In Remembrance of The Special Muffy
Group Blog
 
All blogs
 

บ้านทา เมื่อวันวาน


บ้านทา เมื่อวันวาน

ได้มีโอกาสดูละครเมื่อดอกรักบานที่สาวแอฟแสดง
ก่อนอื่นต้องออกตัวว่าไม่ค่อยได้ติดตามละครใดๆเท่าไหร่
เห็นฉากแต่ละฉากในละคร ทำให้คิดถึงบ้านเราในอดีตวันวาน
ที่ผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นก่อนหน้านี้ล้มหายตายจาก
เหลือแต่คนรุ่นใหม่ๆ

จากนั้นฉันเองก็เข้ามาเรียนมัธยมในกรุงเทพจนจบมหาวิทยาลัย
ก่อนย้ายไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองไปช่วงหนึ่ง
แต่ฉันก็ไม่เคยขาดการติดต่อกับทางบ้าน
ทำให้ได้รับข่าวเรื่องราวของบ้านเกิดเสมอ
ถึงแม้ได้ยินได้รับรู้ ทุกครั้งเมื่อกลับไปก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ถามว่าใจหายมั๊ย...แน่นอนอยู่แล้ว
(แต่ฉันก็สำเหนียกตัวเองว่าตัวฉันเองไม่ได้อยู่ที่นั่น ดังนั้นไม่ควรออกความเห็น)
จึงได้แต่เก็บภาพและความรู้สึกดีๆเมื่อสมัยก่อนไว้












ฉันชอบนั่งคุยกับพ่อแม่ถึงเรื่องราวในอดีต
เริ่มจากพ่อเล่าว่าสมัยโน้นไปไหนมาไหนก็อาศัยเกวียน รถถีบ(จักรยาน) และรถไฟ
รถเครื่อง(มอเตอร์ไซต์)นานๆจึงจะเห็นสักคัน
ระบบการปกครองยังมีขุนต่างๆที่ดูแลลูกบ้านอยู่เลย

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
หมู่บ้านฉันปลอดจากการโดนถล่ม
แต่มีอีกหมู่บ้านหนึ่งไกลออกไปโดยมีสันดอยกั้นคงเพราะเป็นหมู่บ้านใกล้สายเส้นทางรถไฟ
ถามพ่อว่าเห็นทหารญี่ปุ่นรึปล่าว กลัวเสียงหวอมั๊ย
ไม่เลย ตอนนั้นพ่อยังหนุ่มแน่นมีแต่ข่าวและข่าว นานๆจึงมีเสียงหวอ
แต่ก็ระมัดระวัง
ซึ่งต่างจากบางกอกมาก

ส่วนแม่ ตอนนั้นอายุ 15 เวลาฉันถามแม่ แม่จะยิ้มอารมณ์ดีที่ได้เล่าเรื่องราว
ย้อนอดีตเวลา
แม่เล่าว่าแม่ไปทำงานที่สวรรคโลก พอสงครามโลกก็จึงกลับบ้าน




มาเขียนต่อค่ะ












ทีนี้มาถึงช่วงสมัยที่ฉันยังเด็กแก้ผ้าอาบน้ำฝน
เรื่องราวหมู่บ้านตำบลที่อยู่มีเยอะจริงๆ แต่เป็นเพียงในด้านมุมมองของฉันเท่านั้น
มุมมองเด็กอายุไม่กี่ขวบ คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้ยินได้เห็น

บ้านทาที่ฉันจะเล่าก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆไม่กี่สิบหลัง มีน้ำแม่ทาไหลผ่านเป็นแม่น้ำสายหลัก และมีน้ำแม่ตู๊ดเป็นลำธารเล็กกว่าน้ำแม่ทาหน่อย
บ้านทามี 2 บ้านทาคือบ้านทาเหนือซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปทางดอยขุนตาลอาณาเขตติดกับลำปาง ส่วนบ้านทาที่ฉันอยู่กลับไม่มีใครขานเรียกว่า ทาใต้แฮะ

