You Are My Sunshine

The Moon that Embraces the Sun -- จบ









“เจ้าทำผิดที่อภัยให้ไม่ได้ต่อเสด็จพ่อ...ต่อหัวหน้าบัณฑิต...รวมทั้งข้าและยอนอู
 ...เจ้าจะชดใช้อย่างไรได้

“ถ้าหากหม่อมฉันย้อนกลับไปได้ หม่อมฉัน...ก็ยังคงเลือกสามีของหม่อมฉันเพคะ 
ถึงจะการชดใช้ในภายภาคหน้า ถึงหม่อมฉันจะถูกไฟนรกแผดเผาเมื่อตายไป 
สิ่งที่หม่อมฉันเลือกในตอนนั้น หม่อมฉันไม่เสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว”

“ข้าต้องลงโทษเจ้า...ด้วยการตัดขาดจากเจ้าด้วยวิธีนี้ 
คนอื่นๆเกี่ยวข้องจึงจะได้รับโทษด้วย แต่ว่าเจ้า...”

“หม่อมฉันยินดีรับผิดเพคะ...แต่สามีของหม่อมฉัน และในครรภ์ของหม่อมฉัน
มีเลือดเนื้อของเขาอยู่อย่าทรงตัดขาดพวกเขาได้ไหมเพคะ”

“ตอนนี้...เจ้าว่าอะไรนะ”

“หม่อมฉันขอทูลลาสามีของหม่อมฉันกำลังรอหม่อมฉันอยู่เพคะ”



“เจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องแบกรับทุกข์นี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาเลยหรือ”

“เพราะความเจ็บปวดนี้เองที่หม่อมฉันไม่อยากให้ท่านพี่ต้องมาแบกรับความรู้สึกนี้ไปด้วย”

“เจ้าก็ได้แต่เป็นห่วงเป็นใยพี่ชายของเจ้า...ข้าไม่น่าสงสารเลยหรือ
...ถ้าเจ้าไม่ได้เป็นพระมเหสีข้าก็จะต้องโอบกอดหญิงอื่นเท่านั้น 
เจ้าไม่คิดว่าข้าน่าสงสารเลยหรือ...และเจ้าก็ไม่น่าสงสารหรือ”



“ใช่แล้ว...คือตัวข้าเอง...เจ้ามอบหัวใจให้ข้ามาแล้วไม่ใช่หรือ 
ดังนั้นข้าก็จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามีให้แก่เจ้า”



“พระองค์ทรงต้องการหม่อมฉันมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ...มากเสียจนยอมทำอะไรก็ได้เลยหรือ 
แล้วตอนนี้..ทรงได้สิ่งที่ต้องการแล้วหรือยัง...กระหม่อมมีอะไรดีนักหนา 
พระองค์จึงทรงทำอะไรเช่นนั้นลงไปได้...”
“โปรดภัยให้ข้าด้วยเถิด...ยกโทษให้ข้าด้วย”



“คุณหนูยอนอู นางยังมีชีวิตอยู่นายน้อย..ข้าอภัย..ข้าเสียใจจริงๆ
ข้าตั้งใจจะปกป้องคุณหนูไปชั่วชีวิตแต่ข้าคงต้องจากไปจากนี้แล้ว
...ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แม้ข้ารู้ว่าไม่ควรคนที่ต่ำต้อยเช่นข้าจะบังอาจมีความรู้สึก
ต่อผู้ที่สูงส่งเช่นท่านข้าได้ฝังลึกไว้ในใจเสมอมา
...นายน้อยขอบคุณที่ทำให้ข้าเป็นคนขึ้นมาให้ข้าได้เป็นหญิง ให้ข้าได้เป็นซอล  
ถึงชีวิตของข้านี้จะสั้นนัก แต่ตอนนี้ข้ามีความสุขมากกว่าหญิงใดในโลก...



“ท่านแม่ พี่ซอล...นางตายแล้วนางบอกให้ข้ามีชีวิตที่ดี นางขอให้ข้าบอกท่านว่า
นางขอบคุณเจ้าค่ะตอนนี้นางมีความสุขแล้ว นางจึงอยากให้เราอยู่อย่างเป็นสุข”




“ซอลอยู่เคียงข้างและปกป้องหม่อมฉันเสมอมาแต่ หม่อมฉันกลับปกป้องนางไม่ได้เลย”





“ตั้งแต่วันที่หม่อมฉันได้พบฝ่าบาทหม่อมฉันปรารถนาเพียงอย่างเดียว 
คือการได้รับรักจากพระองค์ 
...เมื่อต้องจากไป  หม่อมฉันก็อยากจะจากไปดังเช่นผู้หญิงของพระองค์”



“บนฟากฟ้ามีดวงอาทิตย์ได้เพียงดวงเดียว...จากนี้จะไม่มีความวุ่นวายอีกต่อไป”


"ยอนอูจริงๆหรือนี่ ...ลูกแม่...เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆหรือนี่"



"เจ้ายังมีชีวิตอยู่...การที่เจ้ามีชีวิตรอดมาได้นั้น...ข้ารู้สึกขอบคุณจริงๆ"

