… GREATEST LOVE OF ALL …

I believe the children are our future. Teach them well and let them lead the way
Show them all the beauty they possess inside. Give them a sense of pride to make it easier
Let the children's laughter remind us how we used to be

Everybody's searching for a hero. People need someone to look up to
I never found anyone who fulfilled my needs. A lonely place to be and so I learned to depend on me

I decided long ago. Never to walk in anyone's shadows. If I fail, If I succeed
At least I lived as I believed. No matter what they take from me. They can't take away my dignity

Because the greatest love of all is happening to me. I've found the greatest love of all inside of me
The greatest love of all is easy to achieve. Learning to love yourself, it is the greatest love of all

And if by chance that special place. That you've been dreaming of
Leads you to a lonely place. Find your strength in love ….

Valentine's Month


 
MiniPenzman
Location :
Quebec, Canada

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ไดอารี่ออนไลน์เล่มนี้
แม่ตั้งใจทำเก็บไว้ให้ ลูกน้อยของแม่
ที่กำลังจะเกิดมาเป็นกำลังใจ
ให้แม่ดำเนินชีวิตต่อไป
อย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
และมีความหวังมากยิ่งขึ้น
อย่างที่แม่และพ่อเอง
ก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตของเรา
จะมีเป้าหมายชีวิตที่มีความชัดเจน
ได้มากมายถึงเพียงนี้




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add MiniPenzman's blog to your web]
Links
 

 

The Day You Born

11 มค. 2551

วันนี้ แม่นัดคุณหมอผ่าคลอดตอน ห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นฤกษ์เวลาที่ดีของวันนี้..
แต่เราขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ 10 โมงเช้า เพื่อแวะซื้อขาตั้งกล้องถ่ายวีดีโอและของจุกจิกอีก 2-3 อย่างที่ต้องใช้ที่โรงพยาบาล
เราขับรถไปได้เกือบครึ่งทางแล้ว Daddy หนูเพิ่งนึกได้ว่าลืมฟันปลอมทิ้งไว้ที่บ้าน เราก็เลยต้องขับรถกลับบ้าน
เพื่อไปเอาฟันปลอมของ Daddy อุตสาห์ทำฟันเสียไปตั้งหลายสตังค์ อยากให้ฟันสวยเพื่อจะได้ถ่ายรูปคู่กับหนูในวันที่หนูเกิด..
ดูความเห่อของ Daddy ก็แล้วกัน แม่ให้ทำตั้งนานไม่ยอมทำ เพิ่งจะกระตือรือร้นทำเสร็จก่อนหนูคลอดได้อาทิตย์เดียว..

สรุปว่าเราต้องกลับบ้านไปเอาฟันของ Daddy แล้วไปโรงพยาบาล
ไปถึงโรงพยาบาลสมิติเวชประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง.. แม่ก็แจ้งที่ประชาสัมพันธ์นัดคุณหมอยุทธศิลป์ไว้ จะมาคลอดค่ะ
โอเค เขาก็ให้แม่ขึ้นไปชั้นสอง เพื่อทำเรื่อง admit จากนั้นพยาบาลก็ให้ขึ้นห้องพักที่ชั้น 8 ห้อง 816 สักพัก พยาบาลก็เข้ามาสอบประวัติ และขอเอกสารเพื่อทำสูติบัตรของหนู พยาบาลถามแม่เลือดกรุ๊ปอะไร แม่บอกเม่าที่ทราบล่าสุด คุณหมอที่ฝากครรภ์คนแรกตรวจว่าเลือด กรุ๊ป O ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ขอเลือดไปตรวจก่อนเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง

สักพักพยาบาลคนเดิมก็มา บอกว่า แน่ใจเหรอว่าตัวเองเลือดกรุ๊ป O แม่บอก เท่าที่ทราบมาตลอด ตัวเองเลือดกรุ๊ป AB แต่ล่าสุดเมื่อตอนตั้งท้องใหม่ๆ คุณหมอที่ฝากครรภ์คนแรก เขาเอาเลือดไปตรวจแล้วบอกว่า เราเลือดกรุ๊ป O เราเองก็งงๆ ตกลง O หรือ AB กันแน่
พยาบาลเลยบอกงั้นขอเอาเลือดไปตรวจซ้ำอีกรอบแล้วกัน..

