Group Blog
 
All blogs
 

Truth or Die บทที่ 16 (บทจบ)

Truth or Die บทที่ 16

แพรียืดเเขนของเธออย่างระมัดระวังและหมุนหัวไหล่ไปมา เธอเจ็บจนสะดุ้ง

"โอ๊ยยยย" เธอบ่นพึมพำ

แต่อย่างไรก็ตามความเจ็บทำให้เธอรู้สึกดี เพราะมันหมายความว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

เธอไม่เคยชอบการมีชีวิตอยู่เลยจนกระทั่งเธอได้เจอเรื่องทั้งหมดนี่...ได้มีชีวิตอยู่และเป็นตัวของตัวเอง

ถึงเเม้ว่าเธอจะเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเป็นใคร

"เสื้อคอเต่าสวยดีนี่" เสียงลากๆ แสนคุ้นเคยดังมาจากประตูทางเข้า แพรีหันไปเห็นแครอล ข้างหลังเธอมีเกรซเเละลิลยืนอยู่

"มันซ่อนรอยช้ำได้น่ะ" แพรีพูด

เกรซพูดเบาๆ ว่า "โอ้...แพรี"

พอเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของเกรซ เเพรี่ก็รีบตอบว่า "ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร ฉันเเค่ยังไม่อยากพบหน้าพวกเธอก็เท่านั้น พวกเธอจะโทษฉันไหมล่ะ?"

"ไม่หรอก" ลิลพูดโดยไม่คิด...จะเรียกว่าขาดจิตสำนึกก็ได้มั้ง แพรีนึก ลิลฝังใจข้อกล่าวหาร้ายแรงที่เธอไม่ได้ทำ

"เเต่เราเข้าไปได้ไหม?"

"ฉันมันคนอ่อนแอ อ่อนแอเสมอ ฉันว่านะ" แพรีถอนหายใจ "เข้ามาเถอะ"

"อ่อนเเอรึ?" เกรซขมวดคิ้ว "เธอหมายถึงเรื่องอะไรน่ะแพรี?"

แพรียักไหล่และสะดุ้งน้อยๆ

"การยืดเส้นยืดสายเล็กๆ น้อยๆ ดีกับกล้ามเนื้อที่ระบมนะ" ลิลพูดพร้อมหยิบหมอนที่วางขวางบนพื้นขึ้นมากอด "แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันจะรอสักสองสามวัน"

ทั้งที่เจ็บตามตัวเเละลำคอ แพรีก็อดหัวเราะไม่ได้

"ฮะ ฮะ ขอบใจนะลิล" เธอพูด

"เอาล่ะ จริงๆ แล้วเราจะมาเพื่อขอบคุณ" ลิลพูด

"ขอบคุณเรื่องอะไร? เรื่องที่ฉันทำอะไรโง่ๆ น่ะรึ?"

"เธอไม่ได้โง่นะ!" เกรซพูดโต้ออกมาทันที แล้วเธอก็พูดต่อว่า "ทำไมเราไม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังล่ะ..."

"ความจริงรึ?" แพรีถาม

"...ความจริงทั้งหมด"

เกรซทรุดและพับขาลงนั่ง แครอลดึงเก้าอี้ออกมาจากโต๊ะของแพรีและเอนนั่ง ขาของเธอเหยียดออกไปข้างหน้า

แพรีนั่งลงอย่างระมัดระวังที่เตียงของเธอและพูดว่า "พูดต่อสิ บอกความจริงสิ"

เกรซพยักหน้า "เราไปเข้าค่ายด้วยกันเมื่อสิบปีที่เเล้ว พวกเราทั้งหมดมาจากเมืองคนละเมืองกัน เมืองเล็กๆ ของประเทศ พวกเราไม่เคยเข้าค่ายมาก่อน เราทุกคนอยู่ในเคบินเดียวกัน และเราก็กลายเป็นเพื่อนกันในทันที...เราทุกคนยกเว้นคนนึง"

"มัลลอรี" แพรีพูด

เกรซพยักหน้าอีกครั้ง "ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เธอไม่เคยเข้ากับพวกเราได้เลย แต่เธอก็ไม่สนใจ เธอมีเพื่อนคนอื่น เธอเข้ากับพวกเราไม่ได้แต่นั่นก็ไม่สำคัญ ไม่แม้ว่าเราจะตั้งสโมสรความลับด้วย...เกมที่เด็กอายุแปดขวบเล่นกัน อย่างสมาคมโง่ๆ ที่มีรหัสลับกับการจับมือเเละชื่อรหัส...ก็เรื่องของเด็ก"

"พูดต่อเลย" แพรีพูด

“เจนนิเฟอร์อยู่เคบินถัดจากเรา เธอไม่เหมือนกับมัลลอรี เธออยากจะเป็นเพื่อนกับเราจริงๆ และยิ่งเธอพยายามมากเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งปฏิเสธเธอมากขึ้นเท่านั้น แต่เธอไม่เคยหยุดความพยายามเลย" เกรซหยุดพูด

"ฉันมักคิดเสมอว่า...ถ้าพวกเราเปิดใจสักนิด ยอมรับเธอบ้าง...เรื่องทั้งหมดนี่อาจจะไม่เกิดขึ้น?"

เกรซถอนหายใจหนักๆ แล้วพูดต่อว่า "ยังไงก็ตาม เรื่องที่มัลลอรีบอกเธอเกี่ยวกับความตายของเจนนิเฟอร์เป็นความจริง ลิลถูกตำหนิและพวกเราก็โดนตำหนิทางอ้อมด้วย พวกเราทุกคนยกเว้นลิลถูกส่งกลับบ้านก่อนกำหนด และพวกเราก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนั้นอีกเลย

"แต่พวกเรายังติดต่อกัน พ่อเเม่ของพวกเราไม่รู้ ไม่มีใครรู้เลย แต่พวกเรายังคงเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมความลับ ความลับที่พวกเราเก็บไว้คือความจริงเรื่องการตายของเจนนิเฟอร์ที่พวกเราพิสูจน์ไม่ได้แต่พวกเรารู้

"พวกเราทุกคนมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน...อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุหรือโชคชะตา พวกเราไม่คิดว่าจะได้มาพบกัน แต่พวกเรารู้ว่าจะอยู่ตรงนี้เพื่อกันเเละกัน

"หลังจากนั้น...วันเเรกของมหาวิทยาลัย ลิลเห็นมัลลอรี เธอจำเขาได้ทันที เธอติดต่อจีน เเครอล และฉัน มันเป็นโอกาสที่จะเเก้ไขความผิดครั้งก่อน โอกาสที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลิล เพื่อจะบังคับให้มัลลอรียอมรับความจริง

"เราพูดคุยกันและจบลงด้วยเเผน พวกเราเล่นเกมจริงหรือกล้า"

เกรซมองหน้าคนอื่นแล้วพูดต่อ "เราเปลี่ยนชื่อของพวกเรา มันง่ายมาก ชื่อเก่าของพวกเรา แครอลจากเเครอลีน ฉันเคยชื่อซาราห์ เกรซ ลิลจากจิลเลียน จีนจาก
จีนเนตตา พวกเรายังเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกด้วย...แน่นอนว่าพวกเราทั้งหมดย่อมเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับตอนแปดขวบที่พวกเราใช้ชีวิตช่วงปิดเทอมด้วยกัน

"และมันก็ได้ผล มัลลอรีจำพวกเราไม่ได้

"พอเธอเดินมาหาพวกฉันที่งานน้ำชานั่น เธอก็เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มของพวกเรา กลุ่มเพื่อนใหม่ที่ซาเล็ม พวกเราดึงเธอเข้าร่วมเกมด้วย มันช่วยกลบเกลื่อน...ช่วยซ่อนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ ได้

"พวกเราเริ่มเกมทีละนิด การสับเปลี่ยนน้ำตาลกับเกลือเป็นหนึ่งในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเจนนิเฟอร์ มัลลอรีจะไม่สงสัย แต่มันจะอยู่ที่นั่น...เมล็ดพันธุ์ที่ถูกเพาะในจิตใต้สำนึกของเธอ

"แล้วเราก็เล่นเกม ตอนแรกมันเหมือนจะเป็นไปตามทางที่เราต้องการ พวกเขาจะเล่นเกมไปเรื่อยๆ จนกว่ามัลลอรีจะพูดความจริง

"แต่ฉันกลับถูกขังในโรงรถ มัลลอรีเป็นคนทำ เธอบอกให้เเท็กซี่จากทะเลสาบไร้ก้นมาส่งที่บ้านศจ.กุยเลียนนี เธอไปถึงที่นั่นถัดจากฉันนิดเดียว เธอตามฉันไปที่โรงรถและ...เอาล่ะ เเล้วเธอก็รู้เรื่องทั้งหมดเเล้วนี่

"ฉันไม่รู้ว่าเธอตั้งใจที่จะฆ่าฉันหรือเเค่เตือนฉัน แต่พวกเราก็รู้ในทันทีว่ามัลลอรีจำฉันได้และบางทีก็อาจจำพวกเราทุกคนได้ด้วย

"เเต่พวกเราก็ยังไม่เเน่ใจ และมัลลอรีก็ยังไม่เเน่ใจเหมือนกัน ดังนั้นเราจึงตัดสินใจจะเล่นเกมต่อเพราะเราอยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

"และเธอก็ปล่อยให้ฉันไม่รู้ต่อไป" แพรีพูด "และมัลลอรีก็เริ่มตามฉันด้วย" แพรีจำเรื่องโทรศัพท์และความมืดที่ไม่สิ้นสุดที่ตึกไนต์เเมร์ได้ทันที

"ใช่ เธอเพียงแค่มาร่วมกับพวกเราตอนการเฝ้าครั้งสุดท้ายที่ตึกไนต์เเมร์ เธอดอดเข้าไปทางหน้าต่างหลังบ้าน เธอได้ของบางอย่างจากชมรมละครที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นผี...พอเธอเป็นลม จีนก็เเทบสิ้นสติ ร้องออกมาดังที่สุดที่เราเคยได้ยิน เรารีบข้ามถนนฝั่งตรงข้าม แล้วมัลลอรีก็หนีไปและแกล้งทำเป็นว่าเธออยู่ข้างหลังพวกเราตลอดเวลา"

"แต่เธอรู้!"

"พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ และเราก็คิดกันว่า...เอาล่ะ เธอหยุดได้ถ้าอยากหยุด"

"แต่เหมือนกับเจนนิเฟอร์...ฉันไม่หยุด" แพรีพูดอย่างเย็นชา

เกรซเงียบไปแล้วเธอก็พูดเบาๆ ว่า "ฉันว่าพวกเราสมควรจะได้รับผลตอบแทนแบบนี้อยู่แล้ว ฉันขอโทษนะแพรี"

แล้วเกรซก็พูดว่า "แต่คิดดูสิ ถ้าไม่เป็นเพราะเธอ พวกเราอาจจะไม่ได้น฿ความจริงเลยก็ได้ ขณะเดียวกันเธอยังช่วยชีวิตของฉันกับมัลลอรีด้วย"

"อะไรจะเกิดขึ้นกับมัลลอรี?" แพรีถาม

"ฉันไม่รู้, เราไปพบคณบดีกับเธอเมื่อเช้านี้ พวกเขาจะจัดการเอง"

"ก็ดี" แพรีพึมพำ

ลิลพูดว่า "ฉันโทร.หาพ่อกับแม่ก่อนหน้า ฉันจะกลับบ้านไปพบพวกท่านสุดสัปดาห์นี้ เรามีอะไรจะต้องคุยกันมากมาย"

"แต่พวกเราอยากจะคุยกับเธอก่อน" แครอลสรุป "เพื่อจะขอบคุณ เพื่อจะบอกว่าเธอเป็นวีรสตรี"

แพรีสั่นศีรษะ "ฉันไม่ใช่วีรสตรีหรอก ฉันเป็นเเค่คนอ่อนเเอ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันเป็น"

"เธอก็เอาเเต่พูดอย่างนี้อยู่เรื่อย!" ลิลประท้วง "เธอพูดอย่างนี้ได้ยังไงหลังจากที่เธอทำสิ่งเหล่านี้เเล้ว?"