เวลามีงานบุญต่างๆ ไม่ว่างานปอยส่างลอง ปอยหลวง ขึ้นบ้านใหม่ บวชลูกแก้ว(เณร) ตานก๋วยสลาก
ชาวบ้านก็แต่งกายแบบที่เห็นในละครนั่นแหละ ชุดขาวเป็นส่วนใหญ่
จะมีหนาน(ผู้ผ่านการบวชเป็นพระ) มีน้อย(ผู้ผ่านการบวชเป็นเณร)
กินเมี่ยง สูบมุลีขี้โย(บุหรี่ใบตองยาสูบ)
ส่วนแม่ญิง มีอายุรุ่นป้ารุ่นอุ๊ยรุ่นพ่อหลวงแม่หลวงป้อหม่อนแม่หม่อน(ย่า,ยาย=คำเมือง)แม่หลวง(ย่า,ยาย=คำยอง)
นุ่งผ้าซิ่น สวมเสื้อขาวมีสะไบหรือผ้าพาดไหล่ จะช่วยกันทำขันดอกไม้ มวนบุหรี่
เอาใบตองหรือทางมะพร้าวห่อเมี่ยงหวานเมี่ยงส้ม(เปรี้ยว)เมี่ยงฝาดให้เป็นคำเล็กๆ
ส่วนคนวัยกลางคน(รู้สึกว่า 20 กว่าก็เป็นวัยกลางคนแล้ว)ก็จะแยกย้ายไปช่วยกันทำงานอื่นๆ














จบเรื่องงานบุญต่างๆแล้ว
เล่าเรื่องบรรยากาศทั่วไปในชีวิตประจำวันก็คงเหมือนหมู่บ้านอื่นทั่วไปในเมืองไทย
ส่วนตอนกลางคืนก็จะมีเสียงคนเล่นซึง ถามพ่อแม่แล้วก็เล่าว่าตอนกลางคืนจะมีหนุ่มๆ หรือบ่าวดีดซึงจีบสาวแต่ฉันไม่เคยเห็นบรรยากาศการจีบหนุ่มจีบสาว
สักทีเพราะพี่ๆฉันโตขึ้นก็ไปร่ำเรียนที่เชียงใหม่อยู่หอกับแม่ชี
และพอตะวันตกดินพ่อแม่ก็ปิดประตูรั้วหน้าบ้านที่เป็นไม้ทึบลั่นกลอนแน่นหนา
โอ๊ย!ไม่มีทาง จึงได้ยินเสียงซึงเพียงอย่างเดียวแต่ไพเราะมากๆ

ขอเล่าแทรกสักนิด
ตอนกลางคืนหลังจากอ่านหนังสือทำการบ้านด้วยไฟจากกมไฟ(ตะเกียงน้ำมันก๊าด)พ่อแม่ก็จะให้ลูกๆเข้านอน ใครไม่นอนก็จะเล่าเรื่องผีโพง ผีกะ ผีต่างๆ
ขี้คร้านลูกๆจะกลัวหัวหดมุดมุ้งเข้านอนหรือไม่ก็นอนคุยกันกับพวกพี่ๆ
จากนั้นก็ได้ยินเสียงแม่ซักผ้า ทุบผ้าโป๊กๆ(กลางวันพ่อแม่เข้าเชียงใหม่เอาไม้ไปส่ง)เปิดวิทยุและมักจะมีเสียงคลื่นแทรกจากจีนเป็นระยะ

















เล่าเรื่องหนุ่มๆสาวๆ
หนุ่มที่เจ้าสำอางค์หน่อยก็หวีผมเรียบแปล้ชโลมน้ำมันซะเยิ้ม
อี๊ย์ เหม็นเขียว สู้สาวๆไม่ได้ที่เรียกว่าผิวพม่านัยตาแขก
คนละแวกหมู่บ้านฉันเป็นนางสาวโน่นนี่หลายคนทีเดียว
ส่วนคนที่ไม่ได้ไปประกวดใช่ว่าจะไม่สวย ทั้งสวยทั้งงามเชียวล่ะ
หุ่นรูปร่างระหง สะโพกผายไหล่ผึ่งนุ่งผ้าซิ่น
สวยจริงๆ จนฉันอายุสี่สิบกว่าก็ยังไม่เคยเจอใครที่สวยเท่าคนสวย
ในตำบลที่ฉันอยากเล่า

มาเขียนต่อค่ะ


























 

Create Date : 26 สิงหาคม 2550    
Last Update : 1 กันยายน 2550 12:40:19 น.
Counter : 216 Pageviews.  

