4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
เจ้าจอมแว่น (เจ้าคุณเสือ) : เหตุแห่งความบาดหมางของรัชกาลที่ ๑ กับคุณผู้หญิงนาค






เจ้าจอมแว่น หรือที่เรียกกัน "เจ้าคุณเสือ" สนมเอกในรัชกาลที่ ๑ ผู้มากความสามารถ และเป็นเหตุแห่งความบาดหมางของรัชกาลที่ ๑ กับคุณผู้หญิงนาค


เจ้าจอมแว่น หรือ นางคำแว่น หรือที่เรียกกันว่า “เจ้าคุณเสือ” หรือ “คุณเสือ” นั้น เป็นพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถือเป็น “ฝ่ายใน” ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง โดยเป็นที่โปรดปรานและรับใช้อย่างใกล้ชิดและมีบทบาทสูงสุดตลอดรัชสมัยของพระองค์

เจ้าจอมแว่นเป็นเชลยศึกชาวเวียงจันทน์ โดยเป็นนางพระกำนัลของนางเขียวค่อม พระราชธิดาของพระเจ้าสิริบุญสาร กษัตริย์ของล้านช้าง ซึ่งได้ตามเสด็จรัชกาลที่ ๑ ตั้งแต่ครั้งพระองค์ยังเป็นสามัญชนดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ทรงเป็นแม่ทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์และได้เชิญเสด็จพระราชบุตรในพระเจ้าสิริบุญสาร (องค์บุญ) มาที่กรุงธนบุรี คือ เจ้านันทเสน เจ้าอินทวงศ์ และเจ้าอนุวงศ์ แต่เจ้าพรหมวงศ์ พระอนุชาหลบหนีไปได้ และพระองค์ได้รับนางคำแว่นผู้นี้เป็นอนุภรรยา

ในบันทึกทางประวัติศาสตร์หลายแห่งได้กล่าวถึงว่า ท่านเป็นผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ท่านเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับท่านผู้หญิงนาคที่เป็นภรรยาเอก ได้มีเรื่องวิวาทบาดหมางกันอย่างรุนแรง เพราะท่านนาคมีความหึงหวงและไม่ยินดีที่สามีของท่านมีหญิงอื่น ซึ่งเรื่องนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “โครงกระดูกในตู้” และมีที่อ้างไว้ในหลายบันทึกว่า ท่านนาคได้แอบซุ่มตีหัวนางคำแว่น จนเลือดอาบศีรษะ จนทำให้ท่านเจ้าคุณสามีโกรธถึงกับนำดาบไล่ฟันประตูทองที่ท่านนาคหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ และต่อมาจึงได้คุณฉิม (รัชกาลที่ ๒) บุตรชายของท่านมาช่วยพาหนีออกจากบ้านไปซ่อนตัวอยู่ในพระราชวังของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยพำนักอยู่ในพระตำหนักของเจ้าจอมฉิมใหญ่ ซึ่งเป็นบุตรสาวของท่านและได้เป็นพระสนมเอกองค์ที่สำคัญในรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ทั้งยังมีพระฐานะเป็นเจ้าจอมมารดาที่มีพระราชโอรส พระราชธิดาถวายอีกด้วย

นับแต่นั้นมาท่านผู้หญิงนาคก็มิได้คืนดีกับท่านสามีอีกเลย ซึ่งท่านคงจะเป็นผู้หญิงใจแข็งมีศักดิ์มีศรีตามวิสัยบุตรสาวเศรษฐี และยังถือว่าเป็นคู่สามีภริยาที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ได้ผจญความลำบากยากแค้นมาด้วยกันตั้งแต่ครั้งเสียกรุง ท่านคงจะน้อยใจและเสียใจมาก ตามความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของผู้หญิง จึงถือทิฐิมิเคยยอมเข้าไปค้างคืนในพระราชวัง แม้ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงผลัดแผ่นดิน มีการตั้งพระราชวงศ์จักรีและได้มีการสถาปนาพระอิสริยยศและพระฐานันดรศักดิ์ตามโบราณราชประเพณีต่าง ๆ แต่พระองค์ก็ไม่ทรงสนพระทัยไยดี ทรงดำรงพระองค์เช่นเดิมตามที่ทรงเคยปฏิบัติมา ทรงหยิ่งและทระนงในศักดิ์และศรีในความเป็นพระองค์เองยิ่งนัก แต่เมื่อทรงพระชนม์มากขึ้นก็มิอาจทรงฝืนพระลิขิตแห่งดวงชะตาอันยิ่งใหญ่ไปได้ ต้องยอมสิ้นสุดความเป็นสามัญชนในกาลต่อมา ด้วยพระโอรสกับพระราชนัดดาที่สืบสายพระโลหิตโดยตรงของพระองค์ได้สืบราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์และได้สืบต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

