ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ .. ^^
Group Blog
 
All Blogs
 
มิงกาลาบา ตอน 2 : เที่ยวเมืองหงสา มุ่งหน้าสู่อินทร์แขวน

เที่ยวพม่าวันแรกก็ผ่านไปแล้ว ไฮไลท์ในวันแรกอยู่ที่เจดีย์ชเวดากอง
ซึ่งก็เป็นการท่องเที่ยวท่างกลางสายฝนกระหน่ำอย่างแรง
ในบางช่วงของวัน สลับกับช่วงที่ฝนซา ฟ้าเปิด
อย่างไรก็ตามเราได้ชมเจดีย์ชเวดากองท่างกลางบรรยากาศ
ที่สวยงามและฟ้าเปิดสมดังใจ


สำหรับวันที่สองของทริปนี้ ไฮไลท์อยู่ที่พระธาตุมุเตา
และพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งวันนี้ชาวคณะได้เดินทาง
ด้วยท้ายรถบรรทุกขนหมูท่ามกลางฝนกระหน่ำ
ขึ้นไปตามไหล่เขาสลับซับซ้อน สวยงาม น่าหวาดเสียว (บ้าง)
กว่าจะถึงยอดเขาก็ทุลักทุเลกันพอสมควร
แต่ก็สนุกสนาน แอดเวนเจอร์กันมาก


สำหรับเที่ยวพม่า "มิงกาลาบา" ตอนที่ 2 นี้
คุณริวก็ได้สะบัดปลายปากกาและผ้าโสร่ง
เขียนเล่าให้ฟังกันแบบพริ้วๆ เช่นเดิม


........................ตามเราไปเที่ยวกันเลยค่ะ


เที่ยววันที่สอง วันที่ 12 กันยายน 2556






มุ่งหน้าสู่หงสา Bago และพระธาตุอินทร์แขวน Kyaik Hhto


วันนี้ตื่นตอน 6 โมงเช้าลงมาทานอาหารเช้า 7 โมง
นัดลุงไข่มารับที่โรงแรมตอน 8 โมงเช้า
และนัดคุณตุ๊ก คุณหมูไปรับที่สนามบินตอน 9 โมง
รวมเป็นทั้งหมด 12 ชีวิต



ลุงไข่และรถมินิบัสนั่งสบายที่พามารับ
นอกจากไกด์มีเจ้าหน้าที่ประจำรถมีสองคน
บริการดี น่ารักมากทั้งสองคนเลย



ลุงไข่มาถึงก็มีการเคลียร์เรื่อง ค่ารถ ค่าห้องที่ไจ้ทีโยค่าไกด์
ค่าห้องไกด์ที่ไจ้ทีโยผมตัดสินใจที่จะจ่ายไปหมดเลย
เพราะไม่อยากเก็บเงินไว้กับตัวและความที่เชื่อว่าลุงไข่ไม่ทิ้งเราแน่
ซึ่งจริงๆลุงไข่ก็บอกว่าจ่ายแค่ค่าห้องที่ไจ้ทีโยกับค่าห้องไกด์ก่อนก็ได้
ส่วนที่เหลือเคลียร์กันวันสุดท้ายในวันกลับก็ได้

หลังจากนั้นเราก็ออกจากโรงแรม ลุงไข่ก็มีการแนะนำตัว
ว่าชื่อ Mr.Khine ออกเสียงคาย หรือ ไค
แต่ผมก็ว่าในพันทิปเรียกลุงไข่ ลูกทัวถ์ทุกคนเลยเรียกลุงไข่ไปด้วย

ระหว่างทางลุงไข่ก็อธิบายถึงประเทศพม่า ประวัติความเป็นมา
ของประเทศพม่า กษัตริย์องค์ไหนที่เป็นผู้รวมรวมประเทศพม่า
ตรงนี้ได้ความรู้มาก มอญ ยะไข่ ไทยใหญ่
โรฮิงญาอาศัยอยู่ส่วนไหนของประเทศพม่า
ลุงไข่จะมีแผนที่มาประกอบการเล่า