"ฉันไม่ได้เป็นคนช่วย" แพรีพูด "ฉันเเค่เล่นกับพวกเธอ ฉันเอาเเต่เห็นด้วย พยายามจะปรับตัว ฉันไม่เชื่อตัวฉันเอง ฉันโกหกตัวเอง ฉันอยากที่จะเป็นเพื่อน ฉันอยู่เพื่อโกหก และฉันก็เกือบจะตายเพราะมัน"

เธอสั่นศีรษะ "และฉันกลัวว่าพวกเธอจะรู้ความลับของฉัน...มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันหลงทางกับน้องสาวที่ห้างและถูกขังอยู่ในนั้น ฉันพยายามจะหาเธอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงได้กลัวความมืด"

"แค่นั้นเหรอ?" ลิลถาม

"แล้วคนอื่นเขียนอะไรล่ะ?" แพรีถามบ้าง

แครอลตอบว่า "เราทุกคนเขียนเหมือนกัน ยกเว้นเธอกับมัลลอรี...กระดาษของมัลลอรีว่างเปล่า"

"เราทุกคนเขียน ‘จุดชมวิว’ บนกระดาษและพับมันให้อยู่ในลักษณะเดียวกัน"

"อย่างไรก็ตาม" เกรซพูด "ความจริงก็ปรากฎ" เธอมองหน้าแพรี

"บางทีเราอาจจะเริ่มต้นทั้งหมดได้ บางทีเราอาจเป็นเพื่อนกันได้"

"ฉันไม่รู้" แพรีพูด

ลิลลุกขึ้นยืน แครอลลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ

"คิดสิ" แครอลพูด "ฉันหวังว่าเราจะสามารถเริ่มต้นกันใหม่ได้"

หญิงสาวทั้งสองคนเดินออกไป

เกรซลุกขึ้นด้วย

"รอเดี๋ยว" แพรีเรียก

เกรซหยุดรอ

ในที่สุดแพรีก็พูดว่า “ทางเดินของฉันยังอีกยาวไกล มีอะไรมากมายที่ต้องเรียนรู้ ฉันไม่รู้เรื่องแครอลหรือลิลหรือจีน ฉันไม่รู้ว่าฉันอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มพวกเธอหรือกลุ่มไหนๆ หรือไม่ บางทีอาจจะไม่ตลอดไป แต่ฉันอยากให้เราสองคนเป็นเพื่อนกัน เธอคิดว่าไงล่ะ?"

"ฉันชอบนะ" เกรซตอบ "ฉันชอบมากเลยล่ะ"

กาลครั้งหนึ่งนานมาเเล้ว แพรีคิด ฉันจะไม่พูดอย่างนั้น...

กาลครั้งหนึ่งนานมาเเล้ว ฉันจะเห็นด้วยกับทุกอย่างเพื่อจะรักษาความเป็นเพื่อนไว้...เพื่อนคนไหนก็ได้

แต่ไม่อีกต่อไปเเล้ว

"ฉันอยากจะพัก อยากจะคิด ฉันขอเวลาหน่อยนะ"

"ฉันจะโทร.หานะ" เกรซพูด "ทีหลัง"

ประตูถูกปิดเบาๆ หลังจากที่เธอออกไป

แพรีเอนตัวลงและจ้องเพดาน คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีใครเชื่อเธอเเน่...ไม่สักคน

มันยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่มันก็เกิดขึ้นและเธอก็มีชีวิตอยู่เพื่อจะเล่าเรื่องนี้

ใครกันจะฟังเรื่องที่เธอเล่า?

ริมฝีปากของเธอโค้งจนกลายเป็นยิ้ม

คนเดียวที่รู้เรื่องเกือบทั้งหมด คนเดียวที่เชื่อเธอเเม้เธอจะไม่เชื่อตัวเอง คนเดียวที่เเคร์เธอ...ห่วงเธอ

ตามเธอไปที่จุดชมวิว

ถ้าไบรอันไม่โผล่ออกมา มัลลอรีจะปล่อยมือจากคอของเธอไหมนะ?

เธอไม่อาจจะรู้ได้

เธอลุกขึ้นและเดินไปที่โทรศัพท์ ไบรอันรับสายเมื่อโทรศัพท์ดังสองครั้ง

"ไบรอันเหรอ?"

"แพรี! แพรี, เป็นยังไงบ้าง?"

เธอยิ้มเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่อบอุ่นของเขา

"ฉันสบายดี" เธอตอบ "สบายมาก จริงๆ เเล้วฉันรู้สึกดีกว่าตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่มาชั่วชีวิตเลยล่ะ"

และเธอก็พูดความจริง

จบเรื่อง Truth or Die
By Diane Hoh
แปลโดย (มิถุนา) silver moon
3/1/2002
7.20 am
****************************************************************

สวัสดีค่ะ

มาแปะให้สองบทรวดเลยค่ะ เพราะมันจบพอดีนั่นเอง อ่านแล้วพอจะเดากันได้บ้างไหมคะว่าใครเป็นตัวการ สำหรับเรื่องนี้ ตอนอ่านแล้วชอบตอนจบที่แพรีตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับสาวๆ ที่เหลือ ก็นะคะ...โดนหลอกให้เล่นเกมคนเดียว ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ยังดีที่สุดท้ายแพรีก็ยังเหลือไบรอัน

เห็นวันลงท้ายปิดบทเป็นปี 2002 ก็อย่างงไปนะคะ อย่างที่บอกไว้ว่าเรื่องนี้แปลมาเกือบ 10 ปีัีได้แล้ว ยังไงก็หวังว่าจะชอบงานแนวนี้นะคะ ถ้ามีโอกาสคงได้เอางานแปลมาฝากกันอีก
แล้วเจอกันค่ะ
มิถุนา
มิถุนา Bloggang
มิถุนา Facebook
มิถุนา Dek-d




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2555    
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 15:32:58 น.
Counter : 1896 Pageviews.  

Truth or Die บทที่ 15

Truth or Die บทที่ 15

ประตูห้องของเกรซเปิดอยู่

"เกรซ?" แพรีเรียกเบาๆ พร้อมกับเปิดประตูให้กว้างขึ้น

เกรซนั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอใกล้กับหน้าต่าง...คางของเธอวางอยู่บนมือ...เธอมองไปยังความมืดด้านนอก มีเพียงเเสงจากโคมไฟอันเล็กที่ตั้งบนหัวเตียงให้ความสว่างภายในห้อง

"เกรซ?" แพรีเรียกอีกครั้ง

เกรซไม่ได้ตอบ เธอยังคงมองไปในความมืด

แพรีกลืนน้ำลายลงคอแล้วพูดว่า "เกรซ!"

เกรซร้อง...เธอลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ล้มลงไปกองกับพื้น เธอยกมือขึ้นกำหมัดเหมือนเตรียมพร้อมจะจู่โจมผู้บุกรุก

แพรียกมือขึ้นตามสัญชาตญาณ "เดี๋ยวก่อน! โธ่! ฉันเอง ฉันแพรี"

"แพรี" เกรซลดหมัดลง เธอมองไปยังหมัดที่ขาวซีดของเธอ เธอกางมือของออกและงอมันไปมา

จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมองแพรี

"ถึงเวลาแล้วใช่ไหม?" เธอถาม

แต่เเทนที่จะตอบ แพรีกลับถามว่า "เกรซ...เธอกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่?"

"ไม่มีอะไรนี่" เกรซตอบ เธอทำหน้าย่น "ฉันมีการบ้านเยอะ..."

"ไม่ใช่การบ้านหรอกใช่ไหมเกรซ? มันต้องเป็นเรื่องอื่นแน่ๆ...เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับเกมนี่ใช่ไหม?"

เกรซสั่นศีรษะ

"เป็นเรื่องที่เธอเขียนใส่กล่องความจริงใช่ไหม? ใช่ไหมล่ะ? นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอยังเล่นต่อไปเรื่อยๆ ใช่ไหม?"

เกรซยังคงสั่นศีรษะโดยไม่ตอบอะไรเหมือนเดิม

"เธอรู้ว่าแครอลรู้ใช่ไหม?"

แล้วเกรซก็มองที่นาฬิกาของเธอ

"ได้เวลาที่เราจะต้องไปแล้วนะ" เธอพูด "ถึงเวลาที่เราจะต้องเล่นเกมจริงหรือกล้ากันอีกรอบแล้ว"
****************************************************************

หญิงสาวห้าคนเดินเงียบๆ ในความมืดข้ามไปอีกฝั่งของมหาวิทยาลัย มีลมยามเย็นที่แรงผิดปรกติพัดผ่าน เหนือทางเดินนั้น...กิ่งของต้นไม้กระทบกันเพราะลมนั่น

เหมือนกับนิ้วมือ แพรีคิด ไม่สิ...เหมือนกับกระดูกนิ้วมือ

ลมพัดกรรโชกแรงจนกิ่งไม้ร่วงหล่นลงมาก่อนที่พวกเธอเเละแพรีจะกระโดดหลบ

"โอ้!"

"ไม่มีอะไร" เกรซพูด "ทางนี้ใช่ไหม?" เธอชี้

ลิลพยักหน้าและเธอก็เป็นคนนำทาง

พวกเธอผ่านส่วนที่เก่าแก่ของมหาวิทยาลัย...ที่ที่ครูผู้หญิงประจำวิทยาลัยเคยอยู่ พวกเธอเดินผ่านประตูที่อยู่ขนาบกับกำแพงหินเตี้ยๆ ที่แสดงว่านี่เป็นสุดเขตของมหาวิทยาลัย พอประตูเปิดออกจะเห็นสนามกว้าง ทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า--ตั้งแต่ทางเดินจนถึงเนินเขาที่อยู่ข้างกำแพงหินเป็นป่าและทุ่งนา--เป็นที่ที่ถูกทิ้งร้างซึ่งจริงๆ แล้วเคยมีวิทยาลัยสตรีแบบดั้งเดิมตั้งอยู่

แสงสุดท้ายเป็นแสงสว่างที่มาจากการเปิดกำแพงหิน เงามืดบางๆ ของต้นหญ้าและใบไม้ที่ทอดยาว รวมไปถึงต้นไม้และหิน ก่อนทั้งหมดจะถูกครอบคลุมด้วยความมืด

ลิลล้วงมือลงไปในกระเป๋าของเธอ หยิบไฟฉายออกมาแล้วกดสวิตช์

"เธอเคยมาที่นี่มาก่อนหรือลิล?" แพรีถามอย่างยากเย็น

"ไม่หรอก ฉันแค่เคยมาวิ่งที่เนินเตี้ยๆ ตรงนี้กับทีมฟุตบอล ฉันเลยรู้ว่ามีที่แบบนี้อยู่ แต่สิ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องทำก็คือขึ้นไปบนยอดเขาจนถึงทางแยกแล้วเราก็เดินไปทางขวาซึ่งจะนำเราไปสู่จุดชมวิว ส่วนทางซ้ายจะนำเราไปสู่เขาอีกด้าน"

ลิลเป็นคนจัดฉากขึ้นมารึเปล่า? จะใช่ลิลที่เป็นคนทำรึเปล่านะ?

