กลับมาอีกรอบ ไปมามาไป
Group Blog
 
All blogs
 

BLT ดำ ดำ ดำ! ไม่ต้องสงสัย!



เอ้อ เมื่อวันก่อนคุยกับเพื่อนผองอยู่หน้าคอมนานสองนานค่ะ แล้วที่ร้ายกว่านั้นก็คือ เผอิญว่าได้ใช้วาจากัดจิกเป็นกระเทยปากร้ายใจร้ายอยู่นานโข วันนี้ปากและใจมันก็เลยยังไม่สงบ พยายามใส่ตระกร้อไว้อิฉันก็เผลอแทะตะกร้อออกมาเห่าหอนโหยหวนต่ออีก คงไม่มีอะไรช่วยได้แล้ว นอกจากการอัพศัพท์ใจร้ายใจดำอำมหิตกันวันนี้นะคะ

เอาคำว่าอะไรดีคะ BLT ดีไหม?

คืออย่างนี้ค่ะ สมมติเหตุการณ์กันดีกว่า และเนื่องจากต้องมีตัวละครประกอบเพิ่ม เราจะให้มีคุณมิ้ง และนังมิ้งนะคะ ดูจากชื่อก็รู้แล้วว่าคนแรกนั้นแสนจะเป็นผู้ดีเรียบร้อยใสซื่อ ยิ่งกว่าลูกแกะผสมกระต่ายและกวาง (เหล่าสัตว์น่ารักใสซื่อทั้งนั้นน!) ส่วนตัวหลัง คนหลังก็ได้ เป็นกระเทยปากร้ายใจร้าย อันเป็นภาคจำแลงอวตารพิศดารที่สามารถเถือกเถือคนได้ด้วยสายตา และฆ่าต่อให้ดาวดิ้นด้วยวาจาค่ะ

ขณะนั้นทั้งสองกำลังอยู่ในห้างใหญ่แห่งหนึ่ง แล้วคุณมิ้งก็แนะนำว่าขณะนี้ก็เลยเวลาอาหารมาโข เราจึงควรที่จะหาอะไรรับประทานกันเพื่อรองท้อง และเนื่องจากนังมิ้งนั่นอยากจะเป็นฝรั่ง ไม่อยากได้ข้าว หรือก๊วยเตี๋ยวใด ๆ ก็เลยมาลงเอยกันที่ร้านแซนด์วิชน่าอร่อยแห่งหนึ่ง

เนื่องจากนังมิ้งเต็มไปด้วยความงกวุ่นวายอยู่ในกมล (ซึ่งย่อมาจากกมลสันดาน) พอเห็นว่าต้องมีการแก่งแย่งตบตีชิงโต๊ะกันเล็กน้อย ก็เลยไม่เป็นรองใครในการวิ่งพุ่งเข้าไปฉกโต๊ะและก็กอดไว้ไม่ยอมให้ใครมาแย่ง ก็เลยเป็นหน้าที่ของคุณมิ้งในการเดินไปสั่งอาหารสำหรับสองคน

“สั่งอะไรดี?” คุณมิ้งถามนังมิ้งหลังจากเห็นว่าคนหลังยอมตายไม่ยอมลุกเสียม้าเสียโต๊ะไปแน่ ๆ

และคนหลังก็กระซิบกระซาบมาว่า “BLT”

“อะไรนะ กระซิบมาทำไม ไม่ได้ยินเลย”

“BLT … BLT ไง”

ท่าทางนังมิ้งดูจะหมกมุ่นเป็นพิเศษ คุณมิ้งก็เลยตัดใจไม่ถามต่อ แล้วเดินไปสั่งอาหารแทน

สักพัก คุณมิ้งก็เดินกลับมาพร้อมอาหารที่โต๊ะ แต่อ๊ะ ทำไมนังมิ้งดูงง ๆ ล่ะคะ

“คุณมิ้ง ... เอาแซนด์วิชเบคอนมาทำไม ไม่ได้อยากกินซะหน่อย”

“อ้าว ก็เมื่อกี้ใครกระซิบกระซาบว่า BLT BLT กันล่ะ”

“ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย ก็เมื่อกี้น่ะ โต๊ะข้าง ๆ เราเป็นนิโกรใช่ไหมคะ ก็เลยบอกคุณมิ้งไงคะว่า BLT BLT ...” นังมิ้งกรอกตาไปมาสักพัก ก่อนที่จะพูดต่อ “BLT ที่มาจาก Burnt Like Tar น่ะ ก็ดำขนาดนั้นนี่คะ จะเป็นอะไรไปได้”

นั่นแหละค่ะ กรรมสนองพวกปากร้ายใจร้าย นังมิ้งก็เลยต้องนั่งกินสิ่งที่ไม่ได้อยากสั่งไป ก็ใครใช้ให้ไปเหยียดคนอื่นเค้าล่ะคะ เหยียดไม่พอ ยังนินทาเผาขนแบบนี้อีก!

หมายเหตุ BLT ที่เป็นแซนด์วิช มาจากเบคอน ผักกาด มะเขือเทศรวมตัวกันเป็น BLT – Bacon, Lettuce, Tomato

ส่วน BLT ที่เป็นคำกัดจิกของนังมิ้ง มาจาก Burnt Like Tar ก็ได้ Burnt Like Toast ก็ได้ อันไหนก็ดำเป็นตอตะโกเหมือนกัน!

งวดนี้ไม่มีแหล่งอ้างอิง เพราะเชื่อถือไม่ได้มาก ฮ่า!



ปล. จริง ๆ แล้วอิฉันชอบแซนด์วิช BLT นะคะ อันนี้เป็นเหตุการณ์สมมติ แล้วอีกอย่าง อิฉัน anti-racist นะเจ้าคะ หรือว่าอาจจะเป็น racist เพราะเชื่อในความเป็นตะวันออกก็ได้ ฮ่า!




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2550    
Last Update : 29 มิถุนายน 2550 16:24:14 น.
Counter : 538 Pageviews.  

DRT DRTTTT FOS FORD C/C ตาย ตาย ตาย ดูยังไงก็ไม่รอด!!!



คุณขา วันนี้ฉันฝันหวานล๊าลามากว่าจะออกไปกระดี๊กระด๊าร่าเริงนอกบ้าน แต่แล้วคุณฝนก็ตกต๊กตก ฟ้ามืดดำทะมึนคล้ายจะเกิดอาเพศ ออกไปคงจะมิเป็นการ ได้รถติดสองสามชั่วโมงแน่ ๆ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองความโกรธแค้นต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เรามาดูศัพท์ใจร้ายใจดำคำใหม่กันไหมคะ?

ค่ะ อัพอะไรกันดีคะ เหลียวมองไปรอบตัว ตอนนี้พวกเรื่องชุดที่เกี่ยวกับคดีสืบสวนฆาตกรรมระบาดเกลื่อนเมืองไม่เลิกไม่รา ทุกเรื่องอย่างน้อยก็มีคนตายตอนละศพสองศพใช่ไหมคะ? อย่ากระนั้นเลย เรามาอัพเกี่ยวกับศัพท์หมอและพวกกู้ภัยกันบ้างดีกว่า นั่นแหละค่ะ เค้าจะสื่อสารอย่างไรกันดีคะ มีศพนอนตายอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว จะตะโกนไปว่า ...เฮ้ยย พรรคพวก มีนอนตายอยู่ตรงนั้นอีกศพว่ะ... ก็ดูจะดูศพเก็บศพมากไปจนลืมความเป็นมนุษย์ในใจมากไปนิด มิหนำซ้ำ ยังจะยาวย๊าวยาวอีก เกิดมีหลายงานกว่าจะคุยกันแล้วเก็บชันสูตรหมดทุกก็เลยเทศกาลปีใหม่ไปฮัลโลวีนพอดี

ก็เลย นี่คะ DRT ย่อกันไปง่าย ๆ แต่ได้ใจความ Dead Right There ตายอยู่ตรงนั้นเอง นอนตายอยู่ตรงนั้นแหละ แค่มองตากันพยักหน้าสั้น ๆ ก็รู้เรื่องแล้ว