เจดีย์ชเวดากอง ประวัติเจดีย์ชเวดากอง การสร้างเจดีย์ชเวดากอง
สัตว์ประจำวันเกิดการรดน้ำสัตว์ประจำวันเกิด พร้อมวิธีการไหว้พระที่
ถูกต้อง ก็มีการเล่าเป็นสังเขป

เทพทันใจมีประวัติอย่างไร ทำไมเทพทันใจที่โบตะทาวน์
ชี้มือไปข้างหน้า ทำไมเทพทันใจที่ สุเหร่ชี้มือต่ำกว่าเทพทันใจ
ที่โบตะทาวน์ ไม่เหมือนกัน

จนรถเราผ่าน สุสานพันธมิตร แม่น้ำสะโตงลุงไข่เล่าว่า
ช่วงที่สร้างสะพานนี้ คือช่วงที่แคบที่สุดของแม่น้ำสะโตง
แต่การพูดคุยเราพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องการเมืองเรื่องเสียกรุง
เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยว

ระหว่างทางเพื่อนใหม่ของเราป้านิกกี้ เจ๊ม๊อค เจ๊เอ๋ เพื่อนทั้ง 3 คนก็
ปล่อยมุกตลก หัวเราะกันตลอดคอยเป็นล่ามแปลลุงไข่อีกที
บางคำลุงไข่จะใช้ภาษาอังกฤษในกรณีที่นึกคำภาษาไทยไม่ออก
ป้านิกกี้ก็จะคอยแปล เป็นตัว translate แปลที่ลุงไข่เล่า
บางทีป้าก็ฟังเพี๊ยนแปลผิดก็โดนแซวไปสนุกสนามเฮฮากันทั้งรถ
ป้านิกกี้คือสีสันของทริปจริงๆๆ


ภาพประกอบวันนี้ ส่วนใหญ่ใช้ภาพของคุณริว เกือบทั้งหมดค่ะ






Bago พะโค หงสา (เมืองเดียวกัน)


จากย่างกุ้ง จะไปพระธาตุอินแขวนไปถึงพะโค
ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ระหว่างทางลุงไข่ได้เล่าถึงเมืองบาโก
หรือหงสา ว่า เมืองบาโกเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเมาะตะมะ
เป็นยอดของแผ่นดินที่โผล่พ้นน้ำมาเพียงนิดเดียว

วันหนึ่งมีหงส์ 2 ตัวบินผ่านมาเกิดเหนื่อย เลยหยุดพัก
แต่เนื่องจากมีพื้นที่พอแค่ให้หงส์1ตัวเกาะ
หงส์ตัวเมียเลยต้องเกาะบนหลังหงส์ตัวผู้
รูปปั้นหงส์ตัวเมียเกาะหลังหงส์ตัวผู้ จึงเป็นสัญญลักษ์ ของเมืองบาโก
ที่นี่จะมีคนมอญอยู่เยอะเพราะเป็นเมืองหลวงเก่าของมอญ

รูปนี้ถ่ายจากบนรถ





ระหว่างทางลุงไข่ก็บอกจะมีร้าน 2 ร้านที่แนะนำ

1 ร้านชาจะมีชาอร่อยจริงๆก็คือชา Royal สีเขียว
ขายแก้วละ 10 บาท มีห้องน้ำให้เข้า
(จุดประสงค์ที่พาไปที่นี่ก็เพื่อเข้าห้องน้ำฟรี )

2 ร้านไก่บ้านทอด เป็นร้านพื้นเมือง ให้ไปทานรองท้องกันที่นี่


วันนี้ลุงไข่พาไปร้านไก่บ้านทอด เราแบ่งเป็น 2 กลุ่มโต๊ะละ 6 คน
โต๊ะผม มี ผม ชาติ คุณตุ๊ก คุณหมู คุณบุ๋ม
อาหารพม่าจะมีเครื่องเคียงเยอะมากที่ยกมาก็มีหอมแดงทอด
พริกทอดผัดน้ำมัน กับบางอย่างที่ดูไม่ออก และไม่กล้าชิม
กินไก่ไปซักพักลุงไข่ถามเอาข้าวห่อใบตองไหม
เราก็บอกเอาแล้วทานกับมือกัน

