กลับมาอีกรอบ ไปมามาไป
Group Blog
 
All blogs
 

มิ้งกิทัวร์ : ภาคล่องเข็ก (2)

ก่อนอ่าน: พ่อแม่พี่น้องมาต่อตอนสองได้แล้วนะคะ เย้ ดีใจกับตัวเองมาก ๆ คราวนี้มาพนันกันไหมว่าจะจบหรือเปล่าคะ ทุกคน? แล้วก็สองตอนน้ำท่วมทุ่งอีกแล้ว

ความเดิม – คุณมิ้งกำลังจะไหว้องค์พระพุทธชินราช

โอ จะมากี่ครั้ง มาเวลาไหน เวลาใด ในวัดก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับแสน แต่อีฉันผู้ผ่านประสบการณ์ไหว้พระวัดคนเยอะมาอย่างโชกโชน (ขอบคุณแม่ สาธุ!) มีหรือจะเกรงกลัว ถอดรองเท้าให้เป็นระเบียบสวยงามแล้วก็ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูไปสู่ภายในอุโบสถอย่างไม่ครั่นคร้ามใด ๆ (เอ เอ เอ ... ฟังดูแปลก ๆ ไปไหว้พระทำไมต้องใช้คำว่าครั่นคร้ามคะ? ไม่ได้ไปทำศึกสงครามแต่ประการใด จะเป็นมารมิ้งกลัววัดกลัวพระก็ไม่ใช่นี่นา เอาเถอะ!) ชำแรกแทรกแซบผ่านคุณลุงคุณป้าคุณน้าคุณหลาน และกองทัพช่างถ่ายรูปไปจนถึงหน้าพระ แล้วก็นั่งคุกเข่าสวยงามด้วยท่าเทพธิดา (ชื่อท่านี้จริง ๆ นะเจ้าคะ) ไหว้พระแบบเบญจางคประดิษฐ์ แล้วก็สวดมนต์ ไหว้พระ ก่อนจะทำบุญใส่ตู้

(โอ ... ได้ยินเสียงอนุโมทนาสาธุไล่หลังมาจากคนอ่าน แต่เอาเถอะค่ะ นี่คือความจริง)

ไหว้องค์พระใหญ่แล้ว ก็ต้องมากราบองค์พระเหลือหน้าวัดใช่ไหมคะ? ถ้าไม่เป็นธรรมเนียมคนหมู่มาก อย่างน้อยมันก็เป็นธรรมเนียมบ้านหนูล่ะ โดยทั่วไป พระเหลือนั้นจะสร้างมาจากโลหะที่เหลือมาจากการสร้างหล่อพระองค์ใหญ่ และดังนั้นก็เป็นความเชื่อทั่วไปว่า ถ้ามากราบพระเหลือแล้วจะทำให้มีเงินมีทองเหลือ มั่งคั่ง ร่ำรวย คิดดูสิคะ สมัยก่อนสร้างพระใหญ่สักองค์ต้องใช้เงินใช้ทองขนาดไหน ถ้าไม่ใช่คหบดี ผู้มีฐานะหรือขุนนางสูงศักดิ์ทำไม่ได้เด็ดขาด แล้วนี่ สร้างองค์ใหญ่แล้วยังมีโลหะเหลือมาหล่อองค์เล็กอีกนะคะ รวยลืมโลกจริง ๆ นั่นแลค่า หนูมิ้งก็อธิษฐานอย่างมุ่งมั่นไปว่า โอ้.. ชีวิตนี้ของหนูขอให้มีเหลือกินเหลือใช้ด้วยนะเจ้าคะ ...

โอ ไม่ได้มาวัดใหญ่นาน ตั้งแต่จัดระเบียบใหม่หลัง ๆ ก็ไม่ได้มาล้าลาเลย แล้วก็มหกรรมตามล่าหาป้าคนขายกล้วยกระฉีกก็เริ่มขึ้น อืม 'กล้วยกระฉีก' ฟังดูงงไหมคะ แค่มันคือกล้วยปิ้งที่ผ่ากลางยัดใส่กระฉีกที่ทำจากมะพร้าวชิ้นหนาเคี้ยวมันที่เคี่ยวมาอย่างดีกับน้ำตาลปึก อร่อยหอมด้วยรสกล้วย และรสน้ำตาล (อ่านดูลืมตัวคิดว่าเขียนคอลัมน์อาหารอยู่ ดิฉัน!) และเพราะกินมาตั้งแต่เด็กก็กลายเป็นสันดานดิบ อืมม คำนี้ฟังดูแปลก ๆ เอาเป็นว่าเป็นความเคยชิน ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ฯลฯ ที่มาแล้วจะหาซื้อมาแทะแทะแทะให้ได้ แต่ว่า คุณป้าหายไปไหนแล้วคะ?

