ส่งของใช้กลับไทยโดยทางเรือจากแวนคูเวอร์ ตอน 1

ประสบการณ์ตรงจากตัวเอง เคยใช้บริการครั้งหนึ่งของที่ส่งมาก็จะเป็นของใช้ส่วนตัวกะเสื้อผ้า สำหรับคนที่จะย้ายกลับไปอยูไทย หรือนักเรียนที่เรียนจบแล้วอยากส่งของใช้กลับบ้าน เพราะไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้า ด้วยความอยากรู้ของกันก็เลยลองใช้บริการส่งดู

 

เขียนบล๊อกนี้มาก็เผื่อว่าจะใด้เป็นแนวทางใครที่จะย้ายกลับไทยแล้วหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการของใช้ของเราว่าจะทำอย่าไรกับมันดี อยูบีซี แคนาดา มันคงไม่หลากหลายบริษัทเหมือนที่เมกา พยายามหาที่ถูกและประหยัดค่าใช้จ่ายเราให้มากที่สุด

 

กันใช้บริการของ ubox, //uboxworldwide.com/international-shipping/thailand/ ติดต่อกะบริษัทโดย email ข้อหามและกฎต่างๆ เข้าไปดูรายละเอียดใน //www.lcbcustoms.net/home/index.php?option=com_content&view=article&id=1547&Itemid=474&lang=th ใส่ของที่แตกง่ายก็ไห้เขียนกำกับไว้ด้วยแล้วค่าบริการก็คิดเป็น cubic foot ราคาเริ่มต้นที่ cubit ละ 8 ดอลล่าแคนาเดี้ยน พังดูไม่แพงนะ แต่มาดูกันคะว่ามีรายการที่ต้องจ่ายจริงอะไรบ้าง

ขั้นตอนแรก แพ็กคะ ลงกล่องกระดาษถ้าหากล่องที่หนาพิเศษหน่อยก็จะดีคะ เพราะตอนที่รับของกล่องจะเยินมากถ้ามันบาง เสริจแล้วก็เขียนข้างกล่องว่าข้างในเป็นอะไร และระบุจำนวนกล่อง เช่น มี20 กล่องก็เขียนข้างกล่อง ไป 1/20,2/20,3/20 เรื่อยไปจนครบ 20 นั่นละคะ ไม่จำเป็นว่ากล่องต้องขนาดเท่ากันหรือไรนะคะที่สำคัญเค้าคำนวนขนาดรวมไห้แป๊ะมากๆนะคะ เพราะว่าที่เวลาเราไปส่งของที่ warehouse เค้าคิดเงินเป็น คิวบิทเมตรคะ อย่างของกันมี 18 กล่อง คิดออกมาแล้วเกิน 1 คิวบิทเมตรไปหน่อย เค้าปัดขึ้นเลยคะคิดไปเป็น 2 คิวบิทเมตร แล้วเราก็ต้องจ่ายในราคา 2 คิวบิทเมตร

 

เมื่อเราคำนวนขนาดรวมเคล่าๆเราส่ง email ไปที่บริษัท เค้าก็บอกให้เราเอาของไปส่งเองที่ warehouse ของบริษัทตรงสนามบินที่แวนคูเวอร์ ถ้าเรามีรถพอที่จะขนของทั้งหมดเองก็จะประหยัดค่าใช่จ่ายตรงนั้นไป แต่ถ้าต้องจ้างรถขนส่งแล้วอยู่ไหลก็แพงไปตามระยะอีกนะ ที่ warehouse เค้าวัดขนาด ชั่งน้ำหนัก โดยพนักงานเค้า แล้วถามเราถ้าต้องการเอาของวางบน pallet หรือไม่ถ้า ถ้าเอาก็เพิ่มเงิน 45 ดอลล่า หลักจากนั้นวันหรือ 2 วันหลังส่งของทางบริษัทก็แจ้งราคาที่เราต้องจ่ายจริง มีรวมค่าภาษี ค่าประกัน ค่า โนน่ ค่านี่ อะไรๆ ก็ว่ากันไป ทันทีทีเราจ่ายเงินเค้า บริษัทก็แจ้งรายละเอียด วันที่ของลงเรื่อ ชื่อเรือ วันที่เรืออกจากท่า แล้วเรือไปอยุดที่ไหนกี่วัน และวันที่เรือถึงแหลมฉบังที่ไทยรวมๆแล้วประมาณ 6 สัปดา คราวนี้ตัวเราก็กลับไทยไปร้องเพลงรอ




