โคลลี่ :นักล่าจอมยุ่ง!!!
โคลลี่ .. (colly) ที่แปลว่าดำเหมือนถ่าน .. ก็ตั้งชื่อให้ตามสารรูปที่มองเห็นนะ ..ตัวดำยังกะเฉาก๊วย ..ผมเผ้ารุงรัง ..ขี้ริ้วขี้เหร่..ซุมซ่าม ซุกซน..วุ่นวาย..จอมยุ่ง ชวนกันมาลงเอยอยู่ที่แกหมด <img src=//www.bloggang.com/emo/emo8.gif>

Colly เป็นลูกครึ่ง ..semi.. ระหว่างพ่อเทอรเรียร์ กับแม่ ชิสึ แกได้มาอย่างละครึ่ง ๆ กลาง ๆ จริง ๆ หูตก ใบหูบาง ขนส่วนหน้าส่วนหัวยาว อ่อนนุ่ม ส่วนอื่น ๆ แข็งหยาบกระด้าง .. มีรอยด่างขาวแซมบางที่ ..ตัวไม่โต

ช่วงนั้นกำลังมองหาลูกหมาตัวใหม่ สามีของเพื่อน จึงไปขอลูกหมาของเพื่อนที่ทำงานของเขามาให้อีกทอดหนึ่ง .. Colly เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่นเชียวนะ ..

เจอกันวันแรก..อือ..น่าเกลียดจังเลย .. หัวโต ขนพองยังกะลูกนกเวลาตกน้ำ.. ตาโตลูกตาเหมือนจะเอ่อล้นออกมาจากเบ้าตา ....อื๋อ..ม .. ได้มาแล้วก็ต้องเลี้ยงนะ..

โคลลี่ ..โตวันโตคืน ..นิสัยขี้อ้อน ..ฉอเลาะ...ขี้ประจบ..ชอบนอนตักเจ้านาย.. หรืออยู่ท่าไหนก็ได้เขอให้ส่วนหนึ่งส่วนใดสัมผัสกับเจ้าของเป็นใช้ได้.. เวลาไปไหน ๆ จะหอบหิ้วใส่ถุง ใส่ย่าม แล้วแขวนหน้ารถเครื่อง ..หรือใส่กระเป๋าสะพายหน้า สะพายหลัง ..แกก็บ่ยั่น .. ขอให้ได้ไปว่างั้นเถอะ
ปัญหาก็คือว่า .. บ้านที่ดิฉันย้ายเข้าไปอยู่ใหม่ .. อยู่ใกล้ชายป่า ... (เพื่อน ๆ ไม่อยากเรียกชายป่า จึงเรียก รีสอร์ทแทน) แทบไม่มีเพื่อนบ้านเลย ..มีบ้านใกล้เรือนเคียงอยู่หลังหนึ่ง .. ในบ้านนั้นมีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ด้วย 2 คน .. โคลลี่ จึงชอบไปเล่นด้วย .. แกจะแอบมองลอดกรงเหล็กรั้ว .ภ้าเห็น หรือได้ยินเสียง แกจะแอบมุดรั้วออกไปหาเพื่อน ๆ ของแกทันที .. วันไหนหาเพื่อนเล่นไม่ได้..แถมเฝ้าบ้านคนเดียวอีกตะหาก ..แกก็จะอาละวาด..กัด ๆ ถอน ๆ ต้นไม้ ..ไม้ดอกตามกระถางต่าง ๆ .. เรี่ยราดไปหมด ...หรือไม่ก็ถุงเท้ารองเท้า แกคาบไปไว้ ทิศเหนือ ใต้ ออก ตก ... เพื่อเจ้านายจะได้เล่นวิ่งเก็บของว่างั้นเถอะ .. โดนดุ แต่ก็ไม่ยอมเฃื่อฟัง ..เหมือนยิ่งห้าม ยิ่งยุ .. บางครั้งกลับจากทำงาน ..แกจะวิ่งไปคอยต้อนรับ ... บางทีทำท่ามีพิรุธ ก็จะรู้เลยว่า ..วันนี้ต้องเล่นหนักแน่ ๆ เลย .. ก็ต้องรีบสำรวจบริเวณบ้าน .. จากนั้นก็จะตามมาด้วย เสียง วีน แรง ๆ
" โ ค ล ลี่....!!!! ????"
แกก็จะวิ่งไปหาที่หลบ .. ถ้าจะตีแกก็จะยอมหมอบให้ตีอยู่อย่างนั้น .. เฮ้อ.. อยู่ตัวคนเดียวไม่มีเพื่อนเล่น ..น่าสงสารออก.. เน๊อะ..

บางครั้งเครียดกับความดื้อของแก...แกแกล้ง..ประชด .. วันไหนไม่ให้เข้าเล่นข้างในบ้าน .. ก็จะเคาะประตู .. เคาะแรงขึ้น แรงขึ้น ..จากมือ (เท้า) ข้างหนึ่ง เป็น สอง ข้าง เคาะจนกระจกประตูแทบแตก .. นาน ๆ เข้าก็เคาะด้วยร้องไห้ไปด้วย ..อารมณ์เหลือร้าย.. เอื๊อก .... พอหมดแรงแกก็จะนั่งเอาหน้าแนบกระจกประตูอยู่นั่นแหละ.. จับตามองทุกพฤติกรรมเคลื่อนไหว ..!!!???

สอนจับมือทักทาย หวัดดี....นั่ง..นอนได้หมด .. แต่ถ้าไม่หิว ..ไม่มีอะไรกระตุ้นต่อมน้ำลาย .. โคลลี่..ไม่ทำ.. ชำเรืองมองด้วยหางตา แล้ว เมินเฉย ..

โคลลี่ เป็นตัวยุ่งที่สู๊ด ..ขี้ประจบที่สุด ..ติดนายแจเลย.. บางครั้งนอนหลับบนโซฟา.. ต้องสะดุ้งตื่นเพราะมีอะไรเย็น ๆ มาโดนที่แก้ม .. พอลืมตาขึ้น..ตัวดำ ๆ นี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันคงดมดูเพื่อ check ว่าเจ้านายมันเดดหรือเปล่าอ่ะ!!! บางครั้งนอนเล่นในห้องนอนชั้นล่างเผลอลืมปิดมุ้งลวด.. โคลลี่ก็เข้ามาดมฟู๊ดฟ๊าด.ๆ...ทำให้ต้องตื่น ..พอจะเอามืดฟาดก้นหน่อยแกก็วิ่งแจ้น เฮ้อ..แกเหลือเกินจริง ๆ มีครั้งหนึ่งกำลังดูทีวีเพลิน ๆ ชั้นบนกำลังซึ้ง ๆ กับหนัง เอ๊ะไง๋ไออุ่นมันแผ่ออกมาจากจอ..รู้สึกอุ่น ๆ ไงม่ายรุ๊ ด้วยความสงสัยจึงเพ่งมองที่จอ.. แว๊ก!!! เงาตระคุ่มเป็นตอตะโกขึ้มานั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ .. มานี่นังตัวดี .. !! แกรีบไถลลงบันไดโดยที่สี่ขาของแกแทบไม่ได้แตะขั้นบันได.. ฮา..ฮา..เอิ๊ก!!!