แต่จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ? พวกเธอทั้งห้าคนเห็นด้วยกันหมดว่าควรจะมาพบกันที่ห้องของแครอลก่อน พวกเธอแต่ละคนเขียนจุดหมายปลายทางใส่กระดาษและเอามันใส่ชาม เกรซเป็นคนหยิบกระดาษขึ้นมาเเล้วอ่านดังๆ

จุดชมวิว

"เห็นด้วยไหม?" แครอลถาม เธอดึงกระดาษมาจากมือของเกรซและมองไปที่มัน เธอส่งมันผ่านไปรอบวงและแต่ละคนก็เห็นคำสามคำเขียนอยู่บนกระดาษ

ไม่มีใครรู้ว่าจะจับฉลากได้จุดหมายใด ไม่มีใครรู้ว่าเราจะไปที่ไหนจนกว่าจะถึงเวลานั้น แล้วพวกเธอทั้งหมดก็ออกจากห้องไปด้วยกัน

ไม่มีทางที่ใครจะสามารถจัดฉากเกมครั้งนี้ได้

แครอลหันลำเเสงไฟฉายไปทางขวา แม้ว่าทางเดินจะเรียบแต่มันเป็นทางที่ลาดชัน

"ระวังหน่อยนะ" เธอหันมาสั่งข้ามไหล่และเริ่มเดินขึ้นไป

หญิงสาวทั้งสี่เดินเรียงเดี่ยวขึ้นไปเเละขึ้นไป หลบเลี่ยงก้อนหินก้อนใหญ่ ตะกายต้นไม้ ยิ่งพวกเธอขึ้นไปสูงเท่าไร ลมก็ยิ่งเเรงมากขึ้นเท่านั้น ลมพัดผ่านช่องว่างระหว่างหุบเขา ทำให้เกิดเสียงกรีดร้องไปทั่วบริเวณ

ตอนนี้เราเล่นเกมอะไรกันอยู่นะ? แพรีคิค แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร พวกเธอยังคงเดินไปเรื่อยๆ เหมือนกันเเกะที่หลงทาง

มันไม่มีประโยชน์ ทำไมเราจะต้องมาเล่นเกมรอบสุดท้ายที่นี่ด้วยนะ? มันอาจจะแค่เริ่มที่นี่ก็ได้ รอบสุดท้ายอาจจะไม่จบเพียงแค่นี้...รึเปล่า?

รึเปล่า?

รอบสุดท้าย...

แครอลหยุด เธอสาดแสงไปรอบที่โล่งเตียนด้านหนึ่ง ต้นไม้ขึ้นเรียงชิดติดกัน ที่อีกด้าน ดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนส่องแสง เเสงสว่างจากมหาวิทยาลัยและเมืองที่อยู่ข้างล่างเหมือนแสงที่สะท้อนจากบ่อน้ำที่ทั้งลึกและกว้าง

"นั่งลง นั่งลง" เเครอลพูด เธอผายมือไปยังที่ข้างๆ เธอราวกับว่าเธอเป็นเจ้าบ้านงานเลี้ยงที่ดี

พวกเธอแต่ละคนนั่งเป็นรูปวงกลม เผชิญหน้ากับแครอล โดยที่ด้านหลังของพวกเธอเป็นหินแบนๆ หยาบๆ ที่ยืนออกมาจากหน้าผาข้างล่าง

แครอลปลดเป้สะพายหลังที่เธอสวมลงและวางมันข้างหน้าของเธอ...กลางวงกลม เธอนั่งใกล้ๆ มัน เปิดและยกกล่องความจริงออกมา เธอวางมันลงข้างหน้าอย่างระมัดระวังจนเกือบจะเป็นพิธีการ

"เอาล่ะ เราเริ่มกันได้เเล้ว" เธอพูด "เราจะเริ่มเกมรอบสุดท้าย เกมจริงหรือกล้า"

บางอย่างที่เลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น แพรีคิด เธอมองไปรอบๆ แต่ไม่มีใครพูดเลย

เเครอลพูดต่อพร้อมถือกุญแจไว้ในมือ "นี่เป็นกุญแจของกล่อง กุญเเจที่จะนำไปสู่ความลับข้างใน กุญแจความจริง เธอจะได้กระดาษของเธอกลับไปหลังจากที่เราเล่นรอบสุดท้ายแล้ว"

เเครอลโน้มตัวไปข้างหน้าแล้ววางกุญเเจไว้บนกล่อง เป็นอีกครั้งที่เเครอลเอื้อมมือลงในกระเป๋าเป้ เธอหยิบแจกันออกมาวางบนพื้นถัดจากกล่อง จากนั้นเธอก็หยิบสมุดโน้ต เปิดและวางมันบนเข่าข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือถือไฟฉาย เขียนคำท้าของเธอ เธอฉีกกระดาษออก พับและหย่อนมันลงในแจกัน แครอลหยิบสมุดโน้ตและปากกาใส่กลับเป้ เธอส่องไฟไปรอบวง

"ใครจะเป็นคนจับ?" เธอถาม

"ใครจะเป็นคนจับคำท้าอันเเรก? มัลลอรี? เกรซ? แพรี? ลิล?"

"ฉัน" ลิลตอบ "เอามาให้ฉัน"

เมื่อเเครอลส่องไฟไปที่เเจกัน ลิลก็เอื้อมมือหยิบกระดาษไปแผ่นนึง แครอลวางแจกันไว้ที่ริมโต๊ะหินเรียบๆ ราวกับว่ามันเป็นของสำคัญที่ใช้ในพิธี เธอคลี่มันออก

เธอจ้องมันเป็นเวลานาน...นานมาก มีลมหอบใหญ่พัดเหนือเธอพร้อมเสียงร้องอันน่าขนลุก

"อ่านสิ" เเครอลสั่ง

ในที่สุดลิลก็เงยหน้าขึ้น

"ความจริง" เธอพูดเสียงเเหบเเห้ง "มันเขียนว่า 'ฉันขอท้าให้เธอพูดความจริง'"

"เเต่ความจริงอะไรล่ะลิล?" แครอลถาม เสียงของเธอฟังดูไม่จริงจัง แต่ใบหน้าที่ดูหนักอึ้งและเยือกเย็นปรากฎในเงาของเเสงไฟ เธอฉายแสงส่องหน้าลิลตรงๆ

ลิลจ้องตอบแสงไฟที่ส่องมา รูม่านตาของเธอหรี่เล็ก เธอเปิดปากแล้วก็ปิดมันอีก

"ฉัน..." เธอเริ่ม

"ลิล?" เกรซพูด เธอเอื้อมมือออกไป ปลายนิ้วแตะหลังมือของลิล...มือที่กำกระดาษแผ่นนั้น

ลิลเงยหน้าขึ้น "ความจริง...นี่เป็นความจริงที่ฉันรู้"

"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...ประมาณสิบปีที่แล้ว ตอนฉันอายุแปดขวบ ฉันได้ไปเข้าค่ายพักแรม ฉันตื่นเต้นมาก ฉันจำได้ดี ฉันจัดกระเป๋าล่วงหน้าก่อนวันเดินทางตั้งหนึ่งอาทิตย์ ฉันจัดของทุกอย่างในรายการที่พวกเขาส่งมาให้พวกนักเรียนที่มาเข้าค่าย ฉันเขียนชื่อของฉันบนป้ายชื่อและเอาป้ายชื่อติดที่เสื้อผ้ากับรองเท้าและสมบัติของฉันทั้งหมด ฉันจะเป็นผู้ร่วมค่ายที่ไม่มีที่ติ

"มันสนุก สนุกมากกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก ฉันมีเพื่อน ฉันได้ขี่ม้า ปีนเขาและทำงานประดิษฐ์ ฉันเล่นฟุตบอลครั้งแรกที่นั่น

ลิลหยุดพูดเเล้วยิ้มแห้งๆ จากนั้นก็พูดต่อไปว่า "ฉันยังได้เรียนว่ายน้ำด้วย ฉันพยายามมากและได้อยู่ในกลุ่มผู้นำ กลุ่มผู้นำจะได้ว่ายน้ำที่จุดที่ลึกที่สุดของทะเลสาบในค่ายที่เราพัก เราได้กระโดดน้ำที่หอดำน้ำด้วย และยังมีบทเรียนเกี่ยวกับเรือเเคนูอีก และแน่นอน...พวกเราคิดว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่เจ๋งที่สุดในค่าย

"เเต่ก็มีเด็กที่ไม่ค่อยเก่งด้วย เธอเป็นคนงุ่มง่ามเงอะงะ เธอกลัวความมืด และเธอก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่อยากจะเข้ากลุ่มกับพวกเรา เด็กคนอื่นแกล้งเธอแรงมาก เเต่งตัวเป็นผีหลอกเธอ ขังเธอไว้ในห้อง เล่นสนุกกับเตียงของเธอ เอาเกลือใส่ในอาหารเช้าของเธอ

แพรีนั่งตัวเเข็ง ใครบางคน...เธอไม่แน่ใจว่าใคร เธอนั่งนิ่งพูดไม่ออก

ลิลไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเลย เธอยังพูดต่อไป

"เด็กหญิงเซ่อซ่าคนนั้นมักจะหัวเราะและพยายามต่อไป ในที่สุดเธอก็ผ่านการทดสอบว่ายน้ำของกลุ่มผู้นำ เธอมีความสุขมาก เธอคิดว่านั่นจะทำให้เธอเข้ากลุ่มของเราได้ เเต่ก็ไม่ได้ โอ...พวกเราไม่ยอมให้เธอเข้ากลุ่ม เรายอมให้เธอวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น แต่เธอก็ทำได้ไม่ค่อยดี เธอว่ายน้ำได้ เเต่เธอไม่ชอบมัน เธอไม่ชอบให้ตัวเปียกและกลัวการกระโดดน้ำ

"มันเป็นปิดเทอมที่ยาวนานมาก ฉันได้เข้าร่วมกับเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ และเราก็เริ่มตั้งสมาคมความลับ ไม่มีเหตุผลที่จะตั้งมันขึ้นมา มันเป็นเเค่สมาคมความลับที่มีการจับมือโง่ๆ กับรหัสลับโง่ๆ

"แน่นอนว่าเด็กหญิงคนนั้นรู้เรื่อง เธอคอยตามพวกเราเพราะเธออยากจะเป็นสมาชิก สุดท้ายฉันก็บอกเธอว่าเรามีการรับสมาชิกใหม่ที่ยากและร้ายกาจมาก ฉันบอกว่ามันคืออะไร และถ้าเธอผ่าน เราจะให้เธอร่วมกลุ่มด้วย

"พวกเราพยายามคิดวิธีรับสมาชิกใหม่ที่เธอจะไม่ทำ อะไรก็ได้ที่เธอจะไม่กล้าทำ เเต่เราก็คิดไม่ได้ เราผลักดันเธอต่อไป...บอกเธอว่าเราจะให้เธอรู้ แน่นอนว่าตอนนี้คนอื่นๆ ก็รู้เรื่องเเล้ว มันจะต้องเป็นเกมอะไรสักเกม

"แล้วหนึ่งในพวกเราก็คิดเรื่องรับสมาชิกใหม่ได้...ให้กระโดดน้ำที่หอสูง...ตอนเที่ยงคืน พวกเราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกที่สุด ไม่มีใครทำเรื่องบ้าๆ อย่างนั้นได้หรอก พวกเราทุกคนไม่กล้าทำมัน แต่เราก็พูดเรื่องนี้กันเเละตัดสินใจไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ เราพยายามคิดวิธีอื่น แต่มีเด็กคนหนึ่งเข้ามาในเคบิน...เธอไม่ได้เป็นสมาชิกของเรา แต่เธอไม่เห็นว่าที่พวกเราคุยจะน่าสนใจตรงไหน พวกเราเลยไม่สนใจเธอ...แต่เราคิดผิด

"หลายคืนถัดไป เด็กหญิงคนนั้นบอกเพื่อนร่วมค่ายว่าเธอได้รับคำท้า แล้วเธอก็ออกไปทำมันคืนนั้น เธอไม่บอกพวกเขาว่ามันเป็นอะไร

ลิลหยุด เธอหายใจลึกแล้วเธอก็พูดต่อ

"เช้าวันถัดมา พวกเราพบเธอที่ทะเลสาบ เธอขึ้นไปบนหอกระโดดน้ำ แล้วดูเหมือนว่าเธอเสียการทรงตัว ศีรษะของเธอกระแทก แล้วเธอก็หล่นลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง

"พวกเขาโทษฉัน ทุกคนได้ยินฉันกำลังพูดกับเธอเรื่องการรับสมาชิกใหม่ ทุกคนคิดว่าฉันเป็นสาเหตุการตายของเธอ

"เเต่ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เป็น ตอนเเรกฉันคิดว่ามันต้องเป็นหนึ่งในพวกเรา แล้วพวกเราก็คุยกัน...สมาชิกสโมสรความลับสามคนกับฉัน และพวกเราก็คิดได้ว่าใครเป็นคนทำ...คนที่บอกเด็กหญิงคนนั้นเรื่องกระโดดหอ คนที่ส่งเธอไปตาย...และทิ้งให้ฉันรับผิดคนเดียว"

"ไม่ม่ม่ม่ม่ม่!" มัลลอรีกระโดดขึ้นมายืนและกรีดร้องโหยหวน

"ไม่ม่ม่ม่ม่ม่!"