วิ่งเตลิดไปที่แผงคุณพี่ขายปลาจนคนขายทำท่าดีใจว่าอีเด็กนี่พุ่งมาซื้อปลาเนื้ออ่อนฉันแน่ ทันใด อีมิ้งก็เอื้อยเอ่ยวาจาว่า พี่ขาา.. กล้วยกระฉีกย้ายไปขายที่ไหนแล้วคะ ... คนขายสองคนมองหน้ากันอย่างงง ๆ ก่อนที่พี่คนแรกจะตั้งสติได้ก่อนแล้วตอบหนูมาว่า ข้างหลัง ข้างหลัง .. ไม่แน่ใจว่า คุณพี่คนขายอยากให้หนูช่วยอุดหนุนหรือไม่ เพราะหลังจากนั้นอีฉันก็สี่คุณร้อยเมตรไปร้านป้ากระฉีกเสียแล้ว ... ห้าชิ้นยี่สิบ แต่คุณป้าไม่มีทอนแบงค์ร้อย เลยต้องหันมารีดไถเงินคุณเพื่อน ย. ที่อยู่ข้าง ๆ สาธุ ขอบคุณคุณเพื่อนที่วิ่งตามไปด้วยจริง ๆ นะเจ้าคะ ไม่งั้นอิฉันหรือคุณป้าก็คงต้องลำบากไปกว่านี้

กลับมาที่รถ เที่ยงว่าแล้ว (ถ้าจำไม่ผิด) แล้วก็ได้เวลาหาอาหารกันล่ะ แต่เนื่องจากหิวมาก ไปไหนไม่รอด ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะรับ ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ข้างวัดกัน แต่อ้าว แตกตัวใกล้จะเป็นโมจินครสววรค์ไปหน่อยไหมคะ สี่เจ้าติดกันขนาดนี้ ระหว่างนั้น คุณน้องเด็กขายปลาก็โฉบเข้ามาขายปลา ขายเต่า แต่พอเห็นหน้าอีพวกนี้ห้าชีวิต น้องเขาก็เอ่ยบอกว่า ..พี่ครับ ร้านแรกอร่อยครับ พี่ไปทานข้าวแล้วกลับมาอุดหนุนผมนะครับ .... น้องเขาน่ารักรู้ใจหรือกลัวหน้าอีพวกโมโหหิวจนถึงป่านนี้ก็ไม่อาจทราบได้

เห็นคุณน้องชายหญิงจำนวนมากมายประดามีขายปลา เต่า กบให้ปล่อยแล้ว เพื่อน อ. หญิงสาวน้ำใจงามของอีฉันก็เอ่ยสงสารเด็กและสงสารสัตว์มาพร้อมกัน ก็ไม่รู้ว่าควรจะสงสารอะไรมากกว่าดี รู้แต่ว่าคราวที่แล้วที่มา ทางการ (เรียกเหมือนเป็นพวกนอกกฏหมายเลย!) เข้มงวดกวดขันกับการขายสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์น้ำเหล่านี้มาก ถึงขนาดเห็นแล้วจับ ... ซึ่งเด็ก ๆ พวกนี้ก็เก่งทางหนีทีไล่มากถึงขนาดใส่เต่ามินิไว้ในกระเป๋ากางเกง ใครจะซื้อก็ล้วงกระเป๋าไปหยิบเต่าออกมาให้ ซึ่งก็เคยอึ้งไปแล้วว่ากระเป๋าข้างเดียวยัดเต่าลงไปได้ถึง 3 ตัว ... ชีวิตต้องสู้ หนูจะสงสารใครดีคะ?

อืมม ก็ได้แล่นลิ่วไปร้านแรกตามคำแนะของน้อง หรือด้วยเห็นจำนวนคนที่ร้านก็ไม่แน่ใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จะเป็นไปได้ไหมที่คุณน้องขายปลาจะได้ค่านายหน้าเหมือนเวลารถทัวร์รถตู้แวะเข้าร้านขายของฝากต่างจังหวัด อันนี้ก็คิดนอกเรื่องไปอีกแล้ว ชีวิตนิอีมิ้งจะเดินตรง ๆ ไม่คดไม่อ้อมไม่หลงเข้ารกเข้าพงได้ไหมเจ้าคะ ... หรือว่าจะยาก หรือว่าจะไม่เคยเกิดในชีวิตนี้คะ .. เอาเถิด ถอดรองเท้า เข้าร้านไป ด้วยความที่คนเยอะ อีห้าชีวิตนี่ก็ไม่สามารถไปหาที่นั่งห้อยขาติดกันได้ แต่ไม่เป็นค่า มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ .... มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ .... เรามองหน้ากันแล้วบอกว่า ไปนั่งโต๊ะกลางร้านกันไหม เพราะว่าพวกเราจะได้เห็นหน้ากันตอนกินไง บอกแล้วว่าคิดบวกมองบวก

อีฉันเป็นคนจดออเดอร์ แล้วก็โอ ชีวิตนี้เห็นใจคนรับคำสั่งร้านก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาทันที เล็กหมูสับตับ เส้นน้อย ๆ ... บะหมี่ต้มยำพิเศษใส่ทุกอย่าง ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่น้ำมัน .. แห้งต้มย้ำตับลูกชิ้นหมู ไม่ใส่ผัก... อะไรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ กว่าจะจดได้ครบห้าหกชาม ฉันก็เหมือนหัวใจวายด้วยความสับสน โอ โอ ลา... เครื่องดื่มก็เหมือนกัน เอาชานม ชามะนาว น้ำมะตูม กาแฟเย็น น้ำเปล่า เหมือนว่าใครห้ามเราสั่งให้เหมือนกันหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ห้าคนห้าอย่างแล้วนะคะ แล้วก็ โอ้ พอชามะนาวมา ด้วยความหวานจับใจ คุณมิ้งกิก็เลยเดินไปหาคนขายหลังร้านแล้วขอมะนาวเพิ่ม ด้วยความที่คุณน้องยังไม่รู้จักพี่มิ้งพอ ใช้วิธีหยิบมะนาวที่หั่นเป็นซีก ๆ ใส่จานมาให้ คุณพี่ก็เลยหยิบมาร่วมห้าขิ้นมาบีบใส่ชา เปรี้ยวสะใจดีนักแล

