กลับมาอีกรอบ ไปมามาไป
Group Blog
 
All blogs
 

[book review] The Forgotten Beasts of Eld



The Forgotten Beasts of Eld
By Patricia A. McKillip

ชนิด : Classic fantasy/ Young Adult

สำนักพิมพ์ : Magic Carpet Books (July 22, 1996)
จำนวนหน้า : 352 หน้า

เรื่องเริ่มต้นที่ Myk ลูกชายของพ่อมดได้ตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ในป่าเพื่อสร้างโลกส่วนตัว และเรียกสัตว์ต่าง ๆ ในตำนานที่ถูกลืมให้มาเป็นบริวารของตน และเมื่อเวลาผ่านไปก็ถึงรุ่นของ Sybel ผู้เป็นหลานสาวซึ่งรับช่วงการใช้ชีวิตเช่นนี้มา

Sybel มีความสุขอยู่กับการดูแลฝูงสัตว์ทรงอำนาจทั้งหลาย และการแสวงหาความรู้แปลก ๆ ที่ถูกหลงลืมไปในแต่ละวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง Coren อัศวินหนุ่มก็ได้เดินทางมาหาเธอและขอให้รับเด็กทารกซึ่งเป็นหลานของตัวเองไว้เลี้ยงดู เพื่อปกป้องเด็กไว้ เมื่อเวลาผ่านไป Sybel ผู้ไม่เคยผูกพันกับใคร และไม่เคยรักใครก็ได้เริ่มเรียนรู้ที่จะรักเด็กทารกที่ตัวเองดูแล จนกระทั่งเด็กชายเติบโต และต้องการที่จะกลับไปพ่อของตัวเอง

แต่เพราะพระราชาหรือพ่อของเด็กชายที่เธอดูแล ได้พบ Sybel และถูกใจกับความงดงาม และที่สำคัญ อำนาจที่เธอมี จนพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวเธอมาครองครอง ก็ทำให้ Sybel ได้เรียนรู้รสชาติของความเกลียดชัง หลังจากที่ได้เรียนรู้ที่จะรักเมื่อได้ดูแลเลี้ยงดูเด็กทารกของเธอมาตลอด และนั่นก็นำไปสู่บทเรียนที่สาม – ความแค้น – ซึ่งหมายความว่า เธออยู่อย่างปราศจากอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ไม่ได้อีกต่อไป

-----------
หลังจากที่อ่านแล้ว The Forgotten Beasts of Eld ถือว่าเป็น Classic fantasy อีกเล่มหนึ่งเลย ไม่ใช่เพราะว่าถูกเขียนและตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1974 หากแต่เพราะการใช้ภาษาและการพรรณนาที่สละสลวยเห็นภาพ ขณะเดียวกัน ก็เหลือที่ว่างให้ผู้อ่านใช้จินตนาการของตัวเองต่อไปได้ การใช้ภาษาของ McKillip ไม่ใช่การใช้คำหนึ่งคำเพื่อบรรยาย แต่เป็นการใช้ประโยคทั้งประโยคเพื่อพรรณนา ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของเรื่อง จึงไม่น่าแปลกอะไรสำหรับผู้ที่หลงรักตัวอักษร ที่จะหลงรัก The Forgotten Beasts of Eld ต่อไปได้ อย่างที่ The New York Times ได้วิจารณ์หนังสือเรื่องนี้ไว้ว่า “Rich and Regal.” และอย่างที่ตัวหนังสือเองได้รางวัล World Fantasy Award ในปี 1975 อันเป็นปีแรกที่มีรางวัลนี้ขึ้นมา

