All Blog
บันทึกหนังสือที่อ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2552 (อัพเดทเรื่อยๆ)


ปกติแล้วเป็นคนอ่านหนังสือเยอะพอดูค่ะ
ตั้งใจว่าจะรีวิวเป็นเล่มๆ ไปมาเป็นปีแล้ว
แต่ก็ไม่ได้เริ่มซะที เพราะมันเยอะนี่แหละ
ท้ายสุด เลยเปลี่ยนใจ เอาเป็นมินิรีวิวดีกว่า
ยกทุกเล่มมารวมไว้ปีเดียว หัวข้อเดียวกันเลย
แล้วจะพยายามมาอัพเดทบ่อยๆ นะคะ

มาเริ่มกันตั้งแต่ต้นปีเลยดีกว่า

เล่มแรกของปี นึกกันจริงๆ จำไม่ได้ค่ะ
แต่ลองเหลือบๆ ไปดูชั้นหนังสือ แล้วนึกภาพว่า
เมื่อช่วงปีใหม่ เราถือหนังสือเล่มไหนอยู่ ก็ประมาณได้ว่า เป็นเล่มนี้ค่ะ

norwegian wood ของฮารุกิ มุราคามิ นี่เอง



หนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่ 3 ของมุราคามิที่เราอ่าน
(เล่มแรกคือ after the quake เล่มที่ 2 คือเรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน :
สังเกตได้ว่า เป็นรวมเรื่องสั้นทั้ง 2 เล่ม)
แต่ก็นับได้ว่า norwegian wood เป็นนิยาย (หรือเปล่า?) เล่มแรกของเขาที่อ่าน
สารภาพว่ายังอ่านไม่จบค่ะ

ยอมรับว่า หยิบหนังสือของนักเขียนคนนี้มาอ่าน เพราะความดังของเขาจริงๆ
อ่านเพราะอยากรู้ว่า หนังสือของเขาเป็นยังไง ทำไมคนถึงชอบกันขนาดนี้
อ่านเรื่องสั้นไป 2 เล่ม ก็ยังไม่ได้คำตอบ
เลยลองหันมาอ่านเรื่องยาวดูบ้าง
(ก่อนจะได้มาอ่าน หาซื้อยากมาก ต้องขอบคุณสนพ.กำมะหยี่ค่ะ ที่หยิบมาพิมพ์ใหม่)
อ่านแล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบ มีบางอย่างที่ดูน่าสนใจ
แต่อ่านติดต่อกันไปสักพักแล้ว ไม่มีแรงจูงใจให้อ่านต่อสักเท่าไร
สุดท้าย ก็เลยยังไม่จบเล่มเลย ต้องขอวางไปหยิบเล่มอื่นมาอ่านก่อน
สรุปว่า ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ค่ะ ว่าหนังสือของมุราคามิเป็นยังไง
คงต้องหาอารมณ์อยากอ่าน หยิบมันมาอ่านต่ออีกสักที
(จริงๆ ก็ไปครึ่งเล่มแล้วล่ะ)

มาที่เล่มต่อไป

ฟังเสียงดอกไม้ทักทายกัน ของรอมแพงค่ะ



เล่มนี้ใช้อ่านคั่นเวลา ละลายความเบลอของมุราคามิค่ะ
เอาจริงๆ ก็ต้องบอกว่า ที่ซื้อมาเพราะเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับดอกไม้เล่มนึง
จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าเขาเอาดอกไม้มาเล่าเรื่องได้น่ารักมาก
(หนังสือเล่มนั้นให้เพื่อนยืมไปค่ะ ได้คืนมาเมื่อไรจะมาบอกอีกที)
และแอบคิดว่า ถ้าอ่านเล่มนี้ คงจะได้กลิ่นอายของเล่มนั้นบ้าง
และก็ได้ดังคิดจริงๆ ค่ะ แม้ว่าในใจลึกๆ จะชอบเล่มนั้นมากกว่านิดหน่อย
ดอกไม้ในเล่ม ส่วนมากเป็นดอกไม้แปลกๆ ที่เราไม่ค่อยได้ยินชื่อ
เหมาะกับวันอ่านสบายๆ ค่ะ

จบเล่มนี้ ความอยากอ่านนิยายมันก็เอ่อล้นออกมา
แต่นิยายในบ้านไม่เหลือให้อ่านเลยค่ะ
(ส่วนมากเวลาซื้อหนังสือมากองใหญ่ๆ ก็ชอบที่จะหยิบนิยายมาอ่านก่อนทุกที ^^")
เลยไปที่ร้านหนังสือ และโชคดีที่ในช่วงนั้น ได้หนังสือหายากมาเล่มนึงค่ะ

