Group Blog
 
All blogs
 

รู้เท่าทันประกันชั้น 1 ป้ายแดง!!!



ค่ายรถต่างๆมักจะโฆษณาขายรถ โดยแจ้งว่าแถมโน้น แถมนี่ มากมายหลายรายการ รวมไปถึง แถมประกันภัยชั้น 1 ด้วย

มานั่งนึกดูอีกที เบี้ยประกันรถใหม่ป้ายแดงเป็นหมื่นๆค่ายรถหรือไฟแนนซ์มันจะกล้าแถมเหรอ

และก็เป็นความจริงครับ ไม่มีใครแถมจริงหรอก อาจจะมีบ้างแต่น้อยเต็มที่ แต่พวกค่ายรถรวมราคาเบี้ยประกันเข้าไปแล้วครับ

อย่าลืมว่า เมื่อค่ายรถและไฟแนนซ์ส่งงานให้กับบริษัทประกันภัย เขาย่อมได้รับคอมมิสชั่นเป็นการตอบแทน

นี่คือรายได้อย่างหนึ่งของค่ายรถและไฟแนนซ์ ดังนั้นเรื่องอะไรที่เขาจะต้องควักกระเป๋าตนเอง จ่ายให้กับบริษัทประกัน แล้วเขารับคอมมิสชั่นจากเบี้ยที่เป็นของตนเอง ดังนั้น ไม่น่าจะมีใครปฏิบัติอย่างนี้


แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ผมนำมาบอกเล่า ไม่ใช่เรื่องแถมหรือไม่แถมหรอกครับ แต่เป็นเรื่องระดับความคุ้มครองที่ได้รับจากค่ายรถหรือไฟแนนซ์ต่างหาก

พรรคพวกผมซื้อรถยนต์มาแปดแสนครับ โดยค่ายรถทำประกันชั้น 1 กับบริษัทประกันแห่งหนึ่ง แรกๆก็ไม่สนใจหรอกครับ แต่เมื่อใกล้ถึงวันต่ออายุประกัน ก็หยิบกรมธรรม์ดู ปรากฏว่ามันช่างแตกต่างจากความเป็นจริงครับ

ดูเบี้ยประกันแค่ 13,000 หันไปดูความคุ้มครองตัวรถปรากฏว่าเกินครึ่งนิดหน่อย แต่ไม่ถึง 80% ของราคารถจริงๆ จากนั้นเหลียวไปดูขนาดรถ ปรากฏว่า บริษัทประกันระบุไว้แค่ 1300 ซี.ซี. ทั้งที่รถของเขา 1500 ซี.ซี. ขณะที่ความคุ้มครองอื่นๆ วงเงินประกันต่ำมากครับ

ผมคิดว่าเรื่องนี้หากมองให้เห็นปัญหา ก็จะเป็นปัญหาขึ้นมาได้ครับ..


สมมุติรถคันนี้เกิดอุบัติเหตุ แล้วถ้าเกิดกรณีชนหนัก บริทประกันไม่ต้องการซ่อม คือมีการซื้อซาก หรือกรณีรถหาย จะเกิดอะไรขึ้นครับ คือ บริษัทประกันจะจ่ายต่ำกว่าราคารถจริงๆมากทีเดียว เพราะบริษัทยึดตามกรมธรรม์

งานนี้เราขาดทุนเละ!

หรือถ้าไม่เกิดเหตุอย่างที่บอก ถ้าเราต่ออายุ โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวรถและความต้องการที่เป็นจริงของเรา หากเราขืนต่ออายุประกัน บริษัทประกันจะงกำหนดวงเงินความคุ้มครองต่ำลงไปเรื่อยๆ ยิ่งมีเคลมในปีที่ผ่านมา ประกันก็จะยิ่งกดราคาในฐานะรถประวัติเสีย

ผมคิดว่า สำหรับคนที่รักรถ ไม่มีใครยอมหรอกครับเรื่องทำนองอย่างนี้ เพราะถือว่าค่ายรถเอาเปรียบ ดีไม่ดีค่ายรถค่ายรถหรือไฟแนนซ์ร่วมมือกับบริษัทประกันที่รับประกันปีแรก ในการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะไหนๆก็บอกว่าแถม ก็กดอัตราความคุ้มครองเสียเลย


