All Blog
งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ
เมื่อวานนี้ไปงานหนังสือมาค่ะ

ความจริงไปเมื่อวันอาทิตย์ทีหนึ่งแล้ว แต่ว่าไม่ได้หนังสืออะไรมาเลยซักเล่ม เพราะตั้งใจจะไปช่วยน้องขายของ คือว่าน้องสาวที่รู้จักกัน ไปขายของที่ระลึกทำมือเกี่ยวกับการ์ตูน แล้วก็ไปนั่งวาดการ์ตูนสดด้วย แล้วแบบว่า คนเยอะม้ากกกกก... แล้วก็ไม่ได้มีเป้าหมายใดๆ เป็นพิเศษ จะไปเดินเล่นเบียดกับมหาชนก็ไม่ใช่วิสัย ก็เลยกลับมามือเปล่า

เมื่อวานนี้เป็นวันศุกร์ ก็เลยไปอีกครั้ง น้องสาวก็ไปขายของ และนั่งวาดการ์ตูนเหมือนเดิม เราก็ไปถึงตั้งแต่สิบเอ็ดโมงกว่าๆ ไปถึงก็ไปอุดหนุนน้องสาวก่อนเลย ให้น้องวาดการ์ตูนให้ แต่ว่ามีลูกค้ามาเรื่อยๆ ก็เลยบอกน้องว่า วาดของลูกค้าไปก่อนก็ได้เพราะของเราไม่ได้รีบร้อนอะไร ถึงวาดไม่เสร็จวันนี้ นัดกันเอามาให้ก็ยังได้




ถ่ายรูปกันไว้เป็นหลักฐาน


ไปนั่งอยู่ที่บูธที่น้องสาววาดรูปก็เกือบชั่วโมงแล้ว พอเที่ยง ยังไม่ทันได้ไปเดินดูหนังสืออะไรเลย พี่สาวที่ทำงานอยู่ที่บางกอกโพสต์ก็โทรมาว่ามาถึงแล้ว เพราะนัดกันกินข้าวเที่ยง (จริงๆ ก็หาเรื่องให้พี่สาวเลี้ยงข้าวนั่นเองแหละ อิอิ) เราก็เลยลงไปกินข้าว นั่งคุยกันจนบ่ายโมงกว่า พี่สาวกลับเข้าออฟฟิศ เราก็เลยได้ฤกษ์ไปเดินดูหนังสือเสียที


เดินไปถึงบูธนายอินทร์ เห็นมีนิยายของ "กิ่งฉัตร" เยอะเลย เลยเข้าไปเยี่ยมๆ มองๆ แล้วนกขุนทองก็ร้อง ฮู้! (มุกอะไร...) ได้นิยายมาสองเรื่อง คือ มนต์จันทรา และ แกะรอยรัก อิอิ

เสร็จแล้วก็เดินไป Planary Hall เดินมันทั่วทุกล็อก ได้หนังสือ How To เกี่ยวกับจิตวิทยา "ร่างกายไม่เคยโกหก คู่มืออ่านคนฉบับเอฟบีไอ" แล้วก็นิตยสาร Lonely Planet ปี 2011 มาอีกสองเล่ม เหลือเล่มละ 35 บาทเอง

เดินทั่ว Planry Hall แล้วก็เดินไปบูธมติชน ไปดูว่าวันนี้พี่เอ๋ "นิ้วกลม" จะมาแจกลายเซ็นหรือเปล่า ถามน้องพนักงาน น้องบอกว่า "วันนี้ไม่มาค่ะ มาพรุ่งนี้ แต่เขาน่าจะอยู่ที่บูธของเขานะคะ" เราก็เลยยังไม่ซื้อหนังสือใหม่ของพี่เอ๋ "แอ่งน้ำกลางทะเลทราย" เพราะน้องสาวเรามันซื้อมาแล้ว กะว่าจะยืมมันอ่านเพื่อประหยัดงบ ฮ่าๆๆ

ออกจากบูธมติชน ก็เลยลองเดินหาบูธ ซันมูนทรี ของพี่เอ๋ เห็นพี่เอ๋ทวีตแว้บๆ ว่า W14 แล้วก็เจอ เห็นพี่เอ๋ตัวเป็นๆ นั่งแจกลายเซ็นอยู่ด้วย!!!

