คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะคะ No Tag still..! Please..
พระราชปุชฉาของสมเด็จพระเพทราชา ข้อที่ ๘


ขอโมทนาสาธุ
ให้แก่ผู้ที่สนใจแลฝักใฝ่ในธรรม
ให้อานิสสงส์ในการอ่านธรรม
ท่วมท้นเติมเต็มทันตา
แลให้ถึงซึ่งพระนิพพาน ด้วยเทอญ
นิพพานปัจจโยโหตุฯ





อาตมาภาพขอถวายวิสัชนา
อัฎฐมปัณหาปฤษณาคำรบ ๘ ว่า
จะเรียนโหราให้ฆ่าอาจารย์ทั้ง ๔ เสียนั้น

อธิบายว่าฆ่าอาจารย์ทั้ง ๔ เสีย
จึงจะรู้คัมภีร์โหรา
ถ้ามิฆ่าอาจารย์ทั้ง ๔ เสีย
มิรู้จักคัมภีร์โหรา



อันว่าคัมภีร์โหรานั้นคือ
ไตรวิชา ๓ ประการ คือ
ทิพพจักขุญาณ ๑
ปุพเพนิวาสญาณ ๑
อาสวไขยญาณ ๑
อันว่าคัมภีร์โหรานั้นย่อมให้รู้จักผล
บาปเคราะห์แลสงเคราะห์
ว่าครั้นบาปเคราะห์มาถึงให้กาลเมื่อใด
ก็บังเกิดทุกข์ในกาลเมื่อนั้น
ครั้นสมเคราะห์มาถึงในการเมื่อใด
ก็บังเกิดศุขในกาลเมื่อนั้น



แลมีอุปมาดุจใด
อันว่าทิพพจักขุญาณก็ย่อมเล็งเห็นวิบาก
แห่งกุศลกรรมแลอกุศลกรรม ดังนี้
อันว่าสัตว์ทั้งหลายหมู่นี้
กระทำกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
ครั้นจุติก็ไปบังเกิดในอบายทั้ง ๔ คือ
เปรตแลนรก แลดิรัจฉาน แลอสุรกายนั้น
ก็มีอุปไมยดุจคัมภีร์โหรา
อันรู้จักบาปเคราะห์แลสมเคราะห์นั้นแล



ประการหนึ่งอันว่าคัมภีร์โหรานั้น
บอกให้รู้จักศุขแลทุกข์
ในอดีตกาล อนาคตกาล ดังนี้
ว่าจำเดิมแต่ท่านแรกเกิดนั้น
ท่านได้เสวยศุขแลทุกข์ดังนี้แล้ว
เมื่อท่านใหญ่มานี้อายุถึงเท่านี้
ท่านได้เสวยศุขทุกข์ดังนี้ๆ
แลแต่นี้ไปข้างหน้า
เมื่ออายุท่านถึงเท่านั้นๆ
ท่านจะได้เสวยสุุขทุกข์ดังนี้



แลมีอุปมาดุจใด
อันว่าบุพเพนิวาสญาณก็รู้จักสัตว์
อันเสวยศุขทุกข์ในอดีตชาติ
แลอนาคตชาติ ดังนี้
อันว่าสัตว์ทั้งหลายหมู่นี้
เมื่อชาติก่อนโพ้น
ได้เสวยศุขทุกข์ดังนี้ๆแล้ว
แลสัตว์ทั้งหลายหมู่นี้
จะบังเกิดสืบไปในอนาคตชาติ
ก็จะได้เสวยศุขทุกข์ดังนี้
ก็มีอุปไมยดุจคัมภีร์โหรา
อันให้รู้ศุขทุกข์ในอดีตกาลนั้นแล



ประการหนึ่งอันว่า
คัมภีร์โหราอันตัดอายุศย์นั้น
ก็ให้รู้จักว่า
บุคคลหมู่นี้มีอายุศย์สิ้นแล้ว
มิได้สืบไปภายหน้ากว่านั้น
อันว่าบุคคลผู้นี้มีอายุศย์ยังมิสิ้น
แลยังสืบไปภายหน้า
และมีอุปมาดุจใด
อันว่าอาสวะไขยญาณก็รู้ว่า
สัตว์ทั้งหลายหมู่นี้
มีอาสวะทั้ง ๔ ประการ คือ
กามาสวะ แลภวาสวะ
แลทิฏฐาสวะ แลอวิชชาสวะสิ้นแล้ว
แลจะนิพพานบมิเกิด
สืบไปภายหน้ากว่านั้น



อันว่าสัตว์ทั้งหลายหมู่นี้
มีอาสวะทั้ง ๔ ประการยังไปมิสิ้น
ยังจะเกิดในสงสารสืบไป
ก็มีอุปไมยดุจคัมภีร์โหรา
อันตัดอายุศย์แลรู้ว่า
อายุศย์ยังไปมิได้ฉนี้นั้นแล
เหตุดังนั้นจึงว่าคัมภีร์โหรานั้น
คือไตรวิชชาทั้งสามประการนั้นแล



