ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 
Japan Day 2 : Takayama-Shirakawago



(ความเดิม)
ช่วงวันหยุดยาวปิยมหาราช เรากับลูกชายพากันไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ  
การเดินทางประกอบด้วย

20 ตุลาคม 2559  ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิยามดึก 
                          ไปเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
21 ตุลาคม 2559  นาโกย่า - ทาคายาม่า พักทาคายาม่า
22 ตุลาคม 2559  เที่ยวชิราคาวาโก  พักทาคายาม่า (ที่เดิม)
23 ตุลาคม 2559  เที่ยวนาโกย่า  พักนาโกย่า โรงแรมใกล้สถานีรถไฟนาโกย่า
24 ตุลาคม 2559  เที่ยวนาโกย่า พักนาโกย่า (ที่เดิม)
25 ตุลาคม 2559  เดินทางกลับประเทศไทย

พาสที่ใช้ คือ Shorudo Bus Pass 3 Days (คนละ 7,000 เยน) 
และบัตรรถไฟใต้ดินนาโกย่าแบบเหมาจ่ายใช้วันเดียว (คนละ 740 เยน)

ซิมโทรศัพท์ ใช้ Sim2fly 399 บาทของ AIS ได้เน็ตฟรี 9 วัน 
+ เติมเงินค่าโทร 50 บาท


-----------------------------------------------------------


22 ตุลาคม 2559 เที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโก 
ด้วย SHORYUDO Highway Bus Ticket 3 day Pass 
และปั่นจักรยานเที่ยวชมเมืองทากายาม่า






เช้าวันนี้แม่ตื่นเกือบเจ็ดโมงเช้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันและออนเซ็น 
เกือบแปดโมงเช้าปลุกลูกขึ้นจากที่นอน 
เนื่องจากตื่นสายโปรแกรมตลาดเช้าจึงถูกเลื่อนไปพรุ่งนี้

ากที่พักเดินมาที่ Takayama Nohi Bus Station 
เพื่อขึ้นรถ Express Bus ไปชิราคาวาโก ต่อคิวชานชลาที่ 4 
คิวยาวมาก เพราะเป็น Open Bus ไม่ให้จองที่นั่งล่วงหน้า 
ทุกคนจึงต้องไปต่อคิวรอ 

เราทันรถ 8.40 น. ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที 
ก่อนขึ้นรถโชว์บัสพาสต่อเจ้าหน้าที่แล้วขึ้นรถได้เลย 
ขึ้นก่อนได้เลือกที่นั่งก่อน อากาศหนาวมากจนต้องเพิ่มผ้าพันคอและถุงมือ





รถบัสไปชิราคาวาโกแน่นจนต้องเสริมเก้าอี้





ข้ามถนนจากสถานีชิราคาวาโกเข้าหมู่บ้าน












เดินมานิดก็เห็นทัศนียภาพเหมือนตามเอกสารท่องเที่ยวเลย
หมู่บ้านนี้อนุรักษ์ไว้ได้ตามแบบโบราณ จนได้เป็นมรดกโลก





สังเกตหลังคาทำจากฟาง





เริ่มพากันหิว จึงไปร้านนี้ลองซื้อเนื้อฮิดะปรุงรสเสียบไม้ชิม 
เกาลัดบอกรสชาติคล้ายไก่จ๊อห้าดาวเลยแม่





จากนั้นเดินวนไปหาร้านอาหารเพื่อกินอาหารเช้า 
อยากกินข้าวหน้าเนื้อแต่ร้านนี้ขายข้าวหน้าหมู อร่อยดี 
แปลกตรงที่มีหนังหมูหั่นเป็นเส้นๆ มาด้วย





เดินไปชมบ้านชนบทแต่ดั้งเดิมที่ชิราคาวาโก





ภาพนี้เห็นหลังคาชัดดี





หุ่นไล่กา





บ้านนี้ปลูกบวบห้อยไว้รอบบ้าน





บ้านเล็กในหุบเขาใหญ่






ขึ้นรถบัสในหมู่บ้านไปจุดชมวิว คนละ 300 เยน ขาลงเดินลงเขากันเองไม่ไกล








เที่ยงกว่านั่งรถบัสจากหมู่บ้านชิราคาวาโก กลับมาทาคายาม่า 
ขากลับเป็นรถที่ต้องจองล่วงหน้า 
เราใช้ Pass แลกตั๋วระบุที่นั่งแล้วขึ้นรถที่จอดอยู่ได้เลย 
พอมาถึงสถานีทาคายาม่าก็ตั้งกูเกิ้ลแมพเดินไปร้าน Sushi Dining Nop ไม่ไกล





เรามาร้านนี้ตามรีวิวที่เชียร์ไว้ใน Tripadviser ว่ารสชาติและราคาดี 
ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น จานนี้ส่วนประกอบคืออโวคาโดและปลาไหล