มดน้อยเลยไม่รอช้า รีบเดินกลับไปที่บูธมติชน และหยิบ "แอ่งน้ำกลางทะเลทราย" มาจ่ายเงินอย่างไว แล้ววิ่งกลับมาที่บูธ W14 ยืนต่อแถว ซึ่งแว้บเดียวมันยาววนเป็นสองแถวแล้ว

เราชอบพี่เอ๋ นิ้วกลม ตรงที่เขาเป็นคนมีมุมมองหลายๆ อย่างที่แปลกออกไป มองโลกในแง่ดีมากกว่าแง่ร้าย บางคนวิจารณ์ว่าพี่เอ๋ "โลกสวย" เกินไป ซึ่งเราก็ว่า ก็เป็นบางครั้งแหละ แต่โดยรวมแล้ว เราว่าเขามองโลกในแง่ที่จะหาความสุขให้ตัวเองมากกว่า ไม่ได้โลกสวย เพ้อฝัน แบบไร้สาระ แล้วเราก็ปลื้มที่เขากล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง ถือว่าเป็น idol คนหนึ่งเลยหละ

อ่านหนังสือพี่เอ๋มาก็หลายเล่ม มีเป็นของตัวเองสามเล่ม มีลายเซ็นพี่เอ๋ตั้งสองเล่มเลยนะแต่ที่สำคัญคือทั้งสองเล่มนั้นไม่ได้ซื้อเอง ฮาาาาา


เล่มแรก "ฝนกล้วยให้เป็นเข็ม" สืบเนื่องจากมีงาน CMU Book Fair แล้วพี่เอ๋ไปแจกลายเซ็น เราก็เลยฝากรุ่นน้อง มช. ที่รู้จักกันให้ซื้อแล้วไปขอลายเซ็นให้หน่อย น้องก็ใจดี ทำตามที่ขอทุกประการ แถมส่งพัสดุมาให้แล้วบอกว่าไม่ต้องโอนเงินค่าหนังสือ เพราะหนูให้พี่เป็นของขวัญปีใหม่ น่ารักมากๆ




เล่มที่สอง "ตรวจภายใน" เล่มนี้น้องสาวลูกน้าชาย (คนเีดียวกับที่เราจะยืมหนังสือมันอ่านนั่นแหละ ฮ่าๆ) ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เมื่องานหนังสือเดือน เม.ย. ที่ผ่านมานี่เอง เซอร์ไพรส์ด้วยนะ ดีใจมากๆ เป็นของขวัญวันเกิดที่ถูกใจที่สุดเลยหละ




เล่มสุดท้าย "ความสุขโดยสังเกต" เล่มนี้ซื้อเอง แต่ไม่มีลายเซ็น เสียดาย น่าจะพกไปงานหนังสือด้วยจะได้ให้พี่เอ๋เซ็นทีเดียว





ตัดกลับมาที่งานหนังสือ...

เรายืนต่อแถวรอขอลายเซ็นพี่เอ๋อยู่ประมาณยี่สิบนาที พอใกล้จะถึงคิวเราก็บอกคนที่อยู่ข้างหลังเราขอให้เขาถ่ายรูปให้หน่อย เขาก็ให้ความกรุณาเป็นอย่างดี ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้นะคะ ฮี่ๆๆ





น้องคนข้างหน้าเราให้พี่เอ๋วาดรูปให้ด้วยแหละ พี่เอ๋ก็วาดให้ แล้วก็ชวนคุยด้วย น่ารัก เป็นกันเองมากๆ เลยอ่ะ :)