เป็นตัวที่สื่อสารรู้เรื่องที่สู๊ด .. ไม่ว่าจะเป็นภาษาท่าทาง ภาษาจากเสียงที่แกสื่อออกมา .. เปล่าแกไม่ได้พูดเป็นคำ ๆ หรอก.. เสียงที่แกสื่อออกมาจะแตกต่างกัน ..

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโคลลี่คือ ..
-ถ้ามีอาหารมาก ๆ แกทานไม่หมด หรือไม่หิว ..แกจะเอาไปซ่อน ..ใช้สองเท้าหน้าขุดคุ้ยดิน ทิ้งเศษอาหารลงไป แล้วใช้จมูกเขี่ยดินกรบ..วันดี คืนดี แกก็ไปดม ๆ หา แล้วขุดคุ้ยขึ้นมาทาน ..อิอิ..
-ถ้าแกเคาะประตู หมายถึงจะเข้ามาข้างในบ้าน
-ถ้าเคาะอย่างเร็วแล้วทำเสียงร้อง..อี๊ก.. อี๊ก ด้วย ต้องรีบออกไปดู แกบอกอะไรสักอย่าง เช่น ..ข้างนอกเจอกองทัพมด จนแกหาที่วางสี่ขาของแกไม่ได้ ..ต้องช่วยกำจัดโดยการฉีดสเปรย์มด / หรือไม่ก็มีสุนัขตัวอื่น ๆ เข้าบ้านแล้วแกกล้ว
-ถ้าแกทำเสียงอึ๊ก..อึก.อึ๊ก ..อึก ในลำคอ แกมีอะไรจะอวด .เศษอาหาร..กระดูกที่แกหามาได้..มาโชว์ก่อนที่จะหาที่ซ่อน ..
-ถ้าจะเอาอะไรสักอย่าง แกก็จะทำเสียงร้องในลำคอเหมือนกัน เช่นเวลาแกจะล่าจิ้งจกที่อยู่ข้างฝาแล้วแกกระโดดเอาไม่ถึง..ลืมบอกำปว่า Colly เป็นนักล่าจิ้งจกชั้นยอดเลย กระโดดตระครุบยังกะแมว ..จากนั้นแกก็จะเอาเหยื่อของแกมาเล่นมาแกล้งจนมันตาย ...กิ้งก่า ..จิ่งเหลน ตุ๊กแก แกล่ามาจนแทบจะสูญพันธ์เลยแหละในบริเวณรอบ ๆ บ้าน
-ถ้าแกทำเสียงร้องแหลมปี๊ดสูง ๆ แสดงว่าแกเห็นเหยื่อตัวโต เช่น ตุ๊กแก แล้วแกเอาไม่ถึง .. แต่ถ้าตุ๊กแกพลาดตกมาเมื่อไหร่ ...อย่าคิดว่าจะหนีพ้นโคลลี่ไปได้
-แกกระโดดขึ้นเหยียบบนเก้าอี้ เอาสองขาหน้าเกาะพนักเก้าอี้แล้วเขย่งตัวมองข้ามรั้วเตี้ย ๆ ไปดูข้างนอกรั้ว ..มองดูเผิน ๆ เหมือนคนเลย ....??
-ถ้าเจอหมาหนุ่ม ๆ แกก็จะทำเสียง อีด...อิ๊ด..อิ๊ด ดัง ๆ แล้วปรายตามองตาม

คลุกคลีกับเพื่อน ๆ มะหมาสี่ขาบ่อย ๆ สงสัยตัวเองเหมือนกันว่าอีกหน่อยจะกลายเป็น พวกพาเซลเมาท์ .. ภาษามนุษย์หนึ่ง ภาษาสุนัขหนึ่ง..อิ..อิ!!!! ..

Colly and The Jecko








Create Date : 08 สิงหาคม 2550
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2553 21:12:10 น.
Counter : 264 Pageviews.

0 comment
My bodyguard :จากัวร์จอมดุ
ในบรรดาเพื่อนซี้ที่เลี้ยงมา .. จากัวร์..เป็นเพื่อนที่สร้างความประทับใจให้มาก ๆ (Micky เป็นรองเลยแหละ)

จากัวร์.(Jaguar) เป็นชื่อเสือซะด้วยสิ ...ได้มาโดยมีคนมา offer เสนอให้ถึงที่เลย..
"เออ..นี่น้อง ..ชอบหมามั้ย"
"ชอบอ่ะ"
"ที่บ้านมีกี่ตัว"
"ตอนนี้ไม่มีสักตัวอ่ะ"
"เอามะเดี๋ยวจะเอามาให้.."
"อืม..ม..ม.. ถ้าจะเลี้ยงนะ ..ชอบไอ้ที่ฉลาด ๆ หน่อย มี ไอคิวบ้าง ..แฮะ แฮะ หมาบ้าน ๆ น่ะไม่ชอบอ่ะ"
"ฮื่อ..ลูกครึ่งเชียวนะ" ได้ยินคำว่าลูกครึ่งดิฉันหูผึ่งทันที ..เพราะชอบอะไรที่มันครึ่ง ๆ กลาง ๆ นี่แหละ ..อิ ..อิ
"พันธุ์อะไรคะ"
"แม่มันน่ะ ดัลเมเชียน ..แต่พ่อมันเป็นหมาที่บ้านเองแหละ" ดิฉันนึกถึงเจ้าลาย จุด..จุด..จุด ในหนังเรื่องศาลาโลกันย์ ..อุ๊ย ..น่ารัก...น่าเอ็นดูอยากได้มาอุ้มเล่นสักตัว.อิ ..อิ
" OK เลย เอาตัวผู้นะ" รีบตอบไป กลัวไม่ได้
"ตัวเมียหมดเลย .."
"แต่ว.." เอาละไหน ๆ ก็ตกลงรับเอาแล้ว ตัวอะไรก็ต้องเอาแหละนะ

