ตำนานพระร่วงส่งส่วยน้ำ (คือใคร)


กาลครั้งหนึ่นนานมาแล้วมีชายหนุ่มผู้หนึ่งคงเต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญา หน้าตาและกำลัง นายคนนี้มีชื่อ “นายร่วง” นายร่วงนี้เป็นบุตรแห่งนายกองส่งส่วยน้ำแห่งมหานคร “ลวปุระ” หรือที่เรียกกันแบบชาวสยามบ้านป่าว่า ละโว้ละโว้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเขมรในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา(จริงๆสมัยนั้นยังไม่เรียกเจ้าพระยานะฝรั่งเขียนว่า แม่น้ำ เท่านั้น) ละโว้นี้คงมีอำนาจทั้งทางการทหารและทางวัฒนธรรมของพื้นที่แถบนีดูได้จากเมือหลายร้อยปีก่อนมีเวียงพิงค์เชียงใหม่นั้นละโว้ส่งเจ้าหญิงไปครองเมืองลำปางได้แล้วหรือที่เรียกจามเทวี เมื่อเวลาผ่านมาด้วยเหตุว่าเมืองแม่เสื่อมลงหรือเส้นทางการค้าเปลี่ยนหรืออย่างใดคงไม่ทราบได้ละโว้ค่อยๆเสื่อมอำนาจวาสนาลงตามลำดับเสื่อมมากจนกระทั่งวันหนึ่งเมืองแม้แต่เมืองของเจ้าหญิงแห่งละโว้อย่างหริกุญชัยยังไม่ยอมรับเชื่อฟังละโว้จนเกิดการรบกันหลายครั้งหารู้แพ้รู้ชนะไม่ ช่างเหอะ ออกนอกเรื่องแระ

เมื่อเกิดความเสื่อมดังว่าแล้วนายร่วงลูกนายคงเครา(จำชื่อพ่อแม่นไม่ต้องถามใคร)ก็รับหน้าที่เป็นนายกองส่งส่วยน้ำแทนเรื่องวาจาสิทธิ์ไม่เอานะเดี่ยวค่อยว่ากันทีหลัง ครั้งหนึ่งนายร่วงคุมการส่งน้ำอยู่นั่นก็เห็นว่าการขนน้ำใส่ตุ่มนั้นทั้งหนักทั้งแตกง่ายทั้งหนักพระร่วง maker ก็จัดการเอาไม้ใผ่มาสานชะลอมใส่น้ำระหว่างทางก็คงมีคนมาชเลียร์บ้าง ปรากฏว่าน้ำรั่วครับชาวบ้านร้านประชาลูกน้องลูกเมียของเหล่าชนชาวไทยต่างเย้ยหยันพระร่วงแต่พระร่วงไม่ยอมแพ้ตั้งหน้าตั้งตาทำ R&D ต่อไป ทันใดนั้นเองพระร่วงค้นพบเทคโนโลยีชนิดใหม่ในการสร้างวัสดุเรียกว่าcomposite material อาศัยความแข็งแรงของโครงสร้างไม้ใผ่ใช้วัสดุเหนียวเมื่อร้อนแต่เมื่อแห้งแล้วแข็งและอุดรอยรั่วชะงักนักเมื่อพระร่วงวิจัยสำเร็จขนน้ำได้ดี ทั้งเบาทั้งไม่รั่วชาวไทยต่างร้องสรรเสริญคิดว่ำพระร่วงคงสามารถพาบอลไทยไปบอลโลกได้แต่มิใช้เช่นนั้นเลย คำสรรเสริญนี้ไปถึงผู้จัดการสมาคมส่งน้ำจึงมาดูว่าพระร่วงใช้ชะลอมส่งน้ำได้อย่างไร พอเห็นแล้วแทนที่จะชื่นชมสรรเสริญแบบชาวสยามทั่วไปดันเกิดอารมณ์แบบเกินหน้าเกินตาตามสุภาษิตสมัยใหม่(เพราะสมัยนั้นโบราณกว่าภาษาไทยสุภาษิตไทยเลยเป็นสุภาษิตสมัยใหม่) ทันใดนั้นจึงได้เรียนไปยังพระเจ้าประทุมสุริยวงศ์เจ้ากรุงนครหลวงว่าพระร่วงนี้ฉลาดนัก ฉลาดกว่าข้าและท่านมากเชียว ภายหน้ามันต้องลำหน้าท่านอย่างแน่นอนอย่ากระนั้นเลย สังหาญมันเสียเถิดด้วยอิทธิฤทธิแห่งพระขพุงผีดนใจให้พระร่วงทราบเรื่องพระร่วงก็หนีสิครับรออะไรอยู่หนีมาตั่งหลักปักไปบวชอยู่ในวัดเป็นเณรน้อยเจ้าปัญญานายกองเขมรสบาดลำพงก็ดำดินมาโผล่กลางวัด พระร่วงจึงสาบเป็นหินจนทุกวันนี้เมื่อเจ้าเมืองสุโขทัยแก่ตายไปตามวัย ชาวบ้านร้านตลาดจะเห็นใครฉลาดกว่าพระร่วงหาได้ไม่จึงยกขึ้นเป็นเจ้าเมืองต่อไป