สรุปแม่เลือดกรุ๊ป AB จริงๆ..
นี่ถ้าแม่คลอดกับคุณหมอคนแรกที่แม่ฝากครรภ์ ซึ่งเป็นอาจารย์หมอ หัวหน้าแผนกสูติ ที่โรงพยาบาลของรัฐ แล้วเกิดแม่เสียเลือดมากและจำเป็นต้องให้เลือด แม่ไม่แย่เหรอลูก โชคดีที่ Daddy ของหนูบอกให้แม่เปลี่ยนหมอ เปลี่ยนโรงพยาบาล ไม่งั้น เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากัน นึกๆ แล้วยังเสียวไม่หายเลยลูก..

หลังจากเคลียร์เรื่องกรุ๊ปเลือดแล้ว ก็มีพยาบาลอีกหลายคนเข้ามาเตรียมความพร้อมให้แม่ ตั้งแต่โกนขน สวนก้น อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า จนได้เวลา เขาก็ให้แม่เปลี่ยนเตียงแล้วเข็นไปที่ห้องผ่าตัด ตอนสี่โมงกว่าๆ ได้ Daddy ก็ตามลงมาด้วยเพราะอยากจะถ่ายวีดีโอเก็บเอาไว้ พอมาถึงหน้าห้องผ่าตัด เขาก็ให้แม่รอแป๊ปนึง แล้วให้ Daddy เปลี่ยนเสื้อผ้า Daddy ก็มากระซิบแม่ว่า “ You’ll be OK. “
แม่ก็บอก Daddy “ I know I will be OK ” แต่เสียงแม่เหมือน Zomby เลย Daddy บอก.. แม่คงกลัวแต่พยายามข่มใจ มันไม่ถึงกับกลัวมากมายหรอกลูก ใจแม่คิด ก็แค่ผ่าคลอด มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่มันก็อดตื่นเต้นผสมเสียวๆ ไม่ได้ ก็คนไม่เคยผ่าตัดนี่หว่า

จากนั้นเขาก็ให้แม่ขึ้นเตียงผ่าตัด สักแป๊ปหนึ่งหมอวิสัญญีก็มาคุยกับแม่ ขอดูกระดูกสันหลังแม่หน่อยว่าจะฉีดยาชาเพื่อบล็อคหลังได้มั้ย หมอบอกเห็นประวัติแม่แล้วหนาวเลย เพราะน้ำหนักตั้ง 90 กิโล กลัวว่าจะหากระดูกสันหลังไม่เจอ แต่ปรากฏว่า แม่ไม่ได้อ้วนไขมันจุกอย่างที่หมอคิด เพราะแม่เป็นคนโครงกระดูกใหญ่นะ หมอบอกโชคดีไป เพราะถ้าอ้วนมากจะหาแนวกระดูกลำบากเนื่องจากชั้นไขมันหนา และต้องใช้เข็มแท่งยาวมากๆ แทงลงไป คนไขจะเจ็บ สรุปว่าแม่โชคดีอีกหนึ่งอย่าง

จากนั้น วิสัญญีแพทย์ ก็คุยกับแม่ว่า ไม่ต้องกลัวนะ เราจะเริ่มแล้ว ไม่เจ็บหรอก กลัวมั้ย แม่ก็บอก ไม่กลัวมากแต่ตื่นเต้น หมอลุยเลยเถอะ เอาให้มันจบๆ ไป หมอขำใหญ่ บอก เอ่ยดี สุขภาพจิตดีทั้งพ่อทั้งแม่ ลูกออกมาต้องเป็นเด็กอารมย์ดีแน่ๆ จากนั้นหมอก็เริ่มลงมือฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง.. ไม่เจ็บเลยลูก แม่แทบไม่รู้สึก เจ็บน้อยกว่าตอนเจาะหน้าท้องตรวจน้ำคร่ำตั้งเยอะ เจ็บน้อยกว่าตอนพยาบาลฉีดวัคซีนเสียอีก.. ผ่านช่วงนี้ไปได้ก็หวานหมูแล้วลูก เพราะตอนผ่ามันไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว

