ก็เลยไม่ได้เล่น



และบักนั้น ข้าน้อยกลับมายังกรุงเทพมหานครแล้ว
.....ข้าน้อยก็เลยได้เล่นเน็ตเสียที 555+


นั่นล่ะ เหตุผลที่ห่างหายไปนานนนนนนนนนน.....ค่ะ




วันนี้เป็นวันซวยของข้าน้อยจริงๆ

เนื่องด้วยวันนี้ ข้าน้อยได้นำเงินสดมูลค่า 1500 บาท
ไปฝากที่ตู้ฝากเงินด่วนของธนาคารกสิกรไทย

ก็เสียบบัตรใส่ตังค์ไปตามปกตินั่นแหล่ะ

แต่ก็....ทำไมมันนานจังวะ กะอีแค่นับแบงค์พันใบนึงกับแบงค์ 500 อีกใบนึงเนี่ย...


ขณะที่กำลังใจคอไม่ดีอยู่นั้น...

หน้าจอตู้ก็เด้งตัวแดงออกมา

"ขณะนี้เครื่องรับฝากเงินขัดข้อง กรุณาใช้บริการจากตู้ใกล้เคียง"

กรี๊ดดดดด.......
เมิงจะขัดข้องด๋อยอะไรก็เรื่องของเมิงงงง......

เอาตังค์กรูใส่บัญชีให้ก๊อนนนนนนนนนนนนน.....
*แค่กรีดร้องในใจ*

และแล้วมันก็เด้งบัตรคืนมาให้
แต่!!!!

ยัง....ยังไม่พอ

ไม่มีวี่แววของสลิปที่แสดงว่าเงินกรูเข้าบัญชีไปแล้ว
และไม่มีเงิน 1500 คืนมาให้

*อยากจะร้องไห้*

เช็คยอดเงินคงเหลือแล้ว เงินก็ไม่เข้าจริงๆ

โอ้...จ็อดดดด.....

ชั้นอยากจะบ้า

ธนาคารก็ดันปิดแล้ว
ไม่มีใครพึ่งได้ซักคน

โทรไปคอลเซ็นเตอร์ ฏ้หัวเสียกับมันอยู่นาน
เลิกเหอะ ไอ้เครื่องตอบรับอัตโนมัติเนี่ย

กรูจะบร้าตายยยย....

ขอแค่คนเป็นๆมาพูดน่ะได้มั้ย...

โทรเข้าไปก็งง ตกลงกรูต้องกดปุ่มไหนฟระ ถึงจะติดต่อกับมนุษย์ได้เนี่ย


สุดท้ายก็แจ้งเจ้าหน้าที่ได้
พรุ่งนี้ก็คงไปธนาคารแต่เช้าแหล่ะ
ไปดูซิว่าเราจะได้เงินคืนมั้ย
ปฏิบัติการตามล่าเงิน 1500 บาทคืนก็ยังมีต่อไป


ผลเป็นยังไงก็จะมาเล่าให้ฟังวันหลังละกัน

เฮ้ออออ..... เหนื่อยเหลือเกินกรู



ปล. ของแถมที่ไม่ได้แถมมานาน ขอหน่อยเถอะนะ





หึหึหึ ไหนๆ ก็อัดอั้นเก็บกดกับการไม่ได้อ่านการ์ตูน Y มานาน ก็ขอแจกรปสุดที่รักโหมด SM ให้ดูกันเป็นขวัญตา เอิ้กๆๆๆๆๆๆ




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2548    
Last Update : 23 ตุลาคม 2548 0:46:44 น.
Counter : 232 Pageviews.  

About Love

About Love
lido multiplex 2
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2548
รอบ 16.30

*นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น*



ฝนตก...ฉันไม่ชอบนั่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายฝน

ตัวเปียกหนาวสั่น

ทันใดนั้น รถเราก็แล่นเข้าไปในอุโมงค์....

ไม่มีลมพัด...ฝนสาด

แสงไฟสีเหลืองทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน

ฉันรู้ว่าอุโมงค์ไม่ใช่จุดสุดท้ายของการเดินทาง

และฉันจะกลับไปเจอสายฝนในอีกไม่ช้า

แต่ฉันก็ยังขอบคุณความอบอุ่นที่ผ่านเข้ามา

ขอบคุณอุโมงค์...

ขอบคุณเท็ตจัง...


"เท็ตจัง!"
"เหอ?"

"ขอบคุณนะ"
.....
...
.