ไม่รู้คนอื่นจะเหมือนเราหรือเปล่า
คือเวลาที่เสบียงหนังสือที่ตุนไว้เริ่มจะร่อยหรอน่ะ
ก็จะเริ่มเข้าเวบหรือบล็อคต่างๆ ที่เกี่ยวกับหนังสือ (ปกติไม่ค่อยเข้า)
เพื่อดูว่า ช่วงนี้ชาวบ้านเขาอ่านอะไรกันอยู่
มีเล่มไหนน่าสนใจบ้าง หรือเล่มไหนกำลังเป็นกระแส
และด้วยความที่นานๆ เข้าทีนี่เอง ชื่อหนังสือที่ได้เลยมักจะตกรุ่นไปแล้ว
บางเล่มก็หาซื้อไม่ค่อยได้ หรือเขาขายกันไปหมดแล้ว
เลยชอบมีลิสท์รายชื่อหนังสือที่เขาแนะนำกันว่าสนุก แต่ยังหาซื้อไม่ได้
เป็นโพยติดกระเป๋าไว้เสมอๆ
วันไหนไปเดินร้านหนังสือ ก็ควักโพยออกมาหา
เจอที ก็ดีใจที
หนึ่งในเล่มที่ว่านั่นก็คือ

"Separation : 14 เดือนอัศจรรย์กับวันของเรา" ของอิชิกาวา ทากุจิ



อย่างที่บอกว่า ตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ อ่านด้วยอารมณ์กระหายนิยาย
ดังนั้น ก็เลยค่อนข้างจะชอบ (ตามความชักจูงของอคติขณะนั้น)
ชอบอีกอย่าง ที่หนังสือเล่มนี้แบ่งตอนเป็นช่วงสั้นๆ
เพราะเราใช้เวลาช่วงที่นั่งรถ หรือรอคอยอะไรบางอย่างในการอ่านหนังสือ
ดังนั้น ถ้าตอนนึงยาวเกินเหตุ ก็ทำให้การอ่านขาดตอน
การแบ่งตอนสั้นๆ นี่ก็เลยถูกใจเรามาก

เนื้อหาในหนังสือ เป็นเรื่องราวที่พบได้บ่อยในนิยายญี่ปุ่น
(นอกจากแนวสืบสวน นักสืบอ่ะนะ)
คือเป็นแนวเหนือจริงเล็กๆ คล้ายๆ Be with you (ได้ยินว่าคนเขียนคนเดียวกัน) หรือ Himitsu (อันนี้จำไม่ได้ว่าใครเขียน)
อ่านแล้วชอบนะ ถ้าใครชอบเรื่องแนวๆ นี้ แนะนำให้ลองอ่านดูค่ะ

เล่มต่อมา (เล่มที่เท่าไรแล้ว?)
หยิบหนังสือที่ซื้อมานานมากแล้ว เอามาอ่านค่ะ
(ช่วงนี้จนกรอบค่ะ ได้แต่คุ้ยในกองดองมาอ่าน ดีไปอีกแบบค่ะ)
เล่มที่ว่านี่ก็คือ หลังคลื่นอันดามัน ของ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ค่ะ



เนื้อหาดีไม่แพ้ชุดใต้ทะเลมีความรักเล่มแรกเลย (เล่ม 2 ยังไม่ได้อ่านเลย)
นักเขียนเองถึงกับยอมรับว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่ทำให้เขากลับมาเขียนหนังสือแนวนี้ได้อีก
หลังจากที่เขียนไม่ออกมานาน (คือเขียนได้ แต่ไม่เหมือนอย่างเล่มนี้) งงมั๊ยคะ
ถ้างง แนะนำให้ไปลองอ่านดู (ได้ทั้ง 3 เล่ม) ฮา

เนื้อหาของหนังสือ จะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเล
โดยเล่มนี้จะเน้นไปที่ การเป็นอยู่ของพวกมันหลังการเกิดสึนามิ
แต่ข้อมูลไม่ได้หนักนะคะ อย่าเพิ่งคิดกลัว
ดร.ธรณ์นำเสนอได้น่ารักมากค่ะ ยังไงไม่บอก (บอกไม่ถูก ไปอ่านเอาเอง)
(ฮี้) >>> จะเชียร์กว่านี้อีก ถ้าไม่ได้พิมพ์กับสนพ.นี้ (ฮา)