ก่อนที่แพรีจะทันได้คิดอะไร...ก่อนที่เธอจะรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น เธอรู้สึกถึงมือที่มีพลังเหนือมนุษย์ขยับเข้าใกล้คอเธอ...มัลลอรีลากเธอขึ้นมา เธอพยายามดิ้นรนให้เป็นอิสระ แต่มือของมัลลอรีเหมือนกับคีมเหล็ก เธอรู้สึกว่าเท้าของเธอครูดกับก้อนหิน ก้อนกรวดใต้พื้นรองเท้าไนกี้ของเธอกระดอนออกไป ไหล่ข้างนึงของเธอกระแทกกับรั้วเเคบๆ ที่อยู่ถัดจากหน้าผา เธอลงไปนั่งคุกเข่า

"อย่าขยับนะ" มัลลอรีกระซิบข้างหูของเธอและกระชับตัวเธอไว้แน่น

แพรีหอบหายใจ "ม...มัลลอรี?"

แต่มัลลอรีไม่ฟังที่แพรีพูดเลย เเพรี่ได้ยินเสียงของมัลลอรีที่อยู่เหนือร่างของเธอ...ไม่ใช่เสียงเงียบๆ เบาๆ ของเด็กหญิงขี้อาย แต่เป็นเสียงโกรธกริ้วของฆาตกร

"มันเป็นเรื่องล้อเล่น เรื่องล้อเล่นเท่านั้น! มันไม่ใช่ความผิดของฉัน มันเป็นความผิดของพวกเธอ ความผิดของพวกเธอทั้งหมด"

ด้วยสติอันน้อยนิด แพรีพยายามมองว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามฟังคำพูดที่พรั่งพรูออกมาเหนือเธอ และคำพูดของหญิงสาวสามคนที่ยืนห่างจากมัลลอรี

"มันจะเป็นความผิดของพวกเราได้ยังไงล่ะมัลลอรี?"

มัลลอรีเลื่อนตัวช้าๆ แพรีพูดไม่ออกเพราะนิ้วมือของอีกฝ่ายกดอยู่ที่ลำคอของเธอ

"เธอ" มัลลอรีกระซิบ "ชื่อของเธอไม่ใช่เเครอล เธอชื่อเเครอลีน เธอน่ะแย่ที่สุด เธอชอบดูถูกคนอื่นเสมอ ชอบคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น เธอไม่ได้เเกล้งเจนนิเฟอร์แต่เธอให้คนอื่นแกล้วแทน ฉันอยากให้เธอถูกตำหนิ..."

"เจนนิเฟอร์ตายแล้วนะมัลลอรี" เสียงของลิลดังขึ้น...เกรี้ยวกราดพอๆ กับมัลลอรี

"เธอเป็นคนทำ แต่ฉันเป็นคนเดียวที่ถูกตำหนิ คนอื่นมองฉัน พวกเขาชี้มาที่ฉันแล้วกระซิบกระซาบ มันเป็นเรื่องฉาวโฉ่น่าอับอาย พ่อแม่ฉันต้องย้ายไปอยู่เมืองอื่น ฉันเติบโตขึ้นและถูกปฏิบัติเหมือนอาชญากรสำหรับสิ่งที่ฉันไม่ได้ก่อ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันสมควรจะได้รับเหรอ?"

"เธอก็เลวพอๆ กันนั่นแหละ ยายบ้า ยายนักวิ่ง เธอเคยพยายามสอนใครสักคนว่ายน้ำ เตะฟุตบอล หรือสอนอะไรก็ตามที่เธอทำได้ดีไหมล่ะ? ไม่เลย! เธอมัวเเต่หลงชื่นชมกับไอ้ตำแหน่งแชมป์ที่เธอได้จนไม่มีเวลาจะมาสนใจคนอื่นๆ จิลเลียน นั่นเป็นชื่อเธอเมื่อสมัยก่อนใช่ไหมล่ะ?"

"และเธอ ซาราห์ เกรซ ฉันจะลืมเธอได้ยังไง? เธอเป็นคนอ่อนโยนกับสัตว์ที่ค่ายเหมือนที่เธอดีกับทุกคนที่เคบินของเธอหรือกับเด็กคนอื่นๆ"

"ฉันขี้อาย!" เกรซร้องอย่างเจ็บปวด "ฉันคิดถึงบ้าน! ฉันไม่เคยต้องจากบ้านมาก่อนเลย!"

"ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน! อะไรทำให้เธอพิเศษกว่าคนอื่นล่ะ?...หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!" มัลลอรีหันมาทางลิล ลิลที่ก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย มือของมัลลอรีรัดแน่นรอบคอของเเพรี่อีกครั้ง

"ถ้าเธอขยับเข้ามาอีกเพียงนิ้วเดียว ฉันจะโยนยายนี่ลงไปแน่ ฉันสาบาน"

เกรซพูดว่า "มัลลอรี มัลลอรีฟังฉันนะ เธอไม่ได้ตั้งใจทำให้เจนนิเฟอร์ตาย เรารู้ เเต่เธอไม่ควรให้ลิลแบกรับความผิดคนเดียว เธอควรพูดความจริง"

"ความจริงรึ?" มัลลอรีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

"ความจริงรึ? เธอเเละเกมโง่ๆ ของเธอ เธอคิดว่าเธอจะหลอกให้ฉันพูดความจริงได้รึ? หรือทำให้ฉันกลัว? ฉันไม่กลัวง่ายๆ หรอก...เเต่เธอกลัว...ฉันรู้ว่าเธอเป็นใคร ฉันจำได้ทีละคน เธอก่อนซาราห์ เกรซ ตอนเเรกฉันคิดว่ามีแค่เธอคนเดียว

"เเต่ฉันก็คิดได้...พวกเธออยู่ด้วยกันทุกคน พวกเธอทุกคน แม้เเต่เธอ" นิ้วมือของมัลลอรีกดย้ำบนคอของแพรี

"ไ...ไม่" เเพรี่พยายามจะพูด

"ไม่นะ!" แครอลร้อง "ปล่อยเธอไปมัลลอรี แพรีไม่ได้มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ ปล่อยเธอ เธอเป็นผู้บริสุทธิ์เหมือนเจนนิเฟอร์ อย่าเอาแพรีไปรวมด้วยเลย"

"ผู้บริสุทธิ์" เสียงของมัลลอรีเบาลงราวกับกำลังชั่งใจ "น่าสนใจดีนี่ น่าสนใจมาก พวกเธอทุกคนชอบคำนี้รึ งั้นเธอก็บริสุทธิ์ แพรี ผู้เล่นเกมที่บริสุทธิ์ นั่นเป็นความจริงใช่ไหม? ใช่ไหม?

มัลลอรียืนต้านรั้วไว้ แพรีได้ยินเสียงป่าหวีดร้องเบาๆ ใกล้หูของเธอ

"บอกความจริงมาแพรี เธอรู้ว่าเกมนี้ผิดปรกติใช่ไหม? เธอรู้ว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล ฉันพยายามเตือนเธอ พยายามให้เธอหยุดพวกเขา ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากเล่น"

"เเต่เธอก็ยังเล่นต่อไปใช่ไหม? เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นต่อไป เล่นกับฉัน ยั่วฉัน

"นั่นใช่ไหมที่ทำให้เธอบริสุทธิ์? แกะน้อยที่บริสุทธิ์? แพรีที่น่าสงสารรรรรร"

ป่าร้องโหยหวนอีกครั้ง เสียงดังลั่นเปรียะๆ

มีเสียงหนึ่งดังมาจากความมืด...เสียงใหม่ตะโกนว่า

"ไม่นะ! หยุด!" แล้วร่างหนึ่งก็วิ่งออกมา

แต่สายไปเสียแล้ว สายเกินกว่าจะช่วยเธอได้

ตัวเธอเองเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้

ร่างนั้นพุ่งมาเต็มกำลัง แพรีเอื้อมมือไปยังแจกันที่เเครอลวางทิ้งไว้ที่ขอบหิน เธอหยิบมันขึ้นมาและฟาดมันสุดแรง เธอรู้สึกว่ามันกระทบกับกระดูก รู้สึกว่านิ้วมือของมัลลอรีคลายหลวม

เธอสะบัดตัวไปข้างหน้า นิ้วมือเลื่อนหลุดจากการเกาะกุมและความเจ็บปวดที่ลำคอเมื่อรั้วกั้นหักออกไปทั้งหมด

แพรีได้ยินเสียงมัลลอรีกรีดร้อง เธอพยายามไคว่คว้าในความมืด และนิ้วมือของเธออยู่ก็ใกล้กับร่างของแพรี

เธอรู้สึกว่าร่างทั้งร่างของเธอถูกกระตุกลงไปข้างล่าง เธอครูดกับหินหน้าผาคมๆ เมื่อมัลลอรีค่อยๆ ร่วงหล่น

เเขนของมัลลอรีเลื่อนผ่านมือของเธอ และมือของเเพรี่ก็จับข้อมือของมัลลอรีไว้

น้ำหนักของมัลลอรีเกือบจะฉีกแขนแพรีออกจากร่าง

ชั่วเวลานิดเดียวแต่เหมือนกับยาวนานไม่สิ้นสุด เธอและมัลลอรีอยู่ที่นี่...แขวนตัวอยู่กับความตายที่กำลังโอบอุ้มพวกเธอ มัลลอรีกระซิบว่า

"อย่าปล่อยนะ ได้โปรดอย่าปล่อยฉันเลย"

"จริงหรือเปล่า?" แพรีหอบ "ที่พวกเขาพูดมาทั้งหมด จริงหรือเปล่า?"

ไม่มีคำตอบจากความมืดเบื้องล่าง

เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังของพวกเธอ แครอลคุกเข่าลงข้างเธอแล้วส่องไฟลงมาที่หน้าผา

มัลลอรีเงยหน้าขึ้น หน้าของเธอเป็นหน้ากากสีขาวและสีดำ...สีดำของแก้วตาที่เบิกกว้าง สีดำที่อยู่รอบปากที่กำลังหอบหายใจ ผิวแก้มที่ขาวซีดเพราะความกลัว เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากมุมปากข้างหนึ่งเพราะถูกแจกันฟาด

"จริงหรือเปล่า?" แพรีพูดเสียงเเหบห้าว

"จริง" มัลลอรีร้อง "จริง พวกเธอมันระยำ! มันเป็นความจริง ฉันบอกเจนนิเฟอร์ว่ามันเป็นการรับสมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม ฉันบอกให้เธอปีนขึ้นไปข้างบน ฉันมอง ฉันได้ยินเสียงเธอตกลงมา...

