ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 

เที่ยวหลวงพระบาง วันที่ 1 เช่าจักรยานขี่ชมเมือง เดินขึ้นวัดพูสี เที่ยวตลาดมืด



ช่วงหยุดยาวเดือนกรกฎาคม 2559 พาลูกเที่ยว "หลวงพระบาง" 

เมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ชมลักษณะเมือง ภาษาพูด 
อาหารการกิน วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี วัดวาอาราม

โปรแกรมท่องเที่ยว

วันที่ 1 เช่าจักรยานขี่ชมเมือง เดินขึ้นวัดพูสี เที่ยวตลาดมืด
วันที 2 เช่ามอเตอร์ไซค์ไปปากอู ถ้ำติ่ง วนรอบเมือง
วันที่ 3 ซื้อทัวร์ไปตาดกวางสี เดินชมเมือง ชมวัด
วันที่ 4 เดินทางกลับไทย

แลกเงินกีบด้วยเงิน 3,500 บาทและ 70 ยูโร รวมประมาณ 6,300 บาท 
เป็นค่ากินเที่ยว ใช้จ่ายจริงประมาณ 2,500 บ.ต่อคน (ไม่รวมค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบิน)  
กลับมาไทยยังเหลือเงินลาวอยู่จำนวนหนึ่ง


วันที่ 1 เช่าจักรยานขี่ชมเมือง เดินขึ้นวัดพูสี เที่ยวตลาดมืด


เลาจน์ของบางกอกแอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ





พร้อมเดินทาง




เดินทางถึงสนามบินหลวงพระบางแล้ว





ซื้อซิม 50,000 กีบ ที่สนามบิน
หลวงพระบางเที่ยวเองได้ง่าย ไม่ต้องกลัวหลง 
เพียงมี App. Google Map เอาไว้ให้อุ่นใจ 
มีซิมลาวเอาไว้ใช้เน็ต โทรติดต่อโรงแรม และทัวร์ ได้





เคาน์เตอร์ซิมและเคาน์เตอร์คูปองรถเข้าเมือง 
ที่ก่อนถึงประตูทางออกสนามบินหลวงพระบาง




เคาน์เตอร์แลกเงิน อยู่ใกล้ๆกัน แลกด้วยเงิน 3,500 บาทและ 70 ยูโร





รถแวน ที่ไปส่งเรา ได้แชร์รถร่วมกับคนอื่น 3 กลุ่ม รวม 6 คน
ค่ารถเข้าเมือง 50,000 กีบ (สำหรับ max. 3 คน) ไปคนเดียวก็ราคานี้




ไม่นานก็ถึงโรงแรมลาวลู ปากซอยที่พักที่เห็นในภาพ คือ น้ำของ 
หรือแม่น้ำโขง ออกเสียงตามคนท้องถิ่น




ที่พักของเราทริปนี้คือโรงแรม Lao Lo Lodge ได้บรรยากาศดีนะ 
ทำเลคืออยู่ตรงตลาดเช้า ใกล้ที่เที่ยวหลายแห่งแบบเดินไปได้ 
เช่น วัดพูสี ตลาดมืด พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง






Reception Lobby ซึ่งสามารถกินผลไม้ ชา กาแฟ เติมน้ำเปล่าได้ทั้งวันที่ตรงนี้




ห้องพักดี สะอาด นอนสบาย ห้องน้ำก็กว้างและสะอาด ทำเลดี 
มีจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ให้เช่าและมีทัวร์ต่างๆ ขายในราคามาตรฐาน 
เราซื้อทัวร์ไปตาดกวางสี คนละ 50,000 กีบ เป็น Join Tour 
และค่ารถตุ๊กๆ ที่จองจากที่พักไปส่งสนามบิน 50,000 กีบต่อคัน





วันนี้จักรยานของโรงแรมมีคนเช่าไปหมดแล้ว 
จึงไปเช่าจักรยานร้านนวดใกล้โรงแรม คันละ 20,000 กีบ 
แล้วขี่ไปกินข้าวเปียกเส้นหน้าวัดธาตุ ทางร้านยังใช้ฟืนควันโขมง 
น้ำซุปร้อนๆ กลมกล่อม





ข้าวเปียกเส้นที่หลวงพระบางนิยมกินกับข้าวโคบหรือข้าวพอง 
สั่งน้ำส้มเช้งคั้นสดมาชิมด้วย