ผ่านไปได้สัก 10 นาทีมั้ง แม่ไม่รู้หรอกว่ากี่นาที แต่ความรู้สึกแม่ มันแป๊ปเดียว เพราะมัวแต่คุยกับหมอวางยากับพยาบาล เขาขวนแม่คุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อยเปื่อย เรื่องงาน เรื่องธุรกิจ เรื่องภาษาอังกฤษว่า แม่พูดภาษาอังกฤษเก่งจัง ไปหัดจากไหนมา อะไรประมาณนั้น คุยกันไม่กี่ประโยคหรอก แม่ก็ตะโกนถามคุณหมอที่ทำคลอดว่า เตรียมเครื่องมือเสร็จหรือยัง จะลงมือกรีดเมื่อไหร่บอกด้วยจะได้เตรียมใจแต่เนิ่นๆ หมอทำคลอดบอก
“ ลูกเธอหัวกำลังจะโผล่แล้ว...”
“ อ้าวเหรอ หนูนึกว่ายังเตรียมเครื่องมืออยู่ “
สักแป๊ปเดียวเอง แม่ก็ได้ยินเสียงหนูร้อง “ แงๆๆๆๆๆ “ ดังลั่นห้องเลย หมอตะโกนบอกแม่
“ โอ้โห้ ลูกหัวกลมบ๊อกเลย ถ้าคลอดเองสงสัยหัวไม่ได้สวยอย่างดี “ แม่ก็เลยถามหมอ
“ จมูกละ เหมือนพ่อหรือเหมือนแม่คุณหมอ “ หมอบอก
“ โด่งเหมือนพ่อเลยครับ หน้าก็เหมือนพ่อ ” แม่ก็บอกหมอ
“ อะไรจะเหมือนแม่ก็เหมือนไป ยกเว้นจมูก เพราะจมูกแม่ไม่สวยเหมือนของพ่อเขา “

แป๊ปนึงพยาบาลก็อุ้มหนูมาให้แม่ดู เอาหน้าหนูมาใกล้ๆ หน้าแม่ แม่ขยับตัวไม่ได้เลยลูก เพราะฤทธิ์ยาชายังไม่หมด แขนก็โดนมัดเอาไว้กับเครื่องอะไรก็ไม่รู้ แม่ทำได้ก็แค่ชวนหนูคุย
“สวัสดีลูก หนูจำเสียงแม่ได้มั้ย เราคุยกันเกือบทุกวันเลยตอนที่หนูยังอยู่ในท้องแม่ไง จำได้มั้ยลูก”
หมอกับพยาบาลก็หัวเราะ บอกว่า แม่อารมย์ดีจัง ยังมีอารมย์คุยกับลูกอีกเหรอ กำลังใจดีมาก เพิ่งโดนผ่าแท้ๆ อิอ
แม่ก็บอกหมอ อ้าว แล้วหมอจะให้หนูร้องให้เหรอค่ะ 55 หนูอยากอุ้มลูกอ่ะ แต่อุ้มไม่ได้โดนมัดมือมัดแขนแบบนี้ ถ้าได้อุ้มลูก หนูคงได้ร้องไห้ปี่แตกแน่เลย.. หมอกับพยาบาลก็หัวเราะแม่กันใหญ่เลย (มันขำตรงไหนเหรอฟ่ะ คนอาชีพนี้เขาเส้นตื้นกันจังเนอะลูก อิอิ)

แล้วเขาก็เอาหนูไปอาบน้ำล้างตัว เข้าตู้อบ อะไรต่อมิอะไร สรุปหนูคลอดออกมาแล้วตอน 17:09 น้ำหนัก 3630 กรัม

จากนั้นเขาก็เข็นแม่ออกมาจากห้องผ่าตัด มานอนรอที่ห้องเตรียม ให้ยาชาหมดฤทธิ์ Daddy ก็ไม่อยู่
แม่ไล่ให้ไปเฝ้าหนูที่ห้อง Nursery ส่วนแม่ก็นอนรออยู่อย่างนั้น จนเขามาเข็นแม่ขึ้นห้องพักนะแหละ ระหว่างทางแม่ได้ยินเสียง Daddy กับลุง John และน้าเล็ก คุยกันและกำลังดูหนูอยู่ที่ข้างๆ ห้องกระจก ก็เลยตะโกน Hello Guys !! นั่นแหละ ทุกคนถึงได้หันมา
แล้วเราก็พากันขึ้นห้องพัก พอขึ้นห้องแม่เห็นนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แม่ก็เลยบอก Daddy เอาโทรศัพท์มาให้แม่หน่อยแม่จะโทรหาคุณตาคุณยาย..





 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 27 มีนาคม 2551 23:02:33 น.
Counter : 1715 Pageviews.  