แล้วพอกลับไปที่โต๊ะ และก๋วยเตี๋ยวทยอยมาถึง โอ้ ตับนุ่มอร่อยมาก หมูสับก็นุ่ม แล้วที่ชอบมาก ๆ ก็คือถั่วฝักยาวที่หั่นเฉียง ๆ เป็นเส้นยาวตามแบบฉบับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนี่แหละ ฮือ คิดถึงมาก หลัง ๆ แม่ไม่ได้ทำเลย ชอบ ชอบ คิดถึง คิดถึง ๆ .. เพื่อน ฉ. เห็นซากมะนาวก็เกิดเปรี้ยวปาก อยากได้มาใส่ชามต้มยำ ใช้งานหนูไปหามะนาวมาเพิ่มอีก ระหว่างนั้น โอ้ หน้าร้านมีเผือกทอด เต้าหู้ทอด ข้าวโพดทอดอยู่ เราก็อยากลอง ถึงกับต้องสั่งมาแกล้มก๋วยเตี๋ยว แล้วด้วยความที่พวกนี้ชอบปรุงรสอาหารทุกอย่าง ก็เลยเกิดอยากได้มะนาวมาใส่น้ำจิ้มอีก แล้วใครจะไปขอมะนาวล่ะคะ ถ้าไม่ใช่อีฉัน ...เนื่องด้วยเต้าหู้ทอดอร่อยมาก อร่อยที่สุดในโลกก็เลยถึงกับขอจานที่สองเพิ่ม (แนะนำ แนะนำ ไม่ได้ค่าโฆษณาก็จะแนะนำ ลุงทอดขายอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาเจ้าใกล้วัด กินมานานก็ยังอร่อยไม่สร่าง) ครานี้ตอนไปขอมะนาว คุณน้องคนเดิมหยิบมาสองลูกเพื่อจะหั่นแล้วนะคะ

(มีต่อ)




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2551 23:44:27 น.
Counter : 711 Pageviews.  

มิ้งกิทัวร์ : ภาคล่องเข็ก

((เล่าเที่ยวอะไรไม่เคยจบ แล้วงวดนี้จะจบไหมนี่))

อยู่ดี ๆ คุณเพื่อนก็โทรมาว่ามีโปรแกรมจะไปล่องลำน้ำเข็ก ซึ่งก็แอบหลอนแบบขำ ๆ มาก เพราะว่าเพิ่งจะดูคอลัมน์เกี่ยวกับลำน้ำเข็กไปเอง หรือว่ามันจะเป็น omen เป็น sign อะไรคะ นั่นแหละ นั่นแหละ ปล่อยไป อันนั้นไม่ใช่ประเด็น รับปากเออออไป แล้วก็เหมือนว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลย รอคุณเพื่อนจัดการเป็นธุระให้อย่างเดียว นับว่าอีฉันนั้นมีประโยชน์มาก

วันไปนัดกันตอน 6 โมงเช้า ก็เลยต้องตื่นมาตอนตีห้า โอ คุณขา ไม่ได้ตื่นเช้าเช่นนี้มาประมาณ ประมาณไหนก็จำไม่ได้ ขนาดไปทำงานยังตื่น 8 โมงเป็นหลักเลย ลุกขึ้นมาอาบน้ำสระผม แต่งตัวแล้วก็แรดแล่นออกจากบ้านไป นัดเจอกับคุณเพื่อนอีกสามที่ Mc Café แล้วก็ขำมาก ว่าคนนึงขับรถกลับไปเอามือถือที่บ้าน อีกคนยังไม่มา ส่วนอีกคนนั่งกิน Mc สบายใจล้าลา เหมือนมา breakfast สันโดษยามเช้า ส่วนอิฉัน โอ ตื่นเต้นมากเจ้าค่ะ ไม่เคยมา Mc ยามเช้าตรู่มาก่อน อย่างเก่งก็แค่ตีสี่ตี่ห้า หลังเที่ยวเสร็จ ร่ำ ๆ จะสั่งชุดอาหารเช้ามารับประทานเอาฤกษ์เอาชัยเสียแล้ว แต่เปลี่ยนใจขอสวยสุขภาพดีแบบสัตว์กินพืชด้วยสลัด และเบอร์เกอร์หมูดีกว่า แล้วก็ดีมาก มาเช้าไป เป็นลูกค้ารายที่สอง ต่อจากคุณเพื่อนพอดี ... แล้วนะคะ คนขายไม่มีเงินทอน และชาก็ชงไม่ได้ เครื่องชงเสีย ชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคใช่ไหมคะ เรา?