"ถ้าเช่นนั้นขอให้หม่อมฉันได้ทูลเช่นนั้นต่อองค์หญิงด้วยเพคะ"


“ข้าขอใช้ร่างนี้เพื่อรองรับความชั่วร้ายทั้งหลาย

และนำความชั่วร้ายเหล่านั้น ไปพร้อมกับความตายของข้า”


“เจ้าเป็นใคร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้เจ้าเป็นใครกันแน่”
“หม่อมฉันเป็นผู้หญิงของฝ่าบาทเพคะและ เป็นมารดาของแผ่นดินนี้ 
นามของหม่อมฉันคือโฮยอนอูเพคะ”



“พี่ซอล...ทุกๆวันนางจะเฝ้าถามอยู่คำถามเดียวว่าท่านมีความสุขไหม นายน้อยจะมี
ความสุขไหม...เขาต้องมีความสุขสินะ นางพูดซ้ำๆอย่างนี้ทุกวัน...ท่านมีความสุขไหม”



“ข้าไม่ได้อยากจะยกโทษให้เจ้าแต่ตอนนี้ข้าอยากมีความสุข เพื่อลูกของเรา 
เพื่อคนที่ตายไปแล้วแต่ยังอยากให้ข้ามีความสุข...คนที่น่าสงสารคนนั้น”



“ข้าจะให้ของขวัญอีกอย่างหนึ่งแก่เจ้า”
“อย่าทรงบอกหม่อมฉันนะเพคะว่าจะมีกลีบดอกไม้ปลิวลงมาจากหลังคา”
“ฮยองซอนแก่แล้วคงปีนขึ้นไปไม่ไหว”
“ถ้าอย่างนั้น..จะมีดอกไม้ไฟหรือเพคะ”
“...ข้าจะมอบสิ่งที่ดีกว่านั้น...”




จบ




เครดิตรูป Dramabeans.com




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 24 มิถุนายน 2555 18:44:51 น.
Counter : 4889 Pageviews.  

The Moon that Embraces the Sun -- ต่อ



“แท้จริงแล้วอะไรที่ทำให้พระองค์ทรงลุ่มหลงธิดาเทพชั้นต่ำคนนั้นหรือเพคะ
นางเหมือนกับคนที่ตายไปเมื่อแปดปีที่แล้วตรงไหนเพคะ”
“พระมเหสี”
“ได้เพคะเชิญพระองค์โอบกอดนางไว้ในอ้อมแขนเถิดเพคะไม่ว่าจะเป็นวิญญาณหรือ
เครื่องรางก็ตาม...หม่อมฉันไม่สนใจพระองค์ทรงเคยตรัสไว้ว่าหม่อมฉัน
จะไม่มีวันได้ครอบครองพระทัยของพระองค์...ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันก็ไม่สนใจเช่นกัน
“พระมเหสี
“แต่ว่าพระองค์ทรงอย่าลืม...มารดาของประเทศโชซอนก็ยังเป็นหม่อมฉันเพคะ”


“ใครอนุญาติให้เจ้าไปใครบอกเจ้าว่าเจ้าทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แล้ว
“หม่อมฉันไม่สามารถแทนที่นางได้เพคะ...พระองค์รับสั่งไม่ให้หม่อมฉันเข้าใกล้ไม่ใช่หรือเพคะ”
“แต่ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าจากไป! ....เจ้าพูดถูก คนที่อยู่ตรงหน้าข้า..คือนาง..หรือคือเจ้า 
ข้ายังสับสน เพราะฉะนั้นจนกว่าข้าจะแน่ใจว่าข้ารู้สึกเช่นไร
...เจ้าอย่าหายไปจากสายตาของข้าเป็นอันขาด..นีคือคำสั่ง”


“แล้วข้าล่ะ ...เป็นข้าไม่ได้หรือ”
“โปรดกลับไปเถิดค่ะ”
“หนีไปกับข้าไหม...ข้าเป็นคนที่มองว่าตำแหน่งองค์ชายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า 
ข้าพร้อมที่จะสละทุกอย่างและหนีไปให้ไกลแสนไกล...เจ้าจะไปกับข้าไหม”


“ในที่สุดเจ้าก็ได้สมปรารถนาแล้ว ยินดีด้วยพระมเหสี ...เมื่อเจ้าไม่ได้ใจของข้า
อย่างน้อยเจ้าก็หวังที่จะเป็นพระมารดาของพระราชาองค์ต่อไปใช่ไหม 
...ดี...ข้าจะทำเพื่อเจ้า ลองถอดชุดของข้าดูสักครั้ง”


“เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ...เจ้าเป็นห่วงข้าเรื่องอะไร...เจ้าเป็นห่วงที่ข้าไปกอดหญิงอื่นหรือ
...เจ้าอยู่เคียงข้างข้าไปจนถึงรุ่งสางได้ไหม”