แล้วก็ถึงคิวเรา บอกตรงๆ ว่าตื่นเต้นมากๆ ไม่ค่อยเคยไปขอลายเซ็นใคร พี่เอ๋เป็นนักเขียนคนที่สองที่เราไปต่อแถวขอลายเซ็น คนแรกคือ "คุณวินทร์ เลียววาริณ" ตอนนั้นไม่ตื่นเต้นอย่างตอนนี้ อาจเป็นเพราะคุณวินทร์เขาไม่ค่อยออกสื่อเท่าไหร่ แต่พี่เอ๋นี่เขาเป็นพิธีกรด้วย เลยเหมือนเจอดารากลายๆ ฮ่าๆๆ เราก็อยากจะชวนพี่เขาคุยเหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะคุยอะไร เลยบอกเขาไปว่า "หนูเจอพี่ครั้งแรกเลยนะคะเนี่ย ตื่นเต้นจัง" พี่เขาก็ยิ้มแล้วก็บอกว่า "ขอบคุณมากครับ" แล้วเราก็ขอพี่เอ๋ถ่ายรูป พี่เอ๋น่ารักมากๆ เป็นกันเองมากเลยล่ะ >_<



ได้เจอ "นิ้วกลม" ตัวเป็นๆ แล้ว เย้~~~




หลังจาก 'ฟิน' กับการได้ลายเซ็นและถ่ายรูปคู่กับ idol แล้ว เราก็กลับไปที่บูธวาดรูปของน้องสาวอีกครั้ง ลูกค้ายังแ่น่นอยู่เลย รูปของเราก็เลยยังไม่เสร็จ - -" ก็เลยนั่งรอจนกระทั่งลูกค้าไปหมดแล้ว น้องเลยวาดรูปของเราให้จนเสร็จ น้องมันบอกว่ารูปของเรานี่พิเศษมาก วาดเต็มตัวอยู่คนเดียว ของคนอื่นไม่วาดเต็มตัวให้แบบนี้นะ ฮ่าๆๆ ก็มันเป็น special order นี่จ๊ะ

นั่งเลือกรูปที่จะให้น้องวาดอยู่ตั้งนานนะ จริงๆ ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้วาดแบบนี้คือ เราอยากจะใส่ชุด Dirndl ชุดพื้นเมืองของรัฐบาวาเรียที่สาวๆ เขาจะใส่ไปงานประเพณีต่างๆ น่ะ เห็นสาวๆ แฟนนักบอลใส่ไปงาน Oktoberfest แล้วอยากใส่บ้าง ฮ่าๆๆๆ แล้วก็อยากจะใส่ถ่ายรูปคู่กับน้องมึนในชุด Lederhosen (ชุดพื้นเมืองของชายหนุ่มบาวาเรียน) แต่ต้องหารูปมาเป็นแบบให้น้องวาด แล้วในที่สุดก็ได้ออกมาสมใจอยาก ฮ่าๆๆ


เมื่อวานนี้เลยเป็นวันแห่งความฟิน ได้เดินดูหนังสือชิลๆ ได้ลายเซ็นนักเขียนในดวงใจ แล้วก็ได้รูปการ์ตูนสนองนี้ดตัวเอง เอิ๊กกกกก




Create Date : 27 ตุลาคม 2555
Last Update : 27 ตุลาคม 2555 16:42:00 น.
Counter : 796 Pageviews.

3 comment
Mod-Noii's back alright!!!
แทนทะดะแดนแทนแถ่น...แถ่นแทนแท้น............

