moody piggy
Group Blog
 
All Blogs
 
ครีมกันแดด อันไหนเหมาะกับคุณ

โอ้ววว นี้มันหน้าหนาวจริงๆ หรือหน้าร้อนกันแน่
ยังไงกันแดดคงจะขาดไปไม่ได้สักกะฤดูแล้วหละ สำหรับสาวไทย
คุณจะไม่ทาครีมบำรุงอะไรก็ได้ค่ะในโลกเลยก็ได้ค่ะ
แต่อย่าละเลยการใช้ครีมกันแดดค่ะ ไม่งั้นครีมตัวใดๆก็อาจจะช่วยคุณไม่ได้ค่ะ
เพราะรังสีUV นั้นเป็นสาเหตุของ กระ ฝ้า การแก่ของเซลล์ รอยเหี่ยวย่น
ที่สำคัญคือมะเร็งผิวหนัง
วันนี้เลยถือโอกาสแนะนำครีมกันแดดให้เหมาะกับคุณนะคะ

วิเคราะห์ตัวคุณเองก่อนซื้อกันแดด อันนี้สำคัญมากๆค่ะ
สิ่งที่ต้องสำรวจตัวเองค่ะ
1. ผิวแพ้ง่ายไหม
2. กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน โดนแดดมากน้อยแค่ไหน ถ้าทำงานอยู่ในตึกวันๆไม่ค่อยเจอแดดก็ใช้ spf 25 ก็พอ แต่ถ้าต้องออกแดดบ้างเอาแบบที่ spf 30 ขึ้นไป
3. ผิวมันมากไหม ถ้ามันมากให้ใช้เนื้อบางเบา(เนื้อเจล หรือ เนื้อน้ำ) จะดีกว่าเนื้อครีมที่เหนียวๆค่ะ
หมายเหตุ: ค่า spf ที่กล่าวในข้อ2 เป็นค่าบอกการป้องกัน "UVB"เท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องไปสนใจมันมากค่ะ มาสนใจว่ามีสารกันยูวีเอได้ครบหรือไม่ดีกว่า เนื่องจากกันแดด ทุกชนิด ย้ำว่าทุกชนิดจะต้องกันยูวีบีได้ ถึงจะมีค่า spf แปะอยู่บนขวดได้ ดังนั้นต้องมามุ่งดูที่๊UVA ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิด กระ ฝ้า ดีกว่าค่ะ

กันแดดที่ดีจริงต้องมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ
1. กันแดดได้ครบทั้งยูวีบี และยูวีเอ
2. ไม่เหนียวเหนอะ อุดตันจนเป็นสาเหตุของสิว
แต่ถ้าเป็นกันแดดที่เนื้อเบาบาง จะต้องมีสารที่ทำให้กันแดดนั้นมีความเสถียร
ไม่งั้นจะเสื่อมสภาพค่ะ ทาไปได้แป๊บเดียวก็ต้องทาใหม่
3. ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
4. ราคาสมเหตุสมผลค่ะ ต้องใช้คำว่าสมเหตุสมผล
เพราะของถูก(มาก)แล้วดีไม่ค่อยมีค่ะ แต่ของแพงที่สุดอาจจะไม่ได้เหมาะกับคุณที่สุดเช่นกันค่ะ

ถึงตรงนี้เริ่มสงสัยกันแล้วยังค่ะ ใจเย็นๆค่ะ เดี๋ยวจะเคลียร์ที่ละประเด็นค่ะ

ประเด็นแรกจะรู้ได้อย่างไรว่าสารกันแดดของคุณ กันแดดได้ครบทั้งUVA/UVB
ก่อนอื่นจะต้องมารู้จักสารกันแดดก่อนค่ะ

สารที่ใช้ในการกันแดดมีสองแบบ คือ

1. สารสะท้อนรังสี (physical sunscreen)

ได้แก่ titanium dioxide และ zinc oxide ซึ่งจะทำให้เกิดการสะท้อนและหักเห ของแสงที่จะตกกระทบผิว ให้สะท้อนกลับ สารสะท้อนรังสีทั้งสองอย่างนี้จะสีขาว พอทาแล้วก็เกิดอาการวอกขึ้นมาทันตา ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการนำมาทำให้อนุภาคของมันเล็กลง
ซึ่งทำให้ทั้ง titanium dioxide และ zinc oxide จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นก็จะดูไม่วอก แต่การทำให้อนุภาคมันเล็กลงก็มีข้อเสียตามมาคือกัน UVA ได้น้อยลงเล็กน้อย และ ราคาแพงขึ้น
titanium dioxide หรือ/และ zinc oxide ควรมีอย่างน้อย 2% ขึ้นไป แต่ถ้าเป็นกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายซึ่งจะมีเฉพาะสารสะท้อนรังสี ควรมีอย่างน้อย 8.5%ขึ้นไปค่ะ
สารสะท้อนรังสีนี้กันได้ครบทั้ง uva และ uvb และตัวมันมีความเสถียรอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นสารกลุ่มนี้ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าใช้กลุ่มนี้เท่านั้นก็แน่ใจว่ากันแดดคุณกันได้ครบ แต่ข้อเสียคือมันจะวอกค่ะวอก พบในกันแดดได้ทั่วไปที่ทาแล้ววอกนั้นเอง