ไก่ทอดจะเป็นไก่คลุกผงขมิ้นลุงไข่บอกว่าเป็นไก่ทอดแบบอินเดีย
ปรากฎว่าโต๊ะผมกินเยอะมาก เพราะไก่อร่อย

เราสั่งเพิ่มกันแบบไม่ยั้งกระดูกกองโตมาก
คาดว่าพวกเราแต่ละคนกินไก่ไม่ต่ำกว่าคนละ 5 ชิ้น
น่าจะประมาณได้คนละ ตัว กว่าๆ

ต้องการอะไรก็ชี้ๆเอาเพราะน้องๆที่ร้านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับพวกเราชี้ๆ แล้วทำท่าเอาว่าต้องการอะไร
น้องๆน่ารักมากคอยดูตลอดว่าเราต้องการอะไรพร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือ

ค่าเสียหายเฉพาะโต๊ะผม 29300 K คิดเป็นเงินไทยราว 1000 บาท
กินกัน 6 คน ตกคนละราว 170 บาทซึ่งบอกว่าคุ้มมาก

ต้่องบอกว่าถ้าผ่านทางนี้ต้องแวะร้านนี้ให้ได้เป็นร้านที่อร่อยมาก

เครื่องเคียงที่มากินกับไก่ทอด แต่ไม่ค่อยมีใครกิน
เพราะเน้นแต่กินไก่อย่างเดียว










Shwe Maw Daw Pagoda


จากนั้น ลุงไข่ก็พาไป Shwe Maw Daw Pagoda
หรือ พระธาตุมุเตาที่นี่เราต้องจ่ายคนละ 10000 K หรือ 10 ดอลล่าร์
ให้เราเก็บบัตร และสติ๊กเกอร์ให้ดีเพราะเอาไว้ใช้ได้ตลอดที่อยู่ในบาโก
ถ้าบัตรหายก็ต้องจ่ายใหม่อีก 10ดอลล่าร์ ที่นี่มีการเก็บค่ากล้องด้วย
เจอคนไทยบางคนเอากล้องมือถือถ่ายแต่ไม่ยอมจ่ายค่ากล้อง
จนท.เข้ามาเตือนให้เก็บมือถือใส่กระเป๋า

ตั้งแต่บาโก -อินทร์แขวน เราไม่สามารถใช้เงินดอลล่าร์ ได้
ถ้าไปแลกก็จะได้เรทที่ต่ำกว่าย่างกุ้ง ลุงไข่จึงแนะนำว่า
ที่นี่ให้ใช้เงินจ๊าดถ้าไม่พอให้ยืมลุงไข่ก่อน
แต่ด้วยความเกรงใจเงินจ๊าดหมดผมก็ขอยืมคุณบุ๋มก่อน
แล้วกลับมาเคลียร์ที่ย่างกุ้ง ซึ่งจริงๆการไปเที่ยวไม่พอ
ก็ยืมกันก่อนแล้วกลับมาเคลียร์ ใช้จ่ายก็เก็บกันเป็นรอบๆๆ





พระธาตุมุเตาเป็นเจดีย์ของคนมอญ
ลุงไข่บอกว่าเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า

มุเตา เป็นภาษามอญ แปลว่า จมูกร้อน
เพราะเจดีย์มีความสูงมากจนต้องแหงนหน้าขึ้นคอตั้งบ่า
เพื่อมองไปที่ยอดเจดีย์ทำให้จมูก ร้อนเพราะแสงแดดเผา
ส่วนประตู มีกี่ประตูลุงไข่ก็เล่าให้ฟังแต่ลืมไปแล้ว

ที่นี่จะมีลานอฐิษฐาน เมื่อพระเจ้าบุเรงนองจะออกทำศึก
จะทรงสักการะขอพรจากพระธาตุนี้ทุกครั้ง
และเมื่อก่อนพระธาตุมุเตาก็อยู่ในเขตพระราชฐาน
ของพระเจ้าบุเรงนองและพระองค์มักจะเสด็จมาสักการะในตอนเช้า
ก่อนออกว่าราชการทุกวัน และที่ตำหนักของพระองค์
ก็สามารถมองเห็นพระธาตุมุเตา แสดงให้เห็นถึงความศรัทธา
ที่ทรงมีต่อพระธาตุมุเตา