มดน้อยกลับมาแล้วค่าาาาา~~~

หัวข้อ blog มาเป็น Backstreet Boys กันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ



ไม่ได้กลับมาที่นี่ 5 ปี... ว้าว!!! 5 ปีเชียวนะนี่ มีอะไรเปลี่ยนแปลงกับชีวิตมากมายค่ะ (ไอ้ที่ไม่เปลี่ยนก็คือ...ยังโสดเหมือนเดิม ก๊ากกก) แต่ตอนนี้กลับมาแล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านยังอยู่กันครบมั้ยเนี่ย ^^"

กลับมาก็ทำอะไรกับ blog ไม่เป็นเลยค่ะ แงๆๆๆๆ ลืมไปหมดแล้วว่าเค้าแต่ง blog กันยังไง เลยขอใช้อะไรแบบ simplyๆ ไปก่อนนะคะ เอาไว้ฟื้นฟูวิทยายุทธ์ได้เมื่อไหร่ค่อยจัดเต็ม อิ_อิ


และคราวนี้ มีการเปลี่ยนแปลงกับ blog ของมดน้อยต้อยตีวิดเล็กน้อยนะคะ คือว่า ต่อไปนี้...(สัญญาว่า) จะมีนิยายมาลงให้อ่านเล่นกันเรื่อยๆ ค่ะ แบบว่า อยากหาเรื่องให้ตัวเอง ฮ่าๆๆๆ ไม่มีใครกดดันมันจะเขียนไม่จบเอาน่ะค่ะ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวอีกรอบนะคะ ^^



Create Date : 22 ตุลาคม 2555
Last Update : 22 ตุลาคม 2555 11:38:18 น.
Counter : 420 Pageviews.

7 comment
ประกาศงดอัพบล็อกชั่วคราวค่ะ
ประกาศงดอัพบล็อก

ถึงมิตรรักแฟนเพลงทุกท่านค่ะ

เนื่องจาก ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 มีนาคมนี้เป็นต้นไป มดน้อยต้อยตีวิดจะต้องแปลงร่างเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกเพลา หลังจากที่เป็นชาวเกาะอยู่นานโข ซึ่งที่ทำงานและที่พักใหม่นี้ยังไม่มีอินเตอร์เนตให้เล่นโดยเสรี จึงขออนุญาตงดอัพบล็อกเป็นการชั่วคราวค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามมดน้อยต้อยตีวิดขอสัญญาว่าจะกลับมาอีกอย่างแน่นอนเมื่ออะไรๆ ลงตัวมากกว่านี้

สำหรับท่านที่รอคอยเรื่องเล่าจากปาย (หรืออาจจะไม่มีหว่า?) ก็เรียนเชิญ ตรงนี้ ได้เลยค่ะพี่น้อง


ไว้เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการค่ะ

บุญรักษานะคะ




Create Date : 17 มีนาคม 2550
Last Update : 17 มีนาคม 2550 22:32:44 น.
Counter : 611 Pageviews.

19 comment
Welcome Summer !!!
บล็อกใช้การไม่ได้มาหลายวัน

เปิดใช้การอีกทีเลยจัดการเปลี่ยนโฉมรับซัมเมอร์เซียะเรยยย

แต่เรื่องเศร้าก็มีเหมือนกัน...

ก่อนที่ bloggang จะปิดให้บริการ ไอ้เราก็อัพบล็อก 'ปาย' ที่รอคอยจนเสร็จ... แต่แล้ว เปิดมาดู ไอ้ที่พิมพ์ไปตั้งยาวเหยียด กลับไม่มีข้อมูลอยู่ซะงั้น...โฮๆๆๆๆ


แต่ยังไงก็ตาม...ตอนนี้ก็ใช้ได้แล้ว ก็คงจะได้อัพใหม่เร็วๆ นี้ (แต่ว่าไฟมันชักจะมอดซะแร้วสิ เฮ้อ...)


ตอนนี้อากาศร้อน ร้อน และร้อนจริงๆ อยากจะไปทะเลใจจะขาด แต่ด้วยอะไรๆ หลายๆ อย่างทำให้ไปไม่ได้ งือออ ตอนแรกมีแววจะได้ไปหมู่เกาะสุรินทร์สิ้นเดือนเมษา แต่ตอนนี้ก็ชักจะไม่แน่ซะแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาให้เราต้องตัดสินใจ...