"อย่าให้ฉันตกนะ ได้โปรดอย่าปล่อยฉันเลย..."

มืออื่นๆ ยื่นมาทางแพรี แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของลิล แขนผอมๆ ของเกรซ และมือของไบรอัน...มือเเข็งเเรงของไบรอัน เเพรี่รู้สึกถึงมือหลายมือที่โอบอุ้มเธอกับมัลลอรี

พวกเขาดึงเธอขึ้นจากหน้าผา...จากความตาย แล้วแพรีก็ค่อยๆ ขึ้นมานั่งคุกเข่า เธอถูมือทั้งสองข้างที่รอยช้ำและคอที่ปวดระบมของเธอ เธอหันศีรษะมาช้าๆ เเละหยุดมองหน้าเเครอล

"เกมจบแล้ว" แพรีพูด

จบบทที่ 15




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2555    
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 15:30:27 น.
Counter : 412 Pageviews.  

Truth or Die บทที่ 14

Truth or Die บทที่ 14

เธอไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน เธอไม่เหมือนคนพวกนั้น เธอเป็นเพื่อนที่ดี เพื่อนที่ดีจะอยู่กับเพื่อนเสมอเมื่อพวกเขาต้องการเธอ ไม่นับพวกที่เห็นว่าผู้ชายสำคัญกว่าเพื่อน

ผู้ชายผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เพื่อนจะอยู่กับเราตลอดไป

แต่ถ้าเพื่อนคนหนึ่งของคุณพยายามจะฆ่าคุณล่ะ

หยุดคิดอย่างนั้นเสียที เธอพูดกับตัวเอง สองมือกอดหนังสือแนบอกแน่น ราวกับว่ามันจะช่วยป้องกันกระสุนได้ยังไงยังงั้น

ป้องกันการถูกเพื่อนฆาตกรรม

ร่างคุ้นตาก้าวออกมาจากห้องสมุด ผมสีดำของเขายุ่งเหยิง...สีดวงตาของเขาเข้ากับสีฟ้าของปกเสื้อและชายเสื้อเชิ้ตที่โผล่พ้นเสื้อสเวตเตอร์ที่เขาสวมอยู่ เขากำลังหัวเราะและตบหลังผู้ชายอีกคนเบาๆ

"ไบรอัน!"

เขาหยุดมองไปรอบๆ เขาเห็นเธอ แล้วเขาก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ

เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังแดง

"เฮ้" เขาเรียก

"ฉัน...เอ่อ...ฉัน..." เธอเริ่ม

"แล้วเจอกันทีหลังนะ" ผู้ชายคนนั้นพูดกับไบรอัน เขามองเธอผ่านๆ...รู้ว่าการมองแบบนี้จะยิ่งทำให้หน้าของเธอแดงกว่าเก่า

"อย่าไปสนใจเขาเลย" ไบรอันพูดพร้อมกับเดินมาหยุดอยู่ตรงที่ที่เธอยืนอยู่ "ความจริงคือ...เขาค่อนข้างจะกลัวผู้หญิงน่ะ"

"เฮ้ย!" ผู้ชายที่อยู่ข้างหลังเขาพูด

"ไม่เป็นไรหรอก" แพรีพูด

"ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดี" ไบรอันพูดต่อ "จริงๆนะ มันฟังดู..." เขาหยุดและเอียงศีรษะมองแพรีอย่างสงสัย เขาขมวดคิ้วจนหน้าผากย่น

"แพรี?" เขาพูดด้วยโทนเสียงที่เเตกต่างไปจากเดิม "เฮ้...คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?"

"ฉันต้องพูดกับคุณ" เธอระเบิดออกมา "ฉันต้องพูดกับใครสักคน" เธอกลัวมากจนรู้สึกว่าลำคอตีบตับ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะเริ่มร้องไห้ เธอหันไปอีกทางและเดินข้ามไปอีกฟาก

"วันแย่ๆ หรือครับ?" ไบรอันพูดอย่างอ่อนโยน เขาโอบเเขนรอบไหล่ของเธอและเธอก็เอนพิงเขาอย่างเต็มใจ

"ใช่" เธอตอบ และมันเป็นความจริง มันเป็นวันที่แย่มาก วันที่เธอไม่รับโทรศัพท์ ไม่สนใจข้อความจากเกรซหรือแครอล วันที่เดินก้มหน้างุดไปรอบๆ และเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องต่างๆ วันที่เธอหลีกเลี่ยงทุกคนและทุกสิ่งที่เธอคุ้นเคย...นั่งก้มหน้าอยู่กับถ้วยกาแฟในโรงอาหารของควอดตอนเช้าก่อนจะเข้าชั้นเรียน...และทางเลือกที่ดีที่สุดคือกลับศูยน์นักศึกษาเมื่อจบชั้นเรียนตอนบ่ายโมง

ตอนนี้เธอกำลังเล่นเกมของเธอ เกมซ่อนเเอบ แล้วเธอก็คิดถึงไบรอัน ถ้าเธอพบเขา...พูดกับเขา...บางทีเขาอาจจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง เขารู้เรื่องเกมนี้เกือบจะทั้งหมด

แต่เขาไม่ได้มีส่วนร่วม เขาจะไม่ลำเอียง...ไม่เข้าข้างใคร เธอควรจะบอกทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เขารู้...อย่างช้าๆ เงียบสงบ และมีเหตุผล ดูซิว่ามันจะเป็นยังไง ดูซิว่าเขาจะแสดงท่าทียังไง

บางทีเธออาจจะรู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป

ดังนั้นเธอเลยโทรศัพท์ไปหาเขา และเพื่อนร่วมห้องของเขาบอกว่าเขาอยู่ที่ห้องสมุด ตอนแรก...เธอเข้าไปในห้องสมุดเพื่อหาเขา...หลบอยู่ตามชั้นหนังสือเหมือนกับพวก...ไม่...ไม่เหมือนพวกผีสักหน่อย ทางที่ดีอย่าไปคิดถึงเรื่องผี

อย่างไรก็ตาม...มันเป็นแค่การเล่าปัญหา

แต่เพียงแค่เดินเข้าไปในห้องสมุด...เธอก็เห็นร่างคุ้นตาที่ยืนหันหลังอยู่ที่บันไดขั้นบนสุด ร่างนั้นเเต่งตัวคล้ายกับแพรีมาก และความเหมือนทำให้แพรีรู้สึกใจชื้นขึ้น

มัลลอรี

เธอหลบกลับเข้าไปอยู่ใต้เงาของชั้นไม้โอ๊คเก่าๆ ที่ทอดยาวออกมา มัลลอรีเป็นหนึ่งในผู้เล่น แม้แต่มัลลอรีก็ไว้ใจไม่ได้

ดังนั้นเธอจึงรอ

"ฉันรอคุณอยู่" เธอบอกไบรอัน "เพื่อนร่วมห้องของคุณบอกว่าคุณอยู่ที่ไหน"

"อยากดื่มกาแฟ น้ำอัดลม หรืออะไรไหม?" ไบรอันพูดขณะมุ่งหน้าไปที่ศูนย์นักศึกษา

"ไม่!" เธอพูดเน้น

"กาแฟไม่ดี" ไบรอันบอก "แต่ก็ไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก"

เธอพยายามบังคับให้ตัวเองขำกับเรื่องที่เขาพูด "เราไปหาที่นั่งที่ไหนก็ได้แล้วคุยกันได้ไหม? ที่ที่ส่วนตัวหน่อย?"

"ได้อยู่แล้ว" ไบรอันตอบ "มากับผมสิ ผมรู้จักที่ที่สงบและเป็นส่วนตัว เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้มาจากสมัยผมเรียนชั้ยมัธยม เอาล่ะ...ที่ไหนดีล่ะ?"

"สุสานก็ดีหรือที่เงียบๆ ก็ได้" แพรีบอก เธอรู้สึกขนลุก

"ช่าย...นั่นแหละ เห็นไหมว่าเรามีความคิดที่เหมือนกันแค่ไหน?" ไบรอันยังคงทำตัวรื่นเริงอยู่ เขานำแพรีไปยังสวนต้นไม้ดัดที่อยู่ข้างตึกวิทยาศาสตร์ สวนทั้งสองฝั่งดูลึกลับ เขาดึงเธอผ่านทางแคบที่มีรั้วสูงล้อมรอบและนำเธอไปยังม้านั่งเตี้ยๆ ตรงมุมด้านในสุดถัดจากพุ่มไม้เตี้ยที่ถูกตกแต่งเป็นรูปกระต่าย

เหมือนอะไรอย่างนี้ แพรีคิด กระต่าย...ฉันรู้สึกเหมือนกับมัน...กระต่ายที่กำลังตกใจกลัว

ชั่วขณะนั้นแพรีก็นึกถึงตอนที่เธอมองสุนัขของตัวเองวิ่งไล่กระต่ายในสวนสาธารณะใกล้บ้าน กระต่ายตัวนั้นวิ่งและวิ่ง...วิ่งซิกแซก...วิ่งเป็นวง...วกกลับ...หูของมันลู่แนบติดหัว...ขาของมันยืดเข้ายืดออกตามความเร็วที่มันวิ่ง

กระต่ายตัวนั้นหนีไปได้

แล้วเธอล่ะ?

"แพรี" ไบรอันเรียก "คุณต้องการคุยเรื่องอะไร?"

แล้วเธอก็เรียกสติกลับคืนมา เธอพูดว่า "โอ้...ใช่" เธอมองหน้าไบรอัน ยิ้มของเขาดูเปิดเผยและจริงใจ ไบรอันไม่ได้เล่นเกม...ไม่ได้รังเกียจเกม...ไม่ได้ตกหลุมพลางที่เรียกว่าจริงหรือกล้า

แต่จะเริ่มตรงไหนดีล่ะ?

เธอสูดลมหายใจลึก "จำเกมจริงหรือกล้าที่ฉันเล่นได้ไหม?" เธอเริ่ม

"ผมจะลืมได้ยังไง?" เขาตอบ "คืนนั้นผมกลับมาที่ห้องแล้วผมพบว่าความฝันของผมกลายเป็นความจริง--มีผู้หญิงคนหนึ่งรอผมอยู่ในห้อง--"

เเพรี่ดึงมือของเธอออก ไบรอันหยุดพูด

"ขอโทษนะ" เขาพูด "นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ใช่ไหม? ใช่...ผมจำเกมที่คุณเล่นได้"

แพรีมองเขา มือของเธอไม่ได้อยู่ในมือของเขา--หรือจับมือเขาไว้เหมือนเธอเป็นเด็กสาวที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าผา

"ฉันยังเล่นอยู่" เธอพูดเบาๆ

"และฉันไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้ยังไง"

แล้วเธอก็บอกเขาหมดทุกอย่าง
****************************************************************

ทั้งสองเดินเล่นรอบสวนไม้ดัด...เงาเล็กๆ ของเจ้ากระต่ายและผองเพื่อนกลายเป็นเงาที่ใหญ่ขึ้นในตอนเย็น พวกเขาจับมือกัน ศีรษะอยู่เเนบชิดกัน

เธอดูมีความสุข เห็นได้ชัดว่าเขาพูดถูก เเละเห็นได้ชัดว่าเธอไว้ใจเขา

ข้างนอกหอของเธอ...ตรงขั้นบันไดของควอด...เขาโน้มตัวลงมาและจูบราตรีสวัสดิ์กับเธอ

"คุณโทร.หาผมได้ตลอดเวลานะ" เขาพูด

"ค่ะ" เธอตอบ แล้วเธอก็แหย่เขาว่า "เเต่ฉันจะรอจนกว่าจะพบคุณอาทิตย์นี้"

"อีกตั้งสองวันเต็มๆ" เขาแหย่กลับ เขาจูบเธออีกครั้งและมองเธอวิ่งขึ้นบันไดไป เขายังคงยิ้มอยู่เมื่อเธอหันกลับมาก่อนจะเปิดประตูทางเข้าแสนหนักและโบกมือมาให้ เขาโบกมือตอบ

เขายืนกอดอก ดวงตาของเขาหรี่เล็ก และเขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น...ยังยืนอยู่

เฝ้ามอง

และรอ
****************************************************************

ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเมื่อเธอขึ้นบันไดไป เธอเดินไปที่กระจกและมองเข้าไปข้างใน เด็กสาวที่มองตอบมาดูเป็นปรกติเหมือนเดิม...เด็กสาวธรรมดา

เด็กสาวที่เคยหวาดกลัว

"ฉันไม่กลัวอีกแล้ว" เธอพูด คางของเธอเชิดขึ้น

"ฉันไม่กลัวอีกต่อไป"
****************************************************************

ประตูห้องของโรงพยาบาลเปิดออก ร่างของจีนดูเล็กกว่าเดิมเมื่อเธอนอนอยู่ที่เตียงสีขาวนั่น...เธอซีดเหมือนกับสีของผ้าห่ม...ดูไร้สีเลือด

จนกระทั่งดวงตาของเธอลืมขึ้น...มันยังคงเป็นสีฟ้าที่เย็นชา

"แพรี" เธอพูด

"เป็นยังไงบ้าง?" แพรีถาม

"สบายดี"

เงียบ...แล้วแพรีก็พูดต่อ "เธอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?"

