ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 
มิงกาลาบา ตอน 1 : ทุลักทุเลทัวร์ กว่าจะได้ไปพม่า

ทริปพม่า เป็นทริปที่คณะของเรา เดินทางไปท่องเที่ยวกัน
ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 กันยายน 2556
โดยมีคุณริว กับคุณชาติ เป็นผู้นำทริป เป็นผู้จัดการ
และวางแผนทั้งหมดทั้งมวล

หลังจากกลับมาจากพม่า คุณริวก็ได้สะบัดปลายปากกาและผ้าโสร่ง
รวบรวมข้อมูลและประสบการณ์เขียนออกมา
เป็นบทบันทึกการเดินทางครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นประโยชน์
แก่เพื่อนๆ ผู้รักการท่องเที่ยว ที่กำลังจะตามรอยทริป
คณะเราเดินทางไปท่องเที่ยวพม่าอีกในไม่ช้า
จำนวนหลายคณะด้วยกัน

เราจึงขอนำบทบันทึกของคุณริว ซึ่งเขียนได้สนุก
และลงรายละเอียดข้อมูลการเตรียมตัว วางแผน
เทคนิคต่างๆ ที่ต้องเตรียมในการเที่ยวพม่าไว้ดีมาก
มาลงไว้เป็นบทนำ สำหรับการรีวิวทริปนี้
ในรีวิว มิงกาลาบา ตอน 1 : ทุลักทุเลทัวร์ กว่าจะได้ไปพม่า






จุดเริ่มต้นของทริป


กลับมาก็หลายวันแล้วเพิ่งจะมีโอกาสเขียนถึงทริปพม่าที่ไปมา
เริ่มต้นจากที่ชักชวน 8 ชีวิตให้ไปเสี่ยงตายด้วยกัน
มี ผม ชาติ พี่วัน คุณบุ๋ม พี่ชาย พี่สะใภ้ เพื่อนผมที่ตรังอีก1 คน
เพื่อนที่เป็นไกด์ที่กรุงเทพ อีก 1 คน รวม 8 คน
โดยที่ไม่มีข้อมูลใดๆ ในมือเลย
หวังพึ่งพาเพื่อนที่เป็นไกด์และเคยไปมาแล้ว

ผม : แกๆๆ ไปพม่ากี่วันดีหละ
เพื่อน : ต้องไปซัก 10 วันนะ ไม่งั้นไม่ทั่ว
ผม : 10 วัน กลับมาคงได้ขายบ้านขายร้านอะแก ลดวันได้ไหมอะ
เพื่อน : งั้นต้องไม่ต่ำกว่า 7 วัน แกไปจองตั๋วเลยอย่าให้ต่ำกว่า 7วัน
เราต้องไปแบบไม่ชะโงกทัวร์ไปแบบเจาะลึกเดี๋ยวชั้นพาเอง
7 วันนี่ยังไม่พอเลยนะย่างกุ้งเมืองเดียว
ผม : เออๆเดี๋ยวจองเองเรื่องตั๋วแกเขียนแผนมานะว่าไปไหนมั่ง ใน 7 วัน
[พร้อมปลาบปลื้ม .... กูสบายแล้ว ที่เหลือเพื่อนจัดการพาเที่ยว
เพื่อน : ได้ๆๆ เดี๋ยวไปยืมหนังสือเพื่อนมาก่อนเดี๋ยวเขียนแผนให้


ปฏิบัติการจองตั๋ว


จากนั้นปฎิบัติการจองตั๋วข้ามภพ ข้ามชาติก็บังเกิด
โปรหางแดงมา 19 ก.ย. 2555
จองเดินทางไปพม่า 11 กย- 17 ก.ย. 2556
ไม่ใช่เพื่อของถูกทำไม่ได้นะเนี่ย !!

จากนั้นก็ลัลลา ไม่ได้สนใจอะไรอีก
ต่อมาก็มีพี่สะใภ้ขอถอนตัวไม่ไป
และมีเพื๋อนบางคนขอเพิ่มและป่าวประกาศ
จนมีคนหลงผิดขอตามไปด้วยอีก 5 เป็น 12 คน
เวลาล่วงเลยจนกระทั่ง เดือนธันวาคม 2555


ผม : แกแก เขียนแผนยังอะส่งมาได้แล้ว จะได้ติดต่อโรงแรม ติดต่อไกด์
เพื่อน : เออ งานยุ่งว่ะเดี๋ยวไปหาหนังสืออ่านก่อน
แล้วทุกอย่างก็หายไปกับสายลมหนาว


จนมกราคม 2556


ผม : แกๆ แผนเขียนยังอะจะได้ติดต่อไกด์ หาโรงแรม
เพื่อน : ยังเลยหนังสือยังไม่ได้ไปเอาเลย เราไปแล้วค่อยเดินหาได้ไหม
วอล์คอินเอาเดินหาแถวสุเหร่ไ กด์ไม่ต้องหรอกชั้นเป็นไกด์เอง
ชั้นไปไหนไม่เคยจองโรงแรมเลย วอล์คอินเอา


งานงอกแล้วท่าน !
12 ชีวิตจะให้ไปเดินวอล์คอินหาโรงแรม
เกิดโรงแรมนี้รับได้ 8 อีก 4 คนต้องไปนอนที่อื่น
จะนัดกันยังไง มาหากันไงฟะ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนตรูต้องหาข้อมูลเขียนทริปเอง
ยึดอำนาจจัดการเองแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นคงได้เดินวอล์คอินจริงๆ



ปฏิบัติการแพลนทริป


ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต สอบถามคุณตี๋ สอบถามวรา
เขาไปกันแค่ 4 วันก็ครบแล้ว นี่จองบ้าไรเนี่ยตั้ง 7วัน
แถมถ้าเปลี่ยนตั๋วกลับเร็วขึ้น สมาชิกส่วนใหญ่ก็มาจากตรัง
โรงแรมที่จองมารอเครื่องจากตรังก็จองแล้ว
ตั๋วเครื่องบิน ตรัง กทม. ก็จองแล้ว
จะให้เพื่อนสมาชิกลดวันก็ต้องหาตั๋วโปรใหม่จะหาจากไหน
โรงแรมต้องทิ้ง