มันคือความบังเอิญหรือดวงชะตาฟ้าลิขิต ที่เราแม่ลูกเกิดวันเดียวกัน

8 มค. 2551

วันนี้หมอนัดแม่ไป Follow up เพราะตั้งท้องหนูได้ 39 WK กว่าๆ ซึ่งน่าจะคลอดได้แล้ว หนูรู้มั้ย กำหนดคลอดเดิมที่หมอบอกคือ วันเสาร์ที่ 12 มค. 2008 ที่จะถึงในอีก 4 วันข้างหน้านี้ หมอบอกอาการทุกอย่างสำหรับคนใกล้คลอดก็มาหมดแล้ว แต่ไม่ยักกะเจ็บท้องคลอดเสียที อาทิตย์ที่แล้วที่แม่ไปตรวจหมอก็บอกว่า ถ้า 12 มค. ยังไม่คลอด หมอจะรอถึงวันที่ 19 มค. (41 WK)
ถ้ายังไม่ยอมคลอดอีก คงต้องผ่าแล้ว เพราะเก็บไว้นานไม่ดี รกจะเสื่อมแล้วทำให้หนูได้อาหารไม่เต็มที่ จะอันตรายกับหนู วันนี้หมอก็เลยจับแม่ขึ้นขาหยั่ง เช็คมดลูก และกระดูกเชิงกราน แล้วก็ดูด้วยว่าหนูกลับหัวลงข้างล่างพร้อมออกมาดูโลกหรือยัง

หมอบอก อือม์... ลูกกลับหัวแล้วนะ แต่หัวมันลอยอยู่ตรง inlet (ส่วนบนของกระดูกเชิงกราน) ไม่ยักลงมาไม่ถึง outlet (ส่วนปลาย)
หมอถามแม่ ท้องแข็งบ่อยมั้ย..
แม่ว่า.. มันก็แข็งทุกวันแหละคะหมอช่วง 2 อาทิตย์มาเนี่ย วันละหลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะกลางคืน แข็งมาก แล้วลูกก็จะดิ้นแรงด้วย บางทีก็โย้ไปทางขวา บางทีก็โย้ไปทางซ้าย ทำให้รู้สึกได้เลยว่า ลูกอึดอัด ไม่สบายตัว เวลาเดินก็ปวดหน่วงๆ ตรงช่องคลอด กับเจ็บกระดูกเชิงกราน เวลาล้มตัวลงนอนยิ่งแล้วใหญ่ มันปวดร้าวไปหมดแถวๆ กระดูกเชิงกราน กว่าจะขยับหาท่านอนได้ลงตัว แสนทรมาน
หมอบอกแม่ว่า เท่าที่เช็คดู ปากมดลูกยังไม่เปิด แต่ดูเหมือนกระดูกเชิงกรานจะแคบ ตรวจเสร็จหมอก็อธิบายให้ฟังตามรูปในคอมพิวเตอร์

หมอว่า.. กระดูกเชิงกรานของเรามันไม่เป็นทรงกลมปกตินะ(Round angle) มันเป็นทรงสามเหลี่ยม (Sharp angle) เลยทำให้มันแคบ
หากอยากคลอดเอง หัวเด็กอาจจะติด และคลอดยาก แม่จะทรมานด้วย เพราะกระดูกเชิงกรานมันไม่ขยาย
(มีด้วยเหรอ กระดูกเชิงกรานเป็นทรงสามเหลี่ยม หมอโกหกแม่ เพราะอยากให้แม่ผ่าหรือเปล่า หมอจะได้ไม่เสียเวลา ใจแม่คิดไป)

หมอเหมือนจะรู้ใจแม่.. หมอบอกอยากลองคลอดเองดูก่อนก็ได้ แต่คาดว่า ไม่น่าจะไหว เพราะดูแล้ว หนูตัวใหญ่มาก
แถมกระดูกเชิงกรานแคบอีก กลัวว่า หัวของหนูจะใหญ่กว่าช่องคลอดของแม่ ซึ่งก็เสี่ยงว่า หัวหนูอาจไม่สวย หรือเบี้ยว สมองหนูอาจขาดออกซิเจน แล้วแม่เองก็จะเจ็บทรมานนานกว่าคลอดปกติ