คุณ ฉ. เพื่อนซึ่งไปเอามือถือกลับมาแล้ว และคุณ อ. ก็มาแล้ว คุณ ย. ก็กินเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นรถกันล่ะ เราต้องไปรับคุณ อ.2 ที่บ้านมันกัน ระหว่างทางดิฉันก็เลื้อย ๆ งับ ๆ สลัดมาในรถอย่างเนือย ๆ สมองยังไม่ทำงาน ร่างกายยังไม่ทำงาน เก่งจริงมาแข่งกันนอนดึกจะง่ายกว่าล้านเท่า .. เมื่อก่อนนี้นะ ถ้านัดไปไหนเช้ากัน อีฉันใช้วิธีไม่นอนเลยนะเจ้าคะ สำหรับอีฉันไม่นอนง่ายกว่าตื่นเช้าเยอะ นั่นแหละค่ะ ไปถึงบ้าน อ.2 ซึ่งทรงเครื่องด้วยเสื้อเขียว คุณเธอก็อยู่ในสภาพเดียวกับฉัน คือตื่น 8 โมงไปทำงาน ไม่ฟังค์ชั่นใด ๆ ยังไม่พอ ยังถูกอีเพื่อนใจร้ายกัดเรื่องเสื้อเขียวแสนสวยที่อุตส่าห์ไปหาซื้อมาจากเกาหลีอีก ท้ายสุด มันก็เป็นงูเขียวไป สงสารมันจริงหนอ แต่ก็ไม่สามารถหยุดกัดมันกันได้ ถึงขนาดที่ทุกครั้งที่จอดรถ มันจะพยายามขอไปเปลี่ยนเสื้อเลยทีเดียว แต่อีเพื่อนใจร้ายก็ไม่ยอม .... ซึ่งท้ายสุดก็กลายเป็นมันเสียจริตไป จับคู่ตัวเองกับของสีเขียวทุกคราที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นปกไทยรัฐ ฝรั่ง ต้มไม้ใบหญ้า หรือแม้แต่นาข้าว!

ด้วยความโรคจิตคิดจะทำเวลา อีเพื่อนก็ออกความคิดสุดเก๋ว่าให้แวะซื้อของฝากใครใด ๆ เลย ณ นครสวรรค์ ดินแดนโมจิล้านเจ้า แล้วนั่นประไร จะซื้อเจ้าไหนดีวะ ไม่ได้มานาน ทำไมยี่ห้อโมจิมันแตกตัวแตกหน่อยิ่งกว่าอะมีบ้าขนาดนี้ ถึงขั้นที่ว่าซื้อกล่องละเจ้ามาลองแล้ว แต่นะคะ เจ้านี้แป้งแข็ง แต่ไส้กลมกล่อม เจ้านี้แป้งนุ่ม แต่ไส้ไม่อร่อย เจ้านี้ไส้น้อย ชิ้นเล็ก ... ไป ๆ มา ๆ อีพวกเรื่องมาก (ซึ่งมีอีฉันรวมอยู่ด้วย) ก็ขึ้นรถกันไปมือเปล่า ถ้าไม่นับกล่องที่ซื้อมาเป็นหนูทดลอง เอ หรือว่าพวกเราต่างหากเป็นหนูทดลองโมจินะ กินจนงงไปหมดแล้ว

แวะ ๆ เรื่อย ๆ มาตามทาง ในที่สุดก็ถึงพิษณุโลก ได้เวลาแวะกราบพระกันล่ะ แต่เนื่องจากมัวแต่ขับเล่นสนุกสนาน พวกอีฉันก็กระทงหลงทางงุนงงสงสัย ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะหลง ต้องไปดักจับวินมอเตอร์ไซด์มาถามทางไปวัดใหญ่อีก ขับเลยสะพาน แล้ววนขวา.. จำได้ถึงตอนนี้ ในที่สุด ก็มาถึงวัดกัน แต่กว่าจะวนหาที่จอดได้ก็วุ่นวาย หน้าวัดจะจอดก็กลัวไม่เก๋ อยากจอดในวัด พอไปหลังวัดก็รถยนต์รถใหญ่สับสนอลหม่าน ไม่มีที่จะแทรกตัวลงไป ในที่สุด ก็เลยเกิดพุทธิปัญหา เอ๊ยย พุทธิปัญญามาจอดกันอยู่ข้างวัด ซึ่งอะไรคะ แต่ละคันลงเบรคมือไว้ทำมั้ยยยยยยยย... เข็นไม่ได้ ผลักไม่ได้ รถทะเบียนพิษณุโลกทำไมใจร้ายกันแบบนี้เจ้าคะ ฮือฮือ

ได้ที่ชอบที่ชอบแล้ว ดิฉันและพวกก็วิ่งเข้าวัด ฟังดูดีมีธรรมะประจำใจหรือก็เปล่า ก็แดดตอนใกล้เที่ยงมันร้อนนี่คะ ถึงจะโบ๊ะแล้วก็ยังกลัวดำอยู่ดี อีเพื่อนผู้ชายดิฉันก็ใช่ย่อย วิ่งเตลิดเข้าวัดไปก่อนใคร นั่นแล นั่นแล พวกเราห้าชีวิต คุณ อ.2 เธอเป็นคริสต์ ไม่เข้าไปไหว้พระเป็นแน่ ส่วนนาง อ.1 เป็นพุทธก็จริงแต่ก็ดันใส่กางเกงขาสั้นมา และดังนั้น ก็มีอีฉันกับอีกสองหนุ่ม ฉ. กับ ย. เข้าไปทำบุญไหว้พระ ขณะที่สองออ ขอลาไปดูปลาดูนกดูดูดูสิ่งมีชีวิตและสัตว์โลกที่หน้าวัดแทน

(มีต่อ)




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 20:57:14 น.
Counter : 355 Pageviews.  