ในตอนบ่าย พี่เขาก็อุ้มกล่องกระดาษเดินมาหา ..ดิฉันมองดู เจ้าตัวน้อย ที่เพิ่งถูกพรากจากอกมอมมี่.. เอ๊ะ ไง๋..น่าเกลียดจังเลย ..ไม่มีเค้า dalmatian ให้เห็นเลย ..มีตัวสีขาวตัวหนึ่งลายจุดด้วย แต่เป็นจุดสีน้ำตาลแดงเบ้อเร่อเบ้อร่า..รอบ ๆ ตาเป็นสีน้ำตาล ..ดูน่าเกลียดมากกว่าน่ารัก ..ตัวหนึ่งสีดำมืดเลย ..ไม่มีเค้าแม่ผู้ดีเล๊ย ..อีกตัวสีดำ ๆ เทา ๆ ...อืม ...ระหว่างขาวด่างกับดำมืดเนี่ย.. เอาตัวไหนนะ ..ทำไมเลือกยากจังเลย..สีขาว..นึกถึงเวลามันเปื้อน ..โอ๊ย..มอมแมม..เอาสีดำมืดนี่แหละ ..เปื้อนยังไงก็มองไม่ค่อยเห็น..ส่วนที่เหลืออีกสองตัว..แบ่งให้คนใกล้เคียงเอาไปอุปการะ.. ส่วนตัวเองก็อุ้มเอาเจ้าตัว ugly สีดำกลับบ้าน...มันเหมือนไม่รู้เรื่อง รู้หน้ารู้หลังเลย ..นอนลูกเดียว สงสัยกินอิ่มเกินไป เพราะก่อนออกจากบ้าน เจ้าของบอกว่า กลัวมันหิว กลัวมันร้อง เลยให้กินซะจนพุงกาง มิน่า มันไม่สนใจใยดีเลยว่าใครหอบหิ้วเอาไปไหน

จะตั้งชื่อเจ้าตัวน่าเกลียดนี้ว่าไงดีน้า ดูรูปร่าง ลักษณะ ..มีลายสีน้ำตาลพาดตรงบริเวณแผ่นหลังด้วย ..เป็นริ้ว ลายเสือ.. ไอเดียปิ้งเลย .. Jaguar ก็แล้วกัน ..แกยังมี nickname ว่า "อีหมอง" ..อี เป็นภาษาอิสานใช้เรียกเพศหญิง .. ไม่สุภาพนะคะ แต่เป็นการเรียกคนที่คุ้นเคย สนิทสนมกัน ..หมอง แปลว่ามอมแมม ..บางครั้งก็เพิ่มชื่อให้ เป็น อีหมองศรี เพื่อให้ฟังเพราะขึ้น ..แฮะ ..แฮะ .. เรียกเวลานินทา หรือเวลาคุยตอนแกอารมณ์ดี .. ถ้าจะสั่งอะไรต้องเรียกชื่อจริง ...ไม่งั้นแกไม่เชื่อฟังเอาง่าย ๆ นา ..กึ๋ย..

กว่าแกจะชินกับที่แปลกใหม่ ..แกร้องหาแม่ หาเพื่อน อยู่ 3 คืนเต็ม ๆ ร้องจนแทบไม่มีเสียง น่าสงสารมาก ....พอคุ้นเคยก็เริ่มออกลาย ฉายแววดุ..จนถึงดุมาก..นิสัยขี้หงุดหงิด เจ้าอารมณ์ ..ไม่ชอบออเซาะ ..แต่คุยพอรู้เรื่อง พวกเลือดแปลง ..เอ้ย เลือดผสมนี่มักจะเพี้ยนซะอย่างงี้แหละ

เวลาหิว.. หรือเวลาแกทานข้าว ใครอย่าเข้าใกล้เชียวนา เดี๋ยวแกจะหาเป้าซ้อมเขี้ยวเล่น ๆ ..เวลาหิวนี่แหละแกจะก้าวร้าวสุด ๆ ..ฮื่อ..เหมือนสุนัขบ้าเลยล่ะ .. นายแท้ ๆ แกยังไม่ยกเว้นเลย ..แล้วใครจะรับประกันคนอื่น ๆ ล่ะค๊า

แกชิมเนื้อคนไปตั้งหลายคน..ลูกหลานในบ้านก็ไม่ละเว้น ...ดิฉันต้องตามไปดูแลคนที่ถูกกัด ..ต้องคุยกันด้วยเหตุผล ซึ่งทุกคนก็ยอมรับ ..แต่ก็เผลออยู่เรื่อย ..จนติดป้าย - ระวังหมาดุ!! (จริง ๆ) ไว้หน้าบ้าน ..ก็ยังมีเผลอเข้ามาให้แกได้แก้หมั่นเขี้ยวเล่น ๆ จนได้ ..กฎ คือ ..หนึ่ง .. อย่าย่างกรายผ่านประตูรั้วเข้ามาคนเดียว (ถ้าจะเข้ามาต้องเรียกเจ้าของบ้าน ให้เป็นผู้นำทาง) สอง ...อย่าเดินเฉียดใกล้แกเวลาแกนอนหลับ และเวลาหิว - กินข้าว .. สาม ..หัว หาง เท้า เล็บ ห้ามแตะ ห้ามสัมผัส ..เว้นแต่แกอารมณ์ดี ..พูดคำว่า .หวัดดีจ้า ..หรือหวัดดีหน่อย ..แกจะยื่นมือ (เท้าหน้า) ให้จับเอง

พอเริ่มโต ก็พาไปวิ่ง ..แกวิ่งเร็ว คล่องแคล่วมาก ลำตัวโต แต่ขาเพรียว เรียวเล็ก ..มองดูคล้ายลูกแตงโมต่อขายังไงยังง๊าน.. ..แกไม่เคยกลัวสุนัขตัวอื่น ๆ เลย .. ยืนปักหลักเตรียมสู้ลูกเดียว .. ไม่สะทกสะท้าน ทราบมาว่า เลือดสายพันธุ์ของพ่อแกแรง ..เพราะเห็นเจ้าของเดิมบอกว่า กัด ไม่เลือกเหมือนกัน ..

เวลาพาไปหาสัตวแพทย์ ..ต้องใช้ที่ครอบปาก และใช้หลาย ๆ คนช่วยปล้ำ ไม่งั้นแกจะงับหมอเอาน่ะสิ เวลาอาบน้ำ .. ยิ่งเสี่ยงใหญ่เลย ปกติแกก็เหมือนสุนัขบ้าอยู่แล้ว ..โดนน้ำเข้าอีกกลัวจะยกกำลังสองละก็จะยิ่งยุ่ง ต้องพึ่งพาแป้งฝุ่นอย่างเดียว

สอนให้รู้จักทักทาย หวัดดี shake hand.. (อุ้งเท้าจ๊า) .. ทำได้ดีมากตอนเวลาที่แกหิว .. สอนให้หัดนั่งซ้อนท้ายรถเครื่อง เท้าทั้งสี่ เหยีบที่เบาะ แล้วให้แกใช้ตัวพิงคนขับ .. แค่นี้ก็พาไปไหน ๆ ได้สบายเลย .. อย่างว่าแหละนะ 4 ตีนยังรู้พลาด .. รถเครื่องปีนเขา จังหวะเบรค รถกระตุก ..แกพลาด ..ขาหลังซ้ายติดเข้ากับล้อรถ .. อื๋ยย ...แกร้องลั่น ยังกะเสือโดนเชือดเน่ะ ..เลือดไหลย้อย กลิ่นคาวคุ้ง .. แกส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนขอร้องให้ช่วย ..งานนี้ รักษากันนาน เพราะแกไม่ยอมให้ถูกเนื้อต้องตัวเลย พาไปหาสัตวแพทย์ก็ไม่ได้ กว่าจะหลอกให้กินยาแก้อักเสบได้ ใช้ทั้งนมข้น ..เนื้อย่าง .. จากัวร์จึงมีแผลเป็นติดที่ขา เบ่อเร่อเลย ..โชคดีที่ขาแกไม่หัก ..