แม่นึกในใจ ต้องผ่าจริงๆ เหรอเนี่ย..
ไม่อยากผ่าเลย แม่ตั้งใจจะคลอดหนูเองตามธรรมชาติอย่างที่แม่เคยเล่าให้ฟังนะแหละ
แต่ใจหนึ่งก็คิด ถ้าไม่ผ่า ก็จะเสี่ยงกับหนูและตัวแม่เอง ผ่าก็ผ่า ให้มันเสร็จๆ ไป เพราะ 2-3 อาทิตย์หลังนี้ แม่รู้สึกทรมานและเบื่ออุ้มท้องเต็มทีแล้ว

แม่เลยปรึกษาคุณหมอ และ DADDY
วันไหนดีล่ะ วันเสาร์ที่จะถึงตามกำหนดดีมั้ย ว่าไงอ้วน (DADDY ของหนู มีชื่อไทยที่แม่ตั้งให้ว่า อ้วน อิอิ)
DADDY บอก UP TO YOU ดีเหมือนกัน อยากเห็นหน้าลูกใจจะขาดอยู่แล้ว
โอเคหมอ งั้นวันเสาร์เลยละกัน สะดวกดี พ่อแม่พี่น้องจะได้มาเยี่ยมได้ด้วย เพราะตรงกับวันหยุด..

แม่ก็เลยโทรบอกคุณยาย.. แม่ หนูจะผ่าคลอดวันเสาร์แล้วนะ
คุณยายบอก ไม่ได้ วันเสาร์ปีนี้ไม่ดี เป็นวันโลกาวินาศ ให้ผ่าวันพฤหัสเพราะเป็นวันธงชัย
แม่ว่า “ มะรืนนี้เลยเหรอแม่ !! เร็วไปไม่เอา มีงาน JOB ค้างอยู่ ขอเวลาสักวันสองวันเถอะ อยากเคลียร์งานจ๊อบให้เสร็จก่อน “
คุณยายเลยว่า “ เหรอๆ โอเค เดี๋ยวแม่ไปถามหลวงตาที่วัด ให้ท่านดูฤกษ์คลอดให้นะ”

คุณยายกับป้าของหนู พากันบึ่งไปหาหลวงตาคำพันที่วัด หลวงตาให้ฤกษ์มาวัน ศุกร์ที่ 11 มค. กับ วันจันทร์ที่ 14 มค.
วันศุกร์ที่ 11 มค. ดวงหนูถูกโฉลกกับดวงของแม่และพ่อ ฤกษ์คลอดก็ตอน 17:00 – 18:59
วันจันทร์ 14 มค. ดวงหนูถูกโฉลกกับดวงของแม่ ฤกษ์คลอดก็ตอน 11:00 – 12:59
แม่เลยบอกยาย.. โอเค งั้นก็ผ่าวันศุกร์ละกัน พี่ๆ น้องๆ จะได้ขับรถมาดูหลานวันเสาร์-อาทิตย์ได้ โอเคนะแม่
พอวางสายคุณยาย แม่ก็หันมาบอก DADDY ระหว่างที่กำลังขับรถกลับบ้าน ตกลงเป็นผ่าวันศุกร์ที่ 11 นะ แม่ดูฤกษ์ให้แล้ว
เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าโทรไปขอเลื่อนนัดหมออีกที.. เท่านั้นแหละโดนเลย.. DADDY ว่าแม่ว่า งมงาย เชื่ออะไรกับเรื่องพวกนี้ คนเก่งๆ ดีๆ นักวิทยาศาตร์ เศรษฐีในโลกนี้เกิดมันทุกวันนะแหละ ไม่เฉพาะเจาะจงต้องเป็นวันศุกร์หรอก และก็ร่ายยาวอีกหลายนาที (แม่นั่งเงียบ พร้อมถอนหายใจแล้ว ถอนหายใจอีก เซ็งจิตสุดๆ เลยลูก) แม่ปล่อยให้ DADDY บ่นไปสักพัก... มากๆ เข้าชักทนไม่ไหว เลยบอกไปแบบอารมย์เสียๆ ว่า อย่าทำตัวเป็นคนหัวสี่เหลี่ยมได้มั้ย เรื่องนี้ฉันขอ เพื่อความสบายใจของฉันและทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่ฉัน แล้วมันจะตายเหรอถ้าจะคลอดลูกวันศุกร์ แทนที่จะเป็นวันเสาร์เหมือนที่ตั้งใจแต่แรก... อีกอย่างมันก็เป็นวันเกิดของฉันด้วย แม่ลูกเกิดวันเดียวกัน โอกาสที่จะเกิดเหตุการ์ณแบบนี้มีกี่ % แล้วมันก็สะดวกกับญาติโก โหติกาของฉันด้วย เขาจะได้มาดูหน้าหลานกันวันหยุด ไม่ต้องลางานให้วุ่นวาย หรือว่าจะให้รอจนเจ็บท้องคลอดเอง เอามั้ยล่ะ แม่ยิ่งอยากคลอดเองอยู่นะ DADDY ว่า จะบ้าเหรอ ไหนๆ ก็คลอดเองไม่ได้อยู่แล้ว แล้ววจะรอให้เจ็บตัวทำไมล่ะ ในเมื่อถึงกำหนดคลอดแล้ว ก็ควรจะคลอดเลย ต้องรอทำไมอีกเป็นอาทิตย์ๆ แม่บอก DADDY ว่า ฉันไม่เอาวันเสาร์ ไม่วันศุกร์ ก็วันจันทร์ 2 วันนี้เท่านั้น พ่อบอกวันเสาร์มันไม่ดียังไง พ่อเองก็เกิดวันเสาร์ มันไม่ดีตรงไหน แม่บอก วันเสาร์ปีนี้ มันไม่ดี แต่ละปีมันไม่เหมือนกัน พูดไม่รู้เรื่อง จะเลิกงี่เง่าได้หรือยัง ถ้ายังยืนกรานจะให้คลอดวันเสาร์ วันโลกาพินาศ ก็คลอดเองแล้วกัน ฉันจะรอจนกว่าจะเจ็บคลอด แล้ววันคลอดก็ไม่ต้องขับรถพาฉันไปด้วย ฉันขับของฉันเองได้ เรื่องขี้หมาๆ แค่นี้ ดีเสียอีกฉันจะได้ ไม่ต้องมานั่งประสาทเสีย ฟังเธอด่าชาวบ้านไปตลอดทางว่า คนไทยขับรถแย่ๆ... (ที่แม่พูดอย่างนี้เพราะแม่รู้ว่า พ่ออยากเห็นหน้าหนูใจจะขาดอยู่แล้ว เร่งคืนเร่งวันเป็นบ้าเป็นหลังให้ถึงวันที่ครบกำหนดคลอดเร็วๆ )

