Dream what you dare to dream... Go where you want to go and... Be what you want to be
Group Blog
 
All blogs
 
เที่ยวกองถ่ายพระนเรศวร และซาฟารี ปาร์ค บ่อพลอย

มีคนมาให้จัดทริปไปกาญฯ ...เสร็จเรา จัดโปรแกรมตามที่เราอยากไปและไม่เคยไปซะเลย

สถานที่ที่จัดไปได้แก่
วันแรก

- ตลาดน้ำดำเนินสะดวก
- กองถ่ายตำนานสมเด็จพระนเรศวร ค่ายสุรสีห์
- ซาฟารี ปาร์ค บ่อพลอย
- สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ส่วนวันที่ 2 เปิดโอเพ่น เพื่อใครอยากไปไหน เราก็ไปให้ (เพราะเราไม่มีไอเีดียแล้ว 55)

เริ่มต้นที่ "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" ด้วยความที่ไม่เคยไป ก็ลองไปซักครั้ง

ตอนนี้...ก็รู้็แล้ว คงไม่ไปอีก ดูวุ่นวาย เป็นตลาดปรุงแต่งมากเลย











ออกจากตลาดน้ำก็เดินทางไปกองถ่าย แต่ใกล้เที่ยง ก็เลยแวะไปเช็คอินที่พัก และแวะไปหาอาหารเที่ยงกินก่อน

แวะร้าน "ผัดไทยซุ่นเฮง" อาหารแนะนำ ผัดไทยวุ้นเส้น ทำจากวุ้นเส้นท่าเรือ เจ้าดังของเมืองกาญฯ



หลังจากอิ่มแล้วก็เดินทางไปกองถ่ายกัน

พร้่อมมิตรสตูดิโอ ค่าเข้าชม คนละ 100 บาท



แต่เราทำโบร์ชัวหาย ดังนั้น บรรยายตามที่จำได้แล้วกัน 55++

โบสถ์วัดพระมหาเถรคันฉ่อง



ประตูเมืองหงสา



ประตูเมืองหงสา



สิงห์คู่ สัญลักษณ์ของศิลปะพม่า (นึกถึงพระธาตุดอยกองมูเลยอ่ะ)



เข้าสู่ท้องพระโรงเมืองหงสาแล้ว ทองแจ่มจ้าเลย



หนีจากเมืองหงสา เข้าสู่ท้องพระโรงอโยธยาแล้วอ่ะ



อากาศร้อนมากๆ ขากลับมีรถกอล์ฟบริการด้วย ระหว่างทางนั่งรถ ก็ถ่ายไปเรื่อยๆ

ฉากนี้ ในภาค 2 ที่องค์ดำไปเจอยายคนนึง (เราไม่ไดู้ดูภาค 2 แต่พี่ที่ไปด้วยบอกให้ฟัง)



กำแพงเมืองอโยธา



รถกอล์ฟมาจอดที่จุดที่เป็น ตำหนักของบุเยงนอง ทำด้วยทองคำทั้งหลังเลย



โรงเก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก



เพิ่งมารู้ว่าทำไมทั้งที่แดดร้อนมาก แต่ภาพสีไม่แ่จ่มเลย ก็ตอนขึ้นรถกลับออกมาแล้วฝนตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น

แล้วก็เดินทางไปที่ต่อไป "ซาฟารี ปาร์ค บ่อพลอย" ภาวนาให้ฝนหยุดตกด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะขับเ้ข้าไปดูสัตว์ในซาฟารีปาร์คได้ยังไง ถ้าฝนตก แต่ฝนก็หยุดพอดีตอนเราไปถึง ค่าเข้าชมคนละ 120 คนขับไม่นับด้วยล่ะ ใจดีจัง ค่าอาหารตะกร้าเล็กๆ ตะกร้าละ 20 บาท เป็นแครอทหั่นบางๆ

ด่านแรก เจอเจ้านี่ก่อนเลย เราเปิดกระจกซะกว้างสุดๆ ไปเลย ฮ่าๆ สะใจดี



มีควายป่าไบซันด้วย 2 ตัวแน่ะ แต่เราถ่ายไม่ได้เพราะเค้าห้ามเปิดกระจก อยากจะเปิดจะตาย แต่เค้าห้ามเพราะมันน่าตาน่ากัวมาก

เจ้าตัวแรกออกมายืนรอรับหน้าประตูเลย แต่ยังไม่น่ากลัวเท่าตัวที่ 2 ตัวดำเป็นเหนี่งและมหึมามาก พอเราปิดหน้าต่างและขับออกมา มันก็ไปยืนขวางรถคันหลังเราเลย....คงจะประมาณว่า ไม่ให้ชั้นกินไม่ได้นะ ชั้นจะยืนขวางไม่ให้ไปอ่ะ...

