สุขสรรค์ หรรษา กับคุณสามีฝรั่ง กับมิสซิสอาร์โนลด์

Happiness&Fun with my Farang Husband

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Honeymoon2..Samui Island...




สวีทหวาน..honeymoon รอบสองที่เกาะสมุย



เช้าตรู่ของวันอังคารที่ 3 เมษายน 2550 เราสองคนออกเดินทางไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีคุณบัวและพี่หญิง ขับรถไปส่งตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะเราต้องไปเช็คอินก่อน ตีห้า...

ก็แบบนี้แหละหนา...ด้วยความเป็นแม่บ้านสมองใส ไปรอบแรกตอนเช้า ได้ราคาโปรโมชั่น ของสายการบิน
"Bangkok Airways" รวมแล้วสองคนสามี-ภริยา ไปกลับนี่ถูกกว่าปกติ 5-6 พันเชียวนะ

ดิฉันกำชับคุณสามี เป็นมั่นเป็นเหมาะให้ตื่นแต่เช้า
เพราะเราจะได้ save เงินไว้สำหรับค่าที่พัก และค่ากินอาหารบนเกาะอีก...ซึ่งคุณพี่ดี้ก็ยอมรับด้วยความเต็มใจ และเชื่อใจในคุณภรรยาผู้รอบคอบ

เมื่อเช็คอินแล้ว...เค้าให้เดินขึ้นเครื่องที่ประตู A6 แต่ระหว่างรอ พนักงานสาวสวย บอกให้เราสองคนไปนั่งใน Boutique Louge ของสายการบินก่อน ซึ่งในนั้น มีขนมชิ้นย่อมให้พอรองท้องตอนเช้า น้ำผลไม้ นม กาแฟ และชา เตรียมพร้อมสำหรับผู้โดยสาร ซึ่งมุมโปรดของคุณสามีก็คือ มุม internet เห็นไม่ได้ ต้องรีบเข้าไปทันที

"...ตึง...ตึง...ตึ๊ง...ท่านผู้โดยสารเที่ยวบิน PG103 ที่จะเดินทางไปยังสมุย ขอให้ท่านเดินทางไปยังทางออกหมายเลข A6 ได้แล้วค่ะ"

อ้าว! พนักงานคนสวย ประกาศเรียกแล้ว แต่เจ้าลูกชาย เอ้ย คุณสามีแสนซนดิฉันยังไม่รู้อยู่ไหน ดิฉันเลยต้องเดินไปตามให้เลิกเล่น internet ซักที...แหมไปแค่ 3-4 วัน ไม่ได้เช็คเมลล์ แทบใจจะขาด

พอขึ้นเครื่อง คุณสามีก็เตรียมพร้อมหลับ โดยมีอาวุธครบมือ นั่นก็คือหมอนรองคอ และที่ปิดตา...แต่ไม่นาน แอร์สาวสวยก็เอาอาหารเช้ามาบริการ ทำให้คุณสามีเลยไม่ได้หลับไม่ได้นอน...

ในเวลาไม่เกิน 50 นาที เครื่องบินก็ landing ซึ่งสนามบินที่นี่น่ารัก พอลงจากเครื่อง ก็มีรถเหมือนในสวนสนุกสีสันสดใสมารอรับไปที่อาคารเพื่อรับกระเป๋า..พอไปถึง ยังไม่ทันเดินไปรับกระเป๋า ก็เห็นชายหนุ่มเดินชูป้าย "Chaba Samui Resort" มารอเราอยุ่ก่อนแล้ว

"Mr. Speedy...?Teacher?..." แกถามเราสองคน
เราก็ได้แต่พยักหน้า หงึกๆ พี่แกบอก OK! พร้อมรอยยิ้มละไมของคนใต้ ดูแล้วน่ารักและจริงใจ ดิฉันเลยส่งภาษาไทยเพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้นว่า "พี่คะ ขอไปเอากระเป๋าก่อนนะคะ"

