MOOYA เป็นข่าวดัง คุณสั่งได้
Group Blog
 
All Blogs
 

โศกนาฏกรรมแห่งรัก

โศกนาฏกรรมแห่งรัก
สาวโคราชร่ำไห้ สวมชุดเจ้าสาววิวาห์หวานใจ ที่ถูกรถชนดับก่อนงานแต่ง 17 ก.พ.59 นี้


ที่จังหวัดนครราชสีมาได้มีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจเกิดขึ้นโดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม 2559 เวลาประมาณ 19.30 น.นายณัฐพล อินทร์สำฤทธิ์ หรือต้อม อายุ 23 ปีได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนท้ายรถโดยสารและรถจักรยานยนต์ของนายณัฐพลได้เสียหลักถูกรถยนต์กระบะ 2 คันที่ขับตามหลังมาชนจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไปหลังเกิดเหตุโดยอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายราชสีมา-โชคชัยบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านหนองตะลุมปุ๊ก ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา โดยนายณัฐพละกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับ นางสาวณัฐธิดา มูลมาหรือน้องอาย อายุ 23 ปี ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ซึ่งขณะนี้ทั้งสองคนทั้งว่าที่เจ้าบ่าว และเจ้าสาวได้จัดเตรียมงานแต่งงานใกล้เสร็จสมบูรณ์ และแจกการ์ดเชิญแขกเหรื่อเรียบร้อยหมดแล้วแต่ว่าที่เจ้าบ่าวก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน ซึ่งหลังนายณัฐพลเสียชีวิตนางสาวณัฐธิดาว่าที่เจ้าสาวก็ได้จัดงานศพให้กับนายณัฐพลที่วัดบ้านถนนหักอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมาโดยนางสาวณัฐธิดาว่าที่เจ้าสาวได้แต่งกายชุดไทยซึ่งเป็นชุดเจ้าสาวที่เตรียมไว้ใส่ในวันแต่งงานไปร่วมในพิธีเผาศพนายณัฐพลด้วยและภาพดังกล่าวได้ถูกแชร์ต่อกันไปในโลกออนไลน์จนเป็นที่เศร้าใจสำหรับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

นางสาวณัฐธิดามูลมา หรือน้องอายว่าที่เจ้าสาวที่ต้องสูญเสียว่าที่เจ้าบ่าวไปก่อนวันแต่งงานไม่ถึง 2 สัปดาห์กล่าวว่า หนูคบกับแฟนมานานกว่า 5 ปีโดยแฟนหนูทำงานอยู่ที่บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแห่งหนึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุแฟนของหนูเพิ่งเลิกงานและกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับไปหาหนูที่บ้านพักซึ่งหนูกำลังทำกับข้าวรอแฟนกลับไปกินข้าวด้วยกันแต่แฟนของหนูก็ไปประสบอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน ตอนนี้หนูทำอะไรไม่ถูกหนูอยากให้เขากลับมาอยู่กับหนู หนูรู้สึกว่ามันเร็วเกินไปและเราเพิ่งคุยกันว่าวันจันทร์นี้เขาจะพาหนูไปจดทะเบียนสมรส และพาไปทำบุญจากนี้ไปหนูยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป หนูวางแผนไม่ถูกหนูอยากฝากให้ตำรวจช่วยติดตามคนผิดมาให้หนูด้วย หนูไม่ต้องการอะไรหนูแค่อยากให้คู่กรณีมาขอโทษแฟนหนูบ้างเท่านั้นก็พอแล้ว

พันตำรวจเอกปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่าคดีอุบัติเหตุดังกล่าวตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลเบาะแสของรถคู่กรณีแล้วและสั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทุกปากพร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่ารถยนต์คู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะ 2 คันคันแรกเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบอร์น ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว แต่ยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียนทั้ง 2 คันซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเฉี่ยวชนท้ายของรถโดยสารคันหนึ่งที่ขับอยู่ด้านหน้าแล้วรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเสียหลักพุ่งออกไปกลางถนนจนถูกรถยนต์กระบะทั้ง 2คันที่ขับตามหลังมาชนซ้ำจนเสียชีวิตโดยหลังเกิดเหตุรถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ขับหลบหนีไป อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะเชิญผู้ที่โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพช่วงที่เกิดเหตุผู้ตายถูกรถชนและนำภาพที่ถ่ายไว้ดังกล่าวไปโพสต์ในกลุ่มข่าวทางเฟซบุ๊กมาให้ปากคำเพื่อหาเบาะแสของรถยนต์คู่กรณี.




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2559 22:26:54 น.
Counter : 215 Pageviews.  

เป็นข่าวแล้วดีอย่างไร..?


