จากภัยแล้งกลายเป็นแผนการยึดเมืองพิษณุโลกของพระเจ้าอู่ทอง




ในการพยายามเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสุโขทัยนั้นจะยึดแต่ศิลาจารึกแต่ละหลักอย่างเดียวนั้นก็จะค่อนข้างยากเพราะนอกจากศิลาจารึกหลักสำคัญเช่นศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหง ศิลาจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงและศิลาจารึกหลักที่ 45 สบถปู่หลาน แล้วหลักอื่นโดยมากก็หนักไปทางบอกบุญเป็นสำคัญ ข้อมูลอีกอย่างที่มีความสำคัญอยู่มากคือตานานต่างๆเช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ดังเช่นในเนื้อความช่วงนี้

…พระเจ้าลิไทยทรงครอบครองราชย์สมบัติในเมืองสุโขทัยนั้นและพระเจ้าลิไทนั้นมีชื่อเสียงปรากฏว่าพระเจ้าธรรมราชาเพราะทรงศึกษาเล่าเรียนพุทธวจนะคือ ไตรปิฏกเล่ากันว่าครั้งหนึ่งเมืองชัยนาทเกิดทุพภิกขภัย พระเจ้ารามาธิปดีกษัตริย์อโยชฌปุระเสร็จมาจากแคว้นกำโพชทรงยึดเมืองชัยนาทนั้นได้โดยทำทีว่าเอาข้าวมาขาย ครั้นยึดได้แล้วก็ตั้งมหาอำมาตย์ของพระองค์ชื่อว่าวัตติเดชซึ่งครองเมืองสุวรรณภูมิให้มาปกครองเมืองชัยนาทส่วนพระองค์เสร็จกลับไปอโยชฌปุระต่อมานั้นพระเจ้าธรรมราชาก็ส่งบรรณาการเป็นอันมากแก่พระเจ้ารามาธิปดี ทูลขอเมืองชัยนาทคืนฝ่ายพระเจ้ารามาธิปดีก็ทรงประทานคืน แก่พระเจ้าธรรมราชา วัตติเดชอำมาตย์ก็กลับไปเมืองสุวรรณภูมิอีกพระเจ้าธรรมราชาครั้นได้เมืองชัยนาทคืนแล้ว ทรงตั้งมหาเทวีผู้เป็นกนิษฐาของพระองค์ให้ครองสมบัติในกรุงสุโขทัยทรงตั้งอำมาตย์ชื่อติปัญญาอำมาตย์ให้ครองสมบัติในเมืองกำแพงเพชรส่วนพระองค์อันเชิญพระสีหลปฏิมาไปบูชาที่เมืองชัยนาท เมื่อพระเจ้ารามธิปดีผู้เป็นใหญ่ในแคว้นกัมโพชและอโยชฌปุระสวรรคตแล้ววัตติเดชอำมาตย์จากเมืองสุวรรณภูมิยึดแคว้นกำโพชได้ ครั้นพระเจ้าธรรมราชาเมืองชัยนาทสวรรคตแล้ววัตติเดชอำมาตย์มาจากอโยชธปุระยึดเมืองชัยนาทแล้วอัญเชิญพระสีหลปฏิมาไปบูชาที่อโยชฌปุระและมหาอำมาตย์ชื่อพรหมไชยก็ยึดเมืองสุโขทัยได้

จากข้อมูลนี้พอจะเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ทราบกันอยู่โดยพื้นฐานว่าเดิมทีนั้นเมืองสุโขทัยเกิดจากการร่วมกันสร้างและสถาปนาจากมหาอำนาจสองริมฝั่งเจ้าพระยาได้แค่แคว้นสุพรรณภูมิและแคว้นละโว้โดยเจ้าเมืองอยุธยาคนแรกคือพระเจ้าอู่ทองนั้นเสด็จมาจากละโว้(แคว้นกำโพช-แสดงว่าละโว้ในสมัยพระเจ้าอู่ทองก็ยังมีความเป็นเขมรอยู่ไม่เสื่อมคลาย) ที่น่าสนใจอย่างยิ่งดูเหมือนพระองค์ยังทรงมีอำนาจเต็มอย่างสมบูรณ์อยู่ในละโว้เช่นเดิมหากแม้การใช้กลศึกว่าปลอมตัวเป็นพ่อค้าขายข้าวเข้ามาขายยามเมืองชัยนาท(พิษณุโลก)ขาดแคลนอาหารอย่างหนักนั้น โดยส่วนตัวผมมองว่าน่าจะเป็นในลักษณะกองทัพมดค่อยๆมากันทีละเกวียนสองเกวียนจนมาสะสมกำลังกันได้ระดับหนึ่งกำลังลังที่ว่านี้คงไม่มากจนเกิดความระแวงสงสัยเป็นแน่เพราะพญาลิไทนั้นก็มีชื่อเสียงในการรบราอยู่ไม่น้อยโดยดูได้จากตั้งแต่พระองค์เอาขวานประหารศัตรูจนสามารถรวบรวมอาณาจักรสุโขทัยให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้งได้การยึดเมืองครั้งนี้คงเป็นการยึดจากพระราชวังของเจ้าเมืองซึ่งปัจจุบันก็คือพระราชวังจันทร์นั่นเอง

