เมื่อผมไปสอบTOEIC
ด้านล่างนี้เป็นประสบการณ์เล็กๆน้อยสำหรับการสอบ TOEIC ครั้งแรก ของผมครับ
หากข้อความมีการพาดพิงถึงบุคคลใดในทางไม่เหมาะสม ต้องขออภัยด้วยนะครับ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังเตรีมตัวสอบไม่มากก็น้อยครับผม


------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่คิดว่าจะสอบมาหลายครั้ง และไม่ได้สอบสักที ในที่สุดก็ตัดสินใจไปสอบจนได้

เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องหางานทำได้แล้ว 55 ซึ่งมันก็เป็นpatternของการสมัครงานเดี๋ยวนี้ที่คุณจะต้องมีคะแนนโทอิคแนบไปด้วย

ก่อนสอบผมโทรไปจองล่วงหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ เราสามารถเลือกวันและเวลาสอบได้ ทางศูนย์ฯเขาจะจัดสอบทุกวันจันทร์ – เสาร์ มีสองรอบ คือ รอบบ่าย และรอบเช้า ผมไปสอบรอบบ่าย จะเริ่มสอบประมาณบ่ายโมง

ตอนโทรไปจองเขาให้เราบอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และชื่อภาษาอังกฤษ สำหรับบัตรประชาชนตัวจริงนั้นก็จะสำคัญมากในเวลาสอบ เพราะใช้ตอนยื่นลงทะเบียน และตอนเข้าห้องสอบ ซึ่งก็จะมีการตรวจสอบเป็นระยะๆ อ้อ ตรวจแม้กระทั่งตอนเก็บข้อสอบด้วย

สันนิษฐานได้ว่าอาจเคยมีการปลอมตัวมาสอบ ใครที่ไปทำทรงผมแปลกประหลาดแตกต่างจากบัตรปชช.มากๆก็ต้องระวังกันเอาไว้ด้วย

หากบัตรปชช.ของใครหมดอายุ ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้สอบ และถ้าจองไว้แล้วไม่โทรไปยกเลิกการจองเขาก่อน 1 วัน เมื่อคุณไปสอบครั้งต่อไปก็จะโดนค่าปรับซะ 500 สิริรวม 1,700 บาท


จนท.นัดให้ไปถึงตอนเที่ยง จริงๆคนก็ยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คิดว่าใครจะไปเลทประมาณเที่ยงครึ่งก็ไม่มีปัญหา แต่อย่าเลทจนถึงเขาเรียกให้เข้าห้องสอบก็แล้วกัน

คนที่มาจากรถไฟฟ้าใต้ดินให้ลงที่สถานีเพชรบุรีแล้วออกประตู 2 ที่เขียนว่าท่าเรืออะไรสักอย่าง แล้วเดินย้อนขึ้นมา เรื่อยๆ ให้ข้ามถนนที่จุดข้ามซึ่งจะมีไฟแดงสำหรับคนข้ามถนนโดยเฉพาะ(ที่เป็นรูปคนแดงกับคนเขียว)จะดีกว่า เนื่องจากรถแถวนั้นค่อนข้างวิ่งกันเร็วมาก ระยะเวลาคนข้ามจะสั้นมากประมาณ 15 วินาที ถ้าพลาดพลั้งก็ต้องรอประมาณ 3 -4 นาที กว่าจะถึงรอบข้าม

ตึก bb building ที่สอบจะอยู่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 1 ป้ายรถเมล์ ใครที่ไม่สะดวกเดินอาจนั่งรถเมล์แถวนั้นเอาคิดว่าน่าจะถึงหมด ข้างหน้าตึกจะมีธนาคารนครหลวงไทย เราต้องเดินไปเข้าทางด้านข้างของตึก เข้าไปก็มีลิฟต์อยู่หลายตัว ศูนย์สอบจะอยู่ที่ชั้น 19