เอาฟะ 7 วันก็ 7 วันจะได้เที่ยวแบบทั่วถึง
พร้อมปลอบใจตัวเองเราจะได้เที่ยวแบบเจาะลึก
ซาบซึ้งถึงกลิ่นน้ำหมากเมืองหม่องกันเลย


สรุปตบแผนได้มาดังนี้

วันที่ 1 รถโรงแรมมารับสนามบิน เช็คอิน ไปพิพิธภัณฑ์
แล้วหาร้านอาหารพื้นเมืองแถวนั้นทานชื่อร้าน Feel
ไปลองอาหารพื้นเมืองกันซักมื้อ จะได้รู้เราจะกินกันได้ไหม
แล้วเดินไปเจดีย์ชเวดากองดูแผนที่แล้วไม่ไกลมาก

วันที 2 ไป Bago (หงสา) แล้วไปอินแขวน นอนอินทร์แขวน 1 คืน

วันที่ 3 เก็บตก Bago กลับมานอนย่างกุ้ง

วันที่ 4 เที่ยวย่างกุ้งทั้งวัน

วันที่ 5 ไปสิเรียม กลับจากสิเรียมแวะตลาดสก็อต เพื่อซื้อของ

วันที่ 6 เดินเล่นในเมือง ไปทะเลสาปกันดอจีร์
หรือ นั่งเรือข้ามฟากไปเที่ยวอีกฝั่งของแม่น้ำย่างกุ้ง

วันที่ 7 เช้ามาตลาดสก็อต บ่าย กลับโรงแรม
นั่งรถโรงแรมกลับสนามบิน

ได้แผนมาดังนี้เรามีรถมีไกด์ 4 วันคือวันที่ 2-5
จากนั้นก็เที่ยวเอง

ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องเพื่อนที่เป็นไกด์ ไม่อยู่
ตรูก็มีพี่วันเฟ้ยพึ่งพาได้ ฝากชีวิตกะพี่วันเต็มที่


คนกำหนด หรือจะสู้ฟ้าลิขิต


พี่วัน : ริวพี่งานงอกอะ เกาหลีจะมาพี่ต้องอยู่ดูแล เสียดายมาก
ริวไปแล้ว บอกลุงไข่พาไปกินไก่บ้านทอดกะส้มโอด้วยนะ
อร่อยมาก

อ้าวตายห่าน ! ตรูจะพึ่งใครหละความหวังเดียวของชีวิตดันไปไม่ได้
ภาษาอังกฤษตรูจะรู้เรื่องไหมฟะ


เอาวะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วงานนี้ต้องลองอย่างน้อยมีไกด์ 4 วัน
ถามๆ ไกด์เอา พี่วันไปไม่ได้ หาคนมาเสียบแทน


เพื่อนที่ตรังเลยชวนมาเสียบแทนตำแหน่งพี่วันจองตั๋วกันแบบด่วน
ได้ครบตามเป้า 12 คน จะรอดไหมเนี่ย เวลาก็จวน งั้นเก็บเงินก่อน
เดี๋ยวีซ่าฝากเพื่อนที่ กทม. จัดการ ลุงไข่ก็หายไปเลยราคาห้องไจ้ทีโย
ก็ยังไม่รู้ แต่พี่วันบอกว่าลุงไข่รับปากแล้วแกมาแน่ไม่ต้องห่วง


หลังจากนั้นก่อนเดินทาง1 เดือน นัดเพื่อนให้ไปขอวีซ่า
เพราะ ขอเป็นกลุ่มหลายคน ใช้เวลาในการยื่นและรับเล่ม 1 อาทิตย์
วีซ่ามีอายุ 3 เดือน จบไป 1 เรื่องวีซ่า


ห้องไจ้ทีโยก็ไม่รู้จะได้ไหม ตอนถามโรงแรมมาเธอร์แลนด์
เขาบอกคืนละ 80 ดอลลาร์ ถ้าจะไปขอช่วยโรงแรมจองอีกที
จะซ้ำซ้อนกะลุงไข่หรือเปล่า งั้นรอลุงไข่ก่อนหากไม่ได้โรงแรม
เดี๋ยวเราวางแผน 2 ไปเช้ากลับเย็นลงกลับมานอนตีนเขา
ไม่ก็ตีรถเข้าBago เวลาเราเหลือ ลุ้นลุงไข่ต่อไป
และรีบยืนยัน เราต้องการลุงไข่เป็นไกด์เท่านั้น ไม่เอาคนอื่น



ลุ้นระทึกกันต่อ


และแล้วก่อนเดินทาง 3 อาทิตย์ ลุงไข่ก็ส่งอีเมล์มา
บอกว่าได้ห้องที่ Top Mountain ห้องละ 3 คน 4 ห้อง ได้ไหม
เพราะหาห้อง 2 คนไม่ได้ อ้าว แล้วที่เขาไปเป็นคู่ๆกันทำไงเนี่ย
มันก็ไม่สะดวกอีก ปรึกษาคุณตุ๊กก็ไม่สะดวกกับการนอน 3 คน

รีบอีเมล์ตอบลุงไข่ ขอห้อง 3 คน 2 ห้อง
ห้อง 2 คน 3 ห้อง จะได้ไหม ลุงไข่ก็เงียบหายไปอีก
เราก็ใกล้จะเดินทาง ตอนตรูคิดเงินค่าทัวร์ ตรูคิดแค่ 30 บาทต่อ 1$
พอใกล้เดินทาง ค่าเงิน มันอ่อนเหลือ 32 บาท ต่อ 1 $
เอาฟะไม่พอค่อยไปหารเพิ่ม ยังลุ้นห้องที่ไจ้ทีโยต่อไป
ว่าตกลงจะได้ไหม

ก่อนเดินทาง 2อาทิตย์ ลุงไข่ก็เมล์มาบอกว่าจองห้องที่
Top Mountain ไม่ได้เพราะห้อง 2 คนมีไม่พอ
ห้องที่ไจ้ทีโยก็ราคายังไม่ออกมา