ผมคิดว่า คนส่วนใหญ่ มักไม่ค่อยสนใจเรื่องอย่างนี้หรอกครับ ตอนที่ต่อประกันปีที่ 2 เราดูเรื่องเบี้ยจ่ายในปีแรกแค่ว่า ราคาถูกเพราะบริษัทรถแถมให้ หรือบางคนบอกว่า บริษัทลดเบี้ยให้เลยจ่ายน้อย คนในวงการประกันบางคนบอกว่า บริษัทรถและไฟแนนซ์ได้อัตราเบี้ยพิเศษจากบริษัทเบี้ยเลยถูก

แต่ข้อเท็จจริงคือ เราโดนหลอก

กรณีที่ผมนำมาบอกเล่านี้ ทางออกของพรรคพวกผมก็คือ ต่ออายุปีที่ 2 คุยกับบริษัทประกันแห่งใหม่ ด้วยการเพิ่มวงเงินความคุ้มครอง นั่นหมายถึง ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มด้วย

เห็นมั๊ยครับ...เวรกรรมจริงๆบริษัทรถและบริษัทประกันร่วมกันสร้างปัญหาไว้ให้ แทนที่ปีที่ 2 ประวัติดี น่าจะควักกระเป๋าจ่ายเบี้ยถูกกว่าเดิม กลับกลายเป็นว่า ควักเพิ่ม

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ครับ ดังนั้น คนที่ซื้อรถใหม่ป้ายแดงขอให้ดูกรมธรรม์ชั้น 1 ที่รับมาจากบริษัทด้วยนะครับ ว่าความคุ้มครองเป็นอย่างไร ต่ำไปหรือไม่ รุ่นรถ ซี.ซี.รถถูกต้องหรือไม่
เราไม่ควรอยู่ในฐานะผู้ถูกหลอก?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

คุณสิทธิ์ หลีขาว คอลัมน์เขียนตามข่าว จากหนังสือพิมพ์ อินไซด์ประกัน ฉบับเดือนพฤษภาคม 255
1


//www.weloveshopping.com/template/a07/show_article.php?shopid=7876&qid=29126




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2551 9:42:47 น.
Counter : 1688 Pageviews.  

ยังดีที่ได้เสียวเดือนละ 2 ครั้ง



“หวย” ได้กลายเป็นความหวังของคนไทยทั้งชาติไปแล้ว

คนดวงหด ซื้อหวย ทุกงวดแต่ไม่เคยถูก

คนเหนือดวง ซื้อเพียงแค่ใบเดียว ก็ฟาดรางวัลแจ๊คพ๊อต

แต่เมื่อดูโอกาสตามสถิติแล้วของคนที่จะถูกหวย

"นักเล่นหวย" เห็นแล้วอาจลมแทบจับ

รางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ “รางวัล 30 ล้าน” โอกาสถูก.. 0.00000333%

รางวัลที่ 1 ชุดใหญ่ “รางวัล 16 ล้าน” โอกาสถูก.. 0.00000625%

รางวัลที่ 1 ่ “รางวัล 2 ล้าน” โอกาสถูก.. 0.00001%

เลขท้ายสามตัว “รางวัล 2 พัน” โอกาสถูก.. 0.4%

เลขท้ายสองตัว “รางวัล 1 พัน” โอกาสถูก.. 0.1%

โอกาสถูกชุดใหญ่ ประมาณ “หนึ่งในสามสิบล้าน” เท่านั้น

รางวัลที่ 1 หนึ่งใบโดดๆ มีโอกาสถูกแค่ ”หนึ่งในล้าน”!!

ส่วนเลขท้ายสองตัว ก็ ”หนึ่งในร้อย”

นี่ย่อมหมายความว่า...ถ้าซื้อ “ล๊อตเตอร์รี่” งวดละ 1 ใบ ต้องใช่เวลา 700,000 งวด

หรือเท่ากับ สามหมื่นปี จึงจะมีโอกาสถูกรางวัลที่หนึ่ง สูงกว่า 50% เท่านั้นเอง

ถูกรางวัลที่ 1 “ร้อยเปอร์เซ็น” ตามทฤษฎี..ก็ง่ายๆ แค่ซื้อ “หวย” ทุกงวดติดต่อกัน... หกหมื่นปี!!

หรือ“คนตาบอด” ขาย “ล๊อตเตอร์รี่” คนหนึ่ง ขาย “ล๊อตเตอร์รี่” มาตลอดชีวิตเป็นเวลา 50 ปี

ขาย “ล๊อตเตอร์รี่” ได้ เฉลี่ยประมาณ “ห้าร้อย” ใบต่องวด

เท่ากับตลอดชีวิตแกขาย “ล๊อตเตอร์รี่” ได้ “หกแสน” ใบ

แค่เท่ากับ 2% ของสามสิบล้านเอง!!

