Group Blog
 
All Blogs
 

ข้อคิดสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักแปล

คุณธนิต ธรรมสุคติ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
และผู้แปลวรรณกรรมดังๆ ของโลกมากมาย เช่น โชกุน (เจมส์ คลาเวลล์) , เดอะ
ก๊อดฟาเธอร์ (มาริโอ พูโซ), วันลอบสังหาร (เฟรเดอริค ฟอร์ไซท์) ฯลฯ
ให้คำแนะนำไว้ในวารสาร "ปากไก่" ฉบับ 5 พ.ค.2534

ฝันอยากเป็นนักแปล ลองสำรวจดูตัวเองมีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่


1.ความอยาก จะต้องมีความอยากจะแปลก่อน จึงจะเป็นนักแปลได้
ไม่ว่าจะอยากแปลเพราะอยากดัง หรืออยากได้เงิน
หรืออยากให้คนอื่นได้อ่านงานเขียนที่ดีของชาติอื่น ภาษาอื่น

2.ความอดทน อยากแปลอย่าเดียวไม่พอ จะต้องมีความอดทนด้วย
หากขาดความอดทนแล้ว จะไม่มีทางแปลเรื่องได้จบ
การแปลหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งนวนิยายหรือสารคดีเรื่องยาว
ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก จะต้องต่อต้าน "มาร" ต่างๆ
ที่ตามผจญหรือชักชวนให้ไปทำอย่างอื่น


3.ความต่อเนื่อง เมื่อลงมือแปลแล้วจะต้องทำต่อเนื่องไม่หยุด
จึงจะแปลได้จบเรื่อง หากหยุดกลางคันแล้วคิดจะเริ่มทำต่อนั้นยากมาก
อีกทั้งอารมณ์ที่ถ่ายทอดให้แก่ตัวละครที่แปลอาจจะเปลี่ยนแปรไปโดยจะมองเห็น
ได้จากลักษณะการใช้คำพูดบรรยาย

4.ตีบทละครให้แตก นักแปลก็คือผู้กำกับการแสดง
ต้องตีบทตัวละครแต่ละตัวออก ต้องแยกแยะได้ว่า
ตัวละครตัวนี้จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
แต่นักแปลก็เช่นเดียวกับนักเขียน คือผู้กำกับโดยคำที่เขียนเป็นตัวหนังสือ
ส่วนผู้กำกับการแสดง กำกับโดยให้นักแสดงแต่ละคนแสดงออกมาด้วยหน้าตาท่าทาง


5.ความรู้ในภาษาที่แปล จะต้องมีความรู้ภาษาต้นฉบับ เช่น
ภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน (ในส่วนของผมก็เป็นภาษาญี่ปุ่น...แฮ่ / monboy01) ค่อนข้างดี ต้องอ่านรู้เรื่อง มิฉะนั้นจะตีบทไม่แตก
และจะทำให้ขาดความต่อเนื่อง และขาดความอดทน แล้วก็จะทำให้หมดความอยากแปล


6.ความรู้ภาษาไทย สำนวนแปลของเราจะทำให้ผู้อ่านติดใจหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความรู้ในภาษาไทยของผู้แปลแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้คำ
และคำที่สำคัญที่สุด คือ คำสรรพนาม ต้องศึกษาให้ดีที่สุด


7.ความช่างสังเกต นอกเหนือจากคุณสมบัติทั้ง 6 ข้อ
ถ้าต้องการเป็นนักแปลที่ดียิ่งขึ้น จะต้องดูลีลาการเดินเรื่อง
การใช้คำพูดและศัพท์ที่ใช้ในภาษาต้นฉบับให้ละเอียด
แล้วแปลเป็นภาษาไทยด้วยลีลาการใช้คำพูดภาษาไทย
และศัพท์ภาษาไทยให้ใกล้เคียงกัน

8.ลงมือเดี๋ยวนี้ หากคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติครบ 6 ข้อ หรือทั้ง 7 ข้อ
แล้วจะเป็นนักแปลได้ ไม่มีทางเป็นได้ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน
ถ้าไม่ลงมือแปลทันทีที่อ่านเรื่องที่อยากจะแปลจนทะลุปรุโปร่งแล้ว