โรงเรียนประชาบาลของข้าพเจ้า




โรงเรียนประชาบาล
อีกนัยหนึ่งคือโรงเรียนบ้านนอก แต่เป็นโรงเรียนที่ฉันรักมากมาย
จำได้ว่าเข้าเรียน ป.1 แต่การเรียนการอ่านไม่ค่อยมีปัญหากับฉันเท่าไหร่เพราะอยู่โรงเรียนอนุบาลมาก่อน
ในห้องเรียนมีไม่กี่สิบคน มีมาจากหมู่บ้านอื่นที่ต้องเดินตัดทุ่งนา แต่ทุกคนก็มีความสุขกัน
ฉันจำได้ว่าก่อนเข้าเรียนหรือช่วงพักเที่ยงก็จะเล่นหมากเก็บกัน แต่ละกลุ่มก็จะมีพื้นที่พื้นซีเมนต์เรียบๆให้ใช้อวดทักษะ ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องนี้เล่นทีไรมักจะแพ้หรือไม่ก็เอาชนะเพื่อนๆได้ยากแปลให้ง่ายก็คือแพ้ตลอดศก แต่ไม่เคยแพ้ชวนตี ฉันก็ยังเล่นแบบแพ้ๆของฉันไปเรื่อยๆ

นอกจากหมากเก็บแล้วก็มีเล่นดีดมะขาม เล่นกระโดดเชือกหนังยาง เล่นโยนห่วง

โรงเรียนของฉันสวยทีเดียว คุณครูใหญ่ชอบปลูกไม้ดอกรอบๆบริเวณและให้เด็กๆรับผิดชอบแปลงดอกไม้กลุ่มใครกลุ่มมัน
















ในห้องเรียนครูมักเจอปัญหาสุขภาพเด็กๆ บางคนมีเหา บางคนอ่านออกเขียนไม่ได้ บางคนพูดจาไม่มีหางเสียงมีแต่อื่อ..แทนที่จะเป็นครับค่ะ
แต่ก็ใช้เวลาไม่นานส่วนใหญ่จะเป็นเด็กประถมต้นๆซะมากกว่า
สำหรับบางคนที่เข้าใจบทเรียนหรืออ่านออกเสียงไม่ค่อยได้ แต่จะบอกว่าคนพวกนี้มีพรสวรรค์ต่างจากคนที่เรียนดีคือวิชาปั้นและวิชาร้องเพลงพวกนี้จะกวาดคะแนนเรียบ
ส่วนฉันคบกับใครก็ได้ไม่มีปัญหา
เรื่องของหายในห้อง เคยมีครั้งหรือสองครั้งได้มั๊ง
เช่นยางลบ ฉันชอบซื้อยางลบเพราะกลิ่นหอมโดยเฉพาะกลิ่นผลไม้ ดมแล้วดมอีก
และกล่องดินสอ คนที่มีก็มี คนที่ขาดแคลนก็ได้แต่แอบชื่นชมของคนอื่น ส่วนคนที่มีก็มักจะออกมาอวดและหวง
กล่องดินสอก็จะเอาอวดว่าของใครมีจำนวนช่องเสียบดินสอมากกว่า หรือกล่องดินสอมีชั้นเดียวหรือสองชั้น
















ส่วนบรรยากาศนอกห้องเรียน
ก็สนุกไม่แพ้กัน
ถ้าฤดูหนาว อากาศก็จะเย็นเจี๊ยบ หมอกเหมยปกคลุมทั่วโรงเรียนเหมือนเมืองในหมอก
ส่วนในอาคารก็จะเย็นยะเยือกเช่นเดียวกัน
ครูประจำชั้นมักจะให้นักเรียนออกไปเรียนหนังสือที่สนามหญ้าหลังโรงเรียน อากาศหนาวเหน็บจนเขียนหนังสือไม่ได้ ต้องให้นักเรียนอ่านหนังสือแทน

