All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 8



วันทนีย์กับกระถินถึงกับเต้นเป็นเจ้าเข้าและกรีดร้องลั่นบ้านเมื่อรู้เรื่องของวันรบกับมัทนี
“ไม่จริง ! ไม่จริง !” วันทนีย์ร้องลั่น
“กรี๊ด” กระถินกรีดร้อง
กำนันเรืองกับอาไทปรี่เข้ามาถามทั้งคู่ด้วยอาการที่ตกใจไปด้วย
“มีอะไร เมียจ๋าถูกหวยเหรอ”
“แม่จ๋ารู้ว่าพ่อกำนันมีเมียน้อยเหรอจ๊ะ” อาไทถามแกมหยอก
กำนันเรืองกับวันทนีย์เขกหัวอาไท “อาไท”
“อาหยอกเล่นเฉยๆ” อาไทลูบหัวตัวเอง
“พ่อกำนัน พี่รบจะหมั้นกับยายมัทรี กระถินไม่ยอมค่ะ ไม่ยอม !” กระถินรีบฟ้อง
แล้ววันทนีย์กับกระถินก็กรี๊ดออกมาพร้อมกันจนอาไทต้องอุดหู กำนันเรืองตวาดด้วยเสียงที่ดังกว่า
“เฮ้ย ! Shut up!”
วันทนีย์กับกระถินหุบปากเงียบกริบทันที
“แค่ไอ้หมาจะหมั้น ร้องอย่างกับหมูโดนเชือด” กำนันเรืองว่า
กระถินรีบยุวันทนีย์ “พ่อกำนันกล้าตวาดแม่”
อาไทช่วยเสริม “แบบนี้คิดปฏิวัติแม่จ๋าชัด ๆ”
วันทนีย์นึกขึ้นได้จึงถลึงตามองกำนันเรือง กำนันเรืองหน้าจ๋อยแล้วพูดเสียงอ่อนลง
“เปล่าจ้ะ พ่อจ๋ากลัวเสียงดังจะทำให้วัวควายชาวบ้านแตกตื่น”
“ข้าไม่ยอมให้ไอ้หมาหมั้นกับผู้หญิงที่ข้าไม่ชอบ” วันทนีย์บอก
“กระถินก็เสียงดังเพราะยังไม่ได้พี่รบเป็นผัว” กระถินเห็นทุกคนมองมาก็รีบแก้ตัว “เอ่อ ... กระถินเสียใจที่ต้องเป็นหม้ายขันหมากนี่จ๊ะ”
พูดจบกระถินก็บีบน้ำตาร้องไห้กระซิก ๆ วันทนีย์รีบปลอบ
“โถ... อย่าร้องไห้ลูกกระถิน”
“เราไปทำลายงานหมั้นพี่รบมั้ยคะ” กระถินเสนอ “จ้างคนไปเผา ! ปล้น ! จี้ ! ฆ่า ข่มขืนยายมัทรี ! ให้มันอับอายขายหน้าคนทั้งราชบุรีไปเลย” กระถินหัวเราะเหมือนผู้ร้ายในหนัง “ฮะฮ่า ๆ “
อาไทสะกิดกระถิน “ตั้งสติหน่อยพี่กระถิน นี่มันนางร้ายชัด ๆ”
กระถินชะงักแล้วรีบทำหน้าเศร้าเสียงสลด เมื่อมองเห็นวันทนีย์กับกำนันเรืองอึ้งกับท่าทางของตัวเอง
“มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบของผู้หญิงที่สูญเสียว่าที่สามีในอนาคต ไม่มีใครรู้ว่ากระถินปวดร้าวและชอกช้ำยังไง”
“แม่เข้าใจ... แต่มันน่าสงสัยว่าใครให้เจ้ารบยืมเงินค่าสินสอดจนครบ..ตั้งสิบล้าน”
กำนันเรืองได้ยินก็สะดุ้งเฮือก อาไทหันมองพ่อัวเอง กำนันเรืองถลึงตาใส่อาไททันที
“นั่นสิจ๊ะแม่ คนที่ให้ยืมต้องเป็น...” อาไททำท่าจะบอก
กำนันเรืองซึ่งยืนอยู่ด้านหลังวันทนีย์กับกระถินพยายามทำมือส่งสัญญาณห้ามลูกชายคนเล็กของตัวเอง
“..เพื่อนพี่รบที่รวยมากแน่ๆ จ๊ะ” อาไทพูดออกมา
กำนันเรืองถอนใจอย่างโล่งอก
“อย่าให้รู้ตัวนะ แม่จะด่าเล่นระนาดโหมโรงให้น่วมเลยคอยดู” วันทนีย์โมโห
กำนันเรืองกลืนน้ำลายลงคอเพราะกลัวจะถูกจับได้