ฟุ้งซ่านเรื่องยุง

เมื่อวันก่อนตอนที่ใกล้จะหลับ ก็มีเสียงยุงบินอยู่ข้างหู แล้วก็บินวน ๆ เวียน ๆ อยู่อย่างนั้นจนตาสว่างขึ้นมา แล้วที่ซ้ำร้าย พอใกล้จะหลับอีกรอบ พี่เขาก็กลับมาใหม่ มาวน ๆ หลอน ๆ หลอก ๆ กันอยู่อีกครา

จิตสำนึกฝ่ายมารอยากจะลุกขึ้นมาตบด้วยไม้ตียุง แต่ก็นึกได้ว่าผู้ปกครองฝ่ายชายของดิฉัน หรือที่เรียกว่า'คุณป๋าขา'นั้น เกิดดวงตาเห็นธรรม ได้จิตรู้แจ้งเลิกตบยุงไปแล้ว และก็เอาอุปกรณ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ช็อตยุง หรือที่ดักยุงไปเก็บเสียสิ้น จะไปรื้อหาก็ดึกเกินแกง กว่าจะเจอนังยุงก็คงบินหายไปก่อน

ก็เลยคิดถึงแผนสองอันชั่วร้ายเล่น ๆ ขึ้นมา ว่าหรือจะเปิดแอร์ให้มันหนาวจับใจเลยดี เจ้ายุงร้ายจะได้หนาวจนกระพือปีกไม่ไหว บินไม่ได้จนแข็งตายคาที่ไป แต่นั่นก็อาจจะเข้าตำราให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว นอกจากจะต้องหนาวไปด้วย ก็อาจจะช่วยสร้างปัญหาโลกร้อนด้วยการเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็นอีก

คิดไปคิดมา ก็คิดถึงต่อไปว่า จริง ๆ แล้วยุงที่มากัดเราก็เป็นการกัดเพื่อดูดเลือดให้ชีวิตคุณเธออยู่ต่อไปได้ และนอกเหนือจากความรำคาญที่ต้องถูกดูดเลือดแล้ว คุณเธอก็ไม่ได้ทำอะไรให้เรามากมาย คิดสถานการณ์ในขณะที่กำลังจะเงื้อมือตบยุงได้ดังนี้

เรา: (เงื้อมือ)
ยุง: คุณน้องขา อย่าตบพี่เลยค่ะ พี่ยังมีลูกอีกสองร้อยยี่สิบสอง สามี และพ่อแม่แก่ ๆ ที่บ้านนะคะ
เรา: ไม่จริง เธอไม่ต้องเลี้ยงลูกนี่ยะ ลูกเธอเป็นไข่ แล้วเป็นตัวโม่ง เป็นลูกน้ำ ไม่มีตรงไหนที่เธอต้องเลี้ยง สามีเธอก็กินน้ำหวาน
ยุง: แหม ก็จริงค่ะ แต่น้องไม่ให้พี่บินไปดูลูกพี่บ้างเลยเหรอ แค่บินไปดู
เป็นน้อง น้องไม่อยากเห็นหน้าลูกบ้างเลยเหรอคะ
เรา: ไม่ต้องมาพูดมาก ยังไงฉันก็จะตบ (เงื้อมือ)
ยุง: ใจร้ายจัง แค่ขอแบ่งเลือดนิดเดียว จะฆ่าจะแกงกันได้เลยลงคอเลยเหรอ มนุษย์สมัยนี้
(ร้องต่อ) ..คนใจร้าย เจ้าข้าเอ้ย มาดูคนใจร้ายกันนน...
เรา: (คิดในใจ ... มีเวลาขนาดนั้น เอาไปบินหนีไม่ดีกว่าเหรอยะ)
ยุง: น้องขา คิดว่าฆ่ายุงตัวเล็ก ๆ สวย ๆ อย่างพี่ไม่บาปใช่ไหมคะ แต่น้องรู้ไหมคะ การฆ่าโดยเจตนา คิดว่าจะฆ่านี่แหละค่ะ บาปหนักนะคะ (เน้นเสียงหนัก) บาปบ้าปบาปค่ะ
เรา: (เริ่มคล้อยตาม... หรือเพราะเหนื่อยเถียงกับยุงก็ไม่แน่ใจ) ค่ะ ไม่ตบพี่ก็ได้ค่ะ พี่เชิญบินไปเถิดนะคะ
ยุง: งั้นขอพี่ดูดเลือดนิดนึงก่อนไปนะคะ

