4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
อนุสรณ์แห่งความรัก "เรือนหอบางยี่ขัน"






พระยาชลภูมิพานิช และบ้านบางยี่ขันในขณะถูกปล่อยร้าง 
และได้รับการบูรณะเป็นโรงแรม

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ หลวงชลภูมิพานิช ข้าราชการผู้น้อยลูกหลานชาวจีนผู้นี้เข้ารับราชการอยู่ที่กรมท่าซ้าย ในกระทรวงมหาดไทย วันหนึ่งหลวงชลภูมิพาณิชได้บังเอิญไปพบกับนางสาวส่วน บริเวณหน้าประตูวังหลวง หลวงชลภูมิพานิชเกิดมีใจรักและเสน่หาในตัวนางสาวส่วนตั้งแต่แรกพบ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปสนทนาทำความรู้จัก ด้วยความที่เป็นชายหนุ่มไม่ค่อยกล้าจะแสดงออกหลวงชลภูมิพานิชจึงทำได้เพียงแค่แอบมอง และมายืนรอหน้าประตูวังหวังว่าจะได้พบนางสาวส่วนอีกสักครั้ง

นางสาวส่วนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งผู้เป็นแม่ได้นำมาถวายเป็นข้าหลวงตั้งแต่ยังเด็ก จึงได้รับการอบรมในราชสำนักเป็นอย่างดีทั้งในด้านวิชาการ ศิลปะ มารยาทจึงเป็นกุลสตรีทุกระเบียบนิ้ว และเป็นคนค่อนข้างจะถือเนื้อถือตัวเอาการ ไม่เปิดโอกาสให้ชายใดมาทำความรู้จักได้อย่างง่าย ด้วยเหตุนี้หลวงชลภูมิพานิชจึงไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักหรือพูดคุยเลย เมื่อถึงเวลาพักหรือเสร็จราชการหลวงชลภูมิพานิชเป็นอันต้องไปดักรอดูนางสาวส่วนอยู่ร่ำไป

จนวันหนึ่งเรื่องความรักของข้าราชการหนุ่มผู้นี้ก็ได้ทราบไปถึงฝ่าละอองธุลีพระบาทรัชกาลที่ ๕ พระองค์จึงปรึกษากับสมเด็จพระบรมราชินีนาถว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี สุดท้ายจึงมีพระบรมราชานุญาติให้ทั้งคู่ได้ลองทำความรู้จักและคบหาสมาคมโดยเริ่มจากการส่งจดหมายหากัน และพบเจอกันได้ในบางโอกาส ในที่สุดนางสาวส่วนจึงถวายบังคมลาจากการเป็นข้าหลวงเพื่อทำการสมรสกับหลวงชลภูมิพานิช เรื่องนี้สร้างความปิติยินดีให้แก่ผู้อยู่เบื้องหลังที่เอาใจช่วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกรมท่าซ้าย และราชสำนักสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

ด้วยความรักนี้ หลวงชลภูมิพานิชจึงสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างเรือนหอริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้แก่หญิงผู้เป็นที่รัก ซึ่งต่อมาเรียกว่าบ้านบางยี่ขัน โดยมีโจทย์ในการออกแบบคือ ความรัก เพื่อให้สถาปนิกชาวยุโรปออกแบบ เรือนหอหลังนี้สร้างแล้วเสร็จในปี ๒๔๖๖ ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๖ และเป็นช่วงเวลาที่หลวงชลภูมิพานิชเจริญก้าวหน้าในราชการ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาชลภูมิพานิช นางสาวส่วนจึงได้รับพระราชทานเครื่องราชฯชั้นคุณหญิงตามศักดิ์ของสามี พร้อมทั้งได้รับพระราชทานนามสกุลประจำตระกูลคือ อเนกวณิช ท่านพระยากับคุณหญิงครองรักกันอย่างมีความสุขพร้อมพยานรักที่น่ารักอีก ๑๐ คน

ทายาทของท่านอาศัยอยู่ในบ้านบางยี่ขันเรื่อยมาจนกระทั่งถึงยุคที่ผู้คนไม่นิยมสัญจรทางเรือ แต่เปลี่ยนไปขับรถยนต์แทน ด้วยอาณาเขตของบ้านบางยี่ขันที่มีทางเข้าออกแค่ทางเรือเท่านั้นจึงทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง ในปี ๒๔๘๗ นายปานจิดต์บุตรชายคนที่ ๗ จึงตัดสินใจขายบ้านบางยี่ขันให้แก่กลุ่มมุสลิมบางกอกน้อย เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนราชการุญ ซึ่งต่อมาได้ปิดกิจการไป

ปัจจุบันบ้านบางยี่ขันได้รับการบูรณะเป็นโรงแรมหรู โดยยังคงเสน่ห์ของความเป็นเรือนหอที่สร้างขึ้นจากความรัก โรงแรมหรูแห่งนี้ชื่อว่า Praya Palazzo หมายถึงคฤหาสน์แห่งพระยาชลภูมิพานิช ที่มองด้วยตาเปล่าก็สามารถรับรู้ได้ว่าบ้านหลังนี้สร้างขึ้นจากความรัก....




ที่มา : https://pantip.com/topic/33356630
อ้างอิงที่มา: คลังประวัติศาสตร์ไทย









Create Date : 21 กรกฎาคม 2557
Last Update : 22 กันยายน 2560 15:45:58 น. 0 comments
Counter : 814 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]










Google

ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter

ส่งอีเมล์

Facebook ของ Hathairat



New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.