คุณพระ ! สงสัยตรูได้นอนตีนเขาแน่แท้หนอ

รีบเมล์ไปหาลุงไข่ห้องที่ไหนก็ได้ แต่ขอให้ได้ห้องบนอินทร์แขวน
และรอลุ้นห้องต่อไป พร้อมปลอบใจตัวเอง

ไม่ได้ ห้องบนอินทร์แขวน ตรูจะเนียนนุ่งโสร่ง ทา ทานาคา
ไปนอนปนกะคนพม่าล่ะฟะ


และแล้วก่อนเดินทาง 5 วันก็ได้เมล์จากลุงไข่มาว่า
ได้ห้องที่ไจ้ทีโยแล้ว

.................เง้อ รอดไป


แหล่งข้อมูลการเดินทาง


ก่อนเดินทาง สิ่งที่ต้องหาข้อมูลอีกอย่างคือ
การขอวีซ่า ขอบคุณวราที่ช่วยหาข้อมูลมาให้

แบบฟอร์มได้จากที่นี่
https://docs.google.com/.../edit...

วิธีกรอกข้อมูลวีซ่า ได้จากที่นี่
//topicstock.pantip.com/.../09/E12615711/E12615711.html

ขอบคุณข้อมูลจากเพื่อนๆในพันทิปที่แปะไว้

ประกัน แต่ไม่คิดว่าจะได้ใช้ทำเผื่อๆไป
หลังจากหามาหลายๆเจ้าเลยมาลงตัวที่เจ้านี้
//www.tyha.org/travel-insurance.html
เลือกแบบ ประกันการเดินทาง Oasis Tripper คนละ 370 บาท
สะดวกตรงที่ กรอกข้อมูลทางเน็ตได้ แล้วตัดบัตรเครดิตได้ทันที

ไปพม่าควรทำไว้ ถึงแม้ฟังลุงไข่เล่าเรื่องหมอที่นั่นแล้ว
อาจคิดในใจว่าถ้าไม่สาหัสคงขอประคับประคองมาหาที่เมืองไทยก็เหอะ


จากนั้นก็หาข้อมูล ที่เที่ยว ย่างกุ้งควรไปดูอะไร Bago ควรไปดูอะไร
แต่อันนี้มีไกด์คือลุงไข่เลยไม่ซีเรียส
แต่เราก็ควรหาข้อมูลเพื่อบอกไกด์ หรือ เวลาไกด์เล่าประวัติ
เราจะได้ตามเรื่องทันว่าประวัติที่มาเป็นมาอย่างไร
จะได้อรรถรสในการเที่ยวมากขึ้น
https://maps.google.com/maps/ms...


ที่กินอันนี้ ก็หาข้อมูลจากเพื่อนๆพันทิป
ขอบคุณ คุณเต่าไม่กินผักบุ้งที่ปัก GPS แผนที่ไว้
ช่วยได้มากเวลาที่บอกTaxi ว่าเราต้องการไปร้านไหนบางร้าน
ชื่อเดียวมีหลายสาขาการออกเสียงก็ออกเสียงชื่อร้านไม่เหมือนเรา
อย่างเช่น ร้าน Feel บอกเขาว่าต้องการไปร้าน ฟิล
เขาไม่รู้จักเอาแผนที่ให้ดูเขาเรียกร้านฟี
การมีแผนที่จะช่วยเราได้มาก

ร้านที่เราสนใจเปิดแผนที่ขยายใหญ่แล้วปรินท์ลงในกระดาษ
หรือใช้แท็บเล็ตถ่ายรูปเก็บไว้ ให้เห็นถนนชัดเจนจะช่วยได้มาก
เวลาที่บอกแท๊กซี่ เพราะแท๊กซี่ไม่ใช่ทุกคันที่พูดภาษาอังกฤษได้
ที่จริงปัญหาอยู่ที่เราภาษาห่วยเขาพูดมาไม่รู้เรื่องเสียมากกว่า

ที่สำคัญอีกอย่าง ถ้าหารูปร้านได้ก็ปรินท์ไปด้วย
พอไปถึงจะได้เทียบว่าใช่ร้านที่ต้องการหรือเปล่า


สิ่งของจำเป็นที่ต้องเตรียมไป


สิ่งของที่ต้องเตรียม ก็ต้องขอบคุณวราผู้รอบรู้และรอบคอบ
ที่แปะไว้ให้ว่าอะไรต้องเอาไป ขอลอกมาทั้งหมดเลย

1. บอร์ดดิ๊้งพาส บุ๊กกิ๊งโรงแรม (พิมพ์ไปเลยนะ)

2. แลกเงิน US ปี 2006 ขึ้นไป แบง์ใหม่ ห้ามมีรอบพับ
รอยยับ รอยขีดเขียน แสตมป์บนแบงค์ใดๆๆ ทั้งสิ้น บอกว่า
จะไปพม่านะ กำชับร้านแลกเงินด้วย อันนี้ตอนไปแลก
พอบอกไปพม่า เขาจะคิดเรทแพงขึ้น
จาก 32.10 เป็น 32.20 ต่อ 1 $

3. ร่ม ,เสื้อกันฝน ตอนไปกับลุงไข่ลุงไข่เตรียมร่มให้พร้อม

4. เตรียมถุงพลาสติก + รองเท้าถอดง่าย (รองเท้าแตะ)
เพราะวัดที่พม่า ต้องถอดรองเท้าตลอด

5. เตรียม กระดาษทิชชู่เปียกไปด้วย (สำหรับเช็ดเท้า)
อันนี้ห้ามลืมเด็ดขาด

6. ไฟฉายกระบอกเล็ก ถ้ามีติดไปด้วย เผื่อต้องใช้ที่อินทร์แขวน

7. กระเป๋าเล็ก ไว้ใส่ของขึ้นอินแขวน เพราะเราค้างย่างกุ้ง1 คืน
ก่อน จะฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แบ่งของเฉพาะที่จำเป็น
ขึ้นไปอินแขวน (จะเดิน หรือนั่งเสลี่ยงแล้วแต่)