มีถั่วงอกสดให้กินแกล้มข้าวเปียกเส้น




กินข้าวเปียกแล้ว ไปขี่จักรยานชมเมืองหนึ่งรอบ แล้วกลับไปนอนพักผ่อน 
จนถึงเวลาเกือบๆ หกโมงเย็นพากันขี่จักรยานไปจอดที่ตลาดมืด 
ค่าจอดคันละ 2,000 กีบ ผ่านร้านเมี่ยง 
จึงลองชิมเมี่ยงที่ตลาดมืดก่อนเดินขึ้นวัดพูสี





ด้วยความหิว เกาลัดก็ลองชิมและก็กินเมี่ยงได้หลายคำ 
ส่วนแม่นั้นชมกับคนขายว่าแซบ ลูกกำลังเคี้ยวเมี่ยง 
แม่ขอถ่ายภาพขัดจังหวะการกิน ลูกเลยอมเมี่ยงไว้ให้แม่ถ่ายภาพก่อน





ผ้าปักสวยๆ ที่ตลาดมืด




กระติบข้าวลายต่างๆ





ทางเดินขึ้นวัดพูสี




เดินขึ้นวัดพูสี ต้องแวะพักเหนื่อยเป็นระยะ แต่ขาลงนี่สบาย


 ทิวทัศน์จากวัดพูสี




มหาชนที่รอชมอาทิตย์ตกที่วัดพูสี สู้ไม่ไหว เลยเดินลงดีกว่า




พระธาตุพูสี




เที่ยวจนเหงื่อชุ่ม เสื้อเปียก กลับมาอาบน้ำล้างตัว 
แล้วไปกินซิ้นดาด หรือบุฟเฟต์หมูกระทะ ที่ริมแม่น้ำของใกล้ ๆ โรงแรม




บุฟเฟต์ซื้นดาด คนละ 60,000 กีบ ไม่รวมเครื่องดื่ม 
ออกจากร้านอาหาร พากันขี่จักรยานวนเล่นชมเมืองหลวงพระบางยามค่ำ
 บรรยากาศสบายๆ จากนั้นกลับมาอาบน้ำ พักผ่อนผ่านไป 1 วัน แบบดีจัง






 

Create Date : 12 สิงหาคม 2559    
Last Update : 10 เมษายน 2561 15:56:57 น.
Counter : 852 Pageviews.  

เที่ยวคิวชูเหนือด้วยตนเอง วันที่ 5 เดินทางกลับกรุงเทพฯ





Day 5 : 


ออกจากโรงแรมหกโมงเช้าไปนั่ง JR จาก สถานีฮากาตะ ไปสนามบินฟุกุโอกะ 
ระยะห่างเพียง 2 สถานีก็ไปถึง และเดินทางกลับประเทศไทย

ที่จริงออกสักเจ็ดโมงเช้าก็ยังทันนะคะ  
เพราะไปถึงกลุ่มเราก็ต้องรออีกเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เช็คอิน


เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ





ขอบคุณเพื่อนที่ให้เราไปด้วยนะ เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมาก



การเดินทางท่องเที่ยว เป็นการฝึกตัวเราให้เข้าใจคนอื่น 
ยอมรับความแตกต่าง ปรับใจให้ยืดหยุ่น  ให้ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 
รับมือกับสิ่งไม่คาดคิดหรือสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจอย่างมีความสุข
ถ้าไม่ได้อย่างหวังก็ไม่ต้องไปโมโหกับมัน 
เที่ยวเท่าที่จะทำได้ แล้วมีความสุขกับมันให้คุ้ม ..... นะคะ





 

Create Date : 08 สิงหาคม 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:33:40 น.
Counter : 507 Pageviews.  

เที่ยวคิวชูเหนือด้วยตนเอง วันที่ 4 เที่ยวในฟุกุโอกะ พักฮากาตะ



Day 4 : 


ตอนเช้าออกจากโรงแรมไปสถานี JR Hakata 
ซื้อตั๋ว 1 Day Tourist Bus Pass คนละ 820 เยน ที่ Touristm Information 
แล้วเดินไปที่ Bus Station ต่อแถวนั่งรถเมล์สาย 68 ไปตลาดปลา Nagahama ย่านเทนจิน