พี่ชายคนนั้นยิ้ม พร้อมกับถามว่า "อ้าวเป็นคนไทยหรือครับ" ก็ขำๆ ดีคะ ไปนู่น คนไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวน้อยมาก มีแต่คนคิดว่าดินเป็นสาว มาเลเซีย อินโด หรือไม่ก็ลูกครึ่ง...อิๆๆ ดูอินเตอร์ซะงั้น...เรา

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนเลยว่า พี่เค้ามารับแต่เช้าเนื่องจาก
"ท่านประธาน" เจ้าของโรงแรม ที่เป็นคุณพ่อ ของลูกศิษย์พี่ดี้กำชับเอาไว้ ต้องขอขอบพระคุณท่านมากๆค่ะ

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงที่พักสักที ที่พักของเราก็นี่เลยค่ะ ดูจากโปสการ์ดได้เลย




หลังจากเก็บของเสร็จเราสองคนก็ตั้งกล้องบนหลังทีวีในห้องพักเพื่อเก็บภาพประทับใจ แบบนี้ค่ะ



ถ่ายภาพเสร็จ ดิฉันด้วยความ hyper active กับท้องทะเล
ซึ่งเพื่อนเคยตั้ง ฉายาเวลาไปทะเลว่า power puff girl ร่ำร้องอยากไปชายหาดแล้ว ...แต่คุณสามีก็บ่ายเบี่ยง บอกว่าขอนอนสัก 2 ชม. ดิฉันเลยให้ข้อตกลงว่า ให้นอน 1 ชม. แทน แล้วจึงเดินทางไปทะเลกัน





ทริปนี้ เป็นทริปแบบไปพักผ่อนจริงๆ แบบนอนฟังเสียงคลื่นริมทะเล รับไอแดด ลงเล่นน้ำ อ่านหนังสือ โปสการ์ดที่เอามาฝากจึงมีแต่ ทะเล ๆ และก็ทะเลค่ะ





คืนแรก...เราสองคนได้ไปทานอาหารกันกับท่านประธาน อีกรีสอร์ทนึง ที่ร้านอาหารเป็นแบบคลอไปกับชายหาดส่วนตัวชื่อว่า Chaba Cabana Resort and Spa
อร่อยและอิ่มหมีพีมัน กับตะกร้าทะเลรวม มีอาหารทะเลต่างๆ เช่น ปลาทอด หอย ปลาหมึกย่าง ลอบสเตอร์...เดินพุงกางกลับไปนอนแทบไม่ได้

เช้าวันที่สองเราจึงต้องออกมาออกกำลังกันที่ชายหาดอีกครั้ง กับบิกินี่ตัวใหม่ ที่ดิฉันเพิ่งซื้อเองก่อนมา ซึ่งผ่านการ confirm จากคุณสามีแล้ว





วันที่สองนี้ได้นัดขี่ jet ski ด้วยค่ะ พี่ดี้หัดให้ ตอนแรกก็หวาดๆ เพราะต้องออกไปขับกลางทะเลหน่อย เค้าไม่ให้ขับที่ตื้นๆ แต่พอลองไปซักพัก สนุกมากค่ะ เหมือนกับขับมอเตอร์ไซด์ แค่คุมคันเร่ง และพวงมาลัยให้ได้ก็โอเคแล้ว....วันนี้เหนื่อยกันแสนสาหัส อยู่กันจน 4 โมงเย็น ค่อยกลับมาอาบน้ำ และออกไปเดินหาอาหารเย็นแสนโรแมนติกกัน และแล้วก็ตกลงใจที่นี่คะ



เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงสเปน พี่ดี้จึงส่งภาษา Spanish เจ้าของร้านมาคุยตั้งนาน เลยให้บัตรลด 10 % บอกว่ามาคราวหน้าจะทำเมนูพิเศษให้ทาน โอโหน่ารักมาก...ขอบคุณนะคะ