ถ้ามีอะไรชัดเจน และแน่นอนเมื่อไหร่ คงได้มาอัพเดทให้ทราบกันนะคะ แต่ตอนนี้ขอไปนอนผึ่งพัดลมก่อนค่า...



Create Date : 13 มีนาคม 2550
Last Update : 13 มีนาคม 2550 21:12:23 น.
Counter : 195 Pageviews.

9 comment
อัพบล็อกรอรูปจากปาย เฮ่อ...v.v"
ขอยาดปัดฝุ่นแป๊บนะคะ หุหุ
.
.
.
.

หายไปอาทิตย์นึง เนื่องจากมีโปรแกรมตลอดเลยค่ะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

รูปที่ปายก็ยังไม่ได้ซะที รอจนหายตื่นเต้นแล้วนะเนี่ย...



วันที่ 13 กุมภา วันวาเลนไทน์ อีฟ (เค้ามีกันซะที่ไหนเล่า) ก็นัดกับเพื่อนอีกสองคนไปถ่ายรูปที่พระที่นั่งวิมานเมฆกัน แต่ก็มีความคิดว่าไหนๆ ไปแถวนั้นแล้วก็ไปเขาดินด้วยเลยดีกว่า เพราะเกิดมาก็ไม่เคยเข้าไปเลยได้แต่นั่งรถผ่านบ๊อย...บ่อย (พ่อบอกว่าเคยไปแล้วตอนสองขวบ...ไม่เชื่อหรอก )

นัดกันสิบเอ็ดโมงที่หน้าเขาดินวนา เราไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อยเลยนั่งรอที่ป้ายรถเมล์ ซักพักเพื่อนซี้ทั้งสองที่นัดกันที่อนุสาวรีย์ก็ลงจากรถแท็กซี่มาด้วยกัน

ซื้อบัตรเข้าสวนสัตว์ด้วยสนนราคา 50 บาทเรียบร้อยก็เดินดุ่มๆ กันเข้าไป ดูเดินสัตว์ แต่...

อนิจจา เรามาผิดเวลารึเปล่าก็ไม่รู้ ลิงค่างบ่างชะนีทั้งหลาย นอนหลับกันเงียบกริ๊บ... เสือสิงกระทิงแรดก็นอนผึ่งพุงกันสบายใจเฉิบ กรรม...

ว่าไปก็น่าสงสารสัตว์พวกนี้นะคะ ต้องมาอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ภูมิประเทศของตัวเอง แถมยังต้องถูกกักขังอีก (เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าสัตว์ส่วนใหญ่ในนี้ก็เกิดที่นี่ ถึงไปอยู่ป่ามันก็ตายอยู่ดี เศร้าจัง...)

เห็นข่าวเมื่อสองวันนี้ว่าจะมีการย้ายสวนสัตว์ดุสิตออกไปอยู่ชานเมือง เนื่องจากขนาดพื้นที่นั้นเล็กเกินไปที่จะเป็นสวนสัตว์แห่งชาติ

ถ้าย้ายไปแล้วใช้พื้นที่ตรงนั้นเป็นสวนสาธารณะและสถานที่ออกกำลังกายเหมือนสวนลุมพินีอีกแห่งก็ดีนะคะ เพราะเคยเห็นคนมาวิ่งออกกำลังกายกันริมถนนราชวิถีอ่ะ ควันพิษทั้งนั้นเลย ไม่รู้ว่ามาออกกำลังกายแล้วได้สูดควันพิษจากรถยนต์เข้าไปเต็มปอด...มันจะคุ้มกันมั้ยนั่น...