ในวงสนทนาของสามหนุ่มที่บ้านพักของพชร วันรบตื่นเต้นดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้หมั้นกับมัทรี
“ในที่สุด ฟ้าเมตตาในความรักของผมกับมัท” วันรบดีใจ
“ว่าที่แม่ยายแกต่างหากที่เมตตายกลูกสาวให้” พชรบอก
“แค่หมั้น ยังไม่ได้ยกให้เว้ย” รชานนท์รีบบอก
“อ๊ะ ๆ คุณพ่อป้ายแดงออกอาการหวงลูกสาว” พชรแซว
รชานนท์ไม่สนใจคำแซวของพชร เขาหันไปถามวันรบทันที
“แกไปอ้อนกระแตยังไง เค้าถึงยอมให้แกหมั้นกับมัทรี”
“ตรง ๆ แมน ๆ ไม่อ้อมค้อม” วันรบตอบ
รชานนท์จ้องวันรบด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเชื่อ
“ก็หยอดดราม่าน่าสงสารไปนิ๊ดหน่อยเอ๊ง...” วันรบสารภาพ
“มุกนี้แหละ ได้ใจน้องไหน้ำตาลนางฟ้าไปเต็ม ๆ” พชรสรุป
“ป๋าช่วยผมเลือกสูทวันหมั้นหน่อยสิ”
“ใส่ ๆ ไปเถอะ ตัวไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ” รชานนท์เซ็ง
วันรบงง “ป๋าเป็นไร ?”
“ก็เพิ่งได้เป็นพ่อ ลูกสาวยังไม่ทันญาติดีด้วย แล้วต้องมายกให้แก มันก็เลยเป็นพ่อตาอารมณ์สับสน หวงลูกสาวจนทนไม่ได้น่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” พชรหัวเราะร่วน
วันรบมองรชานนท์ แต่รชานนท์ทำเป็นเมินไปทางอื่นเหมือนไม่ยอมรับ
ทันใดนั้นเสียงมือถือของรชานนท์ก็ดังขึ้น รชานนท์มองโทรศัพท์แล้วยิ้มหน้าบานก่อนจะกดรับ
“จ๋า..ผมกำลังจะกลับแล้วจ๊ะ รอแป๊บนะผมจะกลับไปทานข้าวด้วยนะครับ ครับ” รชานนท์วางสาย “พี่ระผมไปก่อนนะ
“โว้ว ๆ ๆ พ่อปลาไหลกลัวเมียเว้ย โทรปุ๊บกลับปั๊บ” พชรแซว
“พี่ระ ผมไม่ได้กลัว ไม่ได้เกรงใจ แต่ผมเต็มใจเพราะรักครับพี่” รชานนท์บอก
“อ้วก” พชรทำเสียงอ้วก
รชานนท์ขำแล้วจะรีบออกไป แต่วันรบพูดขึ้น
“ป๋า..ผมไปทำคะแนนกับแม่ยายด้วย”
“ไม่ให้ไปเว้ย” รชานนท์ปฏิเสธ
วันรบไม่สนใจรีบวิ่งไปขึ้นรถของรชานนท์แล้วยิ้มลอยหน้าลอยตา
พชรขำ “เขยซ่าส์ พ่อตาแสบ แม่ยายโหด โอ้ย..เข้ากั๊น เข้ากันว่ะ ฮะๆ ๆ”
รชานนท์เซ็งแต่ก็รีบเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป พชรยืนหัวเราะเพราะขำรชานนท์

รถของรชานนท์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านติรกา ติรกาเดินออกมากอดรชานนท์ที่เพิ่งลงมาจากรถแล้วก็หอมแก้มซ้ายขวา มัทรีหน้าตึงตามออกมา วันรบรีบลงจากรถตรงเข้าไปหามัทรี
“มัท” วันรบหันไปไหว้ติรกา “วันนี้ผมขอทานมื้อเย็นด้วยคนนะครับ”
“ได้สิจ๊ะ ยังไงเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่” ติรกายิ้มรับ
วันรบยิ้ม “ครับ”