ถ้าอย่างงี้... แกต้องตายแล้วเกิดใหม่ มาขาย “ล๊อตเตอร์รี่” อีก 50 ชาติ

จึงจะมีรางวัลที่ 1 มูลค่าสองล้านบาท ผ่านมือแกหนึ่งใบเท่านั้นเอง

ส่วนเลขท้ายสองตัว..เป็นที่นิยม มากที่สุดคนติดกันทั้งประเทศ มีโอกาสถูก แสนน้อย แค่ “หนึ่งในร้อย”

ขณะที่พนันมวย ที่มีโอกาสถูกแค่ หนึ่งในสอง แต่กลับได้รับความนิยมน้อยกว่า..แปลกดี!!!

ฟุตบอลที่ ทำให้คนหมดเนื่อหมดตัว...ก็โอกาสถูกมากกว่าหวย

แค่ “หนึ่งในสอง” ยังหมดตัวกันเลย

หวย ได้กลายเป็นสิ่งมอมเมาที่สังคมต้องการ ในยามที่ไม่อาจพึ่งพาอะไร

รอลุ้นดวง? ได้เสียวเดือนละ2ครั้ง

ยังดีกว่ารอลุ้น ความหวังลมๆแล้งๆ จากพวกนักการเมือง

ที่ได้แต่โกหกพกลม และกอบโกยผลประโยชน์ ไปวันๆ!!!!


ขอขอบคุณข้อมูลจาก บล็อคเกอร์ KHUNPIPHAT
ใน //www.oknation.net









 

Create Date : 22 มีนาคม 2551    
Last Update : 22 มีนาคม 2551 0:41:43 น.
Counter : 171 Pageviews.  

!!!ใครไม่อยากรถหายเชิญทางนี้...อ่านด่วน!!!



รถหายกันบ่อยคะช่วงนี้..สำหรับพี่ๆเพื่อนๆที่มีรถสวยๆคงไม่อยากให้ เจ้าตัวแรงคันโปรดของท่าน ต้องอันตธารหายไป ลองอ่านวิธ๊การโจรกรรมของไอ้พวกโจร500 ดูครับ..เพื่อจะได้มีวิธีป้องกันรถของท่าน



วิธีที่โจรใช้โจรกรรมรถยนต์

ก่อนโจรกรรม ฝ่ายโจรกรรมรถ หรือ แก๊งค์ หรือ คนร้ายลักรถจะต้องทราบความต้องการ ของฝ่ายผู้สั่งซื้อ หรือนายหน้าส่งออก ว่าต้องการรถอะไร ยี่ห้อ รุ่น ขนาด สี หรือที่เรียกกันว่า "ใบสั่ง"
ฝ่ายโจรกรรมรถ ก็จะออกตระเวน ไปในที่ต่าง ๆ เพื่อหารถตาม ใบสั่ง ส่วนมาก จะหาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพราะมีรถตามที่ต้องการมาก


วิธีการโจรกรรม มีอยู่หลายวิธี

ทั้งวิธีการเก่าๆ และที่ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ ผสมผสานกัน หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า คนร้ายได้ศึกษาวิธีการ และกลไกการป้องกัน การโจรกรรมรถ ของเจ้าของ และฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกวิถีทาง วิธีการโจรกรรมรถของคนร้าย พอประมวลได้ดังนี้

งัดหูช้าง: คนร้ายจะใช้เครื่องมืองัดหูช้างออก แล้วเอามือล้วงเข้าไปเปิดสลักหรือค้นล็อกประตู เปิดประตูรถเข้าไป แล้วใช้ไขควงงัดกระปุกกุญแจสตาร์ทออก ต่อไฟตรง เพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับหลบหนีไป

ใช้กุญแจปลอม : คนร้ายจะทำกุญแจเลียนแบบกุญแจของรถชนิดที่ต้องการลัก ไว้หลาย ๆ ขนาด (รอยหยัก) แล้วเลือกลองใช้ทุกดอกที่ทำไว้ ถ้าเปิดประตูรถได้ คนร้ายก็จะเปิดประตูแล้วติดเครื่องยนต์ขับหลบหนีไป

