Group Blog
 
All blogs
 

เซียมซี

คนไทยกับการเสี่ยงเซียมซีเป็นของคู่กันราวกับการกินกาแฟต้องมีปาท่องโก๋ จนอาจจะกล่าวว่าน้อยคนนักที่ไม่เคยได้เสี่ยงเซียมซีเลยในในชั่วชีวิต "นิรารัตน์" กับ "สุวรรณ" 2 ผัวเมียต่างเคยเสี่ยงกันมาแล้วคนละนับสิบๆครั้ง

src = //www.bloggang.com/data/moopanda/picture/1204955809.jpg>

แต่หนที่ทั้งสองไปเสี่ยงที่วัดมีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ทางด้านเซียมซีแห่งหนึงทางภาคตะวันออกต่างได้ใบเดียวกัน คำทำนายร้ายแรงน่าตื่นตระหนกกระทั่งพวกเขาต้องยืนอ่านคำทำนายทั้งหมดที่มี 28 ใบ ปรากฏว่าใบของเขาเป็นใบอันบ่งถึงความตกต่ำสุดขีด

ความสนุกในการท่องเที่ยววันหยุดด้วยรถมอเตอร์ไซค์หมดไปทันที สุวรรณแทบไม่อยากควบรถคู่ชีพ เพราะความวิตก อกสั่น ขวัญแขวน เขาเพิ่งอยู่กินกับนิรารัตน์เพียงครึ่งปี
หน้าที่การงานของทั้งสองแม้เล็กน้อยกระจ้อยร่อย มันก็เปี่ยมไปด้วยความสุขในบ้านเช่า คือห้องเช่าในบ้านหลังหนึ่งแถวนครปฐมมันไกล แต่ราคาแค่ 600 ก็คุ้มค่ากับการควบรถเครื่องไปทำงานแถวบางแคเหมือนกัน

พวกเขามีค่าน้อยนิดเหลือเกินในโลกใบนี้ ยังมีอะไรที่แย่ไปกว่าปัจจุบันอีกเล่า นอกเสียจากความตายก่อนวัยอันควร คนที่กำลังสุขสันต์ ในความรัก สมหวัง เรื่องตายช่างน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าเรื่องร้ายๆทั้งโลกมารวมกัน



หญิงสาวร่างท้วมหน้าตาคมคาย หนักแน่นกว่าสามีร่างผอมแห้งของหล่อน ในชุดยีนส์เสื้อยืดของสุวรรณ เหมือนอยากจะบีบความผอมให้เล็กเท่าเม็ดข้าวเปลือกเพื่อหลบภัยซึ่งเขาเชื่อว่าตนเองต้องเจอ
สาวร่างท้วมในในชุดกางเกงขา 3 ส่วน สวมเสื้อเชิ้ตไปถอยมอเตอร์ไซค์ออกมาสตาร์ทเครื่องกวักมือเรียกสามีมาซ้อนท้าย

"อะไรมันจะเกิดมันหนีไม่พ้นอยู่ดี น่าจะปีตินะพี่นะ ที่เราได้รู้จากเซียมซีเสียก่อนไม่งั้นเราก็ไม่ระมัดระวังปล่อยตัวตามสบาย ฉันเชื่อเรื่องกรรม ถ้าเราทำดีเสียอย่างเดียว กรรมหนักจะบรรเทาลงได้ เพราะเจ้ากรรมนายเวรเขาอภัยหรือลดหย่อนผ่อนโทษให้เราได้ทำดีแก้ตัว มาขึ้นรถ ปอดๆอย่างนี้ฉันขับเองดีกว่า จะปลอดภัยเพิ่มขึ้น"

"หาที่พักแรมสักคืนหนึงก่อนไม่ดีหรือรัตน์ กว่าจะกลับถึงนครปฐมคงจะมืดค่ำระหว่างทางน่ะ" สุวรรณกล่าวอย่างใจเสีย