ขอเปิดบล็อกวันนี้ด้วยไดอะล็อกส่วนที่ฉันชอบที่สุดจากหนังเรื่อง About Love
ถึงแม้ว่า....ฉันจะไม่ได้ชอบตอนนี้มากที่สุดก็ตาม

----------------------------------------------

About love เป็นเหมือนหนังสั้น 3 เรื่องมาร้อยเรียงกันเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียว
ที่จริงมันแทบจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย นอกจากว่าพระเอกของตอนไทเปเป็นเพื่อน(???)กับนางเอกของโตเกียว
และอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นของพระเอกโตเกียวเป็นพระเอกของตอนเซี่ยงไฮ้

ประเด็นหลักที่จับได้ คือ ประเด็นของความรักที่มีอุปสรรคของภาษาเป็นตัวขวางกั้น
หนังแบ่งเป็น 3 ตอนอย่างชัดเจน



"โตเกียว"
เป็นเหมือนจุดเริ่มต้น และการเริ่มต้นของความรัก...
มิชิโกะเป็นจิตรกรที่เพิ่งถูกแฟนบอกเลิก ฉันชอบที่เธอพูดว่า
"เขาใช้เวลา 4 วินาทีทางโทรศัพท์ เพื่อยกเลิกความสัมพันธ์ 3 ปีของเรา" (ตัวเลขอาจเพี้ยน เพราะจำไม่ได้)

เหยาเป็นหนุ่มจากไทเปที่มาตามหาฝันในการเป็นนักเขียนการ์ตูนที่เมืองโตเกียว
เขาสวนกับมิชิโกะที่กำลังร้องไห้กลางสี่แยก...และเขาตกหลุมรักเธอ
เหยาไปพบกับภาพๆหนึ่งเข้า และรู้ว่านั่นคือภาพที่มิชิโกะวาด และเขาก็เริ่มตามจีบเธอด้วยการวาดรูปการ์ตูนแล้วเอาไปแปะที่กระจกหน้าร้าน
เขาส่งรูปให้เธอทุกวัน...ทุกวัน
วันหนึ่งมิชิโกะก็ค้นพบว่า ภาพที่ชายนิรนามวาดให้เธอนั้น เป็นภาพอนิเมชั่น
เป็นภาพของเธอตั้งแต่เริ่มร้องไห้ จนสามารถเชิดหน้าและยิ้มได้อย่างมีความสุข....

และแล้วมิชิโกะก็ได้พบกับเหยา และความรักก็เริ่มต้นขึ้น.....







"ไทเป"
อาซื่อเพิ่งถูกแฟนหนุ่มบอกเลิก
คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ และลุกขึ้นมาทำชั้นหนังสือกลางดึก(!!!) แต่เมื่อทำเสร็จแล้วเธอกลับยกมันไม่ขึ้น
อาซื่อโทรไปหาเท็ตจัง หนุ่มญี่ปุ่นซึ่งมาเรียนที่ไทเป ให้มาช่วยยกให้ แต่เท็ตจังกลับคิดว่า เธอโทรมาชวนเขาไปนอนด้วย

เมื่อเท็ตจังมาถึง เธอกับเขาก็ช่วยกันยกชั้นหนังสือ และช่วยกันทาสี....ผิดจากความตั้งใจเดิมของเท็ตจังไปเยอะ 555+
อาซื่อกับเท็ตจังก็เริ่มสนิทกัน...

เช้าวันต่อมา อาซื่อให้เท็ตจังช่วยไปขอร้องแฟนเก่าเธอให้มาพบ แต่เขาก็ไม่มา....
ตอนนี้เป็นตอนที่สนุกที่สุดในเรื่องแล้วมั้ง....
เท็ตจังซึ่งพูดภาษาจีนยังไม่ค่อยได้ พยายามที่จะบอกสิ่งที่แฟนเก่าของอาซื่อฝากมา
แต่พูดยังไงก็ไม่ได้ซักที 555+

จนสุดท้ายอาซื่อก็เข้าใจแล้วว่า แฟนเก่าของเธอไม่มีวันกลับคืนมาหาเธอได้อีก....

อาซื่อซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเท็ตจังกลับบ้านท่ามกลางสายฝน
และก็เกิดไดอะล็อกข้างบนนั้น.....

ตอนนี้ ทำให้ฉันอยากจะมีอุโมงค์เป็นของตัวเอง ที่ที่ฉันสามารถพักใจได้ในตอนที่ต้องเผชิญกับลมพายุโหมกระหน่ำ ที่ที่จะทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะออกไปสู้กับลมฝนต่อไป
และทำให้ฉันได้รู้ว่า คำว่า "ขอบคุณ" มีค่ามากขนาดไหน.....








"เซี่ยงไฮ้"
(จำไม่ได้ทั้งชื่อพระเอกและนางเอก)
เค้าว่ากันว่า ตอนเซี่ยงไฮ้เป็นตอนที่ดีที่สุดของเรื่องนี้
แต่ฉันผิดหวังนิดหน่อย.... ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แค่ไม่ได้เท่าที่หวังไว้เท่านั้นเอง

ถ้าฉันไม่ได้คาดหวังกับตอนนี้ไว้มาก ฉันว่ามันดีมากเลยล่ะ....