“พวกเจ้ากำลังจะทำอะไร



“ถูกต้อง...ข้าเห็นนางผู้นั้นในตัวเจ้าตอนนี้ เจ้าควรจะอยู่ห่างจากข้าได้แล้ว”
“ขอบพระทัยที่ทรงอนุญาตเพคะ”
“เจ้าอยากจะพูดอะไรบ้างไหม...จะต่อว่าข้าก็ไม่เป็นไร พูดออกมาเถอะ”
“หม่อมฉัน ไม่ได้ไม่พอใจอะไรเลยเพคะ”


“ข้าไม่สามารถปลอบใจอะไรนางได้เลย”
“แต่พระองค์ก็ทรงปกป้องนางไว้ในใจไม่ใช่หรือพะยะค่ะ”
“ข้าได้สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้กับนาง...นี่น่ะหรือ ที่เรียกว่าปกป้องนาง”


“มีเพียงหัวใจของฝ่าบาทที่เจ็บช้ำอย่างนั้นหรือเพคะหัวใจของหม่อมฉันมันไร้ค่าหรือเพคะ 
...สำหรับหม่อมฉันพระองค์คือรักแรกของหม่อมฉันเพคะ การสูญเสียคนที่รักไป
มันเจ็บปวดเพียงใด ฝ่าบาททรงทราบดีกว่าผู้ใด แต่ทำไมพระองค์ทรงได้โหดร้ายเช่นนี้เพคะ 
ขอทานที่หากินไปทั่วยังไม่น่าเวทนาเท่าหม่อมฉันเลย”

“โหดร้ายเกินไปจนทำให้ทุกข์ทรมานใช่ไหม... ข้า...พระมเหสี...ท่านพี่..และ เด็กคนนั้น”


“การตวัดปลายดาบขณะที่บันดาลโทสะมันอันตราย 
แต่การตวัดปลายดาบเพราะความรัก ยิ่งอันตรายมากกว่า”
“...เจ้าจะไปรายงานหรือไม่...ข้าชักดาบขึ้นสู้กับอุน องค์รักษ์ของฝ่าบาท มีโทษฐานกบฏเลยนะ”
“วันนี้ ที่แห่งนี้ ไม่มีจอมดาบอุนและไม่มีเชื้อพระวงศ์ มีแต่มิตรภาพที่ลึกซึ้งมานานปี”


“ดวงอาทิตย์และจันทรากำลังจะได้มาพบกัน  คู่ครองที่ถูกกำหนดตามพรหมลิขิต 
เมื่อถูกตัดความสัมพันธ์ด้วยน้ำมือของมนุษย์  สวรรค์ย่อมสร้างให้ใหม่ 
...หลังจากฟ้าเปลี่ยนไปแล้ว  สรรพสิ่งจะหวนคืนยังตำแหน่งเดิม”

“เด็กคนนั้น...จะไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว”



“หม่อมฉันจะรอเพคะ....พระราชาเป็นดังดวงอาทิตย์ และพระมเหสีเป็นดังดวงจันทร์ 
เหมือนพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่รักษาตำแหน่งของตนไว้ชั่วกาล”


“ใต้เท้า...ท่านสบายดีไหมคะ ไม่นานมานี้ข้าได้เห็นนางผู้หนึ่งที่เหมือนยอนอูของเรามาก 
เป็นไปไม่ได้ใช่ไหมนางถูกคนชี้หน้าต่อว่า และถ่มน้ำลายใส่อยู่กลางตลาด 
ยอนอูของเราคงไม่ได้มีชีวิตที่ลำบากแบบนั้นใช่ไหม 
...ยอนอูอยู่กับท่านแล้วที่โน่น อยู่ด้วยกันอย่างปลดภัยใช่ไหมคะ ...ใต้เท้า”


“ทุกคนจะเป็นอันตราย...จนกว่าความจริงจะเปิดเผย...ข้ายังต้องเป็นคนตายอยู่”


“หม่อมฉันไม่ได้ที่นั่นเพียงแค่วันนี้แต่ไปที่นั่นทุกวัน...นางในดวงใจของหม่อมฉันต้องลำบาก 
หม่อมฉันเป็นชายที่รักนางจะยืนเฉยอยู่ได้อย่างไร”
“ท่านพี่”
“...หม่อมฉันไม่ได้สนใจเกียรติยศหรือตำแหน่งใดๆ หม่อมฉันพร้อมจะสละได้ทุกอย่าง...”
“ข้าสั่งไว้ว่าไม่ให้เข้าใกล้นางอีกจะขัดคำสั่งข้าหรือ”
“ฝ่าบาท!"
“ท่านพี่!”