ข้อดีของจากัวร์คือ.. แกการ์ดเฉพาะภายอาณาเขตของบ้าน ..พ้นเขตบ้านหรือนอกรั้วไปแล้ว ..ไม่เคยหาเรื่องกับใคร แม้แต่เวลาตัวอื่น ๆ มาทะเลาะกับแก แกก็จะยืดอกเชิดใส่โดยไม่เกรงขาม และเดินหน้าตาเฉย..

ความรักนายกับความดุพอ ๆ กัน เริ่มสังเกตเห็นเวลาแกติดตามไปไหน ๆ เวลามีบุคคลอื่นเข้ามาใกล้ หรือเข้ามาทัก ..แกจ้องเขม็ง ทำขนพองแบบเตรียมพร้อมจะตะครุบเหยื่อ .. ต้องคอยเตือนว่าจากัวร์อย่านะ ..แกก็จะเก็บอวัยวะทุกส่วนแล้วอยู่ในอาการสงบ..

ดิฉันเป็นคนท้องไร่ท้องนา นิสัยเคยไปเล่นไปปีนเขา บนเขาน่ะมีกิจกรรมให้ทำตั้งมากมาย ..เก็บหอย เก็บเห็ด ..ดอกกระเจียว..ผักหวาน กล้วยไม้ป่า ..พันธุ์ไม้นานาชนิดมีให้ชม ...หาหน่อไม้ จับจั๊กจั่น..อุ๊ยสาระพัด ..และมันเป็นอะไรที่สนุกเพลิดเพลินม๊าก .. แค่เท้าสัมผัสแผ่นหิน สูดอากาศบริสุทธิ์ ..ก็ happy อยาบอกใคร

พอโตขึ้น ต่างก็มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ค่อยว่างกัน แม้แต่ตัวเองก็เถอะ ..แต่วิญญาณมันเรียกร้อง ..ว่าต้องไปเหยียบรอยเดิมของตัวเองบ้าง..เมื่อใคร ๆ ไม่ว่าง มีอยู่ตัวเดียวที่ว่าง และด้วยความมั่นใจในความดุของแก
"จากัวร์ วันนี้ไปปีนเขาเล่นมั้ย??"
แกกระดิกหาง( ส่ายก้น) อย่างเร็วและอย่างแรง ทำหน้าทำตาทะเล้น ...ทำเสียงอู้อี้ในลำคอ..อาการดีใจสุด ๆ
"งั้นลุยเลย"
แกรีบวิ่งนำหน้าลิ่ว ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน ..เพราะแกกลัวเจ้านายเปลี่ยนใจ.. ดิฉันกลัวแกเหนื่อยหมดแรงก่อนที่จะได้ปีนเขา จึงให้ขึ้นซ้อนท้ายรถเครื่อง ..แล้วเราสองก็ออกเดินทาง

ในป่าเขาใช่ว่าจะปลอดภัย ..มีคนอื่น ๆ ขึ้นเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง .. มีทุกเพศทุกวัย.. มาคนเดียว เป็นกลุ่ม หรือบางทีก็มีสุนัขล่าเนื้อติดตามมาด้วย ..บางคนมองเห็นดิฉันแล้วก็ทำท่ายังกะถูกผีหลอกกลางวันแสก ๆ ..เปล่าไม่ใช่ว่าดิฉันน่ากลัวหรอก ..พวกเขาคงคิดว่านางพรายนางไม้ที่ไหนแปลงร่างมามากกว่า .. (เพราะระดับความสวยไม่กลมกลืนกับป่าเขา..อิ..อิ).. เวลาเผชิญหน้าดิฉันก็กลัว ๆ เหมือนกัน ..แต่อาศัยจากัวร์ ที่ยืนตั้งท่าขนลุกพองทำเสียงครางกรอด ๆ ยืนจังก้าอยู่ข้างหน้า ..ทุกคนก็ต้องเดินอ้อมไปห่าง ๆ ..ไม่ว่าดิฉันจะไปไหน ๆ แกจะจับตามองตลอด เวลาดิฉันนั่ง แกก็จะนอนเฝ้าทิ้งระยะนิดหนึ่ง ..ดิฉันปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ แกก็จะนอนเฝ้าโคนต้นไม้นั่นแหละ ..เมื่อมีอะไรเข้ามาใกล้ หรือ ผ่านมา แกจะ alert ด้วยท่าทางเตรียมพร้อมรับ ..
แล้วเราสองก็ไปบ่อย ๆ ตามที่ใจต้องการ ..ไม่ต้องออกปากชวนหรอก แค่ ใส่เสื้อผ้าลักษณะที่แตกต่างจาก 5 วันประจำ มาสวมกางเกง หิ้วรองเท้าบูท แค่นั้นแหละ จากัวร์วิ่งนำหน้าลิ่วเลย ..ต่อให้เอาโซ่มาล่ามไว้ก็ไม่อยู่ ..ที่บ้านก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่ดิฉันกลับคิดว่า อะไรจะเกิดคงต้องข้ามศพจากัวร์ก่อน .. ยกเว้นกระสุนปืนแล้วคงไม่มีอะไรเร็วไปกว่าจากัวร์

มีวันหนึ่ง ดิฉันอยู่บนต้นไม้ กำลังจะไขวัคว่ากล้วยไม้ป่า ..จากัวร์มีท่าทีผิดปกติ ...ตื่น ๆ และลุกลี้ลุกรน ...แกจะบอกให้รู้มากกว่าจะตั้งท่ารับ ..รู้เลยว่ามีคนมา ..จึงชะเง้อมองลงไป ..เห็นผู้ชายตัวโต ๆ 3 คน ยืนเรียงหน้ากันสลอน .. ทิ้งระยะห่างจากจากัวร์ไกลพอสมควร ..ทุกคนมีท่าทีสงบนิ่ง ..มองดูจากัวร์ และมองดูดิฉัน .. สัญชาตญาณบอกว่า พวกเขาเป็นคนดี
"หวัดดีครับ .." 1 ในนั้นทักก่อน
"อื่อ.." รู้สึกว่าถูกรบกวน แต่ก็ต้องลงจากต้นไม้ จากัวร์ รีบวิ่งมาประชิดตัวดิฉัน ..เหมือนจะถามอะไรสักอย่าง ดิฉันตบหัวแกเบา ๆ
"ไม่เป็นหรอกจากัวร์ พวกเขาเป็นคนดี" .. แกมองอย่างลังเล ..ดิฉันเดินเข้าไปหาพวกเขา ..จากัวร์ตามมาติด ๆ.. แกวางท่านิ่ง เชิดอก ..หางตก ..ปรายตามอง
"คุณมาคนเดียวเหรอ"
"กับจากัวร์ค่ะ"
"อ๋อ ..หมาชื่อจากัวร์"
"คงไม่ใช่คนแถวหมู่บ้านนี้ .. "
"มาจากบ้าน ..."
"อ๋อ .. เคยมาบ่อยเหรอ"
"ตอนเด็ก ๆ น่ะใช่ ..แตตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลา"
"คุณรู้ไหม แถวนี้อันตราย ..บางครั้งก็มีพวกขี้ยาขึ้นมา.."
ดิฉันมองหน้าคนพูด ในใจคิดว่า "รู้แล้วน่า"
" ..แล้ว..พวกคุณมาทำอะไรกัน" ที่จริงดิฉันพอเดาคำตอบได้ เพราะรูปร่าง บุคลิก บอกโต้ง ๆ อยู่แล้วว่าเป็นตำรวจ หนึ่งในนั้นคงอ่านสายตาดิฉันออก จึงรีบตอบทันที
"พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ ..ขึ้นมาตรวจหาไม้เถื่อน .. แถวนี้ทำกันมาก..และทราบว่าแอบว่าจ้างคนต่างด้าว ด้วย"