เมื่อไปจุดธูปจุดเทียนไหว้ก็ให้ไปอฐิษฐาน
สำหรับการอธิษฐาน ให้นำธูปมา โค้งและค้ำตามรอยต่อของอิฐ
ถ้าค้ำหรือโค้งได้โดยที่ธูปไม่หักหรือไม่กระเด็นหลุดออกจากก้อนอิฐ
เชื่อกันว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริง
หรือ อีกนัยหนึ่งการโค้งธูปโดยไม่หักก็ทำให้มีคนมาหนุน เกื้อกูล
มาค้ำจุนนอกจากพ่อแม่ อันนี้ลุงไข่เล่ามาอีกที




เสาที่นี่จะเป็นรูปหงส์2 ตัวเหยียบหลังกันเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองบาโก
ทุกเจดีย์จะมีเสาถ้าเป็นบ้านเราคงเป็นเสาหลักเมือง
ถ้าเป็นเสาในย่างกุ้งหรืออินแขวนก็จะมีเทวดายืน 4 ทิศรอบเสา
และทุกเจดีย์จะมีสัตว์ประจำวันเกิดให้คนมารดน้ำทุกเจดีย์
หารูปเสารูปหงส์ไม่เจอ ไว้เจอจะมาแปะให้ดู

รูปนี้เป็นรูปสัตว์ประจำวันเกิดซึ่งจะมีอยู่รอบเจดีย์ทุกที่





ที่นี่เคยเกิดแผ่นดินไหวทำให้ยอดพระธาตุตกลงมา
แต่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่ก็ได้มีการสร้างใหม่
แต่ยอดเจดีย์ที่ตกลงมาก็เป็นที่สักการะของคนพม่า
ที่นี่และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของพระธาตุมุเตา




ออกจาก พระธาตุมุเตาจากนั้นลุงไข่ก็พาไปทานข้าวเที่ยง
แต่พวกเราก็ยังอิ่มกับข้าวไก่ทอด โต๊ะผม 6 คน
เลยไปเดินสำรวจร้านอาหารตัดสินใจสั่งเหมือนกันหมด
คือบะหมี่น้ำไก่ แบบไทยใหญ่แต่บะหมี่น้ำที่นี่ไม่มี
เครื่องปรุงไม่มีพริกน้ำส้มรู้สึกขัดใจผมมาก
เลยไปเอาซอสพริกมาใส่ปรุงรส แทน


สำหรับน้ำส้มโอปั่นในใจเรานึกมันต้องปั่นแบบมีน้ำแข็งเป็นเกล็ด
กินแล้วเย็นชื่นใจ แต่จริงๆแล้วนั่นคือความฝันน้ำส้มโอปั่น คื
อ เอาเนื้อส้มโอปั่น แล้วหย่อนน้ำแข็งมาในแก้ว 1
ก้อนขนาดประมาณหัวแม่มือกินแล้วพอรู้สึกว่ามีน้ำแข็งในแก้ว

คุณบุ๋มอยากลองทานยำของพม่า
หลังจากที่ส่องดูแล้วว่าร้านนี้ใส่ถุงมือในการขยำยำให้เรากิน
ไม่ใช่ยำนิ้วคลุกแบบในร้านข้างถนนที่ย่างกุ้ง
เลยได้ยำบะหมี่แบบไทยใหญ่มา 1 จาน รสชาติก็อร่อยดี

ที่นี่ห้องน้ำสะอาดมาก มี 2 แบบด้วย
คือแบบนั่งยองๆกับแบบชักโครก
ตอนขึ้นรถกลับก็มีพนักงานยืนแจกลูกอมให้ด้วย






จากหงสา Bago สู่พระธาตุอินทร์แขวน KyaikHto


ก่อนจะมาอินทร์แขวนเราได้เตรียมตัวฝากกระเป๋าสัมภาระส่วนใหญ่
ไว้ที่โรงแรมเพราะเราต้องกลับมาพักที่นี่อีก โดยแบ่งใส่เป้เล็กมา
กะว่าใช้แค่คืนเดียวให้มีน้ำหนักน้อยที่สุดเผื่อต้องแบกเป้เดินขึ้นเขา