รถสาย 68 ขึ้นที่ Platform 4








วันนี้ใช้พาสนี้ค่ะ





ตลาดปลา Nagahama

















ตลาดปลา Nagahama จุดชมวิวอยู่ชั้น 13 








นั่ง subway ไปสถานีเทนจิน 





ต่อแถวซื้อชีสทาร์ตที่สถานีเทนจิน คนเยอะ แถวยาว





จากนั้นกลับมาสถานีฮากาตะ เพื่อใช้ Pass นั่งรถบัสฟรีไป Hakata Port Tower 
หอคอยที่ท่าเรือฮากาตะ (Hakata Port Tower) 
เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองฟูกุโอกะตั้งอยู่ริม อ่าวฮากาตะ ใกล้กับท่าเรือของฟูกุโอกะ








จุดชมวิว (ฟรี)






ท่าเรือที่อ่าวฮากาตะ อยู่บริเวณเดียวกับ Hakata Port Tower 
เราจะนั่งเรือไปเที่ยวกันต่อ ณ จุดนี้





ซื้อตั๋วเรือเฟอรี่ไปท่าเรือ Saitozaki





แผนที่เส้นทางเรือโดยสารเส้นทางที่เราจะไป





ในเรือ





มาถึงท่าเรือ Saitozaki แล้ว เรือที่มาส่งเรากำลังจะออกจากท่า






เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี JR Saitozaki ไป สถานี Uminonakamichi 
เพื่อไป Aqurium Marine World






ถึง สถานี Uminonakamichi แล้ว
Uminonakamichi Seaside Park ตั้งอยู่ที่สถานี JR ชื่อเดียวกัน 
เดินไปอีกนิดก็จะถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ






Aqurium Marine World





ซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติ
















เสร็จจาก Aqurium Marine World  เดินกลับมาที่สถานี Uminonakamichi 
เพื่อกลับเข้าเมืองฟุกุโอกะ ปลายทางสถานีฮากาตะ แล้วต่อบัสไปห้างคาแนลซิตี้

Canel City





อิชิรัน ราเมนข้อสอบ สาขาคาแนลซิตี้











พากันแวะช้อปปิ้งพอกรุบกริบ






แวะชมสีสัน วิถีชีวิตยามค่ำริมคลอง






ก่อนเข้าห้องพัก เช็คข้อมูลและทำเว็บเช็คอินที่ล็อบบี้โรงแรม 
ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตฟรี






จากนั้นก็จัดกระเป๋า และพักผ่อน เตรียมเดินทางกลับไทยพรุ่งนี้เช้า




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:35:23 น.
Counter : 793 Pageviews.  

เที่ยวคิวชูเหนือด้วยตนเอง วันที่ 3 เที่ยวนางาซากิ พักฮากาตะ



Day 3 : 


ตอนเช้านั่งรถไฟจากสถานีฮากาตะไปสถานีนางาซากิ 
จากนั้นจองที่นั่งรถไฟเที่ยวกลับไว้ประมาณ 20.23 น. 
แล้วซื้อตั๋วรถรางแบบ One Day Pass สำหรับใช้เที่ยวชมเมืองนางาซากิ 
เดินข้ามสะพานลอยหน้า JR Station ไปก็จะถึงป้ายรถรางตามภาพ





รถรางจะมีหลายสาย ในตั๋วจะบอกเราว่าสายไหนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวใดบ้าง





เมืองนางาซากิใช้รถรางเป็นรถบริการสาธารณะควบคู่ไปกับรถบัสประจำทาง





บ้านเก่าที่ยังอนุรักษ์เอาไว้ที่นางาซากิ




รูปปั้นเหล่านี้จะพบตามสถานที่สำคัญในเมืองนางาซากิ





Megane-bashi (Spectacles Bridge) หรือ สะพานแว่นตา





กิมมิคเล็กๆ คือ การตามหาหัวใจแถวสะพานแว่นตาว่าอยู่ตรงจุดไหน 
ฝนก็ตก ได้ใส่ๆถอดๆ เสื้อกันฝนทั้งวันยันค่ำ






ตลอดทั้งถนน เต็มไปด้วยร้านค้าที่ยั่วยวนให้ละลายทรัพย์ 
ก็พากันหมดเงินไปกับที่นี่ เพื่อนได้รองเท้า New Balance ราคาดีงามจากที่นี่ด้วย 
เจอไดโซะร้านใหญ่ด้วย