นั้นแหละ DADDY ถึงได้หยุดบ่น แล้วบอกว่า โอเคๆ ดีเหมือนกัน แม่ลูกเกิดวันเดียวกัน จำง่ายดี ไม่ยุ่งยาก เวลาฉลองครบรอบวันเกิด จะได้หาของทีเดียว 2 ชิ้น หนเดียวจบ ไม่ต้องวุ่นวาย ดู DADDY ของหนูดิ ต้องให้แม่อารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเรื่อยเลย..

สำหรับแม่นะเหรอ แม่ก็ลุ้นๆ อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่า จะเจ็บท้องคลอดหนูตรงกับวันเกิดของตัวเองหรือเปล่า เพราะวันครบกำหนดคลอดมันติดกับวันเกิดของแม่เลย แต่แม่ก็ไม่ได้หวังอะไรมาก เพราะตั้งใจจะคลอดเองตามธรรมชาติ กะว่า เจ็บท้องคลอดเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ แต่ปรากฏว่า แม่คลอดเองไม่ได้ ต้องผ่าคลอด เราก็เลยต้องลงเอยด้วยการเกิดวันเดียวกัน แบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้ก่อน

แต่แม่ก็ดีใจและปลื้มใจนะ ที่เราสองคนเกิดวันเดียวกัน ซึ่งเป็นวันที่ดีมาก เพราะ ถูกโฉลกกับปีเกิดทั้งของพ่อและแม่ เขาบอกว่า ถ้าลูกเกิดวันนี้ ลูกจะช่วยส่งเสริม และเติมเต็มดวงชะตาชีวิตในส่วนที่ขาดของทั้งพ่อและแม่ ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับพ่อของหนู.. เรื่องแบบนี้พิสูจน์ไม่ได้ จริงหรือไม่จริงแม่ก็ไม่รู้ แต่เพื่อความสบายใจของแม่ และของคุณยาย แม่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ดีกว่า รู้แล้วไม่ทำอะไร ปล่อยให้หนูเกิดตรงกับวันโลกาพินาศ จริงมั้ยลูก ...




 

Create Date : 09 มกราคม 2551    
Last Update : 10 มกราคม 2551 2:45:35 น.
Counter : 3646 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.