Create Date : 07 กันยายน 2555
Last Update : 7 กันยายน 2555 2:49:35 น.
Counter : 3886 Pageviews.

2 comment
ประสบการณ์เจ็บท้องคลอด

ประเดิม blog แรก ด้วยเรื่องไกล้ตัว จดใส่สมุดบันทึกไว้ตังแต่แรกเพราะไม่อยากลืมความรู้สึกนี้ เอามาอ่านที่ไรก็นึกถึงเวลานั้น เป็นเวลาของความเจ็บปวดที่น่าจดจำและตื่นเต้น มีความสุขที่ใด้นึกถึง...

ระยะเวลาการตังครรภ์ของผู้เหญิงเรา สมบูรณ์เต็มที่เมื่ออายุภรรค์ครบ 40 สัปดา หากคลอดช้าหรือเร็วภายใน 2 สัปดา ก็ถือว่าเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์

 

ส่วนตัวดิฉัน รู้ตัวว่ามีมูกเลือดตอนตีห้าครึ่งของเช้าวันพุธที่19พย.ซึ่งเลยกำหนดคลอดมา 6 วัน(กำหนดคลอดวันที่13 พย.) โชคดีที่สามียังไม่ไปทำงานก็เลยใด้อยูกับเรา รู้สึกดีใจมาก เพราะรอวันนี้มาตลอดเวลาตังแต่เริ่มรู้ว่าตังภรรค์ หลังจากนั้นก็รู้สึกเจ็บท้องเป็นระยะๆ ไม่ถี่มาก วันนั่นทั่งวัน จนถึงค่ำ รู้สึกว่าจะเจ็บถี่ สามีเลยขับรถพาไปโรงพยาบาลตอนสามทุ่ม ถึงตอนนี้มดลูกเปิดใด้ 4 ซม. เลยใด้รอที่ห้องรอคลอด

ตอนที่ฝากท้องกับหมอที่นี เค้าคอยบอกเราเสมอว่า ถ้าเจ็บท้องรอให้แน่ใจว่าเจ็บท้องคลอดจริงคือจะเจ็บถี่ๆประมาณ 3 นาที ครั้ง แล้วเราค่อยมาที่โรงพยาบาล เพราะถ้าไม่เช่นนั้นพยาบาลก็จะไม่รับเราไว้เค้าก็จะไห้เรามารอที่บ้านเหมื่อนเดิม ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าเค้าจะรับเราไว้หรือเปล่าแต่ก็ไปก่อนละ นึกในใจโห..โหดจริงๆคนเจ็บท้องคลอดมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ยังมีกะใจไล่กลับบ้านใดหนอ แต่ดีที่เราไม่โดน 

พอมานอนรอที่ห้องรอคลอด ก็มีหมอเวรมาดูเป็นระยะ พยาบาลก็คอยเช็คปากมดลูกว่าเปิดไปถึงไหนแล้ว พยาบาลใจดีให้เราเป่าอ๊อกซิเจนเป็นระยะๆเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ ไม่รู้ว่าช่วยใด้หรือเปล่าเราก็เป่าจัง แต่ก็เจ็บเหมือนเดิม

 

