เชื่อมบุญเพื่อทำให้การอโหสิกรรมได้ผล
เชื่อมบุญเพื่อทำให้การอโหสิกรรมได้ผล

ธันวาคม 27, 2011 โดย ธ. ธรรมรักษ์

ก่อนที่เราจะขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งที่มีชีวิตอยู่หรือที่เป็นวิญญาณ หัวใจสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องเข้าใจในเรื่องของอโหสิกรรมเสียก่อน หากเรามีความรู้ที่ถูกต้อง เราจะนำมันไปใช้อย่างมีประโยชน์ ถ้าเราเหมือนคนตาบอด แล้วไปหลงเชื่อคนตาบอด ที่มองไม่เห็นเหมือนกัน ก็จะพากันหลงทางกันด้วยกัน

ในคำว่า อโหสิกรรม นั้นมาจากคำ ๒ คำ คือ

อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว

กับคำว่า กรฺรม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำหมายถึง การกระทำที่มีเจตนาอโหสิกรรม

แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้นจะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น เช่น ตนเองได้รับโทษถูกจำคุกหรือลูกหลานประสบเคราะห์ร้ายต่างๆ ทำให้ตนต้องเสียใจทุกข์ทรมาน เพราะการสูญเสียหรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า

อย่างไรก็ตาม การอโหสิกรรมที่ถูกต้องและได้ผลดีก็คือ การที่เรามีจิตที่บริสุทธิ์ไม่คิดอาฆาต ยกโทษให้ ถ้ายกโทษให้ต้องยกให้แบบจริงใจ แบบยกให้ขาด เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปนานแค่ไหนก็ตาม เราก็ไม่ควรพูดถึง ไม่ควรเอ่ยชื่อเขา ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรเล่าให้ใครฟัง

เพราะการเล่านั้นมักจะทำให้รื้อฟื้นเรื่องราวความรู้สึกเดิม ว่าเขาได้ทำกับเราอย่างนั้นอย่างนี้ จะทำให้ใจเราไม่สงบ นั่นก็ไม่ควรเล่า ให้เรื่องที่ผ่านมา มันตายไปกับตัวเราเลยได้ยิ่งดี ให้กรรมดีบุญของการให้อภัย มันส่งผลและติดตัวของเราไปตลอดกาลในทุกชาติภพ

และเมื่อเราตั้งใจให้อโหสิกรรมแล้ว จะต้องทำจริง ให้มันมาจากหัวใจที่พร้อมจะอภัยในทุกเรื่องเป็นผู้ให้เสียก่อน เราต้องให้อโหสิกรรมต่อผู้อื่น รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้ง ๒ ประเภทเสียก่อน

ขอย้ำว่าทุกเรื่อง การให้อโหสิกรรมไม่ว่าเขาเคยโกงเงินเรา เคยทำความเดือดร้อนให้เรา เคยทำให้เราเสียใจ ขอให้คิดว่ามันเคยเป็นกรรมที่เราเคยทำมากับเขา ยิ่งเราเจ้าคิดเจ้าแค้น สิ่งที่จะโดนมันจะมอดไหม้ไม่ใช่คู่กรณีแต่เป็นเรา เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป อย่าไปยึดติด ยึดถือว่ามันยังคงอยู่และเป็นของๆ เราตลอดกาล

วันนี้บ้านรถ เงินในบัญชี ลูก เมีย ผัวยังเป็นของเรา แต่วันหน้าเมื่อเราตายไปมันไม่ใช่ของเราอีกต่อไปอีกแล้ว เอาแค่เมื่อวาน หรือเมื่อ ๕ นาทีที่ผ่านมา เรื่องที่เราทำมันก็เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว

อีกไม่นานเราก็ต้องจากไปแล้ว เมื่อเราจากไปแม้แต่น้ำที่เขาพากันมารดมือเรา แม้แต่หยดเดียวเรายังเอาติดตัวไปไม่ได้เลย มีแต่กรรมดีและกรรมชั่วที่เราต้องนำไปด้วยทุกภพทุกชาติ

