ความไม่รู้+ความอดทน
ทำไมเราถึงกลัวนักกับการลงทุนช่วงนี้ คิดไปคิดมาคำตอบคือเรากลัวคลื่นใต้น้ำ เราฟังข่าวเศรษฐกิจจีนระดับมหภาคตั้งแต่ต้นปี 2010 มาตอนนี้ก็เกือบ2ปีแล้ว เราได้ยินข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับจีนตั้งแต่ตอนนั้น ก่อนหน้านั้นเราก็เคยได้เรียนมาบ้าง ทำให้เราคุ้นชินกับปัญหาเศรษฐกิจจีน มากกว่าจะมองว่าจีนสามารถช่วยดึงเศรษฐกิจส่วนอื่นๆของโลกได้

ณ เวลาที่ข่าวร้ายจากจีนยังไม่ออกสู่โลกภายนอก เราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนระดับมหภาคเป็นภาษาจีน คนจีนอ่านและเห็นด้วยกับเรา แต่พอเราเขียนเป็นภาษาไทยลงในห้องสมุด คนมากมายแสดงความไม่เห็นด้วยเยอะเกินคาด ถามว่าทำไม ทำไมคนจีนเห็นด้วยกับเรา แบบไม่มีคนค้านเลย แต่คนไทยไม่เห็นด้วย คำตอบคือ เรากับคนจีนได้ข่าวจากแหล่งเดียวกัน คือรายการต่างๆที่รัฐบาลจีนจัด ส่วนคนไทยได้อาจจะได้จากฝรั่งอีกที ถามว่าเราเห็นแบบนี้แล้วอยากตามกระแสไหม คำตอบคือเราไม่กล้าค่ะ เรารู้ว่าข้อมูลที่เราได้รับ อาจจะช้ากว่าเหตุการณ์จริงเป็นปีๆ หรืออาจจะคลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วน มันเป็นสิ่งที่เราเห็นจากการติดตามข่าวมากกว่า1ภาษา ทุกวันนี้ก็เจอข่าวที่ต่างกันออกจะบ่อย ยิ่งไม่แน่ใจในข้อมูลเข้าไปใหญ่

ถามว่าวิกฤติจะเกิดขึ้นไหม เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีวิกฤติอะไรเกิดขึ้น และไม่ขอเดา ถึงแม้จะเป็นของจีนก็ตามที เพราะเราไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริง ไม่ได้เดินดูทั่วประเทศจีน ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในจีนอีกแล้ว ในส่วนของข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เรายังขาดอยู่มากที่จะตัดสินได้ว่าอนาคตของจีนจะเป็นอย่างไร แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เราไม่อาจไปตัดสินว่ายุโรป เมกา หรือส่วนอื่นๆของโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะเรามีข้อมูลน้อยกว่าของจีนอีก

ไทยล่ะ เราก็ไม่กล้าเช่นกัน เราอยู่ที่นี่ เราอาจจะมองเห็นแค่ด้านเดียว สำคัญที่สุดคือ เรารู้ว่าสิ่งนี้เราไม่ถนัด ‘เราไม่ถนัดในการคาดสภาวะเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นของที่ไหน’

สรุป เรารู้สึกว่าเราไม่รู้อีกเยอะ จึงยอมรอเวลาที่ทุกคน ‘กลัวจริงๆ’ ในยามที่ทุกคนไม่มีเงิน เมื่อนั้นเราจะเอาเงินเก็บทั้งหมดของเราออกมาลงทุน เนื่องจากมันเป็นเงินทั้งหมดของเรา เราอาจจะเก็บได้ไม่เยอะขนาดนี้อีกเลยก็ได้ แน่นอน เราไม่เอามันมาล้อเล่นกับความไม่รู้ของตัวเองแน่ๆ