ส่วนคุณตุ๊กที่เรารับที่สนามบินและเพื่อนอีก4 คนที่จะแยกกับเรา
หลังจากลงจากอินทร์แขวน ก็เอาของฝากไว้ที่รถ
จะได้ไม่ต้องแบกขึ้นเขาไป การเหมารถก็ดีตรงนี้

สิ่งของที่ต้องเตรียม

1 เสื้อกันฝน +ถุงใบใหญ่ที่ใส่เป้ได้
2. เสื้อกันหนาวหรือเสื้อแขนยาว เพราะตอนตี5
เราต้องไปไหว้พระธาตุอีกรอบ
3. เสบียงสำหรับคนที่คิดว่าทานอาหารยากอาจไม่ถูกปาก
พกมาม่า โอวัลติน กาแฟติดมาบ้างก็ดีไม่ต้องเยอะ
หรือเอาเผื่อมาใส่บาตรฤาษีก็ได้ถ้าทานไม่หมดก็แจกเด็กๆบนนั้นไป
4. ยาดม ยาแก้ไข้ แก้หวัดยาแก้ท้องเสีย ผงเกลือแร่
ควรมีติดกระเป๋าไว้ตลอด




แล้วเราก็มุ่งหน้าไปคิมปุ่นแค้มป์ ระหว่างทางฝนก็เริ่มตก
ลุงไข่ก็ชี้ให้ดูทางแยกไปเมียวดี เข้าทางอ.แม่สอด จ.ตาก
บอกว่าถ้าจะไปอินทร์แขวนทางรถจากประเทศไทย
เข้าทางไทยจะใกล้ที่สุด ใช้เวลาเดินทางทางรถเป็นเวลา 3 วัน
รถที่วิ่งจะเป็นวันเวย์ วันนี้ให้รถจากทางไทยเข้ารถจากทางฝั่งพม่า
ก็ต้องรอ เพราะถนนแคบรถสวนทางกันไม่ได้

ที่คิมปุ่นแคมป์ เราขึ้นรถขนหมูกัน
ระหว่างที่รอขึ้นรถฝนก็เริ่มตกใครที่ไปอินทร์แขวน
อย่าลืมเสื้อกันฝนแบบบางๆ ถุงใบใหญ่ๆแบบใส่เป้ได้
เอาติดไปด้วยก็ดี เพราะเราต้องสอดเป้เข้าใต้เก้าอี้
พื้นอาจสกปรกและเปียกก็จะช่วยให้เป้ไม่สกปรก
หรือฝนตกหนักของข้างในก็จะไม่เปียก




ค่ารถขึ้นอินทร์แขวนเที่ยวละ 2500 K ต่อคน
พวกเราเก็บค่ารถแล้วรวบรวมให้ลุงไข่ไปทีเดียว
คนละ 5000 K รวมทั้งค่ารถของลุงไข่ด้วย

ราคานักท่องเที่ยวและคนพม่าราคาเท่ากัน
ที่นี่ไม่มีการซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถขึ้นไปนั่งแล้ว
หลังจากยัดเยียดคนนั่งแถวละ 6 คน
ก็จะมีพนักงานมาเก็บค่ารถบนรถ
การนั่งรถขนหมูสนุกมาก ถ้าจะให้ดีเลือกนั่งริมสุด
จะได้มีเหล็กให้จับและได้นั่งดูขอบเหวข้างทางตื่นเต้นดี

ถ้าอยากสบายหน่อยหรือมีผู้สูงอายุก็ให้เลือกนั่งข้างหน้า
แต่ต้องจ่ายเพิ่ม วันที่เราไปมีแถวแรกอยากนั่งสบาย
เลยซื้อที่นั่งแถวแรก แต่นั่งแค่ 4 คน
ก็มีการทะเลาะโวยวายกับคนที่จะไปแต่ไม่มีที่
ทะเลาะกันภาษาพม่าน้ำหมากกะจาย