เราต้องอยู่กับปัจจุบันกรรม ทำวันนี้ และเดี๋ยวนี้ให้ดี เพื่อจะให้มันส่งผลที่ดีในปัจจุบัน เชื่อมต่อไปที่อนาคต และไปลบล้างสิ่งที่เราเคยทำไม่ดีในอดีต

เมื่อเราให้อโหสิกรรมแล้ว สำหรับเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตอยู่นั้นเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราจะไปขอโทษ ขอให้เขาให้อภัยในความผิดพลาดที่เราเคยทำกับเขา ไปด้วยความรู้สึกสำนึกผิด ไม่ใช่ไปเพราะต้องการจะเอาตัวรอดให้พ้นๆ ไปวันๆ คนทุกคนเขาไม่ได้โง่ ยิ่งเจ้ากรรมนายเวรนั้นเขาเฝ้าดูเรามาตลอด

ถ้าเราโชคดีหน่อย เจอเจ้ากรรมนายเวรที่เคยร่วมสร้างบุญ สร้างบารมีที่มีวิบากกรรมร่วมกันมา การขออโหสิกรรมนั้นคงง่ายดายมาก แต่ถ้าเราไปเจอเจ้ากรรมนายเวรที่เขามีแต่ความโกรธแค้น เราก็ต้องใช้บุญ และปัญญาเป็นตัวช่วย

เมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ เข้าหน้าเจ้ากรรมนายเวรไม่ติด ก็ต้องพยายามทำบุญ ทำวรสังฆทาน แล้วอนุโมทนาอุทิศบุญกุศลไปให้เขาด้วย กล่าวออกชื่อ ออกที่อยู่เขาก็ยิ่งดีถ้าเรารู้ตัวอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้ตัวจะใช้คำว่า ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี สัตว์ใกล้ตัว คนใกล้ตัว เทวดาใกล้ตัวก็ได้ และกล่าวขอให้อโหสิกรรมและขออโหสิกรรมกับเขา และพยายามทำทุกครั้งที่มีการสมาทานศีล การทำบุญ ทำทาน การทำสมาธิ

ขอให้เชื่อเถอะว่า บุญนั้นจะช่วยเราได้ทุกอย่าง เจ้ากรรมนายเวรเมื่อเขาได้รับบุญที่เราอุทิศไปให้ เขาก็จะเริ่มใจอ่อนเพราะบุญนั้นเขาไปมีส่วนช่วยให้เขาเป็นคนที่มีบุญมากขึ้น บารมีมากขึ้น วันหนึ่งเขาจะเข้าใจเรื่องของการให้อโหสิกรรมแน่นอน

เรื่องของการทำบุญนั้น อาจจะเปรียบได้เป็นเหมือนกับการที่เราตั้งใจเอาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปชำระ แต่ตราบใดที่เจ้าหนี้เขายังไม่พอใจ หนี้ก็ยังไม่จบ การทำสมาธิเพื่อขออโหสิกรรม ต้องทำด้วยความสำนึกผิดเท่านั้นและเพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรพอใจ และถ้าเขารับอโหสิกรรมก็เท่ากับหนี้กรรมที่เคยคั่งค้างกันไว้ก็ทุเลาลงหรือหมดไป

หลายคนที่เคยกลัวเจ้ากรรมนายเวร เมื่ออ่านหนังสือนี้ มาถึงตอนนี้คงค้นพบวิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรเขาพอใจ และเลิกราวางมือไปจากชีวิตของเรา และจะช่วยทำให้บุญทั้งหมด ในอดีตชาติ ชาติภพปัจจุบัน ได้ส่งผลออกดอกได้อย่างเต็มที่ ชีวิตก็จะมีแต่ความรุ่งเรือง มีความสุข



Create Date : 14 มีนาคม 2555
Last Update : 14 มีนาคม 2555 14:32:00 น.
Counter : 916 Pageviews.

4 comment

Namkhiang-Nitcha
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]