คุณพระเอกเป็นคนญี่ปุ่นที่มาเรียนภาษาจีนที่เซี่ยงไฮ้ และมาเช่าบ้านของนางเอกอยู่
เขาสัญญากับแฟนสาวไว้ให้เธอรอเขากลับไป แต่เขาก็ถูกทิ้งจนได้

เขาฉีกโปสการ์ดบอกเลิกที่แฟนส่งมาจากสเปนใบนั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เธอ(นางเอก)ค่อยๆหลงรักเขาทีละน้อยจากความใกล้ชิด

ฉากที่ฉันชอบที่สุดในตอนนี้ คือ เธอพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนกับแฟนเก่าของเขา
เธอดัดผมเพื่อเปลี่ยนให้เหมือนกับคนที่ "เขา" เคยรัก ถึงแม้รู้ดีว่าแม่จะดุด่าว่าเธอ
แต่เมื่อเธอทำผมกลับมา "เขา"กลับไม่ได้ให้ความสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย
เธอถูกแม่ลากตัวออกมาหน้าบ้าน ดุด่าเธอพร้อมกับรีดผนเธอให้กลับเป็นอย่างเดิม ท่ามกลางใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา
มันแสดงให้เห็นว่า เธอรักเขามากขนาดไหน

เธอเก็บเศษโปสการ์ดใบนั้นมาต่อกันแล้วพยายามแปลมันออกมาจนเสร็จในวันที่เขากำลังจะกลับญี่ปุ่น

เธอเดินไปส่งเขาขึ้นรถแท็กซี่พร้อมกับกล่าวคำอำลา

"Te Quiero! "


เขากลับมาเซี่ยงไฮ้ในอีก 1 ปีต่อมา
เขาได้รู้จากเจ้าของบาร์สเปนที่เขาทำงานอยู่ว่า
Te Quiero = ฉันรักเธอ

ความรู้สึกของเธอใน 1 ปีที่แล้วก็เปิดเผยให้เขาได้รับรู้
แต่มันก็สายเกินไปแล้ว..... เธอย้ายออกจากบ้านหลังนั้น และบริเวณนั้นก็กลายเป็นที่ดินว่างเปล่าที่เตรียมจะเอาไปสร้างตึก

เธอมีตัวตนเหลืออยู่ในความทรงจำของเขาเท่านั้น






ทั้ง 3 เรื่อง ไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนั้นแล้วจะเป็นอย่างไร
มิชิโกะกับเหยาจะคบกันรึเปล่า
เท็ตจังกับอาซื่ออาจจะหายไปจากชีวิตของกันและกัน ไปหาอุโมงค์ที่พักพิงใหม่
และเขาจะออกตามหาเธอหรือไม่

แต่การจบลงที่ชวนให้คิดต่อนี่แหละ ที่เป็นเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้
สิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาตอนจบที่แท้จริงได้.....
สิ่งที่เรียกว่า....ความรัก




สุดท้ายก็อยากจะบอกทุกคนว่า


Te Quiero....




 

Create Date : 01 กันยายน 2548    
Last Update : 1 กันยายน 2548 22:46:56 น.
Counter : 207 Pageviews.  

Mysterious Skin

Mysterious Skin
lido multiplex 1
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2548
รอบ 16.30


ดูหนังคนเดียวอีกแล้ว...
เพราะไม่มีใครกล้าดูด้วย
เพราะเหตุผลที่ว่าใกล้เอ็นท์แล้ว

หรือไม่ก็

มันเป็นหนังเกย์

*ข้อความต่อไปนี้เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น*



ใช่...เป็นหนังเกย์ แล้วไงเหรอ???


ที่จริงเรื่องก็ไม่ได้สื่อไปที่ประเด็นของเกย์โดยตรงเท่าไหร่
ค่อนข้างจะเป็นการต่อต้านการใช้ความรุนแรงทางเพศกับเด็กเสียมากกว่า

ที่สำคัญ...

เรื่องนี้ค่อนข้าง "แรง" ทีเดียว
ใครที่รับเกย์ซีนแรงๆไม่ได้อย่าไปดูดีกว่า

เดี๋ยวจะพาลไม่ชอบเอา...นะ

*ไม่ได้เป็นเด็กใจแตกที่ตั้งใจไปดูเกย์ซีนนะ อย่าเข้าใจผิด*



แต่ก็นั่นแหละ
ค่อนข้างประทับใจกับเรื่องนี้มากทีเดียว ที่จริงก็อ่านเนื้อเรื่องย่อๆ ทั้งจากเว็บและหนังสือบ้างแล้ว
แต่ไปดูเองดีกว่าเยอะ