หมด mood แล้ววันนี้ กลับดีกว่า ..ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน ..ดิฉันขอบคุณที่พวกเขาหวังดี และขอตัวกลับ .. เดินจากไปยังไม่ถึง 3 ก้าว
.เฮ้ คุณ ..ถ้าอยากได้ บอดี้การ์ดน่ะ ..ผมว่างเสมอครับ .." ดิฉันหันไปมอง เห็นเขาทำทหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม.. จากัวร์ที่กำลังก้าวขาวิ่งก็หยุดกึกเหมือนกัน .. แล้วแกก็แยกเขี้ยว 24 ซื่ของแก ..แฮ่...... พร้อมกับตั้งท่าจะกระโจน..
"จากัวร์ อย่านะ .. " แกหยุดกึกอัตโนมัติ แล้วหันมามองหน้าดิฉัน เพราะสงสัยในคำสั่งของนาย ..ทำท่าเหมือนจะถามว่า ..ทบทวนคำสั่งดีหรือยัง???
"ไม่เป็นไรหรอกน่า" ดิฉันบอกย้ำแก
"อื๋ยยย .. หมาคุณดุน่ากลัวจัง ..กลัวแล้วครับ ..ไม่แย่งหน้าที่แล้วครับ .แฮะ ..แฮะ."




Create Date : 28 กรกฎาคม 2550
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 13:15:57 น.
Counter : 231 Pageviews.

0 comment
Mickey..จอมขโมย
ดิฉันกับเจ้าสัตว์หน้าขนเป็นเพื่อนกันมานาน..ตอนยังเด็ก ๆ ก็ชอบอุ้ม puppy เจ้าลูกหมา..ก็มันน่ารักน่าเอ็นดูน่ะ ที่เป็นแผลเป็นใต้ข้อศอกขวาติดตัวมาตราบจนทุกวันนี้ก็เพราะเจ้าสัตว์ตระกูลน่ารักนี่แหละ .. เปล่าไม่ได้ถูกมันงาบเข้าหรอก..ก็เมื่อตอนยังเด็ก ๆ น่ะ ในหน้าทำนานี่แหละ แม่สุนัขออกลูก ลูกหมา 3 ตัว ..เวลาไปทำนาก็เอาไปด้วย พอตอนเย็น ๆ คุณพ่อก็จะก่อกองไฟด้วยท่อนไม้ใหญ่ ๆ เพื่อไล่แมลง ไล่ยุง ลูกหมาน่ารักก็จะไปนอนกองกันอยู่ใกล้ ๆ กองไฟ เพื่อรับความอบอุ่น ..ไอ้เราก็ไปอุ้มเล่น ..มันโดนก่อกวนก็วิ่งกลับไปกลับมารอบ ๆ กองไฟนั่นแหละ ..เราก็ต้วมเตี้ยมไล่ ..คว้าหมับได้ตัวหนึ่ง..ตัวมันก็หนัก ๆ ไอ้เราก็อุ้มเดินโซเซ..เท้าน้อย ๆ ที่เดินยังไม่มั่นคงจึงไปสะดุดเข้ากับดุ้นฟืน ..สะดุดล้มลงไปนอนข้างกองไฟ เจ้าลูกหมาอาศัยความเร็ว กระโดดผล็อยหนีเปลวไฟไปอย่างเร็ว ..ทิ้งแขนขวาของดิฉันที่อุ้มเจ้าลูกหมาวางแหมะอยู่บนกองถ่านไม้ที่กำลังลุกแดงฉาน ..จำความได้อีกทีก็ตอนคุณพ่อเอาเกลือมาพอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้ไว้รอบ ๆ ..เหลือไว้แต่แผลเป็นที่ระลึก

ที่บ้านก็เลี้ยงหมามาเรื่อย ๆ หลัก ๆ ก็เลี้ยงไว้ล่าเวลาเข้าป่า ....ก็จะสนิทสนมกับทุกตัว เพราะเหงา ๆ ไม่มีใครคุย (ชอบคุยค่ะ) ก็ไปคุยกับหมา ..มันรู้เรื่องหรือเปล่าก็ม่ายรุ๊
พอตัวเองเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรับผิดชอบได้ ก็เลี้ยงเป็นของตัวเอง..เวลาเลี้ยงก็ไม่ได้เจาะจงพันธ์ เอาลูกหมาแถวใกล้ ๆ นั่นแหละ ตัวไหนถูกใจก็จะขอเขามาเลี้ยงเลย ..
ที่เคยเลี้ยงมา..มี ..ชื่อ จูดี้ ..สุนัขตัวเมียที่มีอายุถึง 14 ปี ..เชอรรี่ ..หมาพันธุ์เล็ก .. มิคกี้ (Micky) ที่จะเล่าถึงนี่แหละ อายุ 12 ปี ตายเพราะถูกรถชน จากัวร์ (จอมดุ) และปัจจุบัน โคลลี่จอมยุ่ง

Micky มีแม่เชื้อสายผู้ดีหน่อย คือ อัลเชเซี่ยน (Alsatian) หรือ เจอรมัน
เชพเฟิรด(German sheperd) ส่วนพ่อเป็นสุนัขพื้นบ้านข้างถนน มิคกี้เกิดมาเพราะความผิดพลาดของเจ้าของแม่หมา ที่ขุนเตรียมจะผสมพันธ์เพื่อเอาลูกไว้ขาย ..แม่หมาแอบออกไปเที่ยวไปเจอกับ streetdogs เข้าก็เกิดปิ้งกันจนคลอดลูกออกมาได้ตั้ง 6 ตัว เป็นตัวเมีย 5 ตัว น้องเล็กสุดท้องเป็นตัวผู้ ตัวเล็กจิ๋วกว่าตัวอื่น ๆ ขนก็สั้นกว่าด้วย..ตัวอื่น ๆ มีสีดำ ๆ อมเทา คล้าย ๆ สีแม่หมา แต่เจ้าตัวเล็กนี่มองดูเป็นหมาบ้านที่สู๊ด!! สีเหลืองน้ำตาล ด่างขาวแทรกตรงหน้าอก สันคอ หาง อุ้งเท้าและอีกหลาย ๆ ที่ ..เจ้าของเขารังเกียจนักหนา รีบกำจัดเจ้า 6 ตัวน้อย ๆ นี้ออกไป เพื่อที่จะขุนแม่หมาต่อ ..จึงประกาศให้คนที่รักหมาไปรับลูกหมาไปเลี้ยง..ฟรี ดิฉันจึงไปเอากับเขา ด้วยความที่อยากได้ตัวผู้ จึงยอมรับเอาเจ้าตัวที่ตัวจิ๋ว ..และขี้เหร่ที่สุด ..สีแหวกแนวอยู่ตัวเดียว ..อายุเพิ่งได้เดือนเดียวเอง ..ยังไม่หย่านม แต่เจ้าของเขาให้แยกจากแม่โดยด่วน..