สำหรับประวัติของเจ้าจอมแว่น หรือ “เจ้าคุณเสือ” มีนามเดิมคือ นางคำแว่น ธิดาเพี้ยเมืองแพน เชื้อสายกษัตริย์เมืองเวียงจันทน์ เป็นเชื้อสายลาวพุงขาว มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๔ ท่าน คือ 
๑.นางคำแว่น พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก 
๒.ท้าวจาม เสียชีวิตที่เมืองขอนแก่น 
๓.ท้าวผาม เสียชีวิตที่เวียงจันทน์ 
๔.หญิงไม่ปรากฏนาม ต่อมาเป็นภรรยาท้าวคำบง ซึ่งต่อมาเป็นเจ้าเมืองขอนแก่นต่อจากเพี้ยเมืองแพน

นางคำแว่นได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เป็นเจ้าจอม ซึ่งในตอนนั้นเพี้ยเมืองแพนได้อพยพไพร่พลจากเมืองทุรคม แขวงเวียงจันทน์ข้ามแม่น้ำโขงมาอาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านชีโล่น แขวงเมืองสุวรรณภูมิ ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด (เมืองสุวรรณภูมินี้ ดั้งเดิมเป็นเมืองเก่าแก่มีบทบาทสูงเกิดเป็นเมืองก่อนเมืองอื่นในภาคอีสานหลายแห่ง เช่น ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ฯลฯ) ประมาณ พ.ศ. ๒๓๓๒ เจ้าจอมคำแว่นได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้เพี้ยเมืองแพนแยกตัวออกมาจากเมืองสุวรรณภูมิและโปรดเกล้าให้ยกบ้านบึงบอน (โนนทอง) ขึ้นเป็นเมืองขอนแก่น แล้วให้เพี้ยเมืองแพนแห่งเมืองทุรคมเป็นเจ้าเมืองขอนแก่นขึ้นกับเมืองนครราชสีมา

พ.ศ. ๒๓๓๙ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เกิดละเมอขณะบรรทมหลับทำให้ข้าราชบริพารตระหนกตกใจด้วยเกรงต่อพระราชอาญา ทำให้เจ้าจอมคำแว่นใช้ความกล้าหาญตัดสินใจกัดนิ้วพระบาทจนทำให้รู้สึกพระองค์และตื่นบรรทม เจ้าจอมจึงได้รับความดีความชอบให้เป็นที่ “ท้าวเสือ” กำกับดูแลงานราชการฝ่ายในในราชสำนักทั้งหมดและยังได้โปรดเกล้าให้เพี้ยเมืองแพน เจ้าเมืองขอนแก่นให้เป็นที่พระนครศรีบริรักษ์ ยกเมืองขอนแก่นขึ้นเป็นเมืองสำคัญปลายราชอาณาเขต ขึ้นตรงต่อกรุงเทพ ในปี พ.ศ. ๒๓๔๐ โดยมีใบตราตั้งเป็นเมืองอย่างเป็นทางการ เมื่อพระนครศรี บริรักษ์ (เพี้ยเมืองแพน) ถึงแก่อนิจกรรม ท้าวคำบัง บุตรเขยของเพี้ยเมืองแพนได้เป็นเจ้าเมืองแทนในราชทินนามเดิม นับได้ว่าเจ้าจอมแว่น เป็นพระสนมเอกที่ได้มีอิทธิพลต่อราชสำนักฝ่ายในเป็นอย่างสูง จนชาววังได้ยกย่องให้เป็น “เจ้าคุณข้างใน” ถือเป็นเจ้าคุณองค์แรกในพระราชวงศ์จักรี

จะเห็นได้ว่า “เจ้าจอมแว่น” เป็นคนที่มีความกตัญญูอย่างยิ่ง เมื่อท่านเป็นที่โปรดปรานได้รับการยกย่องและยอมรับ จนมีอำนาจราชศักดิ์ด้วยประการทั้งปวงและยิ่งใหญ่กว่าผู้ใดในราชสำนักฝ่ายในแล้ว ท่านก็มิได้ลืมวงศ์วานหว่านเครือของท่านโดยได้กราบบังคมทูลต่อรัชกาลที่ ๑ ขอให้ท่านบิดาได้เป็นเจ้าเมืองขอนแก่น เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้บิดาได้เป็นใหญ่เป็นโตในแผ่นดินตามบุญวาสนาที่บุตรสาวได้ถวายตัวรับใช้ใกล้ชิดตลอดรัชสมัยรัชกาลที่ ๑