แต่ผมคิดว่าการนั่งเต็มแถวแน่นๆจะช่วยเราไม่ให้หลุดจากรถได้
ใครที่กลัวความสูงหรือหัวใจอ่อนแอพกยาดมไปด้วย
นอกจากความหวาดเสียวยังมีกลินหมาก
กลิ่นตัวของผู้ร่วมทางคนทีไม่คุ้นกลิ่นอาจจะรู้สึกไม่ดี

เราไปคราวนี้โชคดีที่ไม่ต้องเดินรถไปจอดถึงยอดเขา
ทราบมาว่าหลังๆมานี่นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต้องลง
เพื่อเดินรึขึ้นเสลี่ยง แต่ไม่รู้ว่าหน้าท่องเที่ยวจริงๆ
จะให้ลงเดินหรือใช้บริการสลี่ยงอีกหรือไม่
เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านหรือไม่

เราไปถึงตอนเย็นพอดี พอไปถึงก็มีก็จะมีคนรับจ้างขนของ
มีเด็กๆเข้ามากางร่มให้ มีมาช่วยยกกระเป๋า
ถ้าไม่อยากจ่ายยุบยับกระเป๋าเราก็ยกเองแบกเอง
เพราะระยะที่ลงรถไปโรงแรมก็ไม่ไกล
ที่นี่เราต้องจ่ายค่าเข้าชมพระธาตุอินแขวน คนละ 6000K








เช็คอินโรงแรม ลุงไข่ก็ให้เวลาเอาของไปไว้ 20 นาที
และนัดแนะพรุ่งนี้ ตี 4.30 จะมีพนักงานไปเคาะปลุกทุกห้อง
ให้มาพร้อมกันที่จุดนัดพบ

เพือ่ไหว้พระตอนเช้าและหลังจากกลับไหว้พระก็ทานอาหารเช้า
และรีบลงเขาเพื่อไปตักบาตรที่วัดไจ้คะวาย

ตอนหัวค่ำของเราพอเราเริ่มออกเดินจากโรงแรมเพื่อไปให้ถึง
พระธาตุอินทร์แขวนฝนก็ยังตก
แต่ด้วยแรงศรัทธาทุกคนก็พร้อมใจกันมุ่งมั่นที่จะไปไหว้พระธาตุ

ระหว่างเดินไปพบไม้แกะสลัก เป็นรูปคนแบกหมูป่าไว้บนบ่า
ลุงไข่เล่าว่าพายุ Nargisได้พัดถล่มพม่าต้นไม้ใหญ่ๆได้โค่นลง
มีบริษัททำไม้ได้นำมาแกะสลักและวางไว้ที่นี่
และเรียกว่า Nargis Souvenir ปรากฎว่าป้ากี้ เครื่องTranslate
ได้แปลว่า บริษัทนากีสได้สัมปทานไม้มาเลยแกะสลักไม้
และนำมาไว้ที่นี่ เป็นทีฮา กันมากกับ Nargis Company
ไม้แกะสลัก Nargis Company ของป้ากี้





เมื่อเราไปถึงที่แรกที่ ลุงไข่ก็พาเข้าไปคืออาคารด้านขวา
ห้องที่เล่าประวัติของพระธาตุอินแขวนจะมีรูปทีบอกเล่าถึง
ก้อนหินที่พระอินทร์นำมาวาง คนพม่าจะเรียก ไจ้ก์โถ (Kyaikhtiyo)
แต่คนไทยจะเรียกพระธาตุอินทร์แขวนเป็นหินรปหัวฤๅษี
พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข)

ลุงไข่เล่าว่าในสมัยพุทธกาลว่า มีฤๅษี(ชื่ออะไรจำไม่ได้)
ลุงไข่จำได้ แต่ผมจำไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า
ที่ได้ทรงมอบให้ไว้ ฤาษีก็เอาเก็บไว้ในมวยผม
ต่อมาฤาษีรู้ว่าตัวเองใกล้จะละสังขารจึงได้ขอให้พระอินทร์
ช่วยหาหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของตน
และนำพระธาตุไปใส่ไว้ในก้อนหินแล้วนำมาแขวนไว้ที่นี่