เดิน เดิน และเดินดูสัตว์ (หลับ) ในเขาดินกันจนครบรอบ ประมาณบ่ายสองก็ออกจากเขาดินและเดินไปที่พระที่นั่งวิมานเมฆ ก่อนจะเข้าประตู คุณทหารหน้าประตูก็เดินเข้ามาถามพวกเราว่าพูดภาษาอังกฤษกันได้มั้ย เพราะมีฝรั่งผู้หญิงคนหนึ่งมาถามอะไรไม่รู้ เค้าฟังไม่ออก

เราก็เดินดิ่งเข้าไปหาแล้วถามฝรั่งคนนั้นด้วยรอยยิ้ม
"เมย์ไอเฮลพ์ยู้"

ท่าทางหน้าตาเค้าดีใจมากเลยค่ะ เค้าถามว่าจะไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ที่ไหน เราก็บอกเค้าไปว่าที่อนุสาวรีย์ เค้าถามต่อว่าไกลมากมั้ย เราเลยบอกว่าไกลเหมือนกัน น่าจะนั่งแท็กซี่ไปนะ แล้วก็บอกเค้าว่าต้องข้ามถนนไปขึ้นอีกฝั่งนึง

ดีใจจัง ได้ทำประโยชน์อีกอย่างนึงแระ ฮี่...


หลังจากนั้นเราสามคนก็เข้าไปยังสถานที่ขายบัตร เห็นราคาบัตรเข้าชมแล้วก็ต้องผงะค่ะ

ก็จะไม่ให้ผงะได้ไง 75 บาท ยอมรับว่าแวบแรกคิดเลยว่าแพงเกินไป คนไทยแท้ๆ ยังเก็บแพงขนาดนี้ แล้วจะมารณรงค์สนับสนุนให้คนไทยเที่ยว

แต่ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ เมื่อได้เข้าไปถึงพระที่นั่งแล้วเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและต้อนรับอย่างดี รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่นำชมและบรรยายข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วย แต่ก็นะ...ขัดใจอยู่นิดส์นึง ตรงที่...

ก่อนที่จะเข้าไปถึงนั้นก็ต้องผ่านด่านมากมาย ทั้งตรวจกระเป๋า (อันนี้เข้าใจในมาตรการรักษาความปลอดภัย) และฝากกระเป๋ากับกล้องด้วย (กรรมจริงๆ ไม่ให้ถ่ายรูป) โดยที่จะต้องฝากในล็อคเกอร์และจ่ายเงินค่าเช่าล็อคเกอร์ 30 บาท

ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องเป็นธุรกิจขนาดนี้ด้วย...

แต่ลองคิดในแง่บวก (ซึ่งพยายามคิดมากๆ เลยค่ะ) ก็คิดว่า เอาเถอะ เป็นเบี้ยเลี้ยงให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในนี้ แล้วไหนจะค่าบำรุง ดูแลรักษาอีก หยวนๆ ละกัน เที่ยวเมืองไทย...

เข้าไปในพระที่นั่งก็ต้องนั่งรออีกยี่สิบนาทีกว่าจะได้เข้าชม เพราะเค้าให้รอรอบบรรยายภาษาไทย แอบนึกในใจว่า หนูฟังภาษาอังกฤษก็ได้นะเคอะ เหอๆ

วันที่เราไปเป็นวันอังคาร ทัวร์ค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ มีทั้งฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน พี่ๆ เจ้าหน้าที่ก็เก่งนะคะ พูดได้ทุกภาษาทีเดียวเชียว

ตอนนั่งรอที่ด้านหน้า ก็มีกรุ๊ปทัวร์คนจีนกรุ๊ปหนึ่งเดินออกมา พวกเราเห็นเด็กที่อยู่ในทัวร์นั้นน่ารักดี ก็เลยส่งยิ้มให้ แล้วก็ได้ยินไกด์พูดอะไรซักอย่างพลางหันมาชี้ที่พวกเราสามคน

งงสิคะ แต่พอจบประโยคที่เราฟังไม่รู้เรื่องคุณไกด์ก็หันมาพูดกับพวกเราเป็นภาษาไทยว่า

"บอกเค้าว่าคนไทยใจดี เจอใครก็ยิ้มให้"

ฮี่...ปลื้มสิคะงานนี้


บ่ายสาม...ได้เวลาที่เราจะได้เข้าไปในพระที่นั่งซะทีหลังจากนั่งรออยู่ยี่สิบนาที

พี่เจ้าหน้าที่คนที่พาเราไปเป็นผู้ชายค่ะ ทรงผมพี่แกได้ใจมากๆ เลยอ่ะ ทรงบางระจันค้าบพี่น้อง เท่สุดๆ...