--------------------------------------------------------
*ข้อความต่อไปนี้เป็น spoil*


เปิดเรื่องด้วยภาพของเด็ก 2 คนที่อารมณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คนหนึ่งหัวเราะร่าอย่างมีความสุขท่ามกลางขนมที่โปรยปรายลงมาบนหัว
ส่วนอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องมืดๆ พร้อมกับมีเลือดกำเดาไหลออกมา

เด็กทั้ง 2 คนนั้นอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่แสนน่าเบื่อในแคนซัส

คืนหนึ่ง...ไบรอันพบตัวเองนั่งอยู่ในห้องใต้ดินพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากจมูกไม่ขาดสาย
สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือ ฝนที่ตกลงมาระหว่างการแข่งขันเบสบอลทีมของเขา
ความทรงจำหลังจากนั้นร่วม 5 ชั่วโมงหายไป

คืนนั้นเขาเห็น UFO ....
ไบรอันปักใจเชื่อว่าเขาถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป
หลังจากนั้น เขามักจะเกิดอาการเลือดกำเดาไหลและเป็นลมหมดสติบ่อยๆ


นีลเป็นเด็กที่อยู่ในทีมเบสบอลเดียวกับไบรอัน
แม่ของเขาเปลี่ยนผู้ชายบ่อยมาก....แต่มีคนหนึ่งถูกสเป็กนีลเข้าอย่างจัง
นั่นทำให้เขารู้ว่า..เขาเป็นเกย์

นีลตกหลุมรักโค้ชประจำทีม..และโค้ชก็ชอบเขา
วันหนึ่งโค้ชพาเขาไปที่บ้านและสอนให้นีลซึ่งอายุเพียง 8 ขวบ รู้จักรสชาติของ...sex
และแน่นอนว่านีลชอบมัน!!!

ถึงแม้นีลและไบรอันจะอยู่ทีมเบสบอลเดียวกัน แต่ทั้งสองก็ไม่รู้จักกันเลย


ในช่วงวัยรุ่น

นีลกลายมาเป็นผู้ชายขายตัว โดยที่ไม่มีใครรู้นอกจากเวนดี้และเอริค เพื่อนสนิทของเขา
แล้วเวนดี้ก็จากเขาไปอยู่นิวยอร์ค
เวนดี้ซึ่งเป็นคนเดียวที่เข้าใจในตัวนีลจากไป ทำให้นีลเหมือนขาดที่พึ่ง
เขาเสพย์ติด sex หนักขึ้นเรื่อยๆ
แต่แล้ว...วันหนึ่งเขาก็ทนความน่าเบื่อไม่ไหวและคิดจะย้ายตามเวนดี้ไปอยู่นิวยอร์คอีกคน

ไบรอันคิดว่าเขาถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป
เขาดูทุกรายการเกี่ยวกับ UFO และได้พบกับเอเวอร์ลีน หญิงสาวที่เคยถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปเช่นกัน
เอเวอร์ลีนยืนยันว่าที่ไบรอันคิดนั้นถูกต้อง
แต่สุดท้ายเธอก็ทรยศความไว้ใจของไบรอัน เธอหลงรักไบรอันและพยายามจะมีอะไรกับเขา
แต่ไบรอันปฏิเสธ...

ไบรอันมักจะฝันถึงเหตุการณ์ในคืนที่เขาหายตัวไปเสมอ มันทำให้เขาฝันร้ายอยู่ตลอดเวลา
ภาพในฝันเป็นภาพเขาที่นอนอยู่ท่ามกลางไฟสีฟ้า
มีมือปริศนาสัมผัสตามตัวเขา และเขาคิดว่ามือนั้นเป็นมือของมนุษย์ต่างดาว
และในฝันยังมีเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ถูกจับไปพร้อมกัน
แล้วเขาก็พบว่าเด็กคนนั้นคือนีล

ไบรอันตามหานีลช้าเกินไป ตอนที่ไบรอันมาถึงบ้านนีลนั้น นีลได้ไปนิวยอร์คแล้ว
แต่เอริคก็พูดคุยกับไบรอันเรื่องนีล และทั้งสองก็ได้กลายเป็นเพื่อนกัน

หลังจากไปอยู่ที่นิวยอร์คแล้ว นีลก็ยังคงขายตัวอยู่เช่นเดิม
และรับรู้เรื่องของไบรอันผ่านทางจดหมายของเอริค
นีลจำไบรอันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ทั้งไบรอันและเอริคต่างเฝ้าคอยวันที่คริสต์มาสที่นีลจะกลับมาบ้าน
เพื่อที่ปริศนาในใจของไบรอันจะได้กระจ่าง
เพราะ "กุญแจดอกสุดท้าย" ในการฟื้นความทรงจำคือนีล