หรือว่า อ๊ะ เกิดมีหลายศพล่ะคะ ก็ไม่ยากอะไร เติมตัว T ไปอีกนิดให้เป็น DRTTTT ก็ได้ Dead Right There, There, There and There ตายแง๊บตายแหง๋อยู่ตรงนั้น ตรงโน้น ตรงนู้น และตรงนู้น เหมาะสมมากสำหรับฉากตายเกลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงปืนกราดสาดตายกระจายที่อเมริกา

หรือว่าจะเป็น FOS ดีคะ? คำนี้ไม่ค่อยต่างจาก FORD เท่าไหร่ ทั้ง Found On Street และ Found On Road Dead ก็คือเจอตอนตายกลายเป็นศพอยู่บนถนนทั้งสองคำ

พูดไปพูดมารู้สึกว่าวันนี้เราจะใจร้ายมากไปแล้ว ขอปิดท้ายให้ใจร้ายอีกหน่อยด้วยคำว่า C/C ก็แล้วกันค่ะ Cancel Christmas ตายแล้วก็ไม่ต้องฉลองอะไรกันอีกแล้วนี่คะ!

อ้างอิง
1. //messybeast.com/dragonqueen/medical-acronyms.htm
2. //en.wikipedia.org/wiki/Medical_slang

และขอขอบคุณ พี่จูน - MoneyPenny - สำหรับประกายไฟใจร้ายวันนี้ค่ะ – ถ้าพี่จูนไม่ใจร้ายทำไม่ได้น่ะเนี่ยยย :D :D :D


ปล. รูปไม่เข้ากับแนวบล็อกอย่างหนักเลยนะเนี่ย :D



อย่างไรก็ดี เจ้าของบล็อกจะหนีไปเที่ยวอีกแล้วนะคะ กลับมาช่วงวันอังคาร ระหว่างนี้คงไม่อาจไปเตร็ดเตร่ที่บล็อกไหนได้ ขอติดค้างไว้ และกลับมาชดใช้หลังเที่ยวนะคะ ... ฮ่า ประมาณว่าเที่ยวเสร็จแล้วมีอะไรค่อยว่ากัน!




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2550 20:28:43 น.
Counter : 552 Pageviews.  

Food Nazi กี่กิโลแคลอรี่ที่กินเข้าไป???!!!



//ตอนนี้มี ส-อ-ง เวอร์ชั่นนะคะ อาจจะยาวไปสักนิด//

[เวอร์ชั่นที่ 1]

คุณขา คุณขา กรี๊ด กรี๊ด สะกรีมมิ่ง ฟอร์ เฮล เอ๊ย ฟอร์ เฮลป์ ค่ะ อิฉันกำลังมีความสุขกับอาหารและแน่นอนว่าการกินมาก มากจนชักจะกลายเป็นลูกขนุนกลิ้งไปกลิ้งมาแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดได้ค่ะ ฟรุตเค้กที่เพิ่งได้มาอร่อยมาก ๆ และก็ยิ่งอร่อยถ้าได้ราดแอปปริคอท แบรนดี้ที่มีอยู่ลงไปจนโชกชุ่มและชุ่มโชก - ชุ่มโชกไปทั้งน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต บวกกับแอลกอฮอล์ โอ้ ดับเบิลแอคแทคสแน๊กกกมรณะจริง ๆ

คุณน้องชายเธอก็เลยทนไม่ได้ ถึงกับแต่งตั้งตัวเองเป็น Food Nazi ขึ้นมา ... ท่ามกลางความสบายใจปน ๆ ผสมผสานไปกับความทุรนทุรายของนังพี่สาว ชนิดที่ว่า ….. ดี ดี ห้ามชั้นไว้นะเธอ … สลับไปกับ … อ๊า อ๊า อยากกิน กินไม่ได้เหรอ คำเดียวเอง … ขึ้นมา