8. แบงค์ยี่สิบ แลกไปด้วย เก็บไว้ทำบุญที่พม่า จะได้ไม่ต้อง
แลกจ๊าดเยอะ อันนี้ใช้เยอะมาก ไปพม่าจะมีการขอทำบุญเยอะมาก

9. กรุณางดเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น ทริปนี้วัดเน้นๆๆ นะจ๊ะ

10. หมวกคลุมผมอาบน้ำ ติดไปด้วย โรงแรมไม่มีให้
ผ้าขนหนูผืนเล็กด้วย อุปกรณ์อื่นถ้ากลัวแพ้

11. อากาศบนพระธาตุอินแขวนค่อนข้างเย็น ใครขี้หนาว
ติดเสื้อกันหนาว หรือ เสื้อแขนยาวไปด้วยนะ

12. ยาพารา ยาแก้ท้องเสีย ยาประจำตัว ยาแก้ปวดเมื่อย
ยาคลายกล้ามเนื้อ อย่าลืมติดไปด้วย
ขอเพิ่มผงเกลือแร่แห้งละลายน้ำดื่มกินตอนเที่ยว
ช่วยเรื่องอ่อนเพลียได้ดี

13. ไม่รู้ร้อนไหม พัด แป้งเย็น ถ้ากระเป๋าว่างติดไปหน่อย

14. ใครที่พัก เกสต์เฮาส์ตอนเช้าโดยมากโรงแรมจะมีไข่ดาวให้
ติดแม๊กกี๊ขวดเล็กไปซักขวดชีวิตจะมีความสุขขึ้น
พักที่มาเธอแลนอิน กินไข่ดาวกับเกลือ และพริกไทย
(ข้อ 14 นี้คุณริวเพิ่มใหม่จากประสบการณ์ตรง : ชมจันทร์)

แต่จากที่ไปมา รองเท้าแตะถอดทิ้งบนรถตลอดเดินเท้าเปล่า
ขึ้นมาใช้ทิชชู่เปียกเช็ดเท้า


การเที่ยวแบบมีไกด์ กับไม่มีไกด์ชีวิตแตกต่างกันมาก


เมื่อก่อนไปเที่ยวก็ไม่เคยจ้างไกด์และมองเป็นเรื่องสิ้นเปลือง
ความคิดเริ่มเปลี่ยนเอาเมื่อตอนไปเที่ยวนครวัด
มีกรุ๊ปทัวร์มาลงมีไกด์คอยบรรยายประวัติ ทำให้เราได้รู้ข้อมูลลึกๆ
ที่เราหาอ่านในหนังสือไม่ได้ อรรถรสในการรับชมก็ต่างกัน

อย่างทริปนี้มีลุงไข่เป็นไกด์ เราจะได้ข้อแนะนำที่ดีๆ
ประวัติสถานที่ความเป็นไป ข้อควรปฎิบัติ
มุมไหนถ่ายภาพสวยไกด์ช่วยเราได้เยอะ
การซื้อของต่อราคาราคาที่ควรซื้อราคาเท่าไหร่
ส่วนจะสามารถต่อรองได้เท่าไหร่ก็อยู่ที่ฝีปากของแต่ละคน
อย่างผ้าถุงบนอินทร์แขวนผืนละ 30 ดอลลาร์

เราก็หันไปถามลุงไข่แพงไหมแกก็จะตอบภาษาไทยว่า
ไปซื้อที่หงสาดีกว่า แกเลี่ยงคำว่า Bago
เพราะคนพม่าจะไม่รู้จักเมืองหงสารู้จักแต่บาโก

ไปถึงบาโกที่วัดพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียงผ้าลายคล้ายๆ กัน
แม่ค้าบอก 450 บาท เราต่อได้ 180 บาท
ความมันส์อยู่ตรงนี้แหละ ต่อแบบไม่กลัวแม่ค้าตบ

พอแม่ค้าบอกไม่ได้ เราก็บอกไม่เอาลุกขึ้นโดยมากแม่ค้าจะยอม
ถ้าไม่ยอมก็ต้องขอของแถม ซื้อ 1/2 โหล แถม 1 ขวดได้ไหม
หรือซื้อของนี่ 2 ชิ้น แถมชิ้นเล็กได้ไหม อะไรแบบนี้
ซึ่งไปซื้อของพม่าต้องต่อแบบนี้จริงๆ



วันเดินทาง


หลังจากเราเตรียมตัวกัน(คิดว่าพร้อมแล้ว) ก็มาถึงวันเดินทาง
ผมต้องเดินทางจากกระบี่ไปก่อน 1 วัน นอนที่กท.ก่อน 1 คืน
และต้องไปแลกเงิน เป็นดอลล่าร์สำหรับค่าใช้จ่ายค่าห้อง
ค่าไกด์ ค่ารถ และเงินส่วนตัวที่จะไปใช้ที่โน่น

ค่ารถที่ลุงไข่แจ้งราคามาเป็นรถตู้ 15 ที่นั่ง แต่เราไปกัน 12 คน

สรุปค่าเหมารถ
ค่ารถ วันที่ 12 กย. ย่างกุ้ง ไจ้ทีโย 190000 kyath
ค่ารถ วันที่ 13 กยไจ้ทีโย บาโก ย่างกุ้ง 190000 kyath
ค่ารถ วันที่ 14 กย. 113000 kyath
ค่ารถ วันที่ 15 กย. 144000 kyath
รวมค่ารถ 637000 kyath ตก 708 ดอล = 22656

สภาพรถที่ลุงไข่นำมารับ ใหญ่และดีกว่ารถตู้
เป็นมินิบัสเบาะกว้าง นั่งสบาย

ค่าห้องที่ไจ้ทีโย
ลุงไข่เมล์ แจ้งราคามาว่าห้องละ 61 ดอลลาร์
แต่ตอนเจอลุงไข่ มี 2 ราคา คือ 61 ดอลลาร์ กับ 79 ดอลลาร์
สำหรับเราทริปหารเฉลี่ยก็เลยเอา 61 คูณ 3 79 คูณ 3
รวมกัน แล้วหาร 6 ห้อง