สุดท้ายอาจจะเป็นนิสัยลูกแม่ค้า ที่ต้องการสินค้าที่ราคาถูกที่สุด หุ้นจะถูกที่สุดได้เมื่อไหร่??? เมื่อทุกคนไม่มีเงินในกระเป๋าจนต้องเทขายหุ้นเอาเงินไปใช้อย่างอื่น เมื่อตอนที่คนส่วนมากร้อนเงิน เมื่อนั้นแหละ คนส่วนน้อยที่มีเงินสดอยู่ จะได้เลือกซื้อหุ้นดีๆที่มีอยู่เต็มตลาด

เราจำได้ ตอนที่เราไปเรียนที่กวางเจา เป็นครั้งแรกที่เราจากบ้านเกิน1เดือน หอพักที่เรากับพี่ๆคนไทยไปพัก เขาให้เราใช้ไฟเดือนละ200วัตต์(ไม่แน่ใจหน่วย แต่แน่ใจตัวเลข) เราเป็นคนประหยัด ก็เลยใช้ไฟไม่เคยเกิน ไม่เคยต้องกระเบียดกระเสียนช่วงกลางๆท้ายๆเดือนด้วย จำได้มีอยู่เดือนนึง ต้นเดือนฝนตก อากาศเย็น ปลายเดือน ฝนไม่ตก แดดออก อากาศร้อน คนไทยคนอื่นเปิดแอร์ช่วงต้นเดือน พอถึงช่วงกลางเดือนใช้ไฟปาเข้าไปเกินครึ่งที่เขาให้ใช้เยอะมาก ด้วยความกลัวที่จะถูกเก็บเงินเพิ่ม ตั้งแต่กลางเดือนเป็นต้นไป คนไทยส่วนมากไม่เปิดแอร์ ออกไปหาซื้อพัดลม ส่วนเราทำตรงข้าม เราไม่เปิดแอร์ตอนต้นเดือน กลางเดือนจนถึงท้ายเดือนเรามีแอร์ใช้ เปิดแอร์ได้ทุกวัน (ตอนนั้นไม่มีใครไม่อิจฉาเรา อิอิ)

ถามว่าทำไม 1 ต้นเดือนเป็นช่วงที่ฝนตก สามารถปิดแอร์นอนได้ ถือเป็นการตุนไฟฟ้าไว้ใช้ปลายเดือนได้เป็นอย่างดี 2 ต้นเดือนอากาศชื้น ถ้าเปิดแอร์จะกินไฟมากกว่าปกติ เพราะแอร์จะใช้พลังงานมากมายเพื่อทำให้อากาศแห้ง เราชอบเหตุการณ์แบบนี้ เราคิดว่าถ้าเราอดทนรอซื้อตอนวิกฤติ มันก็จะเหมือนตอนเราเรียนที่กวางเจา 1 เราอดออม มีเงินสดจำนวนมาก 2 เราได้ซื้อหุ้นดีราคาถูก

ถ้าอยากทำตามแผนที่วางไว้ งานนี้สงครามทางจิตใจครั้งใหญ่สำหรับเราเลย แต่เราคงมือบอนยากอ่ะ ขังเงินอย่างแน่นหนา โอนเข้าพอร์ทหุ้นไม่ง่าย คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่าง ตอนนี้ขี้เกียจหาข้อมูลไม่ได้ ถ้าไม่ขยันเตรียมตัว โอกาสมาก็ไม่รู้จักวิธีคว้า

ไม่ได้เขียนไดอารี่มานานแล้ว หุหุ
เขียนครั้งนี้ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เขียนอีก วันนี้ที่มาเขียนก็เพราะมีคนคุยหลังไมค์ แต่ด้วยความที่คำตอบเรามันยาวมาก เลยคิดว่าเขียนเป็นไดอารี่ แล้วส่งให้เขาอ่านดีกว่า

ปล. รายการที่เราฟังเศรษฐกิจจีนระดับมหภาคได้ถูกปิดไปแล้ว ตอนนี้ฟังระดับจุลภาคแทน ฮือๆ หารายการอื่นมาแทนยังไม่ได้



Create Date : 20 สิงหาคม 2555
Last Update : 20 สิงหาคม 2555 21:26:04 น.
Counter : 772 Pageviews.