สำหรับตัวเนื้อเรื่อง ก็ไม่ใช่เป็นการพูดถึงการปราบทำลายล้างความชั่ว อย่างที่หนังสือแฟนตาซีส่วนใหญ่เป็น หากแต่เป็นการเติบโตของตัวละครหลัก นั่นก็คือ เมื่อเริ่มต้น Sybel ผู้เติบโตมากับสัตว์ทรงอำนาจทั้งหลายไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์เลย เธออยู่ตัวเองตามลำพัง ไม่รักใคร ไม่สนใจใคร อย่างที่ Coren เคยเรียกเธอว่าราชินีน้ำแข็งและผู้หญิงเลือดเย็น แต่เพราะเด็กที่เธอเลี้ยงดู ก็ทำให้เธอเริ่มมีความรู้สึกขึ้นมา ที่จะเรียนรู้ที่จะรักและผูกพัน และต่อมา เพราะอำนาจและพลังพิเศษของเธอ ก็ทำให้เธอถูกบังคับให้เลือกฝ่ายที่จะอยู่ และถูกดึงลงในไปวังวนของความรู้สึกอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเกลียดชังและความคิดแค้นมากขึ้น และเมื่อเธอเติบโตที่จะรู้สึกอำนาจชั่วร้ายของความรู้สึกด้านลบ ก็หมายถึงว่า เธอต้องเติบโตต่อไปที่จะเรียนรู้ที่จะลืมเลือนและให้อภัยก่อนที่ความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านั้นจะกลับมาทำลายตัวเองเธอเอง

เหมือนดังที่ Coren ผู้หลงรัก Sybel ได้รู้จักและหลงรักเธอมากพอจนทำให้เขาลืมความขมขื่นจากการคิดแค้นและสงครามไปได้ Sybel ก็ต้องเรียนรู้ที่จะให้น้ำหนักกับความรักและความงดงามของชีวิตอย่างที่เคยเป็นให้ได้

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ การใช้ภาษาและเนื้อเรื่องที่เปิดให้มีการตีความ และการขบคิดทำความเข้าใจตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัตว์ตัวหนึ่งเป็นหมีรู้มาก ซึ่งมักจะพูดเล่าตำนานเก่าเพื่อเป็นปริศนาให้คิดตลอดเวลา อย่างที่บอกนายของตัวว่า

"The giant Grof was hit in one eye by a stone, and that eye turned inward so that it looked into his mind, and he died of what he saw there." (หน้า 294)

ซึ่งเป็นการเตือนเป็นนัยให้ระวังความเจ้าคิดเจ้าแค้นที่อาจจะทำลายแม้กระทั่งตัวเองขึ้นมา

หรืออย่างตอนที่ Coren ขอร้องให้ Sybel คิดถึงและเรียกหาเขาเมื่อต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ขึ้นมา

“Then if you ever have anything to fear from any man who comes here, will you call me? I will come. Whatever I am doing will remain undone, and I will come to you. Will you?”

“But why? You know I will do nothing for you. Why would you ride all the way from Sirle to help me? …. But I probably will not. Anyway, if I want you, I can call you, and you will come without choice.”

“I choose to come. It makes differences.” (หน้า 63-64)

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ Sybel ทำให้เกิดคิดถึงความหมายของคำว่า Coming of Age ขึ้นมาตลอดเวลาที่อ่าน เพราะว่า เมื่อเธอเรียนรู้ที่จะรักเด็กทารกของเธอ เธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยคนที่รักไปให้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ แม้จะต้องเจ็บปวดกับการสูญเสีย และการอยู่คนเดียว และเมื่อได้รู้จักความเกลียดและคิดแค้นทำลายก็ทำให้ราชินีนำแข็งผู้อยู่ในโลกของความบริสุทธิ์งดงามถูกดึงลงมาสู่อารมณ์ด้านต่ำอย่างมนุษย์ ถูกครอบงำด้วยความคิดด้านลบจนความรู้สึกและตัวตนเดิมของเธอเปลี่ยนแปลงไป ก่อนที่การเติบโตครั้งสุดท้าย (ที่ถูกพูดถึงในหนังสือ – อันมิใช่การเติบโตครั้งสุดท้ายของเธอจริง ๆ) จะทำให้เธอตัดสินใจที่จะเลือกทางเดินที่ควรเป็น ชั่วชีวิตของคนเราจะมี Coming of Age ในความหมายที่แปลว่า การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้กี่ครั้งหนอ?