ค่าห้องไกด์ที่ไจ้ทิโย คืนละ 30 ดอล
ค่าไกด์ วันละ 25 ดอลล่าร์
ค่าประกันคนละ 370 บาท
ค่าวีซ่า คนละ 810 บาท


Mother Land Inn 2 ห้อง 2 คน คืนละ 30 $
ก่อนเข้าพักราว 2 อาทิตย์โรงแรมได้ขอให้เราจ่ายมัดจำ 1 คืน
เป็นเงิน 150 ดอล ไม่รับบัตรเครดิต ขอให้โอนให้ทางเวสเทริ์นยูเนี่ยน
หลังจากสอบถามหาข้อมูลก็ไปโอนที่ ปณ. ค่าโอนจะถูกสุด (มีโปรอยู่)

แต่เมื่อโอนไปแล้วทางโรงแรมแจ้งว่าไปแลกแล้ว
ได้เป็นเงินจ๊าดไม่ครบตามจำนวนเลยต้องจ่ายเพิ่มไปอีก 15 ดอลล่าร์
สำหรับคืนแรก แต่ค่าห้องคืนหลังๆที่ไปจ่ายที่โรงแรมไม่มีปัญหา
จ่ายเป็นดอลล่าร์ตามที่ตกลงกันไว้

Mother Land Inn มีรถรับส่งสนามบินฟรี พร้อมอาหารเช้า
อาหารเช้าจะมี ชา กาแฟ น้ำส้ม ขนมปัง เค้ก กล้วย ไข่ดาวหรือไข่เจียว
ถ้าต้องการอาหารพม่าเช่น ขนมจีนน้ำยาปลาที่พม่าเรียก Monhingar
ก็แจ้งทางโรงแรมไว้ก่อนแจ้งห้องไว้เช้าเขาก็จะซื้อมาแกะใส่ถ้วยให้

หรือต้องการข้าวผัดผัก หมู กุ้ง ก็สั่งได้ ราคาจานนึงประมาณ 50 บาท
แต่ต้องบอกว่าจานใหญ่มาก 1 จาน ทานได้ 2-3 คนเลยทีเดียว
ข้างผัดอร่อยครับที่นี่

อย่างแรกที่ต้องทำคือแลกเงินไปพม่าใช้เงินเท่าไหร่
ถึงพอตามประสาคนเบี้ยน้อยหอยไม่มี 2 คน ตัดสินใจแลกไป 1 หมื่นบาท
ได้มาประมาณ 300 ดอลเป็นค่าข้าว ค่าแท๊กซี่ ค่าซื้อของ
ไม่รวมค่าเข้าชมสถานที่ที่ประมาณไว้คนละ 30ดอลลาร์แลกไว้ต่างหาก
และขอแลกเพื่อน เป็นธนบัตรใบละ 1 $ 5 $ 10 $ ไว้เป็นค่าเข้าสถานที่



เครดิตภาพ : จำไม่ได้ว่าใครถ่าย กล้องคุณริว คุณชาติ
ถ่ายที่สนามบินดอนเมือง ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินไป Yangon



ภาพจากแท็บเล็ตเราจ้า



เที่ยววันแรก วันที่ 11 กันยายน 2556


เราไปกัน 10 คน อีก 2 คน คือคุณตุ๊ก คุณหมูจะตามมาวันพรุ่งนี้
เมื่อเดินทางถึงสนามบินบิงกาลาบา ผ่านตม.ออกมาอย่างแรกที่ทำ
คือแลกเงินเป็นจ๊าด ธนาคารที่เรทดีที่สุด คือธนาคาร KBZ

วันที่ผมไป ได้ 1 $ 975 K แต่เป็นธนบัตรฉบับใบละ 100 $
ถ้าเป็น 50 $ เรทก็จะต่ำลงมา หรือใบละ 10 $ 5 $ 1 $
เรทก็จะต่ำลงมาอีก (อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร)
ดังนั้นเรทดีที่สุดก็ ใช้ใบละ 100 $ ไปแลก

แนะนำว่าแลกที่สนามบินเรทไม่ต่างจากข้างนอก
และได้ธนบัตรค่อนข้างใหม่ ไม่ต้องกลัวเงินไม่ครบ
ไม่ต้องรีบค่อยๆนับ ส่วนตัวผม 2 คนชาติแลกไปแค่ 100 ดอล
อันที่จริง ควรแลกไปซัก 200 ดอล เพราะว่าไปพะโค
ไปอินแขวน ต้องใช้เงินจ๊าดหมดเลย







รถรับส่งสนามบินของโรงแรม
ดีกว่าที่คิดไว้มากเลย ^^

หลังจากเดินออกมาก็มาเจอกับพนักงานของ Mother Land Inn 2
ชูป้ายรอต้อนรับอยู่ หลังจากนักท่องเที่ยวมาครบ
รถก็จะพาขับชมเมือง โดยปรกติ จากสนามบินกลับไปโรงแรม
ใช้เวลา 1 ชม แต่เนื่องจากรอบเช้า โรงแรมจะพาเราวนดูสถานที่ต่างๆ
เช่นทะเลสาบอินยา เจดีย์ ชเวดากอง เจดีย์สุเหร่ (SULE)
ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ในการนั่งรถ



เครดิตภาพ : คุณริว คุณชาติ


เมื่อมาถึงโรงแรมก็จะเลี้ยงอาหารเช้าเราก็รีบสนองศรัทธาเพราะหิว
อาหารสามารถสั่งเป็นภาษาไทยได้ เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ข้าวผัด
หลังจากทานอาหารเช้าก็ทำการเช็คอินเอากระเป๋าไว้แล้วก็ออกไปเที่ยว



ห้องพักที่โรงแรม


ทีมที่ไป 10 คน 3 คนขอแยกไปเที่ยวที่อื่น ส่วนเรา 7 คน ไปพิพิธภัณฑ์
สิ่งแรกที่ทำก่อนออกจากโรงแรมคือ หยิบนามบัตรกับแผนที่ ของโรงแรม
เพราะในนามบัตรจะมีชื่อโรงแรมเป็นภาษาพม่า
พร้อมที่อยู่จะช่วยให้การสื่อสารกะแท๊กซี่ง่ายขึ้น



พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพม่า


การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ต้องมีเวลาอย่างน้อย 3-4 ชม.
เพื่อที่จะได้ชมอย่างไม่รีบ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพม่า
หน้าพิพิธภัณฑ์มีรูปปั้นกษัตริย์พม่าสีทองเหลืองสามองค์ได้แก่

บุเรงนอง (Bayinnaung) กษัตริย์องค์ที่สามแห่งราชวงศ์ตองอู

อโนรธา (Anawrahta) ปฐมกษัตริย์พม่าแห่งราชวงศ์พุกาม

อลองพญา (Alaung Min Tayar) ปฐมกษัตริย์พม่าแห่งราชวงศ์คองบอง
ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายก่อนที่จะตกเป็นของสหราชอาณาจักร

ก่อนเข้าพิพิธภัณฑ์จะต้องเอาของฝากไว้ที่ล็อกเกอร์
เก็บกุญแจไว้มือถือที่ถ่ายรูปได้ก็ห้ามนำเข้าไป
ห้ามถ่ายรูปภายในโดยเด็ดขาด ค่าเข้าชมคนละ 5 $
ขอบอกก่อนว่าจำได้ไม่แม่นเรื่องข้อมูลอาศัยระลึกชาติเอา
เพราะไม่ได้จด รูปก็ไม่มีจะเอามาเทียบเคียงยืนยัน





พิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด4 ชั้น

ชั้นแรกวิวัฒนาการและลักษณะตัวอักษรของพม่า วรรณกรรม
บัลลังก์ เครื่องใช้ของกษัตริย์สีป่อ (Thibaw)
ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า
เสื้อผ้า วังบุเรงนองจำลอง
พระเจ้าสีป่อกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญา และเป็นองค์สุดท้ายของพม่า
มเหสีชื่อพระนางศุภรัติฟังลุงไข่เล่าให้ฟังพระนางศุภรัติน่ากลัวมาก
ถ้าเพื่อนๆสนใจลองตามอ่านจาก //www.bloggang.com/viewdiary.php... นี่ดูครับ
หรือหาในกูเกิ้ลพิมพ์ชื่อ พระนางศุภรัติ ดู

ชั้นที่สอง แสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรม ดนตรี และนาฏศิลป์พม่า

ชั้นที่สามแสดงถึงภาพวาดทั้งแบบดั้งเดิมและแบบร่วมสมัย
พระพุทธรูปเครื่องประดับโบราณที่ใส่ในกระจก ติดกรงเหล็กแน่นหนา
และไว้ไกลมากจนแทบมองไม่เห็นลวดลาย แต่ก็มีที่น่านสนใจพวก
มงกุฎทอง ของใช้เก่าๆที่เป็นทอง รูปปั้นกษัตริย์แต่ละองค์ของพม่า
ต้องบอกว่ารูปปั้นหล่อล่ำมาก ถืออาวุธต่างกัน

ชั้นที่สี่ มีฟอสซิล ขวานหิน ยุคหิน

ถ้าหากเวลาน้อยก็ตัดพิพิธภัณฑ์ไปเลยครับ
ถ้าไปแล้วไม่สามารถใช้เวลานานๆก็รู้สึกไม่คุ้ม
ผมใช้เวลาที่นี่ราว 4 ชั่วโมง ที่ชอบที่สุดก็น่าจะเป็นชั้น 1 ครับ
เห็นประตูจำลองของวังบุเรงนอง ของใช้ของกษัตริย์พม่าโบราณ
แต่ตอนนั้นไม่มีความรู้มาถามลุงไข่เอาทีหลัง กับชั้น 3
ที่เป็นเครื่องประดับ พระพุทธรูป

ตอนเข้าไปได้ยินเสียง ทุบปึงปังก็นึกว่าที่นี่มีการทอผ้า
หรือสาธิตการตีเหล็ก ที่ไหนได้ช่างกำลังทุบห้องน้ำชั้น 2 และ 3

ถ้าต้องการไกด์เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เขาก็มีไกด์ให้
แต่ไม่ได้ถามราคามา พอมาถึงเราก็แยกกันไปเป็นกลุ่ม ๆ
เลยไม่จ้างไกด์

ออกจากพิพิธภัณฑ์ เราก็ไปลองอาหารพม่ากัน
ถามเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ ถึงทางไปบอกร้าน Feel
ปรากฎว่าไม่มีคนรู้จักร้านนี้ถึงจะพยายามอธิบายว่าเป็นร้านอาหารพม่า
จนดึงเอาแผนที่ ที่ปรินท์มาให้ดู เลยถึงบางอ้อ
คนพม่าเรียกร้านฟีพร้อมชี้ทางให้ไป


ร้าน Feel


ร้านFeel เป็นร้านอาหารพื้นเมือง แกงต่างๆทำไว้เหมือนร้านข้าวแกงบ้านเรา
เอาแกงอะไรก็ชี้ๆเอาเขาจะตักให้แล้วนำไปเวฟให้ร้อน
ก่อนนำมาเสริฟ ต้องบอกว่าอาหารพม่าจะออกแนวแบบแกงเเขก
จะมีน้ำมันเยอะ กลิ่นเครื่องเทศ รสชาติออกเค็มๆ
ลุงไข่บอกว่าแกงพม่าจะใส่น้ำมันเยอะๆ
เพราะจะบอกว่าเป็นคนรวยกินน้ำมันเยอะๆๆ



เครดิตภาพ : คุณริว คุณชาติ


ทุกโต๊ะจะมีน้ำพริกมาเสริฟพร้อมผักต้มน้ำพริก
ไม่ได้ฟรีนะครับชุดละ 500 K ประมาณ 15 บาท
เครื่องเคียงที่เราไม่รู้จักอีกสารพัด มีหอมแดง พริกแห้งผัด
สรุปอาหารพม่าที่ถูกปากผมที่สุดคงเป็นน้ำพริกนี่แหละกับปลาทอด
รสชาติคล้ายน้ำพริกปลาร้า ขอน้ำแข็งบอกพนักงานว่า เหย่เกโตะ
ปรากฎว่าได้น้ำเย็นมาถือว่าดีแล้ว
ที่พม่าหาน้ำแข็งกินยากมาก

