welcome to my Blog
Group Blog
 
All blogs
 
เจาะสนามเลือกตั้ง อบจ.ภูเก็ต

นับเป็นการต่อสู่ครั้งยิ่งใหญ่ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่ง สำหรับสนามการเมืองท้องถิ่น คงจะไม่มีครั้งไหนที่จะเข้มข้นสูสี เป็นที่น่าสนใจไปกว่าการเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้

ด้วยการโคจรมาพบกันระหว่างสองนักการเมืองที่ต่างเป็นบุคคลซึ่งประชาชนให้การยอมรับและมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนในระดับเขตจังหวัด และถึงเวลาที่ชาวภูเก็ตจะได้ตัดสินใจว่าจะให้ใครเป็นหนึ่ง ซึ่งจะเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนเวทีแห่งนี้

ขณะที่แชมป์เก่า “อัญชลี วานิชเทพบุตร” จากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครนายกฯหมายเลข 1 ซึ่งครองใจชาวภูเก็ตมายาวนานกว่าสิบปี โดยนั่งเก้าอี้ ส.ส.มาสองสมัย ก่อนจะได้รับตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ตเมื่อปี พ.ศ.2547 ที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะได้เปรียบ ฝ่ายท้าชิงคือ “ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์” ผู้สมัครนายกฯ หมายเลข 2 ซึ่งครองที่นั่งสมาชิกวุฒิสภา มา 1 สมัย แต่ก็ได้ใช้เวลาเดินเกมรุกไล่มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำคะแนนไว้พอที่จะมีความหวังขึ้นมาที่ช่วงชิงจังหวะกันในโค้งสุดท้าย

ต้องยอมรับว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ หากแต่ทุกฝ่ายก็ล่วงรู้และสังเกตติดตามดูการวางหมากเดินเกมมานานหลายปี ยุทธวิธีที่นายหัวบ้านจัดสรร นำมาใช้ และได้รับผลที่น่าพอใจ คือการตะเวนลงพื้นที่โดยมีหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่รายวันคอยตีข่าวประชาสัมพันธ์บทบาททางสังคม นับเป็นเครื่องมือสร้างความนิยมได้เป็นอย่างดี ทางฝ่าย เจ้ออน อัญชลี หลังจากรับตำแหน่งนายก อบจ.ก็ต้องทำหน้าที่ ด้วยความระมัดระวังไม่เปิดให้มีช่อง ให้อีกฝ่ายที่คอยจ้องทำลายได้ใช้โอกาสโจมตี

เกมนี้ นอกจากจะมีสื่อยักษ์ใหญ่ ที่ใช้ดึงมวลชนและโจมตีคู่ต่อสู้แล้ว “โกบูลย์” ยังต้องใช้วิธีการ “รวมพลคนไม่เอาเจ้” ซึ่งสามารถสร้างเครือข่ายขยายฐานเสียง จากกลุ่มทุนที่ดำเนินธุรกิจเอื้อประโยชน์ซึ่งกัน ทั้ง กลุ่มพัฒนาอสังหาฯ ค้าวัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมา รวมไปถึงเจ้าของโรงแรมเครือใหญ่ที่กลายเป็นผู้ลงสมัครและรับได้ตำแหน่ง ส.ว. แทนกัน

หากแต่ปัจจัยสำคัญที่สุด ที่ช่วยสร้างโอกาสและความหวังให้ “โกบูลย์” มีพลังขึ้นมาเทียบฐานอำนาจของ นางพญาแห่งอันดามัน คือการครองที่นั่งส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งทั่วไปของพรรคนอมินี ที่เป็นคู่แค้นประชาธิปัตย์ ซึ่งได้จัดตั้งรัฐบาล และได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างอำนาจบริหารและงบประมาณมาสร้างเงื่อนไข ใช้โอกาสสร้างความได้เปรียบทำลายฝ่ายศัตรู และความช่วยเหลือคู่ต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม จะช่วยสร้างเครือข่ายให้มีตัวแทนเข้ามายึดกุมอำนาจในระดับท้องถิ่น

แม้การใช้อำนาจรัฐในการควบคุม ข้าราชการ ผ่าน หน่วยงาน กรม กอง ที่ล้วนต้องรักษาสัมพันธภาพกับฝ่ายรัฐบาล เพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ และมีงบประมาณมาใช้จ่าย โดยเงินหลวงส่วนใหญ่ก็นำมาใช้ในการเสริมสร้างกำลังมวลชนมาเป็นเครื่องมือในเกมต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้มีผู้ที่หันมาสนับสนุน โกบูลย์ จำนวนไม่น้อย