ด่านต่อไปก็เจ้ากวางเหมือนกัน แต่คนละพันธุ์กัน ก็เลยขังแยกกรงกันมั๊ง

กรงที่ว่านี้่ กรงกว้างนะคะ ขับรถเข้าไปวนได้ แต่ละกรงก็มีประตูแยกกัน พอรถเข้ามาก็ปิดประตูกรงเดิม แล้วเปิดประตูกรงใหม่ กันสัตว์ออกมาปะปนกัน

โฉมหน้ากวางแบบใกล้ชิด อ่อยอาหารให้ แล้วแอบลองจับเขากวางดูด้วย ว่าแข็งหรือเปล่า



แล้วก็มีกรงเสือถ่ายไม่ทันจ้า ถ้าถ่ายทันก็แปลว่ามันคงอยู่ใกล้รถมาก 55++

สิงโต ตอนแรกก็นึกว่าสต๊าฟไว้ เพราะไม่ขยับเลย เลยแอบใจกล้าเปิดกระจกไปถ่าย เด็กๆ ห้ามเอาเยี่ยงอย่างนะ ไม่ปลอดภัยเลย



ขับมาด่านสุดท้ายแล้ว แต่สัตว์เยอะมากเลย หลายประเภท

อูฐ...ขอบอกปากเหม็นมากอ่ะ



นกกระจอกเทศ ไม่ค่อยกล้าเปิดกระจกกว้าง กลัวนกจิกตา



ม้าลาย น่ารักมากเลย



สัมผัสแบบใกล้ชิดปลายจมูก 55++



ตัวลามะ ไปเคาะกระจกรถคันหน้า



และพอหันกลับไปดูรถคันหลัง...โดนรุม



ยีราฟ



อันนี้คือยีราฟกำลังใช้ลิ้นเลียอาหารในกระป๋องในรถอยู่ ไม่ใช่ียีราฟกินปลาไหละนะ มีคนเข้าใจผิดมาแล้วอ่ะ



ถ้าเพื่อนๆ ไปก็อย่าลืมเหลืออาหารให้กรงสุดท้ายด้วยนะ เพราะสัตว์เยอะมากเลย

ออกมาจากสวนสัตว์ก็ แวะไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว ฟ้าหลังฝนยังมืดอยู่เลย



ค่ำนั้นเราก็ไปกินอาหารค่ำที่ร้าน "ครัวชุกโดน" ด้วยความที่หิว ลืมถ่ายรูปมาเลย พลาดได้ไงเนี่ย อาหารอร่อยทุกอย่างเลย แล้วก็กลับที่ัพัก เดี๋ยวเราค่อยรีวิวที่พักที่หลังดีกว่า

เช้ามา...ออกจากที่พัก ก็วางแผนไป "ช่องเขาขาด" ที่อ.ไทรโยค ไม่คิดค่าบริการค่ะ แล้วแต่จะบริจาคเพื่อใช้ในการบูรณะ ที่นี่มีผู้จัดการเป็นฝรั่งชาวออสเตรเลียด้วยนะ

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ ชื่อภาษาอังกฤษว่า Hellfire Pass หรือช่องไฟนรก เพราะขณะที่นักโทษกำลังขุดช่องเขาเพื่อสร้างทางรถไฟ ก็ต้่องจุดคบเพลิงและมีแสงไฟออกมาจากช่องเขา ลักษณะเหมือนช่องไฟนรก



Peach Vessel มอบแด่ Peter Rushforth หนึ่งในนักโทษชาวออสเตรเลีย



ทางเดินลงไปยังช่องเขาขาด (แต่เราถ่ายย้อนทางขึ้นขึ้นมานะคะ) ระยะทางทั้งเส้นทางใช้่เวลาเดินไปกลับประมาณ 2 ชม.ครึ่ง แต่เราขอเดินไปแค่ช่องเขาขาดพอ ประมาณ 300 เมตร ใช้เวลาเดินไปกลับ 40 นาที