ลุงไข่เล่าว่า 2500 ปีก่อน ก้อนหินจะลอยอยู่
ช่องว่างระหว่างระหว่างก้อนหิน กับพื้นไก่สามารถลอดได้
1000ปีต่อมา นกลอดได้ ปัจจุบัน เชือกลอดได้
(แต่ไม่มีโอกาสได้ลองว่าเชือกลอดได้จริงหรือไม่)
ตอนไปไหว้ก็พยายามก้มมองว่ามีช่องว่างระหว่างหินกับพื้นหรือไม่

ลุงไข่เล่าว่าพม่าได้เกิดแผ่นดินไหวหลายครั้ง
บางครั้งแผ่นดินไหวรุนแรงถึงขนาดเจดีย์ ที่อยู่บนก้อนหินตกลงมา
แต่ก้อนหินกลับไปไม่ตกลงไป
เพราะหินก้อนนี้พระอินทร์เป็นคนมาแขวนไว้




ในห้องนี้ ยังมีก้อนดินหรือหิน ที่ขุดมาจากอินเดีย
ลุงไข่เล่าว่าเอามาจากใต้ต้นโพธิ ที่ตรัสรู้ ให้เราม้วนเงินเป็นกรวย
เสียบ เขียนชื่อ และคำอฐิษฐานก็จะให้สิ่งที่ขอนั้นเป็นจริง

ในห้องยังมีรูปพระพุทธบาทจำลอง และรูปปั้นต่างๆมากมาย

ได้มีโอกาสถามลุงไข่ว่าเจดีย์นั้นไปอยู่ข้างบนสร้างยังไง
ลุงไข่บอกว่าทำนั่งร้านนับว่าเป็นความพยายามมาก
ที่ทำนั่งร้านหมิ่นเหม่ กับขอบหน้าผาแบบนี้

อีกเรื่องที่ลุงไข่เตือน การเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ขอให้ระมัดระวังคำพูด การพูดเล่น คำหยาบถือเป็นเรื่องไม่สมควร
และเล่าว่าเคยมีฝรั่งมาเที่ยวพระธาตุอินทร์แขวน
แล้วกินเหล้ากันมาเมาแล้วมาไหว้พระธาตุเกิดตกหน้าผาไปขาหัก

ก้อนหิน หรือดินที่ลุงไข่เล่าว่านำมาจากใต้ต้นโพธิ์ที่อินเดีย










ศรัทธากลางสายฝน












หลังจากเรายืนชื่นชมความงามกลางคืนของพระธาตุอินทร์แขวนแล้ว
ก็ไปทานอาหารมื้อค่ำกัน เป็นร้านพื้นเมืองอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม
อาหารที่สั่งมีต้มมาม่า ข้าวผัด ไข่เจียว แล้วเขามีถั่วเหลืองแบบโปรตีน
เกษตรทอดมาให้กินฟรี 1 จาน แต่พวกเราติดใจเลยสั่งไปอีก 2 จาน
อาหารรอนานนิดนึงถ้าใครไปติดเสบียงไปนิดก็ดีครับจะได้เสริม







หลังจากทานอาหารเราก็ไปไหว้อีกรอบเป็นรอบที่ 2 ตอนนี้ฝนหยุด
แล้วเลยได้ชมสวยๆแบบไม่เปียก ที่ต้องระวังคือพื้นจะลื่นเดินต้องระวัง
ถ้ามีไฟฉายเล็กๆไปด้วยก็ดีครับเพราะจะมีขี้หมา น้ำหมาก บนพื้นเป็น
ระยะ ขากลับรอบนี้ อาคารด้านซ้าย

เราได้ผ่านห้องที่เป็นรูปปั้นผู้หญิงนอนอยู่ลุงไข่ได้เล่าว่า
คือ รูปปั้นนาง....(จำชื่อไม่ได้)

มีความเชื่อกันว่าหากเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกาย
เวลาไหว้รูปปั้นก็ให้จับรูปปั้นตรงส่วนนั้นแล้วตั้งจิตอธิษฐาน
อาการเจ็บป่วยก็จะหาย ก็มีเพื่อนร่วมทริปที่ไปด้วย
ถามผมว่าชั้นปวดหลังอะจะแตะไงอะ
ผมก็ว่าแตะท้องแล้วอฐิษฐานเอาละกัน