ช่วงหน้าหนาวมีงานโรงเรียนอีกอย่างหนึ่งคือกีฬาทั้งกีฬาในโรงเรียนเองหรือกีฬาโรงเรียนประจำตำบลก็จะใหญ่หน่อยเป็นการเปิดหูเปิดตานักเรียนและตัวฉันจะชอบใจที่สุดเพราะแม่ค้าจะเอาขนมมาขายเยอะแยะก็ตรงนี้แหละ

แต่ก่อนจะถึงวันนั้นก็มีการคัดเลือกนักกีฬาโรงเรียนและมีการปรับปรุงสนาม ลู่วิ่งที่เป็นสนามหญ้า ครูและนักเรียนจะต้องกำจัดวัชพืชหรืออะไรก็ตามที่เป็นอันตรายต่อเด็กๆ
มีการกำจัดหญ้าเจ้าชู้แต่ฉันชอบเพราะเวลาเดินผ่านหญ้าพวกนี้ จะมีใบหรือดอกสากๆแข็งๆมาปักและเกาะกระโปรง ตอนเดินให้มันเกาะก็สนุกดีแต่กรรมตอนดึงออกนี่แหละไม่หนุกเลยง่ะ






การคัดเลือกนักกีฬา ครูจะให้นักเรียนทุกคนทดสอบฝีมือ เอ๊ย ฝีเท้าวิ่ง
มีหรือจะไม่ได้เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นแต่ แหะ แหะ เป็นได้แค่นักกีฬาตัวสำรอง
เป็นอย่างงี้ทั้งปีเลยตรู

และแล้ววันหนึ่งก็เป็นวันของฉันจนได้ จับพลัดจับผลูอย่างไรไม่รู้ผ่านการทดสอบคัดเลือกจากกีฬาตำบลเพื่อไปแข่งกีฬาอำเภอ
สนุกใหญ่ ครั้งแรกที่จากพ่อแม่พี่น้องไปนอนที่อื่น
ฉันผ่านการทดสอบโดยวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนที่หนึ่ง
จนทุกวันนี้ยังเป็นงงอยู่เลยว่าวิ่งอีท่าไหนถึงชนะคนอื่นเค้าได้เนี่ย

























 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2550 11:29:33 น.
Counter : 395 Pageviews.  

เด็กอนุบาลสมัยพ.ศ.2511





ฮะฮ๊า--------มาแล้วค่า


เด็กหญิงสหายนกเมื่ออายุ 3-4 ขวบ
คุณครูของหนูชื่อคุณครูอำไพค่ะ
มีครูน้อยด้วยนะคะชื่อพี่ ยงศรี ค่ะ(ชื่อเพราะดี)

หนูเป็นน้องเล็กสุดในโรงเรียน
ผมสั้นหน้าม้า พูดไม่ช๊าด(แก่แล้วก็ยังพูดม่ายช๊าดอีก มีคนยุให้หนูไปพากษ์เป็นเสียงการ์ตูน)
หนูจำไม่ได้หรอกค่ะว่าในห้องเรียนหนูเรียนอะไรมั่ง
รู้แต่ว่าชอบวิ่งแตกแถว ไปเล่นตามประสาของหนู

เช้าๆ พี่ยงศรีและครูอำไพจะมารับเด็กๆนักเรียนเริ่มจากท้ายหมู่บ้านจนมาถึงบ้านหนู แม่มีปิ่นโตให้หนูไปโรงเรียนด้วยล่ะ จะเรียกปิ่นโตก็ไม่ถูกแต่จะเป็นอับข้าวหรือกล่องข้าวสแตนเลสแล้วเอาหนังยางมารัดไม่ให้อาหารในกล่องหกกระจาย
ที่ไม่ใช้ปิ่นโตเพราะแม่รู้ว่าหนูต้องหิ้วแกว่งไปแกว่งมาและท้ายสุดหนูคงอดกิน
แต่แม่ไม่รู้หรอกว่าเวลาหนูอยู่โรงเรียนน่ะท้องหนูอิ่มที่สุดเลยล่ะ
ก็คนน่ารักนี่นา ครูชอบเอาขนมมาให้หนูเยอะกว่าเพื่อน
แม้แต่ปัจจุบันพี่สาวของหนูก็เคยมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ











ดึกแล้วค่า




หนูต้องไปนอนก่อนนะคะ

สัญญาว่าพรุ่งนี้เช้าหนูจะกลับมาเล่าต่อ



กุ๊ดไนท์ค่ะ





ตื่นแล้ว

มาเล่าต่อค่ะ
ที่นี้พูดถึงตัวโรงเรียน เป็นอาคารหรือบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัย
เนื้อที่โรงเรียนกว้างขวาง อาคารไม้ชั้นเดียว ทั่วบริเวณไม่มีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นปูนหรือซีเมนต์เรียกว่าธรรมชาติเต็มที่
แต่ก็ว่าเหอะ สมัยนั้นคำว่าธรรมชาติไม่ค่อยมีใครเอามาใช้เหมือนสมัยนี้ที่ทุกคนเริ่มตระหนักถึงใบไม้ต้นหญ้าอากาศบริสุทธิ์ สะอาด
เด็กๆก็ซุกซนเป็นที่หนึ่ง โรงเรียนอนุบาลหลังนี้เป็นบ้านกำนันที่ใจดีเป็นคนมีคุณธรรมมาก
หลังบ้านเป็นสวนมีสาระพัดต้นไม้ มะม่วง ลำใยกระโหลก ต้นมะเฟือง มะไฟ นมวัว นมควาย มะหลอด(ไม่รู้จักภาษาไทยกลาง) เรียกว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนอย่างฉันมาก





(ภาพนี้พี่ฉันบอกว่านี่แหละตัวฉันจริงๆช่างบังเอิญสรรหามาประกอบเรื่องราว ต้องให้เครดิตเพื่อนๆในเฟรนด์บล็อกที่อนุญาติให้หยิบเอามาใช้)










ในห้องเรียนไม่แน่ใจว่าฉันจะได้เรียน กอ เอ๋ยกอไก่ ขอไข่ในเล้ารึเปล่านะ เด็กกระเปี๊ยกขนาดนั้นจำไม่ได้แต่จะจำภาพบรรยากาศรายล้อมซะมากกว่า
ที่จำได้คือก่อนไปโรงเรียนเช้งวับ ก่อนกลับบ้านก็เช้งวับเพราะครูและพี่ยงศรีจะจับนักเรียนทุกคนอาบน้ำประแป้ง
แป้งนั้นฉันชอบมากเลยเสียดายที่จำยี่ห้อไม่ได้
ช่วงเรียนก็มีนมให้ดื่ม เป็นนมผงจากสุขศาลาที่เอาให้นักเรียนเด็กเล็ก

ไม่ค่อยมีใครที่ไม่รักโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้
เป็นเพราะครูมีวิธีสอน บางวันครูจะพาเด็กนักเรียนที่มี 20 กว่าคนข้ามถนนไปอีกบ้านหลังหนึ่ง หลังนี้ไม่มีใครอยู่ดูลึกลับน่ากลัว(ผี) แต่หลังบ้านติดกับแม่น้ำทาที่เย็นใสสะอาด
มองเห็นทรายกรวดใต้แม่น้ำ
ก็ปล่อยให้พวกเด็กๆได้เล่นได้เปลี่ยนสถานที่บรรยากาศ

ถือเป็นความสุขมากมายสำหรับความรู้สึกเด็กๆอย่าง ด.ญ. สหายนก คนนี้ไม่รู้ลืม
ดูสิ ความทรงจำอย่างแจ่มแจ๋วอยู่เลย

















 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2550 10:16:25 น.
Counter : 448 Pageviews.  


สหายนก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มัฟฟี่เป็นลูกสุนัขตัวย่อมๆ มีขนยาวสลวยนุ่ม
มีอายุขัย 8 ขวบปีก่อนที่จะจากโลกไป
ด้วยโรคไต โรคหัวใจและตับ

มัฟฟี่รักแม่ แม่เป็นดวงใจของมัฟฟี่
และแม่ก็รักมัฟฟี่ มัฟฟี่เป็นดวงใจของแม่

Friends' blogs
[Add สหายนก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.