มาต่อกันที่เล่มที่ 5 (ไปแอบนับมาแล้ว ^^)
กิเลสมาร ของใครก็จำไม่ได้แล้วสิคะ
เล่มนี้ยืมเขามาอ่านอีกที หนามากๆ
ยืมมาดองข้ามเดือนกว่าจะเริ่มเปิดอ่านได้ เพราะความหนาของมันแท้ๆ เชียว
อ่านแล้ว ก็ถือว่าเฉยๆ ค่ะ
เป็นเรื่องราวชีวิตตามประสานวนิยาย คือมีพระเอก มีนางเอก
มีตัวละครเล่าเรื่องชีวิตไปเรื่อยๆ แล้วก็จบแบบทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
พลิกไปดูวันที่พิมพ์ นึกว่าจะเป็นนิยายสัก 20 - 30 ปีก่อน
แต่ก็ไม่นานขนาดนั้นค่ะ เรียกว่าพล็อตเก่าใช้ได้
ผ่านไปอย่างไม่มีอะไรน่าจดจำค่ะ


เล่มที่ 6 อย่างว่องไวค่ะ
หลังอาน ของบินหลา สันกาลาคีรี



จริงๆ การอ่านหลังอานหนนี้ไม่ใช่หนแรกของเราค่ะ
และเป็นการอ่านหนที่เท่าไรไม่ได้นับ แต่ก็ถือว่าไม่ได้อ่านมานานมากแล้ว
นานจนลืมเนื้อหาส่วนใหญ่ในเล่มไปเกือบหมด
ได้อ่านอีกครั้ง (แถมยังเป็นครั้งหลังจากที่เราเพิ่งหัดขี่จักรยานเป็นแล้ว)
ได้อรรถรสสนุกสนานไม่ต่างจากการอ่านครั้งแรกเลยค่ะ

หนังสือแบบนี้ จะคล้ายกับ หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น (ของพี่จุ้ย)
คำให้การของสาวนักโบก (แพน พัชรินทร์)
หรือหลายๆ เล่มของเพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย
เรื่องของเรื่องก็คือ เป็นหนังสือท่องเที่ยว (รุ่นเก่า) นั่นเอง
อ่านแล้วใจฮึกเหิม ปลุกไฟฝัน (สำหรับคนที่มีฝันที่จะหาอิสระให้ชีวิต)
เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ทำให้เราหลงรักบินหลาค่ะ (จุ๊บุ จุ๊บุ... -*-)


เล่มต่อมา หนังสือดังอีกตามเคย ได้มาราคาถูกจากงานหนังสือปีก่อนค่ะ
"โต๊ะก็คือโต๊ะ" ของเพเตอร์ บิคเซล



และตามเคย รู้สึกคล้ายๆ กับตอบที่อ่านหนังสือของมุราคามิ แต่ดีกว่าหน่อย
คือตาเพเตอร์คนนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่เขียนน้อย แต่ให้ความหมายล้ำลึกค่ะ
ทีนี้ คนอ่านก็ต้องรู้จักตีความ
หนังสือเล่มบางๆ คนบางคนอาจจะอ่านได้ความอย่างนึง
แต่บางคนอาจตีความไปได้มากกว่านั้นค่ะ
เราอ่านเล่มนี้จบ ตีความอะไรไม่ออกเลย (ฮา)
คือคงเป็นช่วงสมองตอนนั้นด้วยล่ะ คืออ่านออกมาแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะสื่ออะไร
ต้องไปอ่านคำวิจารณ์อีกที ถึงได้ "โอ้โฮ .. นี่มันคิดได้ขนาดนั้นเลยเหรอนี่!"
(ข้าพเจ้าโง่ ว่างั้น)

ใครที่สนใจหนังสือเล่มนี้ แนะนำให้เอาชื่อหนังสือไปพิมพ์ใส่ในกูเกิ้ล
แล้วเสิร์ชหาคำวิจารณ์ดีๆ จากที่อื่นได้เลยค่ะ :P

เล่มต่อมา จบไปสักพักแล้ว แต่ความประทับใจยังไม่จางไปเลยค่ะ
"โลกจิต" ของแทนไท นั่นเอง



จริงๆ เห็นหนังสือเล่มนี้ออกมาชาติกว่าๆ แล้วล่ะ
และก็ชอบแทนไทมาจากหนังสือเล่มแรก คือ "โลกนี้มันช่างยีสต์"
แต่ที่ยังไม่ซื้อ เพราะไปแอบอ่าน mimic จากเวบ open แล้วเฉยๆ
คือเนื้อหาค่อนข้างชอบ (คือเราชอบเรียนชีววิทยาค่ะ)
แต่มันก็ไม่ต่างจากในหนังสือชีววิทยาเท่าไร
ก็เลยคิดเอาเองว่า โลกจิตคงไม่ต่างกัน