เตือนใจกับพุทราแอบมองทั้งสี่จากมุมหนึ่ง พุทราหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา
“ร้องไห้ทำไมแม่พุทรา” เตือนใจถาม
“ก็พุทราไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์ ยิ้มกันพร้อมหน้าอย่างนี้จริง ๆ”
เตือนใจหมั่นไส้หยิบแก้มพุทราเต็มแรง
“โอ้ย คุณเตือนหยิกพุทราทำไมคะ”
“หล่อนจะได้มั่นใจไงว่าไม่ได้ฝัน หรือยังไม่แน่ใจ” เตือนใจทำท่าจะหยิกอีก
“โอ้ยๆ ๆ แน่ใจแล้วค่ะ ทั้งชัดทั้งชัวร์เลย” พุทราเจ็บแก้ม

ติรกายื่นมือมาจับมือรชานนท์
“ทำงานมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำแล้วมาทานข้าวดีไหมคะ”
“ก็ดีเหมือนกัน ไปด้วยกันนะ” รชานนท์บอก
มัทรีหันขวับทันที วันรบมองท่าทีของมัทรีอย่างจับสังเกต
“กระแตก็ทำงานมาทั้งวันจะได้สดชื่นไง” รชานนท์บอก
“ค่ะ” ติรกาตอบรับเสียงอ่อนหวาน
แล้วรชานนท์ก็พาติรกาเดินเข้าบ้านไป
วันรบมองมัทรีที่ยืนนิ่งอย่างแปลกใจ “มัท..ไม่โกรธป๋าแล้วเหรอ”
มัทรีไม่ตอบแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วรีบเดินตามรชานนท์ไป
วันรบ เตือนใจ และพุทรามองมัทรีอย่างสงสัยว่าจะเกิดเรื่องจึงรีบเดินตามกันไป

รชานนท์จูงมือติรกามาที่หน้าห้องอย่างอารมณ์ดี แต่พอมองไปที่ประตู รชานนท์กับติรกาก็ต้องอึ้งไป เพราะทั้งสองเห็นแม่กุญแจคล้องล็อกประตูห้องของติรกาอย่างแน่นหนา
“ใครเอามาติดเนี่ย เมื่อเช้ายังไม่มีเลย” ติรกาตกใจ
“มัทกลัวว่าจะมีคนแอบเข้าห้องคุณแม่ เลยให้ลุงแจ่มเอามาติดเมื่อเช้า” มัทรีบอก
รชานนท์กับติรกาหันไปมองก็เห็นมัทรีชูลูกกุญแจให้ดู
วันรบกับรชานนท์มองเตือนใจกับพุทรา ทั้งสองรีบส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยว
“แม่เคยบอกมัทว่าห้องนอนไว้สำหรับนอน ไม่ใช่สำหรับพัก ถ้าเหนื่อยก็ให้ไปนั่งพักในสวนค่ะ”
ติรกางงเพราะจำไม่ได้
มัทรียิ้มกวน “ไว้ถึงเวลาที่แม่จะนอน มัทค่อยมาเปิดประตูให้นะคะ”
มัทรีพูดจบก็เดินไปทันที
“งั้นเราไปเดินเล่นในสวนกันก็ได้ค่ะนนท์” ติรกาบอก
รชานนท์เซ็งที่ไม่ได้อยู่ตามลำพังกับติรกา