เป็นข่าวแล้วดีอย่างไร..?

ดีตรงที่ได้ออกทีวีได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ได้ลงนิตยสาร วางแผงทั่วประเทศและทุกอย่างฟรียังไงละครับ คุณรู้หรือไม่ การได้ออกรายการทีวีสักรายการต้องใช้เงินมหาศาลขนาดไหน เขาคิดเป็นวินาที ซึ่งแพงมากบางรายการคิดวินาทีละหลายหมื่น หากเป็นนาทีก็หลายแสนแค่โฆษณาคั่นรายการวันหนึ่งก็หลายล้านบาทแล้วแต่นี่เรากำลังให้เขาเอามาพูดในรายการเลย ให้พิธีกรในรายการพูดน่าเชื่อถือกว่าโฆษณาคั่นรายการอีกมันดูไม่เหมือนยัดเยียดคนดู แถมได้เครดิตเต็มๆ สามารถเอาไปโชว์ใครก็เป็นหน้าเป็นตาของเราด้วย ดีไม่ดีเราอาจจะได้รับเชิญไปร่วมรายการทั้งช่วงรายการเลยก็ได้และขอย้ำทั้งหมดนี้ฟรี ไม่เท่านั้นเดี๋ยวนี้ทุกรายการหากเชิญเราไปออกก็ต้องจ่ายค่ารถ ค่ากิน ค่าเสียเวลาให้เราด้วยอีกต่างหาก อะไรจะดีไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ

ลุงสมศักดิ์ กล้วยทอดเทวดา

คนนี้ผมบอกได้เลยว่าแกเป็นเจ้าไอเดียร์ก่อนหน้านั้น แกขายขนมไทยโบราณ โดยใช้มอร์เตอร์ไซค์พ่วง ขี่ไปทั่วเมืองโคราชขณะเดียวกันก็เปิดเพลงไทยเก่าๆ ไปด้วย แต่ที่สะดุดตา และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็คือแกจะแต่งตัวด้วยชุดไทยโบราณ นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อพระราชนิยม และหมวกโบราณซึ่งเป็นที่รู้จักของคนโคราชทั่วไป แต่เมื่อแกเปลี่ยนมาขายกล้วยทอดและแต่งชุดเทวดา ก็กลายเป็นที่ฮือฮา มีคนแชร์ในเฟสบุ๊คกระหน่ำ จนผมและเพื่อนักข่าวต้องสะดุดตา และพากันไปทำข่าวแปลกส่งออกอากาศทีวีช่อง 3 และ ช่อง7 หลังจากนั้นคนก็แห่มาอุดหนุนแกแน่นร้านต่อคิวรอยาวเหยียด จนทอดแทบไม่ทัน ตอนนั้นแกบอกว่าขายได้วันละไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท เลยทีเดียว ขณะที่คนขายกล้วยทอดทั่วๆไปยังขายได้วันละ 300-400 บาทเท่านั้น แม่แค่นั้นทีวีช่องต่างๆ ก็โทรมาเชิญแกไปออกรายการสดกันอย่างต่อเนื่อง





 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2559 22:30:11 น.
Counter : 62 Pageviews.  

ทำไมต้องเป็นข่าว


ทำไมต้องเป็นข่าว

เพราะคนทุกวันนี้ใช้เวลาในการเสพข่าวเพิ่มมากขึ้น จากสื่อกระแสหลัก และโซเชี่ยล ดังนั้นการแชร์ต่อๆกันไป จะส่งผลให้คนที่เป็นข่าว กลายเป็นคนดังระดับประเทศได้เพียงชั่วข้ามคืน

ข่าวจะไม่ใช่ข่าวอีกต่อไป

คนที่เป็นข่าวมักจะถูกเชิญไปออกรายการบันเทิง แสดงละคร ภาพยนตร์ และเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา

ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นข่าว

ต้องเข้าใจบริบทของผู้เสพข่าวบก.ข่าว กระแสสังคม และเหตุการณ์ปัจจุบัน

เข้าใจคนเสพข่าว

ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ผู้เสพข่าวจะแตกต่างกันออกไป ตามสมัยนิยม

บก.ข่าว

ผมทำงานกับบก.ข่าวหลายสำนัก เช่น Thai PBS, Spring news, เนชั่นทีวี,ช่อง 7, ช่อง3, ไทยรัฐทีวี, มติชน,ข่าวสด, คมชัดลึก, โพสต์ทูเดย์ ฯลฯซึ่งแต่ละช่องจะมีความต้องการข่าวที่แตกต่างกันไป ถ้าเป็น Thai PBS, เนชั่นทีวี, มติชน, ข่าวสด ก็จะเน้นข่าวแนวสืบสวน สอบสวน ความขัดแย้งการเมือง ถ้าเป็น ช่อง 3, ช่อง7, ไทยรัฐทีวี,Sping news ก็จะเน้นข่าวชาวบ้าน สังคม วัฒนธรรม ประเพณีถ้าเป็น หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ คมชัดลึก ก็จะเน้นข่าวเศรษฐกิจ