เจ้าตัวเล็กจึงได้มาอยู่ด้วย ..ช่วงนั้นเพลง Micky ทั้งของฝรั่งร้อง และนักร้องญี่ปุ่นนำไปร้อง กำลัง hit และเราก็ชอบชื่อเพลง จึงเอามาตั้งชื่อให้ลูกหมา.. Micky

เลี้ยง Micky ตามวิถีชาวบ้าน แตกต่างหน่อยก็ตรงที่ยอมไปหาซื้อขวดนม และนมกระป๋องที่ใช้เลี้ยงทารกมาใช้เลี้ยงเขา ..เวลาไปทำงานก็จะชงใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้แล้วให้แม่ดูแลให้ .. บังเอิญช่วงนั้นที่บ้านก็มีหลานเล็ก ๆ ด้วย บางครั้งแม่ก็สับสน ..เอาขวดนมลูกหมาให้หลานดื่ม เอาขวดนมหลานให้ลูกหมาแทน ..ฮา..ลูกหมาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่หลานนี่สิ ....

เวลาผ่านไป Micky โตวันโตคืน อุ้งเท้าโตยังกะลูกสิงโต ตัวโต สูงสง่า ใคร ๆ ที่เห็นก็ต้องทักว่า ลูกหมาพันธุ์ทางตัวนี้สวยจัง .. ดิฉันก็จะยิ้มอย่างภูมิใจรีบพีเซ้นประวัติว่า ..นี่นะ แม่เขาน่ะอัลเชเชียนนะ แต่พ่อเป็นหมาข้างถนน.. Micky มีบุคลิก เงียบ นิ่ง ..ท่าเดินท่านั่งสง่า ..จากที่เป็นตัวที่เล็กที่สุดกลับเป็นตัวที่โตที่สุด ...

มีอยู่วันหนึ่ง Micky เล่นที่สนามหญ้าอย่างอารมณ์ดี เจ้าลูกเป็ดก็เดินมาแถว ๆ นั้นพอดี เจ้า duckling โชคร้ายโดน Micky ตระคุบได้ พอเจ้าลูกเป็ดจะวิ่งหนี Micky ก็เอาอุ้งเท้าตะปบไว้เบา ๆ
"บอกให้ Micky ปล่อยลูกเป็ดไป" ยายที่เห็นเหตุการณ์ร้องบอก
"เขาหยอกเล่น เฉย ๆ หรอก ไม่กัดหรอก " ดิฉันตอบ คงปล่อยให้เขาเล่นต่อ ..พอหันไปอีกที อุ้งตีน (เท้า) คงหนักไปหน่อย เจ้า duckling นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง Micky ก็ดูไม่เชื่อสายตาตัวเอง แกเอาอุ้งเท้าเขี่ย ๆ ดูว่าเจ้าลูกเป็ดมันยังมีชีวิตอยู่หรือแกล้งตาย .. โธ่ ดวงวิญญาณมันหลุดลอยจากร่างแล้วโดยปราศจากรอยแผล .. Micky โดนดุ จากนั้นเขาก็ไม่ทำอีก เวลาลูกเป็ดเดินผ่านก็แค่ชำเลืองตามองเฉย ๆ

สมบัติ หรือข้าวของเครื่องใช้ ต้องมีตำหนิก่อน จึงจะยั่งยืน(มีคนทักดวงดิฉัน) Micky ก็ไม่ยกเว้น ..แกโดนรถมอเตอร์ไชค์ เหยียบที่ขาหลังข้างซ้าย ..วันนั้นดิฉันกลับจากทำงาน..ไม่เห็นแกออกมาคอยต้อนรับ ..ร้องเรียกหาก็เงียบ ..ถามยายที่บ้านก็บอกไม่รู้ ไม่เห็น เพราะแกมัวแต่เลี้ยงหลาน .. พอกำลังจะเดินขึ้นบ้าน ก็เห็น Micky เดินกระโผกกระเผก ออกมาหาดิฉัน .ปราศจากเสียงร้อง .. เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด.. ตัวร้อนจี๋เลย ..แกโดนเหยียบที่ขา หนังชั้นนอกฉีกขาด ..กล้ามเนื้อชั้นในก็ฉีกขาดด้วย .. เหตุเกิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไม่มีใครดูแลแก .. แกนอนไข้ทั้งวัน ..ดิฉันรีบพาไปหาสัตวแพทย์ ...เขาบอกว่า ให้ทานยาแก้อักเสบ ส่วน แผล คงทำไม่ได้ .. เย็บไม่ได้ เพราะเชลเนื้อตรงนั้น ตาย แห้งและหดตัวแล้ว ให้ทายากันแมลงเอาเองก็แล้วกัน .. ดิฉันมองดูสภาพแผลเปิดเหวอะหวะ ประกอบกับแกเป็นไข้ด้วย .. สายตาแกมองดิฉันละห้อย เหมือนอยากอ้อนวอนให้ช่วย แกคงเจ็บมาก .. ดิฉันจึงตัดสินใจ อุ้มแกไปหาเจ้าหน้าทีอนามัยที่ใจดีคนหนึ่ง
"เอาละ แผลควายก็เคยทำมาแล้ว แผลหมาก็คงเหมือนแผลคนทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ" เนื้อที่เน่าเสียก็ตัดทิ้ง เพื่อให้มันเกิดขึ้นใหม่ .. ดิฉันพา Micky ไปล้างแผลทุก วัน ๆ ประมาณ 1 อาทิตย์ แผลก็หายสนิท .. Micky กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม ขาหลังของแกมีรอยแผลเป็นวงกว้าง

พอโตเป็นหนุ่ม กล้ามเนื้อลำตัวแกเป็นมัด ๆ เวลาพาไปเดินเล่น มีฝูงหมาตัวอื่น ๆ ไล่กัด Micky จะเป็นนักวิ่งเร็วชั้นยอด ..ต่อให้อีกว่างั้นเถอะ ..Micky ไม่ค่อยเหมือนหมาทั่ว ๆ ไป คือ ไม่ชอบทะเลาะกับหมาตัวไหน ๆ หมาตัวเล็ก ๆ วิ่งมาหาแกยังวิ่งหนีเลย ..