อาหารกลางวัน อร่อยมาก





ทางขึ้น Glover Garden





เจ้าเหมียวน่ารักจัง





เจ้าเหมียวน่ารักมาก เจอที่ลานหน้าทางเข้า Glover Garden เมืองนางาซากิ 




ฝาท่อระบายน้ำ






จุดชมวิวที่ Glover Garden









Hollander Slope





บ่อน้ำล้างมือในวัด










Peace Park และใกล้ๆ กันจะเป็น Atomic Bomb Museum





สถานีขายตั๋ว Fuchi Shrine Station ที่ Mt. Innasa Observation Platform
จากสถานีรถรางเดินไปค่อยข้างไกล ตามจริงมีรถเมล์ (บัส) วิ่งผ่านด้วยค่ะ 
ซึ่งขากลับเราจะนั่งรถบัสกลับไปสถานีเจอาร์ แต่ด้วยความที่กลัวตกรถไฟ จึงนั่งแท็กซี่แทน





ขึ้นรถราง หรือกระเช้า Nagasaki Ropeway ขึ้นไปชมวิวเมืองนางาซากิ










ฝนตกไป ก็เที่ยวกันไปกลางฝน

กลางฝนที่จุดชมวิว Mt. Inasa Observation Platform





ตอนกลางคืนมีไฟประดับที่ทางเดินบนยอดเขา





ภาพถ่ายจากเคเบิ้ลคาร์ขากลับลงไป






ขากลับจาก Nagasaki Ropeway ฝนยังตกอยู่ เลยจะไม่เดินไปขึ้นรถราง 
เราสามารถนั่งรถบัสประจำทางสาย 20 และ 40 จากหน้าสถานี Ropeway 
ไป JR Station ได้ แต่กลัวไม่ทัน จึงพากันนั่งแท็กซี่ไป ในภาพ 
เรากำลังนั่งรถไฟจากนางาซากิเที่ยวค่ำกลับฮากาตะ ฝนตกหนัก 
รถไฟไฟดีเลย์ หยุดวิ่งไปพักใหญ่ ทำให้การเดินทางวันนี้ล่าช้าไปประมาณ 2 ชั่วโมง 
กลับถึงโรงแรมดึกมากเวลาปกติสี่ทุ่ม แต่ถึงจริงตอนเที่ยงคืนค่ะ









 

Create Date : 08 สิงหาคม 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:37:22 น.
Counter : 599 Pageviews.  

เที่ยวคิวชูเหนือด้วยตนเอง วันที่ 2 เที่ยวเปบปุ และโมจิโก พักฮากาตะ



Day 2 : 


เช็คเอาท์จากโรงแรมไปสถานีเปบปุ






Public  Hand Bath หน้าสถานีเปบปุ






เราเดินเข้าไปซื้อแพคเกจรถบัสและตั๋ว 8 บ่อนรก ราคาสองพันเจ็ดร้อยกว่าเยน เด็กทารกฟรี






มานั่งรถเมล์ไปชมบ่อน้ำพุ 8 บ่อนรก ที่เปบบุ ป้ายรถเมล์อยู่หน้าสถานี JR เลยค่ะ





นั่งรถเมล์ เที่ยวชม 8 บ่อนรก ที่เปบปุ บ่อนี้ชื่อ Tatsumaki Jigoku (Geyser)






Chino-iKe-JigoKu (Blood Pond Hell) บ่อเลือด





















แช่เท้ารอเวลาขึ้นรถเมล์ 




ระหว่างนั่งบนรถเมล์ เห็นทั้งเมืองเต็มไปด้วยไอน้ำพวยพุ่งออกมา 
สมกับคำร่ำลือที่ว่าเป็บปุ เป็นเมืองออนเซ็น ที่ขึ้นชื่ออีกเมืองหนึ่งของญี่ปุ่น




อย่างซอยนี้ แม้แต่ท่อระบายน้ำยังมีไอร้อน





ย่านนี้พวยพุ่งเกือบทุกซอกมุม




อีกบ่อ บ่อนี้ชื่อบ่อขาว (มั้ง)