สอบถามลุงไข่ ลุงไข่บอกว่าคนพม่านิยมกินน้ำร้อนหรือน้ำชา
ไม่นิยมกินน้ำแข็งหรือน้ำเย็น คุณบุ๋มออกไปสั่งของทอด
ปูทอด กุ้งทอดปอเปียะใช้วิธีเลือกๆใส่จานแล้วเขาตีราคาเอา
เขาก็นำไปทอดใหม่ให้ทานร้อนๆอร่อยดี
ราคาอาหารก็ไม่แพงตกคนไม่ถึง 100 บาท

ออกมาหน้าร้านเจอ ที่เก็บร่มแบบเสียบแล้วมีกุญแจล๊อคให้ด้วย
คาดว่าทางร้านไว้บริการลูกค้า


เจดีย์ชเวดากอง


จากนั้นก็เดินไปเจดีย์ชเวดากองเพราะดูจากแผนที่แล้วไม่ไกล
เราไปด้วยความไม่รู้ว่าต้องเข้าทางประตูไหน
และฝนที่กำลังตกลงมาตามที่อ่านข้อมูลก่อนไปบอกว่านักท่องเที่ยว
ให้เข้าทางประตูทิศใต้เพราะต้องจ่ายเงินค่าเข้า
ไปถามกับคนกวาดถนนแถวนั้น เขาก็บอกว่าให้ไปทางประตูตะวันตก
แล้วก็พยายามช่วยเหลือเต็มที่ แทบจะพาเราข้ามถนนไปส่ง
ก็ขอบคุณมากนะครับ แม้จะสงสัยว่าทำไมถึงแนะนำทางตกนักหนาก็เถอะ



เครดิตภาพ : คุณริว คุณชาติ

พอไปถึงทางเข้าด้านตะวันตก เสียค่าเข้าสำหรับชาวต่างชาติเรียบร้อย
คนละ 5 $ ถ้าจ่ายเงินK จะเสียคนละ 5500 K
ซึ่งจ่ายเป็นดอล จะถูกกว่า รองเท้าก็เอาใส่ถุงใส่เป้
ถึงพนักงานจะบอกว่าฝากได้แต่เท่าที่อ่านมา
ถ้าฝากก็ต้องจ่ายอีกคนละ 500 K
อีกอย่างเราไม่รู้ว่าขากลับเราจะกลับทางไหนต้องมาหารองเท้าอีก
แล้วพบว่า ทางประตูฝั่งนี้จะมี บันไดเลื่อน มีประตูตรวจจับอาวุธด้วย

หลังจากขึ้นไป เท่าที่ผมสำรวจดู เหมือนจะมีบันไดเลื่อน
แค่ทางประตูตะวันตกนะ แต่ไกด์บอกว่า มีลิฟท์ทุกประตู
แต่ไม่รู้ลิฟท์ อยู่ตรงไหน


เครดิตภาพ : คุณชาติ
สถานที่ เจดีย์ชเวดากอง



เนื่องจากไม่รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับชเวดากอง แม้ที่จะอ่านมาแล้ว
แต่ข้อมูลของแต่ละที่มันไม่ตรงกัน ก็งมกันหน่อย ผมก็เดินสำรวจ
แยกแยะหนูของคนที่เกิดวันพฤหัสไม่ออก เขาบอกว่าเป็นหนูตะเภาใหญ่
วันศุกร์ เป็นหนูเล็ก พอดูรูปปั้น มันคือหนู รึหมู
แต่จริงๆง่ายที่สุดให้สังเกตุประตู ส่วนหนูให้สังเกตุหาง
วันพฤหัสหนูหางยาว วันศุกร์หนูหางสั้น หรือหางกุด

อย่างผมกับชาติ เกิดวันศุกร์ วิธีการเข้าไปไหว้พระที่ถูกต้อง
การรดน้ำสัตว์มงคลประจำวันเกิดต้องทำอย่างไร
อาศัยที่อ่านมาก็รดผิดตัว เพราะแยกไม่ออก
อันไหนหนูใหญ่อันไหนหนูเล็ก เลยรดทั้ง 2 ตัว เผื่อเหลือดีกว่าขาด

และเราก็มั่วๆกันไป เดินดูไปรอบๆ เจอพระพระพุทธรูปตรงไหนก็ไหว้
จากนั้นก็ดูความงดงาม สีทองอร่ามตา ก็ส่องดูยอดเจดีย์ไปหลายรอบ

คนไทยจะให้ความสำคัญกับปีเกิด เช่น ชวด ฉลู ขาล ....
แต่คนพม่าจะให้ความสำคัญกับวันเกิด จันทร์ อังคาร พุธ ....
เราไปกันแบบไม่รู้ การเข้าไปไหว้พระที่ถูกต้องต้องเข้าทางประตูไหน
เดี๋ยวจะพยายามเขียนวิธีที่ถูกต้องให้ในวันที่ 4 ที่ลุงไข่พาไป

การซื้อดอกไม้ ดอกไม้ของคนที่เกิดแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน
อันนี้ก็มารู้วันหลังที่ลุงไข่พา
รอบนี้พวกเราก็ไม่ได้ซื้อดอกไม้ไปไหว้
แต่ไปชมเจดีย์และถวายเงินทำบุญ

นั่งบ้าง นอนบ้าง เดินเล่นบ้าง ที่นีจะมีแท๊งน้ำเย็นให้
แต่แก้วที่ใช้กินร่วมกัน พวกเราได้แต่ดูแต่ไม่กล้าใช้แก้วร่วมกะคนอื่น
แนะนำว่าควรพกขวดน้ำไปทานเอง ถ้าทานน้ำหมด
สามารถไปกดได้ น่าจะสนิทใจกว่า