จวบจนกระทั่ง เมื่ออาทิตย์ก่อน (ซึ่งไม่ใช่วันอาทิตย์)
ได้มีโอกาสแวะไปงาน a book street fair แล้วดันไปเห็นโลกจิตลดราคาเข้าค่ะ
ไอ่ตัวเราก็ดันเป็นโรคแพ้ของลดราคาซะด้วย เลยสอยติดมือมาเล่มนึง
จะบอกว่า ดีใจมากค่ะที่ได้อ่าน

เนื้อหา จะไม่เน้นภายในสมองอย่างที่คิด
แต่จะมีเคสแปลกๆ ของสมอง
หรือมุมแปลกที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในสมอง แต่เราไม่ค่อยสังเกตเยอะเลย
น่าสนใจ อ่านสนุก ย่อยง่าย มีมุขขำแทรกเป็นระยะ อ่านแล้วมีความสุขค่ะ
(เรื่องแบบนี้ บอกว่าขำ ทีแรกเราก็ไม่เชื่อค่ะ มันจะขำอะไรกันนักหนา)

ไม่เชื่อใช่ไหมคะ? ไปลองเสพตัวอย่างได้ที่เวบเขาเลยค่ะ
//www.wit-view.com/main/?p=68

ต่อมา เพิ่งจบไปหมาดๆ เลยคือ
ฝนตกตลอดเวลา ของพี่คุ่น ปราบดา หยุ่นค่ะ



เป็นหนังสือเก็บตกอีกเช่นเคย คืออยู่ในลิสต์รายการซื้อมานานมากแล้ว
และคงไม่ได้อ่าน ถ้าเขาไม่พิมพ์ใหม่

จริงๆ เคยไปถามที่บูธตอนงานหนังสือด้วยค่ะ
พี่ประจำบูธบอกว่า น้องยังไม่มีเหรอคะ
เอางี้ เดี๋ยวรอถามพี่คุ่นเองเลยดีกว่า ว่าจะพิมพ์ใหม่มั๊ย ...ฮา
สรุปว่า วันนั้นเราก็ไม่อยู่รอหรอกค่ะ คิดในใจว่าปล่อยตามบุญกรรมละกัน
(จะอ่านหนังสือสักเล่ม ต้องพึ่งบุญขนาดนั้น?)

ใครจะคิด ว่าผ่านมาอีกไม่นาน (แต่ก็หลายเดือนน้า...) เขาก็พิมพ์ใหม่ให้หนูจริงๆ กิ๊ดซ์

อ่านจบแล้วอยากจะบอกว่า สมการรอคอยจริงๆค่ะ
ก่อนออกความเห็น ต้องบอกก่อนว่าเราเองไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้พี่คุ่นหรอกค่ะ
เคยอ่านงานพี่คุ่นครั้งแรก ตั้งแต่สมัยพี่แกออกใหม่ๆ
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น "ความน่าจะเป็น"
ตอนอ่านจบตอนนั้นชอบมากๆ เพราะพี่แกมาแปลก
ไอ่เราก็ชอบของแปลก ก็เลยบ้า (หนังสือของ) พี่แกอยู่พักนึง
วันเวลาผ่านไป พี่คุ่นออกหนังสืออกมาอีกเยอะมาก
แต่โอกาสไม่อำนวยให้ซื้อหามาอ่านเลยค่ะ ก็เลยร้างรากันไป
จนกระทั่งวันหนึ่ง กลายมาเป็นคนมีเวลาว่างเยอะ
เลยหยิบเล่มเดิมมาอ่านอีกหน แต่แปลก ที่เรากลับไม่รู้สึกทึ่งเหมือนเก่า
และพาลเฉยๆ กับงานเขียนของเขาไปเลย

จนกระทั่งวันหนึ่ง มาอ่านเจอคำวิจารณ์หนังสือเล่มนี้ค่ะ จากบล็อคไหนไม่รู้ล่ะ
ไปสะดุดกับคำว่านิยาย อ่ะ มันเป็นแนวนิยายเหรอ
แถมคนวิจารณ์ยังบอกว่ามันดีใช้ได้เลยทีเดียว
อืม งั้นลองจดไว้ในลิสต์หน่อยละกัน
และสุดท้ายก็ได้มาครอบครองดังที่เล่าไปข้างต้นค่ะ

