In Remembrance of The Special Muffy
Group Blog
 
All blogs
 

แว่นตา..ไม่อยากใส่แว่นตา

cellpadding="5" cellspacing="5">


หลายเหตุผลที่ไม่อยากใส่แว่นตา
ระยะหลังๆ พอใส่แล้วเครียดมาก
เครียดจน...อยากอาเจียน


ไม่ใส่ก็มองไม่เห็นตัวหนังสือ
นับวันสายตาก็ยิ่งแย่



ไม่แปลกที่กลับบ้านลำพูนทีไร
พออยู่ใกล้ต้นไม้แล้วมีความสุข
รีบจับเสียมและส้อมมือรีบไปถอนหญ้า ตัดแต่งกิ่งก้านไม่ให้ระเกะระกะ
ทำแล้วมีความสุข
ไม่เครียด

พอกลับกรุงเทพแล้วเครียด
(อยู่ลำพูนก็เครียดเหมือนกันเวลานั่งอ่านแท็บเล็ต)
ยิ่งอยู่หน้าจอ นั่งทำงานจ้องจอยิ่งเครียด เครียดจริงๆ
ถ้าไม่จำเป็นจะไม่นั่งจ้องนั่งอ่านสื่ออิเล็คทรอนิคส์

ตอนนี้โหยหาอยากกลับลำพูน
อยากอยู่กับต้นไม้
อยากปลูกผักกินเอง

แต่ไม่ได้บอกว่าเบื่อกรุงเทพ
เพราะยังติดสบายกับการดำรงชีวิต
ทุกวันนี้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป
ตอนนี้เชียงใหม่-ลำพูนก็สะดวกสะบายไม่ต่างกรุงเทพ


เทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น
และเทคโนโลยีก็ทำให้การใช้ชีวิตยากขึ้นเช่นกัน
โดยเฉพาะความปลอดภัยในชีวิต-สุขภาพ-และโจรขโมย










 

Create Date : 23 ตุลาคม 2555    
Last Update : 23 ตุลาคม 2555 14:40:16 น.
Counter : 539 Pageviews.  

โทษที...ที่แพ้




โทษที...ที่แพ้

เมื่อแพ้...ก็รู้สึกคัน...เมื่อคันก็ต้องเกา

ไม่ใช่การแพ้หรือชนะอะไรหรอก
แต่แพ้จริงๆ แพ้อาหารบางอย่าง
ทานอะไรก็แพ้ ตอนใหม่ๆก็แสดงอาการบวมและเป็นลมพิษ
เป็นมากจนตัวบวมและหายใจวี๊ วี๊
ฝนตกแดดออกก็แพ้หมดเป็นผื่นปี้นใหญ่มหาศาลทั่วเนื้อตัว
ขอบเอว ขอบเสื้อก็แพ้แดงและคันไปหมด












ทรมานเป็นเวลาสองสามปี จนทางบ้านส่งยามาให้
อาการก็หายไป
แต่ไม่ถึงกับหายเป็นปลิดทิ้ง ถ้าทานอาหารรสจัด เค็ม ก็จะเกิดผื่นและเนื้อตัวลายเหมือนกับว่าลมพิษแสดงอาการหลบในใต้ผิวหนัง รู้สึกคัน
แต่เป็นๆหายๆ หลายปีทีเดียว

จนกระทั่งไม่กี่เดือนผ่านมา อาการแพ้กำเริบ
แขนขามีแต่รอยเล็บครูดเป็นทางยาว หน้าแข้งมั่ง แขนมั่งเลือดออกซิบๆ
คงเกิดขึ้นตอนที่นอนหลับและไม่รู้ตัว

เกาแล้วมัน....คันแล้วเกา เป็นอยู่อย่างนี้
ไม่ค่อยสงวนอาการเท่าไหร่
ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะขนาดไหนเนี่ย!
















 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2550 21:49:50 น.
Counter : 194 Pageviews.  