พอขึ้นไปถึงมันก็จะมีป้ายบอกทางไปศูนย์สอบ(ตรงที่คนเดินกันไปเยอะๆนั่นแหละ) พอเข้าไปก็จะลงทะเบียนก่อนซึ่งจะมีทั้งหมด 3 จุด จำได้ว่าทั้ง 3 จุดนี้เช็คบัตรประชาชนทั้งหมด เสร็จขั้นตอนตรงนี้คุณก็จะได้รับใบเสร็จรับเงินค่าสอบ 1,200 บาท และใบลงทะเบียนสอบซึ่งจะมีรายละเอียดต่างๆ

ห้องสอบจะเปิดตอนประมาณ 12.45 น. แต่กว่าจะได้เข้าจริงๆก็กินเวลาพอสมควร ก่อนเข้าห้องก็จะตรวจบัตรปชช.อีกครั้ง ถึงตอนนี้จนท.จะให้คุณกางแขน แล้วก็จะเอาเครื่องมือแบบที่ตรวจระเบิด อาวุธที่ใช้ที่สนามบินมาตรวจไล่ไปตามร่างกายของเราเรื่อยๆ ขอบอกว่าตรวจเข้มมากจนสถานที่ราชการหลายๆที่คงต้องอายกันไปเลย

สิ่งที่เอาเข้าไปในห้องสอบได้มีเพียงกระเป๋าตังค์เท่านั้น มือถือ กระเป๋าดินสอ ลูกอม ยาดม ยาหม่อง พระเครื่อง หมูหมากาไก่ห้ามหมด ดินสอและเครื่องเขียนของเราก็ห้ามด้วยเช่นกัน เพราะว่าทางศูนย์สอบจะจัดเอาไว้ให้แล้วทั้งหมด สัมภาระต่างๆจะมีชั้นวางให้ สอบเสร็จค่อยมาเอา

เมื่อทุกคนพร้อมในห้อง ก็จะเริ่มอธิบายและแนะนำเกี่ยวกับการสอบโดยจนท.จะเปิดเทปซึ่งตรงนี้กินเวลาพอสมควร(ข้อสอบและกระดาษคำตอบยังไม่มา) เมื่อจบคำอธิบายจนท.จะแจกกระดาษคำตอบก่อน ตรงนี้ขอให้มีสมาธิให้ดีเพราะมีรายละเอียดให้ฝนและกรอกค่อนข้างมาก และมีวิธีกรอกที่แปลกๆด้วย จนท.จะบอกวิธี เราก็กรอกไปตามนั้น และขอให้กรอกรายละเอียดตรงนี้ให้เสร็จเสียก่อนเริ่มลงมือทำข้อสอบ เพราะเมื่อหมดเวลาแล้ว เขาจะไม่ให้เราขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆอีกเลย มิฉะนั้นอาจถูกระงับผลสอบและถูกประจานได้ 55 เพราะเขาจะเรียกเลขที่นั่งเราให้ดังแบบได้ยินไปถึงสามโลกทีเดียว

เมื่อเสร็จสิ้นการกรอกรายละเอียดส่วนตัวหมดแล้ว ข้อสอบก็จะมาถึง มี 2 part หลัก คือ listening และ reading

Listening
มีทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งเป็น 4 ส่วนย่อย คือ 1. Picture 2. Question-Response 3. Short Conversation 4. Short Talks

1. Picture
มี 10 ข้อ ข้อสอบให้ภาพมา และเทปจะพูดประโยคให้เราฟัง(ไม่มีประโยคในข้อสอบ) เราจะต้องเลือกประโยคที่อธิบายภาพได้ดีที่สุด ส่วนนี้น่าจะง่ายที่สุดในบรรดาข้อสอบฟังทั้งหมดแล้ว

2. Question-Response
ทั้งหมด 30 ข้อ โดยส่วนตัวมองว่า ข้อสอบส่วนนี้จะยากที่สุดของพาร์ทฟัง เพราะเป็นประโยคสั้น พูดค่อนข้างเร็ว และคำตอบมีตัวหลอกเยอะพอสมควร

3. Short Conversation
ส่วนนี้เป็นบทสนทนาสั้นๆ แต่ละฝ่ายพูดประมาณ 2-3ครั้ง พูดไม่เร็วมากเท่าไหร่ บทสนทนาหนึ่งบทสำหรับคำถามสามข้อ ถ้าตั้งสมาธิดีๆ ไม่น่าจะผิดเยอะ แต่ส่วนตัวสมาธิหลุดไปพอสมควร 55