"ฮื้อ พักแรม หมดห้าหกร้อยบาท เงินขนาดนี้เติมน้ำมันรถได้ตั้งครึ่งเดือนเชียวนะ มาน่า เชื่อมือฉันสิ"
หล่อนคะยั้นคะยอ ชายหนุ่มยินยอมเขาฝืนหัวเราะแหะๆ ขระซ้อนท้ายรถเครื่อง นิรารัตน์บิดคันเร่งพารถออกจากที่นั่นทันที หล่อนเองก็ใจเสียแต่ถ้าเสียพร้อมเพรียงกัน มีหวังบ้าเท่านั้นเอง

เวลายามนั้นราว 4 โมงเย็นกว่า รถวิ่งขึ้นทางหลักแล่นเข้ากรุงเทพฯเพื่อวกออกนครปฐมทางด้านนนทบุรี กระทั่ง 5 โมงกว่ารถเครื่องแล่นผ่านวัดแห่งหนึ่งมีการปิดป้ายประกาศปล่อยชีวิตโค กระบือ ตัวหนังสือเบ้อเริ่มเทิ่มเห็นถนัดชัดเจนแต่ไกล



"ทำบุญกันหน่อยดีกว่าอย่างน้อยย่อมทำให้ใจเราหนักแน่นขึ้น เดี๋ยวฉันจะเลี้ยวกลับรถเข้าไปในวัด เงินที่พี่ว่าจะใช้เป็นค่าที่พัก เราเอามาทำบุญเสียยังดีกว่าเป็นไหนๆ จริงๆนะพี่นะ"

"เอาสิรัตน์" เขาตอบสั้นๆตลอดทางเขาครุ่นคิดถึงแต่ความตาย คิดจนฝ่อไปหมด เสียวรถเฉี่ยว รถชน รถคว่ำ สารพัดเสียว แถมเสียวเป็นลมหล่นจากรถตัวเองจนน่าหัวเราะตัวเอง

2 ผัวเมียเข้าร่วมปล่อยชีวิตโค กระบือ 500 บาทของคนจนเช่นเขามันอาจมมากเท่าห้าพัน ห้าหมื่น ของคนอื่น เขาเป็นปลื้มในกุศลครั้งนี้ ขระออกจากวัดดังกล่าว สุวรรณใจชื้นถึงขนาดขี่รถเองได้ให้นิรารัตน์ซ้อนท้ายบ้าง



2 หนุ่มสาววิ่งตัดออกทางถนนบางกรวย-ไทรน้อย พ้นถนนนี้อีก 18 กิโลเมตรถึงบางเลน เลี้ยวซ้ายไปทางดอนตูมราว 20 กว่ากิโลเมตร จะถึงที่พักแถวถนนสายพุทธมณฑล หนทางราบเรียบเพราะถนนเพิ่งเทยางมะตอยได้ไม่นาน รถก็น้อย ไม่ชวนหวาดเสียวเฉี่ยวชน

ระหว่างทางเขายังเจอเต่าใหญ่ตัวหนึ่ง เดินข้ามถนนอย่างเชื่องช้า หน้าโรงเรียนดอนตูม
"พี่จะจอดรถ เธอลงไปอุ้มมันขึ้นมา เราจะเอาเต่าไปปล่อยในที่ปลอดภัย จำได้ว่ามีคลองอยู่ข้างหน้านี่"
หญิงสาวก้าวลงเดินไปนำเต่าใหญ่มาประคองด้วย 2 มือ แล้วนั่รถแบบตะแคงข้าง สุวรรณขับรถแช่มช้ากระทั่งถึงคลอง เขาจอดรถข้างทาง ช่วยหล่อนอุ้มเต่าไปปล่อยลงน้ำ มันยืดหัวออกมาคล้ายขอบคุณผู้ให้ความช่วยเหลือ




"ขอปล่อยทุกข์ปล่อยโศก ปล่อยโรค ปล่อยภัยไปกับกุศลผลบุญ เจ้าเองก็ขอฝากแม่พระคงคาด้วยนะเจ้าคะ ขอให้เต่าน้อยนี้อายุมั่นขวัญยืนด้วยเทอญ"

เต่าดำดิ่งหายไปใต้สายน้ำอันเย็นฉ่ำ เวลา 6 โมงเย็นพอดิบพอดี 2 หนุ่มสาวกลับขึ้นรถเครื่องแล้วขับออกไปจากที่นั่น ต่างถึงบ้านกันอย่างสวัสดิภาพไร้เหตุเภทภัย