ที่ผมสนใจอยู่มากคือการขาดแคลนข้าวอย่างหนักจนเป็นที่มาของการสอดไส้ยึดเมืองของพระเจ้าอู่ทองนั้นมีสาเหตุจากเหตุใดหากพิจารณาจากที่ตั้งที่ชิดติดกับพรมแดนสุโขทัย การขนกำลังคนและข้าวจากอยุธยาหรือลพบุรีของพระเจ้าอู่ทองนั้นก็ทำได้ไม่ง่ายนักหากแม้ยึดเมืองเสร็จแล้วก็ยังให้ขุนหลวงพ่องั่วเป็นผู้รักษาเมืองเมือพระองค์เสร็จกลับไปยังอยุธยาแล้วผมคิดว่าจริงๆแล้วกำลังคนและกำลังข้าวนั้นคงขนมาจากแคว้นสุพรรณภูมิอันเป็นอู่น้ำเลื่องชื่อจนปัจจุบันนี้

แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นคือภัยอะไรการระบาดของแมลงหรือการขาดแคลนของน้ำกันแน่ หากเป็นการระบาดของแมลงก็คงเหมือนในยุคปัจจุบันคือบริเวณความเสียหายจะกว้างขวางมากสุพรรณภูมิก็น่าจะเสียหายไปด้วยไม่มีข้าวเหลือพอมาขายให้เมืองพิษณุโลกแต่แม่น้ำหลักของเมืองสุพรรณคือแม่น้ำท่าจีนนั้นก็เกิดจากการแยกตัวของแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกันดังนั้นน่าจะพอสันนิฐฐานได้บ้างว่าแม่น้ำเจ้าพระยานั้นคงไม่แล้งแน่เพราะทั้งสุพรรณภูมิและอยุธยาต่างก็มีข้าวและทหารพอที่จะยึดเมืองชัยนาทได้แต่หากแม่น้ำย่อยที่ก่อให้เกิดเจ้าพระยาอาจจะแล้งน่าจะพอสมมุติได้ว่าเป็นแม่น้ำน่าน ซึ่งในจังหวะที่ผ่านพิษณุโลกนั้นยังไม่ได้รวมกับแม่น้ำยมและแม่น้ำปิงในขณะที่ทางสุโขทัยก็ยังติดศึกไปตีเมืองต่างๆแถบแม่น้ำสะแกกรังจึงมิอาจส่งอาหารมาช่วยได้มากนัก

แล้วหากโดนยึดเมืองใครเป็นเจ้าเมืองที่โดนยึดเสียเล่าหากคิดย้อนกลับไปในศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงพบว่าเดิมทีนั้น เมืองชัยนาทนี้ไม่ได้เป็นเขตการปกครองเดิมของสายพระร่วงหากเป็นเมืองในปกครองของสายศรีนาวนำถมอันได้ปกครองเมืองนี้สืบมาตั้งแต่สมัยเพระยาคำแหงพระรามมาจนมหาเถรศรีศรัทธาเมื่อเกิดการบีบของพญาลิไทนี่เองมหาเถรศรีศรัทธาจึงต้องจำใจออกบวช ด้วยรากอำนาจอาจยังไม่หยั่งลึกนี่เองอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มอำนาจเก่าและอำนาจใหม่ภายนอกมายึดเมืองเอาง่ายๆแบบไม่มีการต่อต้านเลย