เรื่องความหล่อนี่แถวละแวกนั้นใครกิน Micky ไม่ลง ตอนที่ดิฉันไปต่างจังหวัด คิดถึงเขาก็เลยซื้อปลอกคอสวย ๆ ส่งมาให้เขา ..
"ปลอกคอที่เธอส่งไปให้ สวมให้ Micky แล้ว แหม หล่อขึ้นเป็นกองเลย" พี่สาวเขียนจดหมายไปรายงาน.. ถึงฤดูกาลผสมพันธ์ Micky ไม่ต้องออกเดินล่าหาสาว ๆ ..เพราะเธอๆ ทั้งหลายต่างก็มานอนเฝ้าอยู่หน้าบ้าน สลอน.. ปัญหาที่ตามมาก็คือ หนุ่มตัวอื่น ๆ ก็ตามมาเฝ้าสาว ๆ ด้วย .. Micky ไว้เชิงอยู่ในบ้าน แต่ข้างนอกบ้านทะเลาะกัน.. ..
สุดจะทนเสียงเลยค่ะ

แล้วก็มีสุนัขสาวแก่ตัวหนึ่ง ชิสุขนปุกบุยของแก ก็กลายเป็นปอยหนา ๆ หยาบ ๆ มิหนำซ้ำ ตาแกบอดเป็นฝ้าขาวข้างหนึ่ง... แกจะมานอนเฝ้ามอง Micky ไม่ยอมกลับไปกินข้าวกินน้ำ Micky ก็เมิน ..ไม่ยอมชำเลืองมองเลย ..เจ้าของหมาแก่ต้องมาตาม ..อุ้มกลับไปบ้าน ...แกก็กลับมาอีก
"ลูก...กลับเถอะ หนุ่มเขาไม่สนใจ เราก็กลับบ้านเรา "
มองจากสีหน้าแล้ว ..สุนัขแก่ตัวนั้น ท่าทางเศร้า หน้าตาหมดอาลัยตายหยาก.. นอนฟุบ อยู่ห่าง ๆ ไม่ยอมไปไหน..เฮ้อแม้แต่หมาก็เป็นเอามากนะ

พอแกตัวโตเต็มที่ บริเวณละแวกนั้น แกคุมเลย .. เอาแค่ความตัวใหญ่ข่ม .เสียงเห่าที่ฟังดูมีอำนาจ..ประกาศบารมี..บางทีมีหมาตัวอื่น ๆ เดินผ่านมา Micky แค่ลุกขึ้นยืน หมาตัวอื่นก็ร้องเอ๋ง วิ่งแจ้นไปเสียแล้ว

Micky เคยกัดคน 2 ครั้ง เหตุเพราะเขาเข้าบ้านแบบไม่อเลิร์ท เตือนล่วงหน้า คนที่ถูกกัดก็ยอมรับเหตุผล Micky จึงไม่โดนดุ ..แกแสดงความโหดสุด ๆ ให้เห็นเพียงครั้งเดียว ..ตอนที่แกกำลังเพลิดเพลินกับการทับสาว ๆ ก็มีหนุ่มหมาลอบกัดตัวหนึ่ง ฉวยโอกาสนั้นกระโดดเข้าใส่ Micky ..กัด ฟัด Micky ..Micky เสียหลักก็หลายครั้ง ในที่สุดเมื่อเกมรักจบลง Micky ย่างสามขุมโถมร่างใหญ่ของแกไปยังหนมาตัวนั้นอย่างสุดกำลัง เกิดการต่อสู้กันอยางชุลมุน และเหี้ยมโหด จังหวะนั้นฝนตกลงมาพอดี ...ดิฉันยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ ๆ ถือค้อนโต ๆ ด้วยกลัวมันหน้ามืดแล้วกระโจนกัดผิดเป้า ..บอกให้หยุดก็ไม่ได้ เพราะคู่ต่อสู้ก็กำลังหน้ามืดด้วยความอิจฉาและหึงหวง ..ท่ามกลางฝนเม็ดโต ๆ Micky ได้จังหวะงาบต้นคอคู่ต่อสู้ได้ แกยกขึ้นแล้วเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ไม่ยอมปล่อยเขี้ยว เลือดสาดกระเซ็น ผสมกับสายฝน ..ทั้งเสียงร้องโหยหวน ..บวกกับ กลิ่นคาวเลือด.. สุดท้าย คู่ต่อสู้ แน่นิ่ง ไม่มีเสียงร้อง Micky เหวี่ยงไปสุดแรง ..เจ้าหมาหนุ่มโชคร้ายกระเด็นร่วงลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น ..สงสัยกระดูกกระเดี้ยวคงหักไปหลายซี่ .. จังหวะที่มันตกเผละลงไปกองกับพื้น ..มีหนุ่มชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาหา
"พี่..มันตายมั้ย ..จะเก็บศพให้"
Dog eating มารอเลยนะงานนี้ ...แต่พอเขาเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ หมาโชคร้ายตัวนั้นก็ลุกขึ้นช้า ๆ เดินโซซัดโซเซหลบหนีหน้าไป ..งานนี้ Micky สั่งสอนและแสดงให้เห็นเลยว่า ..ฝีมือคนละชั้น

ข้อเสียของ Micky คือ ขี้เกียจอาบน้ำ ทั้ง ๆ ที่อาบมาตั้งแต่เด็ก ๆ และก็มีปัญหาทุกครั้ง อาบยังไม่เสร็จ ฟองสบู่เต็มตัวแกก็วิ่งหนีเวลาเผลอ.. ยิ่งพอโตขึ้น ตัวก็ใหญ่ แข็งแรงขึ้นด้วย.. ดิฉันปลุกปล้ำไม่ไหว ..เวลาอาบน้ำจึงใช้วิธีผูกเชือกเอาไว้ ..แกจะร้องอวดครวญ โหยหวน เหมือนถูกเชือด ..บางทีแกก็จะอ้าปากโต ๆ ของแกงับแขนของดิฉัน ...Micky มีเทคนิคในการงับ ..ถ้าดิฉันเฉย ๆ แกจะกดน้ำหนักฟันลง ..ดิฉันต้องทำเป็นร้องเสียงดังเหมือนเจ็บ ..แกก็จะคลายขากรรไกรของแกออก ..แต่ไม่ยอมปล่อย ..เล่นกันอยู่อย่างนี้ .. สุดท้ายก็จำเป็นต้องนาน ๆ อาบให้ที และต้องพึ่งพวกแป้งฆ่าเห็บเหาแทน ..