2 comment
บันทึกการดูกราฟอาทิตย์ที่ผ่านมา (15/01/2555)
ต่อจากบันทึกเรื่องกราฟคราวก่อน ที่เกิดอยากจะดูกราฟโดยใช้สัญญาณทุกสัญญาณที่ตั้งไว้ ลองแล้วค่ะ สารภาพตามตรง มึน รู้สึกว่าเครื่องมือมันบอกเราในเวลาต่างกัน จำได้เลาๆว่ามีคนพูดไว้ในสินธร แต่หัวมันหนาจำไม่ได้เอง ต้องโดนเองกับตัว ฮ่าๆ

RSI
ตัวนี้เคยเขียนไว้ตั้งแต่คราวก่อน จริงๆมันก็อาจจะบอกจุดต่ำสุดได้เหมือนกัน แม่นด้วย หึหึ แต่อย่างว่ามันยังไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นต้องดูสัญญาณอื่นๆประกอบอยู่ดี ส่วนตัวคิดว่าตัวนี้บอกสัญญาณที่เหมาะสมได้เร็วที่สุด เหมาะมากกับการใช้เป็นสัญญาณเตือน(วันนี้ไม่เชื่อมัน ได้แผลถลอกเล็กๆ1แผล ฮ่าๆ) ถ้าเห็นมันเข้าเขต‘ขายมากเกิน’เตรียมขึ้นรายชื่อหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นในดวงใจได้เลย
หลักของมันก็ง่ายๆ ถ้าต่ำกว่า30คือ ขายมากเกินไป พอเข้าเขตนี้ ราคาอาจจะเริ่มขึ้น
ถ้าสูงกว่า70 คือซื้อมากเกินไป พอเส้นRSIมาถึงจุดนี้ราคาอาจจะเริ่มตกลง
อ้อ เราสามารถตั้งค่าให้มีเส้น30และ70ได้ด้วยนะ เราชอบมากๆเลย มันไม่เสียเวลาดี
เราแนบรูปของคุณGenieminมาด้วย คิดว่าเข้าใจง่ายกว่าเราอธิบายเอง เดาว่าอยู่ท้ายๆอ่ะนะ
เอาไปตั้งค่าเครื่องมืออื่นๆกันตามสะดวก

%K %D
เจ้าตัวนี้เหมือนเด็กอยู่ไม่สุข หรือไม่ก็อารมณ์ผู้หญิงช่วงประจำเดือนมา เปลี่ยนเร็วมาก พูดง่ายๆคือให้สัญญาณที่ผันผวนที่สุด ในความคิดเราไอ้นี่มันบอกแนวโน้มไม่ได้หรอก มันควรถูกใช้สำหรับหาจังหวะเข้าออกมากกว่า เหมาะมากสำหรับหาจังหวะระยะสั้น
หลักของมันคือถ้ามีค่ามากกว่า80แปลว่าซื้อมากเกินไป ถ้ามีค่าน้อยกว่า20แปลว่าขายมากเกินไป แต่ส่วนมากเราไม่ได้ดูตรงจุดนี้หรอก ส่วนมากจะดูเส้นมันตัดกันมากกว่า ลองสังเกตุดู ในสองเส้นนี้จะมีอยู่เส้นนึงเราสมมุติว่าเส้นฟ้า(ในกราฟที่ตั้งไว้เป็นสียังงั้นอ่ะ) ถ้ามันจะมีค่าสูงขึ้น เส้นฟ้าอยู่ด้านบน ถ้าค่ามันกำลังต่ำลง ไอ้เจ้าเส้นฟ้าจะเริ่มตัดกับอีกเส้นเปลี่ยนมาอยู่ด้านล่าง เหมือนเส้นฟ้าจะวิ่งไปตามราคา อีกเส้นจะทำหน้าที่เป็นแนวต้านหรือแนวรับ