ทว่าคำทำนายจากเซียมซีใช่ว่าจะผ่านพ้นในวันเดียว ว่ากันว่า 3 วัน 5 วัน 7 วัน ไปจนกระทั่ง 1 เดือน จึงจะพ้นเหตุอันตราย ยังต้องใช้ความสุขุมรอบคอบในการดำเนินชีวิตสุดขีด



วันหยุดอาทิตย์ต่อมา ความวิกตกค่อยๆจางลงตามกาลเวลา มิหนำซ้ำเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนที่เงินยังอุ่นๆในกระเป๋า สุวรรณจึงพาภรรยาของตนไปนั่งกินอาหารเล็กน้อยที่ร้านข้าวต้มเปิดใหม่ริมถนน

ชายหนุ่มสั่งเหล้ามา 1 แบน โซดา น้ำแข็งและกับข้าวต้มราคาประหยัดอีก 2 จาน คือจับฉ่ายและปลานึ่ง ตัดแบ่งขายเป็นชิ้น จับฉ่ายเมื่อไม่นานจานละ 12 บาท แต่ปัจจุบันล่อเข้าไป 20 และถ้วยเล็กลง จะเรียกว่ากับราคาประหยัดอย่างเมื่อก่อนก็ว่าไม่ถูก



กำลังนั่งสนทนาถึงอนาคตของชีวิตกะหนุงกะหนิง 2 คนผัวเมีย ในร้านมีวัยรุ่นก้าวเข้ามา 7-8 คน จะว่าเป็นทหารในกรมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนก็ไม่น่าจะใช่ เพราะผมยาวเฟื้อย ท่าทางแต่ละคนเมามากันพอสมควร พูดมึงมาพาโวย ดุเดือดเหมือนเป็นเจ้าถิ่นแถวนี้

มี 2 คนกราดตามาทางโต๊ะของสุวรรณ ดีที่นิรารัตน์นั่งหันหลังให้หน้าร้าน ร่างท้วมในเสื้อหลวมกว้างไม่เรียกร้องความสนใจ พวกนี้จึงเลิกสนใจเมียของสุวรรณ จับจองโต๊ะใหญ่กลางร้าน เปิดฉากสั่งสุรา อาหารเป็นการใหญ่

"เหล้า 1 ขวดยักษ์ หาขวดยักษ์ก็ขวดกลมไงไอ้น้อง ขวดน้องยักษ์ก็ขวดแบน หัวลื้อทุยๆไหงโง่เหมือนไอ้ทุยนักวะ แล้วเอ่โซดามา 3 ขวด น้ำแข็ง 1 โอ่ง ตักทยอยมาทีละกระติก
กับแกล้มเอาที่เจ็บแสบเข้าไปถึงทรวง ไม่เผ็ดไม่แซบไม่ต้องเอามา หรือที่จืดนักก็โรยพริกขี้หนูสวน ใส่จานไป 2 กำมือ หาอะไรวะ กินได้ซีโว้ย กินไม่ได้จะสั่งทำไมวะ"

ความสนุกหมดไปจากโต๊ะสุวรรณ 2 ผัวเมีย ครู่เล็กๆยังมีคนทยอยเข้ามาอีก 2-3 โต๊ะ เป็นชายล้วนๆต่างคนต่างคุยกระทั่งเสียงโต๊ะวัยรุ่นถูกกลบจนจางความดุ ลงไปบ้าง
เหล้าหมดไปครึ่งแบนแล้ว กับแกล้มพร่องไปไม่น้อย ชายหยุ่มตั้งใจว่า อีกครึ่งชั่วโมง ไม่ว่ากับแกล้มจะหมดหรือไม่ เขาจะเรียกเด้กมาเก็บเงิน ไปนั่งคุยกับเมียในห้องที่แสนจะอบอุ่นปลอดภัยดีกว่า