วัยทอง...วัยวุ่นๆ

cellpadding="5" cellspacing="5">


ดิฉันเข้าสู่โลกแห่งวัยทองแล้ว วู้ววว์
ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี

กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นช่วงวัยทองก็เข้าไปปีที่สองที่สามแล้ว
ด้วยเพราะว่าอายุยังไม่ถึงขั้นเฉลี่ยที่อ่านจากหนังสือมา
ตอนนี้ก็ 45 แล้วประจำเดือนก็หายไปเจ็ดปี เร็วไปมั๊ย
เกิดอาการวูบๆวาบๆ(กรุณาอย่าแปลความหมายในทางผิดๆ)
เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ร้อนขนาดที่ว่าแอร์ที่เปิดอยู่ยังเอาไม่อยู่
และไม่ทันไรก็รู้สึกหนาว แม้แต่ดิฉันเองยังรู้สึก งง กับตัวตนเอง
เสิร์ชข้อมูล อ้าว! แทบมีน้อยข้อที่เข้าข่ายการสู่วัยทองอันรวดเร็ว

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รึก็ดื่มไม่เป็น บุหรี่ไม่เคยแตะ
มีอยู่ข้อนึงคือประจำเดือนมาเร็ว มามาก
ต้นเดือนท้ายเดือน ประจำเดือนครั้งแรกที่มายังวิ่งตุเลงๆ
ไม้ก้านกล้วยอยู่เลย


ดังนั้นดิฉันควรจะหันมารับมือกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
พฤติกรรมการกินการอยู่ก็เปลี่ยนไปบ้าง
เช่นเคยคลั่งทุเรียนก็กลายเป็นทานก็ได้ไม่ทานก็ได้

ทานอะไรไปเดี๋ยวท้องอืดท้องเฟ้อ
ท้องผูกมากกว่าจะท้องเสีย ของหวานของโปรดก็ทานได้น้อยลง
พอเกินลิมิต ร่างกายจะรีบแสดงอาการให้รับรู้


ปัจจุบันอาการต่างๆ เริ่มแสดงออกมามากเรื่อยๆ
สายตาเปลี่ยนไปเร็วมาก
ท้องไส้ที่ถ่ายคล่องหรือท้องเสียบ่อย
ก็จะถ่ายไม่ออก ไม่เป็นเวลา
อึดอัดร่างกาย

ไว้จะเล่าเรื่องไปตรวจภายในสำหรับกับหมอสูติ(หญิง)
เนื่องจาก

ป ร ะ จำ เ ดื อ น ข า ด ห า ย

และกลัวว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งปากมดลูก
อยากตรวจให้รู้ๆ ไปเลย
และจะได้ซื้อประกันมะเร็ง
ที่ไม่เพียงจะไม่ประทับใจแล้วและนึกถึงเรื่องนี้ทีไร...ขยาด กลัว
ขยาดกับคำพูดหมอ


ตรวจได้ครึ่งๆ กลางๆค่ะ
ฉันขอหยุดกลางคัน
นึกถึงเครื่องมือและหมอเอามือไปล้วงแล้ว
ฉันอยากสบถด่าหมอจริงๆ
แต่ก็ไม่...@$!&^%$$#*!!
เพราะฉันไม่ค่อยแสดงอารมณ์โกรธออกมาเท่าไหร่


แต่ก็ได้ผลแจ้งตามมาทีหลังว่า
ตรวจไม่พบมะเร็ง
โล่งไปที

ชนิดที่ว่าได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการตรวจภายใน
ฉันจะต้องหุบขาและเกร็งขาทันใด