ในแง่นี้ ถ้าดูจากกรณีของ Sybel เราก็จะพบได้ว่า เราจะมีการเปลี่ยนแปลง มีการเติบโต และก้าวไปข้างหน้าตลอดไป เพราะการเปลี่ยนแปลงก็คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมไปเรื่อย ๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ตราบใดก็ตามที่เรายังมีชีวิตอยู่

โดยทั่วไปถือว่า พอใจกับหนังสือเล่มนี้เลย โดยเฉพาะกับขนาดของตัวอักษรและการเว้นบรรทัดที่กว้างถูกใจทำให้ยิ่งอ่านง่าย ไม่ปวดตา แต่ก็สงสัยว่า คงจะต้องหยิบมาอ่านซ้ำใหม่อีกเร็ววัน เพราะการใช้ภาษาที่งดงาม และการตีความที่มีคนบอกว่า ทุกครั้งที่หยิบมาอ่านก็ทำให้ได้ประเด็นคิดและตีความใหม่ขึ้นมา
-----------

* ทั้งนี้ การเขียนถึงหนังสือเล่มนี้อาจทำไม่ได้ดีมากนัก เพราะอย่างที่เขียนไปเบื้องต้นว่า ความงามอย่างหนึ่งของ The Forgotten Beasts of Eld ก็คือการตีความตามจินตนาการของผู้อ่าน ก็หมายถึงว่าเป็นการมองแค่ด้านมุมเดียว ซึ่งผู้อ่านอื่นอาจจะไม่ได้เห็นตาม

และเพราะเนื้อหาของตัวหนังสือเอง มีมากกว่าจะจับประเด็นออกมาเขียนถึงให้ได้ครบถ้วน จึงทำให้การเขียนวิจารณ์ The Forgotten Beasts of Eld ไม่สมบูรณ์




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 13 สิงหาคม 2549 15:02:53 น.
Counter : 679 Pageviews.  

[book review] The Decoy Princess



The Decoy Princess
By Dawn Cook

ชนิด : Light fantasy
สำนักพิมพ์ : Ace (November 29, 2005)
จำนวนหน้า : 368 หน้า


เปิดตัวด้วย Contessa เจ้าหญิงของเมืองที่กำลังจะต้องแต่งงานกับเจ้าชายเมืองข้าง ๆ ด้วยเหตุผลทางการเมือง และทุกอย่างก็เหมือนจะไปได้ดี ทั้งการรวมตัวของอาณาจักรสองแห่ง และการมีคู่ครองที่เหมือนจะเป็นเจ้าชายในฝันได้ง่าย ๆ แต่แล้วทุกอย่างก็กลับพลิกผัน เมื่อความจริงปรากฏว่ามา Contessa ไม่ใช่เจ้าหญิงที่แท้จริง หากแต่เป็นแค่เด็กที่ถูกซื้อมาเพื่อเป็นตัวแทน เพื่อให้เจ้าหญิงตัวจริงปลอดภัยจากการถูกลอบสังหารเท่านั้น

ซ้ำร้าย คู่หมั้นหมายกลับเกิดมักใหญ่ใฝ่สูงคิดจะรวบเอาอาณาจักรโดยการยึดอำนาจในปราสาทไปเสียอีก และ Contessa ที่เข้าตาจนก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะหลบหนีออกไปจากเมือง เพื่อตามหาเจ้าหญิงตัวจริง และพาเธอกลับมา พร้อม ๆ กับการพยายามเอาชีวิตรอดจากผู้ไล่ล่าที่ตามมา