ดวงตาของจีนเป็นประกาย "โอ้...ใช่ โอ้...ใช่ ฉันจำได้ดีทีเดียว"

"ผ...ผีใช่ไหม?"

จีนหันศีรษะของเธอเล็กน้อย ตาของเธอหรี่เล็ก

"ผีเหรอ?" แล้วเธอก็เริ่มหัวเราะ

"โอ้...ใช่ ฉันจำมันได้"

และหลังจากนั้นเธอก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
****************************************************************

"เธอมาสายนะ" เเครอลพูด

"ใช่" แพรีตอบ เเต่เธอไม่ได้อธิบายเหตุผลที่มาสาย เธอไม่ได้พูดขอโทษ เธอนั่งลงบนพื้นใกล้กับโต๊ะและมองหน้าแครอล...แครอลยืนอยู่ใกล้กับหน้าต่าง...เงาของเธอทอดยาวอยู่ที่พื้นห้อง

แครอลขมวดคิ้ว แต่เธอก็พูดเเต่เพียงว่า "พวกเรามากันครบแล้ว"

"ยกเว้นจีน" แพรีแย้ง "จีนอยู่ที่โรงพยาบาล"

"จีนสบายดี" แครอลโต้กลับ

"เธอรู้ได้ยังไง?" แพรีถาม ไม่มีชื่อเเครอลในสมุดเยี่ยมเลย

เเครอลไม่ตอบ แล้วเกรซก็พูดว่า "ฉันไปมาสองครั้ง เขายังปวดหัวเล็กน้อย แต่เขาจะหายดี"

การขัดจังหวะของเกรซทำให้แครอลหลุดพ้นข้อกล่าวหา "พวกเราดีใจที่จีนจะหายดี และฉันคิดว่าเราจะต้องเล่นต่อ"

"เล่นต่อ...เล่นอะไรต่อ?" ลิลถาม แพรีมองลิลด้วยความประหลาดใจ คนอย่างลิลไม่น่าจะถามอะไรแบบนี้นี่นา แต่บางที...ใครบางคนอาจจะเริ่มเห็นแล้วว่าเกมนี้มันแปลกและผิดปรกติเพียงไร ลิลจะอยู่ข้างฉันไหมถ้าฉันจะไม่เล่นมันอีก?

"เพื่อแก้ไขปัญหานี้...เพราะเรายังมีปัญหาอยู่ อะไรที่เกิดขึ้นหรืออะไรที่อาจจะเกิดขึ้นกับจีนและแพรีในคืนนั้นทำให้เรามีปัญหา" แครอลพูดช้าๆอย่างกับว่าเธอกำลังสอนบทเรียนที่เคยสอนแล้วให้กับเด็กที่เข้าใจยาก

แพรีเริ่มที่จะประท้วง แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจรอว่าเเครอลจะพูดอะไร บางทีถ้ามีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น...แครอลอาจจะยกเลิกเกมแห่งฝันร้ายนี้ก็ได้

เกรซพูดอย่างระวัง "ปัญหาคือเกมนี้มันออกนอกขอบเขตมากเกินไปแล้ว"

"ใช่แล้ว! มีบางคนไม่ได้เล่นตามกฎ มีบางคนใช้เกมนี้...เกมที่ฉันตั้งใจเล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น..."

แพรีขมวดคิ้ว เพื่อความสนุกรึ? แครอลไม่เคยเล่นเกมนี้เพื่อความสนุกเลย

"...เพราะความกลัวเล็กๆ น้อยๆ ของเธอทำให้เราต้องหยุดมัน"

"เราจะหยุดเหรอ?" มัลลอรีถาม แพรีได้ยินน้ำเสียงที่ดูดีใจของมัลลอรี...ถึงแม้ว่าหน้าตาของมัลลอรีจะไม่แสดงอะไรออกมา

"ไม่ ไม่...เราจะเล่นจนจบ"

"จนจบรึ?" แพรีร้อง "เธอคิดว่าเราจะจบยังไงล่ะแครอล?" หนึ่งในพวกเราจบชีวิตรึไง? เราจะเล่นจนกว่าเราตายกันไปข้างนึง? ใช่ไหม?"

แครอลหันหน้าไปทางแพรี...ดวงตาของเธอเป็นประกาย

"อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกไปหน่อยเลย...ไม่ ไม่มีทาง...เราจะเล่นจนกว่าใครบางคนจะทำคำท้าไม่ได้"

"นี่มันบ้าที่สุด!" แพรีร้อง "ฉันจะไม่เล่นแน่ ฉันจะไม่เล่นอีกต่อไป เกมนี่มันมาไกลเกินไปเเล้ว! เธอไม่เห็นรึ? พวกเธอไม่เห็นเลยรึไง!"

ลิลพูดว่า "แครอล...เธอกำลังจะพูดว่า...ถ้าหนึ่งในพวกเรา...ถ้าแพรี...ออก...เราจะอ่านความลับที่เธอเขียนในกระดาษของเธอใช่ไหม? และเกมนี้ก็จะจบใช่ไหม?"

"นั่นเป็นเรื่องที่เราเห็นด้วย" แครอลพูดอย่างดื้อดึง "เราจะเล่นจนกว่าใครบางคนจะชนะ"

แพรีมองไปรอบห้อง "เเต่นี่มันไม่ใช่เกมที่เราเริ่มเล่นกันนะ! เธอไม่เข้าใจรึไง? เราทุกคนจะต้องออก ถ้าทุกคนเห็นด้วย...เกมนี้ก็จะจบ"

แครอลไม่สนใจแพรี "เอาล่ะลิล...เธอพร้อมจะให้พวกเรารู้ความลับด้านมืดของเธอรึยัง? แล้วเธอล่ะเกรซ? เธอเขียนอะไรลงในกระดาษนั่น? มัลลอรีล่ะ? หรือ..."

น้ำเสียงของเธอสะกดผู้คน "หรือเธอล่ะแพรี? เธออยากจะออกตอนนี้ใช่ไหม? ถ้าเราลองเล่นกันอีกรอบ...เราอาจจะพบว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี่? เธอยอมออกใช่ไหม...เธอจะยอมให้ใครก็ตามที่ทำกับจีนและเกรซและเธอลอยนวลไปใช่ไหม?"

แพรีหันมามองหน้าแต่ละคน...ดูว่าจะมีใครสนับสนุนเธอบ้าง

แต่ก็ไม่มีเลยสักคน ความโกรธและความเสียใจปะทุอยู่ในอก ทำไมเธอจะต้องเป็นคนเดียวที่ต้องยอมแพ้ด้วยล่ะ? ทำไมเธอจะต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ตอนจบด้วยล่ะ?

แครอลลุกขึ้นยืน ไขลิ้นชักโต๊ะของเธอและหยิบกล่องความจริงออกมา ถือมันอยู่...เธอหันมาเเละพูดกับแพรี

"เอาล่ะ...มันจะเป็นอะไรนะ? ฉันจะเปิดกล่องเเล้วนะแพรี? เธอจะยอมแพ้รึเปล่า? เธอจะออกใช่ไหม?"

"ไม่!" แพรีตอบ จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอถ้าเธอไม่เล่นต่อ...ไม่เป็นผู้ตาม?

เธอไม่เข้มเเข็งพอจะต่อต้านแครอล...เธอต่อต้านไม่ได้ถ้าเธออยู่เพียงลำพัง

ยัง...ดวงตาของเธอหรุบลง

"ไม่" เธอกระซิบ "ไม่ ฉันจะไม่ออก ฉันจะ...ฉันจะเล่นอีกครั้ง"

แครอลยังปรานีที่ไม่ซ้ำเติมเธออีก เธอพูดว่า "ดี...มีใครจะค้านอะไรอีกไหม?"

ไม่มีใครตอบ ไม่มีใครมองแพรีเลย แครอลพยักหน้า เธอเก็บกล่องกลับลิ้นชัก จากนั้นเธอก็พูดว่า

"โอเค...นี่เป็นสิ่งที่เราจะทำกัน"

จบบทที่ 14






สวัสดีค่ะ

ช่วงนี้เข้าช่วงยุ่งอีกแล้ว คงจะยุ่งไปถึงเดือนหน้าเลย อาจจะมาแปะนิยายช้าหน่อยนะคะ

เกมจริงหรือกล้ายังดำเนินต่อไป สงสัยไหมคะว่าสาวๆ ทั้งหมดคิดอะไรกันอยู่ ความลับสำคัญมากขนาดไม่กลัวเรื่องเกมที่อาจจะมีอันตรายถึงตายเลยหรือไง รอดูกันต่อไปนะคะ ใกล้จะถึงบทสรุปของเรื่องแล้วค่ะ

ทิ้งท้ายด้วยรายชื่ออีเมลผู้ร่วมสนุกเกมชิงหนังสือแสนแค้นแสนเสน่หาเมื่อครั้งก่อนนะคะ แต่มิถุนาได้เมลตามเป็นรายคนไปแล้วค่ะ
chocolategirl333@hotmail.com
sopita_s@hotmail.com
brabraxoxo@gmail.com
pthawinchai@yahoo.com
boong_lek@hotmail.com

ขอบคุณที่ร่วมสนุกกัน แล้วเจอกันในบทต่อไปค่ะ
มิถุนา
มิถุนา Bloggang
มิถุนา Facebook
มิถุนา Dek-d




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2555 22:32:18 น.
Counter : 1590 Pageviews.  

Truth or Die บทที่ 13

Truth or Die บทที่ 13


"แพรี! แพรี! ตื่นได้เเล้ว!"



"จ...จีน?" แพรีถาม เธอเปิดตาและปิดตาอีกครั้ง เธอเจ็บศีรษะ



มือหนึ่งจับไหล่เธอแล้วเขย่าแรงๆ "แพรี ตื่น"



"ฉันไม่ได้หลับ" แพรีพึมพำ แต่เธอยังหลับตาอยู่



มือมากมายอยู่รอบๆ ไหล่และแขนของเธอ ดึงเธอให้นั่ง มีถ้วยบรรจุของเหลวอุ่นๆ สีขุ่นกดที่ริมฝีปากของเธอ



"เอ่อออ" เเพรี่เบี่ยงศีรษะออกจากถ้วย ตอนนี้เธอเปิดตาทั้งสองข้าง



"กาแฟนม!"



"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงที่ฟังดูคุ้นเคยพูด...แพรีพยายามควบคุมตัวเองแล้วเพ่งไปยังร่างนั่น



"เกรซ?"