วันรบใช้ผ้าเช็ดแก้วน้ำที่ล้างเสร็จจนแห้งแล้วส่งให้มัทรี มัทรีรับแก้วมาแล้วเก็บใส่ตู้ในครัว
“ทำไมมัทขัดความสุขผู้ใหญ่แบบนั้น” วันรบถาม
“มัทไม่ชอบคนฉวยโอกาส” มัทรีตอบทันที
“แต่แม่มัทมีความสุขที่ได้อยู่กับป๋า”
“ถ้าแม่จำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วไม่โกรธ มัทถึงจะโอเค แต่ตอนนี้แม่ยังจำอะไรไม่ได้ มัทไม่ยอมให้แม่โดนเอาเปรียบเด็ดขาด”
วันรบเห็นท่าไม่ดีก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“เวลาของเรา เราอย่าเอาเรื่องคนอื่นมากวนใจดีกว่านะครับ”
วันรบวางผ้าเช็ดแก้วลงบนโต๊ะแล้วใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของมัทรี
“ไม่เครียดนะนางฟ้าของผม”
วันรบเชยคางมัทรีขึ้นมามองแล้วยิ้มให้
“จากวันนี้ไปเราจะมีแต่รอยยิ้มกับความสุข เพราะอีกไม่นานเราก็จะได้แต่งงานกันอย่างที่ฝันไว้” วันรบบอก
“มัทกลัวจะมีเรื่องไม่ดี ทำให้เราต้องแยกกันอีก” มัทรีกังวล
วันรบกุมมือมัทรีไว้แล้วยิ้มให้
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่ตรงนี้ อยู่กับมัท ไม่ทิ้งมัทไปไหน... ผมสัญญา” วันรบยืนยัน
วันรบยกมือมัทรีขึ้นมาจูบ มัทรียิ้มชื่นใจแล้วโผกอดวันรบ
“ขอบคุณนะคะที่อยู่ข้างมัทมาตลอด”
ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข
วันรบเหลือบมองไปที่พวงกุญแจบ้าน เขาเห็นกุญแจที่ล็อคประตูห้องนอนติรกา
เตือนใจกับพุทราแอบมองมัทรีกับวันรบอยู่ที่ประตูห้องครัว เตือนใจพยายามโบกมือเรียกมัทรีที่หันหน้ามาทางตน
“ยายมัท! ยายมัท” เตือนใจพูดเสียงเบา
มัทรีเห็นเตือนใจกับพุทราทำมือเป็นสัญญาณว่า “โอเค” มัทรีแอบพยักหน้าน้อยๆให้เตือนใจกับพุทราแล้วยิ้มอย่างมีแผน

ทรงสุดานั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขกด้วยท่าทางกลัวๆ โดยมีสมภพกับธงฉานนั่งอยู่ใกล้ๆ สักพักทรงสุดาก็วางสายแล้วหันมาบอกสมภพ
“รุจี เปิ้นปิดเครื่องเจ้า”
สมภพโมโห “น้องเธอไม่คิดจะติดต่อสื่อสารคนอื่นเลยหรือไง”
“ติดต่อไม่ได้แบบนี้... ก็แสดงว่าแผนสองล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย” ธงฉานเซ็ง
สมภพง้างมือจะฟาดธงฉาน แต่ธงฉานกลัวจึงรีบวิ่งไปหลบหลังทรงสุดาทันที
“พี่ดาช่วยผมด้วย”
สมภพเห็นท่าทางของธงฉานแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ก่อนจะลดมือลง ธงฉานเห็นว่าสมภพไม่ฟาดก็โล่งใจเดินเบี่ยงออกมาจากหลังทรงสุดา สมภพได้จังหวะรีบเขกหัวธงฉานทันที
“คิดว่ารอดเหรอ! โทษฐานที่แกจัดการมัทรีไม่ได้ ไปพาตัวยายรุจีกลับมา”
“แต่เปิ้นปฏิบัติธรรมนะเจ้า” ทรงสุดาแย้ง “ถ้าเฮายะจะอั้นจะเป็นบาปนะเจ้า จะอี้รอเปิ้นปิ๊กมาก่อนได้ก่อ”
“โอ้ยถ้ารอจะอี้แล้วเมื่อไหร่ฉันจะจัดการพวกจะอั้น” สมภพฉุน
ธงฉานเคลิ้ม “จะอี้แล้วพวกเฮาจะยะจะได โว้ย จะอั้นจะอี้ จะอู้กันถึงชาติไหนเนี่ยอา ปวดหัว”
สมภพหันมาตวาดทรงสุดาทันที
“เฮาบ่สน ...เอ๊ย ฉันบ่สน” สมภพเริ่มงง “เว้ย! ฉันไม่สน! ฉันต้องการให้น้องสาวเธอมาจัดการกับรชานนท์ ทำยังไงก็ได้ให้ติรกาผิดใจกับไอ้หมอนั่น รุจีต้องเข้าไปเป็นอุปสรรคในความรักระหว่างรชานนท์กับติรกา”
“เจ้า” ทรงสุดารับคำ