MACD
ถ้าบอกว่าๅRSI เป็นคนใจร้อน ชอบแสดงอาการก่อนเพื่อน %K%D คือเด็กอยู่ไม่สุข MACDก็คือผู้ใหญ่ที่บอกแนวโน้มได้อย่างเป็นกลางที่สุด เหมาะมากกับการใช้ยืนยัน
ใช้คล้ายๆกับ%K %D ดูเส้นMACDเป็นหลัก ถ้ามันอยู่ด้านบนSIGNAL เราว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี ราคาน่าจะขึ้น แต่ถ้ามันอยู่ด้านล่างSIGNAL งี้เริ่มไม่ดีละ เตรียมเผ่น ถ้าเส้นทั้งสองห่างกันพอสมควร ระยะห่างค่อนข้างเสมอแสดงว่าแนวโน้มนี้ยังไปได้อีก (แต่ถ้ามันเป็นงี้มานานก็ระวังละกัน มันอาจจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้) ยิ่งมันเริ่มเป็นอย่างห่างพอสมควรและเสมอตั้งแต่อยู่ในแดนลบจนทะลุเข้าแดนบวกนะ เราว่าแจ่ม

MMA
จริงๆมันก็คือเส้นเฉลี่ยราคาหลายๆเส้นประกอบกันเป็น2ชุด ในเครื่องเราจะตั้งค่าตามนี้
3 5 7 9 11 13
30 35 40 45 50 55
ใช้ EMA ตั้ง เพราะมันดูง่าย ดูแล้วไม่งงเหมือนกับ SMA
แต่ถ้าไม่ชอบความผันผวนอย่างหนัก ก็ใช้เส้น MMAแทน
หลักๆก็ถ้าชุดแรกตัดขึ้นก็แปลว่าราคากำลังขึ้น ถ้าชุดแรกตัดชุดสองลงก็แปลว่าราคาอยู่ขาลง
เส้นนี้เราอยากใช้มันเป็นตัวยืนยันตัวสุดท้าย จริงๆ ถ้ากราฟไม่ตายซาก คือมีขึ้นมีลงบ้าง ดูตัวนี้อย่างเดียวก็ทำกำไรได้สบายๆ แต่ถ้ากราฟตายซาก ซื้อขายกันไม่กี่ราคา เช่น KTB ในเวลานี้ ฮ่าๆ ใช้สัญญาณช่วยเถอะค่ะ แต่เล่นหุ้นในกราฟตายซากต้องระวังมากๆ สัญญาณบอกต่างแค่ตัวเดียว แนะนำว่ารอดีกว่า

ปริมาณ
มีทั้งแท่งเทียนอ้วนผอม เปลี่ยนเป็นแท่งเทียนอ้วนผอมง่ายนิดเดียว คลิกตรงรูปเล็กๆที่เขียนPSที่อยู่ด้านบนของปุ่มขยายกราฟทางด้านขวา เลือกCamdle Volume ถ้าอยากกลับไปใช้แท่งเทียนธรรมดาก็ Standard แล้วก็เลือก candle บางท่านบอกเราเปลี่ยนราคาให้เป็นเส้นเดียวไปเลยก็ดี ขีดเส้นแนวรับ แนวต้านง่าย ถ้าอยากเปลี่ยนก็ไปที่เดิม Standard แต่เปลี่ยนจากๅcandle ที่อยู่ด้านล่างเท่านั้นเอง line
อีกวิธีคือแท่งปริมาณตามปกติที่ใช้กันอยู่ แต่เปลี่ยนสี และใส่ค่าเฉลี่ยลงไป
เปลี่ยนสีนี่ขอลอกคำพูดคุณหนุ่มธนูสักนิด
‘คุณไปที่กรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆที่วอลุ่มนะครับไปคลิก แล้วไปที่properties
แล้วไปติ๊กถูกที่ up/drown color ครับ วอลุ่มก็จะกลายเป็น2 สี ครับ’
ส่วนการใส่ค่าเฉลี่ย ใช้วิธีตามรูปที่แนบเลยค่ะ