พอกลับมาถึงห้อง ก็หลับเป็นตายเลยค่ะ เหนื่อยมาก...
แต่ไม่วายตอนเช้าตื่นมาก หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ก็รีบลงไปที่หาดอีกรอบ แต่วันนี้ไม่ได้หยิบกล้องมาด้วย เพราะกะว่าจะไปเล่นทะเลให้หนำใจ ไม่ต้องห่วงสำภาระ เลยไม่มีภาพมาฝากกันค่ะ

ตกเย็น...ก็ก่อนออกไปทานอาหารที่ Cabana อีกครั้ง
ดิฉันอยากทานไอศกรีมสเวนเซนมาก จึงชวนพี่ดี้ออกไปเดินข้างนอกโรงแรม เลยได้รูปคู่มาใส่โปสการ์ดอีกใบ ซึ่งเป็นภาพที่เราสองคนประทับใจมาก



หลังจากทานไอศกรีมเสร็จก็กลับมาพักซักครู่ แล้วก็ออกไปทานอาหารเย็นพร้อมดูโชว์พิเศษ แต่วันนี้ท่านประธานไม่ได้มานั่งด้วย แกแวะมาเป็นพักๆ เราสองคนเลยได้ dinner กันตามลำพังพร้อมดูโชว์ น้องๆ ที่มาแสดงดูท่าทางยังเด็กๆ กันเลยค่ะ ดูเอาเองนะคะ



โปสการ์ดใบสุดท้าย ขอส่งท้ายขอบพระคุณ คุณธเนศ
หรือท่านประธาน ที่พนักงานเรียกกัน ในความดูแล และให้ความอนุเคราะห์ในการไปเที่ยวครั้งนี้



ขอบอกว่าที่นี่ ตั้งแต่พนักงาน ยังเจ้าของโรงแรม อัธยาศัยดีมาก ดูแลแขกที่มาพักดีอย่างกับเป็นคนในครอบครัว วันนั้น ดิฉันสังเกตได้จากแขกทุกคนที่มาทานอาหาร ต่างเดินมาทักทายท่านประธาน และขอถ่ายรูปแบบสนิทสนมเป็นอย่างดี แค่นี้ก็แทนคำชื่นชม และกล่าวชมใดๆ แล้วค่ะ

หากเพื่อนๆ จะเดินทางไปสมุย ลองเข้าไปดูที่เว็บไซท์นี้ดูได้นะคะ ถ้าสนใจเค้ามีสองรีสอร์ท คือ
1. Chaba Samui Resort อันนี้อยู่ในแหล่งชอบปิ้ง และร้านอาหาร เดินไปได้ทั่ว
2. Chaba Cabana Resort and Spa อันนี้เป็นรีสอร์ทส่วนตัว ชายหาดส่วนตัว เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการไปพักผ่อนจริงๆ..

เว็บไซท์ที่นี่เลยค่ะ
//www.chabanet.com/

ส่วนภาพเพิ่มเติมก็อัลบั้มของครอบครัวอาร์โนลด์ค่ะ
//speedyandsavie.multiply.com/photos/album/46




 

Create Date : 08 เมษายน 2550    
Last Update : 12 เมษายน 2551 8:20:32 น.
Counter : 562 Pageviews.  

Shirt for honeymoon




เตรียมเสื้อไป Honeymoon รอบสองค่า




หลังจากผ่านการแต่งงานรอบที่สองกันไปแล้ว ประจวบกับโรงเรียนเริ่มปิดเทอม พี่ดี้ และดิฉันก็เลยมีเวลา..แพกกระเป๋า ไปสู่ทะเลทางใต้กัน

คราวนี้คงมีภาพสวยๆ มาฝากกันนะคะ..
แต่ก่อนไปเนี่ย เราก็เตรียมซื้อของต่างๆ เช่น เสื้อผ้า หมวก ครีมกันแดด และอื่นๆ..ตอนไปซื้อของ เราเดินเจอกระดาษ print ใส่เสื้อยืด จึงเกิดความคิดว่า ทำเสื้อยืดสวยๆ ไปใส่กันดีกว่า

