พระจันทร์สัญจร
Group Blog
 
All Blogs
 

เขมร หนึ่งในความทรงจำ

ปีที่แล้วเพื่อนผมไปเที่ยวเขมรกับครอบครัวตอนช่วงสงกรานต์ เห็นเขาบ่นว่า
อากาศร้อนมาก และทุกที่ดูแห้งแล้งไปหมด ผมเลยตัดสินใจว่า เราน่าจะลองไปเที่ยวตอนฤดูฝน
ท่าจะดีกว่า เพราะผมชอบฤดูฝนอยู่แล้ว ว่าแล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจองทัวร์ไปเขมรดีกว่า
วันที่1. รถบัสออกเดินทางตอนตี 2 ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอนหลับยาวจนเช้าๆ ก็ถึงชายแดนไทย เขมร ทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกเดินทางไปที่ ตม. เพื่อตรวจเอกสารผ่านแดน ใครจะไปเที่ยวเขมรขอแนะนำให้ไปกับทัวร์ดีกว่าเพราะเขาจะอำนวยความสะดวกเรื่องการตรวจเอกสารไม่ต้องเข้าแถวยาวๆ เสียเวลาเปล่าๆ เป็นสิทธิพิเศษทางการท่องเที่ยวผมก็เพิ่งรู้ว่าทางการเขาออกเอกสารให้กับบริษัทจัดท่องเที่ยวเป็นพิเศษเหมือนกัน
เสร็จจากการตรวจเอกสารแล้วเราก็มุ่งหน้าจาก ด่านปอยเปตสู่เสียมเรียบทันที150 กม. จาก ปอยเปตถึงเสียมเรียบ ช่างทรมานเหลือเกิน ถนนมีอยู่ 3 หลุม คือ หลุมเล็ก หลุมกลางและหลุมใหญ่ เป็นอย่างนี้ตลอดสาย เราเดินทางผ่าน พระตะบอง ศรีโสภณ จนถึงเสียมเรียบ ระหว่างทางมัคคุเทศฯ์ท้องถิ่นจะชวนคุยถึงประวัติศาตตร์เขมร เล่าถึงความทุกข์ยากช่วงสงครามกลางเมือง จนทำให้ผมรู้ว่า ชาวเขมรช่วงสงครามช่างน่าสงสารจริงๆ
ก่อนถึงเสียมเรียบเราแวะกันที่ วัดๆหนึ่งในจังหวัดศรีโสภณ เป็นช่วงเช้าเขาทำบุญเข้าพรรษากันพอดี ผมเลยมีโอกาศได้ทำบุญที่เขมรแทนที่จะทำที่เมืองไทย ผมประทับใจสาวๆที่มาทำบุญเขาแต่งตัวกันมาเต็มที่ เลยขอเขาถ่ายรูปมาอวดเพื่อนๆที่ทำงาน สาวๆเขมรที่มีเชื้อสายเวียดนามนั้นจะดูสวยเด่นกว่ากลุ่มอื่นๆ อัธยาศัยน่ารักเหมือนคนไทยตามต่างจังหวัดเรา


สาวสวยมาทำบุญที่วัดแต่เช้า

โอย..กว่าจะถึงโรงแรมก็บ่ายคล้อยแล้้ว ขออาบน้ำให้หายเหนื่อย ต่อจากนั้นเราก็จะไปเที่ยวทะเลสาปนำ้าจืดกัน ที่นี่เขาเรียกว่า”โตนเลสาป “ อยู่หา่งจากที่พัก 6 กม.ไม่นานก็ถึง ที่ผมสนใจที่นี่ก็คือวิถีชีวิตของชาวบ้าน บ้านเป็นเรือนแพที่สามารถขึ้นลงตามระดับแม่น้ำมีทุกอย่างที่บนบกมี มีร้านขายของชำ โรงเรียน โบสถ์คริสต์ มีการเลี้ยงสัตว์ แม้กระทั่งหมู ซึ่ง
เขาเลี้ยงอยู่บนแพ บนเรือทั้งสิ้น เด็กๆ ที่นี่ดูแกร่งและแข็งแรง กะละมังหนึ่งใบกับไม้พายเขาก็ไปไหนต่อไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งเรือ ส่วนอนาคตของเด็กๆ ผมดูแล้วเขายังคงต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศอีกมาก แต่ก็มีหลายองค์กรที่ช่วยเหลือพวกเขาอยู่