แนวรับ แนวต้าน
กรณีนี้เราต้องดูคลื่นให้ออก แล้วลองกำหนดจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดไว้ ถ้าราคาไปไม่ถึงจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดล่าสุดหรือใกล้เคียงกัน ราคาอาจจะเปลี่ยนทิศทาง

ไม่รู้เราตั้งค่าเยอะไปเปล่า โปรแกรมเริ่มดูเดี้ยงๆ
เห้อ




Create Date : 16 มกราคม 2555
Last Update : 16 มกราคม 2555 21:30:37 น.
Counter : 407 Pageviews.

5 comment
บทเรียน-อย่าเชื่อแค่สัญญาณเดียว
สัญญาณทางเทคนิคบอกแค่แนวโน้ม โอกาสผิดยังมี คุณโชคดีร่ำรวยเคยพูดว่า ถ้าดูกราฟแล้วถูกสัก70เปอก็ถือว่าเก่งแล้วกับสัญญาณมาให้รอดูก่อน อย่าผลีผลามเข้าไปซื้อ

บางสัญญาณเช่น RSI ที่บางท่านชอบดู เราเคยไปนั่งดูกราฟย้อนหลัง หุ้นตัวนึงRSIต่ำกว่า30มากโข ตามหลักเราเข้าซื้อได้แล้วแหละ แต่ทว่าพอเราดูกราฟต่อไป RSIไต่ขึ้นอีกหน่อย ราคาลงต่ำ ต่อจากนั้นRSIกลับมาน้อยกว่า30อีกรอบแล้วเด้งไกลมากๆ (ไม่ได้เทียนเขียนนะคะ เห็นจากกราฟที่เกิดมาแล้วจำมาอีกที) แปลว่ามือใหม่อาจซื้อที่ราคาRSIต่ำกว่า30รอบแรก ไปคัทลอสตอนมันตกลงไปนิดหน่อย พอRSIต่ำกว่า30อีกรอบไม่กล้าซื้อ เพราะเจ็บจากที่เพิ่งคัทไป จากนั้นราคาพุ่ง(ไกลมากกก ตอนที่ดูก็ยังพุ่งอยู่ เหอะๆ) เกิดภาพขายหมูขึ้นมาดื้อๆเลย (จากนี้ไปเป็นจินตนาการล้วนๆ แยกให้ออกนะคะ)จากนั้นมือใหม่เห็นราคาพุ่งปรี๊ดๆ ทนคันมือไม่ได้เข้าไปรับมีด ราคามันก็อาจจะพักฐาน หรือเกิดเป็นขาลง คราวนี้ก็เกิดเป็นวงจร... ติดดอย ขายหมู รับมีด ติดดอยโคตรสูงอีกตลบ ไม่อยากจินตนาการต่อเลยจริงๆ กราฟนั้นสอนเราว่า สัญญาณเชื่อได้ แต่ไม่ใช่เชื่อได้ทั้งหมด ยิ่งแค่ตัวใดตัวหนึ่งยิ่งต้องระวัง น่าเสียดายตอนที่เราเจอกราฟนี้ไม่ได้ดูสัญญาณอื่นๆ จำไม่ได้ด้วยว่าเป็นของตัวไหน กราฟวันหรือนาทีหรืออะไรกลับไปดูอีกไม่ได้