พระที่นั่งวิมานเมฆนี้เป็นพระที่นั่งไม้สักทองทั้งหลังที่ใหญ่ที่สุดในโลก และงดงามที่สุดด้วยนะคะ ส่วนประวัติอื่นๆ คงต้องรบกวนไปเที่ยวกันดูแล้วจะรู้ค่ะ อิอิ (แอบขี้เกียจซะอย่างงั้น)

กว่าที่พวกเราจะเดินชมพระที่นั่งจนทั่วก็เลยสี่โมงเย็นแล้ว ได้เวลาเลิกงานของพี่ๆ เจ้าหน้าที่พอดี และเป็นเวลาปิดพระที่นั่งด้วย

อ้าว...แล้วจะได้ถ่ายรูปมะเนี่ยช้าน

พี่เค้าบอกว่าเอากล้องมาถ่ายภายนอกได้ เราเลยรีบออกไปเอากล้องในล็อคเกอร์ แล้วก็เข้าไปถ่ายด้วยความเร่งรีบ

แล้วก็ไม่ลืมถามยามด้วยว่า "ประตูนี้ปิดกี่โมงคะ"
คุณยามผู้เคร่งขรึมตอบกลับมาว่า "สี่โมงกว่าๆ เดี๋ยวก็จะปิดแล้วล่ะครับ"

แง้...ก็ได้ไม่กี่รูปล่ะสิเนี่ย เราก็เลยรีบวิ่งกลับเข้าไป แล้วก็กด กด กด เฮ่อ...ได้มาสี่รูป


ออกจากพระที่นั่งมาตอนสี่โมงครึ่ง จุดหมายต่อไปของพวกเราก็คือป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์นั่นเอง

ตั้งใจจะไปถ่ายถนนพระอาทิตย์ยามค่ำคืน และบรรยากาศยามเย็นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากับต้นลำพู

แต่กว่าจะหาทางไปถนนพระอาทิตย์ได้...เดินกันจนขาลากเลยค่ะ ก็มันเป็นช่วงเวลาเลิกงานพอดี รถก็ติดค่อดๆ เราก็เลยเดินวนไปวนมาหาที่ขึ้นแท็กซี่กันอยู่นั่นเอง เพราะนึกเส้นทางที่จะไปไม่ออก แต่ในที่สุดเราก็ขึ้นแท็กซี่มาที่พระอาทิตย์จนได้ค่ะ

เป็นครั้งแรกที่ได้มาเดินถนนพระอาทิตย์ (เชยเนอะ) แล้วก็ได้ไปนั่งเล่นที่สวนสันติชัยปราการ ฝรั่งเยอะมากๆ ค่ะ แล้วก็มีคนมาโชว์การแสดงเยอะแยะเลย ทั้งโยนบอล 6 ลูก ควงคทา ควงกระบอง เลี้ยงลูกแก้ว ตื่นตาตื่นใจมากๆ ค่ะ

ที่นี่เราก็ได้ถ่ายรูปจนหนำใจเพราะฟิล์มเหลือจากพระที่นั่งมาหลายรูปเหมือนกัน (อุตส่าห์กั๊กไว้จากเขาดิน แง่มมมม) โดยเฉพาะฝรั่งหนุ่มหน้าตาดีที่มาถอดเสื้อโยนลูกบอล...หล่อมากกกกกกก เลยกดมาซะฟิล์มหมดเลยค่ะ เหอๆ

พลบค่ำ พวกเราสามคนก็เดินหาร้านกินข้าว เลือกร้านที่นั่งได้สบายๆ เพราะปวดขากันเหลือเกินแล้ว (ก็เดินมาทั้งวันแล้วนี่) และต้องรอเพื่อนอีกสองคนที่จะตามมาสมทบหลังเลิกงาน