เอ๊ะ ครั้นแล้ว Food Nazi คืออะไรเหรอคะ? คำว่า Nazi ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไรเอ่ยอ๊ะคืออะไรคะขึ้นมาแน่นอน เรารู้กันอยู่แล้วว่า Nazi ในความหมายหนึ่งที่นอกเหนือไปจากแนวคิดและนโยบายพรรคสังคมนิยมของฮิตเลอร์ ก็คือเหล่าสมาชิกพรรคที่ยึดมั่นหนักแน่นกับอุดมการณ์นี้ใช่ไหมคะ ดังนั้น คำนี้ก็เลยกลายไปสแลงแสลงหูเรียกคนที่เชื่ออะไรไปจนถึงขั้นยึดมั่นถือมั่นอย่างจริงจัง เกินจะจริงจังกันอย่างไรล่ะคะ

และคำนี้ก็สามารถมาผสมกับคำนามอื่น ๆ อย่าง Grammar Nazi เรียกพวกที่บ้าหลักไวยกรณ์ชนิดกรี๊ดกรี๊ดผิดไม่ได้ขึ้นมา พวก spelling Nazi ชีวิตนี้ห้ามสะกดคำผิด และอื่น ๆ อีกมากมายที่กำลังนอกเหนือสถานการณ์เฉพาะหน้าของอีฉัน

เพราะขณะนี้ พระที่มาโปรด เอ๊ย คุณน้อง Food Nazi ที่กำลังดำรงตำแหน่งผู้ควบคุมดูแลการกินอาหารกำลังทำอย่างนี้อย่างขะมักเขม้น อันนี้กินได้ อันนี้ไม่ควรกิน อันนี้กินได้แต่ต้องระวัง นมเอาพร่องมันเนย ดังเช่น

“เยลลี่กาแฟน่ากินจังเลย”
“เมื่อวานนี้เธอเพิ่งกินเครปไป ครีมทั้งนั้นด้วยนะ”
“แต่น่ากินน่ะ”
“ชิ้นแค่นั้นน่ะ เธอรู้ไหมว่ากี่แคลอรี่ .... นั่นน่ะ กินขนมกินของหวานแบบนี้น่ะ เท่ากับเธอต้องออกกำลังกายเต็มที่อย่างน้อยก็ชิ้นละยี่สิบนาทีเชียวนะ”
“งั้นกินได้ไหม แล้วจะวิ่งนะ”
“เมื่อวานเธอก็พูดแบบนี้ แล้ววิ่งหรือยัง”
“........”

นั่นแหละค่ะ ได้ผลไม่ได้ผล อย่างน้อยอิฉันก็เกิดสำนึกขึ้นมาขณะกิน (บ้าง) ... และขณะนี้ก็กำลังจะลาไปวิ่งชดใช้ค่าเยลลี่กาแฟก่อนนะเจ้าคะ ขอลา!

ปล. ดีนะที่เธอเป็น Food Nazi แบบเน้นไล่แคลอรี่ อาหารส่วนเกิน ขืนไปเจอพวกเคร่งจัด ๆ อย่างห้ามแป้งขัดขาว ห้ามน้ำตาลฟอกสี ห้ามเกลือ ห้ามกินพืช GMOs ห้ามไก่เร่งสาร ห้ามผักต้มสุกมากไป ห้ามของปรุงแต่ง ห้าม ฯลฯ ก็คงได้กินแต่เต้าหู้โรยขิงซอยเหยาะน้ำมันงาผสมซีอิ๊วกันพอดี!



อืม อ่านไปอ่านมาแล้วชักจะใจร้ายนิด แต่งใหม่ดีกว่า ให้คุณน้องที่รักเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยท่าจะดี (ป้องกันคุณเธอมาอ่านเจอ!) เอาใหม่นะคะ

[เวอร์ชั่นที่ 2]