บ่อนี้มีเลี้ยงจระเข้ด้วย





ไปหลายบ่อ ชักเริ่มจำชื่อบ่อไม่ได้





เปบปุเต็มไปด้วยออนเซ็นสาธารณะ ถูกใจคนชอบออนเซ็น 





Beppu Bath Sand สถานที่อบตัวด้วยทรายร้อนริมหาด 





เวลาไม่พออบทรายร้อน เลยมานั่งแช่เท้าริมหาดก่อนไปขึ้นรถไฟ




รถไฟขบวน Yufuin no Mori ที่สถานีเปบปุ 









รถไฟ Sonic36 สุดสายสถานีฮากาตะ แต่เราจะนั่งไป Kukora 
ขบวนนี้ต้องจองตั๋วล่วงหน้า




ตั๋วที่จองไว้ตอนเช้า เพื่อเดินทางช่วงต้นบ่ายจากเปบปุ ไป Kukora 
แล้วต่อด้วยรถไฟไป Mojiko ระหว่างทางก็เพลิดเพลินดี ได้ชมเมืองริมทะเลไปเรื่อยๆ




Mojiko เป็นชุมทางรถไฟและเมืองท่าที่สำคัญในอดีต 







มุมถ่ายภาพที่สถานีรถไฟ Mojiko 




ห้องน้ำในบริเวณสถานีรถไฟ Mojiko 




ภาพระยะไกล — ที่ Mojikō Station





Kyushu Railway History Musuem ที่ Mojiko ค่าเข้าคนละ 300 เยน 





Kyushu Railway History Musuem ที่ Mojiko — ที่ Mojiko










ครอบครัวพาเด็กๆ นั่งรถไฟจำลอง Kyushu Railway History Musuem ที่ Mojiko 







ห้องคนขับที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์รถไฟ — ที่ Mojiko









ซื้อตั๋วนั่งรถไฟนำเที่ยว ผู้ใหญ่คนละ 600 เยนไปกลับ ส่วนเด็กเล็กฟรีตามเดิมเหมือนที่อื่นๆ — ที่ Mojikō Station




รถไฟขบวนนำเที่ยว Mojiko Retro Seaside Train











รถไฟขบวนนำเที่ยว Mojiko Retro Seaside Train ตอนเข้าอุโมงค์ 
พนักงานปิดไฟแล้วให้ดูที่เพดาน เป็นภาพสัตว์ทะเลเรืองแสง





สนามเด็กเล่นที่สถานีปลายทางของรถไฟนำเที่ยว






สไลเดอร์รูปปลาหมึกยักษ์ในสนามเด็กเล่น 





ได้เวลานั่งรถไฟกลับ ซึ่งเราจะไปลงกลางทางที่ท่าเรือของเมือง 
เพื่อไปเดินเล่นกันก่อน ซึ่งก็อยู่ใกล้สถานีรถไฟค่ะ





ถึงแล้ว แวะถ่ายภาพกับดอกไฮเดรนเยีย ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนพอดี





Kaikyo Plaza, ท่าเรือ Mojiko







เจอเบียร์มะนาว 525 เยน









นั่งรถไฟจาก Mojiko กลับไป Hakata 





ราเมงที่ห้างติดสถานีฮากาตะ
Fukuoka-shi, จังหวัดฟุกุโอะกะ, ประเทศญี่ปุ่น






ใช้วิธีกดตู้หยอดเหรียญสั่งรายการอาหารที่ต้องการ แล้วจะมีตั๋วออกจากเครื่องให้เรายื่นให้พนักงานอีกที





ราเมงที่สั่งใส่น้ำซุปงาดำเข้มข้นมาเลย





เข้าพักที่โรงแรม Green Hotel 2, Hakata, เมือง Fukuoka
เราพักที่นี่ 3 คืนรวดจนถึงวันกลับ


เราพักห้อง  Single Room ห้องเล็กมาก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกครบ 
มีแม้กระทั่งอ่างอาบน้ำ และมีดีที่ทำเล ออกจากสถานีฮากาตะ เลี้ยวซ้าย 
เดินผ่านแฟมิลี่มาร์ท ไม่กี่ก้าว ก็ถึงโรงแรม จากหน้าต่างห้องพักเห็นรางรถไฟของสถานีฮากาตะ 
ตู้กดน้ำแบบหยอดเหรียญมีอยู่ทุกชั้น ทั้งน้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา เบียร์

ล็อบบี้มีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและเครื่องพิมพ์ให้ใช้ฟรี





อ่านรีวิวโรงแรมเพิ่มเติมที่ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=moonwatcher&date=06-08-2016&group=15&gblog=18


พักผ่อนเอาแรง พรุ่งนี้ลุยเที่ยวต่อ ^^




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2559    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 0:39:42 น.
Counter : 648 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.