2. สารดูดซับรังสี (chemical sunscreen):

สารกันแดดชนิดดูดซับรังสีนี้มีหลายตัวเลยค่ะ เยอะมากมายค่ะ
จำง่ายๆถ้านอกเหนือจากสองตัวบนน่ะก็คือสารดูดซับรังสีทั้งหมดค่ะ
สารกันแดดในกลุ่มนี้ จะละลายได้ดีในตัวทำละลายบางชนิดโดยเฉพาะแอลกอฮอล์ และน้ำมัน ทาแล้วหน้าไม่ค่อยจะขาวมาก แต่ข้อเสียคือาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวหนังได้ เพราะมันจะเกาะและดูดกลืนรังสีไว้ที่ตัวค่ะ
สารดูดซับที่นิยมใช้กัน และกันได้ทั้งUVA/UVB มีดังนี้ค่ะ

2.1 Avobenzone ( หรือในชื่อ Butyl Methoxydibenzoylmethane, Parsol 1789, BMDM, Eusolex 9020, Escalol 517) ถึงจะกัน UVA ได้ดีมาก แต่ก็เสื่อมเร็วตามปกติมันจะเปลี่ยนสภาพไปได้หลังจากโดนแดดไปสัก 30 นาที และอาจจะทำให้ระคายเคืองผิวจนถึงแพ้ได้ จึงจำเป็นจะต้องมีสารที่ทำให้มันมีความคงที่(stabilizer)ควบคู่มาเสมอเช่นกัน
ดังนั้นถ้าคุณจะใช้กันแดดแบบเบาบางที่มีavobenzone เลือกดูให้ดีๆว่าต้องมี สารใดสารหนึ่งต่อไปนี้ด้วย
sulfonic dicamphor terephtalydine acid (Mexoryl SX)
4-methylbenzylidene camphor
octocrylene
ถ้าไม่มีสารที่เป็นตัวข้างบนที่ทำให้ avobenzone มีความเสถียร (stable) ก็ไม่ต้องซื้อเพราะว่าพอโดนแดดไปสัก 30 นาที กันแดดที่มี avobenzone ของคุณก็ไร้ค่าแล้วน่ะ ซื้อมาเสียดายเงิน

2.2 Ecamsule (หรือ Terephthalylidene dicamphor sulfonic acid, Mexoryl SX) เห็น Mexoryl SX น่าเสียดายว่ามันถูกจดลิขสิทธิไว้มีแค่ L'Oreal group แค่นั้นที่สามารถใช้ในสารกันแดดตัวนี้ได้ ประสิทธิภาพของเจ้าตัวนี้ดีมากค่ะ กันรังสีได้ในช่วงกว้างทั้งช่วงUVA/ UVB ที่สำคัญมันทาแล้วไม่วอก ไม่เหนอะค่ะ

2.3 Tenosorb (อันนี้มีหลายตัวเช่น Tenosorb S ,Tenosorb M ค่ะ ไม่ขอยกตัวอย่างชื่อเต็มๆค่ะ เพราะเยอะ ) กันได้ทั้งUVA/UVB ค่ะ เสถียรดีค่ะคงทนต่อแสง เกาะติดผิวดี แต่ค่อนข้างวอก เมื่อเทียบกับสารอื่นในกลุ่มนี้ค่ะ

นอกนั้นไม่ขอพูดถึงเพราะมันเยอะมาก และตัวที่เหลือส่วนใหญ่จะกัน UVA UVB ไม่ได้ครบสมบูรณ์ค่ะ
ดังนั้นจะเลือกครีมกันแดดชนิดไหนก็ดูว่ามีสารตามที่กล่าวไปแล้ว รึเปล่าค่ะ
หากมีหลายๆตัวช่วยกันก็จะกันแดดได้สมบูรณ์ขึ้นค่ะ