แม้เมื่อเสียเมืองชัยนาทเสียแล้วการตอบสนองของพระเจ้าลิไทนั้นกลับมีทิศทางที่แปลกอยู่มากทำไมพระยาลิไทถึงยอมลงทุนมากขนากที่ต้องยอมออกบวชเพื่อขอคืนเมืองพิษณุโลกกลับมาด้วยจนเมื่อได้เมืองแล้วก็ถึงกับต้องย้ายตัวเองมาปกครองเมืองพิษณุโลกแทนที่เมืองสุโขทัยในทางส่วนตัวนั้นผมเชื่อว่าในขณะนั้นเมืองสุโขทัยคงโรยราเต็มทีแล้วเพราะเส้นทางการค้าไปยังเมาะตะมะอาจจะโดนตัดขาดหรือไม่เฟืองฟูดังแต่ก่อนผู้คนน่าจะสนใจมาทำการค้าเรือสำเภากับอยุธยาเสียมากกว่าการค้าคงจะเกิดในสายลำน้ำเจ้าพระยา ลำน้ำปิง ลำน้ำน่านเสียเป็นหลักเมื่อพระองค์ช่างน้ำหนักแล้วเมืองที่เป็นเพียงสัญลักษณ์เชิงอำนาจอย่างสุโขทัยกับเมืองที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงเช่นเมืองพิษณุโลกก็คงเลือกของจริงเป็นหลักเสียมาก

การย้ายเมืองหลวงของเจ้าแคว้นสมัยก่อนนั้นก็ดูไม่ได้เป็นเรื่องเหลือบ่าฝ่าแรงนักหากพิจารณาจากการที่พระบรมไตรโลกนาถเสด็จมาประทับเมืองพิษณุโลกเพื่อรับศึกกับพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนานั้นก็ดูไม่แตกต่างกันนักนั่นแสดงว่าในช่วงตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองซึ่งร่วมสมัยกับพระยาลิไท มาจนอย่างน้อยก็สมัยพระนเรศนั้นเมืองพิษณุโลกนั้นมีความสำคัญพอที่จะให้เจ้าแคว้นย้ายเมืองมาเปลี่ยนที่ประทับได้เลยทีเดียวจะเห็นว่าข้อแลกเปลี่ยนนั้นสูงมากนั้นคือการต้องย้ายเมืองหลวงตลอดจนเสียการปกครองที่เมืองกำแพงเพชรเสียอีก

และเมื่อเกิดการย้ายพระราชฐานขึ้นแล้วพระยาลิไทก็ต้องยินยอมให้น้องสาวที่เชื่อกันว่าเป็นมเหศรีของขุนหลวงพะงั่วไปนั่งเมืองสุโขทัยแทนที่หากพิจารณาว่าในสายตาของนางกษัติย์ยุคนั้นมองเห็นพี่ชายกับสามีใครมีความสำคัญเหนือกว่านั้นก็อาจเทียบได้กับนางกษัตริย์อีกพระองค์ที่ได้ชื่อว่าเป็น”กษัตริย์ฝ่ายใน”นั่นคือพระสวัสดิราชย์อันเป็นภรรยาของพระมหาธรรมราชากับเป็นพระมารดาของพระนเรศและพระเอกาทศรถพระองค์ทรงเลือกสามีอย่างชัดเจนโดยแอบช่วยส่งกระสุนดินดำจากในเมืองอยุธยาไปยังพระมหาธรรมราชา

จากปรากฏการที่แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์นั้นน่าจะพอแสดงได้ว่าในยาดังกล่าวพระเจ้าอู่ทองและขุนหลวงพะงั่วนั้นคงมีอำนาจมากจนแม้กษัตริย์นักรบแห่งอาณาจักรสุโขทัยก็ไม่ติดจะกล้าใช้กำลังเข้าต่อรบเสียแล้วพลานุภาพดังกล่าวนี้เองที่ในที่สุดพระยาลิไทจะเป็นพระยาลิไทดังเดิมไม่ได้อีก ต้องขับความแข็งแกร่งให้แม้ในเชิงสัญลักษณ์คือการขยับรับฐานะเป็นพระมหาธรรมราชาอันเป็นพระนามศักสิทธ์คู่อาณาจักรสุโขทัยมาอย่างต่อเนื่อง




Create Date : 25 มิถุนายน 2560
Last Update : 25 มิถุนายน 2560 15:04:15 น.
Counter : 265 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 3850125
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สนใจประวัติศาสตร์ช่วงสมัยสุโขทัย-อยุธยา พยายามทำความเข้าใจตามหลักการความรู้ตามปัจจุบันเท่าที่พอหาได้