ขโมยตัวยง ...
ไม่เคยสอน..แต่ไม่รู้เขาได้นิสัยเสียมาจากไหน .. ด้วยความที่ตัวโต แข็งแรง ..แรก ๆ ก็ไปคาบเอา หัวกระโหลก วัว ควาย ..กระดูกแข้งขาจากทุ่งนา ..คาบมาที่บ้าน ..กลิ่นเหม็นก็ตามมาด้วย .. งานนี้ Micky โดนดุ ..แกยังคงทำแล้วทำอีก..จึงต้องไล่ตีกันบ้างล่ะ .. Micky วิ่งเร็ว ใคร ๆ ก็วิ่งไล่ไม่ทันหรอก.. โดนดุหนัก ๆ แกก็ไม่กล้าเข้าบ้าน ..ฝนตกก็วิ่งไปวิ่งมารอบ ๆ รั้วบ้านนั่นแหละ ..
"Micky เข้าบ้านเร็ว ..ตากฝนอยู่ทำไม" ยายไปเรียก แกจึงยอมเข้าบ้าน จากนั้นนิสัยชอบขโมยของแกก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีอยู่วันหนึ่ง จู่ ๆ แกก็คาบก้อนเนื้อโตโต ขนาดประมาณ 2 กิโลกรัม เห็นจะได้ เป็นเนื้อวัว ..
"Micky แกไปเอามาจากไหน.. เดี๋ยวเขาก็ฆ่าแกหรอก" Micky มองหน้า แล้วทำท่าจะคาบเดินหนีไปทางอื่น
"ไม่ได้น่ะ เดี๋ยวใครเขาเห็นเอาจะแย่นะ" พี่สาวดิฉันว่าพลางก็เข้าไปแย่งเอาก้อนเนื้อจากปาก Micky แล้วก็เอาไปล้างน้ำ ...ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะประกาศหาเจ้าของก็คงไม่ดีแน่..พี่สาวจึงเอาไปชำแหละ ทำเป็นเนื้อตากแห้ง ..
ครั้งต่อมา Micky ไปคาบเอาหม้อหุงต้มตราจรเข้ขนาดเล็กมา ข้างในมีเศษอาหาร ติดอยู่ แกคาบมาหน้าตาเฉยเลย
"เอาอีกแล้ว Micky แกไปเอามาจากไหน ฮึ" Micky วางไว้แล้วเดินหนีไป ..ดิฉันจึงจัดการล้างหม้อนั้นให้สะอาด แล้วนำไปตั้งไว้ที่เสารั้วหน้าบ้าน เพื่อประกาศหาเจ้าของ ..ถามคนแถวละแวกใกล้ ๆ ก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของ..ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ..ไม่มีใครมาดีแคลร์..เลยต้องเก็บหม้อใบนั้นไว้ใช้เอง ...อิ..อิ
นิสัยไม่ดีอันนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ..อยู่ดี ๆ ก็คาบถุงพลาสติกโปร่งใสใบใหญ่เบ้อเริ่มมา ..แกพยายามยกมันให้พ้นพื้นด้วยความยากลำบาก ..ข้างในถุงพลาสติก มีมะนาวสดสีเขียว อยู่ 4-5 ลูก ..ช่วงนั้นมะนาวแพงเสียด้วยสิ ..
"ไปขโมยของใครมาอีกล่ะ Micky เธอไม่กินมะนาวนี่นา" แล้วมะนาวทั้งหมดก็ถูกนำมาเก็บที่ห้องครัวในบ้าน

นอกนั้นก็จะเป็นพวกเส้นก๋วยจั๊บ เส้นก๋วยเตี๋ยว แกจะคาบมาในตอนเช้า ๆ ได้มาแล้วจะทิ้งก็เสียดาย ต้องต้มให้แกนั่นแหละกิน ..กระติบข้าวเหนียว ก็ยกมาทั้งกระติบเลย ข้าวอัดแน่นเต็มกล่อง ..เอากล่องข้าวเปล่าแขนไว้ที่รั้ว ประกาศหาเจ้าของ ..ไม่มีใครมาติดต่อหรือแสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของ ปิ่นโตสแตนเลสขนาดกลาง ข้างในมีแกงขี้เหล็ก เจ้าของเขายัดใส่ถุงพลาสติก Micky ก็คาบถุงพลาสติกนั่นแหละมา ..ประกาศหาเจ้าของก็ใม่มีใครมาติดต่อ ก็เก็บไว้ใช้ที่บ้าน ..ฮา.. มีอยู่ครั้งหนึ่ง ดิฉันเดินผ่าน เห็น Micky นั่งแหงนมองไส้กรอกที่พาดตากบนราว แขวนเป็นพวงระย้า ราวตากสูงขนาดมืออื้มถึง Micky นั่งมอง ๆ ดิฉันเผลอแป๊บเดียว ใส่กรอกล่วงผลุบลงมาหนึ่งพวงตามแรงกระชากของ Micky ดิฉันทำอะไรไม่ถูก รีบบอกให้แกกลับบ้าน ..เพราะบริเวณนั้นมีดิฉันเห็นเหตุการณ์คนเดียว ..ใจเต้นตุบ ๆ กลัวเจ้าของร้านมาเห็นแล้วสั่งให้ฆ่า Micky .. .. ที่แกนั่งมอง ๆ นั่นน่ะ แกกะคำนวณความสูง ..แกกระโดดครั้งเดียวไม่พลาดเลย .....วันนั้น Micky รอดตัวอีก เพราะไม่มีใครเห็น และเจ้าของร้านก็ไม่ได้สังเกตว่า ไส้กรอกหายไปหนึ่งพวงใหญ่ ..เฮ้อ..

แต่เวลาอยู่ในบ้าน Micky ไม่เคยขโมยหรือแอบกินของในบ้านเลย ..วางไว้เต็มโต๊ะ ไม่มีใครอยู่บ้าน ไม่มีใครเฝ้า Micky ก็ไม่เคยแตะเลย ..
..ขโมยสิ่งของ..ของกินวันละเล็กละน้อย กลายเป็นเรื่องปกติของแก ..บางครั้งก็คาบช้อน ..ทับพี .ฯลฯ มาทิ้งไว้ในบริเวณบ้าน ...ดิฉันเองก็พยายามสืบหาว่าแกไปขโมยมาจากไหน ถามร้านขายอาหารบริเวณใกล้ ๆ ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีอะไรหายไป..
อยู่มาอีกวันหนึ่ง Micky ก็คาบกระด้ง ขนาดเท่าปีกของกระหังพอดี เลย .. มีคราบเลือดแห้งเกรอะติดอยู่นิดหน่อย แกคงได้กลิ่นหอม ๆ นั่นแหละ ถึงคาบมา
"Micky แกไปเอาอะไรมาอีกละฮึ..นี่ขืนแกไปเอามาอีกใบ แกต้องเป็นผีกระหังแน่ ๆ เลย" Micky วางกระด้งลง แล้วกระดิกหางทำหน้าทะเล้น ยิ่มกรุ้มกริ่ม..



Create Date : 29 มิถุนายน 2550
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 13:15:40 น.
Counter : 208 Pageviews.

1 comment

BlogGang Popular Award#13



Maya_II
Location :
มุกดาหาร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



Star sign : Gemini
Hobby : Reading & Writing
Interest : variety