“โฮ ยอน อู...หม่อมฉันเหมือนนางมากเลยหรือเพคะ”



“ร่างกายของเจ้า...หายดีหรือยัง”
“ไม่เป็นไรแล้วเพคะ”
“อยู่ที่นั่น เจ้าลำบากไหม”
“ไม่ลำบากเลยเพคะ”
“ถ้าเจ้าต้องการข้าสามารถส่งเจ้าไปอยู่ที่อื่น...ที่ๆไม่มีใครรู้จักเจ้า”
“พระองค์อย่าทรงลำบากเลยเพคะ...ถ้าเป็นเช่นนั้นหม่อมฉันจะไม่มีโอกาสได้พบกับพระองค์อีก”
“เจ้ายินยอมที่จะชดใช้ความผิดที่ไม่ได้ก่อขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“พระองค์ทรงตรัสได้อย่างไรว่าหม่อมฉันไม่มีความผิด...
หม่อมฉันจะชดใช้ความผิดที่จำพระองค์ไม่ได้อย่างไรดีเพคะ”
“เจ้าตั้งใจทำเช่นนั้นหรือ”
“ทรงอย่าหวั่นไหวเพียงเพราะความสงสารแก่หม่อมฉันเลยเพคะ”
“เจ้าควรไปได้แล้ว...เมื่อเจ้าไป...อย่าให้ข้าได้เห็นหน้าเจ้าอีกเป็นอันขาด”


“การเกิดใหม่หลังจากเหตุการณ์เฉียดตาย  เช่นความทรมานจาการถูกฝังทั้งเป็นนั้นหรือ 
แล้วหลังจากนั้น ธิดาเทพนางนั้นจะสามารถฟื้นความจำได้หรือไม่หรือว่าจนบัดนี้
นางยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ...คำถามสุดท้าย...ธิดาเทพนางนั้น...ชื่อของนางคือวอลใช่ไหม 
ธิดาเทพที่ชื่อวอล... คือยอนอูที่ตายไปเมื่อแปดปีที่แล้วใช่ไหม”


“นี่คือเรื่องจริงหรือพระองค์ไม่ใช่ภาพลวงตาใช่ไหมเพคะ”
“มันไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นข้าที่ออกมาตามหาเจ้า ยอนอู ตอนนี้ข้าพบเจ้าแล้ว ข้าช่างโง่นักใช่ไหม”


“การขัดพระบัญชาถือว่าไม่จงรักภักดีการเลือกข้างระหว่างข้ากับท่านพี่ ก็ถือว่าเป็นกบฏ 
อุน...แม้ข้าจะไม่สามารถมอบตำแหน่งขุนนางสูงสุดแก่เจ้าได้...แต่ข้าก็ถนอมเจ้ายิ่งกว่าผู้ใด 
เพราะฉะนั้น อย่าเป็นอันตราย ข้าจะเป็นห่วงเพราะเรามากันถึงขนาดนี้แล้ว”


“เมื่อชาติก่อนเจ้าเป็นผู้หญิงของฝ่าบาท...แต่ชาตินี้เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าไม่ได้เลยหรือ”
“เจ้าทำไม่ได้เด็ดขาด



“ท่านพี่รู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไปการพาผู้หญิงของพระราชาหนีไปถือว่าเป็นกบฏ”


“เจ้าอยากมาที่นี่หรือไม่”
“...แม้ว่าพระองค์ไม่อยากให้หม่อมฉันอยู่แต่หัวใจของหม่อมฉันได้มอบให้พระองค์ไปแล้ว 
พระองค์ยังทรงกังวลพระทัยอยู่อีกหรือเพคะ”



“พระองค์เสด็จเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะ”
“เจ้าไม่ได้พบข้ามาแปดปี ข้ายังสู้หนังสือฮันบิจาไม่ได้เลยหรือ”
“ทรงอิจฉาหนังสือหรือเพคะ”
“...ตลอดแปดปีที่ผ่านมาข้าไม่เคยรักใครเลยแม้แต่คนเดียว ข้าอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้ในวัง 
ข้าต้องรักษาพรหมจรรย์ของข้า เจ้ารู้บ้างไหมว่าต้องใช้แรงกายและแรงใจขนาดไหน”
“การรักษาพรหมจรรย์ของพระองค์  ทรงต้องใช้แรงกายและแรงใจหรือเพคะ”
“แน่นอน  เจ้าจะไปเข้าใจคืนที่หลับไม่ลงของชายเลือดร้อนได้อย่างไร ...”

“แต่ว่าที่ฝ่าบาทรับสั่งว่าทรงไม่เคยรักใครอีกนั้น เป็นความเท็จเพคะ”
“ความเท็จหรือ ข้าไปรักนางอื่นใดหรือ”
“ก็ธิดาเทพวอลที่คุ้มครองภัยให้พระองค์ทุกคืนอย่างไรล่ะเพคะ 
พระองค์ทรงหวั่นไหวไปกับนางไม่ใช่หรือเพคะ”
“ไม่ ข้าไม่ได้หวั่นไหวอันที่จริงข้าก็สับสนไปบ้าง แต่เดี๋ยวก่อน...เจ้าก็คือวอลไม่ใช่หรือ”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพระองค์ก็ทรงหวั่นไหวเพราะวอลอย่างเห็นได้ชัด
...ไม่ใช่หม่อมฉันเพคะ...ทรงหัวเราะอะไรเพคะ”
“เจ้าหึงหรือนี่”
“หึงหรือเพคะ มิได้เพคะ”
“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะหึงได้แม้กระทั่งตัวเอง”
“หม่อมฉันทูลแล้วว่าไม่ใช่  ทำไมพระองค์ทรงเป็นอย่างนี้ล่ะเพคะ 
หม่อมฉันจะอ่านหนังสือต่อแล้ว   พระองค์ก็ทรงพระอักษรของพระองค์ไปเถิดเพคะ”


