4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
ศึกคชสารกับความสำคัญของต้นพุทรา





นับเป็นอีกฉากที่คนไทยไม่ควรพลาด หลายท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีการทำยุทธหัตถีกันด้วย และศึกครั้งนี้สำคัญอย่างไร คำว่ายุทธหัตถีนั้นก็คือการทำสงครามบนหลังช้าง
ซึ่งการทำสงครามประเภทนี้จะมีอยู่ในแถบชมพูทวีปสืบมาถึงอุษาคเนย์ ผู้ทำศึกจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลัก ส่วนช้างที่ทรงนี้ก็ต้องเป็นช้างที่ได้ลักษณะเสริมพระบารมีพระเจ้าอยู่หัวและคู่บุญกับขวาญช้างผู้มีหน้าที่บังคับอีกด้วย

การศึกประเภทนี้เป็นจารีตที่กษัตริย์กับกษัตริย์รบกันเพื่อเป็นการแสดงถึงพระบรมเดชานุภาพของแต่ละฝ่าย ระหว่างทำศึกทั้งสองฝ่ายจะสู้กันตัวต่อตัว จะไม่อาศัยกำลังทหารมาหนุนหรือกลอุบายใดๆเข้ามาช่วยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ฝั่งตรงข้ามหมิ่นและดูถูกเอาได้ กษัตริย์องค์ใดที่ทรงทำยุทธหัตถีได้ชัยชนะก็ถือได้ว่ามีพระเกียรติยศสูงสุด กษัตริย์ผู้แพ้ก็ถืงว่าเป็นนักรบโดยแท้ อย่างเช่นการยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชมังสามเกียรติ ซึ่งเป็นอีกฉากที่มีความสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้

ในวันทำศึกนั้นสมเด็จพระนเรศวรทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชมังสามเกียรติทรงช้างอยู่ในร่มไม้กับเหล่าเท้าพระยา จึงทราบได้ว่าช้างทรงของสองพระองค์หลงถลำลึกเข้ามาถึงกลางกองทัพ และตกอยู่ในวงล้อมของพม่าข้าศึกแล้ว แต่ด้วยพระปฏิภาณไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวร ทรงเห็นว่าเป็นการเสียเปรียบข้าศึกจึงไสช้างเข้าไปใกล้ แล้วตรัสถามพระมหาอุปราชมังสามเกียรติที่คุ้นเคยมาก่อนแต่วัยเยาว์ครั้งไปเป็นเชลยว่า "พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว"

จากภาพ ต้นพุทราในภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไรคือ ในฉากที่ พลายภูเขาทองช้างคู่พระบารมีในสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งในพงศาวดารนั้นได้ระบุว่าพลายภูเขาทองตัวเล็กกว่าพลายพัทธกอช้างทรงของพระมหาอุปราชมังสามเกียรติ ในระหว่างใช้งาขบกันอยู่นั้นปรากฎว่าพลายภูเขาทองสู้แรงพลายพัทธกอไม่ไหวเสียหลัก"จึงเอาเท้ายันโคนต้นพุทราไว้ต้านกำลังอันมหาศารของพลายพัทธกอ" เพราะการยันโคนต้นพุทราในครั้งนั้น ช้างทรงคู่พระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "พลายพุทรากระแทกซึ่งเป็นชื่อที่ได้มาจากในพงศาวดาร

จากจดหมายเหตุของ de Coutre ระบุว่าพลายภูเขาทอง ล้มลงในปี ค.ศ. 1596 (พ.ศ. 2139) หลังศึกยุทธหัตถี 4 ปี สมเด็จพระนเรศวรโปรดได้มีการสร้างเมรุ เผาศพช้างหลวงอย่างสมเกียรติยศเจ้าพระยา ถึง 7 วัน 7 คืน สมเด็จพระนเรศวรทรงเสียพระทัยมากถึงกับปลูกต้นพุทราในบริเวณต่างๆโดยรอบพระบรมหาราชวังและคูเมืองเพื่อเป็นการระลึกถึงพลายภูเขาทองเชือกนี้

ภาพด้านบนนั้นคือภาพ ภาพจิตกรรมวาดยุทธหัตถีบนฝาผนังในพระอุโบสถวัดสุวรรณดาราม แสดงให้เห็นตอของต้นพุทราและนายท้ายช้างที่ถูกทหารฝั่งพม่าลอบยิงจนตาย ซึ่งเป็นอีกฉากหนึ่งที่ทำให้คนไทยทั้งรักและสงสารในโชคชะตาที่อาภัพของไอ้ขามนายท้ายช้างผู้นี้ แสดงโดย ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
.....




Create Date : 21 กรกฎาคม 2557
Last Update : 22 กันยายน 2560 15:46:48 น. 0 comments
Counter : 2041 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]










Google

ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter

ส่งอีเมล์

Facebook ของ Hathairat



New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.