เกรซคุกเข่าอยู่หน้าแพรี จับไหล่สองข้างของเธอและเขย่าเบาๆ



"แพรี...เกิดอะไรขึ้น?" เธอถามอย่างรีบร้อน



"อย่าทำอย่างนี้" แพรีพูดโกรธๆ "ทำไมพวกเธอต้องพยายามทำให้ฉันกลัวด้วย?"



ใกล้ๆ กัน...อีกเสียงพูดอย่างตระหนกว่า "เธอยังไม่ตื่น"



เกรซพูดโดยไม่หันศีรษะมา "ใจเย็นๆ มัลลอรี...ลิล ไปดูซิว่าเธอกับมัลลอรีจะช่วยอะไรจีนได้บ้าง"



เกรซจ้องหน้าแพรีและพูดซ้ำช้าๆ "แพรี...เกิดอะไรขึ้น?"



แพรีขมวดคิ้ว เธอหันศีรษะของเธอไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง เเสงเป็นสีเทาเย็นเยือกและดูมัวซัว...แสงยามเช้า...แสงสีเทาก่อนรุ่งสาง



ห้องดูแตกต่างไปเมื่อไม่มีแสงจากไฟฉายของเธอ



ไฟฉาย



แพรีก้มลงมอง...ไฟฉายของเธอนอนกลิ้งอยู่บนพื้นใกล้ๆ...เธอทำมันตก



แล้วเธอก็เริ่มจำได้



"ไม่!" เธอร้องและพยายามจะลุกขึ้น



"แพรี...ไม่เป็นไรแล้ว" เกรซพูด เธอกอดแพรีไว้แน่น "แต่เธอต้องบอกพวกเราว่าเกิดอะไรขึ้น"



"มีผี" แพรีร้อง "ไม่...มันแย่กว่านั้น"



"จีนขึ้นมาที่นี่เพื่อแกล้งเธอ" เเครอลพูดเป็นครั้งแรก...นั่งคุกเข่าถัดจากแพรี เธอโน้มตัวลงมาข้างหน้า พินิจแพรีราวกับว่าเลนส์เเว่นตาของเธอเป็นเลนส์กล้องจุลทรรศน์



"เห็นได้ชัดว่าเธอประสบความสำเร็จ...ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งผ่านพ้นความกลัว"



"มันไม่ใช่จีน...ทั้งเธอ...ทั้งเธอและฉันเห็นมัน ตอนนั้นเธออยู่ในผ้าปูเตียง"



แครอลสั่นศีรษะ "แพรี" เธอเริ่มพูดราวว่าเธอกำลังพูดกับเด็ก



แพรีพูดสวนทันควัน "อย่ามาทำเป็นเห็นใจฉันนะ! ไม่ต้องมาสงสารฉัน!" เธอร้อง "มันมีบางอย่างอยู่ที่นี่ บางอย่างที่น่ากลัว...ผีหรือซากศพ...มันร้อง มันพูดถึงบางอย่าง เรื่อง 'บอกความจริง...'"



พอสิ้นคำพูดของเธอ...หญิงสาวทั้งสี่ก็หยุดชะงักทันที จากนั้น...ลิล ที่คุกเข่าอยู่ข้างจีนก็ร้องออกมาว่า



"เลือด" เธอพูด "ที่ศีรษะของเธอมีแต่เลือด! เราต้องช่วยเธอ!"



"รอเดี๋ยว" แครอลพูด



"จะรออะไรอีกล่ะ?" เกรซถาม "รอให้เธอตายก่อนรึไง?"



มัลลอรีร้องไห้ไม่ออก เธอโบกมือเธอไปมาเมื่อเกรซพูดจบ "ไม่...เธอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่เราต้องหาคำพูดมาอธิบายเรื่องทั้งหมดนี่..."



"เธอต้องการความช่วยเหลือนะ" เกรซพูดพร้อมกับลุกขึ้น



"ฉันจะไปเรียกรถพยาบาล"



แครอลพูดอย่างรวดเร็ว "ฟังก่อน...เราก็แค่ออกมาเดินเล่นข้างนอก คุยกันจนดึก เราเห็นอะไรบางอย่างที่นี่ เลยมาสำรวจ จีนสะดุดล้มหัวฟาดพื้นเพราะมันมืดมาก"



"ดี" เกรซตอบและออกไปโดยไม่รออีก



"พวกเราเห็นด้วยใช่ไหม? ทุกคนเข้าใจนะ?" แครอลถามและมองไปรอบๆ



"ดีมาก...แพรี...เธอเงียบไว้ก็พอ...ตกลงนะ? เธอยืนไหวไหม?"



"หัวฉันไม่ได้กระเเทกอะไร...ขอบใจที่ถาม" เเพรี่พูดพร้อมพยายามยืนขึ้นบนเท้าสั่นๆ ของเธอ มัลลอรีรีบเข้ามาช่วย



"ขอบใจ" แพรีพึมพำ



"ดี" เเครอลพูด เธอสูดหายใจลึกๆ "ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ไว้เราค่อยมาพูดกันทีหลังก็แล้วกัน"



แพรีมองไปที่จีน...ร่างนั้นนอนแน่นิ่ง...ผิวของเธอซีด ซีดมาก ซีดจนเหมือนกับว่าเธอตายแล้ว



"เกมนี้มาไกลเกินไปแล้ว" แพรีพึมพำ "เราต้องจบมัน"



เธอเงยหน้าขึ้น...มองไปรอบห้องที่มีผู้เล่นที่เหลืออยู่



มัลลอรีหน้าซีดพอๆ กับจีน ลิลดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สมกับความเครียดที่เกิดขึ้น แครอลกับดวงตาที่เฝ้ามองอย่างเยือกเย็นและท่าทางเฉื่อยๆ เป็นปรกติของเธอ เธอเอาเสื้อโค้ตของเธอคลุมร่างจีนไว้



หรือบางที แพรีคิด ดวงตาจับจ้องที่ใบหน้าจีนอีกครั้ง



บางทีมันอาจจะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

****************************************************************



"เกิดอะไรขึ้นเเพรี่?" เสียงอ่อนโยนของเกรซติดอยู่ในหูของเธอ



แพรีเอนตัวพิงกำแพงที่ห้องของเธอ โทรศัพท์วางอยู่ที่ไหล่ข้างหนึ่ง เธอหาวและพยายามขจัดความคิดที่จะหลับออกไป



"ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย?" เธอถาม "ฉันเพิ่งจะตื่นเอง"



"เธอหลับไปทั้งวันแล้วนะ" เกรซพูด "มันเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว...สี่ทุ่มนะ"



"แล้วเธอหลับทั้งวันรึเปล่าล่ะ?"



"ฉันเพิ่งไปโรงพยาบาลมา ศีรษะของจีนได้รับความกระทบกระเทือน แต่เธอจะไม่เป็นไร"



"ดีเเล้ว...ฉันดีใจ" บางทีพอเธอตื่นขึ้น เธออาจจะเชื่อฉัน



ราวกับได้ยินสิ่งที่แพรีคิด เกรซพูดว่า "จีนจะรู้สึกตัวในไม่ช้า"



"ใช่" แพรีพูดย้ำ



"แครอลต้องการพบพวกเราอีกครั้งในคืนพรุ่งนี้"



"เพื่ออะไรอีกล่ะเกรซ? เขาบอกเธอรึเปล่าว่าเพื่ออะไร?"



"แพรี?" เกรซถาม น้ำเสียงแสดงความประหลาดใจ



แพรีได้ยินตัวเองขึ้นเสียง...โวยวาย แต่เธอก็ไม่สนใจ



"เอาล่ะ ฉันจะบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ...มันมีบางอย่างผิดปรกติเกิดขึ้น เกรซ...เธอเข้าใจไหม? บางอย่างที่ผิดปรกติมากๆ และฉันจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องบ้าๆ นี่ด้วยแน่"



แพรีวางโทรศัพท์ดังโครม...มือของเธอสั่น



แครอล เธอคิด ฉันเกลียดเเครอล



แครอลจะต้องเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้แน่ มันฟังดูถูกต้องที่สุดแล้ว



เเครอลเป็นคนเริ่มเกมจริงหรือกล้า แครอลเป็นคนบอกให้เราเล่นเกมต่อไป ต่อไป และต่อไป



แครอลเป็นคนตั้งกฎขึ้นมา



กฎของเเครอล เกมของเเครอล



เกมที่ยิ่งชั่วร้ายและดำมืดในทุกๆ รอบ เกมที่เกือบจะเอาชีวิตของพวกเธอ



เกมของเเครอล



เเครอลเคยเล่นเกมนี้มาก่อนรึเปล่า? เธอสนุกกับอำนาจของเธอไหม? หรือบางที แค่เล่นอาจจะไม่พอ บางทีมันต้องมีอะไรที่ผิดปรกติ ไม่ว่ามันจะเสี่ยงขนาดไหน น่ากลัวยังไง คำท้าที่ประหลาดนั่นอีก...อาจจะไม่พอสำหรับแครอล บางทีเธออาจจะต้องการความตื่นเต้นมากกว่านี้ บางทีเธออาจจะต้องการทำให้มันพิเศษ และนำไปสู่เกมของเธอ



เกมที่อันตราย



อันตรายถึงตาย



ทำไมไม่มีใครสังเกตเห็นเลย? แครอลมีอำนาจอะไรเหนือพวกเธอทั้งหมดนะ? เธออ่านความลับ...ความจริงที่เขียนในกระดาษแล้วรึ?



หรือมันเป็นเพียงจินตนาการของแพรีเท่านั้น? เป็นไปได้ไหมว่าแพรีจะตื่นตกใจไปเอง?



เกรซถูกขังในโรงรถกับรถที่สตาร์ตเครื่องไว้...โทรศัพท์ประหลาด...ตึกไนต์แมร์...



แล้วผีล่ะ? ในช่วงเช้าอย่างนี้...หลังจากตื่นตลอดคืน กลัวและอยู่คนเดียวในความมืด...ในตึกผีสิง...ที่เธอจินตนาการว่ามีผี?



แต่ไม่ใช่หรอก...ไม่ใช่แน่ๆ...จีนก็เห็นมันด้วยเหมือนกัน



จีนเห็นมันด้วย...หลักฐานที่ว่าเกมของพวกเธอผิดปรกติ...ผิดปรกติอย่างร้ายแรง



แต่ถ้าไม่มีจีน...แพรีก็ไม่มีหลักฐาน...หลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าผีตนนั้นพยายามจะฆ่าพวกเธอ



"ฉันจะไม่เล่น" แพรีกระซิบ "ฉันจะไม่เล่น"



เธอรู้สึกไม่สบาย...หลงทาง...เดียวดาย



ตลอดชีวิตของเธอ เธอไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยว



ผู้เล่นที่โดดเดี่ยวในเกมแห่งชีวิตและความตาย



และทางเดียวที่จะรอดได้คือต้องไม่เล่นมัน!



จบบทที่ 13







สวัสดีค่ะ



บทที่ 13 เฉลยต่อจากบทที่ 12 นะคะ เพื่อนๆ คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับแพรีในตึกไนต์แมร์จริงๆ คะ ถูกเพื่อนแกล้ง เข้าใจผิดไปเอง, โดนผีหลอก, หรือว่ามีใครคิดไม่ดีกันแน่...รอติดตามกันต่อค่ะ



เกมแจกนิยาย “แสนแค้นแสนเสน่หา” จำนวน 5 เล่ม ยังไม่หมดเขตนะคะ แต่ก็อีกไม่กี่วันแล้ว ใครที่สนใจนิยายเรื่องนี้ อ่านกติกาข้างล่างได้เลยค่ะ



ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงตอบคำถามที่ว่า “พระเอกและนางเอกในดวงใจของคุณมีคาแร็กเตอร์/ลักษณะนิสัยอย่างไร” ตอบได้ตามสบายนะคะ มิถุนาจะคัดชื่อผู้โชคดีด้วยการจับฉลาก



ส่งคำตอบมาที่ busaba401แอตhotmail.com หมดเขตวันที่ 6 พ.ค. นี้ ประกาศผลวันที่ 7 พ.ค. โดยแจ้งผู้โชคดีเป็นรายบุคคล (ตามอีเมล) และประกาศทั่วไปในการแปะนิยายบทถัดไปค่ะ



ส่งมาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ

มิถุนา

มิถุนา Bloggang
มิถุนา Facebook
มิถุนา Dek-d




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2555 16:33:30 น.
Counter : 1511 Pageviews.  