คุณขา คุณขา กรี๊ด กรี๊ด สะกรีมมิ่ง ฟอร์ เฮล เอ๊ย ฟอร์ เฮลป์ ค่ะ อิฉันกำลังมีความสุขกับอาหารและแน่นอนว่าการกินมาก มากจนชักจะกลายเป็นลูกขนุนกลิ้งไปกลิ้งมาแล้ว ชักช้ากว่านี้จะมิเป็นการ กำลังจะเอาแอฟปริคอท แบรนดี้ราดฟรุตเค้กแสนอร่อยที่ได้มาพอดี … วางขวดแบรนดี้และมีดที่กำลังจะสไลด์เค้กลงกัน เลิกล้มความคิด ...แล้วก็ได้เวลามาออกกำลังกาย และแน่นอนว่า จำกัดอาหารอย่างจริงจังอีกครั้งแร้นนนนะคะ

ในการนี้ เพื่อให้การจำกัดอาหารไปได้ราบรื่นสะดวกโยธิน ไม่มีการลืมตัวโหยหาน้ำตาล คาร์โบไฮเดรตและไขมันส่วนเกินใด ๆ ก็จะต้องมีพระมาโปรด อ๊ะ มีการแต่งตั้งใครสักคนมาดำรงตำแหน่งผู้ควบคุมดูแลการกินอาหารเสียแล้ว และแล้ว จะเป็นใครไปไม่ได้เท่าคุณน้องชายผู้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการกินอาหารและออกกำลังกายดีล่ะคะ?

คุณน้องผู้เชี่ยวชาญด้านปริมาณแคลอรี่และการเผาผลาญยิ่งกว่าจบ Food Science ผสมโรงโฮ่งโฮ่งกับโภชนาการนี่แหละค่ะ คือผู้ที่เหมาะสมที่สุด และดังนั้น อีฉันก็เลยไพล่ไปถึงคำศัพท์คำหนึ่ง ซึ่งก็คือ Food Nazi ขึ้นมา

อันว่าบางครั้งบางคราวของกินก็มาล่อตาล่อใจเราเหลือจะพรรณนาใช่ไหมเจ้าคะ แม้เราจะมีพลังจิตพลังใจแข็งแกร่งไร้ต้านก็ตามที นั่นแล นั่นแล เราจึงจำเป็นเหลือแสนที่จะมีบุคคลที่จะไม่หลงงมงายติดรสติดความอร่อย และพร้อมจะจิกลากกระชากดึงเรามาจากวังวนมรณะมาอยู่เคียงค้างเราเพื่อคุมเราไว้ให้ห่างจากการยัดทะนานยัดอาหาร และนั่นเลยยย Food Nazi ก็เลยเกิดขึ้นในความหมายนี้เอง

นั่นแหละค่ะ นั่นแหละค่าคุณขา Nazi ในทัศนคติของเรามักจะเป็นผู้ที่เข้มงวด ดุดัน และจริงจังใช่ไหมล่ะคะ? คนที่มาควบคุมอาหารป้องกันการกินให้ได้ผลก็น่าจะเป็นผู้ที่เคร่งครัดระดับนาซีเป็น ตำรวจตรวจอาหาร ตำรวจตรวจการกินอาหารเหมือนกัน ไม่ต่างกัน

ไม่อย่างนั้นจะได้ผลได้ประสิทธิภาพหรือคะคุณ ถ้าไม่เคร่งครัด ไม่จริงจัง จะมีฉันทะ ความรักที่จะไม่กินขนมนมเนย ไขมันลัลลาแล้ว ก็ต้องมีวิริยะ จิตตะ วิมัสสาให้ครบอิทธิบาทสี่พูดจริงแล้วทำจริงด้วยสิคะ คุณ

ปล. เรื่องนี้เริ่มต้นไว้เมื่อเดือนก่อนค่ะ ปัจจุบันสองพี่น้องกำลังเป็นพวกเบื่ออาหารเบื่อชีวิตกันอยู่เลย แล้วก็อ๊ะ คุณน้าระเบียบรัตน์เป็น Thai Culture Nazi หรือเปล่าคะ สงสัยจัง??

อ้างอิง
'Funktionary' by Ruth Wajnryb, 2005.
//en.wikipedia.org/wiki/Nazism
//en.wikipedia.org/wiki/Grammar_nazi




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2550 0:21:41 น.
Counter : 869 Pageviews.  