ตอนแรก..ใช้เวลานึกสักพัก ว่าจะเอาลายอะไรดีน้า ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เลยทำให้นึกไปถึงความรู้สึกที่เวลาไปเทียว แล้วดิฉันเดินกับสามีฝรั่งทีไร คนมองกันแปลกๆ ทุกที จึงนำเสนอไอเดียกับคุณสามีและช่วยกัน disign จนได้แบบมาเป็นแบบนี้ค่า


เสื้อสองตัวตอนพับอยู่อย่างเรียบร้อย พอมองเห็นตัวอักษรกลางอก



พอกางออกมาแขวนแล้ว จะมองเห็นตุ๊กตาหญิงชาย น่ารักที่เราเก็บภาพมาจากจังหวัดเชียงใหม่



ลองดูลายใกล้ๆนะคะ ใครทราบบ้างว่ามีความหมายอย่างไร..กับเราสองคน

*********

*********

********
เฉลยเลยละกันนะคะ
เจ้าตุ๊กตาสองตัวน่ะ มีสายมงคล ที่ดิฉันตัดมาด้วย photoshop จากภาพวันแต่งงานของเราไงคะ

จากนั้นลองมาดูเสื้อพี่ดี้ (ตัวใหญ่กว่า) กันค่ะ

จำได้ไหมคะ ผ้าที่พาดใหล่พี่ดี้วันแต่งงาน พาดอยู่ที่ไหล่เจ้าเด็กน้อย...แต่มีอวัยวะบางส่วนอาจขัดสายตาไปบ้าง แต่พี่ดี้ก็ยืนยันว่าไมให้เอาอะไรมาบดบังค่ะ ดูน่ารักดี



จากนั้น ลองมาดูที่เสื้อตัวเล็ก ...ของดิฉันค่ะ

สาวน้อยด้านข้างของเสื้อ มีอะไรเอ่ยเป็นของดิฉัน
ค่ะ...ดอกลิลลี่สีชมพูไงคะ จำได้หรือเปล่า ในวันแต่งงานของเรา



ก็เป็นไอเดีย สนุกๆ ที่อยากทำ และก็ได้ทำแล้วของครอบครัว Arnold ของเรา...เอาไว้กลับมาจาก ทริป จะเอาภาพที่ใส่เสื้อพิเศษนี้มาฝากเพื่อนๆ พี่ๆ นะคะ

วันนี้ไปเตรียม pack กระเป๋าก่อนนะคะ จะเดินทางพรุ่งนี้เช้าแล้วค่า ...บ๊าย บาย




 

Create Date : 02 เมษายน 2550    
Last Update : 8 เมษายน 2550 14:56:31 น.
Counter : 228 Pageviews.  

ChiangMai





กลับมาแล้วค่า กับ ChiangMai Trips
แต่เสียดายจังเลยไปคราวนี้ไม่ได้ไปเที่ยวงานพืชสวนโลก เป็นสัปดาห์ส่งท้ายซะด้วย
แต่อย่างน้อย ในเวลาสั้นๆ ก็เก็บภาพความประทับใจมาฝากบ้างละคะ
เริ่มต้นจากที่หลังจากลงเครื่องสายการบิน "นกแอร์"
เป็นครั้งแรกที่บินกับนกแอร์ และก็พบความประทับใจกับการหายไปของกระเป๋าพี่ดี้...แต่ยังดีที่สายการบินแสดงความรับผิดชอบหาจนเจอ คนเอาไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้โดยสารด้วยกันที่หยิบผิดไป ก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปซะ จริงๆ ในกระเป๋าก็ไม่มีอะไรสำคัญหรอก เพียงแค่พี่ดี้ไม่ได้อาบน้ำจนเย็นเท่านนั้นเอง