จริง ๆ แล้ว อย่างที่พาดหัวเอาไว้เลย คำจำกัดความของ The Decoy Princess ที่กระชับและเข้าใจง่ายที่สุดก็คือ “ง่าย ๆ โง่ ๆ แต่ดันสนุก” พล็อตหลายอย่างขาดน้ำหนักและความน่าเชื่อถือไปจนดูเหลือเชื่อ อย่างเช่น เด็กผู้หญิงคนเดียวสามารถเอาชนะทหารฝ่ายตรงข้ามที่ยึดครองอาณาจักรได้ – แม้ว่าจะมีปัจจัยอื่นของตัวละครอื่นเข้ามาร่วมได้ก็ตามที – ทั้งที่ปรึกษา ทั้งตัวละครหลักอื่นที่ดูจะมีประสบการณ์และความชำนาญมากกว่ากลับไม่มีบทบาทหรือความสำคัญในการกู้อำนาจคืนมาเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อาจจะเกิดจากการเล่าเรื่องจากมุมมองของบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งก็คือ Contessa ส่วนหนึ่งก็ได้

แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่คิดอะไรมาก The Decoy Princess ก็อ่านได้สนุกและเร้าใจพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเวลาของการผจญภัยระหกระเหินตามลำพังซึ่งชวนให้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการพนันไพ่เพื่อหาเงินเป็นค่าม้า หรือแม้แต่การต่อรองกับเจ้าของเรือเพื่อหาเดินทางข้ามทะเล สนุกที่จะดูว่าเธอจะทำอะไร สนุกที่จะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นมา นอกจากนี้ การสร้าง “ผู้เล่น” เอาไว้ในเรื่อง ก็ทำให้เกิดความลึกลับ และน่าเกรงขาม พอ ๆ กับการกระตุ้นความอยากรู้ถึงที่มาที่ไปได้ ซึ่งการเพิ่มมิติ “ผู้เล่น” นี้ขึ้นมาก็ช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับการเป็นหนังสือที่พูดถึงแค่ การครองเมือง การมีอาณาจักรของบรรดาพระราชาพระราชินี และเหล่าเจ้าหญิง เจ้าชายได้ดี

แล้วก็ต้องสารภาพว่า พอใจกับหนังสือเล่มนี้พอตัว ไม่ถึงกับประทับใจมาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับหนังสือหรือเสียดายเงินที่จ่ายไป และก็แอบสนุกที่จะดูว่าชายหนุ่มสองคน ใครจะมีบทบาทมากกว่ากัน ซึ่งหน้าสุดท้ายก็ยังคงปริศนาอยู่ดี เหมือนทิ้งท้ายไว้ยังไม่จบ แล้วก็เหมือนเปิดไว้ให้คิดต่อยอดต่อไป

ซึ่งพอมาหาข้อมูลเพิ่มก็อย่างที่สงสัยจริง ๆ Dawn Cook มีเล่มต่อจริง ๆ Princess at Sea กำลังจะออกขายปลายเดือนนี้ แล้วก็เกรงว่าจะต้องซื้อมาอ่านต่อ แต่อืมม ดูจากการตั้งชื่อและลักษณะการดำเนินเรื่องเล่าเรื่อง จริง ๆ แล้ว The Decoy Princess และ Princess at Sea เป็นหมวด Young Adult หรือเปล่านี่?

อย่างไรก็ตาม ชอบประโยคนี้นะ เห็นแล้วเข้าใจถึงคำที่บอกว่าเส้นไหมก็ฆ่าคนได้เหมือนคมดาบเลย

“……Tess, you lack those abilities [bringing herself to kill, in particular] because that’s what I wanted my successor to be. I didn’t want a soldier. I want an intelligent, sophisticated, beautiful woman who would search for an answer rather than go in with arrows flying and sword flashing. Someone who could enslave with charm instead of chains.”




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2549 14:52:02 น.
Counter : 631 Pageviews.  