เวนดี้เป็นห่วงนีลที่ยังคงขายตัวอยู่
เธอกลัวว่านีลจะไปเจอพวกโรคจิตที่ชอบความรุนแรง
และกลัวว่านีลจะติดเอดส์เข้า
นีลตระหนักได้ว่าอาชีพขายตัวอันตรายเกินไปและกำลังจะเลิกอาชีพนี้

คืนวันคริสต์มาสอีฟ ก่อนที่จะกลับบ้าน
นีลได้ขายตัวให้กับผู้ชายคนหนึ่ง
ผู้ชายคนนี้เป็นพวกซาดิสม์ แต่เมื่อถึงตอนนี้คิดจะหนีก็ไม่ทันแล้ว
นีลถูกข่มขืนในห้องน้ำ
เขาพยายามต่อสู้ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็หนีไม่พ้น
นีลถูกจับเอาหัวฟาดอ่างน้ำและถูกข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
>>>>>ฉากนี้แรงมากกกก....... แรงจนช็อกไปเลย แบบว่าคิดอะไรไม่ออก หัวเบลอไปเลย

เค้าฟื้นขึ้นมาพบตัวเองถูกทิ้งไว้หน้าประตูบ้านของชายคนนั้น
นีลพาร่างกายอันบอบช้ำ พร้อมกับรอยแผลแตกทั่วศีรษะเลือดท่วมกลับมายังห้องของเขากับเวนดี้เงียบๆ
ภาพที่นีลนั่งกอดตัวเอง ร้องไห้อย่างขมขื่นในห้องน้ำเป็นภาพที่ดูแล้ว.......พูดไม่ออก......


แล้วนีลก็ตัดสินใจกลับบ้าน พร้อมกับบอกว่าเขาถูกจี้ตอนนั่งรถมาสนามบิน
ไบรอันและนีลได้พบกัน
นีลพาไบรอันไปบ้านของโค้ชซึ่งตอนนี้กลายเป็นของคนอื่น และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ไบรอันฟัง

ช่วงเวลาที่หายไป 5 ชั่วโมงนั้น ไบรอันมาอยู่ที่บ้านหลังนี้
ไบรอันถูกโค้ชใช้เป็นเครื่องมือบำบัดความใคร่
และไบรอันก็ลบความทรงจำตอนนั้นไปด้วยตนเอง และแทนที่การคิดว่าตัวเองถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไป

ในค่ำคืนคริสต์มาสอันบริสุทธิ์งดงาม
มี 2 ชีวิตที่กลับต้องทุกข์ทรมานอยู่กับความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต...ที่จะทำร้ายชีวิตของทั้ง 2 คนไป...ตลอดกาล


คำพูดสุดท้ายที่นีลพูดกับเรา

"ผมอยากจะย้อนเวลากลับไป... เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งเลวร้ายที่เราทั้ง 2 คนพบ"
.
.
"......แต่ผมทำไม่ได้....."



"ผมรู้ว่าเราทั้งคู่...อยากหายไปจากโลกอันเลวร้ายนี้"

"...อยากเป็นเหมือนเทพบุตรที่บริสุทธิ์..."
.
.
.
"...ที่หายไปจากโลกอันมืดมิดนี้ได้..."

"...อย่างปาฏิหาริย์..."
----------------------------------------------------------------------




การทำทารุณกรรมไม่ว่าทางใดก็ตาม สามารถส่งผลกระทบมากมายได้ถึงขนาดนี้
โค้ชเลวๆนั่น ทำลายชีวิตเด็กไปถึง 2 ชีวิต
ทำลายเด็กที่แสนบริสุทธิ์ เอาสีสกปรกมาป้ายผ้าขาวผืนน้อยให้ต้องเปื้อนมลทิน

ทำลายชีวิตที่มีอนาคต

เด็กที่ถูกทารุณกรรมเหล่านี้ ย่อมไม่มีทางกลับไปเป็นเด็กน้อยคนเดิมได้
สิ่งที่มากระทบจิตใจมันร้ายแรงเกินเยียวยา

....ร้ายแรงเกินไป.......


ขอฝากคำถามไว้นิดนึง......

ถ้าคุณเป็นไบรอัน คุณจะเลือกอะไรระหว่าง
"เลือกที่จะรับรู้ความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณ แม้มันจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม"

กับ

"เลือกที่จะอยู่ในความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นต่อไป ซึ่งความทรงจำนั้นจะไม่ทำร้ายคุณเด็ดขาด"

----------------------------------------


แถมเรื่องวันนี้นิดนึง....



คุณเคยรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบมั้ยคะ????

ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่วันนี้มันเหมือนอย่างนั้นจริงๆ

ตอนที่เดินออกจากธนาคารมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เบอร์ไม่คุ้นเลย

...กดรับ...