ตอนแรกที่เปิดอ่าน ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเลย
กะว่า อ่านไปเรื่อยๆ ฆ่าเวลา
ตอนอ่าน ได้อารมณ์มุราคามิ กับคุณอนุสรณ์ เหมือนกันค่ะ
คือดำเนินเรื่องเรื่อยๆ เอื่อยๆ จะไปจบยังไงก็ไม่รู้ (คือจบตรงไหนก็ได้?)
ภาษา ยังคงเป็นภาษาแปลกๆ แบบของเขา (แบบที่เราเคยชอบ)
แต่เนื้อเรื่อง กลับชวนติดตามมากกว่านักเขียน 2 คนนั้นค่ะ
อ่านไปก็อยากรู้ไป ว่าเขา (คนเขียน) จะหาทางออกให้ตัวละครยังไง
จะไปจบที่ตรงไหน
และท้ายที่สุด มันจบดีกว่าที่คิดจริงๆ (แม้ว่าตอนท้ายๆ เรื่องจะพอเดาได้)
คล้ายกับพี่คุ่นจะตีความ "ชีวิตหลังความตาย" ไว้ให้ร่วมสมัย
อ่านแล้วทึ่งค่ะ ว่าเขาคิดด้วย (ไอ่คนอ่านไม่ได้คิดอะไรไง )

จบไปอย่างประทับใจ กิกิ


เล่มต่อมา มีชื่อว่า "เบิร์ธเดย์ สุขสันต์วันมรณะ" ของ ม้าใต้



เล่มนี้เป็นอีกเล่ม ที่มีผู้ใจดีให้ยืมมาอ่าน
เห็นรูปปกพร้อมชื่อเรื่องหนแรก ต้องขอบอกเลยว่าอคติสุดๆ
เพราะมันชวนให้นึกถึงซะดะโกะอยู่รำไร
เริ่มอ่านไปนิด ก็ยังคงอคติอยู่ เพราะการเปิดเรื่อง ก็ชวนให้คิดถึงซะดะโกะเล่มแรก (the ring หรือเปล่าหว่า?)

และเมื่ออ่านจนจบ ก็พบว่าเนื้อหาสนุกสนานพอใช้ได้ค่ะ
ถ้าอ่านสบายๆ ไม่คิดมาก ก็พอจะสนุกกลมกลืนกับเนื้อเรื่อง
เล่าย่อๆ นะคะ
เป็นเรื่องของเด็กกลุ่มหนึ่ง ที่เกิดมาจากการทดลองโดยหน่วยงานลับๆ
และปัจจุบัน หน่วยงานนั้นก็ได้ล่มสลายไปแล้ว และคนที่เกี่ยวข้องก็ตายไปเกือบหมด
ซึ่งทีแรก เด็กๆ พวกนีก้ไม่รู้ชาติกำเนิดตัวเองหรอกค่ะ
ปัญหามันมาเกิดเอาตอนที่ มีกรณีการตายแปลกๆ เกิดขึ้น
และเด็กทุกคนที่ตาย ก็มีความคล้ายคลึงกันบางอย่าง
(อย่างไรไปลองอ่านดูนะคะ)
เด็กๆ ที่เหลือ จึงได้พยายามที่จะยื้อชีวิตตัวเองกับอะไรก็ไม่รู้
ออกแนวสืบสวนหน่อยๆ ที่ขัดใจเราคือ เด็กทดลองพวกนี้เป็นอัจฉริยะ
แต่วิธีแก้ปัญหา ไม่ค่อยอัจฉริยะเท่าไรเลย
เนื้อเรื่องมีทั้งวิทยาศาสตร์ และผีสางมาปนเปกัน พอให้เดาๆ ไปเรื่อยค่ะ
ก็อย่างที่บอก ... ถ้าอ่านเอาสนุก ไม่คิดมาก ก็พอโอเคค่ะ สำนวนราบรื่นดี

ไม่ได้อัพนาน เรื่องต่อๆ มา ขออัพรวดเดียวเลยนะคะ
ตอนนี้หนังสือ (ที่อยากอ่าน) หมดบ้านแล้วค่ะ
เลยไปคุ้ยหนังสือเก่าๆ มาอ่านไปก่อน เป็นการอ่านซ้ำแทบทั้งนั้น
รองานหนังสือค่ะ