อืม หรือว่าเราควรจะให้ยุงดูดเลือดดีนะ แต่ถ้างั้น ก็ต้องตกลงกันให้รู้เรื่องว่าจะดูดเวลาไหน ทำให้เป็นเวลา ไม่ใช่บินมาตอนใกล้ ๆ จะนอน หรือตอนที่เผลอตัวไม่รู้เรื่องราว แล้วเอ ถ้าถูกยุงลายกัดก็ได้เชื้อแดงกีเป็นไข้เลือดออก ถูกยุงก้นปล่องกัดก็มีสิทธิเป็นมาลาเรีย ดังนั้น ยุงที่กัดและขอเลือดเราได้ก็ต้องเป็นยุงรำคาญอย่างเดียว

ถ้าอย่างนั้น ยุงลายกับยุงก้นปล่องจะโวยวายแล้วปลอมตัวมาเป็นยุงรำคาญเฉย ๆ มาดูดเลือดดีฉันไหม หรือว่าเพื่อความปลอดภัยของอีฉันเอง พวกยุงก็ต้องมีบัตรประจำตัวเวลามาดูดเลือดอีฉันน่ะสิคะ แล้วเพราะยุงอายุสั้น ถ้าไม่ตายเพราะถูกตบ ก็อยู่ได้แค่ 30-45 วันอยู่แล้ว จะมีการปลอมบัตรกันหรือเปล่า แล้วยุงลายกับยุงก้นปล่องจะโวยวายว่าถูกกีดกันโดยไม่เป็นธรรมไหม

แล้วถ้ายุงไม่เชื่อฟัง เพื่อป้องกันยุงอันธพาล จะต้องมีตำรวจยุงไหม .. แล้วทำไมดิฉันต้องทำสัญญาประชาคมกับยุงด้วย แต่เอ อีฉันก็ยังไม่ได้ทำจริง ๆ แค่คิดนี่นา

แล้วก็นะ ทำไมคืนนั้น ดิฉันต้องนอนคิดต่อไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้นอนด้วยคะ!




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2551 22:13:47 น.
Counter : 331 Pageviews.  

มะเขือเทศบุกโลก

คุณขา ถึงอีฉันจะเรียกตัวเองว่าหมาเลี้ยงแกะ แต่อีฉันก็ชอบผัก และผลไม้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเขือเทศเนี่ยค่ะ แทะมาตั้งแต่เด็กจนโต แล้วก็ตั้งแต่กินสดจนไปถึงใส่ในอาหารทุกชนิด

แต่ตอนนี้น่ะสิคะ เกิดปัญหาขึ้นแล้ววว สงกรานต์นี้ไม่ได้ไปไหนไกลค่ะ อยู่กรุงเทพฯ เรื่อย ๆ เอื่อย ๆ เฉย ๆ และเนื่องจากอยู่บ้านเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ นี่แหละค่ะ ก็เกิดโรคหลอนขึ้นมาว่าจะแห้งตายขาดอาหารอยู่บ้าน และดังนั้น เมื่อซื้อของเข้าบ้าน อีฉันก็ซื้อกักตุนอาหารยิ่งกว่าชาวปาเลสไตน์กลัวจะอดตายตอนเกิดสงครามกับอิสราเอล ซึ่งก็ขาดไม่ได้ที่จะซื้อมะเขือเทศด้วย

วันแรก ไปท็อปส์ แถวบ้าน ได้มะเขือเทศราชินีมา ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไร แต่อย่างน้อยก็กินสดได้ล่ะ

แต่นะคะ ไป ๆ มา ๆ ถนนโล่ง รถว่าง รู้ตัวอีกทีก็ออกไปนั่งลัลล้านอกบ้านแล้วแถมอาหารที่สั่งมาตอนหิวอารมณ์กล่องข้าวน้อยฆ่าพนักงานเสิร์ฟและพ่อครัวผสมชูชกตอนเริ่มกิน ก็ทำให้ได้ห่อกลับมาเป็นมื้อต่อมาอีก

และดังนั้น มะเขือเทศก็ยังอยู่ในตู้

วันต่อมาผ่านไปเจอตลาดนัด ผักสดมาก สนุกที่ได้เห็นแผงผักเขียว ๆ แล้วก็มีผักมากมายหลายชนิดตรงหน้า รู้ตัวอีกทีก็หยิบผักส่งให้พ่อค้าเหมือนถูกปืนบังคับจ่อหัว กะหล่ำปลี น่ากินนน.... แครอท น่ากินนน... คึ่นช่าย น่ากินนน... แล้วก็กระเพราะ โหระพา สะระแหน่ กระชาย ไชเท้า มะเขือเทศ มะเขือสีดา ผักบุ้ง ผักชี สะระแหน่ โหระพา พริก ฯลฯ

ผักสดแล้วก็ถูกไม่เป็นไร แต่กลับไปย้อนดูสิคะ มะเขือเทศอีกแล้ววววว

เมื่อวานซืน คุณนายไปซื้อของ อตก. และหนูก็ตามไปช่วยหิ้ว และเพื่อเป็นรางวัลให้ลูกรัก คุณนายก็ซื้อมะเขือเทศราชินีหลากสี ส้ม แดง เหลืองมาให้อีก ขณะที่ลูกจ๋ากำลังวิ่งไปหิ้วสละ และน้ำใบบัวบก ซ้ำร้าย ตัวคุณลูกเอง ผ่านร้านผักโครงการหลวง ก็ไปเจอมะเขือเทศถูกมากน่ากิน และก็ซื้อมาอย่างไม่ต้องสงสัยมาอีก