“มันน่าขันจริงๆที่เจ้าหึงตัวเองแต่สำหรับข้า 
..หลงรักผู้หญิงคนเดียวถึงสองครั้ง...ข้าว่าไม่ธรรมดาเลย”


“หม่อมฉันเกรงว่าความจริงนั้นจะทำให้พระองค์ทรงเจ็บปวด
...หม่อมฉันขอเพียงได้อยู่ใกล้พระองค์  ไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้วเพคะ”
“เจ้าพอใจที่จะอยู่ในห้องที่อับแสงมากอย่างนั้นหรือ”
“ก็เพราะหม่อมฉันได้อยู่เคียงข้างดวงตะวันแล้ว  หม่อมฉันไม่ต้องการแสงอื่นใดแล้วเพคะ”


“ปิ่นนกกระเรียนนี้คือ จันทร์โอบตะวัน...ที่จริงแล้วมีเป็นคู่ ข้ามอบให้เจ้าไปแล้วอันหนึ่ง 
และอีกอันข้าตั้งใจจะมอบให้เจ้าเมื่อเจ้ามาเป็นชายาของข้าแล้ว 
ข้าอยากจะมอบให้เจ้าที่นี่..วันนี้...ให้เราอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”


“ข้าจะไม่แตะต้องแม้แต่ปลายผมของเจ้าเลยสักเส้นไว้ใจได้”
“จริงหรือเพคะ”
“แน่นอน ลูกผู้ชาย พูดแล้วไม่คืนคำเด็ดขาด”
“หม่อมฉันบังอาจแตะต้องพระองค์โดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้ 
พระองค์จะทรงไล่หม่อมฉันออกไปไหมเพคะ”
“จะเป็นไปได้อย่างไร”
“จะทรงลงโทษหม่อมฉันไหมเพคะ”
“ข้าจะทำได้อย่างไร”




มีต่อค่ะ 
Credit รูปจาก Dramabeans.com




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 21 มิถุนายน 2555 17:53:13 น.
Counter : 1399 Pageviews.  

The Moon that Embraces the Sun





“มีเรื่องเล่าขานกันมาว่า บนท้องฟ้ามีพระอาทิตย์อยู่สองดวง และมีดวงจันทร์อยู่สองดวงเช่นเดียวกัน
ฉะนั้นในช่วงกลางวันจึงร้อนระอุ และกลางคืนเย็นยะเยือก สิ่งมีชีวิตต่างตื่นตระหนก ผู้คนลำบาก
ยากเข็ญ จนกระทั่งได้มีวีรบุรุษปรากฏตัวขึ้น เขาใช้ลูกศรยิงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
อย่างละดวงลงมา จากนั้น โลกใบนี้จึงได้สงบสุข”


“ดูจากเสื้อผ้าที่เจ้าสวมใส่แล้วเจ้าเหมือนจะไม่ใช่นางกำนัลเลย เจ้ามาทำอะไรในวัง”
“แล้วทำไมท่านจึงได้ปีนกำแพงล่ะ”

“...พระอาทิตย์....องค์ชายรัชทายาท

“ ข้าจะได้พบเจ้าอีกรึไม่...”

“ข้ากับองค์รัชทายาทแตกต่างกันอย่างไรหรือ

“ถึงแม้การอยู่ใกล้พระอาทิตย์จะนำความวิบัติมาสู่นาง

แต่ชะตาลิขิตให้นางต้องอยู่เคียงข้างพระอาทิตย์ และคอยปกป้องพระองค์”

“พระจันทร์สองดวง...โชคชะตานี้ช่างเล่นตลกแม้ว่าคนหนึ่งจะมีภาพลักษณ์ที่จะเป็นพระมเหสี

แต่กลับไม่สามารถมีชะตาชีวิตดั่งพระมเหสี”

“...สองสุริยัน...สองจันทรา...และยังมี...กลิ่นของความตาย”

“เป็นเพราะความวู่วามของเจ้า เด็กคนนั้นเกือบจะเป็นเหยื่อทางการเมือง 

เจ้าเคยคิดถึงเรื่องนี้หรือไม่

“เจ้าบอกให้ข้าลืมเจ้า..เจ้าคงคิดว่าข้าจะลืมเจ้าใช่ไหม ...ข้าขอโทษ

...ข้าอยากจะลืมเจ้า แต่ข้าทำไม่ได้”

“ชื่อของเจ้าคือยอนอูหมายถึงปรอยฝนใช่ไหม ...ถ้าเช่นนั้นก็เป็นฝนน้ำค้างได้ด้วย

...ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะนัก”

“หม่อมฉันขอถามถึงความหมายของพระนามของพระองค์ได้ไหมเพคะ”

“มันหมายถึงพระอาทิตย์...”