ส่วนอาการเจ็บท้องนั้นไม่ต้องพูดถึงเจ็บตลอด จนไม่มีเวลาไปคิดอะไรทั่งนั่น หวังอยูอย่างเดียว เมื่อไหร่มันจะผ่านพ้นไปหนอ สามีมากระซิบเห็นห้องข้างๆเค้ามารอคลอดเหมือนเราเค้าคลอดไปแล้วคนไหม่มาผลัดเปลี่ยนเวียนไปแต่เรายังอยูที่เดิมคือเจ็บและรอ

หมอส่วนตัวมาถึงตอนตีห้า ปากมดลูกก็เปิดแค่ 6 ซม.น้ำเดินประมาณ7โมงเช้า แต่ปากมดลูกก็ไม่เปิดไปถึงไหน 9 โมง หมอลงความเห็นว่าไห้บล๊อกหลัง ช่วยให้เราใด้พักเหนื่อยจากอาการเจ็บท้องสักนิด ก็ใด้หลับไป จนถึงบ่ายโมง เป็นการหลับคั้งแรก ตั้งแต่เช้าเมื่อวาน

 

บ่ายสองโมง มดลูกเปิดเต็มที่ คราวนี้ถึงเวลาเบ่ง เวลาที่ทรมานที่สุด เจ็บแทบขาดใจ รู้สึกกลัวสารพัด ภาวนาไห้เวลานี้ผ่านไปเร็วๆ แต่มันไม่เป็นยังงั้นแต่ละนาทีมันช่างผ่านไปอย่างยากเย็น รู้สึกว่าเบ่งอยูนานจนเกือบ 5 โมงเย็น หมอตัดสินใจ จะเอาคีมคีบทารกออก เวลาที่เราเจ็บท้องเราก็เบ่งไปปรกติ แต่คราวนี้หมอจะเอาคีมช่วยคีบหัวเด็กออกมา คราวนี้มีทั้งหมอเวรและหมอส่วนตัวเรามาช่วยกันทั้งพยาบาลอีก ดูเป็นงานช้างมาก รู้สึกว่าเจ็บที่สุดในชีวิต รู้ตัวว่าร้องไห้และกลัวมาก เห็นเครื่องมือหมอแล้วก็อยากจะบอกหมอว่า ทำไห้ดิฉันสลบไปใด้ไหมคะหมอ จะใด้ไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น

เบ่งอยู่ไม่รู้สักกี่ครั้ง โดนเช็คปากมดลูกไปไม่รู้เท่าไหร่ ไม่อยากจะจำ สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ทางเลือกสุดท้ายคือ.............ผ่าตัดฉุกเฉิน

 

สรุปแล้วรวมอาการเจ็บท้องคลอดร่วมๆ 35 ชม.




Create Date : 26 กรกฎาคม 2555
Last Update : 20 สิงหาคม 2555 9:07:18 น.
Counter : 3440 Pageviews.

3 comment

misha33
Location :
BC  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนพูดน้อยคะชอบทำมากกว่า เป็นเด็กใต้โดยกำเนิด ตังแต่จำความใด้ก็ไม่เคยใด้มีโอกาศ ใด้ใช้ชีวิตอยูบ้านเกิด เรียนมาทางด้านศิลปะ แต่ไม่เคยทำงานด้านที่เรียนมา ชื่นชมในอาชีพ fashion designer หวังไว้ว่าจะได้เห็นตัวเองเดินบนเส้นทางสาย fabric แต่เมื่อวันหนึ่งเราต้องเลือกทีจะละทิ้งความฝัน ด้วยเหตผลอะไรก็แล้วแต่.... ชีวิตผกผันให้ใด้มาอยู่ดินแดนอันไกล้โพ้น ท่ามกลางขุนเขาและทุ่งหญ้าอันแสนกว้างใหญ่ แฝงไว้ด้วยสิ่งรุ่งเรืองของความศิวิไลย์แต่เป็นวัฒนธรรมใหม่ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายที่มา เรียกแผ่นดินนี้ว่า...แคนาดา