ไปงานสวด





(วันนี้ขออนุญาต sentimental แบบแปลก ๆ นะคะ)




บางครั้งเมื่อไปงานศพตามมารยาทสังคม
เจ้าภาพร่ำไห้ปวดร้าวกันหน้างาน
แต่หลังงาน คนที่มางาน นั่งพนมมือระรื่นเริงร่า
ชีวิตและความเปราะบางของชีวิตคืออะไร?

-------

พลัดพรากจากคนที่รักก็เป็นทุกข์
อยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่ได้รักก็เป็นทุกข์


เพราะมนุษย์มีเรื่องของอารมณ์ของความรู้สึกมาเกี่ยวข้องเสมอ แต่เพราะมีอารมณ์มาก็เลยเกิดการผูกพัน การผูกใจไว้กับของสิ่งนั้นหรือคนนั้น ๆ ด้วย

-------

วันนี้ได้ไปงานสวดพระอภิธรรมของคุณพ่อของเพื่อนที่คุ้นเคยกันมานาน และก็เลยได้ข้อคิดหลายอย่างกลับมา

บางครั้ง ชีวิตคนเราก็แสนจะเปราะบางเหลือเกิน และความตายก็อยู่ใกล้เรานิดเดียว เราไม่รู้ว่าเราจะไปเมื่อไหร่ หรือคนที่เรารักใคร่ผูกพันจะจากเราไปไกลเมื่อใด และเพราะความที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกันเหลือเฟือ เหลือล้นจนเราอาจจะหลงลืมคุณค่า และความหมายของคนที่อยู่รอบข้างเรา

จึงจำเป็นมาก ที่เราจะต้องตระหนักถึงความผูกพันและความรักที่เรามีต่อคนเหล่านี้ และจัดสรรใช้เวลาและให้ความสำคัญกับพวกเขาเหล่านั้นอย่างพอเพียง

ห่วงใย และแสดงออกให้รู้ว่าห่วงใย

รัก และแสดงออกให้รู้ว่ารัก


อย่าเก็บไว้ในใจ อย่าให้อยู่แต่เพียงในความคิด เพราะถึงเวลาจริง ๆ วันที่จะได้แสดงความรู้สึกในใจ หรือแม้แต่พูดกล่าวคำเหล่านี้ออกมาอาจจะไม่มี และเราก็อาจจะเสียใจไปตลอดว่าไม่ได้พูด ไม่เคยได้ทำอย่างที่ควรจะทำลงไป

หากว่า ได้แสดงออกให้รู้ว่ารัก แสดงออกให้รู้ว่าห่วงใยกันและกันแล้ว ถึงแม้อีกฝ่ายจะต้องจากไปไกล แต่อย่างน้อย เราก็เคยมีเวลาที่ดีที่ได้ใช้ร่วมกัน และจะมีเวลาเช่นนั้นตลอดไป

คนที่จากเราไป ไม่ได้แสดงว่า เขาหยุดรักเรา หรือเราหยุดรักเขาไปเมื่อไหร่ เขายังอยู่ในใจเรา และเขาก็ยังรักเราตลอดไป

.... ถึงแม้เราจะต้องจากกัน แต่อย่างน้อย เราก็มีเวลาที่ดีที่ได้ใช้ร่วมกันอย่างเต็มที่ และจะมีเวลาเช่นนั้นตลอดไป ……

-------

คุณคะ ห้ามไม่ให้คุณเสียใจ หรือบอกไม่ให้คุณเสียใจก็คงไม่ได้ ก็เลยจะขออนุญาตให้คิดถึงเวลาที่ดีที่เคยมีร่วมกันเอาไว้นะคะ รำลึกถึงคนที่จากไป และดูแลคนข้างหลังให้ดีนะคะ

เป็นห่วงนะคะ




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2549 2:18:39 น.
Counter : 693 Pageviews.  