9.จงรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ จงถือคำวิจารณ์เป็นสิ่งที่ให้กำลังใจ
แม้ว่าบางครั้งคำวิจารณ์นั้นจะไม่ยุติธรรมและถูกต้องก็ตาม จงมานะ
เอาชนะคำวิจารณ์ให้ได้ อย่าเสียใจจนเลิกแปลไปเลย จงคิดว่า
ถ้าไม่ต้องการถูกวิจารณ์ก็จงเก็บต้นฉบับไว้ที่บ้านเพื่ออ่านเองคนเดียว



*****************
ถึงจะเป็นข้อคิดที่พูดไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว แต่ก็ยังใช้ได้อยู่นะครับ...
ขอ
ให้ทุกคนที่อยากเป็นนักแปล เป็นนักแปลที่ดีได้ตามความฝันนะครับ ส่วนผมเอง
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว ถึงจะแค่เริ่มต้น
ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ...ก่อนอื่นก็ต้องแก้นิสัยสมาธิสั้น
ให้แปลได้นาน ๆ ซะที...แหะ ๆ


กลับไปทำงานก่อนละครับพี่น้อง




ลิงค์ดั้งเดิมของบทความ...//www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03col18290850&day=2007-08-29&sectionid=0303






Free TextEditor




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2551    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 11:52:17 น.
Counter : 612 Pageviews.  

ว่าด้วยขั้นตอนการทำงานแปลหนังสือการ์ตูน

แต่ก่อนสมัยที่ยังไม่ได้แปลกะเค้าก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกัน...แต่ปริศนาทั้งหมดก็ไขได้แบบกระดำกระด่าง...เอ่อ..กระจ่าง...



เมื่อมีโอกาสได้รับงานจาำกสำนักพิมพ์มาทำนั่นแล...



เริ่มแรกเลยเราก็ไปรับต้นฉบับมาก่อน อาจส่งมาทางไปรษณีย์ หรือไปรับที่สำนักพิมพ์...




ที่เคยรับมาก็จะมีหนังสือการ์ตูนภาคภาษา
ญี่ปุ่น 1 เล่ม พร้อมกับเอกสารที่เป็นตัวซีร็อกซ์หน้าการ์ตูนทุก ๆ
หน้าในเล่มเอาไว้หนึ่งปึก...





(เอ่อ...จริง ๆ
อยากจะโพสภาพประกอบ...แต่โพสเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น
เอาเป็นว่าอธิบายด้วยตัวอักษรแล้วกัน...ความอนาถาในชีวิตจริงมันลามมาถึงใน
บล็อกซะแหล่ว... ("__ __) )





แล้วทีนี้ในแต่ละหน้าก็จะมีช่อง ๆ ที่ตัวละครพูดกันใช่มั้ยล่ะ...(เรื่องที่ไม่มีก็คงเป็นเรื่อง "ก๊อง" เรื่องเดียวแหละนะ)





เราก็มานั่งเขียนๆๆๆ เขียนเลข
1...2...3...4...n เขียนลงไปในช่องคำพูดที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไปจนถึง n
ช่อง... ตามจำนวนช่องคำพูดในแต่ละหน้า...พอขึ้นหน้าใหม่ก็เริ่ม 1
ใหม่...ขั้นตอนนี้ก็๋มีแค่นี้แหละ...ชีวิต...("__ __)





ต่อมาก็คือการแปล...ด้วยโปรแกรมแปลยอดนิยม... Microsoft Word 2003 เถื่อน edition...(มันใช้แปลได้ตรงไหนเนี่ย...-*- )




ก็นั่งจิ้มคีย์บอร์ดไป จึ้กๆๆๆๆ Pattern ในเอกสาร word ก็จะเป็นประมาณนี้...




(อันนี้แต่งขึ้นมาเองแหละ ไม่ได้ไปเอาจากหนังสือการ์ตูนที่ไหนมาหรอก...)


หน้าที่ 5


1. สวัสดีจ้ะหนู


2. อยู่บ้านคนเดียวเหรอ พ่อแ่ม่ไปไหนหมดล่ะ...ขอลุงเข้าไปข้างในหน่อยนะ...โฮ่โฮ่โฮ่


3. คุณพ่อคุณแม่ไปเยี่ยมคุณยายที่ปอยเปตน่ะค่ะ...คุณ...คุณลุงเป็นใครคะ...