กลับมาอาบน้ำนอนมีน้ำอุ่นด้วย ห้องนอนไม่มีแอร์
มีแต่พัดลมแต่อากาศ
บนภูเขาเย็นสบายพัดลมเปิดเอากางเกงตากเป่าให้แห้ง
แล้วรีบนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตี 4.30 ไปไหว้พระธาตุอีกรอบ

อีกอย่างไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวนขอให้แลกแบงค์เล็กๆ
ติดไปเยอะๆครับทุกจุดที่ไปไหว้จะมีจนท.คอยเรียก(แกมบังคับ)
ให้ทำบุญ อย่างเช่นอาคารด้านขวาที่ไปดูประวัติพระธาตุอินทร์แขวน
พอจะเดินออก จนท.ก็จะแกมบังคับชี้ไปที่ขันบริจาค
หรือไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวน จนท. ก็จะยืนตรงประตู
ชี้แกมบังคับให้ทำบุญ ดังนั้นควรแลกแบงค์เล็กๆไปเยอะๆ




ผู้เขียน : คุณริว ผู้นำทริปพม่าทริปนี้



............... โปรดติดตามตอนต่อไป

//www.facebook.com/moonwatcherBP


รีวิวเดิม
มิงกาลาบา ตอน 1 : ทุลักทุเลทัวร์ กว่าจะได้ไปพม่า

คลิกอ่านรีวิวตอนที่ 1


Create Date : 01 ตุลาคม 2556
Last Update : 2 ตุลาคม 2556 13:14:37 น. 10 comments
Counter : 2360 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ
ตามหาblog เที่ยวพม่าตั้งนาน ตามมาเก็บข้อมูลเอาไว้ปีหน้าจะไปเที่ยวบ้าง ถ่ายรูปได้สวยมากและอธิบายการท่องเที่ยวได้ละเอียดค่ะ กะว่าจะแบกเป้เที่ยวสองคน ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า อิอิ
จะแวะเข้ามาชมอีกนะคะ


โดย: A (Maganda ) วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:12:57:21 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 2
ว๊าววว อุ้มไปอยู่ที่ไหนเนี่ย
ถึงได้พลาดบล็อกท่องเที่ยวดีดีแบบนี้
ว่าแล้วขออนุญาตแอคลงเฟรนลิงค์นะคะ
ชอบๆๆๆๆ


โดย: อุ้มสี วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:14:59:10 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คุณ A เอาไว่้มาอ่านต่อนะคะ
คุณริวกำลังเล่าเรื่องสนุกเลยค่ะ ^^

สวัสดีค่ะคุณอุ้ม ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล็อกค่ะ
ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:15:37:55 น.  

 
อ่านสนุกมากๆๆ ชวนริวเขียนหนังสือขายดีกว่า

บุ๋ม พลาดเสลี่ยงแล้ว รสชาดของชีวิต 5555


โดย: jawa IP: 58.8.224.134 วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:22:24:09 น.  

 
อิอิ


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 2 ตุลาคม 2556 เวลา:13:15:46 น.  

 
วิวสวยมากค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:13:13:24 น.  

 
ทิวทัศน์ที่อินทร์แขวนสวย มองได้ไม่เบื่อเลยค่ะ


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:14:15:25 น.  

 
น่าไปมากๆเลยค่ะ ^^
พม่ามีที่สวยเยอะเลยนะคะ

อยากเห็นทะเล เกาะบ้านเค้าจังว่าสวยขนาดไหน



โดย: lovereason วันที่: 3 ตุลาคม 2556 เวลา:16:25:03 น.  

 
ขอบคุณค่ะ
ยังไม่เคยไปทะเลพม่าเลย อยากไปเหมือนกัน
อาหารทะเลที่พม่าที่ได้ไปชิมในตัวเมืองย่างกุ้งไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับบ้านเรา


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:12:08:37 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: ชมจันทร์ วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:12:09:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชมจันทร์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

Friends' blogs
[Add ชมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.