แต่ “เจ้าจอมแว่น” ก็มิได้มีพระหน่อเจ้าสืบสกุลแต่อย่างใด และ “เจ้าจอมแว่น” นั้นคงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มีสายพระโลหิตเพื่อสืบสกุลของท่าน โดยได้มีการกระทำพิธีทางศาสนาหลายอย่างหลายประการ ดังเช่นที่ พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ บันทึกว่า “กระจาดคุณแว่นพระสนมเอกที่เขาเรียกกันว่าคุณเสือ แต่งเด็กศีรษะจุกเครื่องแต่งหมดจด ถวายพระเป็นสิทธิขาดทีเดียว” โดยมีความเชื่อว่าใครอยากมีลูกให้ติดกัณฑ์เทศน์กัณฑ์กุมาร แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เจ้าจอมแว่นนั้นคงอยากจะมีลูกมากเพียงไร

นอกจากนี้ เจ้าจอมแว่นยังเป็นผู้มีอุปนิสัยกล้าหาญ เด็ดขาด ไม่เกรงกลัวผู้ใดและยังมีความสามารถพิเศษในการมีศิลปะในการพูดการเจรจาอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะหากพระราชวงศ์พระองค์ใดเกิดปัญหาที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้และไม่กล้าที่จะเพ็ดทูลต่อรัชกาลที่ ๑ ด้วยเกรงพระราชอาญาแล้วหากได้ไปปรึกษาขอความช่วยเหลือจาก “เจ้าจอมแว่น” แล้ว จะได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้ตลอด ทำให้รัชกาลที่ ๑ ไม่ทรงพิโรธและพระราชทานอภัยโทษให้เสมอ จึงเป็นที่รักและเกรงพระทัยของพระราชวงศ์ชั้นสูงทุกพระองค์ เช่น ในตอนที่รัชกาลที่ ๒ ได้ทรงพบรักกับเจ้าฟ้าบุญรอด ซึ่งเป็นพระธิดาของพระพี่นางพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จนเกิดเรื่องทรงพระครรภ์ขึ้นมา ไม่มีผู้ใดกล้ากราบบังคมทูล แต่เจ้าจอมแว่นได้แก้ไขปัญหาให้จนสำเร็จ

นอกจากนี้เจ้าจอมแว่นยังเป็นผู้ที่มีฝีมือในการทำอาหารได้ยอดเยี่ยมและมีปฏิภาณไหวพริบในการดัดแปลงสิ่งที่มีพระราชประสงค์จะเสวยแต่หาไม่ได้ เช่นรัชกาลที่ ๑ ทรงอยากเสวย “ไข่เหี้ย” แต่ฤดูกาลนั้นไม่สามารถจะหาได้ เจ้าจอมแว่นจึงประดิษฐ์เป็น “ขนมไข่เหี้ย” ขึ้นถวาย และต่อมาขนมชนิดนี้เปลี่ยนเป็น “ไข่หงส์” และเมื่อครั้งทำบุญใหญ่ฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าจอมแว่นได้ทำน้ำยาขนมจีนเพื่อเลี้ยงพระสงฆ์แต่เพียงผู้เดียว ด้วยเกรงว่ารสของน้ำยาอาจจะเปลี่ยนแปลงไป

ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ ๑ สิ้นพระชนม์ เจ้าจอมแว่นยังคงมีบทบาทในราชสำนักฝ่ายใน ในพระฐานะของผู้อภิบาลพระราชโอรสของรัชกาลที่ ๒ กับเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี ซึ่งเจ้าฟ้าพระองค์นี้มีพระราชมารดาคือ “เจ้าทองสุก” ที่มีเชื้อสายกษัตริย์เวียงจันทน์ แต่ได้สิ้นพระชนม์ตั้งแต่เจ้าฟ้ายังทรงพระเยาว์ จึงได้รับการอภิบาลจากเจ้าจอมแว่นทั้งเจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีและพระโอรสของพระนางทั้ง ๓ พระองค์คือ เจ้าฟ้าอาภรณ์ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์และเจ้าฟ้าบัว ภายหลังเจ้าจอมแว่นได้สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๒

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ “เจ้าจอมแว่น” จะเป็นพระสนมเอกที่รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดปรานมากเพียงไร แต่หากด้วยบุญวาสนาแห่งดวงชะตาที่สูงส่งในอำนาจราชศักดิ์ในด้านหนึ่ง แต่ไม่สามารถที่จะสมหวังในอีกด้านหนึ่งคือการมีพระหน่อเจ้าสืบสกุล ทำให้เห็นถึงรักของเจ้าจอมแว่น แม้จะยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด แต่ก็มิได้สมปรารถนาในการมีพระราชบุตรเพื่อสืบสาย จึงต้องกลายเป็นรักที่อาภัพกับเจ้าจอมแว่นอย่างน่าเสียดายยิ่งนัก
..........


ข้อมูล : ศรีรัญจวน เดลินิวส์ออนไลน์









Create Date : 20 กันยายน 2557
Last Update : 23 กันยายน 2560 10:20:34 น. 0 comments
Counter : 1181 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]










Google

ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter

ส่งอีเมล์

Facebook ของ Hathairat



New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.