4. ดึก ๆ ดื่น ๆ
ยังปล่อยให้หนูน้อยน่ารักต้องอยู่คนเดียวแบบนี้นี่
เป็นพ่อแม่ที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ
ให้ลุงอยู่เป็นเพื่อนหนูก็แล้วกันนะ...โฮ่โฮ่โฮ่...


5. ....



อะไรประมาณนี้แหละครับ
ทำไปจนจบเล่มเลยแหละ...แล้วเด๋วเวลาส่งกลับไปที่กองบก. พี่ ๆ
เค้าก็จะเอาไปจับยัดลงตามตัวเลขที่เราใส่ไว้น่ะแหละ...






ส่วนพวกเสียง โครม ตูม บึ้ก ผัวะ เพล้ง พรึ่บ ผ่าง คว้าง สวบ (อันหลังนี่มันการ์ตูนอะไรวะ (__**__) )



นี่ก็เป็นงานของคนแปลเช่นกัน...วิธีทำก็ง่าย
ๆ ครับ ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ต้องใช้สตันท์แมน ไม่ต้องใช้สลิง
ไม่ต้องใช้อะไรนอกจากปากกากับต้นฉบับตัวซีร็อกซ์ที่โดนเขียนเลขไปแล้วนั่น
แหละ...





ปกติผมจะใช้ปากกาน้ำเงินเขียนเลขในช่องคำพูด ส่วนเสียงประกอบจะใช้ปากกาสีแดงเขียนน่ะครับ...




ทีนี้เราก็มาดูจากภาพและเสียงที่ญี่ปุ่นเขียนมา
บางคำก็มีความหมายเฉพาะอยู่แล้ว
เราก็ดูอีกทีว่าความหมายของมันเหมาะสมกับเนื้อหาและภาพดีอยู่แล้วหรือไม่
แล้วก็เขียนลงไป...ถ้าในภาพไม่มีที่ให้เขียนก็โยงเส้นออกมาเขียนด้านนอกกรอบ
การ์ตูนก็ได้...



ส่วนเสียงบางเสียงที่ไม่เคยเจอ...ซึ่่งผมมัก
จะเจอบ่อย ๆ ด้วยจรรยาบรรณของนักแปลที่ชอบดำน้ำพอ ๆ
กะเวลาทำงานล่ามก็เลยใส่มั่วไปเลยค้าบ...5555





ผมมักจะเขียนเลขให้หมดก่อน แล้วก็แปล
แล้วจึงมาเขียนเสียงตอนแปลเสร็จแล้ว...แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่านักแปลท่าน
อื่น ๆ เค้ามีลำดับขั้นตอนในการทำงานกันอย่างไรบ้าง... ("__ __)a





หลังจากนั้นก็ส่งต้นฉบับที่เป็นตัวหนังสือ
การ์ตูนกับตัวซีร็อกซ์ใส่ซองส่งกลับบ้านเ่ก่าไป ส่วนไฟล์แปล ช่วงหลัง ๆ
ผมส่งทางเมล์ครับ...ไม่เปลืองค่าซีดี...อิอิอิ...



การ์ตูน 1
เล่มจะใช้เวลาในการแปลไม่เท่ากัน...ขึ้นอยู่กับเนื้อหาความยากง่ายของ
การ์ตูนเล่มนั้น ๆ
ประกอบกับจำนวนตัวหนังสือในหน้าการ์ตูน...ยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่าย ๆ
เช่นเรื่องชินจังหรือคุโรมาตี้เอาไปเทียบกับเรื่องบากิ...55555



ที่ผมเคยแปลเร็วสุดก็คือ 2 วัน ได้ 1 เล่ม เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต...5555



่ส่วนที่นานสุดน่ะเหรอ...สถิติสูงสุดทำไว้เกินหกเดือนอีกครับ...แต่เท่าไหร่ไม่กล้าบอก...มัีนผ่านไปแล้ว ช่างมันเหอะ...เนอะ 55555





นี่ก็จะเป็นขั้นตอนการทำงานแปลหนังสือการ์ตูนโดยทั่ว ๆ
ไปน่ะครับ...ส่วนหนังสือประเภทอื่นก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป...พอดียังไม่
เคยทำ...ไ้อ้ที่ทำก็ยังทำไม่เสร็จ...ไว้เสร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะ
ครับ...แหะๆๆ






Free TextEditor




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2551    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 11:50:52 น.
Counter : 2976 Pageviews.  


monboy01
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add monboy01's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.