เราสองคนใช้บริการ taxi airport ด้วยราคา 120 บาท ไปส่งที่โรงแรม เชียงใหม่พลาซ่าทันที ราคาถือว่าโอเคเลยนะ แล้ว taxi meter เค้าก็ไม่มีกัน taxi ที่เรานั่งเป็นรถกึ่งๆ รถสปอร์ต หรูหราเชียว ตอนเดินไปขึ้นก็มองหาสีเขียวเหลือง แต่มาเจอรถหรูสีบรอนซ์...งงเลยเรา

มาถึงโรงแรมเชียงใหม่ พลาซ่า บรรยากาศในโรงแรมตกแต่งได้ดี ที่ตั้งก็อยู่ใกล้กับ ไนท์บาร์ซ่า และตลาดอนุสาร สะดวกทีเดียวสำหรับการเดินเท้า



วันแรกเหนื่อยกับการเดินทางเล็กน้อย จึงไม่ได้ไปเที่ยวไหน แต่มองจากแผนที่เมืองแล้ว เห็นร้านอาหาร Good view ที่เราชอบตอนอยู่กรุงเทพ แถวถนนตก อยู่ริมน้ำปิง ไม่ไกลมากจากโรงแรม เลยชวนคุณสามีไปทานกัน
จากโรงแรม..ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที ก็ถึงร้าน นั่งรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุข



ในร้านอาหาร มีร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ ดิฉันจึงแวบเข้าไปซื้อเสื้อยืดเพนท์ลายขำๆให้คุณสามี...ตอนแรกคิดว่าไม่เห็นว่าเราซื้อ เหลือบมองไปที่โต๊ะ คุณสามีรีบส่งสัญญาณว่า...Honey! get size XL!
ซะงั้น...รู้ทันอีกแน่ะ

เมื่อกลับมาถึงโรงแรม เราเข้านอนกันแต่หัวค่ำ เนื่องจากเก็บแรงไว้สำหรับทริปวันรุ่งขึ้น

เช้าวันถัดมา วันที่ 27 มกราคม ออกเดินทางกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า
มุ่งหน้าไปขึ้นดอยสุเทพก่อน ระหว่างทางเห็นคนมาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่กันเยอะมากๆ (ทางขึ้นดอยสุเทพต้องผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่) จนรถติด จึงคาดเดาได้ว่า ทริปสวนสัตว์ช่วงบ่ายคงต้องงดไปตามระเบียบ อย่างนี้อดชมน้องหมีแพนด้า และโคอาล่าเลยละเสียดาย

พอมาถึงดอยสุเทพ ก็คนเยอะอีกตามเคย ต้องค่อยๆ เบียดเสียดฝูงชน จะไปขึ้น cable car สักหน่อย แต่เห็นแถวแล้วคงได้ขึ้นกันปีหน้าแน่ๆ พ่อของดิฉันจึงขอลา นั่งดื่มกาแฟรอที่ตีนดอย ซะงั้น

ดิฉันและคุณสามีจึงเดินทางขึ้นดอยกันต่อไป
นี่เป็นภาพแรกที่เก็บมาได้เมื่อขึ้นไปถึงด้านบน



เดินไปสักการะพระธาตุ มีแต่ช่างกล้องมายุให้ถ่ายรูปกับพระธาตุได้ถึงยอดเลยนะ...เค้าโฆษณา
เราก็บอกปัดไป บอกว่าอยากได้ภาพพระธาตุด้วยกล้องสมัครเล่นของเรา ออกมาก็พอดูได้นะ



นอกจากภาพพระธาตุ ยังได้ภาพพระพุทธรูป



มุมแห่งความสงบเงียบ



ถึงแม้วันนี้บนดอยคนจะเยอะไปหน่อย แต่วิวสวยๆ ก็ยังมีให้ชมกันอีกมากมาย....ไม่ว่าจะเป็นมุมนี้....


หรือแม้แต่มุม.....ต้นไม้ใบหญ้า.....


...ฆ้อง.....



....ระฆัง.......


....โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มุมมองของรูปนี้......
ระฆังหลายสิบอันเรียงรายอยู่ให้นักท่องเทียวได้เคาะเพื่อความเป็นสิริมงคล



ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทยเรา แสดงให้เห็น ประจักษ์ต่อสายตาทั้งชาวไทยและต่างประเทศแม้แต่บนยอดดอยแห่งนี้


....หลังจากเดินกันจนเมื่อยแล้ว เราสองคนก็ค่อยๆ เดินลงดอยอย่างไม่รีบร้อน เดินไป เก็บภาพถ่ายระหว่างทางไป



จบจากดอยสุเทพแล้ว...เราก็ขับรถไปรับประทานข้าวซอยกันแถว....ถนนฟ้าฮ่าม....เค้าว่ากันว่า ใครมาใครไปก็ต้องมาทานกันที่นี่

แต่ก็รับประทานกันซะอิ่ม ก่อนเดินทางต่อไปเส้นทางสันกำแพง เพื่อไปเที่ยวน้ำพุร้อน

รูปนี้กว่าจะได้มาตั้งนาน...เพราะใครๆ ก็ต่อคิวรอถ่ายกันทั้งนั้นเลย



แต่ที่ประทับใจคงเป็นมุมนี้มากกว่า ที่เห็นเด็กน้อยๆ กำลังสนุกสนานกันในลำธารน้ำพุร้อน



โดยหารู้ไม่ว่า..ที่ต้นน้ำพวกผู้ใหญ่เค้าแช่เท้ากันอย่างสบายอารมณ์ เด็กหนอ..เด็ก

ที่ขาดไม่ได้ของการมาเยี่ยมน้ำพุร้อนคงต้องเป็นการต้มไข่ในบ่อน้ำพุ ดิฉันซื้อไข่มา 1 ชะลอม ราคา 20 บาท มีไข่อยู่ 4 ลูก ให้คุณสามีลองเอาไข่ไปห้อยในบ่อ...คือไข่ในชะลอมที่ซื้อมาน่ะคะ อย่าคิดมาก



ใครอยากได้ สุกดิบ ขนาดไหนก็เลือกเอา เค้ามีเวลาบอกด้วยนะ



แต่เราต้มกันตามเวลา แต่มันไม่ได้ตามที่ป้ายบอก อาจเป็นเพราะอุณหภูมิในบ่อวันนี้ไม่ถึง และไข่คนอื่นก็เยอะเต็มบ่อ เลยต้องแบ่งความร้อนกันไป
คุณสามีเหลือบไปเห็นป้ายภาษาอังกฤษ ที่เขียนขัดความรู้สึกแก เลยขอให้ดิฉันถ่ายรูปให้คู่กับเสื้อที่ซื้อให้จากร้าน Good view



เมื่อต้มไข่กันไม่สำเร็จไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องไปแช่บ่อน้ำร้อนแล้ว เราจองห้องส่วนตัวกันไว้ 1 ชม. สุกแน่ๆ เรา ระหว่างทางเดินไปที่ห้องแช่น้ำร้อน ดิฉันเหลือบไปเห็นศาลานี้ อดขำไม่ได้เลยเก็บภาพมาฝาก



แหมคุณน้องหมา อ่านป้ายไม่ออกก็อย่างนี้แหละค่ะ สงสัยต้องส่งไปเรียนหนังสือซะแล้ว

ภาพบ่อแช่ส่วนตัวเป็นแบบนี้ค่ะ



ออกมาจากแช่น้ำ ตัวเบาเชียว เลยเดินถ่ายรูปรอคุณพ่อ ที่นอนนวดเท้าเพื่อสุขภาพอยู่ จึงได้ภาพน่ารักแบบนี้ค่ะ



กลับจากสันกำแพง...ก็เย็นพอดี...เลยต้องแวะทานอาหารเย็นที่ร้านนี้เลย จำได้ว่าพ่อเคยพามาตอนที่ท่านทำงานที่นี่ ชื่อร้าน... บ้านไร่ยามเย็น...คือถ้าใครมาเชียงใหม่ อยากเก็บบรรยากาศ พื้นเมืองต้องที่นี่เลยค่ะ บรรยากาศดี เพลงและอาหารพื้นเมือง ลองดูบรรยากาศสักหน่อยนะคะ