4. Short Talks
อันนี้จะแตกต่างกับอันที่แล้ว คนพูดมีคนเดียว พูดเรื่องยาวขึ้นมาหน่อย ผมใช้วิธีอ่านคำถามคำตอบล่วงหน้า ได้ผลยังไงคงต้องรอผลสอบ

ภาพรวมของข้อสอบฟังมีความยากอยู่ในระดับกลางๆ การพูดไม่เร็วมาก ขึ้นอยู่กับสมาธิเป็นสำคัญ สำเนียงการพูดน่าจะเป็น British English มากกว่า American แต่ไม่คอนเฟิร์ม ลักษณะของคำถามและการพูดเท่าที่ฟังมาผมว่าละม้ายคล้ายเว็บนี้ที่สุด //www.english-test.net

Reading

1. Sentence completion
ส่วนนี้จะวัดไวยากรณ์ ศัพท์ปนๆกันไป ทุกอย่างยากในระดับกลาง แนะนำหนังสือของอ.นเรศ สุรสิทธิ์ คิดว่าเพียงพอแล้วครับ

2. Text Completion
คล้ายๆอันที่แล้ว ข้อสอบต้องการความเข้าใจเรื่องไวยากรณ์พื้นฐาน หน้าที่ของคำ และตัวเชื่อมต่างๆเหมือนกัน แต่อันนี้มาเป็นtext ที่ยาวหน่อย

3. Reading Comprehension
มาถึงหัวใจของข้อสอบพาร์ทนี้แล้วครับ 40 ข้อเต็มๆ passage ที่ให้มาจะมีทั้ง single และ double ส่วนของ double คิดว่าง่ายกว่า single เนื่องจากลักษณะคำถามจะถามแบบตรงๆกันไปเลย ส่วน single 55 มันซิงเกิ้ลแต่ passage ไม่ซิงเกิ้ลในความยาว มีบทความสั้นเพียงไม่กี่อัน แต่อันยาวๆนี่มีอยู่เป็นส่วนใหญ่ และคำถามจะค่อนข้างวิเคราะห์นิดหนึ่ง

ภาพรวมส่วนนี้ คิดว่าเนื้อหาและศัพท์ที่ใช้ไม่ยากครับ ความยากน่าจะอยู่ที่การบริหารเวลา เพราะข้อสอบ 100 ข้อ ให้เวลาแค่ 75 นาทีเท่านั้น หลายๆคนทำไม่ทัน รวมทั้งตัวผมด้วย T-T เพราะ passage ยาวๆเยอะจริงๆ

ลืมบอกไปครับ จนท.จะเตือนด้วยเมื่อเวลาสอบเหลือ 1 นาที ใครทำไม่ทันก็แนะนำให้ดิ่งกันไปเลยนะครับ จนท.ที่คุมสอบห้องผม เขาก็อุตส่าห์บอกแล้วละครับ แต่เสียงพี่เขานุ่มมากจนผมคิดว่าเวลามันน่าจะเหลือสัก 5 - 10 นาทีได้ 55

จบการสอบแล้วใครที่ต้องการให้ศูนย์สอบส่งผลให้ทางไปรษณีย์ต้องเตรียมเงินไปอีก 50 บาทนะครับ เขาจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดการให้ครับ

จาได้เท่าไหร่หนอเรา

อัฟเดตผลคะแนน (15/03/2554)
ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ได้ 800 พอดีเป๊ะ 55
แต่เชื่อว่ามีคนได้มากกว่าผมเยอะครับ คนข้างๆที่ไปสอบทำข้อสอบเสร็จก่อนผมหลายนาทีเลย(ในขณะที่ผมทำไม่ทัน)

แนะนำเว็บเพิ่มเติมสำหรับฟังครับ ลองดูละกันนะครับ
//www.cnn.com/studentnews



Create Date : 09 มีนาคม 2554
Last Update : 15 มีนาคม 2554 18:04:41 น.
Counter : 2323 Pageviews.

9 comment

โรงงานช็อคโกแล็ต
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]