สุวรรณเพิ่งจิ้มเศษหมูในจานจับฉ่ายไปเคี้ยวอย่างแช่มช้า หน้าร้านมีรถเครื่องมาจอดสั่งกับข้าวต้ม 1 คัน คนขี่รถใส่กางเกงสีเขียว ใส่เสื้อคอกลม ผมสั้น ฟ้องความเป็นทหารแน่นอน
คนซ้อนท้ายเป็นหยิงวัยรุ่นหุ่นบาดใจชาย หล่อนสวมกางเกงยีนส์ฟิตเปรี๊ยะและเสื้อยืดสีแดงสดฟิตจัดเช่นกัน ใบหน้าสวยสดงดงามจนโต๊ะทุกโต๊ะหันไปมองเป็นตาเดียว

"สวยนี่นา แฟนใครเอ่ย หัวใจว่างหรือเปล่าน๊า"
วันรุ่นหน้าสิวเขลอะตะโกนแซวออกมาเสียงดังลั่น

เฮ้ย ผัวเขามาด้วยท่าทางจะหวงเมีย อย่าไปแทะโลมเขาเลยโว้ย"
อีกคนคล้ายปราม แต่เสียงมีแววยียวน

"ทำไมพูดแค่นี้สึกเหรอตรงไหน ไหน อยากดูซิ พูดแล้วสึกหรอหรือ"
หน้าสิวลุกจากโต๊ะ เดินมาหน้าร้านมีเพื่อนเดินคลอมาอีก 3 คน เหมือนจะหาเรื่องกระทืบใครเล่นแก้เหงาแข้ง

"ไงคนสวย เราเคยเป็นแฟนเก่ากันหรือเปล่า ป๋าคุ้นๆหน้าคนสวยพิกลแฮะ"
ไอ้หน้าสิวพล่ามอย่างหยาบคายไร้มารยาท

"แฟนผมเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ ยังไม่เคยรู้จักใครทั้งนั้น"
ทหารหนุ่มพูดแบบเก็บความรู้สึกเดือดไว้ในอก

"อั๊วไม่ได้ถาม กรุณาอย่าแสลนตอบไม่เข้าเรื่อง อั๊วสนใจคุยกับคนสวยคนเดียว ลื้อเป็นใครก็ตามอย่าแส่"

"อย่าหาเรื่องกันดีกว่า..." ทหารหนุ่มหน้าตาเคร่งเครียด อย่างน้อยเขาก็อับอายคู่รักที่ปล่อยให้เธอโดนแซว

"กูจะหาเรื่อง มึงก็ต้องมีเรื่อง" ไอ้หน้าสิวคำรามราวหมาบ้ากัดไม่เลือกหน้า สาวสวยต้นเรื่องยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

แต่ที่ร้ายกว่าคือ เพื่อนของมัน ไอ้นี่ชกตูมเข้าโหนกแก้มทหารหนุ่มเซถลา พริบตานั้นทั้งสี่อสุรกุ๊ยก็ล้อมกรอบกระทืบเขาอย่างเหี้ยมโหด ท่ามกลางมรสุมแข้ง มรสุมหมัด ทหารยังห่วงใยแฟนอย่างยิ่งยวด ร้องตะโกนออกมาจากวงล้อม

"ปริม วิ่งหนีเข้ากรมเร็ว..."

กรมอยู่ฝั่งตรงข้ามนี่เอง ประตูทางเข้าเยื้องไปอีก 200 เมตรเห็นจะได้ สาวสวยตกใจตัวสั่นนานแล้ว เมื่อแฟนหนุ่มร้องสั่ง เธอรีบวิ่งสุดชีวิตข้ามฝั่งแบบไม่กลัวรถเฉี่ยวชน ตรงไปทางประตูกรมทหารซึ่งมียามรักษาการณ์พร้อมอาวุธคู่กาย

คราวนี้ 4 เดนมนุษย์โกรธเกรี้ยวเป็นการใหญ่ เร่งมือ เร่งเท้า หมายขยี้เขาให้แหลกยับ ใครเห็นก็ไม่กล้าเข้าไปช่วย เนื่องจากยังมีอีกสี่ที่รออยู่อย่างเหี้ยนกระหือรือ

