안녕하세요?...저는 "뿌"라고 합니다. 처음 뵙겠습니다. ...ฉันอยากจะบิน...บินไปให้ถึงดวงจันทร์...เธอบอกกับฉันว่ามีกระต่ายหลายตัว...
Group Blog
 
All blogs
 
W&T 2 : ข้อตัดสินใจก่อนไปเวิร์ก


หลายๆคนคงมีเหตุผลในการตัดสินใจไปเวิร์กต่างๆนาๆ สำหรับเรานอกจากโดนเพื่อนตื๊อ(อย่างสุดฤทธิ์)ให้ไปด้วยกัน(แล้วก็เหมือนจะโดน(เพื่อน)ลอยแพเอาซะแล้ว) จนตอนนี้ก็อยากไปแล้ว  ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้เราคิดหนักเหมือนกัน ก็เสียเงินเป็นแสนง่ะ ต้องคิดให้มากๆหน่อย...
   สิ่งที่เราคิดว่า ควรพิจารณาก่อนไปเวิร์ก คือ คำถามต่อไปนี้

1. ไปเพราะอะไร?
- เงินก้อนโต กลับมาเป็นเศรษฐี
อันนี้ไม่ควรไป เพราะอาจผิดหวังสุดชีวิต กำไรนิดหน่อยยังเป็นไปได้ แต่ถ้ากะรวยแบบหอบเงินกลับมาตั้งตัวได้ละก็เสียใจ ถ้าไม่ถึก อึด เจ๋ง ภาษาเป็นเลิศละก็ยากมากกกก สำหรับเราก็คิดว่า เลวร้ายที่สุดขาดทุนสักหมื่นสองหมื่นก็โอเค เพราะลองคิดดูแล้วถ้ามีเงินแค่นี้เราไปอเมริกาไม่ได้แน่ๆจิงป่ะหล่ะ?
- ประสบการณ์ต่างแดน ใช้เวลาว่างๆให้เป็นประโยชน์
ไปโลด ถึงขาดทุนนิดหน่อยก็ยังโอเคนะ เพราะเราอยู่เมืองไทยสามเดือนก็ใช้เงินเหมือนกันนะ ประสบการณ์ที่ได้ไม่ว่าดี ไม่ดี ก็สอนเราทั้งนั้น อีกอย่างการได้ทำงานยังทำให้เราเห็นค่าของเงินมากขึ้นด้วย
- ฝึกภาษา
เหตุผลนี้โอเคอยู่  อย่างเราไปเพราะเราเป็นคนสำเนียงไม่ดี คิดไม่ค่อยทันด้วย เลยไม่มั่นใจเวลาพูด แต่ถ้าให้เขียนหรือเล่นเอ็มนี่โอเคเลย แต่เรื่องพูดนี่ถ้าอาจารย์ไม่ชี้ถามเรา เราจะไม่ยอมตอบเพราะมีเพื่อนอยู่ในห้อง ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกะคนอื่นแล้วก็ไม่กล้าพูด แต่ถ้าอยู่ในที่ๆมีแต่ฝรั่งเรากล้าพูดมากกว่า เลยคิดว่าจะไปหักดิบตัวเอง ไปอยู่แต่ที่ๆมีแต่ฝรั่ง ให้ได้ใช้ภาษาทั้งวัน เพื่อพัฒนาสำเนียง พอดีขึ้นก็จะได้มีความมั่นใจ กล้าพูดมากขึ้น
-ไปเที่ยว เปิดหูเปิดตา
ก็ดีนะ ได้ไปเที่ยว ได้เงินกลับมา้ด้วยแน่ๆส่วนหนึ่ง(ถ้าไม่ช้อปหมดนะ) แม้จะต้องทำงานหนัก แต่ก็ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น รู้จักอเมริกามากขึ้น ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ
- อยากลองทำงานแบบจริงๆจังๆ เ๊ป็นความคิดที่ดี ถือว่าเป็นการเตรียมตัวก่อนที่เราจะเข้าสู่ตลอดแรงงานหลังเรียนจบ ถ้าเราเคยผ่านความลำบากมากๆมาแล้ว ผ่านงานหนักมาแล้วก็จะไม่มีคำว่าหนักสำหรับเราอีกต่อไป ไม่กลัวอะไรอีกเลย(จริงๆนะ)
- เป็นความท้าทายชีวิต โดยลำพัง ใครคิดว่าอยากจะทำอะไรที่มันออกจะกรอบเดิมๆ แบบว่ามีพ่อแม่คอยประคบประหงมเราตลอด ก็ไปเลย อย่างน้อยๆก็เป็นความภูมิใจว่า อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราได้ไปใช้ชีวิตต่างแดนเพียงลำพัง เราอยู่ได้โดยขาของเราเอง ใช้ชีวิตแบบว่ามันเป็นชีวิตของเราเองจริงๆ
- หนีไปอยู่อเมริกา อันนี้ไม่สนับสนุนนะ มีหลายๆคนที่กะอยู่ยาว ประมาณว่า ชั้นเรียนจบแล้ว ขอเริ่มต้นชีวิตใหม่เลยละกัน ได้อยู่เมืองนอกเมืองนาดีจะตาย...คิดจะไปอยู่ก็ทำให้ถูกต้องดีกว่า อย่าหนีเลย เราว่าอยู่บ้านเรานี่แหละสุขใจสุดแระ