วิงเวียนและรู้สึกไม่ดีกับหมอเอามากๆ



















อารมณ์และจิตใจ
สำคัญสุด เพราะอาการวัยทองมักจะหงุดหงิดง่าย
กว่าที่ดิฉันจะเข้าที่เข้าทางก็ออกอาการเป๋นิดๆแบบพองาม
(ช่างเข้าข้างตัวดีแท้)
อาหารก็สำคัญ
และกิจกรรม ก็พยายามหากิจกรรมที่รู้สึกชอบ
เช่นงานฝีมือเช่นถักโครเชต์ นิตติ้งแม้ฝีมือจะไปคนละทิศคนละทาง
กับความตั้งใจก็ตาม
แต่เป็นการใช้สมาธิที่ดียิ่ง ทำให้ใจเย็นลง
อีกกิจกรรมหนึ่งคือการแต่งบล็อก
หาภาพหาโค๊ดกว่าจะเป็นอย่างที่เห็นเล่นเอาท้อ
แต่พอจับทางได้ถูก ทีนี้ล่ะก็เล่นไม่ยอมเลิก อยากมีบล็อกเป็นของตัวเองหลายๆบล็อก
แต่ตามสิทธิ์ให้ได้บล็อกเดียว(รึปล่าว)
ทั้งที่ไม่ค่อยมีเรื่องมีราวมาเล่าเหมือนคนอื่นเขา
แถมมีเพื่อนน้อยอีกต่างหาก
บล็อกนี้เป็นได้แค่เขียนเอง อ่านเอง สนุกเอง
















อยากบอกว่าการได้ทำงานฝีมือ
และการสร้างบล็อกเป็นความสุข มาก มากจริงๆ
มันเหมือนโลกส่วนตัว โลกที่เราสร้างเอง โลกที่เราอยากจะ"
ซ่อมส่วนที่ผุ ชุนส่วนที่ขาด ตัดส่วนที่เกิน"
โลกที่ไร้กฏเกณฑ์
โลกแห่งความฝัน

แต่อยากบอกว่าถึงล่วงเข้าสู่วัยทองแล้ว
ก็สามารถทำตัวตนให้มีความสุขได้




























 

Create Date : 28 มิถุนายน 2550    
Last Update : 28 มีนาคม 2553 14:50:24 น.
Counter : 168 Pageviews.  

เมื่อโลกหมุน หมุน



March 18 2007
มัฟฟี่ลูกรัก


เช้ามืดของวันที่ 14 มีค. ตอนตีสี่ แม่ตื่นมาพร้อมอาการเหงื่อแตกพลั่ก โลกหมุนวิ๊งๆแรงและเร็วเหลือเกิน จะอาเจียนให้ได้
ไม่ใช่สินะ แม่กำลังอาเจียนจ๊ะ วิ่งเข้าห้องน้ำ อาการไม่ดีขึ้นเลย พยามล้วงคอเพื่อจะอาเจียนออกมาแล้วจะสะบายขึ้นบ้าง แต่ยิ่งทำ อาการยิ่งแย่ ไม่มีแก่ใจทบทวนว่ากินอะไรเข้าไปและมันจะสำแดงฤทธิ์เดช
กินยาแก้ปวดหัว เข้าห้องนอน
อ้าว! มาอ๊วกในห้องนอน...แต่ลงขยะจ๊ะลูก
เสร็จแล้วไปล้างหน้าล้างปาก พยามหลับ
ด้วยความลำบาก ทรมานและเพลียล้นเหลือกับอาการโก่งคออาเจียนนับครั้งไม่ถ้วน
ตื่นมาอีกที อาการแย่กว่าเดิม ก็อาเจียนอีก
โลกหมุนอีกแล้ว ยืนทรงตัวแทบไม่ได้ ตัวงอเหมือนกุ้ง
เปิดตู้เย็นหยิบเอาสารพัดผลไม้ที่มี
ทั้งมะม่วง มะนาว ส้มโอ มะขามมาใส่ปาก
เหลือบเห็นเค๊กและไอติมแล้วอาการกำเริบอาการวิงเวียนอีกแล้ว
ที่ไหนได้ แม่เคยเกิดอาการแบบนี้มาบ้างแล้ว
แต่ไม่สาหัสเท่าหนนี้ ที่ผ่านมาทานเค๊ก ของหวาน แล้วเกิดอาการโลกหมุนนิดๆ นอนพักก็หาย
แต่นี่คงเพราะกินไอติมก่อนนอน และดันเลือกเอสเพรสโซเสียด้วย
กาแฟ ใช่แล้ว แม่เคยดื่มแล้วพรวดพุ่งออกมา(ขายขี้หน้าแท้ๆ)
กาแฟกับแม่ จริงๆดื่มได้ แต่อย่าดื่มเกินแก้ว มากกว่านั้นเป็นเรื่อง เช่นเดียวกับเค๊ก
ยิ่งเค๊กหน้าตาสวยๆ แบบที่เห็นในรายการญี่ปุ่น
แม่ก็มักมีอารมณ์สุนทรีย์เรื่องของเค๊กไม่น้อย ถ้าให้เลือกได้แม่จะดิ่งเข้าร้านที่ไว้ใจที่สุด ยิ่งปัจจุบันเค๊กอร่อยๆ หน้าตาสวยๆ คุณภาพวัตถุดิบชั้นเลิศมีให้เลือกในศูนย์การค้า ร้านที่ขึ้นชื่อจะมาบรรจบที่พารากอนให้ได้เลือก