Himbo Bimbo ฮีโบ๊ะ ชีโบ๊ะ มีโบ๊ะ?



คุณคะ คุณขา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าเราจะมีศัพท์ใจร้ายคำใหม่มาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว!!! ก่อนหน้านี้มีหลายคนถามว่า ....เดี๋ยวนี้อิฮั้นเป็นคนดีมีศีลธรรมประจำใจแล้วหรือไร ถึงได้เลิกร้างห่างหายศัพท์ใจร้ายไป ไม่ได้นะ ไม่ได้ .... โอ้ อะไรกันคะ ไม่ใช่นะคะ หนูดีงามสม่ำเสมอตลอดเวลามาตลอดค่ะ ถึงจะมองเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง และหนักไปทางไม่เห็นเลยก็ตามเถอะ ดังนั้น ปีใหม่นี้ ได้ตั้งสัตย์และปฏิญาณตนเอาไว้ว่าจะมาเขียนเรื่องศัพท์ใจร้ายมากกว่าเดิม ดีไหมคะ

ลับเขี้ยวกางเล็บเตรียมกัดจิกจิกกันตั้งแต่ต้นปี แล้วครั้งที่แล้ว เราก็อยู่ที่ Cheesecake Beefcake งามถึงใจ แบบไร้สมอง? ใช่ไหมคะ ก็ขอเริ่มที่คำว่า himbo เลยก็แล้วกันนะเจ้าคะ

คำนี้ฟ้อนเล็บใจร้ายใส่หนุ่ม ๆ ที่มัวแต่รักสวยรักงามประทินผิว ประโคมเครื่องสำอางและสิ่งบำรุงต่าง ๆ ให้ตัวเองค่ะ เป็นพวกที่ใส่ใจกับตัวเอง ชนิดใบหน้า เสื้อผ้า ผม ลุค ทั้งหลายจะต้องดี ดี๊ ดี ไม่มีที่ติ ที่ว่า ที่ด่า ที่เคืองใด ๆ ให้เจอได้

.... แต่เอ แล้วมันจะผิดตรงไหน ผิดอย่างไร ผิดทำไม ถ้าเราจะดูแลตัวเองคะ? กระแส Metrosexual เริ่มมาหลายปีแล้ว หนุ่ม ๆ มีสิทธิและความชอบธรรมที่จะเสริม เติม แต่งให้ตัวเองดูดีแล้วนี่นา? ขนาดที่เครื่องสำอางหลายหลากยี่ห้อก็เริ่มมามีเซคเมนต์ for men/ pour homme กันสนุกสนานแล้วนี่คะ?

นั่นแหละค่ะ คำตอบอยู่ตรงนี้ ถ้าใส่ใจกับตัวเอง รักตัวเองไม่ว่า ไม่มีอะไรผิดให้ติดใจใด ๆ ได้ เว้นก็แต่ว่า ... แค่ว่า .. หนุ่ม ๆ เหล่านี้มัวแต่มุ่งดูแลรักษาสิ่งภายนอก จนหลงลืมบำรุงบำเรอสิ่งที่สำคัญภายในอย่างบุคลิกภาพ และความฉลาดไปน่ะสิคะ ก็เลยกลายเป็นพวกดูดีแบบใส ...ที่มาจากใสกลวงไป!

ที่มาที่ไปของคำนี้ก็มาจาก bimbo ที่ไร้บุคลิกภาพและขาดสมองด้วยกัน จริง ๆ แล้ว bimbo เป็นภาษาอิตาเลี่ยนที่หมายถึงเด็กเล็ก ๆ แล้วพอนำมาใช้ก็เลยหมายถึงผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูและดูดี แต่ทว่าก็ได้แค่หน้าตาดูดี บาร์บี้ แคนดี้ ป๊อกกี้ .... หากไร้ประสิทธิภาพประสิทธิผลใด ๆ ตามมา อย่างที่บอกว่า "Body Impressive, Brain Optional". นั่นเอง

และเพื่อให้มีคำศัพท์ใจร้ายเพื่อก่นด่าว่าร้ายชายหนุ่มโดยเฉพาะก็เลยแตกคำมาเป็น mimbo ที่มาจาก male และ bimbo รวมกัน แต่ว่าคำก็ไม่เก๋พอที่คนอยากจะใช้ ก็เลยเกิดคำว่า himbo ที่เล่นเสียงคำว่า him มาแทนที่ ...