กลับมานอนสบาย ท้องเต็มไปด้วยอาหารพื้นเมือง..ที่โปรดปรานที่สุดของดิฉันคือ....แกงโฮะ..เจ้าค่ะ ส่วนคุณสามีดันชอบแบบเดียวกันกับคุณพ่อคือ แกงกบ...อึ๋ย+++

คุณพ่อกลับกรุงเทพก่อนดิฉัน 1 คืนอ ส่วนดิฉันกับคุณสามีขออยู่ต่อเพื่อที่จะไปเดินถนนคนเดินกันที่ประตูท่าแพ เสียดายเดินยังไม่ทั่วเลย ฝนตั้งเค้า แม่ค้าเก็บของกันใหญ่เลยต้องกลับซะแล้ว

ตอนเช้าวันกลับกรุงเทพ ก็ได้เก็บภาพตอนนั่งทานอาหารเช้ากันที่โรงแรม


จากนั้นก็ไปแวะซื้อของที่ กาดหลวง หรือตลาดวโรรส ก่อนกลับ
ใครไม่เคยไป ถ้าอยากได้ผ้าพื้นเมืองต้องชั้นสองที่นี่เลย ระหว่างดิฉันซื้อเสื้อผ้า คุณสามีมองลงมาด้านล่าง ขอเก็บยรรยากาศตลาดสดไทยไปสักหน่อย



ขอจบทริปเชียงใหม่ก่อนแค่นี้ค่ะ




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2550 8:15:55 น.
Counter : 618 Pageviews.  

Ancient City-Samutprakarn Province





สำหรับอัลบั้มนี้
ดิฉันได้เก็บความประทับใจเมื่อครั้ง พาชาวต่างชาติ(พี่ดี้ และ ฮีโร่)ไปเที่ยวเมืองโบราณกัน
ตอนจะเข้าไป ค่าผ่านประตูคนไทย 100 บาท แต่ชาวต่างชาติตั้ง 300 บาทแนะ
แต่โชคดีที่ทั้งคู่มีบัตรทำงานในเมืองไทย เลยเสียอัตราคนไทยค่ะ

ตอนแรก เราขับรถกันไปสองคัน แต่มารวมกันนั่งกระบะเพื่อเข้าชมภายใน ดิฉันและคุณสามีอาสานั่งกระบะ พร้อมนาเดีย และฮีโร่ เลยต้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างนี้ค่ะ



ภาพแรกที่เก็บได้ ก็เป็นอนุเสาวรีย์พระนเรศวร ภาพนี้แหละค่ะ แสงสวยมาก และร้อนมากด้วย



บรรยากาศวัดอะไรสักอย่างจำไม่ได้แล้ว แต่สวยมากค่ะ ทั้งภายนอกและภายใน อย่างที่เห็นแบบนี้แหละค่ะ




ดิฉันเห็นสามหนุ่มเดินด่อมๆ มองๆ เลยเรียกมายืน หันหน้ากันตามใจอยาก ได้ภาพออกมาน่าประทับใจแบบนี้ค่า



ภาพนี้ถ่ายศิลปะไทยโบราณจากเรือนขุนแผนค่ะ



ส่วนศิลปะแบบจีนก็มีในส่วนนี้นะคะ



ในส่วนของตลาดน้ำ เก็บภาพประทับใจมาสักสองภาพให้พอได้บรรยากาศการนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือริมน้ำ โดยมีนายแบบคือ นาเดียนั่นเอง





สำหรับรูปนี้เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีสี่ด้าน ดิฉันจำไม่ได้แล้วค่ะว่าเรียกว่าอะไร แต่ภาพออกมาประทับใจเลยเอมาฝากกัน



สิ่งก่อสร้างโบราณ ที่ถูกตาต้องใจตากล้องอย่างดิฉัน ก็ได้เก็บมาเรื่อยๆ ดูแล้วก็ได้อารมณ์ไปแต่ละแบบ