อันว่าอาจารย์ทั้ง ๔ นั้น
คือ โลโภ โทโส โมโห มานะนั้น
อันว่าอกุศลทั้งสี่นี้
บังเกิดในทวารทั้งหลาย
มีจักขุทวารเ้ปนอาทิ
แห่งสัตว์าทั้งหลายนั้น
แล้วก็ครอบงำข่มเหง
สั่งสอนสัตว์ทั้งหลาย
ให้กระทำบาปกรรมทั้งปวงดังนี้



อันว่าโลโภนั้น
บังเกิดในทวารทั้งหกแห่งสัตว์ทั้งหลาย
แล้วก็ครอบงำข่มเหงสั่งสอน
สัตว์ทั้งหลายให้กระทำ
กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
อันเปนวิสัยแห่งโลโภ
อันยินดีในกามคุณทั้ง ๕ ประการนั้น



อันว่าโทโส
บังเกิดในทวารทั้งหกแห่งสัตว์ทั้งหลาย
แล้วก็ครอบงำข่มเหงสั่งสอน
สัตว์ทั้งหลายให้กระทำ
กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
อันเปนวิสัยแห่งโทโส
อันยินดีในอาฆาฏวัตถุเก้าประการนั้น



อันว่าโมโห
บังเกิดในทวารทั้งหกแห่งสัตว์ทั้งหลาย
แล้วก็ครอบงำข่มเหงสั่งสอน
สัตว์ทั้งหลายนั้นให้กระทำ
กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
อันเปนวิสัยแห่งโมโห
อันมิรู้จักอริสัจทั้งสี่ประการนั้น



อันว่ามานะ
บังเกิดในทวารทั้งหกแห่งสัตว์ทั้งหลาย
แล้วก็ครอบงำข่มเหงสั่งสอน
สัตว์ทั้งหลายนั้นให้กระทำ
กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
อันเปนวิสัยแห่งมานะ
ด้วมทะทั้งหลาย
มีชาติมโทเปนอาทิ
ดุจกล่าวในขุททกวัตถุนิกายวิภังค์นั้น



เหตุดังนี้จึงว่า
อกุศลสี่ตัวนี้เปนอาจารย์แล
สมเด็จพระสรรเพ็ชพุทธเจ้า
ตรัสเทศนาในสังยุตตนิกายดังนี้ฯ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อันว่าภิกษุทั้งหลายในศาสนานี้
พึงเจริญสมณธรรม
ด้วยอันหาลูกศิษย์สืบไปมิได้
ด้วยอันหาอาจารย์มิได้นั้นเถิด



ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อันว่าภิกษุรูปใด
อันอยู่กอประด้วยลูกศิษย์
กอประด้วยอาจารย์
อันว่าภิกษุรูปนั้นอยู่เปนทุกข์บมิสบาย
อันว่าภิกษุรูปใดอยู่
อันหาลูกศิษย์บมิได้
หาอาจารย์บมิได้นั้น
อันว่าภิกษุรูปนั้น
อยู่เปนศุขอยู่เปนสบายยิ่งนักหนา
จะปรารถนาธรรมสิ่งใด
ก็ได้ตามปรารถนาเที่ยงแท้นั้นแล



จึงตรัสปุจฉาว่าดังนี้
อันว่าลูกศิษยืนั้นคือสิ่งดังฤๅ
อันว่าอาจารย์นั้นคือสิ่งดังฤๅ
จึงตรัสวิสัชนาดังนี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อันว่าภิกษุในพระศาสนานี้
เล็งเห็นรูปารมณ์ด้วยจักษุนั้นก็ดี
ได้ฟังสัททารมณ์ด้วยโสตนั้นก็ดี
ได้สูบดมคันธารมณ์ด้วยฆานะก็ดี
ได้ลิ้มเลียรสารมณ์ด้วยชิวหาก็ดี
ได้ถูกต้องโฏฐัพพารมณ์ด้วยกายก็ดี
ได้รู้ธรรมารมณ์ด้วยมโนวิญญาณก็ดี
อันว่าธรรมเปนอกุศลทั้งหลายหมู่ใด
และบังเกิดในทวารทั้งหกแห่งภิกษุรูปนั้น
อันว่าธรรมอันเปนอกุศลทั้งหลายหมู่นั้น
ตั้งอยู่ภายในสันดานแห่งภิกษุรูปนั้น
พระตถาคตตรัสเทศนา
ชื่อว่าเปนลูกศิษย์แห่งภิกษุรูปนั้น
เหตุว่าธรรมเปนอกุศลทั้งหลายหมู่นั้น
ตั้งอยู่ในสันดานแห่งภิกษุรูปนั้นประการหนึ่ง
พระตถาคตตรัสเทศนาธรรม
อันเปนอกุศลทั้งหลายหมู่นั้น
ได้ชื่อว่าเปนครูเปนอาจารย์
ครอบงำสั่งสอนภิกษุรูปนั้น
ให้กระทำผิดธรรมนั้นแล