(ซ้าย) เด็กๆในโตนเลสาป (ขวา) หมู่บ้านชาวประมงบนทะเลสาป

ออกจาก โตนเลสาป ก็เย็นๆแล้ว ก็แวะไปไหว้พระที่ ศาลเจ้าเจก - เจ้าจอม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรุปยืนปางประทานพร เป็นพระเก่าแก่ที่งดงามมากที่เดียวผู้คนมากราบไหว้กันมากมาย ยิ่งวันนี้เป็นวันเข้าพรรษาคนยิ่งมากกว่าทุกวัน


(ซ้าย/ขวา ) ศาลเจ้าเจ เจ้าจอม

หิวแล้วครับท่าน. เขาก็พาเราไปทานอาหารเย็นกัน ใครมาเขมรไม่ต้องห่วงเรื่องอาหาร เมืองไทยอย่างไรอย่างนั้น ทั้งรูปแบบและรสอาหาร แต่ผมเห็นมีสองอย่างที่แตกต่างหนึ่งคือ ต้องมีกิมจิทุกร้านที่เขาพาไปทาน สอบถามได้ความว่าจัดเพื่อนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีซึ่งชีวิตนี้ขาดกิมจิไม่ได้ อีกอย่างก็ขนมครก เป็นขนมครกโบราณที่ผมเคยกินสมัยเด็กๆ ทำด้วยแป้งข้าวเจ้าหนานุ่ม หยอดหน้าด้วยกระทิผสมต้นหอมซอย อร่อยมาก ซึ่งที่เมืองไทยหาไม่ได้แล้ว จะมีก็แต่ขนมครกที่แป็นแป้งบางๆ กรอบ ที่เราๆ เห็นกัน...พรุ่งนี้เตรียมตัวเที่ยวต่อครับ
วันที่2. ตื่นแต่เช้า รับประทานอาหารเสร็จ เราก็เดินทางเพื่อไปชมปราสาทหินกัน ผมไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่มาเที่ยวช่วงฤดูฝน ทุกที่เขียวสะอาดไปหมด ทุ่งนา กล้วยไม่ป่า แข่งกันอวดช่อใบ และก็แสนจะโชคดีที่ไม่เจอกับฝนตกเลย ระหว่างมาเที่ยวครั้งนี้
เราเริ่มต้นที่ ปราสาท บันทายศรี เป็นปราสาทหินทรายสีชมพู เหมือน ปราสาทหินพนมรุ้งบ้านเรา จุดเด่นของปราสาทหลังนี้คือปฏิมากรรมการแกะสลักลวดลายภาพนูนต่ำที่อ่อนช้อยงดงามมาก จนได้ชื่อว่าเป็น “รัตนชาติแห่งศิลปะขอม” ผมดูแล้วสวยจริง ลายละเอียดยังคม
ชัดสมบูรณ์์ แทบไม่น่าเชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.1510


(ซ้าย/ขวา)ปราสาท บันทายศรี ( อ่านว่า บัน-ทาย-สะ-รี )

ออกจาก ปราสาทบันทายศรี เราก็เดินทางต่อไปที่ปราสาท ตาพรหม เป็นวัดที่ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างถวายแก่พระมารดา หลังจากที่ถูกป่ากลืนกินไป 500 กว่าปี ก็ทำให้ ปราสาทแห่งนีี้สวยแปลกตาเพราะมีต้นไม่ใหญ่ปกคลุมอยู่ทั่วไป ส่วนตัวผมชอบที่นี่มาก อากาศเย็นสบายมีห้องหับให้เดินสำรวจ ผจญภัยไม่รู้เบื่อ อยากอยู่ที่นี้สักหนึ่งวันเต็มๆ