“ลีฮวอน...”

***

“เจ้าหึงที่ข้าไปพบนางเหรอ”

“อะไรนะเพคะ! ...หม่อมฉันเปล่า”

“นี่...ข้าจะทำอย่างไรดี...หญิงที่มีจิตใจอิจฉาริษยามันน่ากลัวมาก 

สำหรับคนที่จะมาเป็นฝนให้ข้าในวันหน้า”

“อะไรนะเพคะ”

“ในไม่ช้าจะมีการคัดเลือกพระชายาขององค์รัชทายาทเจ้าก็อาจจะได้รับเลือกด้วย 

ข้าจะรอ  ...เจ้าต้องได้เป็นพระชายาขององค์รัชทายาท”

“ว่าแต่...ท่านแต่งงานหรือยัง”

“กระหม่อมยังไม่ได้แต่งงานพะยะค่ะ”

“ว้าว!...แล้ว...ท่านมีคู่หมั้นหรือยัง”

“ยังพะยะค่ะ หม่อมฉันยังไม่มี...”

“กรี๊ด!...ใช่แล้ว ข้าตอบปริศนาของท่านได้ถูกต้องเลย...ถ้าปิดตาแบบนี้โลกทั้งโลกก็จะมืดมิด 

และถ้าลืมตาแบบนี้...มองข้าหน่อยสิ...มองหน่อยน้า”

“ถ้าปิดตาแบบนี้โลกทั้งโลกก็จะมืดมิด และถ้าลืมตาแบบนี้โลกก็จะ...สดใส...โอ...หล่อจังง”

“...ถ้านางไม่ได้รับเลือกเป็นชายา...พระองค์จะทรงมอบนางให้หม่อมฉันได้หรือไม่พะยะค่ะ”

“ผู้หญิงที่ไม่ได้รับเลือกก็ยังต้องเป็นผู้หญิงขององค์รัชทายาทเช่นเดียวกัน 

เจ้าลืมกฎหมายของประเทศนี้ไปเสียแล้วหรือ

“...แล้วจะให้หม่อมฉันทนนิ่งและจ้องมองดูนางเฉยๆอย่างนั้นหรือพะยะค่ะ”

“ข้ามาที่นี่เพราะข้าอยากเห็นหน้าเจ้าก่อนที่ข้าจะไป .....เจ้านี่ช่างอัปลักษณ์จริงๆ

“ท่านจะกลับมาไหม...เพราะท่านชอบหายตัวไปเป็นเวลานาน ทุกคนจะเป็นห่วง...”

“เจ้าอยากไปกับข้าไหมล่ะ ...แม้ว่าการคัดเลือกโดยฝ่ายในจะถูกยกเลิกไปแล้ว

แต่ในที่สุดบุตรีของเสนาบดีเพลาธิการก็ยังจะได้เป็นพระชายาอยู่ดี

เจ้าจะได้เป็นอย่างมากก็แค่สนมเอกขององค์รัชทายาท 

เจ้าจะถูกห้ามไม่ให้สมรสกับใคร และต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต”

“ถ้าเจ้าอยากจะหลุดพ้นออกจากสถานการณ์นี้และเป็นอิสระ...ถ้าเจ้าปรารถนาล่ะก็

...ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งองค์ชายหรือชื่อมองยางกุล

ข้าก็สละทิ้งได้หมดจากนั้นข้าจะพาเจ้าไปให้ไกล...”


“ ต้นไม้ปรารถนาจะยืนอย่างหนักแน่นแต่สายลมนั้นก็ไม่เคยหยุดพัด แล้วข้าจะมีทางเลือกอื่นหรือ 

...วิธีที่ดีทีสุดคือการหลีกเลี่ยงดีกว่าที่จะให้เกิดการแตกหัก 

...แต่อย่างไร พระจันทร์ดวงนั้น...ไม่ว่าข้าจะไปที่ไหนพระจันทร์ดวงนั้นก็จะติดตามข้าไป”

“ตอนนี้ร้องไห้เสร็จแล้วใช่ไหม”

“องค์รัชทายาท...”

“ข้าได้เตรียมการแสดงไว้กับสำหรับเจ้า เพราะยังไงคืนนี้ 

เจ้ากับข้าก็คงนอนไม่หลับกันทั้งคู่ เรามาชมการแสดงกันเถอะ”

“ในวังมีการเฝ้ายามอย่างเคร่งครัด ข้าไปพบเจ้าตอนนี้ไม่ได้แต่ข้าก็อดทนและรอต่อไป 

จะรอจนถึงวันที่ข้าจะได้พบเจ้าเมื่อเจ้าได้มาเป็นชายาของข้า”

“นางจะล้มป่วยลงด้วยโรคลึกลับไปสักระยะหนึ่งแล้วไม่นานนางก็จะตายไปตามธรรมชาติ”

“ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว ทรงสบายพระทัยได้...จากนี้องค์หญิงจะทรงได้ทุกอย่างที่พระองค์ต้องการ”


“ยอนอู! ยอนอูของข้า นางเป็นชายาของข้า หลีกไป! อย่ามาขวางข้า

“องค์รัชทายาท...”