หมา ... นก และหนอน

เศร้าจังเลย เมื่อเช้านี้ หัวหอม หมาคุณป้าที่อยู่ด้วยกันมาสิบสองปีจากเราไปแล้ว แต่เพราะต้องวุ่นวายกับการไปทำงานตอนเช้า ที่บ้านก็เลยเป็นคนจัดการทุกอย่าง

หมาเลี้ยงแกะก็เลยไปทำงานด้วยความสลดนิดหน่อย ไม่ถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลพราก แต่มันก็เหงา ๆ โล่งว่างอยู่ในใจ


แล้วก็คิดถึงตอนที่หัวหอมมาอยู่บ้านเราใหม่ ๆ

--------

ตอนนั้นหมาที่เลี้ยงตัวเดิมตายไป แล้วก็มีคนกลัวว่าที่บ้านจะเหงากัน ก็เลยหอบหิ้วลูก cocker-terrier มาให้สองตัว ซึ่งก็จะกลายเป็น cocker ที่หูไม่ยาวเหมือน cocker spaniel ทั่วไป และตัวก็จะป้อมและเล็กกว่านิดหน่อย และเพราะถูกพ่อครอบงำ ก็เลยทำให้เจ้าตัวสีน้ำตาลได้ชื่อว่าหัวหอม ขณะที่ตัวสีขาวชื่อผักกาด

หัวหอมกับผักกาดทำให้ได้หัดเลี้ยงลูกหมาจริงจังเป็นครั้งแรก และก็ยังจำได้ว่า ต้องหัดใจแข็งกับการอ้อนสุดชีวิตพร้อมไปกับการหัดให้คาบของเพียงไร

แต่แล้ว ต่อมาไม่นาน ผักกาดก็หายไปขณะที่พาไปหาหมอ ก็เลยเหลือหัวหอมเพียงตัวเดียว

แล้วเราก็อยู่ด้วยกันมาเรื่อย ๆ จนหัวหอมมีลูก ... จนลูกของหัวหอมค่อย ๆ ทยอยหนีเราไปจนเหลือเพียงข้าวโพดอีกตัว


(ภาพนี้พ่อวาด)


ก่อนหน้านี้ หัวหอมไม่สบายมาสักพักแล้ว ซึมแล้วก็มีอาการเหมือนจะเหนื่อย คือนอนนิ่ง ๆ ไม่กระดุกกระดิกจนทำให้หลายคนใจเสียกัน พอเราพาไปหาหมอก็พบว่า อวัยวะภายในหลายตัวเริ่มทำงานผิดปกติ ช่วงนั้นคุณหมอก็รักษาแล้วก็ให้ยามากินที่บ้าน โดยที่เราต้องพาหอมไปดูอาการอย่างต่อเนื่องและเพื่อฉีดยาทุกวัน ผ่านไปสองอาทิตย์หัวหอมเหมือนจะอาการดีขึ้น

แต่แล้วหลังจากนั้น ก็มีอาการน็อคไปเฉย ๆ อีก แล้วคราวนี้ก็เป็นปัญหาหนักที่ไต หนักจนหมอขอให้หอมอยู่ที่ร้านเพื่อดูอาการ

แล้ววันที่สอง หมอก็บอกเราว่า “พากลับบ้านดีกว่า”

หอมดูเหนื่อย นอนนิ่ง ๆ แต่ก็พยายามจะตอบสนองทุกครั้งที่เราเรียก ขาหน้าของหอมยังมีผ้าพันจากการเสียบเข็มให้น้ำเกลืออยู่เลย

คืนนั้นก่อนนอน หมาเลี้ยงแกะก็ยังลูบหัวยังคุยกับหัวหอมอยู่เลย

แล้วใครจะไปคิดว่ามันเป็นครั้งสุดท้ายได้ล่ะ

--------

ตอนแรก เราจะฝังในบ้าน แต่แม่อยากให้เผา พ่อและแม่ซึ่งว่างอยู่พอดี ก็เลยเป็นคนจัดการเรื่อง เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็คิดว่าจะนิ่ง ๆ อ่านหนังสือสักเล่ม แล้วไม่คิดอะไร

แต่ตอนที่พ่อกลับบ้านมา แล้วหิ้วโถที่ใส่ส่วนที่เหลือของหัวหอมมาน่ะสิ พอกระพริบตาน้ำตาก็ร่วงมาทันที

เหลือแค่นี้แล้วจริง ๆ เหรอ ….