ทหารคนนนี้ ผ่านการฝึกมารอบตัว เขาปกป้องจุดอันตรายไว้ได้หมด กระทั่งเหลือบเห็นแฟนสาววิ่งหายเข้ากรมปลอดภัย เขาฝืนใจปล่อยหมัดไปหลายชุด เหล่าเศษเดนเปิดช่องว่าง เขารีบวิ่งหนีเข้ากรมไปอีกคน

4 วายร้ายแผดหัวร่อดังลั่น
"ใครอยากลองลุกขึ้นมาได้นะที่นี่แข้งเข่าไว้บริการทุกระดับประทับทรวง"
หน้าสิวคำรามอย่างย่ามใจ

ทั้งร้านเงียบกริบ หน้าสิวก้าวออกไปถีบรถเครื่องของทหารหนุ่มล้มโครมคราม ก่อนจะเดินส่ายอาดๆกลับไปวดเหล้าอย่างลำพอง ผยองเดช

สุวรรณมองตากับเมียของเขา ต่างรู้ว่าสักครู่ต้องรีบเรียกเด็กมาคิดเงิน ถ้าหากเรียกปัจจุบันทันด่วนย่อมสะดุดความรู้สึกของเศษมนุษย์ ทหารหนุ่มเป็นตัวอย่างที่สุวรรณต้องสังวรระวังไว้ให้ดี

ทันใดนั้นอากาศเริ่มสลัวๆเพราะเลย 6 โมงเย็นไปพักใหญ่ ใครต่อใครต่างเหลียวหันไปมองริมกำแพงกรมทหารเป็นตาเดียว เพราะคล้ายว่าจู่ๆก็มีวัวตัวหนึ่งมายืนเล็มหญ้าริมคูคลองตรงหน้าร้านอีกฝั่งของถนน



วันแปลกตัวนี้สีขาวราวสำลีที่สะอาดตากระทั่งเหมือนสำลีจริงๆ ตัวใหญ่กว่าวัวทั่วไปร่วมครึ่งเท่าตัว พวกวัยรุ่นหันไปพูดวิพากษ์วิจารณ์ถึงวัวขาว สุวรรณรีบกวักมือเรียกเด็กมาคิดเงินของบนโต๊ะมีน้อยนิดคิดแผล็บเดียว ควักเงินจ่ายกันเรียบร้อย
ชายหนุ่มขยิบตาให้เมีย ชวนกันออกจากร้าน เพื่อข่ามถนนไปดูวัวเขาสนใจจากความรู้สึกที่แท้ เพราะตลอดชีวิตไม่เคยพบมาก่อน เรื่องวัวสีขาวราวสำลีแบบนี้

อึดใจที่ 2 หนุ่มสาวขับรถเครื่องข้ามไปอีฝั่งของถนน หน้าร้านข้าวต้มมีรถเครื่องอีกคันมาชะลอ ตนขี่และคนซ้อนสวมชุดพรางล้วนๆ พริบตานั้น คนซ้อนก็ขว้างบางอย่างเข้าไปภายในร้าน

"บรึ้ม...มมมม..."

เสียงระเบิดดังสนั่นเลือนลั่นกระทั่งสุวรรณเกือบทำรถเครื่องตัวเองพลิกคว่ำ ด้วยความตระหนกตกใจ ยังไม่ทันที่เขาจะหันไป

"บึ้ม...มมมม..."

เสียงระเบิด แผดสนั่นลั่นโลกอีกลูก ดีที่สุวรรณนำรถข้ามถนนไปแล้ว เมื่อเขาหันหน้ามาดู เห็นรถเครื่องของคนในชุดพรางวิ่งปราดออกจากหน้าร้าน หายลับไปในซอย

ส่วนภาพในร้านข้าวต้ม มันพินาศยับเยิน โต๊ะเศษมนุษย์แทบกลายเป็นเศษเนื้อเลอะเลือนกระจัดกระจาย หลายคนตาย และอีกหลายคนแขน-ขาขาด นอนดิ้นครวญคราง โต๊ะอื่นรวมถึงเด็กเสิร์ฟเจ้าของร้านดิ้นเร่าๆไปตามๆกัน เพราะระเบิดไม่เข้าใครออกใคร