2. ทำงานหนักได้หรือไม่? ทนได้มั้ยที่จะต้องมีคนมาจิกหัวเราทำงาน? สำหรับเรานะ เราอยู่โรงเรียนประจำมาตั้งแต่ป.ห้าจนจบม.หกต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ซักผ้าเอง เสื้อผ้าห้ามรีด ตื่นตีห้ามาออกกำลังกายจันทร์-ศุกร์ เสาร์-อาทิตย์ตื่นหกโมง ทุกคนมีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันเป็นอาทิตย์ ตั้งแต่ทำความสะอาดเรือนนอนทั้งข้างในและรอบๆ จัดโต๊ะอาหารให้คนทั้งเรือนนอนตัวเองหกสิบกว่าชีวิต ทำความสะอาดโรงเรียนทุกเสาร์ ขุดดิน ถางหญ้า ขัดห้องน้ำ เผาขยะ ฯลฯ ได้กลับบ้านเดือนละครั้ง กินด้วยกัน นอนด้วยกัน มีตารางเวลากำหนดไว้หมด ช้าก็โดนทำโทษ...แบบว่าอยู่แบบทหารเลยอ่ะ แต่เราก็อยู่ได้นะตั้งแปดปีอ่ะ แล้วงานพวกนี้ก็ไม่ต่างกันกับงานที่เราจะไปเวิร์กเลย งานหนักไม่ทำให้คนตาย เป็นเรื่องจริงอ่ะ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่เคยทำอะไรเลย ควรเริ่มง่ายๆด้วยการฝึกตื่นแต่เช้า ทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆจะได้คุ้นเคย ไม่งั้นคงรับไม่ไหวแน่ๆอ่ะ
3. สถานะการเงินของที่บ้านโอเคมั้ย? ถ้าต้องถึงขนาดไปกู้เงินไปเวิร์กนี่ก็ไม่เวิร์กนะ ถ้าอยากไปก็เก็บเงินทำงานที่เมืองไทยไปปก่อน ได้เงินด้วย ได้ลองทำงานก่อนด้วยนะ
4. ผลกระทบต่อการเรียนมีมั้ย? อย่างเพื่อนเรามันจะติดเอฟงี้ก็ไม่กล้าสมัครตอนนี้ เพราะถ้าเอฟก็จะติดเรียนซัมเมอร์ ไม่ก็จบห้าปี เลยต้องรอดูคะแนนกลางภาคซึ่งกว่าจะออกก็ช่วงสิงหาโน้น ซึ่งโครงการก็จะแพงขึ้นด้วย ทางที่ดีก็ควรตั้งใจเรียน ทำเกรดดีๆเอาไว้ด้วย จะได้สบายใจด้วยแหละ เวลานายจ้างหรือเอเจนซี่ขอดูเกรด
5. พื้นภาษาอังกฤษอยู่ระดับไหน?
ถ้าตอนเรียนอยู่ห้องต้องหันไปถามเพื่อนตลอดเวลาอาจารย์ถามละก็ ไม่ควรจะไป เพราะสามเดือนมันไม่พัฒนาหรอก ก็ไม่มีอะไรในหัวเลย ไม่เข้าใจเลย มันก็จะได้แต่งงๆ แล้วก็ทำให้ท้อ ดีไม่ดีมีปัญหาตอนทำงาน พาลไม่อยากทำอีก แล้วก็มีผลตอนเลือกงานด้วย เพราะถ้าเราพูดได้น้อย เราก็ต้องใช้แรงเยอะ(อันนี้จำไว้เลย)  ทางที่ดีอย่างน้อยๆเวลาเขาสั่งคำสั่งง่ายๆเราต้องเข้าใจ เอาพื้นฐานให้โอเคก่อนแล้วค่อยไป เวลาไปก็จะทำให้เราได้สำเนียง ฝึกการออกเสียง รู้จักประโยคที่เขาใช้ในประจำวันมากขึ้น