ลอกแบบกุญแจ : คนร้ายจะใช้วิธีสร้างความสนิทชิดชอบกับเด็กบริการล้างอัดฉีดรถ ตามสถานบริการจำหน่ายน้ำมัน แล้วว่าจ้างให้เอาดินน้ำมัน พิมพ์แบบกุญแจรถของจริง ตามที่มีผู้สั่งซื้อไว้

โดยมีค่าจ้างในการจัดทำ คันละ 200 - 250 บาท โดยเด็กบริการล้างอัดฉีด จะเก็บแบบพิมพ์กุญแจดินน้ำมัน พร้อมจดหมายเลขทะเบียน รถคันนั้น ไว้ให้ด้วย ต่อจากนั้น คนร้ายจะไปว่าจ้าง ร้านทำกุญแจทั่วไป ทำกุญแจปลอมตามแบบพิมพ ์ในราคาดอกละ 10 - 20 บาท เมื่อได้กุญแจแล้ว ก็จะออกตระเวน ติดตามรถคันดังกล่าว เพื่อโจรกรรม


สร้างกุญแจ : คนร้ายจะทำกุญแจในแบบและรูปทรงต่าง ๆ โดยไม่มีรอยหยัก ของรถตามชนิดที่ต้องการ (ระบุไว้ในใบสั่งซื้อ) แล้วเอาน้ำหมึกอินเดียอิ้งค์สีดำ ทาไว้ปล่อยให้แห้งสนิท

เมื่อพบรถที่ต้องการ คนร้ายจะเอากุญแจแบบรูปทรงที่ทำไว้ สอดเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ แล้วบิดหมุน เพื่อให้เกิดร่องรอย ที่น้ำหมึกอินเดียอิ้งค์ ดึงเอากุญแจออก นำไปเซาะร่อง ตามรอยที่ปรากฏอยู่ เมื่อวัดทำกุญแจเรียบร้อยแล้ว คนร้ายก็จะออกติดตามรถคันนั้น เมื่อสบโอกาสจะทำการโจรกรรมทันที



ใช้ลวดเกี่ยวปุ่มล็อกประตูรถ : รถบางชนิดไม่มีหูช้าง คนร้าย จะใช้วิธีดึงกระจกที่บานประตูให้เผยอเพียงเล็กน้อย และถ้าเจ้าของปิดกระจกไม่สนิท ก็ยิ่งเป็นโอกาส ให้เกิดความสะดวก แก่คนร้ายมากขึ้น

ต่อจากนั้น คนร้ายจะใช้ลวด ทำเป็นห่วงที่ปลาย สอดเข้าไป ดึงปุ่มล็อกประตูออก เปิดประตูเข้าไปในรถ ต่อไฟฟ้าสายตรง สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับ หลบหนีไป


ใช้ไขควงฉาก : คนร้าย จะทำไขควงชนิดหน้าแบน ขนาดยาวประมาณ 1 ฟุต (รวมความยาวของด้าม) ที่ตอนปลายไขควง ตรงความยาวประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวไขควง ดัดงอเป็นมุมฉาก ใช้ปลายไขควง สอดเข้าไปในรูกุญแจประตูรถ งัดอย่างแรง

กระปุกกุญแจประตู จะแตกและหลุดออกมา สามารถเปิดประตูรถ เข้าไปต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ แล้วขับหลบหนีไป


งัดฝาถังน้ำมัน : มีรถหลายชนิดฝาถังน้ำมันอยู่ภายนอก และกุญแจเปิดฝาถัง น้ำมัน กุญแจเปิดประตูรถ และกุญแจติดเครื่องยนต์ ใช้ดอกเดียวกัน คนร้ายจะใช้กุญแจเลื่อนขนาดใหญ่ งัดเอาฝาน้ำมัน ไปทำกุญแจ

โดยอาศัยร่องรอย จากรูกุญแจของฝาถังน้ำมัน เมี่อทำเสร็จแล้ว จะได้ทั้งกุญแจไปไขประตูรถ และติดเครื่องยนต์



ใช้น้ำกรด : คนร้ายจะใช้น้ำกรดใส่ขวด และมีลูกยางหรือเข็มฉีดยาพร้อมหลอด ดูดน้ำกรดจากขวดน้ำ ไปหยอดหรือฉีด เข้าไปในรูกุญแจประตูรถ น้ำกรดจะเข้าไปทำลายช่อง กุญแจ ทำให้สามารถเปิดประตูเข้าไปในรถได้ แล้วใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ ขับหลบหนีไป