เรื่องต่อมา ได้แก่ ...
พิมมาลา ของแก้วเก้าค่ะ



ซึ่งจริงๆ ก็เป็นการอ่านครั้งที่ 2 เท่านั้นแหละ
หนังสือของแก้วเก้า และ ว.วินิจฉัยกุล เราไม่ได้อ่านมานานแล้วค่ะ
อ่านแต่เรื่องเก่าๆ พวก วิมานมะพร้าว แต่ปางก่อน ฯลฯ
เพิ่งมาเริ่มๆ อ่านใหม่เมื่อปีก่อนนี้เอง (ไปบ้ากิ่งฉัตรซะนาน ^^")
พิมมาลา เป็นอีกเรื่องที่จัดไว้ว่าเป็นหนังสือในดวงใจค่ะ
เป็นนิยายที่เหมาะกับผู้หญิงโดยแท้ อ่านแล้วแอบสะใจเล็กๆ
เนื่องจากพระเอกเพล์บอยในเรื่อง ต้องโดนสาปเป็นผู้หญิง
จนกว่าจะสามารถทำความดีตามกติกาของนางฟ้าผู้สาปได้
เนื้อเรื่องสนุกเข้มข้น ครบรสตามสไตล์ของอาจารย์ ว. ค่ะ
พระเอกเก่ง อ่านแล้วคิดถึงพระเอกของอ. ในเรื่องเศรษฐีตีนเปล่า และหลายๆ เรื่องที่นึกไม่ออก ^^"
แต่นิสัยที่ออกจะดูไม่ดีนั้น เป็นนิสัยที่พบได้เกลื่อนในผู้คนยุคนี้ค่ะ
นิสัยที่ว่านี้ ก็คือนิสัยตามน้ำนั่นเอง ไม่ค่อยขัดคอคน
แต่ก็ไม่ได้จริงใจอะไรกับใครเขา
สุดท้าย พระเอกก็ได้เรียนรู้ทีละนิดจะบทเรียนของนางฟ้าจอมกวน
ชอบมากๆ ค่ะ ใครหานิยายแฟนตาซีสนุกๆ อ่าน แนะนำค่ะ

เมื่ออ่านของแก้วเก้าจบ อดไม่ได้ที่จะหยิบอีกเล่มมาอ่านคู่กัน
วิมานมะพร้าว ของแก้วเก้า ค่ะ



เล่มนี้ผิดกับเล่มนู้นอย่างนึงค่ะ คือต้องบอกว่า อ่านเป็นร้อบที่ 100 แล้วเห็นจะได้ ^^
แต่อ่านกี่ที่ก็ยังชอบทุกที
ยิ่งตอนที่อ่านตอนเด็กๆ ไอ้จุ่น นางเอกของเรื่อง (อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ) ..
ไอ้จุ่นนี่เป็นไอดอลของเราเลย โตขึ้นอยากเป็นสาวเท่แบบไอ้จุ่นนี่แหละ
โตมาอีกหน่อย ถึงได้พี่อ้อม สุนิ เป็นไอดอลอีกคน 555
อ๊ะ นอกเรื่องไปโน่น

นิยายเรื่องนี้เขียนมาหลายสิบปีแล้วค่ะ เนื้อหาก็เลยค่อนข้างเก่าหน่อย
ถ้าเด็กรุ่นใหม่อ่าน ต้องจินตนาการนิดนึง
เรื่องก็คือ นางเอกที่ชื่อไอ้จุ่นนี้ เป็นผู้หญิงรุ่นแรกๆ ที่เรียนวิศวะ
ตอนเรียนก็เรียนเก่งดีอยู่หรอกค่ะ
แต่พอจบออกมา ด้วยความที่เป็นหญิง เลยหางานยาก
คนสมัยก่อน ไม่ค่อยมีวิศวะกรที่เป็นผู้หญิง
และก็ไม่เชื่อใจว่าผู้หญิงจะทำงานหนักๆ ได้ (ฮึ่มๆๆๆ)

สุดท้าย บ.พระเอกก็รับนางเอกเข้าทำงานตามฟอร์ม
แต่ทีผิดฟอร์มนี่สิคะ สนุกสุดๆ ซึ่งก็คือ ผีก๋งของพระเอกนี่แหละ
ที่เป็นทั้งตัวช่วยและตัวฉุดให้นางเอกได้เจอเหตุการณ์สนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะมากมายในเรื่อง
แนะนำอีกเรื่องค่ะ อ่านฮา ขำกระจายแน่นอน