จากนั้นขเยิบไปนิดหนึ่ง ก็ได้ภาพดอกบัวสวยๆ บริเวณรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่



ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคงต้องเป็นปราสาทหินเขาพระวิหารจำลอง ซึ่งทำได้ขนาดใหญ่พอสมควรเลยทีเดียว




ปิดท้าย...ขอจบด้วย ท่าโพสต์สวย จากคุณสามีดิฉันค่ะ




ขอบพระคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ




 

Create Date : 22 มกราคม 2550    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2550 13:11:22 น.
Counter : 522 Pageviews.  

Lopburi Province






ก่อนที่จะพาไปชมภาพถ่ายต่างๆ ที่เก็บมาฝากกันจากจังหวัด ลพบุรี ดูภาพระหว่างเดินทางที่คุณสามีหรือพี่ดี้นอนหลับในรถตู้เพราะเราออกเดินทางกันตั้งแต่ ตีห้าแน่ะ



ส่วนภาพด้านล่างเป็นบรรยากาศ ของคู่ Hiro& Sassi ที่ดิฉันชอบบรรยากาศของรูปอย่างมาก





ด้วยความที่ดิฉันชอบบรรยากาศบริเวณนี้อย่างมาก จึงต้องออกปากเรียกคุณสามีให้มากด ชัตเตอร์ให้ เพราะว่าไม่ได้เอาขาตั้งกล้องมาน่ะสิ อิๆๆๆ ใช้สามีแทนจ๊ะ
นี่แหละ นับข้อดีของการมีสามีได้อีกหนึ่งอย่างแล้วจ้า..อิๆๆ



เมื่อเริ่มได้จังหวะเราก็เริ่มตะลุยต่อไปชมบรรยากาศต่างๆ ในเมืองลพบุรี

ภาพนี้ถ่ายด้านหน้าของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ โดยมีคุณสามีสุดหล่อเป็นแบบค่ะ



ภาพต่อไป พอดีเหลือบไปเห็นสำนักงานและโคมไฟที่ดู classic ที่สุด เลยต้องเก็บภาพมาสักหน่อย





จากนั้นก็เริ่มเดินเข้าไปด้านในและรอบๆ เลือกเอาแค่บางภาพประทับใจมาประดับ Gallery





เหลือบไปอีกที สะดุดกับเก้าอี้สองตัวนี้ ดูโรแมนติกดี ก็เลยเก็บมาฝากกัน



ส่วนรูปสุดท้าย ขอปิดด้วย รูปแปลกๆ ของคุณสามี แต่ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ...แนะชมกันเข้าไป



ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ




 

Create Date : 22 มกราคม 2550    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2550 13:12:28 น.
Counter : 318 Pageviews.  


มิสซิสอาร์โนลด์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




&dateผู้หญิงคนหนึ่ง..บนโลกกลมๆใบนี้..
ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่กำลังเดินหน้าตามล่าฝัน
โดยมีคุณสามีฝรั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความในบล็อกนี้ไปใช้เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©©










What's new!


บล็อกอัพเดทล่าสุด


ลูกคุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่...โรคข้อสะโพกเคลื่อนหรือหลุด


คุณสามี MR.Speedy มีโอกาสได้เข้าวงการแสดงแล้วจ้า


ซาอีดาเปลี่ยนเฝือกครั้งที่ 1 พร้อมภาพ x-ray @21 months



วิธีทำให้ลูกมีความสุขมากขึ้น..ในเวลาที่ต้องทนทุกข์ๆ ในเฝือกเกือบ 2 เดือน



เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อครบ 1 ปี 8เดือน



ซาอีดา...บนปก mother and care เดือนมิถุนายนนี้ค่ะ



ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกของน้องซาอีดา



ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ---กับข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด--



เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน





Mrs. Arnold's Blog

จากบล็อกออกเป็น pocketbook

...วางแผงแล้ววันนี้..

ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มิสซิสอาร์โนลด์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.