เปิดกระจกหลังรถ : คนร้าย จะใช้ไขควง งัดยางขอบกระจกหลังรถออก แล้วเปิดกระจกออกด้วยแรงดึง ซึ่งกระทำด้วยความชำนาญ

คนร้ายหรือลูกมือที่ใช้วิธีการนี้ จะเคยเป็นช่างถอด หรือใส่กระจกมาก่อน เมื่อถอดกระจกออกได้แล้ว จะมุดตัวเข้าไปในรถ แล้วใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ แล้วขับรถหลบหนีไป


ใช้เหล็กเขี่ยสลักล็อกประตู : คนร้าย จะทำเหล็กเป็นลักษณะแบนหรือกลม หรือใช้ไขควงตัวเล็ก ๆ แหย่เข้าไปในรู ใต้หูจับเปิดรถ แล้วเขี่ยสลักล็อกประตูรถ เปิดประตูเข้าไปในรถ ใช้วิธีต่อไฟฟ้าสายตรง เพื่อติดเครื่องยนต์ ขับหลบหนีไป

ใช้กุญแจพิเศษ : คนร้ายจะใช้เหล็กที่แข็งเป็นพิเศษ ทำเป็นหยักหรือร่องถี่ๆ มีขนาดความหนาเท่ากับกุญแจรถทั่ว ๆ ไป

กุญแจพิเศษนี้มีความแข็งมากเป็นพิเศษ เมื่อใส่เข้าไปในรูกุญแจประตูรถแล้วบิดด้วยความแรง ความแข็งของกุญแจพิเศษจะงัดร่อง ในกุญแจประตูรถให้หักหรือไม่อยู่ในสภาพเดิม สามารถเปิดประตูเข้าไปในรถได้ ต่อไฟฟ้า สายตรงเพื่อติดเครื่องยนต์แล้วขับหลบหนีไป


ใช้คีมบิดยวงกุญแจ : คนร้าย จะใช้คีมที่มีความเหมาะสม ในการคีบยวงกุญแจ ประตู อาศัยแรงบีบที่แน่น และมั่นคง บิดด้วยความแรงดึงเอายวงกุญแจประตูรถออกไป แล้วนำไปจ้าง ช่างทำกุญแจปลอม เพื่อโจรกรรมรถคันนี้ต่อไป



ใช้กลอุบายรับจ้างขับรถ : คนร้ายจะใช้วิธีการง่าย ๆ โดยไปรับจ้างเป็น คนขับรถตามสำนักงานจัดหางาน เมื่อได้รถแล้วก็จะขับรถให้นายจ้างประมาณ 6 - 7 วัน ได้โอกาสก็จะขับรถหลบหนีไป

จี้หรือชิงรถซึ่งหน้า : คนร้ายประเภทนี้ จะใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ปฏิบัติการครั้งละ 2 คน (ขับขี่ 1 คน และซ้อนท้าย 1 คน) ติดตามสะกดรอยรถ ตามใบสั่ง เมื่อเจ้าของรถหรือเหยื่อขับรถคนเดียว ไปจอด หรือผ่านไปในเส้นทางที่เปลี่ยว หรือลับตาคน

คนร้ายก็จะใช้วิธีขับรถจักรยานยนต์ ไปเฉี่ยวรถของเหยื่อ เมื่อเหยื่อ ซึ่งเป็นเจ้าของรถหยุด รถลงตรวจสอบความเสียหาย คนร้าย จะใช้อาวุธปืนหรือมีดปลายแหลม จี้ให้ลงจากรถ และส่งกุญแจรถให้ คนร้ายก็จะขับขี่รถเอาไปซึ่งหน้า ทิ้งผู้เสียหาย (เจ้าของรถ) ไว้ในที่ เกิดเหตุ


มอมยาคนขับรถยนต์รับจ้าง : คนร้าย จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ขั้นตอน

ขั้นแรก คนร้ายซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จำนวน 4 - 5 คน จะไปว่าจ้างรถยนต์ (ตามใบสั่ง ที่ต้องการ) เพื่อไปเที่ยวน้ำตก หรือสถานท่องเที่ยว ในต่างอำเภอหรือจังหวัด เสร็จงาน ก็จะจ่ายเงินให้คนขับตามปกติ