จบนิยายไป 2 เรื่องติด ยังอยากอ่านนิยายอยู่เลย ... แต่หมดบ้านแล้วสิคะ
เลยขุดหนังสือเก่าอีก 2 เล่มมาอ่าน อันได้แก่
คำให้การของสาวนักโบก ของ แพน พัชรินทร์



และ "หนุ่นนักโบกกับสาวขี้บ่น" ของพี่จุ้ย วายร้ายสีแดง และตุ้มพุทรา



2 เล่มนี้อ่านต่อกัน เล่มละ 1 วันเลยค่ะ
เนื้อหาคล้ายๆ กัน ต่างกันที่พี่จุ้ย และผองเพื่อนโบกในประเทศ
แต่แพน พัชรินทร์ จะโบกที่ต่างประเทศ (ตื่นเต้นเร้าใจกว่าเยอะ)
หยิบ 1 ใน 2 เล่มนี้มาอ่านทีไร ต้องหยิบอีกเล่มมาอ่านคู่ทุกทีไปค่ะ
สำหรับหนุ่มสาวท่านใดที่ชอบอ่านหนังสือพาเที่ยวของนิ้วกลม
หรืออ่าน สองเงาในเกาหลี ของทรงกลด บางยี่ขัน
ขอแนะนำต้นตำรับ 2 เล่มข้างบนนี้ค่ะ
อ่านแล้วหัวใจโบกบิน อยากจะตามไปโบกกับเขาทุกรอบไป
ใครกำลังจะออกเดินทาง พก 2 เล่มนี้ไปอ่านระหว่างทางเพิ่มอรรถรสนะคะ

เมื่ออ่านเล่มนี้จบ ความอยากนิยายยังคงอยู่เหมือนไม่ได้รับการบำบัด
สุดท้าย เลยต้องหยิบนิยายอ่านยากแห่งยุคขึ้นมาขัดตาทัพ
สุริยวรรมัน ของทมยันตีค่ะ



ถ้าใครเคยอ่านนิยายของทมยันตี คงต้องคุ้นเคยกับสำนวนเทพของเธอมาแล้ว
แต่สุริยวรรมันเล่มนี้ ถือว่าเป็นเล่มโค่นเทพค่ะ
ใครเทพมาจากไหน มาเจอเล่มนี้ เป็นจอดไปหลายราย
ตัวเราเอง หยิบเล่มนี้มาอ่าน ไม่ใช่หนแรกค่ะ
แต่ก็ยังไม่เคยอ่านจบซักที (ไม่จบแม้แต่เล่มแรก -*-)
มาหนนี้ ใกล้งานหนังสือเข้ามาทุกทีแล้ว ตั้งใจว่าคงจบทันงานพอดี
ที่ไหนได้คะ ครบอาทิตย์ก็แล้ว เพิ่งได้ไปครึ่งเล่มแรกเองค่ะ
และสุดท้าย ก็อดรนทนไม่ได้
เมื่อกลับจากงานหนังสือ ก็เลยขอวางเล่มนี้ ไปเสพ ไปเห่อหนังสือใหม่ก่อน
จบเมื่อไร จะกลับมารีวิวแน่ๆ ค่ะ ^^"

และแล้ว นิยายใหม่ที่เรารอคอย T------T (ปลาบปลื้มสุดๆ)
เพียงใจที่ผูกพัน กิ่งฉัตร



พี่เสือกับน้องมุก ที่ฟังใครเขาพูดถึง (เพราะไปแอบอ่านในสกุลไทยกันมา) มานาน
สุดท้าย ก็มานอนนิ่งๆ อยู่ในมือเรา 5555555
หนาสมใจค่ะ หนาทำลายประวัติศาสตร์นิยายทุกเล่มของกิ่งฉัตรเลยทีเดียว
อ่านอิ่มอก อิ่มใจ หายคิดถึงเลย