“นี่คือพระจันทร์ที่โอบอุ้มพระอาทิตย์...ถ้าพระราชาเป็นพระอาทิตย์มเหสีก็ทรงเป็นพระจันทร์

...ปิ่นปักผมนกระเรียนนี้เป็นสัญลักษณ์ของพระจันทร์สีขาวโอบอุ้มพระอาทิตย์สีแดง”

“...จันทร์โอบตะวัน...”

“หม่อมฉัน...หลังจากที่ได้พบกับพระองค์แล้วหม่อมฉันมีความสุขมากเหลือเกินเพคะ...”

“อย่าพูดอะไรแบบนี้สิ ...ต่อไปเจ้าจะมีความสุขมากกว่านี้...”

“องค์รัชทายาทพระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่าเหตุใดหม่อมฉันถึงได้มอบกระถางต้นนี้

แด่พระองค์...ความจริงแล้วมันมีความหมายซ่อนเร้นอยู่ด้วยเพคะ”

“ความหมายซ่อนเร้นหรือ...”

“หม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะทรงอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่กำลังจะเติบโตในกระถางใบนี้ 

และพระองค์จะได้ทรงอยากเขียนจดหมายถึงหม่อมฉัน”

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า เจ้ารอคอยให้ข้าเขียนจดหมายถึงเจ้าใช่ไหม

 ...เจ้าก็แค่บอกข้ามาเท่านั้นเอง”

“องค์รัชทายาท...หม่อมฉันขออวยพรให้พระองค์ทรงมีพลานามัยแข็งแรง

...และอยู่อย่างสงบสุขเพคะ”


“เมื่อยามที่เด็กคนนั้นถูกขับไล่ออกจากวัลดั่งเช่นคนร้ายพระองค์ทรงทำอะไรบ้างพะยะค่ะ

ขณะที่ชีวิตของเด็กคนนั้นอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย ฝ่าบาททรงทำอะไรบ้างพะยะค่ะ

ขณะที่นางถูกฝังอยู่ในพื้นดินอันเย็นเยือก พระองค์ทรงทำอะไรอยู่....

.พระองค์ทรงมีทุกอย่างแล้วไม่ใช่หรือพะยะค่ะ พระองค์ได้รับความรักจากเสด็จพ่อและ

หม่อมฉันที่จงรักภักดีต่อพระองค์ ...แต่มันควรจะมีสิ่งที่หม่อมฉันควรจะได้รับบ้าง...”

“เสด็จพี่...”

“นางเป็นผู้หญิงคนเดียวของหม่อมฉัน...นางเป็นคนเดียวที่หม่อมฉันอยากจะครอบครอง 

และนางเป็นคนเดียวที่หม่อมฉันต้องการ...พระองค์จะทรงมอบให้หม่อมฉันไม่ได้เลยหรือพะยะค่ะ”

“ถ้าเป็นหม่อมฉัน...หม่อมฉันจะปกป้องนางโดยการทำทุกอย่างถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิต 

หม่อมฉันจะปกป้องนาง...พระองค์ไม่สามารถปกป้องนางได้เลย

“ในชาติหน้า นางจะต้องเป็นของหม่อมฉัน ในชาติหน้า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหม่อมฉันจะปกป้องนาง”


“เมื่อจันทร์หลีกลี้ ความมืดในที่แห่งนี้ก็ยิ่งทวีมากขึ้น แต่ถ้ามีข้างขึ้นก็ต้องมีข้างแรม 

และเมื่อมีข้างแรม ก็จะกลับมาเป็นข้างขึ้นอีก ดวงจันทรา...โปรดจงรักษาตัวด้วย”

“ในวังเจ้ามีพระพันปีหลวง นอกวัง เจ้าก็มีพ่อของเจ้า...เจ้าช่างโชคดีนักที่มีแรงสนับสนุนมากขนาดนี้

เจ้าจำได้ไหมว่าข้าได้พูดอะไรไว้กับเจ้าในวันอภิเษก...เจ้าและครอบครัวของเจ้าอาจจะได้ทุกอย่าง

ที่พวกเจ้าต้องการ แต่อย่าหวังว่าจะได้หัวใจของข้า เจ้าไม่มีวันที่จะได้มา”


“เมื่อแสงดับหายไปเพราะหมอกเมฆฝนที่โปรยปรายอยู่ข้างนอก

ดั่งความทรงจำอันแสนเศร้าในใจข้ามันช่างปวดร้าวเหลือเกิน

แม้เวลาผ่านไปความว่างเปล่าและความโหยหายิ่งทวีมากขึ้น

ข้าจะย้อนกลับไป ณ เวลานั้นอีกได้ไหม

ถ้าทำได้สักครั้งแม้ว่าเป็นครั้งสุดท้าย...แค่นั้นก็พียงพอแล้ว”

“เจ้าเตรียมสำรับนี้ไว้เพื่อใคร... เจ้ากำลังรอคอยใครอยู่หรือ...เจ้าเคยพบข้ามาก่อนใช่ไหม”


“เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ...เจ้าไม่รู้เหรอว่าข้าเป็นใคร”

“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่

“หม่อมฉันได้ยินฝ่าบาททรงเพรียกหาหญิงนางหนึ่งในความฝัน  นางผู้นี้มีความเกี่ยวพันธ์

กับความเจ็บปวดในใจของพระองค์เพคะ...หม่อมฉันจึงอยากจะทำให้พระองค์รู้สึกดีขึ้น”

“ไม่ใช่...นางไม่ใช่ยอนอูถ้าใช่...เมื่อได้ยินชื่อแล้วนางจะเพิกเฉยอยู่ได้อย่างไร 

...มันเป็นความเข้าใจผิดเป็นเพียงภาพลวงตา ข้าต้องหยุด...”

“ไล่นางผู้นี้...ออกไปให้พ้นจากวัง”

“ได้โปรดปล่อยคนที่ฝังลึกในดวงใจของท่านออกไปเถิด โปรดทำหัวใจของท่านให้ว่างเพื่อเปิดรับ

คนใหม่ อย่าพยายามใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อนความในใจ การหลอกหัวใจตนเองและอยู่ไปอย่างนั้น

 มันปวดร้าวมาก ไม่ใช่หรือคะท่าน”


“ผู้ที่เคยร่ำให้ณ ที่แห่งนี้คือฝ่าบาทหรือเพคะ”

“...เจ้าไม่รู้จักข้ามาก่อนหรือ...เจ้าไม่เคยพบข้ามาก่อนเลยหรือ”

“ฝ่าบาททรงตามหาความทรงจำของผู้ใดจากหม่อมฉันเพคะพระองค์ทรงเห็นใคร

จากตัวหม่อมฉันเพคะ เป็นนางใช่ไหมเพคะ..ยอนอู”

“...เจ้าคิดว่าข้าจะมอบใจให้เจ้าหรือเจ้าก็แค่เครื่องรางขับไล่สิ่งชั่วร้าย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

 เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ช่างบังอาจ ...มาทำให้ข้าสับสน”


“องค์รัชทายาท...ด้วยกำลังสุดท้ายทั้งหมดที่ข้ามีหม่อมฉันขอเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นถวาย 

จดหมายฉบับนี้อาจจะก่อปัญหาให้พระองค์ บางทีจดหมายฉบับนี้อาจจะไม่ถึงพระองค์

แต่หม่อมฉันก็ยังอยากจะหยิบพู่กันขึ้นมาเขียน หญิงคนนี้ ก่อนจะลาจากไป

การได้พบกับพระองค์เป็นความสุขอันเหลือลันของหม่อมฉัน และหม่อมฉันอยากจะทูลขอว่า

อย่าทรงตำหนิพระองค์เอง ขอเพียงแต่ทรงลืมหม่อมฉันเสีย ทิ้งหม่อมฉันไว้เป็นเพียงความทรงจำ 

ในไม่ช้า ท่านพ่อจะนำยามาให้หม่อมฉัน ต่อจากนี้ไป หม่อมฉันจะไม่ได้พบพระองค์อีกแล้วชั่วนิรันดร์ 

..ขอให้ทรงลืมหม่อมฉัน  

โปรดทรงถนอมพระวรกาย  หม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะทรงเป็นพระราชาที่ปรีชาสามารถ...”


“นางเป็นห่วงข้าแม้กระทั่งวินาทีที่นางจะหลับตาลง...นางรวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายเพื่อที่จะเขียน

จดหมายฉบับนี้ขึ้นมาแล้วข้าทำอะไร...ข้าทำอะไรอยู่...นางต้องทนเจ็บปวดเพียงใด 

นางต้องทนทุกข์ทรมานสักเท่าใด ปลายพู่กันที่ตวัดตัวอักษรช่างแผ่วเบานัก”



“ฝ่าบาทททท”


“ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่...อ้อ..เจ้าบอกข้าแล้วว่าเจ้าออกมาธุระนี่”

“ข้าปลอมตัวออกมาเดินเล่น...อ้อ...ข้าว่าข้าบอกเจ้าไปแล้วก่อนหน้านี้”

“มีเรื่องมากมายที่ข้าอยากจะบอกนางแต่ข้าก็ไม่สามารถบอกนางได้อีกต่อไปแล้ว

...จนถึงตอนนี้ข้าก็ไม่สามารถตัดใจจากนางได้...ข้าได้ยินมาว่าธิดาเทพสามารถ

ติดต่อกับคนที่ตายไปแล้วได้...เจ้าสามารถช่วยข้าบอกนางได้หรือไม่”

“พระองค์ประสงค์จะตรัสอะไรกับนางหรือเพคะ”

“บอกนางว่า...ข้าชอบนางมากจริงๆ”

มีต่อค่ะ

Credit รูปจาก Dramabeans.com






 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 24 มิถุนายน 2555 18:43:48 น.
Counter : 4312 Pageviews.  


shalala in the morning
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add shalala in the morning's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.