คราวนี้พระร่วงในนิทานเรื่องนี้คือใครกันเรื่องพระร่วงนี้แสดงการย้ายถิ่นจากเมืองละโว้มาพักกินข้าวที่พิจิตรและมาบวชที่สุโขทัยดังนั้นพระร่วงคนนี้คงไม่ได้อยู่สุโขทัยมาแต่เดิมโดยเนื่อหาจะกล่าวถึงพระร่วงนั้นเดิมเป็นข้าราชการสุโขทัยต่อมาหนีราชภัยมาและทำการต่อสู้กับนายกองของเมืองสุโขทัยหากพิจารณาว่าปฐมกษัตริย์แห่งสุโขทัยพ่อขุนบางกลางหาวก็เป็นผู้มาจากที่อื่นได้ทำการต่อสู้กับขุนนางขอมหรือละโว้ไม่รู้ที่ชื่อ”ขอมสบาดลำพง” เมื่อการต่อสู้นั่นชนะจับขอมสบาดลำพงไว้พระร่วงก็คงได้ครองเมืองสุโขทัยต่อจากพ่อขุนศรีนาวนำถมทั้งตำนานและจารึกจึงกล่าวตรงกันคือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์(พระร่วง)ได้เป็นกษัตย์องค์ใหม่แห่งนครสุโขทัยโดยไม่ได้สืบสายเลือดจากเจ้าเมืองคนเดิมหรือพ่อขุนศรีนาวนำถม

จากความสอดคล้องกันระหว้างศิลาจารึกวัดศรีชุมกับตำนานพระร่วงส่งส่วยน้ำนี้ผมสรุปแบบมั่วๆไปว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นเจ้าเมืองหรือขุนนางไม่ใหญ่นักแต่สติปัญญาเป็นเลิศได้ทำการใดประการหนึ่งจึงขัดใจกับ”ขอมสบาดลำพง” ขุนนางในระบบราชการขอมอาจเป็นขุนนางละโว้หริอขุนนางนครธมก็ได้เพราะเป็นขอมเหมือนกันต่อจากนั้นก็มารบกันที่เมืองสุโขทัยเมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ชนะแล้วก็ขึ้นครองสุโขทัยที่ตายไปจากตำนานไม่กล่าวถึงบทบาทของพระรองอย่างพ่อขุนผาเมืองลูกชายพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เลยแม้แต่น้อยน่าสงสัยว่าจะไม่ค่อยโดดเด้นเมือ่เทียบกับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เมื่อรบชนะขอมก็หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์

เรื่องทีน่าสนใจมากคือความสามมารถที่โดดเด่นของพระร่วงคือการบริการจัดการน้ำการเปรียบเทียบในตำนานพระร่วงคือภาชนะเก็บน้ำเดิมใช้ดินเผาทั้งหนักทั้งลำบากและแตกง่ายแต่พ่ระร่วงใช้ไม้ไผ่ทำโครงสร้างแล้วทากันซึมลงไปทำให้เก็บน้ำได้อย่างดีอย่างที่ปัจจุบันทราบกันแล้วว่าสุโขทัยตั้งในเขตแห้งแล้งขาดแคลนน้ำอยู่เป็นนิจเพราะอยู่ในเขตเงาฝน แต่เมื่อฝนตกก็หายไปกับดินเพราะดินของสุโขทัยเป็นดินทรายจากสภาพธรรมชาตินี้เองพระร่วงก็คิดวิธีบริหารจัดการน้ำขึ้นอย่างได้ผลชะงักส่วนตัวผมติดว่าพระร่วงน่าจะรู้วิธีทำท่อด้วยดินเผาแบบท่อปู่พระยาร่วงและอาจรู้วิธีทำให้ดินทรายกักน้ำได้จึงสามารถสร้างตระพังได้มากมายตามที่คิดนี้ชะลอมใส่นั่นที่รั่วง่ายแต่สามารถใส่น้ำได้ก็เปรียบเสมือนสุโขทัยที่เป็นทรายที่รั่วง่ายมากแต่สามารถใส่น้ำในตระพังได้โดยไม่รั่วชะลอมนี้คงเปรียบเป็นเมืองสุโขทัยทั้งเมืองเลยทีเดียว




Create Date : 15 พฤษภาคม 2560
Last Update : 15 พฤษภาคม 2560 22:22:04 น.
Counter : 564 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 3850125
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สนใจประวัติศาสตร์ช่วงสมัยสุโขทัย-อยุธยา พยายามทำความเข้าใจตามหลักการความรู้ตามปัจจุบันเท่าที่พอหาได้