มัทรีและพุทราช่วยเตือนใจเตรียมอาหารมื้อเย็นอยู่ในครัว มัทรีมองซ้ายมองขวาไม่เห็นรชานนท์กับวันรบก็โล่งใจ
“จัดการครบนะคะ” มัทรีถาม
“เรียบร้อยค่ะคุณมัท... พี่ใส่ไว้ทุกที่ในบ้านเลยค่ะ” พุทราบอก
“แล้วจะปลอดภัยมั้ย?” เตือนใจถาม
พุทราส่งขวดน้ำแร่ขนาดพกพาให้เตือนใจกับมัทรีคนละขวด
“เราไม่ดื่มน้ำจากขวดที่ใส่ยาไว้ก็ปลอดภัยค่ะ” มัทรีพูด
“ยายหมายถึงคุณรชานนท์ ยามันไม่เป็นอันตรายใช่มั้ย”
“ไม่อันตรายค่ะยาย แต่หลับสนิท… ปลุกไม่ตื่นยันเช้า คุณแม่ปลอดภัย ไม่โดนรังแกแน่ ๆ ค่ะ” มัทรีมั่นใจ
วันรบกับรชานนท์แอบฟังทั้งสามคุยกันอยู่ที่หน้าต่างห้องครัว

เหยือกน้ำเย็นใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะอาหาร ทุกคนนั่งอยู่พร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารของบ้านเตือนใจ รชานนท์กับติรกานั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน โดยมีมัทรีกับวันรบนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนเตือนใจนั่งหัวโต๊ะ
มัทรีจ้องหน้ารชานนท์ไม่วางตาพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ รชานนท์กับวันรบสบตากันแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้แผนของมัทรี
“วันนี้มีแต่ของโปรดของผมทั้งนั้นเลย” รชานนท์บอก
มัทรีลุกไปตักข้าวให้ทุกคน พุทราเดินมายกเหยือกน้ำแล้วเทใส่แก้วรชานนท์เป็นแก้วแรก
“ไม่เป็นไรพุทรา ผมไม่หิวน้ำ” รชานนท์บอก
“ทานข้าวแล้วไม่ดื่มน้ำได้ยังไงล่ะ” เตือนใจแย้ง
“นนท์ไม่ชอบให้คนเซ้าซี้” ติรการีบบอก
พุทราเหลือบมองมัทรีว่าจะเอายังไงต่อ
“ช่างเค้าเถอะค่ะ เดี๋ยวหิวก็คงอยากดื่มเอง” มัทรีพูด
รชานนท์กับวันรบแอบสบตากันแล้วยิ้มน้อย ๆ ที่แผนของมัทรีไม่สำเร็จ มัทรีเห็นอาการของวันรบกับรชานนท์ก็แค้นใจแต่ก็พยายามเก็บอาการไว้
พุทราจะเอาเหยือกน้ำไปวางแต่ติรการั้งไว้ก่อนจะส่งแก้วน้ำของตัวเองให้พุทรา
“ไม่ให้ฉันดื่มน้ำเหรอพุทรา”
“เอ่อ... คือว่า...” พุทราอึกอัก
พุทราหันไปมองมัทรีกับติรกาด้วยสีหน้าเหวอ มัทรีรีบเดินมาหยิบขวดน้ำแร่ส่งให้ติรกาทันที
“ดื่มน้ำแร่ดีกว่าค่ะ”
“แม่ก็อยากดื่มน้ำแร่”
เตือนใจพูดแล้วยกขวดน้ำของตัวเองขึ้นมาทันที
“ของพี่รบก็น้ำแร่นะคะ”
มัทรียกขวดน้ำแร่อีกขวดส่งให้วันรบ รชานนท์ยิ้มแล้วหยิบขวดน้ำผลไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“ของผมน้ำผลไม้” รชานนท์บอก
มัทรี เตือนใจและพุทราเห็นว่ารชานนท์เตรียมน้ำผลไม้มาเองก็ถึงกับอึ้งไป
รชานนท์ยักคิ้วแล้วยิ้มกวน ๆ ให้มัทรีกับเตือนใจ
“พุทรา... เราลืมกับข้าวไว้ในครัวอย่างนึงนะคะ” มัทรีบอก
พูดจบมัทรีก็รีบลุกเดินไปที่ครัวทันที โดยที่พุทรารีบเดินตามไป