ตัดมาที่อาการของแม่
แม่จะบอกว่างานนี้แม่ร้าย และ เกเรนะยะ
ผ่านมา 1 วันไปหาหมอที่รพใกล้บ้าน แต่ไม่กล้าเข้าไป วานให้คนซึ่งต้องไปหาหมออยู่แล้วอ้างกับหมอว่าตัวเองเกิดอาการ(เดียวกับแม่)
หมอให้ยามา แต่ไม่ดีขึ้นเลย
ช่วงระยะนั้นแม่ต้องนึกถึงแต่ของกินที่แซ่บๆ เผ็ดๆ เปรี้ยวๆ จะได้ไม่รู้สึกอ๊วก เพราะ รพ ที่ไปมีซุ้มร้านค้าขายพวกขนมปัง เบเกอรี่ กาแฟ กลิ่นกาแฟมันโชยแตะจมูก ถ้าเป็นเวลาอื่นจะไม่ว่าสักนิด
อาจมีการแจม แต่งานนี้เซย์ Noooooo! สถานเดียว
ผ่านไปอีกวันหนึ่ง วันเสาร์ทนไม่ไหวจริงๆ คงต้องเผชิญหน้ากับหมอแล้วล่ะ
แต่เห็นหน้าหมอก็จะอ๊วกอีก หมอไม่ได้หล่อหรือหน้าตาน่าเกลียดจนเกิดสาเหตอยากอาเจียน
แต่เป็นจิตสำนึกลึกว่าหมอต้องคู่กับเข็ม
ไม่ได้กลัวเข็ม แต่กลัวเลือดจ้า

หมอถามให้น้ำเกลือ NNNOOOO
เจาะเลือด NNNOOOO
นู๋กลัวเข็ม กลัวเลือดค่ะ ว่าไปนั่น
(หูยยยย อายุป่านนี้เรียกตัวเองนู๋ได้อย่างไม่อายปากเลยเนอะ)

ออกมาจากห้องหมอ อ้าว เราเป็นอะไรล่ะ ลืมถามหมอ หรือหมอลืมบอก
รึว่าหมอบอกแต่เราไม่สนใจคำตอบเพราะพะวงเรื่องเข็มฉีดยา
แต่ช่างเถอะ ดูเหมือนยาครั้งนี้ใช้ได้ผล
ได้ยินหมอบอกว่าห้ามกินของเผ็ด ของทอด ของมัน
แต่ไม่ได้ห้ามกินน้ำอัดลมซักกะหน่อย




เอิ๊กส์สสสส์ โอ่กกกคส์ (เรอเข้าไป)






























 

Create Date : 18 มีนาคม 2550    
Last Update : 28 มีนาคม 2553 11:58:57 น.
Counter : 175 Pageviews.  


สหายนก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มัฟฟี่เป็นลูกสุนัขตัวย่อมๆ มีขนยาวสลวยนุ่ม
มีอายุขัย 8 ขวบปีก่อนที่จะจากโลกไป
ด้วยโรคไต โรคหัวใจและตับ

มัฟฟี่รักแม่ แม่เป็นดวงใจของมัฟฟี่
และแม่ก็รักมัฟฟี่ มัฟฟี่เป็นดวงใจของแม่

Friends' blogs
[Add สหายนก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.