กินข้าวเสร็จไอ้เพื่อนอีกคนที่ตามมาทีหลังก็ชวนไปเดินข้าวสารต่ออีก โอ...มายก็อด แต่เราก็ไปเดินกะมันอ่ะนะ ถ้าไม่ไปนี่คงเสียดายแย่ เพราะว่า เจอพ่อฝรั่งคนนั้นอีกแร้วค่า สงสัยจะเป็นเนื้อคู่กัน ฮา...

สามทุ่มครึ่งได้ถึงได้แยกย้ายกันกลับ เราก็ไปนอนหอเพื่อนอีกคน ไอ้คนที่มันเกิดวันวาเลนไทน์อ่ะค่ะ เลยได้แฮปปี้เบิร์ธเดย์กันตัวต่อตัว ฮี่ๆ


พอหมดวาเลนไทน์ ก็ต้องมาต่อที่เทศกาลตรุษจีนใช่มะคะ

ที่บ้านเราก็ไหว้เหมือนกันนะ (มีแต่คนต๊กกะใจว่า หน้าหยั่งงี้...มีเชื้อจีนกะเค้าด้วยเหรอ ฮา....) พอดีว่าทางแม่มีเชื้อจีนนิดหน่อยค่ะ วันเสาร์เลยต้องไปไหว้ที่บ้านยายที่นครชัยศรี ไหว้เสร็จก็กินซะเปรมไปเลยทีเดียวเชียว...

วันรุ่งขึ้นมีนัดไปถ่ายรูปที่เยาวราชกับพลพรรคชาวนิกร ณ พันทิปค่ะ เค้านัดกันที่วงเวียนโอเดียนตอนแปดโมงครึ่ง งานนี้พี่สาวไปด้วยแล้วก็เพื่อนที่ทำงานอีกคน ส่วนเราก็ไปชวนน้องที่ชมรมไว้อีก ก็เลยมีทั้งหมดสี่ชีวิตไปถ่ายรูปกัน

เพิ่งเคยไปเดินเยาวราชอีกเหมือนกันค่ะ วันนั้นสะเหร่อมั่กๆ เค้าใส่เสื้อแดงกันทั้งถนน ยัยนี่ใส่เสื้อลายไปเฉย แอบเขินอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่เท่าไหร่ ก็ชั้นไม่มีเสื้อแดงนี่นา

ถึงจะเป็นตอนเช้าแต่คนก็ค่อนข้างเยอะค่ะ เดินกันไปถ่ายรูปกันไป แดดร้อนมากๆ เลย ถ่ายรูปจนหน้ามืดเลยอ่ะ...ไม่ได้เป็นลมนะคะ แต่ตากแดดจนหน้าดำอ่ะ ฮา....

ได้ไปถ่ายครึ่งวัน ฟิล์มหมดพอดีเลยขอตัวลาน้าๆ ทั้งหลายกลับก่อน แล้วก็กลับนครปฐมเลย เพลียจัดๆ เลยค่ะเมื่อวานนี้ แต่ก็สนุกดีนะคะ ได้รับความรู้สึกดีๆ ทุกครั้งที่ได้ออกไปถ่ายรูป


ว่าแล้วก็นั่งรอรูปจากปายต่อไป...

(เออ จบกันดื้อๆ เลยวุ้ย)



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2550 23:27:45 น.
Counter : 253 Pageviews.

6 comment
1  2  3  4  5  6  

มดน้อยต้อยตีวิด
Location :
นครปฐม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Blog นี้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๙

-------------------------------------------------

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

ห้ามผู้ใดละเมิดโดยการนำรูปภาพและข้อความต่างๆ บางส่วนหรือทั้งหมดใน Blog นี้ไปเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ส่วนตัวหรือในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่บัญญัติไว้สูงสุด
::ผลงาน::
New Comments