เราถึงเกลียดและกลัวความตายกัน ไม่ใช่เพราะว่ากลัวสำหรับตัวเรา แต่กลัวสำหรับผู้ที่เป็นที่รักของเรา กลัว กลัวว่าจะไม่ได้เจอ ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้อยู่ร่วมกันอีก

ข้าวโพดซึ่งหอนถึงแม่ตั้งแต่คืนที่ไปอยู่ร้านหมอ ก็ยังหอนอยู่เลย แล้วจะไปบอกได้อย่างไรว่าหัวหอมไม่อยู่แล้ว

ปล.
จริง ๆ ก็ทำใจได้ล่ะ แต่วันนี้ขอมาสลดสักวัน
เราพบกัน แล้วเราก็ต้องจากกันสักวันนี่เนอะ TT
………………..

ทั้งหมา ทั้งนก ทั้งหนอน




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2549 13:13:32 น.
Counter : 481 Pageviews.  

อัพเดทเรื่องนกเก็บตกครั้งสุดท้าย



สืบเนื่องมาจาก
1. อัพเดทเรื่องนกน้อยเก็บตกค่ะ
2. ช่วยด้วยค่ะ เก็บตกนกมาได้จะทำอย่างไรดีคะ?

และแล้ว เมื่อวานนี้ หมาเลี้ยงนกก็กลับเป็นหมาเลี้ยงแกะตามเดิมแล้วล่ะค่ะ

ตอนแรกด้วยความสติแตก เกือบแล่นเอาไปปล่อยที่พุทธมณฑลแล้ว จะได้ปลอดภัยสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ... ไม่ใช่ว่า เลี้ยงจนโตแข็งแรงแล้วกลายเป็นอาหารใครไป TT

แล้วที่บ้านก็เถียงกันไปเถียงกันมา จนได้ความว่า ปล่อยไปหลังหมู่บ้านส่วนที่เป็นต้นไม้เขียว ๆ ก็น่าจะได้

เพราะความที่แข็งแรงและปีกก็สมบูรณ์พร้อมบินแล้ว เวลาให้อาหารหรือเปิดกรงก็เลยต้องมาทำในห้อง และคุณน้องนกพยายามกางตีพรึ่บ ๆ บินจะออกจากห้องมาหลายวันแล้ว

พอเมื่อวานมีเวลาก็เลยได้ฤกษ์ปล่อยเค้ากลับธรรมชาติไป

แน่ใจได้ว่าอ้วนท้วนสมบูรณ์เชียวแข็งแรงล่ะ :D



เลี้ยงนกคราวนี้ได้อะไรหลายอย่างเลยค่ะ เพราะว่ากองทัพแมวพระราชาที่มีอยู่เต็มบ้าน ทำให้ห่างไกลจากการทำความรู้จักเหล่านก และกระรอกทั้งหลายมานาน .. อย่างคราวนี้ก็แน่ใจได้เลยว่าเป็นการใกล้ชิดกับนกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว

วันแรกเอาน้องนกใส่ตระกร้าโปร่ง ๆ ไว้ แล้วเพราะความที่กลัวแมวจัด ก็เลยเอาเค้าไปไว้ในห้องน้องชายที่ไม่อยู่บ้าน แล้ววันที่สอง ความกล้าก็มีมากขึ้น ก็เลยกล้าเอาไปแขวนไปที่ระเบียงบ้านอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ คุณแมว