(ซ้าย/ขวา)ปราสาท ตาพรหม

จำใจออกจาก ปราสาทตาพรหม มุ่งหน้าสู่ นครธม เพื่อไปชม ปราสาทบายน ทุกคนมาที่นี่เพื่อชม ที่ตั้งปราสาทที่ทำเป็นหน้าคน มากกว่าสองร้อยหน้า ทอดสายตาดูแลทุกข์สุขของประชาชน บ้างก็ว่าเป็นหน้าพระโพธิสัตว์ หรือไม่ก็ พระพักต์ของพระเจ้าชัยวรมันที่7 ผู้สร้างนครธม แต่ผมไม่สนใจหรอกว่าหน้าใครแต่ผมรู้ว่ามันสวยและยิ่งใหญ่มาก และมีความสุขมากที่ได้มาเห็น มาสัมผัส และถ่ายรูปไปฝากเพื่อนๆ ที่หน้าดำคร่ำเครียดทำงานกันอยู่


(ซ้าย)รอยยิ้มแห่งบายน (ขวา)รูปสลักนางอัปสรบนระเบีบงเสา

หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน หลังจากนั้นเราก็เดินทางสู่ปราสาทนครวัต เราจะใช้เวลาช่วงบ่ายทั้งหมดอยู่ที่นี่ นครวัตคือสถานที่อีกแห่งหนึ่งในฝันของผม ว่าในชีวิตนี้ผมจะต้องมาสัมผัสด้วยตนเองให้ได้ ผมทิ้งมัคคุเทศน์ไว้ข้างหลัง แล้วเดินดูทุกสิ่งที่หนังสือเขียนไว้ และมองหาสิ่งใหม่ๆที่ไม่มีในหนังสือ ปืนทุกชั้นที่เขาอนุญาต เพื่อถ่ายภาพและเก็บรายละเอียดใว้ในความทรงจำให้ได้มากที่สุด มันยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ มากสำหรับผม


(ซ้าย) ปราสาทนครวัต (ขวา) รูปสลักเหล่านางอัปสรบนพนังรอบตัวปราสาท

เหน็ดเหนื่อยกับ การท่องชม นครวัตเรายังเดินทางต่อเพื่อไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ปราสาท พนมบาแค็ง เราต้องปีนขึ้นเขากันอีกเล็กน้อย เพื่อขึ้นไปชมตัวปราสาท และต้องปีนขึ้นตัวปราสาทเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน เหนื่อยแต่ก็สวยแปลกตา


(ซ้าย/ขวา) บรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินบนยอดปราสาท พนมบาแค็ง

ผมมาเที่ยว ครั้งนี้ ดูแล้วคนไทยโชคดีที่สุด เพราะวัฒนธรรมเราไกล้เคียงกัน ชาวเขมรที่ผมพบเจอในการมาเที่ยวครั้งนี้ 70 -80 % สามารถพูดไทยได้ เราใช้เงินบาทจับจ่ายซื้อของได้แต่ต้องต่อรองราคาหหนักๆ หน่อยนะครับ เด็กๆ ที่ขายของพุดภาษาอังกฤษได้ดีมากที่เดียว
ของฝาก ของที่ระลึกควรซื้อที่ตลาดเก่าซาจ๊ะ เพราะของจะถูกกว่าที่อื่นๆ แต่ก็จะคล้ายๆจตุจักร ที่เสียมเรียบมี ถนนข้าวสารด้วย มีผับ ดิสโกแต่มาครังนี้มาคนเดียว ครั้งหน้าถ้ามีเพื่อนมาด้วย จะต้องหาโอกาส ไปท่องราตรีสักหน่อยแล้วเตรียมตัวเข้านอนพรุ่งนี้ต้องกลับเมืองไทยแล้ว โบราญสถาน ที่งดงามและยิ่งใหญ่ของเขมรล้วนแล้วแต่เกิดจากความรักต่อครอบครัว ความกตัญญูต่อครู อาจารย์ และ แรงศัทธาต่อ ศาสนา จนก่อให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งผมก็ถามตัวเองเหมือนกัน ว่ามีใครสักคน ไหมที่ผมจะอุทิศตน ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา จนเกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ และผมก็หาคำตอบให้กับตนเองไม่ได้ นี่แหละคือความคิดที่ยิ่งใหญ่ ของคนในสมัยก่อน ที่คนในสมัยนี้อาจไม่มี..




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2551    
Last Update : 10 มกราคม 2552 13:13:09 น.
Counter : 649 Pageviews.  


พระจันทร์สัญจร
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ขอบคุณ ทุกๆ คอมเม้น คราฟฟฟ
Friends' blogs
[Add พระจันทร์สัญจร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.