และสำหรับอิฉันเมื่อได้ยินก็เลยแปลงเป็นไทยเกิดคำว่า ฮีโบ๊ะ ชีโบ๊ะ และแน่นอนว่า มีโบ๊ะ ตามมา โบ๊ะ โบ๊ะ โบ๊ะ โปะกับเข้าไปเลยค่า!!!

[ขอบคุณ คุณ gambyte ที่กรุณาจุดประกายคำ himbo ให้เมื่อหลายเดือนก่อนนะคะ … .ในที่สุดก็ได้ต่อยอดต่อไปเสียที :D :D :D ]

อ้างอิง
//www.wordspy.com/words/himbo.asp
//www.urbandictionary.com/define.php?term=himbo
//www.urbandictionary.com/define.php?term=himbo
//en.wikipedia.org/wiki/Bimbo
//www.bbc.co.uk/china/learningenglish/realenglish/re/2005/11/051103_himbo.shtml

ปล. ทำไมคุณบล็อกแบ่งคำแปลก ๆ คะ? ติดกันเป็นพรืดเลยนะคุณ




 

Create Date : 17 มกราคม 2550    
Last Update : 17 มกราคม 2550 1:45:41 น.
Counter : 734 Pageviews.  

Cheesecake Beefcake งามถึงใจ แบบไร้สมอง?



คุณคะ คุณคะ สองคำนี้ก็เป็นศัพท์ใจร้าย ที่หมายถึงศัพท์ที่ใช้กล่าวหาว่าร้ายชาวประชาอีกแล้วค่ะ

อ๊ะ แล้ว Cheesecake ใจร้ายอย่างไร กินแล้วทำให้อ้วน หรือเพราะหนีมาออกโรงเดี่ยว โดยไม่มีหน้าบลูเบอรี่ ราสเบอรี่ accompany ติดตามมาด้วยเหรอคะ? เห็นจะไม่ใช่ค่ะ วันนี้ เราจะพาออกไปนอกรอบกับขนมหวานแสนอร่อยหลังอาหาร แต่จะไปพูดถึงเรื่องของ “มนุษย์” นะคะ


ค่ะ Cheesecake ในที่นี้ ก็คือ สาว ๆ ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย ล่อตาล่อใจ ให้เกิดอารมณ์ล้าลา วาบหวามซาบซ่านอย่างไรล่ะคะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นจะเป็นปฎิทินแถมเหล้า เป็นปกขาว โป๊ไหมพี่ โป๊ไหมพี่ แต่อย่างใดนะคะ เพราะหลายคนแย้งว่า Cheesecake นั่นหนา จะเป็นคนดัง เป็นดารา นางแบบ หรือคนที่มีชื่อเสียงอย่างที่พูดง่าย ๆ ว่าหมายถึง sex symbol ก็ได้

ต้นกำเนิดของคำ ๆ นี้ เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1915 นั่นแหละค่ะ ได้ความว่า ช่างภาพชาวอเมริกาได้ถ่ายรูปเรียวขาของน้องนาง Elvira Amazar นักร้องโอเปร่าจากรัสเซียไว้ และเมื่อคุณพี่ บก. เห็นภาพก็ได้อุทานมาว่า โอ แม่เจ้า Why this is better than cheesecake!