"สวัสดีค่ะ โทรจาก adayweekly นะคะ"

"พอดีเลยค่ะพี่หนูกำลังจะโทรไปบอกว่าหนังสือของอาทิตย์นี้ยังไม่ได้เลย"

"ก็คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะน้อง ขอโทษจริงๆนะคะ ตอนนี้ adayweekly ปิดตัวลงแล้วนะคะ"

"............." *อึ้งและพูดไม่ออก ใครโทรมาอำชั้นเล่นรึเปล่าวะ??

"ฮัลโหลๆ น้องคะ"

"จริงเหรอพี่ อย่ามาล้อเล่นนะคะ"

"พี่ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ แล้วตอนนี้เราก็.....บลาๆๆๆๆ...."*สมองไม่รับรู้อีกต่อไป*




...ใช่แล้ว...

หนังสือที่ชักนำฉันเข้าสู่แวดวงการเมือง หนังสือดีๆมีสาระได้หายไปอีกเล่มแล้ว...

ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ต้องปิดตัวลงอย่างกะทันหัน
เค้าไม่ยอมบอกว่าด้วยเหตุผลอะไร บอกแค่ว่า

"มันเป็นเหตุผลของทางผู้ใหญ่น่ะค่ะ"

โอ้ว......ทุนนิยมมันมีอำนาจขนาดนี้เลยเหรอไง????


ไม่สามารถเล่าเรื่องราวต่อไปได้แล้วล่ะค่ะ

บอบช้ำจากระบอบทุนนิยมจนไม่เหลืออะไรแล้ว

จะมีที่ไหนที่ทำให้คนต่อต้านทุนนิยมอย่างเราอยู่ได้อย่างมีความสุขบ้าง

จะมีสื่อไหนที่ถ่ายทอดข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาได้โดยไม่ต้องกลัวผู้มีอำนาจบ้าง

เฮ้อ......

..................เ ห นื่ อ ย ใ จ....................




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2548    
Last Update : 15 มิถุนายน 2548 20:56:32 น.
Counter : 1018 Pageviews.  

Be With You...

Be with you
lido multiplex 2
วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2548
รอบ 16.20



ไปดูหนังคนเดียวมาอีกแล้วค่ะ
แค่ชอบดูหนังคนเดียว จะมีสมาธิในการดู และจดจ่ออยู่กับตัวเรื่อง
(จริงๆแล้วไม่มีคนไปดูด้วยต่างหาก TT_TT)

รู้สึกว่าเป็นคนดูหนังที่ไม่ค่อยมีคนดูยังไงก็ไม่รู้ ยิ่งช่วงนี้ดูแต่หนังญี่ปุ่นด้วย
พูดชื่อเรื่องไป เพื่อนมันยังไม่รู้จักเลย

เคยไปดู Nobody knows คนเดียวมาเหมือนกัน พอเอามาคุยกะเพื่อน ปรากฎว่าทั้งห้องมีคนดูอยู่ 2 คน --_--"
แล้วจะคุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย

ยิ่งเป็น lily chou-chou ด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีคนอื่นดูเลย ออกจะเป็นหนังดีขนาดนั้น (แม้จะเข้าใจยากไปนิดก็ตาม)


วันนี้เลยตกที่นั่งต้องไปดูคนเดียวตามเคย ในขณะที่วันนี้เพื่อนๆเกือบครึ่งห้องแห่กันไปดูสตาร์วอร์ส

เราไม่ชอบสตาร์วอร์ส (ดีใจมากที่มีบิ๊กไม่ชอบสตาร์วอร์สเป็นเพื่อนอีกคน บิ๊กนี่แหละที่เป็นคนที่พูดกะเรารู้เรื่อง รสนิยมคล้ายๆกัน)
ไม่ชอบด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่มีความสนุกสนานใดๆในเรื่อง เป็นหนังที่ไม่มีแนวทางแน่ชัด และหาใช่ sci-fi อย่างที่จอร์จ ลูคัสบอกเลยแม้แต่น้อย


ในกระแสที่โรงหนังค่ายยักษ์ทั้ง 3 เทรอบเกือบทั้งหมดให้สตาร์วอร์ส เราก็ยังมีลิโดเป็นที่พึ่ง

ประทับใจลิโดมากมาย...