รวมทั้งหมดเพียง 2,600 ¥ น้ำเปล่าฟรี





กินอิ่มแล้วตั้งแผนที่ให้พากลับโรงแรม ฝนตกปรอยๆ 
เกาลัดแวะเข้าพักในห้อง ส่วนแม่เดินไปศาลเจ้าเยื้องโรงแรม 
สังเกตว่ามีทั้งท่องเที่ยวมาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน 
ใบไม้ที่ศาลเจ้าเริ่มเปลี่ยนสีบ้างแล้ว








ถ่ายภาพกลางฝนพรำ














ถ่ายภาพวัดเสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรม ตั้งใจจะยืมจักรยานไปขี่ชมเมือง 
แต่ฝนยังตกจึงเข้าห้องพักไปก่อน

สักพักจึงได้เวลาลงมายืมจักรยานของโรงแรมไปขี่ชมเมือง 
คุณป้าเจ้าของที่พักใจดีมาก (ที่นี่บริการจักรยานฟรี ไม่ต้องเช่า ดี๊ ดี)





รายละเอียดเวลายืมจักรยาน





ได้ขี่จักรยานแล้วก็วนไปมาชมเมือง วัยรุ่นไม่อยากแวะพิพิธภัณฑ์ที่ไหน  เราจึงไม่มีจุดหมายชัดเจน ตอนขี่จักรยานเลียบแม่น้ำ เห็นมีปลาว่ายในน้ำ น้ำก็ใส จึงพากันจอดจักรยานแล้วลงไปดูใกล้ ๆ





ภาพนี้เกาลัดเหมือนแม่เลย





ได้ขี่จักรยานเล่น อารมณ์สนุกกำลังมา






เกาลัดถ่ายภาพกับใบไม้สีสวย





ชมย่านเมืองเก่า





















ถนนคนเดิน








สะพานแดงจุดถ่ายภาพยอดฮิต





สะพานแดงอีกมุม ถ้าหน้าร้อนจะมีซากุระให้ชมแถวนี้ด้วย พากันขี่จักรยานจนเหนื่อยแล้วก็กลับโรงแรม คืนจักรยาน เข้าพักผ่อนต่อในห้อง




ลองซื้อขนมจากเซเว่นมาลองชิม 
ได้เจลลี่มาเป็นของแถมจากพนักงานเซเว่นตั้งสองห่อ




น้ำคาร์บอเนตเติมกลิ่น และรสส้ม หวานน้อย ซ่ามาก เปิดทีไรแก๊สฟู่อออกมา





เยลลี่องุ่นที่ได้เป็นของแถม นิ่มละลายในปาก หวานมาก แต่อร่อย





ปลาเส้นใส้ชีส ชิมเแล้วเฉยๆ สินค้าของร้าน Family Mart อร่อยกว่า 
แม่ก้มหน้าอัพเฟสแป๊บเดียว กินไปสามเส้น ไม่ทันเกาลัดคว้าเข้าปากหมดเกลี้ยง





แม่ชิมแล้วคิดว่าปลาเส้นใส้ชีสยี่ห้อนี้อร่อยมาก หนึ่งซองมี 3 แบบ 3 ขนาด 
..... ชอบค่ะ เกาลัดบอกอร่อย แต่เกาลัดชอบของยี่ห้อเซเว่นมากกว่า




โค้กกลิ่นมะนาว ลองชิมดูแล้วเฉยๆ ทั้งรสและกลิ่น 
ถ้าไม่สังเกตหรือไม่อ่านขวดไม่รู้นะเนี่ยว่าเป็นโคคาโคล่าเลมอน





เชิญดื่มชา ก่อนไปออนเซ็น คือ ดีงาม





พลบค่ำ เดินผ่านความหนาว 13 องศาเซลเซียสไปกินมื้อค่ำ 
เกาลัดกินข้าวหน้าเนื้อฮิดะ เป็นข้าวหน้าเนื้อที่อร่อยที่สุดที่เคยกิน
แถมยังได้เยอะสุดๆ





แม่สั่งอุด้งเนิ้อฮิดะ เป็นอุด้งที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาเหมือนกัน ชามอุด้งปิดฝามาเสิร์ฟ โดยที่น้ำซุปยังเดือดอยู่ ดูภาพต่อไปจะเห็นไข่ดิบเปลี่ยนไปทันที





เทไข่ดิบลงไปในน้ำซุปแล้วตักน้ำซุปราดไปไม่กี่ช้อน เป็นไข่ออนเซ็น 
ไข่ขาวสุกในทันที อ่านเจอว่าน้ำซุปเป็นสูตรเฉพาะของท้องถิ่นย่านนี้





ราคามื้อนี้ 2,760 เยน อาหารได้เยอะ ชามโตๆ อิ่มจนจุก 
ต้องพากันเดินกลับอย่างช้าๆ




นามบัตรร้าน เผื่อสนใจค่ะ






วันนี้เดินเยอะเป็นพิเศษ แต่ไม่เหนื่อย และไม่ปวดขาปวดเท้าเลย

วันดีๆ ผ่านไปอีกวัน พรุ่งนี้เราก็จะกลับเข้าเมืองนาโกย่ากันแล้วค่ะ



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 8 ธันวาคม 2559 10:40:36 น. 0 comments
Counter : 681 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.