เวลาขาดทุนเราจะชอบดูกราฟย้อนหลัง ตัวที่ทำเราขาดทุนบ้าง ตัวที่เราไม่ได้เล่นบ้าง ส่วนมากจะเห็นจุดบกพร่องตัวเบ้อเร่อเลย ตัวที่เล่าให้ข้างบนนั่นเป็นตัวที่เราไม่ได้เล่นแต่จำได้แม่น เพราะมันตรงกับคำพูดเซียนที่เคยบอกไว้ และน่ากลัวมากๆสำหรับเรา ไม่อยากเจอมันเลยจริงๆ ฮ่าๆ เราไม่กล้าบอกให้คุณเชื่อเราหรอก เราเองก็ไม่เก่ง แต่พอแนะนำได้ว่า ลองไปดูกราฟย้อนหลังดู ลองยึดสัญญาณใดสักสัญญาณหนึ่ง บอกกับตัวเองว่า ถ้า...แล้วเราจะซื้อ อย่าโลเลเพราะราคาอยู่ตรงหน้า จะได้เห็นอะไรหลายๆอย่างเลยค่ะ ถ้าจะให้มัน ลองเปรียบระหว่างยึดแค่สัญญาณเดียว กับหลายๆสัญญาณดู อาทิตย์นี้เราจะลองทำอย่างหลัง ที่แล้วๆมาดูพยายามดูหลายๆสัญญาณแล้วไม่รู้ทำไมไปๆมาๆดูสัญญาณเดียวทุกที จนต้องทำตารางในกระดาษ ไล่ดูสัญญาณตามที่เขียนไว้ ตอนนี้เริ่มดูทุกสัญญาณได้แล้ว ไม่งั้นเอ๋อรับประทาน อ้อ บางคนเห็นว่าเสาร์อาทิตย์คือวันพักผ่อน แต่เราสามารถใช้เวลาว่างช่วงนี้เรียนรู้ทำการบ้านรอบใหญ่ได้ ไม่ต้องถึงขั้นตัดครอบครัว เพื่อนหรือญาติหรอกค่ะ เจียดเวลามาหน่อยนึงก็พอ

คุณwizard kid บอกว่าใช้หลายๆสัญญาณเทรดนี่แหละดี ช่วงหลังๆเราเพิ่งสังเกตเห็น ถ้าสัญญาณแต่ละสัญญาณ หรือหุ้นแม่กับtfex หรือกราฟที่ระยะเวลาห่างกับกราฟที่เราใช้เทรดอยู่มันบอกเราแบบคนละทิศคนละทาง มันแปลว่าหุ้นกำลังหลงทาง ออกข้าง(sideway) หรือถ้าขึ้นก็ขึ้นไม่มาก ได้หน่อยเดียวก็ควรเผ่นแล้ว ตอนนี้เราดูกราฟ2รูปขึ้นไป รอสัญญาณทุกตัวที่เราตั้งค่าไว้มาพร้อมหมดแล้วถึงส่งคำสั่ง

อีกจุดที่สำคัญ คือถ้าถึงจุดคัทแล้วต้องคัท อย่าทำเป็นด้านชา ต่อให้ดูดีถี่ถ้วนแล้วว่ามันขึ้น แต่ถ้าราคามันลง ถึงจุดคัทก็ต้องเผ่น อย่าถัว การถัวนั่นมันเป็นวิธีวิไอ ที่เขาดูพื้นฐานมา แน่ใจว่าระยะยาวมันขึ้นและเขาต้องการถือยาวรับปันผลอยู่แล้ว ไม่ใช่แนวเทคนิคเก็งกำไร ยิ่งสำหรับมือใหม่ จิตใจยังไม่แข็งแกร่งพอ อย่าหวังว่าจะวิเคราะห์สัญญาณตอนที่มีตัวแดงๆในปอดได้ดีเท่าตอนมือว่าง

บันทึกบทเรียนบทแรก อุอุ



Create Date : 12 มกราคม 2555
Last Update : 12 มกราคม 2555 21:51:55 น.
Counter : 345 Pageviews.

9 comment

นางสาวคานทอง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]