กระแสสังคม

ข่าวบางข่าวไม่มีอะไรมาก เพียงแต่กระแสสังคมพาไป เหมือนข่าว เหนียวไก่ มันดูไม่มีอะไรมากเมื่อถูกแชร์ต่อๆ กันไปมากๆ ก็กลายเป็นข่าวดังในชั่วข้ามคืน

เหตุการณ์

เหตุการณ์ที่เป็นข่าวได้เช่น ช่วงฟุตบอลไทยฟีเวอร์ ช่วงน้ำท่วมกรุงเทพ ช่วงม็อบกลางเมือง เป็นต้น อยู่แต่ว่าเราจะจับกระเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไรเพื่อให้กลายเป็นข่าวได้

แมวมอง

ในสมัยก่อนบรรดาวัยรุ่นที่อยากจะเป็นดารา ก็มักจะไปเดินที่สยามสแควเพราะเขารู้ว่าที่นั่นมีแมวมอง เช่น พวกพจน์ อานนท์ หรือเอศุภชัย จนมีคนแอบแซวว่าเมื่อเห็นพจน์อานนท์ จะมีคนแห่วิ่งไปหา ไปให้เห็นถึงที่ หากใครที่ถูกใจก็จะเป็นหนึ่งในร้อย หนึ่งในพันคน ที่จะได้รับการปั้นให้เข้ามาสู่วงการด้วยการเดินแบบ ถ่ายแบบ พรีเซนเตอร์ แล้วก็ก้าวขึ้นเป็นดาราเต็มขั้น ส่วนเราๆท่านๆ ที่เป็นคนธรรดาๆ หน้าตาก็บ้านๆ คงคิดว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันเออ...นั่นสิ...มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่แท้จริงแล้ว เราจะเป็นใครก็ตามทุกคนมีสิทธิ์ดังเป็นเหมือนดาราเหล่านั้นได้ เพียงแค่คุณมองหาแหล่งที่แมวมองอยู่แมวมองในที่นี้ ไม่ใช่แมวมองดารา แต่คือนักข่าวซึ่งเขาเหล่านี้แหละที่จะทำให้เราดังได้

ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่าแมวมองของเราอยู่ที่ไหน โดยปกติแล้วบรรดานักข่าว ต่างก็มีครอบครัว มีเพื่อนฝูงมีสังคม และมีบ้านอยู่อาศัยเหมือนเราๆ ท่านๆ นั่นแหละครับ เผลอๆอาจจะเป็นเพื่อนบ้านของคุณก็ได้คนพวกนี้เขาจะไม่ค่อยแสดงตัวให้ใครรู้หรอกครับว่าเป็นนักข่าวเพราะอาชีพนี้ต้องทำงานด้วยความเสี่ยง แต่เราสามารถหาศูนย์กลางของแมวมองเหล่านี้ได้จากสถานที่ดังต่อไปนี้

หนึ่ง ตามงานหรือกิจกรรมสำคัญต่างๆ ที่มีผู้หลัก ผู้ใหญ่ในเมืองนั้นๆ เข้าร่วมงาน เช่นงานประเพณีใหญ่ประจำปี งานที่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ส.ส. รัฐมนตรีมาเป็นประธานในพิธี เราสังเกตได้จากคนที่ถือกล้องวีดีโอ กล้องถ่ายรูป ไมล์และช่วงที่เขาสัมภาษณ์คนสำคัญๆ นั่นแหละครับ พวกเขาคือนักข่าว หรือแมวมอง

สอง ตามสถานที่เกิดเหตุสำคัญ เช่น อุบัติเหตุ การลงพื้นที่ตรวจสอบ ไฟไหม้ ฆาตกรรมหรือเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิต

สาม ตามงานแถลงข่าวซึ่งหน่วยงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐ ภาคเอกชน หรือจะเป็นบุคคลสำคัญแถลงข่าว

สี่ ห้องประชาสัมพันธ์จังหวัด ซึ่งในทุกจังหวัด จะมีห้องประชาสัมพันธ์และมีการรวบรวมรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่และรายละเอียดเกี่ยวกับสำนักข่าวต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วนเราสามารถไปสอบถามขอข้อมูลได้ทุกวันทำการราชการ




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2559 22:32:10 น.
Counter : 260 Pageviews.  


สมาชิกหมายเลข 2968094
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2968094's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.