แต่นิรารัตน์ตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่า เนื่องจากหล่อนเห็นวัวสีขาวอันมหัศจรรย์ค่อยๆจางหายไปในอากาศสลัวๆต่อหน้าต่อตาและหายวับไปในที่สุด
คาดว่าหล่อนเห็นความอัศจรรย์นี้เพียงลำพัง เพราะใครต่อใครย่อมมองไปในร้านข้าวต้มเป็นตาเดียว



"วัวหายไปแล้วพี่..."
หล่อนครางราวกับไข้ขึ้น เมื่อประจักษ์ถึงสิ่งปฏิหาริย์

"ไอ้วายร้ายพวกนั้น ไม่เหลือชิ้นดีสักคนเดียว"
ชายหนุ่มครางเช่นเดียวกับคู่ชีวิตของเขา เพียงแต่ครางคนละเรื่องเดียวกัน

รถราติดกันเต็มถนน ผู้คนแตกตื่นกันออกมาดูระเบิดลงร้านข้าวต้ม สุวรรณขับมอเตอร์ไซค์วิ่งจากไปเมื่อได้สติคืนมา ขืนเขาอยู่ไม่แคล้วต้องโดนสอบปากคำมีภาพขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์หลายฉบับ คนตัวเล็กน้อยอย่างเขา 2 คนผัวเมียตกเป็นข่าวใหญ่ ย่อมไม่ใช่เรื่องปีติอันใดนัก มีแต่จะยุ่งยากไร้ที่สิ้นสุด

2 ผัวเมียกลับถึงห้องในบ้านเช่าอย่างปลอดภัย เชื่อหมดหัวใจว่า ผลบุญกุศลที่พวกเขาทำบุญปล่อยชีวิตโค ไปด้วยจิตศัทธา วัวเทพเจ้าคงมาช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นวิกฤตการณ์

แน่ล่ะเซียมซีบอกถึงความตกต่ำอย่างร้ายกาจของพวกเขา ทว่าการสร้างกุศลผลบุญ ย่อมบรรเทาผลของกรรมได้แน่นอน ไม่งั้นหากไร้วัวมหัศจรรย์ เบี่ยงเบนความสนใจของวัยรุ่นนรก คงเรียกเด็กมาเก็บเงินไม่ได้

นั่นหมายความว่าเมื่อระเบิดถูกโยนเข้ามาในร้าน พวกเขา 2 คน ต้องตายเหมือนคนอื่นๆเช่นกัน
หลังจากเรื่องเขย่าขวัญเย็นวันนั้น สุวรรณกับนิรารัตน์ ยังเชื่อเรื่องเซียมซีไม่เปลี่ยนแปลง...

แต่..
เชื่อเรื่องทำบุญสร้างกุศลจะช่วยให้รอดจากเรื่องเลวร้ายได้ไม่มากก็น้อย...

ที่แน่ๆเลยคือเมื่อใดก็ตาม เมื่อเขา 2 คนไปกินอาหาร พบการมีเรื่องมีราวในร้าน ต่อให้ถูกหาเรื่อง เขาก็เรียกเด็กมาคิดเงินเพื่อเผ่นไปเสียให้พ้นๆครั้งเดียวที่เห็นระเบิดลงคาตาเกินพอที่จะทดลองเจอในครั้งต่อไป


ขอขอบคุณนิตยสาร แรงบุญแรงกรรม ที่ข้าพเจ้านำข้อมูลมาเผยแพร่เป็นอุทาหรณ์แก่บุคคลทั่วไปค่ะ




 

Create Date : 08 มีนาคม 2551    
Last Update : 8 มีนาคม 2551 13:08:38 น.
Counter : 412 Pageviews.  


แพนด้าตัวกลม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ต้องกล้าที่จะเสี่ยง
ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ แต่เราทำไม่ได้เพราะเราไม่ได้ทำ
อุปสรรคทุกคนเจออยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะใช้วิธีไหนแก้ไขมัน
ฉลาดที่จะคิด ฉลาดที่จะพูด ทุกอย่างอยู่ที่ปาก และการกระทำ ^____^ "
Friends' blogs
[Add แพนด้าตัวกลม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.