แต่ก็จะมีส่วนทำให้ กลุ่มคนไม่เอาสมัคร ไม่รักทักษิน ไม่ยอมขายชาติ ไม่ขายสมบัติแผ่นดิน ให้กลับเข้าไปเกาะกลุ่ม เจ้ออน เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาชน คนที่เข้าถึงหลักการ ข้อมูลเชิงลึกเช่นเดียวกับคนเมืองกรุง ที่ต่อต้านนโยบายพรรคนักธุรกิจ ที่มีแนวคิดปฏิรูปประเทศไทยให้อยู่ภายใต้อำนาจนายทุน ที่มุ่งทำกำไร

ทางด้าน เจ้ออน ดูเหมือนสูญเสียโอกาสในอำนาจบริหารและงบประมาณ ไม่ค่อยได้นำมาใช้เพื่อในกิจกรรมที่เน้นสร้างเครือข่ายเหมือนฝ่ายตรงข้าม ชอบทำตัวเป็นนางเอกหนังไทย แสดงความจริงใจ ทำงานแบบไม่ค่อยเลือกข้างแบ่งฝักฝ่าย แต่ก็ทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์

อย่างการสนับสนุนทุ่มเงินงบประมาณสร้างผลงานด้านการท่องเที่ยว ออกไปเปิดตลาดดึงชาติใหม่ๆให้เดินทางเข้ามาใช้จ่าย สร้างรายได้มากกว่าตอนก่อนประสบภัย ประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้รับประโยชน์ หรือโรงพยาบาล สวัสดิการด้านสาธารณสุข ทุกฝ่ายก็จะได้ใช้ เช่นเดียวกับการงานพัฒนาการศึกษา จัดการปัญหาขาดแคลนครู แก้ไขปัญหาขยะ และอีกสารพัดที่เกิดเป็นผลงาน ที่แชมป์เก่าเอามาใช้หาเสียง

กับการทำงานตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่แสดงตัวเหมือนแม่พระ หลายฝ่ายก็ยังตั้งข้อสงสัย อาจเป็นเพราะฝ่ายตรงข้าม มีสื่อยักษ์ใหญ่ และเครือข่ายที่จะพยายามชอนไช หาข้อบกพร่องไปใช้โจมตี จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ อัญชลี ต้องทำงานแบบไม่ให้มีข้อผิดพลาด โดยเฉพาะการคอรับชั่น จะโกงกินกันนั่นย่อมทำไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายคอยตรวจสอบอย่างขะมักเขม้น ประโยชน์ส่วนใหญ่จึงตกเป็นของประชาชน และน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ ได้รับรางวัลพระปกเกล้าทองคำ มีความเป็นเลิศด้านความโปร่งใส

แต่ก็ยังไม่วาย ในช่วงท้ายใกล้หมดสมัย โดนฝ่ายตรงข้ามโจษในข้อหาหนัก มีโทษถึงตัดสิทธิ์ทางการเมือง คือเรื่องหุ้น เจียรวานิช ที่ประชาชนต้องคิดตามว่าเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในสัญญาเช่าที่ดินของ อบจ.จริงหรือไม่ ซึ่งเจ้ออน ก็ออกมายอมรับ พร้อมกับชี้แจงว่าสัญญาเช่ามีมาก่อนหน้าหลายสิบปี หลังที่จากจากรับตำแหน่ง ก็ไม่ได้ใช้อำนาจไปแต่งเสริมสัญญาแต่อย่างใด บริษัทยังจ่ายค่าเช่าเท่าเดิม อำนาจของนายก ไม่ได้ช่วยเพิ่มผลประโยชน์แก่บริษัทที่เป็นคู่สัญญา

อย่างไรก็ดี ผลจากการบริหารที่โปร่งใส ทำให้ผู้ที่แสวงหาหนทางที่สร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองได้มากกว่า ได้เคลื่อนตัวเองออกมาอยู่กับ “พลพรรคไม่รักเจ้” อยู่พอสมควร หากเปรียบเทียบขุมกำลังมวลชนกันในโค้งสุดท้ายยังไม่หนีห่างกันซักเท่าไหร่

ก่อนเข้าเส้นชัย หากมีการงัดไม้ตายคือ ทุน ที่เปรียบเหมือนกระสุนดินดำในการทำศึกสงคราม ความเป็นต่ออยู่ที่กำลังของฝ่ายที่มีเครือข่ายนายทุนใหญ่ต่างชาติ กลุ่มที่ต้องการแผ่อำนาจควบคุมการปกครอง แต่ก็ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน หากยินยอมให้เงินร้อยเงินพัน มีความสำคัญกว่าอนาคต ปล่อยให้คนไม่ดีมากำหนดทิศทาง ก็อย่าหวังจะได้รับความเป็นธรรมจากผู้ที่ทำธุรกิจการเมือง



Create Date : 11 เมษายน 2551
Last Update : 11 เมษายน 2551 14:10:36 น. 0 comments
Counter : 224 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายไวรัส
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนุ่มวายร้าย นายตู่ศักดิ์
Friends' blogs
[Add นายไวรัส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.