ประเด็นที่2 หากคุณหน้ามันมาก
ให้ใช้กันแดด ประเภทบางเบาที่จะมีส่วนผสมของพวกสารดูดซับรังสี (chemical sunscreen)ค่ะ เลือกที่เป็นเนื้อครีมเจลบางเบา หรือเนื้อน้ำก็ได้
แต่หากคุณแพ้ง่ายให้ใช้ชนิดสารสะท้อนรังสีแบบที่ผ่านย่อยขนาดแล้ว จะไม่มันไม่วอกค่ะ (ราคาก็แพงเอาการอยู่)

ประเด็นที่ 3 กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย
อาการแพ้ในที่นี้คือแพ้แบบทาแล้วผื่นขึ้น หรือว่าทาแล้วแสบหน้า ทาแล้วแดง ซึ่งเหล่านี้คืออาการแพ้สารกันแดดนะคะ กันแดดที่เหมาะสมคือกันแดดที่เป็นสารสะท้อนรังสียูวี ดังนั้น กันแดดที่คุณใช้ได้ มีสารกันแดดได้เพียงแค่ titanium dioxide และ/ หรือ zinc oxide เท่านั้น ถ้ามีสารอื่นนอกเหนือจากนี้ ให้ระแวงไว้ก่อนว่าสารกันแดดอื่นๆอาจจะทำให้แพ้ผื่นขึ้นได้
อย่างไรก็ตามหากคุณอยากใช้แบบบางเบาจริงๆ ที่มักใช้สารกันแดดชนิดดูดซับรังสี ก็ให้ทดสอบกับข้างแก้มก่อนก็ได้ค่ะ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงค่ะ หากไม่มีพดผื่นขึ้น
ก็o.k.ค่ะ
อย่างไรก็ตามหากใช้เป็นเวลานาน แล้วเกิดสิวขึ้นอาจเป็นไปได้ว่าไม่ได้เกิดจากการแพ้ แต่เกิดจากการอุดตันของครีมค่ะ หากเป็นไม่รุนแรง ก็ให้แก้ไขโดยการทำความสะอาดหน้าด้วยcleansing ค่ะ

ประเด็นที่ 4 พิจารณาราคาค่ะ
ครีมกันแดดบางยี่ฮ้อ ขายแบรนด์ แต่เทคโนโลยีกันแดดไม่ได้พัฒนาค่ะ
คุณเสียตังค์ไปกับค่ะแบรนด์ แต่ได้ของคุณภาพไม่แตกต่างจากครีมกันแดดรุ่นเดิมๆค่ะ อย่าคิดว่ายี่ฮ้อที่แพงที่สุดจะต้องดีที่สุดค่ะ เอาเป็นหาที่เหมาะกับคุณที่สุด ในราคาที่คุณไม่เสียดายหากคุณต้อใช้ในปริมาณที่มากพอค่ะ (เดี๋ยวจะบอกตอนหลังค่ะว่าควรจะใช้ปริมาณเท่าไหร่ค่ะ)

คราวนี้พอได้ไอเดียแล้วนะค่ะ คงจะเลือกกันได้แล้วใช้ม๊า
หลังจากได้กันแดดที่ถูกใจแล้วก็ต้องใช้ให้ถูกวิธีด้วยน๊า

วิธีการใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้องมีดังนี้ค่ะ
1. ทาก่อนออกแดดนาน 15 นาที
2. ใช้ขนาดครีมเท่าเหรียญ 10 ต่อหนึ่งครั้งการใช้ ไม่งั้นประสิทธภาพกันแดดจะไม่ถึงตามที่กำหนดค่ะ ดังนั้นหากคุณทาครีมกันแดดบางเกินก็ไม่ได้ประสิทธิภาพอยู่ดีค่ะ
3. ทาซ้ำทุก 3-4 ชั่วโมงค่ะ หากทำไม่ได้ ให้เลือกใช้ชนิดที่เป็นไลโปโซมที่จะอยู่ได้นานกว่า
4. ต้องเช็ดทำความสะอาดหน้าด้วย ก่อนจะนอนด้วยนะค่ะ ไม่งั้นสิวเห่อแน่ๆ

รู้กันให้มึนตรึม ไปเรยยย นะคะ สาวๆ
อ่านกันจนน้ำลายยืดไปเลยรึเปล่าค่ะ

คนเขียนก็เริ่มจะมึนๆแล้ว เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันค่ะ
บ๊าย บาย

Reference: ขอขอบคุณรูปภาพ //www.rmutphysics.com/.../146/science/light1.htpm และ //www.geocities.com เจ้าค่ะ




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 9:50:42 น. 0 comments
Counter : 857 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

skpone
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add skpone's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.