เนื่องจากเป็นป่า ทางเดินก็เย็นสบายค่ะ สังเกตได้จากต้นมอสตามทางเดินสิ



แล้วก็ลงบันได จะเจอทางเดินแบบนี้ไปยังช่องเขาขาด อาจเจอไม้หมอนเป็นระยะบ้าง



ถึงแล้ว...ช่องเขาขาด มีรางรถไฟเหลือให้เห็นบ้าง ด้านขวามือคือ อนุสรณ์
สลักไว้ว่า.... รางรถไฟ และไม้หมอนนี้เป็นของทางรถไฟสายเดิม
โดยกองร้อยซีั กรมทหารหลวงออสเตรเลีย เมื่อเดือนเม.ย. 2532 ได้ย้ายจากช่องเขาขาดมาวางไว้ที่นี่ในปี 2549 (จริงๆ มันยาวกว่านี้ เราขอย่อนะคะ)



ช่องเขา



สุดทางเดินของช่องเขาขาดที่จุดนี้ แต่สามารถจะเดินไปจุดอื่นๆ ได้ต่อไป แฮ่ะๆ แต่พวกเราขอเดินกลับละกัน....ไม่ไหวค่า

บนแท่นสลักไว้ว่า "Burma-Thailand Railway ในการรำลึกถึงทุกท่านที่ประสพความทุกข์ทรมาณและทุกท่านถึงแก่กรรม 1942-1945"



ขากลับต่อไปเราก็แวะไปซื้อของฝากที่ร้าน "วุ่นเส้นท่าเรือ" ฝนก็เทลงมา
ที่ต่อไปที่เราแวะคือ "วัดถ้ำเสือ"

ขาขึ้น ขึ้นกระเช้าขึ้นไป ไป-กลับ คนละ 10 บาท แต่ทางขึ้นชันมาก ขาลงเลยต้องลงเดินบันได ประมาณ 156 ขั้น



ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี



แล้วก็อยากไปแช่น้ำแร่กัน แต่ถ้าไปน้ำพุร้อนหินดาดก็กลัวไกลไป คนขับรถแนะนำให้มาแช่น้ำร้อนที่นี่ "วัดวังขนาย"



น้ำแร่เป็นน้ำบาดาล ไม่มีกลิ่นกัมมะถัน ลักษณะการแช่ก็มีทั้งแบบ แช่เท้า แช่ทั้งตัว เป็นลักษณะคล้ายหม้อต้ม และเป็นอ่างจากุชชี่ แยกชาย-หญิง การอาบน้ำแร่ไม่คิดค่าบริการ แล้วแต่จะทำบุญค่ะ

บ่อแช่เท้า



ต่อนิดนึง รีวิวยาวมากๆ ขอรีวิวที่พักหน่อย

"พลอยเกสต์เฮ้าส์" ที่พักหลักร้อย ที่ภูมิใจเสนอ 55++ อยู่ในตัวเมืืองค่ะ




ห้องพักด้านซ้าน Building A เป็นห้องเดี่ยว มีสวนและห้องน้ำแบบ Open Air พร้อมด้วย ทีวี คืนละ 700 (จองในเนต ถ้าไม่จองผ่านเนต คืนละ 950-)



การ์เด้นท์วิวจากห้องนอน



ห้องอาบน้ำแบบโอเพ่น



Building B เป็นห้องติดกันบนตึก 2 ชั้น

ราคา 550 ไม่มีทีวี ไม่มีสวนและห้องน้ำโอเพ่นแอร์ แต่ห้องอาบน้ำใหญ่นะ



ถ้าห้องด้านบนแบบมีทีวี และมีห้องนั่งเล่นเล็กๆ แยกจากห้องนอนไปก็จะคืนละ 700 เหมือนด้านล่างค่ะ

ภูมิใจนำเสนอราคาระดับนี้กับรีสอร์ทสวยๆ มาก

*****


Create Date : 02 กันยายน 2550
Last Update : 2 กันยายน 2550 16:47:45 น. 9 comments
Counter : 2885 Pageviews.