แปลแบบเว่อร์ตามประสาคนเขียน ว่า โอ้ หนูทำให้พี่ใจละลายยวบได้มากกว่าชีสเค้กแสนอร่อยยัมมี่ยัมมี่แล้วล่ะนี่
แต่นะคะ กว่าคำนี้จะกลายมาเป็นภาษาพูดที่เป็นสแลงก็เข้าช่วง ค.ศ. 1934 นั่นเชียว

แล้วทีนี้ beefcake จะหมายถึงอะไรได้ ถ้าไม่ใช่ หนุ่ม ๆ หล่อล้ำ (กล้ามบึ้กหรือไม่ เป็น อุปกรณ์เสริมแล้วแต่จะปรานโปรด) มาถอดเสื้ออวด โชว์กล้าม โชว์ไหล่ โชว์ โชว์ โชว์ โอ โอ โอ ล่ะคะ แบบนี้ จะอย่างไรก็ใช่ Beefcake แน่ ๆ ถึงบางครั้งอาจจะมีจุดประสงค์เพื่อการเพาะกล้ามเพาะกาย หรือการสร้างเสริม-เสริมสร้างสุขภาพมากกว่าอวดอ่อยยวนยั่วล่อหลอกใครผู้ใดด้วย sex appeal ก็ตามที

ก็มีคำว่า cheesebake ให้น้องนางแล้ว ก็เลยเกิดมีคนคิดมาว่า อ้าว แล้วหนุ่ม ๆ ล่ะ จะใช้คำว่าอะไรดี ก็เลยนี่ไง beefy มันก็หมายถึงพวกที่ดูล่ำ บึ้ก ถึก เถื่อน ล่ำสันแข็งแรงนี่ ก็เอาคำนี่มาแหละ ใช้ beefcake กันไปเลยยย

และแล้ว beefcake ก็ถือกำเนิดตาม cheesecake มา!

ก็นั่นแหละค่ะ ถึงพวกที่จะมาเป็น Cheesecake เป็น Beefcake ได้จะต้องหน้าตาดี รูปร่างงาม ให้ได้ดีใจ ไม่ดำหนักหนาเป็นจรกา หัวล้านเกินรั้งแบบขุนช้าง ก็เถอะ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม คำ ๆ นี้ก็เป็นคำที่หลายคนรู้สึกถูกเหยียดหยามว่า เป็นการใช้หน้าตา และรูปร่างมากกว่าจะใช้สมองทำงาน หรือเป็นเอาร่างกายไต่เต้าเติบโตขึ้นมาอยู่ดี


แต่เอ ถ้าสวยหล่อได้ใจขนาดนี้ แล้วจะยอมเป็น Cheesecake เป็น Beefcake กันไหมคะ :D ?





ปล. แถมจากคอมเมนต์ข้างล่างอีกนิด เขาบอกว่า เมื่อก่อน ตอนกฎหมายห้าม gay pornography ระหว่างช่วงทศวรรษที่ 1930 ถึง 1960 gay pornography ทั้งหลายก็ออกมาในรูป beefcake magazine นี่แหละค่ะ

ด้วยความเคารพและ no offence นะคะ

อ้างอิง
Cambridge Dictionary of English, 1995 edition.
//www.barrypopik.com/article/738/cheesecake-and-beefcake-photography
//en.wikipedia.org/wiki/Pin-up_girl
//en.wikipedia.org/wiki/Beefcake_magazines

+++++++

อ่านแล้ว ชอบ-ไม่ชอบ คิดเห็นยังไง ติชมกันได้เลยนะคะ
เพื่อให้ “ศัพท์ใจร้าย” ของเรา คงความใจร้ายได้เสมอไป
ขอบคุณค่ะ “D




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2549    
Last Update : 21 มิถุนายน 2549 13:06:40 น.
Counter : 1262 Pageviews.  

1  2  3  

หมาเลี้ยงแกะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"มากระโดดโลดเต้นสนุกสนานไร้สาระไปกับหมาเลี้ยงแกะไฮเปอร์ที่ขยายสาขามาจาก blogspot กัน!"

หลงเข้ามาใหม่? คิดอะไรไม่ออก? แวะไปดูโครงสร้างบล็อกและการอัพเดทเรื่องได้เลยนะคะ




[* เรื่องล่าสุด ]


เล่าล่าสุด 2009
ทางแยก
ดื่มน้ำไหมแมว
วาดวัว



Friends' blogs
[Add หมาเลี้ยงแกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.