มัทรีรีบดึงตัวพุทรามาคุยในครัว
“แผนยานอนหลับจะไม่สำเร็จ เอาไงต่อคะ” พุทราถาม
“ใส่ในน้ำไม่ได้ ก็ใส่ในกับข้าว” มัทรีบอก
“แต่ยานอนหลับไม่เหลือแล้วนะคะ”
“มันต้องมีเหลือซักเม็ดแหละค่ะ ไปหามา แล้วใส่ในจานผลไม้แทน” มัทรีสั่ง
“เดี๋ยวพุทไปดูในตู้ยาให้ค่ะ”
พุทรารีบวิ่งออกไปทันที

เตือนใจเห็นรชานนท์ชะเง้อมองไปในครัวก็กลัวจะเสียแผนจึงรีบตักกับข้าวให้รชานนท์ทันที
“ทานกันก่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด”
รชานนท์กำลังตักกับข้าวเข้าปากโดยไม่รู้ว่ามีพริกขี้หนูสีเขียวเม็ดใหญ่อยู่ในช้อน เขาเคี้ยวข้าวคำแรกแล้วก็อึ้งไป หน้าของรชานนท์แดงก่ำ เขารีบคว้าน้ำผลไม้มาดื่มแก้เผ็ดทันที
“เผ็ดขนาดนั้นเลยเหรอคะนนท์” ติรกาถาม
ติรกาเอื้อมไปตักกับข้าวจานเดียวกับของรชานนท์มาจะเอาเข้าปาก
“เดี๋ยวลูก” เตือนใจทักขึ้นแต่ไม่ทัน ติรกาตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวทันที
ติรกานิ่งไป สักพักหน้าติรกาก็แดงก่ำ เธอคว้ากระดาษทิชชู่มาแล้วคายข้าวในปากทิ้งทันที
“น้ำ! น้ำ!”
ติรการ้องหาแล้วคว้าขวดน้ำมาเปิดแต่เปิดไม่ออก
“แม่เปิดให้” เตือนใจบอก
ติรกาทนไม่ไหวลุกไปหยิบเหยือกน้ำจะมาเทดื่ม มัทรีเดินออกมาจากครัวเห็นเข้าก็ตกใจ
“แม่ดื่มน้ำจากเหยือกนี้ไม่ได้นะคะ”
มัทรีแย่งเหยือกน้ำจากติรกา แต่ติรกาไม่ยอมแย่งเหยือกน้ำกลับ
“พี่รบเปิดน้ำขวดอื่นให้แม่ทีคะ” มัทรีขอ
วันรบกำลังจะหยิบน้ำแร่อีกขวดบนโต๊ะ แต่ก็ไม่ทันเพราะรชานนท์แย่งไปเปิดดื่มก่อน
พุทราวิ่งออกมาจากในครัวแล้วแอบเทผงยาที่บดไว้ลงในจานผลไม้ เตือนใจเห็นก็รีบคว้าจานผลไม้มาจากมือพุทราทันที “ฉันจัดการเอง”
รชานนท์หันมาหาเตือนใจ
“กินซะ จะได้หายเผ็ด”
พูดจบเตือนใจก็เอาผลไม้ยัดปากรชานนท์ทันที รชานนท์เคี้ยวผลไม้ตุ้ยๆแล้วกลืน
“กินอีกจ้ะ!” เตือนใจจะป้อนอีก
“เดี๋ยวผมทานเอง” รชานนท์บอก
รชานนท์หยิบผลไม้ขึ้นมากินอีก พุทราหันไปหามัทรีแล้วตะโกนลั่น
“สำเร็จแล้วค่ะคุณมัท”
มัทรีหันไปเห็นรชานนท์กินผลไม้ในจานที่พุทราถือมาแล้วก็ดีใจ
“เยส!”
รชานนท์มองหน้าพุทราแล้วก็อึ้งๆ ก่อนจะหันไปมองมัทรีแล้วเอ่ยถาม
“ผลไม้ใส่ยานอนหลับ?”
“ใช่ค่ะ” มัทรีตอบ
รชานนท์เหวอแล้วทรุดลงนั่งบนเก้าอี้
“ขอโทษนะป๋า ผมไม่รู้ว่าจะมีแผนสอง” วันรบบอก
ติรกาฉวยจังหวะที่มัทรีเผลอแย่งเหยือกน้ำมาดื่มทันที
“ว้าย!! แม่คะ” มัทรีตกใจ
ติรกาดื่มน้ำในเหยือกไปหลายอึก ทุกคนได้แต่มองตาค้างเพราะห้ามติรกาไม่ทัน
“อย่างน้อยก็หลับยันเช้าทั้งคู่” เตือนใจบอก
ติรกาได้ยินคำพูดของแม่ก็อึ้งไปแล้วรีบวางเหยือกน้ำลง
“แม่ว่าอะไรนะ? มียานอนหลับในน้ำเหรอ?” ติรกาถามซ้ำ
“หมดกันคืนอันแสนหวานของฉัน” รชานนท์เซ็ง
“อย่าโกรธลูกเลยนะคะนนท์ แกยังเด็ก” ติรกาบอก
พูดยังไม่ทันจบประโยคติรกาก็เริ่มหาว
วันรบกระซิบกับมัทรี “ยาออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
ติรกากำลังจะพูดต่อแต่ก็ง่วงจนเซล้มไปทับรชานนท์แล้วหลับไป
“กระแต... กระแต” รชานนท์เขย่าตัวให้ติรกาตื่นแต่ก็ไม่สำเร็จ
วันรบนึกได้ “มัท ทำไมแม่ถึงหลับไปก่อนป๋าล่ะ”
ทุกคนหันไปมองรชานนท์อย่างแปลกใจ รชานนท์นิ่งสังเกตอาการตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมา
“สงสัยยานอนหลับของผมจะหมดอายุ เพราะไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด”
มัทรีกับเตือนใจหันไปหาพุทราทันที
“พุทรา!” สองยายหลานประสานเสียง
พุทรายิ้มเจื่อนๆแล้วเดินถอยออกมา มัทรีกับเตือนใจเดินเข้าไปหาพุทรา
“อย่าเอาเรื่องพุทเลยนะคะ พุทเห็นยาเม็ดมันคล้าย ๆ กันคิดว่าน่าจะเป็นยานอนหลับเหมือนกัน” พุทราหน้าจ๋อย
“งั้นคุณนนท์กินยาอะไรเข้าไปล่ะ!” เตือนใจสงสัย
ทั้งสามคนหันกลับไปที่รชานนท์พร้อมกัน ก็เห็นแต่วันรบนั่งยิ้มแฉ่งอยู่คนเดียวอยู่ที่โต๊ะ