สมเด็จพระสรรเพ็ชพุทธเจ้า
นักปราชญ์ผู้มีปัญญาพึงรู้ว่า
โลโภ โทโส โมโห มานะ
ทั้งสี่นี้หามิได้แล้ว
อกุศลทั้งปวงก็หามิได้
เหตุดังนั้นจึงว่า
ให้ฆ่าอาจารย์ทั้งสี่เสีย
จึงรู้คัมภีร์โหรานั้นแล



อธิบายดังนี้
อันว่าพระอรหันต์ทั้งปวง
อันทรงไตรวิชชาทั้งสามนั้น
ก็ย่อมฆ่าเสียซึ่ง
โลภจริตอันกอประด้วยทิฏฐิ
แลโมหจิตรอันกอประด้วยวิจิกิจฉานั้น
ให้พินาศด้วยโสดาปัตติมรรคญาณแล้ว
ก็ย่อมฆ่าเสียซึ่งโลภจิตร
อันปราศจากทิฏฐิอันเปนกามราคอันหยาบ
แลโทสจิตรอันเปนพยาบาทอันหยาบ
นั้นให้พินาศด้วยสกิทาคามิมรรคญาณ
แล้วก็ฆ่าเสียซึ่งโลภจิตร
อันเปนกามราคอันสุขุม
แลโทสจิตรอันเปนพยาบาทอันสุขุมนั้น
ให้พินาศด้วยอนาคามิมรรคญาณ
แล้วก็ฆ่าเสียซึ่งมานะแลโมหะ
อันกอประด้วยอุทัธจนั้นให้พินาศ
ด้วยอรหรรตมรรคญาณ
จึงได้ตรัสรู้ไตรวิชชาสามประการคือ
ทิพจักขุญาณ ปุพเพนิวาสญาณ อาสวะไขยญาณ
เหตุฆ่าเสียซึ่งโลโภ โทโส โมโห มานะ
ทั้งสี่ประการนี้
ให้พินาศด้วยสมุจเฉทปหาน
ก็ได้ชื่อว่าพระอรหันต์ทั้งหลาย
เรียนโหราแลฆ่าเสียอาจารย์ทั้งสี่นั้นแล



เหตุการณ์ดังนั้น
อันว่านักปราชญ์ผู้ประเสริฐ
แลบังเกิดทรงนามบัญญัติชื่อโยคาวจร
เหตุกอประด้วยความเพียรในสมถภาวนา
แลวิปัสนาภาวนาด้วยประนิธาน
ปรารถนาจะข้ามมหรณพสงสาร
ให้ถึงอมฤตนิพพาน
ด้วยอรหรรตมรรคญาณ
อันตรัสรู้ไตรวิชชาทั้งสามประการ
ก็พึงฆ่าเสียซึ่งอกุศลกรรมทั้งสี่ประการนี้
ด้วยมรรคญาณทั้งสี่
โดยอันดับดุจกล่าวมานั้นแล
โยคาวจรผู้ประเสริฐพระองค์นั้น
ก็ลุถึงอรหรรตมรร๕ญาณ
อันทรงไตรวิชชาสามประการ
ดุจพระอาจารย์อรหันต์เจ้าทั้งปวง
อันทรงไตรวิชชานั้นแล



อาตมาภาพถวายวิสัชนาอัฏฐมปัณหา
ด้วยพระธรรมเทศนาอันมีสภาวะดังนี้
ขอจงเปนต้นหนแลนายเข็ม
สำหรับสำเภาเภตราคือ
พระบวรอาตมา
พระองค์ผู้ประเสริฐ
วิสัชนาอัฏฐปัณหาคำรบแปด
สำเร็จแต่เท่านี้แล
<





Create Date : 30 กันยายน 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 8:48:55 น. 2 comments
Counter : 418 Pageviews.

 
อนุโมทนา สาธุ ครับ


โดย: panwat วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:21:34:39 น.  

 
ยินดีครับ ที่เห็นคุณจันทร์กลับมาใช้ log in อีกครั้ง


โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 สิงหาคม 2555 เวลา:16:07:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จันทร์ไพลิน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




********
********


ขอขอบคุณcodeและรูปสวยๆ
กรอบและlineน่ารักมากมาย
จาก
คุณ Kungguenter,
คุณLosocat,
คุณยายกุ๊กไก่,
และป้าเก๋า ชมพรค่ะ

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จันทร์ไพลิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.