ตั้งแต่พี่ผู้ชายที่รับโทรศัพท์ คนที่เคยโทรไปลิโดคงรู้จักเป็นอย่างดี
พี่เค้าเป็นคนที่คุยมันส์มากกก......ที่สำคัญ รู้เรื่องหนังที่เข้าฉายดีทีเดียว

โรงก็คุณภาพใช้ได้ แต่ถ้าเป็นสกาล่าโรงจะใหญ่มาก.... ดูหรูหราและเบาะนั่งสบาย

คนดูน้อย และคนที่ดูที่นี่ส่วนใหญ่จะมีมารยาท (เพราะมีแต่ผู้ชมที่หลีกหนีจากพวกไร้มารยาทมาทั้งนั้น 555+)

เป็นโรงภาพยนตร์แห่งเดียวที่มีหนังที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแล้วเป็น soundtrack (ทนฟังทีมพากษ์พันธมิตรไม่ไหวจริงๆอ่ะ ทำหนังเสียมู้ดมาหลายเรื่องแล้ว)

ที่สำคัญ มักจะมีหนังที่ไม่เข้าโรงอื่นเยอะดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบดูหนังตามกระแสอย่างเรามาก

จบดีกว่า ....
ยังกะชั้นเป็นประชาสัมพันธ์ลิโดเลย --_--"

---------------------------------------------------


มาที่ตัวเรื่องของหนัง

ใครไม่อยากอ่าน spoil ก็ข้ามไปเลยนะ...










เราถูกคำโฆษณาจากพันทิพย์ดึงดูดให้เข้าไปดูอย่างจัง เค้าบอกว่า "ไม่มีใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่ร้องไห้!!"
ด้วยความที่เป็นคนชอบเรื่องรันทดอย่างที่บอก ก็เลยซื้อตั๋วเข้าไปร้องไห้มาแล้วเรียบร้อย

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับปาฏิหาริย์ในฤดูฝน

ครอบครัวไอโอะเป็นครอบครัวเล็กๆที่ประกอบด้วยพ่อ-ทาคุ, แม่-มิโอะ, และลูกชายอายุ 6 ขวบ-ยูจิ
มิโอะจากโลกนี้ไปโดยทิ้งให้พ่อกับลูกอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน
ก่อนจะตายเธอได้เขียนนิทานไว้ให้ยูจิเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับปาฏิหาริย์

คนตายจะกลับมามีชีวิตตลอด 6 สัปดาห์ในฤดูฝน

ทั้ง 2 พ่อลูก มีชีวิตอยู่กับความหวังที่มิโอะจะกลับมาในฤดูฝน

แล้วเธอก็กลับมาจริงๆ ค่ะ


เธอกลับมาในสภาพไร้ความทรงจำในวันแรกของฤดูฝนที่สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
เธอจำอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่งว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว
พ่อลูกจึงต้องโกหกเธอว่า เธอนอนป่วยมาตลอด แล้วเมื่อพวกเขาพามิโอะออกไปเดินเล่นในป่า เธอก็ความทรงจำหายไป
และเธอก็เชื่อเช่นนั้น

เธอกลับมาอยู่บ้านที่เคยอยู่
กลับมาทำหน้าที่แม่พร้อมๆกับสร้างความทรงจำใหม่

ตอนแรกๆก็ไม่สนิทใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน
แต่มิโอะก็ได้รับฟังเรื่องราวของเธอเองจากปากของทาคุ
ทั้งเรื่องที่พวกเขาเคยเรียนอยู่ห้องเดียวกัน
ทาคุแอบรักมิโอะมาตลอด แต่พอจบม.ปลายมิโอะก็ไปเรียนต่อที่โตเกียว

ตอนปิดเทอมทาคุก็หาข้ออ้างออกไปเจอมิโอะได้ แล้วทั้ง 2 คนก็เดทกัน พอเปิดเทอมก็ส่งจดหมายรักหากันตลอด (น่ารักเนอะ)

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ทาคุมีโรคประจำตัว
สมองของทาคุมีการสะสมสารเคมีที่เกี่ยวกับระบบการเคลื่อนไหวมากเกินไป
เกิดจากที่เขาหักโหมใช้ร่างกายในการแข่งวิ่งตอนม.ปลาย

จะเกิดอาการช็อกเมื่อออกกำลังมากเกินไป

ทาคุทำกิจกรรมต่างๆได้ไม่ถึงครึ่งของคนปกติด้วยซ้ำ
เขาไม่อยากเป็นภาระของมิโอะ เขาจึงขอเลิกกับเธอ

มิโอะเสียใจมาก เธอจึงกลับโตเกียวไป

ทาคุเคยไปโตเกียวเพื่อตามหามิโอะ แต่ทาคุก็เห็นมิโอะเดินไปกับชายอื่น เขาจึงตัดใจ

แต่แล้ววันหนึ่ง มิโอะก็มาหาทาคุพร้อมกับบอกว่าเธอจะแต่งงานกับเขา
หลังจากนั้นพวกเขาก็มียูจิ



ดูเหมือนมิโอะจะตกหลุมรักทาคุอีกครั้ง
ครอบครัวก็กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น

2 พ่อลูกรู้ดีว่าปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นนี้จะจากไปพร้อมกับฝนสุดท้ายของฤดู
ภาพที่ยูจิพยายามผูกตุ๊กตาไล่ฝนให้กลับหัวเพื่อเรียกฝนแทนนั้น แสดงถึงอาการกลัวที่จะสูญเสียแม่ไปอีกครั้ง