วันที่เราไปฝนตกพื้นค่อนข้างเปียก ชาวพม่า ก็มาเดิน มานั่งเล่น
นั่งสมาธิ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ กันแถวเจดีย์กันเป็นปกติ
พื้นเจดีย์ที่เปียกไม่ได้ทำให้คนพม่าย่อท้อ
ก้มลงกราบแบบไม่กลัวสกปรกเห็นถึงแรงศรัทธาของคนพม่า
จนตอนเย็นก็มีการช่วยกัน เช็ดพื้นโดยใช้ม๊อบและไม้กวาดกวาดน้ำ
เช็ดพื้นให้แห้ง

ตอนเย็นมีพระขึ้นไปเดินบนเจดีย์ ก็สงสัยว่าพระขึ้นไปทำอะไร
หรือขึ้นไปชมวิวมุมสูงแล้วเราจะขึ้นไปได้ไหมแต่ก็ไม่ได้ถามใคร
จนมาถามลุงไข่ เลยได้ความรู้ว่าทุกเย็น
พระท่านจะขึ้นไปเดินดูว่ามีของมีค่าแผ่นทองที่หุ้มเจดีย์
หลุดออกมารึเปล่าจะได้เก็บและเอาไปซ่อมแซม

พอนั่งจนเบื่อ ก็ออกไปเดินต่อตอนใกล้ค่ำ
แล้วไปหยุดอยู่จุดนึงเป็นมุมที่สวย แล้วก็นั่งไปถ่ายรูปตรงจุดนั้นไป
เจดีย์สีทอง ท้องฟ้าสีน้ำเงิน ก็ถ่ายรูปกันไป
โดยไม่รู้เลยว่านี่คือจุดหนึ่งทีเป็นไฮไลท์ของชเวดากอง


เครดิตภาพ : คุณชาติ



เครดิตภาพ : กล้องคุณตุ๊ก
สถานที่ เจดีย์ชเวดากอง






สงบใจ ที่ชเวดากอง. ด้วยเวลาส่วนใหญ่ของวันนี้
ชอบตอนแสงตะวันส่องก่อนพลบค่่ำ ยามฟ้ามืดมีไฟประดับสวยงาม


ตลาดสก๊อต หรืออองซานโบจ๊ก


พอค่ำ ก็ชวนเพื่อนสมาชิก ไปตลาดโบจ๊ก
โดยออกทางโดยออกทางทิศใต้
ด้วยความงกค่าแท๊กซี่ถามสมาชิกเดิน 2 กม.ไหวไหม
ทุกคนบอกว่าไหวเลยพากันเดิน
ทั้งๆที่จริงแล้วควรนั่งแท๊กซี่ เก็บแรงไว้เดินเที่ยวจะดีกว่า

ค่าแท๊กซี่พม่าไม่ได้แพง คิดว่าค่ารถ 1 คัน ต่อ 3 คน
ไม่น่าจะเกิน 1500-2000 K น่าจะประมาณ 50-60 บาท
3คนหารกันก็ตกไม่กี่บาท ทางก็เปลี่ยว
แต่ไปกันหลายคนไม่กลัวอะไร

ตอนแรกตั้งใจจะไปหาร้านอาหารไทย APK เพื่อทานมื้อค่ำ
แต่เราเดินมาผิดด้านจริงๆต้องข้ามสะพานลอย ไปอีกฝั่ง
จะเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งก็ไม่ได้ เพราะมีราวเหล็กกั้นตรงกลาง

แต่เอาเถอะ เดินเหนื่อยแล้ว เลยหลบไปห้องน้ำที่ Park Sorn
ห้างใหม่ที่ติดกับตลาดโบจ๊กรับแอร์เย็น ๆ
ก่อนที่จะตัดสินใจเดินต่อไปหาอะไรกิน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดินไปไหน เพราะทุกคนเหนื่อย
เลยตัดสินใจเลือกร้านอาหารที่มาจากสิงคโปร์ตรง ParkSorn
นั่นเอง และพบว่า นอกจากแพงแล้ว
รสชาติยังแย่มากอีกด้วย

ที่จำได้แม่นคือ หมี่สยาม ที่ในรูปเหมือนต้มยำกุ้ง แต่เอาเข้าจริง ๆ
เหมือนขนมจีนในแกงกะหรี่ ที่รสชาติไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
จนต้องขอเกลือมาปรุงรสถึงพอจะทานได้ด้วยความเสียดาย
พวกเราเลยเปลี่ยนชื่อมันเป็น หมี่สยอง แทน

เสร็จจากอาหารมื้อทรมานเดินออกมาเรียกแท๊กซี่
จากตลาดโบจ๊กไปมาเธอร์แลนด์อินน์
ด้วยการเอานามบัตรโรงแรมให้คนขับแท๊กซี่ค่ารถคันละ 2000 จ๊าด
ก็นั่งแท็กซี่กลับโรงแรม

จบไป 1 วัน


ผู้เขียน : คุณริว ผู้นำทริปพม่าทริปนี้



............... โปรดติดตามตอนต่อไป

//www.facebook.com/moonwatcherBP


มิงกาลาบา ตอน 2 : เที่ยวเมืองหงสา มุ่งหน้าสู่อินทร์แขวน
คลิกที่นี่





Create Date : 26 กันยายน 2556
Last Update : 2 ตุลาคม 2556 13:11:32 น. 5 comments
Counter : 1937 Pageviews.

 
มาเก็บข้อมูลเผื่อได้ไป ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 กันยายน 2556 เวลา:14:37:36 น.  

 
มารายงานตัว อิจฉาจังเยยยยย


โดย: jawa IP: 171.96.150.155 วันที่: 27 กันยายน 2556 เวลา:13:42:46 น.  

 

ขอบคุณค่ะคุณ tuk-tuk@korat

พี่วัน ไปมัณฑะเลย์กัน ^^


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 27 กันยายน 2556 เวลา:13:44:15 น.  

 
ไปๆ จ้าบุ๋ม (สาธุงานอย่าเข้าอีกนะ 555+)


โดย: jawa IP: 58.11.126.189 วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:2:35:10 น.  

 


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:15:38:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.