จริง ๆ แล้ว มันก็รู้ล่ะ ว่ามะเขือเทศมีอยู่แล้วในตู้ แต่เห็นแล้วลืมต้วทุกที และตอนนี้ ดิฉันก็กำลังนั่งแทะมะเขือไป พิมพ์เรื่องนี้ไปด้วย และก็กลายเป็นพี่สาวแสนดี (หมื่นล้านชั่ว) เอื้ออารีแบ่งมะเขือเทศที่หั่นแล้วให้น้องชายสุดที่รักเพื่อกินกันคนละถ้วย อุดมไปด้วยไลโคปีนขนาดนี้ ชีวิตนี้ไม่เป็นมะเร็งแน่ค่า

และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อาหารช่วงนี้จะประกอบไปด้วยมะเขือเทศแน่ ๆ คิดไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะทำซอสพาสต้า ดังนั้น ใครมีเมนูมะเขือเทศเด็ดใด ๆ ส่งเข้าประกวดโดยด่วน ไม่มีหมดเขต กว่ามะเขือฯ จะหมดก็อีกนาน และถึงจะหมดแล้วก็ซื้อมาใหม่ได้ค่ะ ไม่เข็ดแน่ ๆ ฮ่า :D :D :D



ปล. ช้าไปเล็กน้อย แต่ สุขสันต์สงกรานต์ทุกคนค่ะ ได้พักผ่อนเต็มอิ่ม เล่นน้ำสนุกสนานกันไหมเอ่ย :D :D :D




 

Create Date : 17 เมษายน 2551    
Last Update : 17 เมษายน 2551 4:04:17 น.
Counter : 719 Pageviews.  

เพื่อนรัก?


วาดไม่ครบคนเพราะขี้เกียจ TT



จริง ๆ แล้วเราก็รักกันนะคะ แต่ว่า เล่นเกมแพ้แล้วต้องกินเหล้าเนี่ย มันอีกเรื่องหนึ่งจริง ๆ ค่ะ

ก็นั่นนะสิคะ ใครเป็นคนกำหนดว่าทุกครั้งที่เราไปเหยียบบ้านคุณนาย อ. แล้วจัดปาร์ตี้กระดี๊กระด๊ากัน เราต้องเล่นเกมพูดชื่อไปรอบ ๆ วงคะ? เอ เกมนี้มีชื่อจริงว่าอะไรไม่อาจทราบได้ แต่กฎ กติกา และมารยาทมีอยู่ว่า แต่ละคนต้องพูดชื่อในหมวดที่กำหนดมาให้ได้ โดยที่ต้องไม่ซ้ำกับชื่อที่มีอยู่แล้ว และแน่นอนว่าจะต้องพูดออกมาภายใน 5 วินาทีเท่านั้น ดังเช่นให้ใครสักคนเริ่มว่า ชื่อพันธุ์หมา คนที่เริ่มก็อาจจะเป็น พูเดิ้ล บางแก้ว ชิสุ โกลเด้น ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีคนพลาด

“พูดชื่อเขตในกรุงเทพนะตานี้ .. เริ่มที่บางรัก”
“บางลำพู”
“บางกะปิ”
“บางพลัด”
“บางจาก”
“บางนา”
“บางแสน”


ฮ่า เอาล่ะค่ะ เสียง “แกแพ้แล้ว” จะดังประสานมาจากทุกทิศทุกทางสมัครสามัคคีกันยิ่งนัก อาจจะมีตามมาว่า “โง่ๆๆๆ” ออกมาเป็นเอคโค่อีกเล็กน้อย และคนที่แพ้จะต้องกินตบวอดก้าหนึ่งช็อตโดยที่ไม่มีเงื่อนไข ก่อนที่จะกำหนดหมวดหมู่อย่างอื่นเล่นต่อไป

“คราวนี้เอาชื่อมหาวิทยาลัยนะแก เอ้า จุฬาฯ”
“ธรรมศาสตร์”
“รามคำแหง”
“เกษตร”
“เอแบ็ค”
“ขอนแก่น”
“หัวเฉียว”
“เอแบ็ค”


“โง่ … แกไม่ได้ฟังที่คนอื่นพูดเลยใช่ไหม กินเข้าไปซะดี ๆ “ ใช่แล้วค่ะ ประสานเสียงกันอีกแล้ว... เพื่อนที่รักพร้อมจะจับผิดรออยู่แล้ว ไม่มีวันที่จะปล่อยให้พ้นเงื้อมมือไปได้แน่ และดังนั้น เราก็ไม่อยากให้ตัวเองเป็นคนที่ต้องช็อตแน่ ๆ ใช่ไหมคะ และดังนั้น พวกเราที่รักกันมาก ก็จะกลายเป็นโรคใครก็ที่ไม่ใช่ฉัน และดำรงตัวเป็นผู้คุ้มกฎยิ่งกว่าหลวงจีนเส้าหลินผสมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแน่