มิโอะเจอไดอารี่สมัยเรียนของตัวเอง เธออ่านมันแล้วเธอจึงได้รับรู้ว่าเธอจะต้องจากไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
1 อาทิตย์ก่อนหน้าวันเกิดยูจิเธอจึงไปร้านเค้กเพื่อสั่งเค้กวันเกิดล่วงหน้า 12 ปีให้ยูจิ

ทั้งครอบครัวใช้เวลาในคืนนั้นอย่างมีความสุข

วันต่อมาตอนบ่าย ฝนหยุดตก พร้อมกับพระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า
ยูจิวิ่งออกจากโรงเรียนกลับมาบ้านด้วยกลัวว่าแม่จะจากไปโดยไม่บอกกล่าว

มิโอะและยูจิเดินไปในป่าที่มิโอะกลับมา

ฉากที่มิโอะบอกลายูจินั้น เรียกน้ำตาคนเกือบทั้งโรง (ได้ยินเสียงร้องไห้มาจากข้างหลังด้วย เราก็ต่อมน้ำตาแตกเอาตอนนี้แหละ)
ยูจิที่ไม่อยากให้แม่จากไปนั้น พยายามหาใบโคลเวอร์ 4 แฉก ด้วยหวังว่าถ้าหาพบ ปาฏิหาริย์จะคงอยู่ตลอดไป

ทาคุวิ่งกระหืดกระหอบกลับมา อาการเกือบกำเริบอยู่หลายครั้ง

แต่สุดท้ายเขาก็มาทันเวลา
ทาคุได้พบกับมิโอะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไป ท้องฟ้าแจ่มใสในปลายฤดูฝนดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายสำหรับครอบครัวนี้เหลือเกิน

ทาคุและมิโอะยืนแนบชิดกันอย่างเงียบๆ ในขณะที่น้ำฝนสุดท้ายหยดลงในแอ่งน้ำ

เงาของคนทั้งคู่ในสายน้ำกระเพื่อมไหวพร้อมๆกับภาพเงาของมิโอะที่หายไป
------------------------------------------------

หลังการจากไปชั่วนิรันดร์

ทาคุพบไดอารี่ของมิโอะ

ได้รับรู้ว่าที่จริงแล้วมิโอะก็แอบรักเขามาตลอด
รักของทั้งคู่ต่างก็เป็นรักที่ไม่ต้องการการตอบสนองทั้งคู่ จึงไม่มีใครคิดจะบอกรักออกมาก่อน

ในวันที่ทาคุไปหามิโอะที่โตเกียวนั้น มิโอะเห็นทาคุ และวิ่งตามเขาไปท่ามกลางสายฝน
เธอถูกรถชนและหมดสติไป

และเรื่องราวปาฏิหาริย์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วคือมิโอะในวัย 20 ปีที่ข้ามเวลาไปในอนาคต!!!

เมื่อมิโอะหายไปจากโลกอนาคตในปลายฤดูฝนนั้น เธอก็ฟื้นกลับมาในโลกที่เธออายุ 20 อีกครั้ง
มิโอะรู้แล้วว่าเธอจะต้องทำอะไร

เธอจึงไปหาทาคุแต่งงานกัน และให้กำเนิดยูจิขึ้นมา เพื่อให้อนาคตที่เธอเห็นนั้นเกิดขึ้นจริง

"I wanna be with you"


----------------------------

ดูตอนจบแล้วรู้สึกว่ามันเกินๆยังไงไม่รู้
ถ้ามันจบตอนที่มิโอะหายไปเลย น่าจะดูดีกว่าเยอะ >>> ชอบหนังจบแบบคาใจ อิอิอิ

แต่ยังไงก็ตาม หนังเรื่องนี้เป็นหนังดีๆอีกเรื่องที่เราได้ดู
ไม่รู้สึกผิดหวังกับเงินที่เสียไป

ถึงแม้ว่าซับเรื่องนี้จะด๊องแด๊งไปบ้าง แปลคำพูดของเด็กผู้หญิงเป็น "ครูครับ" อะไรอย่างงี้
แต่ก็พอรับได้ล่ะ ไม่ใช่ความผิดของหนังนี่นา มันขึ้นอยู่กับคนแปลซับตะหาก

แถมเรายังรู้สึกรักครอบครัวขึ้นมาอีกเยอะเลย
การสูญเสียครอบครัวเป็นเรื่องโหดร้ายนะ


รีบใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด ก่อนที่จะไม่มีโอกาสดีกว่านะคะ.....




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2548 0:10:47 น.
Counter : 207 Pageviews.  

1  2  

myo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add myo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.