ขั้นที่สอง เป็นห้วงระยะเวลา 4 - 5 วัน จากขั้นแรก คนร้ายชุดเดิม จะว่าจ้างรถไปเที่ยวเหมือนเดิม แต่จะนัดหมายกับคนร้ายพวกเดียวกัน 1 - 2 คน ไปรอ ณ. จุด
ที่กำหนดเพื่อรอรับรถ

ใกล้บริเวณจุดที่กำหนด คนร้ายที่เป็นผู้หญิง จะพยายามหาโอกาส ในช่วงที่คนขับรถ รับประทานอาหารร่วมกัน ใส่ยานอนหลับ หรือยาชนิดอื่นที่ทำให้มึนเมาหมดสติลงไปในเครื่องดื่ม หรืออาหาร เพื่อมอม คนขับรถให้หมดสติ ต่อจากนั้น ก็จะส่งคนขับรถไปนอนที่โรงแรม ซึ่งได้จองไว้ล่วงหน้า แล้วนำกุญแจรถให้กับคนร้าย ซึ่งรออยู่แล้วขับรถหลบหนีไป วิธีการนี้ค่อนข้างจะ เป็นวิธีใหม่ในการโจรกรรมรถ


รถยนต์ที่มีล็อคพวงมาลัยอัตโนมัติ : คนร้ายจะใช้เท้าถีบและใช้มือดึงพวงมาลัย ให้สลักล็อคพวงมาลัยหักหรือหลุด

รถยนต์ที่ใช้โซ่ล่ามพวงมาลัยกับคันเบรค : คนร้ายจะใช้กรรไกรตัดเหล็กขนาด ใหญ่และคมตัดโซ่หรือทำลายกุญแจโดยการใช้น้ำกรดหยอดลงในรูกุญแจ แล้วใช้เหล็กงัดทำลายกุญแจ




รถยนต์ที่มีอุปกรณ์ล็อคคลัชและเบรค : คนร้ายจะใช้วิธีทำลายกุญแจ แบบใช้ น้ำกรดหยอด หรือเหล็กงัด หรือใช้วิธีตัดแผ่นรองเท้าที่คันคลัชและเบรคออก

รถยนต์ที่ติดตั้งสัญญาณส่งเสียง : คนร้ายจะศึกษาล่วงหน้าว่าเจ้าของรถทำไว้ อย่างไร เช่น ติดตั้งสัญญาณไว้ที่ประตู ถ้าเปิดประตูสัญญาณจะดัง คนร้ายก็จะใช้วิธี ทุบกระจกประตู หรือถอดกระจกหลังรถเพื่อเข้าไปในรถโดยไม่ต้องเปิดประตู

รถยนต์ตัดสวิทซ์หรือตัดวงจรไฟฟ้า : คนร้ายก็จะใช้วิธีศึกษาการใช้ของเจ้าของ รถมาก่อนทำการโจรกรรม ถ้าไม่สามารถทำได้ คนร้ายจะมีลูกมือเป็นช่างไฟฟ้า ทำงานในอู่ซ่อมรถมาก่อนเป็นผู้ดำเนินการต่อวงจรใหม่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสวิทซ์ ติดวงจรลับที่ทำไว้


รถหายต้องทำอย่างไร ?

รถหาย ให้รีบแจ้งรายละเอียด แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ ทราบโดยเร็ว หรือโทรหมายเลขพิเศษ "1192" (ศปร.ตร.) ตลอด24ชั่วโมง

เพื่อความรวดเร็ว ในการติดตามสกัดจับคนร้าย และเพื่อความรวดเร็วในการกระจายข่าวสาร, ข้อมูลของรถที่ถูกโจรกรรม ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือ ตำรวจทางหลวง, ตำรวจตระเวนชายแดน, ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน, กองกำลังบูรพา, กองกำลังป้องกันชายแดน จันทบุรีและตราด



credit lancer-club.net




 

Create Date : 12 มีนาคม 2551    
Last Update : 12 มีนาคม 2551 1:54:22 น.
Counter : 373 Pageviews.  