เรากำลังพูดชื่อประเทศ กรีก..อังกฤษ..จีน แล้วใครสักคนก็พูดชื่อฮ่องกงกันขึ้นมา .... ไม่ได้ ไม่ได้ .. อีฉันรีบสวนขึ้นมา ...ฮ่องกงไม่ใช่ประเทศ... เพื่อนอีกคนรีบรับลูก ...ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษ.. ...เอ๊า แกกินเลย .. คนที่สามพูด คนที่สี่รินเหล้าเตรียมให้ จะไปเหลืออะไรคะ

อย่างตานี้ก็เหมือนกัน เอ้า พูดชื่อปลา .. ปลาบึก ปลานิล ปลาสร้อย ปลาสำลี ปลาโลมา .... เสียงพูดปลาโลมายังไม่ทันจะขาดขำ เสียง ...ตายยย.. ก็พูดขึ้นมาก่อน ปลาโลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนะแก ถ้าแกตอบปลาวาฬแกก็ตายเหมือนกัน เอ้า..กินให้หมด

งั้นตานี้เอาชื่อขนมไทยนะ... อีกคนหนึ่งรีบสวนขึ้นมา ... อ้าว แล้วอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เป็นขนมไทยไหม รับมาจากโปรตุเกสนี่ .... ก็ไม่รู้ว่าพวกเรารอบคอบหรือขี้โกงหรือจ้องจับผิดคนอื่นกันนะคะ ..ได้ ถือว่าเป็นขนมไทย ได้หมด .... และดังนั้นแล้วเมื่อเริ่มเล่นเกมก็แน่ใจได้ว่าทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองมาก่อนเพื่อนแน่ สักพัก เมื่อเล่นไปสักหลายรอบเพื่อนที่รักคนหนึ่งทำท่าคิดไม่ออก เราก็ไม่ลังเลที่จะต้อนให้จนมุมต่อด้วยแผนทางจิตวิทยา ... หนึ่งงงง... คนสักคนจะเริ่มขึ้นมา และดังนั้น เสียงทั้งหมด ยกเว้นคนที่กำลังเข้าตาจน ก็จะพูดว่า สอง..สาม...สี่ และห้า .... เอาล่ะ กินเหล้าๆๆๆๆ

คราวนี้เอาชื่อผักนะ เริ่มที่มะเขือเทศ .. ไม่ได้ แกแพ้แล้ว กินเหล้าเลย ... มะเขือเทศเป็นผลไม้โว๊ย แกไม่เคยอ่านวารสารวิทยาศาสตร์บ้างหรือไง .. มะเขือเทศกับแตงกวาเป็นผลไม้นะ...แล้วเกมก็เลยต้องหยุดพักเถียงกันไปเรื่องมะเขือเทศกับแตงกวาอีกครู่ใหญ่ จริงอยู่ที่ไม่อยากเป็นคนกินเหล้า แต่ความบ้าวิชาการขาด ๆ เกิน ๆ ก็มีประสมอยู่ด้วยตลอดเวลา

คนที่ผิดมักจะผิดซ้ำ และดังนั้นก็จะต้องเป็นคนกินเหล้าที่อยู่ตรงกลาง ดังนั้น ไม่แปลกใจเลยที่สติของมัน (พวกมันอันที่จริง) จะหายไปเรื่อย ๆ และกลายเป็นกงล้อนรกโลกันตร์ ผิดซ้ำผิดซาก คงสภาพเจ้าและสลาฟยิ่งกว่าเล่นไพ่ และดังนั้น คืนนั้นในเวลาห้าทุ่มเล็กน้อย หมดวอดก้าซีตรองไปหนึ่งขวด ไวน์สองขวด เบลี่ย์ เลม่อนเชลโล่ และอื่น ๆ อีกหลายขนาน คณะก็มีอันต้องเลิกรา เพราะเมาจนเหลือสติดีอยู่สองสามคน

บอกแล้วว่าเรารักกัน :D :D :D


ปล. ฮ่า ขออนุญาตอวดตัวว่าเป็นคนที่ผิดน้อยที่สุด และดังนั้นเป็นผู้เหลือรอดที่รอดชีวิตมาได้ I’m a survivor ค่า ฮ่าๆๆ ตายไปสองตาเพราะความโง่สติแตกตอนถูกให้ตอบชื่อหนังทั้งสองครั้ง จริง ๆ เกมบ้านี่มันอาศัยสติเป็นหลัก ความรู้เป็นรองจริงจริ๊ง!




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2551 1:04:12 น.
Counter : 281 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

หมาเลี้ยงแกะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"มากระโดดโลดเต้นสนุกสนานไร้สาระไปกับหมาเลี้ยงแกะไฮเปอร์ที่ขยายสาขามาจาก blogspot กัน!"

หลงเข้ามาใหม่? คิดอะไรไม่ออก? แวะไปดูโครงสร้างบล็อกและการอัพเดทเรื่องได้เลยนะคะ




[* เรื่องล่าสุด ]


เล่าล่าสุด 2009
ทางแยก
ดื่มน้ำไหมแมว
วาดวัว



Friends' blogs
[Add หมาเลี้ยงแกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.