วันดีคืนดี อยากให้เค้ารับลมรับแดดสบาย ๆ ก็เลยย้ายมาแขวนไว้กลางดาดฟ้าตอนเช้า ๆ แต่ยังไม่ทันจะปล่อยมือจากกรง แมวก็มากระโดดดูแล้ว แถมยังมากันสองสามตัว ทำให้นกของเรากรีดอยู่ในกรง เลยต้องย้ายกลับที่เดิม แต่ถึงขนาดนั้น ขบวนปีศาจแมวก็ยังมาร้องเมี้ยว ๆ หาอยู่เลย

เรื่องอาหาร วันแรกคิดอะไรไม่ออก ก็เลยให้ข้าวสารซ้อมมือและงาไปก่อน หลังจากนั้นก็ไปซื้ออาหารนกเล็กมาให้

แล้วเค้าก็กินอาหารมีความสุขสบายใจ

ตอนไหนเปลี่ยนน้ำให้ก็จะกระโดดไปเล่นน้ำอย่างมีความสุข


พอทำใจได้ ก็อุตส่าห์ไปซื้อหนอนมา

ฮือ ... หนอนน่ากลัวมาก ๆ คนที่ให้อาหารนกเลยกลายเป็นพ่อไป

และเพราะคนขายหนอนบอกว่า ถ้าให้แค่ขี้เลื่อยอย่างเดียว หนอนจะคอแห้ง .. ดังนั้น ก็เลยต้องให้ก้านผักกาดเป็นระยะ ๆ และด้วยความที่หมาเลี้ยงแกะกลัวหนอนจะแสบคอก็เลยมาตัดผักกาดขาวชิ้นเล็ก ๆ ให้หนอนบ่อย ๆ

.......... แล้วเพราะไม่แน่ใจว่านกไม่ชอบหนอน หรือซื้อหนอนมาเยอะกันแน่ เลี้ยงนกไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที

หมาเลี้ยงนกก็เลยกลายเป็นหมาเลี้ยงหนอนขึ้นมาอีกอย่าง ชนิดที่ว่า กลับมาจากที่ทำงาน วิ่งไปดูนก ให้อาหารแมว (รอบมื้อดึกหลังจากคนที่บ้านให้ไปแล้ว) เล่นกับหมา ๆ แล้วก็ให้อาหารหนอนอีกอย่าง

............. เลี้ยงไปเลี้ยงมา จนรู้สึกว่าหนอนเริ่มน่ารัก ถึงขนาดที่มองดูหนอนกินผักกาดได้

แม่ก็บอกว่าหนอนอ้วนเอาอ้วนเอาทุกวัน แล้วนกก็ไม่กินหนอนเสียด้วย ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุด ก็คือ เอาหนอนไปคืนร้าน

ฮืออ เลี้ยงให้อ้วน แล้วให้กลายเป็นอาหารนกอื่นเหรอเนี่ยย ฮือฮืออ หนอนของหมาเลี้ยงแกะ

.... แล้วก็ผูกพันไปหมดทั้งหนอนทั้งนกตามระเบียบ ^^"




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2549 6:03:12 น.
Counter : 619 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Valentine's Month


 
หมาเลี้ยงแกะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"มากระโดดโลดเต้นสนุกสนานไร้สาระไปกับหมาเลี้ยงแกะไฮเปอร์ที่ขยายสาขามาจาก blogspot กัน!"

หลงเข้ามาใหม่? คิดอะไรไม่ออก? แวะไปดูโครงสร้างบล็อกและการอัพเดทเรื่องได้เลยนะคะ




[* เรื่องล่าสุด ]


เล่าล่าสุด 2009
ทางแยก
ดื่มน้ำไหมแมว
วาดวัว



Friends' blogs
[Add หมาเลี้ยงแกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.