Truth or Die บทที่ 12

Truth or Die บทที่ 12

"ใครน่ะ?" แพรีถาม

"ใครอยู่ตรงนั้น?"

หากไม่มีใครตอบ ความเงียบแผ่กระจายไปทั่ว...และยิ่งมากขึ้นจนเธอสัมผัสได้ถึงความมืดที่ครอบคลุมรอบกาย ในชั่วขณะนั้นเอง...แพรีคิดจะเปิดไฟฉายของเธอ แต่มันจะทำให้ใคร...หรืออะไรก็ตามมองเห็นที่ที่เธอนั่งอยู่ เธอปิดไฟและรอให้สายตาปรับสภาพให้คุ้นชินกับความมืด

นั่งและรอ

แพรีค่อยๆ เลื่อนตัวจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วและเงียบที่สุด เธอข้ามไปอีกฟากของห้อง พอเธอเดินใกล้ถึงประตูห้องนอน มันก็เปิดออกมาเงียบๆ

แพรีถอยหลังโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงจนเธอหายใจไม่ออก

ร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาในห้อง

มันถูกห่อหุ้มด้วยผ้าสีขาวซีด มันไม่มีศีรษะ

"แพรรรรี" มันพูดช้าๆ

ดวงตาของแพรีเบิกกว้าง

เธอถอยไปยืนอยู่หลังร่างนั่นและเคาะไหล่มันเบาๆ

"เธอเรียกฉันเหรอ?" เธอถามเสียงเรียบ

ร่างนั้นหันมาและกรีดร้องอย่างน่ากลัว

แพรีเองก็ร้องเสียงหลงเหมือนกัน เธอกระโดดไปข้างหลังทันทีที่ร่างนั้นเริ่มสั่นรุนเเรง ทันใดนั้นผ้าห่มก็เลื่อนหลุดและหล่นลงไปกองอยู่กับพื้น

"พระเจ้าช่วย...แพรี" เสียงของจีนเกือบจะเป็นตะโกน

"เธออาจทำให้ฉันช็อกตายได้นะ!"

"ชูวววว์" แพรีพูด...เธอรู้สึกดีที่จีนตกใจ "เรากำลังบุกรุกที่นี่อยู่นะ...เธอก็รู้นี่ เธออยากโดนจับหรือไง?"

"เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน?"

"โทษทีนะจีน...แต่" แพรีหัวเราะออกมา "ดูเหมือนว่าเธอจะเตี้ยกว่าผีทั่วไปน่ะ...แล้วอีกอย่าง...ฉันจำท่าเดินของเธอได้"

"โอ๊ย...เลิศจริงๆ" จีนพูด "ฉันมาเพื่อจะหลอกเธอ แต่เธอกลับทำให้ฉันกลัวแทน"

"เธอเป็นคนแกล้งเกรซใช่ไหม?" แพรีถามขึ้นมา

"เกรซนะเหรอ? เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?" จีนก้มลงหยิบผ้าห่ม "เธอน่าจะไปส่งสัญญาณที่หน้าต่างได้เเล้วนะ ไม่งั้นเเครอลจะไม่ต้องเชื่อแน่ว่าเธอยังอยู่ที่นี่"

"เธอกลับไปบอกเองก็ได้นี่" แพรีย้อน แต่เธอก็เดินไปที่หน้าต่าง รวบผ้าม่านไปไว้ข้างๆ และเปิดปิดไฟฉายเร็วๆ

"เเครอลมีส่วนร่วมด้วยรึเปล่า?" แพรีถาม "หรือเป็นความคิดของเธอคนเดียวที่พยายามจะหลอกฉัน?"

จีนไม่ตอบ ร่างของเธอไม่เคลื่อนไหว

"จีน?" แพรีเรียก

"ชูววว์" จีนพูด "เธอได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า?" เธอปัดผมไปข้างหลังและเงี่ยหูฟัง

"โอ้...ไม่หรอก เธอไม่ได้ยินอะไรเลยต่างหาก ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นหรอกน่า"

จีนพูดเสียงเครียด "ฉันได้ยินเสียง...อะไรบางอย่างจริงๆ"

"เเค่เสียงไม้ลั่นของบ้านเก่าเอง กลับไปหาแครอลเถอะ ฉันไม่อยากให้พวกเธอใช้ลูกไม้เก่าๆ มาแกล้งหลอกฉันอีกหรือว่า..." เสียงของแพรีลากยาว

เธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหมือนกัน หรือเธออาจจะคิดมากเกินไป...เธอไม่ควรจะได้ยินเสียงอะไรเลย ไม่มีเสียงไม้ลั่นและเสียงกลางคืนที่เธอได้ยินตลอดคืนนี้ที่ตึกไนต์แมร์เลย

บ้านเงียบสงัด...เงียบจนน่าประหลาด

ทันใดนั้น...บางที...เธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จีนที่ยืนอยู่ข้างเธอกำลังจับแขนของเธอ

"มันเป็นเรื่องล้อเล่นใช่ไหม?" เธอกระซิบ "เป็นแครอลใช่ไหม? หรือเกรซ หรือลิล หรือมัลลอรี?"

"ไม่ใช่"

"จีน?"

"ไม่ใช่" แพรีรู้สึกถึงเเรงสั่นเล็กน้อยภายใต้นิ้วมือของจีนที่อยู่บนเเขนของเธอ

จีนกำลังสั่น...จีนผู้เย็นชา จีนผู้ไม่กลัวอะไร...กำลังยืนสั่นด้วยความกลัว

เมื่อคิดบางอย่างได้ เมื่อความจริงกำลังจะปรากฏอยู่ตรงหน้า...แพรีก็เริ่มก้าวถอยห่างออกจากประตู จับแขนของจีน...พวกเธอไม่ได้อยู่ห่างจากประตูเท่าไหร่เมื่อมันถูกกระแทกเปิดออก

"ไม่ม่ม่ม่" จีนร้องพร้อมกับพยายามสะบัดแขนออกจากมือของแพรี แต่พละกำลังประหลาดเข้าครอบงำลึกถึงกระดูกของแพรีจนเธอไม่อาจปล่อยมือได้ถ้าชีวิตของเธอต้องขึ้นอยู่กับมัน...

และมันอาจทำ...

เพราะสิ่งที่ยืนอยู่ตรงประตู...แสงเรืองรองของดวงจันทร์ส่องผ่านกระจก...เป็นประกายเหมือนสายลมอ่อนนุ่มของขั้วโลกเหนือ...เหนือพื้นข้างนอกเป็นผี

ผีจริงๆ

"ฉันไม่อยากเชื่อเลย" แพรีหายไม่ออก

ข้างๆ เธอ...จีนพยายามกระตุกมือและต่อต้านการจับกุมของแพรี

สิ่งนั้นค่อยๆ ลอยมาข้างหน้าและหยุดอีกครั้ง แสงสว่างจ้าของมันทำให้ความมืดรอบพวกเธอดูมืดมากขึ้น...ประหลาดมากขึ้น...ครอบคลุมมากขึ้น

ความกลัวทำให้แพรียืนนิ่งอยู่กับที่

"ไปให้พ้นนะ!" จีนกรีดร้อง "เราไม่ได้ทำมัน เราไม่ได้ทำ เราไม่ได้..."

จีนพยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมของแพรี

"บอกความจริงมา" มันพูดชัดเจน และลอยไร้น้ำหนักอยู่ในห้องราวกับปีศาจ
จีนครวญคราง เธอกำลังสั่นอย่างรุนแรง แต่ความกลัวทำให้แพรียืนแข็งเป็นหุ่น

"บอกความจริงมาหรือจะตาย" เจ้าผีกระซิบ

ทันใดนั้นด้วยความแข็งเเรงเหนือมนุษย์...จีนก็บิดเเขนเป็นอิสระ

เธอพุ่งเข้าหาผีหรือผีเคลื่อนตัวเข้าหาเธอเพื่อจะดึงเธอสู่ความตายกันแน่นะ?

แพรีพยายามจะกรีดร้อง พยายามจะเตือนจีน แต่ตอนนี้ความมืดที่เธอกลัวก็อยู่ล้อมรอบตัวเธอ

เธอหายใจไม่ออก

เธอกำลังจะตาย

เธอได้ยินเสียงร้องไห้ของจีน เเต่มันก็สายเสียแล้ว

แล้วความมืดก็ชนะ

จบบทที่ 12





สวัสดีค่ะ

ถึงบทที่ 12 สงสัยกันไหมว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องล้อเล่นหรือสิ่งเหนือธรรมชาติของจริง รอดูกันต่อไปในบทหน้านะคะ

ทิ้งท้ายด้วยเกมชิงรางวัลนิยาย “แสนแค้นแสนเสน่หา” จำนวน 5 เล่มค่ะ


ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงตอบคำถามที่ว่า “พระเอกและนางเอกในดวงใจของคุณมีคาแร็กเตอร์/ลักษณะนิสัยอย่างไร” ตอบได้ตามสบายนะคะ มิถุนาจะคัดชื่อผู้โชคดีด้วยการจับฉลาก

ส่งคำตอบมาที่ busaba401แอตhotmail.com หมดเขตวันที่ 6 พ.ค. นี้ ประกาศผลวันที่ 7 พ.ค. โดยแจ้งผู้โชคดีเป็นรายบุคคล (ตามอีเมล) และประกาศทั่วไปในการแปะนิยายบทถัดไปค่ะ

ส่งมาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ
มิถุนา
มิถุนา Bloggang
มิถุนา Facebook
มิถุนา Dek-d




 

Create Date : 26 เมษายน 2555    
Last Update : 27 เมษายน 2555 11:57:45 น.
Counter : 1589 Pageviews.  

1  2  3  4  

มิถุนายน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]





บล็อกนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมนิยายของมิถุนาให้เป็นหลักแหล่ง และต่อมาได้เพิ่มความชอบเกี่ยวกับเครื่องสำอาง การท่องเกี่ยว การกิน และเรื่องจิปาถะอื่นๆ ค่ะ ว่างๆ ก็แวะมาทักทายกันบ้างนะคะ

มิถุนา (busaba401แอตhotmail.com)

แวะทักทาย/ฝากคำถามได้ที่ cbox นะคะ แล้วจะมาตอบให้ทุกคนค่า








Fanpage นิยายของมิถุนา
(เฉพาะนิยายนะคะ ไม่ได้อัพเรื่องเครื่องสำอางค่ะ)
มิถุนา Mithuna นิยาย

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ



E-book ของมิถุนา
คืนปรารถนา
มิถุนายน
www.mebmarket.com
ทั้งหมดเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด...อชิระคิดว่ามิลินท์หักหลังเขา เขาจึงใช้ความรักที่เธอมีให้เขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น มิลินท์จาก...
ร้ายนัก(ไม่)รักเสียดีไหม
มิถุนายน
www.mebmarket.com
เมื่อยอดคุณป๊า ที่ถือคติที่ว่า “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” พยายามจับคู่ลูกๆ ที่เหลือให้ครบ อดีตคู่กัดสมัยละอ่อนเลยได้โคจรมาพบกันอีกครั้งในฐานะเจ้าบ่าวและเจ้าสาว...
New Comments
Friends' blogs
[Add มิถุนายน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.