อาหารอันตรายขณะท้องว่าง

อาหารทุกชนิดก็มีประโยชน์ แตกต่างกันออกไป แต่ก็มีอาหารอีกบางชนิด ที่เป็นอาหารที่เมื่อทานในขณะที่ท้องไม่ว่างนั้น จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าเกิดทานขณะท้องว่าง รับรองว่า เกิดโทษมากกว่าประโยชน์แน่นอน เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า อาหารชนิดใดบ้างที่ห้ามรับประทานขณะท้องว่าง

นมและนมถั่วเหลือง
แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิด ประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่




เหล้า
หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน
ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง
จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่ง ผลต่อการ ดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต




ชาที่แก่เกินไป
ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ
มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ




ลูกพลับ
ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่ง กรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร




กล้วย
เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็น การยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง




กระเทียม
เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรค กระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง ผัก การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ




นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำหลังออกกำลังกาย ด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและ การออกกำลังกายภายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

ดังนั้น เราก็ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายของเราดีกว่านะคะ...

ขอขอบคุณข้อมูลจากเดลินิวส์




 

Create Date : 10 มีนาคม 2551    
Last Update : 10 มีนาคม 2551 8:38:43 น.
Counter : 909 Pageviews.  

ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย


พอดีเพิ่งได้บทความน่าสนใจมาใหม่เมื่อเช้า ก็ไม่เช้าแวเนอะ
ก็เมื่อเกือบ 10 โมง เราตื่นนอน ก็อาบน้ำลงมาชั้นล่าง โทร.คุยงานกับเพื่อน โทร.หาลูกค้าแปบ ก็มานั่งเช็คเมล์ - เล่นเนท วันนี้พี่ชายเราหยุดก็มีโอกาสได้คุยกัน(อยู่บ้านเดียวกันไม่เคยเจอหน้ากันเลย สงสัยเวลาทำงานไม่ตรงกัน)

พี่เราบอกว่าเราน่ะชอบนอนดึก ก็จริงอ่ะ บางทีกว่าจะนอนก็ ตี 2 ตี 3 โน่น แล้วก็ตื่นสาย แต่ถ้าวันไหนมีเรียนต้องไปเช้าก็สุดเพลีย พี่เราบอกว่า "ยิ่งนอนดึก ยิ่งตายเร็ว" โหพูดซะเราสะดุ้ง
ทำไงได้ตอนดึกๆมันมีสมาธิดีอ่ะ คิดงานได้เยอะเลย แต่ก็เพลียนะ พี่เราบอกว่าตื่นมารู้สึกไม่ค่อยดีใช่ไหมล่ะ อืม..จริงเลย แล้วจะทำยังไงล่ะ

พี่เราบอกว่าเราก็ต้องค่อยๆปรับตัว เช่น เคยนอน เที่ยงคืนก็ลดเหลือ 5 ทุ่ม หลังจากนั้นก็อาจลดมาเหลือ 4 ทุ่ม ถ้าไปหักดิบมันก็ทำไม่ได้หรอก อืมๆ..จริงๆ ผลพวงอีกอย่างคือเราจะดูไม่สดชื่น และจะทำให้หน้าแก่เร็ว โอ๊ะ...ตรงนี้สิเครียด 555+

เราก็เลยลอกบทความที่พี่เราให้มา ให้ลองอ่านถึงผลเสียของการนอนดึกดูน่ะ แต่ถ้าใครมีหนังสือ"นาฬิกาชีวิต" อ่านแล้วทำตามนั้นได้จะดีมากๆค่ะ

ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย

>>การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง
>>การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับเครื่องยนต์ overload ไม่ช้าเครื่องก็พัง
>>วิธีแก้ไขในกรณีทำงานดึก (เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรมเร็ว)
>>ผู้ที่มีหน้าที่บริหารงาน มักจะพบปัญหานี้กันมาก เพราะต้องเร่งงาน
>>ความเสียหายที่เกิดข้นกับคนนอนดึก
1.ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการล้า
2.ระบบร่างกายจะรวนดังนี้

ระบบย่อยอาหาร

- ท้องอืด ท้อเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดี ทำให้อุจาระหยาบ
- ถ้าไม่นอนดึกอุจจาระจะสวย




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2550    
Last Update : 4 สิงหาคม 2550 11:55:15 น.
Counter : 199 Pageviews.  

1  2  

แพนด้าตัวกลม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ต้องกล้าที่จะเสี่ยง
ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ แต่เราทำไม่ได้เพราะเราไม่ได้ทำ
อุปสรรคทุกคนเจออยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะใช้วิธีไหนแก้ไขมัน
ฉลาดที่จะคิด ฉลาดที่จะพูด ทุกอย่างอยู่ที่ปาก และการกระทำ ^____^ "
Friends' blogs
[Add แพนด้าตัวกลม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.