6. มีข้อมูลโครงการนี้มากแค่ไหน? คือต้องทำความเข้าใจก่อนว่างานมันหนัก แล้วก็ข้อมูลทั้งด้านดีและไม่ดี การเลือกเอเจนซี่ การเลือกงาน เลือกเมือง ค่าใช้จ่าย ข้อตกลง-สัญญากับทางบริษัท ชั่งน้ำหนักทั้งข้อดีข้อเสีย
7. มีเพื่อนไปด้วยรึป่าว? ถ้าต้องไปคนเดียวโอเคมั้ย?
ถ้าอยากไปกับเพื่อนก็คุยกันให้ดีก่อน (เด๋วโดนเพื่อนลอยแพแบบเรา) แต่ยังไงก็ได้เจอคนไทยอยู่แล้วแหละ ที่ทำงานนั้นคงไม่มีแต่เราคนเดียว เอเจนซี่เค้าจะจัดพวกบินเดี่ยวให้ไปด้วยกันอยู่แล้วแหละ ก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นให้ได้ เดี๋ยวก็ได้เพื่อนเองแหละเน๊าะ
8. ทำใจพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่? เพราะที่นั่นไม่เหมือนเมืองไทย ไม่มีใครคอยช่วยเราแล้ว ต้องดูแลตัวเอง ลืมเอเจนซี่ไปได้เลย เค้าเป็นได้แค่ที่ปรึกษาเท่านั้น ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เปิดใจให้กว้าง กล้าเข้าไว้ มีปัญหาอะไรก็ต้องพูด จำเอาไว้เลย เจอกันครั้งเีดียว เราเองก็เตรียมใจไปเยอะๆ แล้วพยายามเต็มที่กับมัน มองโลกในแง่ดีเข้าไว้
9. มีความรับผิดชอบ , ตรงต่อเวลาแค่ไหน? จากที่อ่านประสบการณ์ของแต่ละคนมา สามเดือนต่อจากนี้ไม่ใช่การเล่นขายของ แต่เป็นการทำงานจริงๆ แล้วคนอเมริกันก็ถือว่า การไม่ตรงต่อเวลาถือเป็นสิ่งที่เสียมารยาทมากๆสำหรับเค้า แต่เราว่าเมื่อเราต้องไปทำงานจริงๆ
ทุกองค์กรก็ต้องการคนที่มีความรับผิดชอบกันทั้งนั้นแหละ
...ถ้าโอเคกับสิ่งเหล่านี้ ก็ลุยเลย...ไปเลือกเอเจนซี่กันดีกว่าเน๊าะ





Create Date : 19 กรกฎาคม 2552
Last Update : 19 กรกฎาคม 2552 23:16:00 น. 0 comments
Counter : 241 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

amdekd
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




한국말을 잘하고 싶은데 누구든지 저에게 가르쳐 주세요.

...เม้นต์ให้กันบ้าง อะไรบ้างก็ดีนะ เพิ่งเคยเขียนบล๊อค ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง แนะนำด้วยนะคะ...^^
Friends' blogs
[Add amdekd's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.