แต่ถ้าบอกตรงๆ แล้ว ไม่ค่อยชอบเล่มนี้เท่าไรค่ะ

อ่านพี่เสือกับน้องมุกไปครึ่งเล่ม แอบคิดถึงพี่อาร์มกับน้องมุก (จากเรือนไม้สีเบจ) นิดนึง
แต่พอผ่านครึ่งเล่มไป ก็พลิกสถานการณ์เข้าสู่ความเป็นกิ่งฉัตรอย่างเต็มภาคภูมิค่ะ
ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศกันสุดฤทธิ์
ย้อนไปนิดค่ะ ที่บอกไม่ชอบเล่มนี้เท่าไร ก็เพราะว่า
พี่ปุ้ย (กิ่งฉัตร) ใจร้ายกับน้องมุกมากๆ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดสุดๆ
เป็นนางเอก (ของพี่ปุ้ย) ที่โชคร้ายที่สุดแล้วมั้งคะ
สารภาพเลยว่า ทนอ่านได้ถึงบทที่ 50
พอขึ้นบทที่ 51 เรื่องราวยังไม่คลี่คลาย แถมยังมีเหตุใหม่เข้ามาอีก
ข้าพเจ้าก็รับไม่ได้ อ่านข้ามๆ มาถึงบทที่ 54 เลย
อ่านแล้วอึดอัดสุดๆ
ชีวิตของทุกคนในเรื่องนี้ แทบจะขึ้นกับการชักเชิดของแม่พระเอกโดยแท้
สุดจะทนค่ะ อินมาก 55555

จบไปแบบไม่อิ่มค่ะ 555 แบบว่า อยากอ่านบทกุ๊กกิ๊กมากกว่านี้อ่า
ทุกข์มาเยอะ สุขแป๊บเดียวจบซะแล้ว ฮา...

แล้วก็มาที่นิยายเล่มต่อมา เป็นนิยายใหม่ (ของเรา) เหมือนกันค่ะ
เพราะเพิ่งได้มาจากงานหนังสือเยี่ยงกัน
ทางเทวดา เทวาวาด ของแก้วเก้า ค่ะ
กำลังอ่านอยู่เลย แรงยุบอกว่าสนุกมากค่ะ
จบแล้วมาคุยกันนะคะ ^^



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 1 เมษายน 2552 13:16:25 น.
Counter : 932 Pageviews.

7 comments
  
ชอบหลังอานค่ะ สนุกมาก อ่านแล้วอยากไปขี่จักรยานทัวร์อย่างนั้นบ้าง

ถ้าจำไม่ผิดเป็นคนเขียนคนเดียวกับ Be with you นะคะ หนังสือและหนังเรียกน้ำตาหลายๆคน

เห็นเรื่องราโมนา นึกถึงวัยเด็ก อิๆ
โดย: แอปเปิ้ลอบเชย (apple_cinnamon ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:05:08 น.
  
Separation << ทำไมไม่เคยเห็นเล่มนี้ผ่านตามาก่อนเลย ของสนพ.อะไรหรอคะ
โดย: P (Kai-Au ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:15:21 น.
  
เมื่อกี้กด enter จะขึ้นบรรทัดใหม่ ทำไมกลายเป็นส่งข้อมูลซะไปได้
ถ้าการอ่านมุราคามิทำให้มึนหัวเกินไป แนะนำหนังสือของคุณอนุสรณ์ค่ะ แนะนำทั้ง ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ เคหวัตถุ ฯลฯ เลยค่ะ ให้ฟีลเดียวกับมุราคามิ แต่ว่าอ่านง่ายกว่า (เล่มบางกว่าด้วย ฮ่าๆๆ)
โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:19:50 น.
  
เพิ่งอ่านลอนดอนกับความลับในรอยจูบจบไปเมื่อปลายปีที่แล้วเองค่ะ
อารมณ์เดียวกับมุราคามิเลยเนาะ แต่เบากว่านิดนึง

ต้องรอให้อารมณ์วกมาอ่านแนวนี้ก่อนอีกทีค่ะ เหมือนเวลาอ่านแนวไหนเยอะๆ แล้วมันจะเอียนไปเลย เป็นเหมือนกันมั๊ยคะ? ^^

separation ของสนพ. เพื่อนนักอ่าน (ในเครือ สสท.) ค่ะ คาดว่าพิมพ์ออกมาสักพักแล้วล่ะ ตอนนี้หาซื้อยากเหมือนกันค่ะ
เราได้เล่มนี้มาจาก B2S เซ็นทรัล บางนา เมื่อไม่นานมานี้ไปเดินอีกก็ยังเห็นอยู่นะคะ ถ้าหาไม่เจอลองถามพนักงานดูได้ค่ะ
โดย: nibble วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:27:31 น.
  
ชอบหลายเล่มเหมือนกันเลยค่ะ ^^
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:58:12 น.
  
อ่ๅนได้สุโคตร:-*
โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:37:46 น.
  
นี่ถ้ารีวิวละเอียดทีละเล่มๆ น่าจะอ่านสนุกนะคะนี่

มูราคามิ..อืมม์..ต้องมีบาดแผลบางอย่างในชีวิตค่ะ น่าจะอ่านอินกว่า

ส่วนฝนตกฯ ชอบมากเหมือนกันค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:35:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



nibble
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]