 

อืมม์ น่าสนใจรีสอร์ทมากค่ะ

จะลองหาในเวปดู


โดย: Big Spender วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:17:22:22 น.  

 


เพิ่งรู้ค่ะว่ารับจัดทริปด้วย ..อยากจะไปไหน เลยสบายๆด้วยเลย..
คนจัดทริปมีประสบการณ์ คงคุ้มค่าและราคาเหมาะสมนะคะ ดูจากตัวอย่างทริปนี้ น่าไปร่วมด้วยมากๆเลยค่ะ

ซาฟารีที่บ่อพลอย จากรูปเข้าใจว่า วิญญาณสัตว์ในซาฟารีทั้งหลาย คงหมดสภาพกลายเป็นสัตว์เลี้ยงรอคนป้อนอาหารไปแล้วมั๊งคะ

แล้วก้อที่พักหลักร้อย พลอยเกสต์เฮ้าท์ น่าสนใจมากค่ะ
ไม่ได้ไปกาญจน์นานเป็นชาติแล้วเหมือนกัน


โดย: ดาวทะเล วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:17:56:27 น.  

 
ถ้าให้จัดทริปเมืองกาญจน์ก็เลือกไม่ถูกเหมือนกันแหละครับ เพราะน่าเที่ยวเยอะไปหมด โดยเฉพาะสวนสัตว์บ่อพลอยนี่ต้องบอกว่าพลาดไม่ได้จริงครับ เพิ่งไปมาเดือนก่อนกับเพื่อนในเวปแพนด้า ประทับใจหลายๆ




โดย: joblovenuk วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:23:49:16 น.  

 
ดูรูปแล้ว ถ่ายรูปเก่งนิเรา
ไม่กลัวสัตว์มันงับหัวเอาเหรอ


โดย: นก IP: 158.108.132.205 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:9:24:27 น.  

 
emoemoสวยจัง มีโอกาศ....จะไปเที่ยวบ้าง......รูปบรรยากาศ......ดี .....จังemoemo


โดย: iamorange วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:9:45:03 น.  

 
มู๋นก.....ไม่กลัวเฟร้ย แต่ก็น้ำลายเต็มมือเลยอ่ะ แต่พอให้เสร็จก็เอาน้ำเปล่าล้างมือแล้ว กลัวสัตว์ติดเชื้อเราไปเหมือนกัน 55++

...พออาหารสัตว์หมดเราก็ร้องขออีก ปรากฎว่าตะกร้าอาหารทั้งรถอยู่ที่ข้าพเจ้าคนเดียวอ่ะ ให้ไป ถ่ายรูปไป กรี๊ดไป อยู่คนเดียว หนุกดี


โดย: ทะเลตะวัน วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:9:59:07 น.  

 
แวะมาเยี่ยมมมมม ไปเที่ยวมะชวนกันเรยยยยย ชิ !!!

ว่าแล้วก็อยากไปเหมือนกัน นิยังไม่เคยไปกาญน์เลยอ่ะ เอาไว้ถ้าไปจะมาลอกกกกการบ้าน อิอิ



โดย: NiToRiA วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:11:04:28 น.  

 
ชอบมากๆเลย อ่านแล้วมีความรู้ จะได้เป็นข้อมูลไว้จะลองไปเที่ยวเองมั้งนะจ๊ะ เขียนสนุกจังจะติดตามผลงานน๊า อิอิ


โดย: nice IP: 124.121.18.26 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:43:54 น.  

 
เราเป็นคนเมืองกาญจน์นี่แหละ แต่ไปอยู่ภาคใต้นานแล้ว ปีใหม่นี้จะกลับบ้าน อยากไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิจัง...


โดย: นู๋ปุ้ยจ้า IP: 223.204.102.77 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:11:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bitter_Sweethearts
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จุ๊ๆ เข้ามาแล้วอย่าตกใจไปนะคะ ที่มันไม่มีสาระอย่างอื่น... เวปนี้มีแต่เรื่องเที่ยว เที่ยวค่ะ ก็คนมันชอบเที่ยวนี่นา
("http://www.ysig.jp/images/main/main0809_3.jpg");}
Make it by Pk12th