ประตูห้องนอนติรกาถูกปิดดังปัง ตามมาด้วยเสียงล็อคประตูจากด้านใน มัทรีกับเตือนใจรีบวิ่งตามมา
“คุณนนท์ไขกุญแจเข้าไปได้ยังไง” เตือนใจสงสัย
มัทรีนึกได้ “รบแอบเอากุญแจมัทไปแน่ ๆ”
“กุญแจบ้านก็หายไปด้วย” เตือนใจบอก
มัทรีโมโหวันรบแต่ร้อนใจเรื่องติรกามากกว่า เธอทุบประตูห้องนอนติรการัวไม่ยั้ง

รชานนท์อุ้มติรกามาวางลงบนเตียงในห้อง เสียงมัทรีทุบประตูห้องยังดังต่อเนื่อง
“คุณรชานนท์...คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ!! เปิดประตูเดี๋ยวนี้” เสียงมัทรีดังเข้ามาข้างใน
มัทรียังคงทุบประตูห้องไม่หยุด “เปิดประตูสิ! เปิด!”
“คุณนนท์ เปิดประตูเถอะ ยาที่คุณทานเข้าไปมันเป็นยาอะไรก็ไม่รู้” เตือนใจตะโกนเข้ามา
รชานนท์ยักไหล่ทำไม่สนใจแล้วเดินไปเปิดวิทยุ เขาเร่งเสียงให้ดังกลบเสียงทุบประตูของมัทรี รชานนท์เดินกลับมาที่เตียงแล้วย่อตัวจะนั่งลงบนเตียง ทันใดนั้นรชานนท์ก็ปวดท้องเหมือนท้องเสียขึ้นมา
“เฮ้ย” รชานนท์บิดตัวไปมาตามจังหวะการปวดท้อง แล้วเสียงผายลมก็ดังตามมา
“ไม่ไหวแล้ว!” รชานนท์รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนติรกาทันที

เวลาผ่านไป รชานนท์เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างหมดแรง เขาเดินไปได้แค่สองก้าวก็ปวดท้องขึ้นมาอีก
“โอ๊ย ยังไม่หมดอีกเหรอ”
รชานนท์บิดตัวไปมาตามอาการปวดท้องแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำทันที

รชานนท์เดินช้าๆ ออกมาจากห้องน้ำแล้วกลับเข้าห้องน้ำไปใหม่อีก 2รอบ เขาออกมาจากห้องน้ำอีกรอบอย่างอิดโรยในสภาพเหงื่อท่วมตัว
รชานนท์เหลือบไปเห็นขวดน้ำตั้งอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง เขาค่อย ๆ เดินไปที่โต๊ะหัวเตียงอย่างอ่อนแรงก่อนจะยกเหยือกน้ำขึ้นดื่มอย่างกระหาย แต่ดื่มได้ไม่กี่อึกก็ปวดท้องขึ้นมาอีก
“ยังมีอีกเหรอเนี่ย!”
รชานนท์วางเหยือกน้ำลงแล้วรีบเดินกลับไปที่ห้องน้ำ แต่อยู่ๆ ก็รู้สึกง่วงขึ้นมา
“มาง่วงอะไรตอนนี้วะ”
รชานนท์สะบัดหน้าให้หายง่วงแล้วค่อย ๆ คลานไปที่ห้องน้ำ ประตูห้องน้ำปิดดังปัง!
เวลาผ่านล่วงไปตั้งแต่มืดจนเช้า แสงยามเช้าส่องเข้ามาจับที่ใบหน้าของติรกที่นอนอยู่บนเตียง
ติรการู้สึกตัว เธอลืมตาตื่นมองไปข้าง ๆ ก็เห็นแต่ความว่างเปล่า “นนท์ นนท์” ติรกามองหา “นนท์คะ”
ติรกาลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ
“นนท์คะ..นนท์” ติรกาเคาะประตูห้องน้ำ
สักพัก เสียงรชานนท์งัวเงียและอ่อนแรงก็ดังออกมา “ครับ”
“นนท์ นนท์เป็นอะไรเหรอเปล่า”
ไม่มีเสียงตอบจากในห้องน้ำ ติรกาขยับลูกบิดก็พบว่าเปิดได้
ติรกาเปิดเข้าไป “นนท์”
ติรกาตกใจกับภาพที่เห็น “นนท์!”

ติรกาประคองรชานนท์ที่ท่าทางอ่อนแรงเข้ามาในห้องนั่งเล่น สักพัก วันรบ มัทรีและเตือนใจเดินมาที่ห้องนั่งเล่น ทั้งสามเห็นอาการของรชานนท์ก็อึ้งไป
มัทรีชี้หน้าวันรบ “เพราะคุณคนเดียว.. ผู้ชายคนนี้ถึงมีโอกาสล่วงเกินแม่ฉัน”
“ผมไปเกี่ยวอะไร” วันรบงง
“ก็คุณเอากุญแจห้องให้เค้า ทำให้เค้าได้อยู่กับแม่มัทสองต่อสอง”
วันรบเดินเข้าไปหารชานนท์ “ป๋า... ทำไมหมดแรงขนาดนั้นล่ะ”
ติรกาค่อยๆประคองรชานนท์ให้ลงนั่งที่โซฟา
รชานนท์ตอบเสียงแผ่ว “ทั้งคืนเลย”
“อะไรนะป๋า” วันรบตกใจ
ติรกาจะช่วยพูดแทนรชานนท์แต่ก็อ้ำอึ้งเพราะกลัวรชานนท์จะอายที่ท้องเสียทั้งคืน
“นนท์เค้า” ติรกาอึกอัก “ทั้งคืนเลยน่ะจ้ะ”
มัทรี เตือนใจและวันรบได้ยินก็ตกใจ
“ทั้งคืน” ทั้งสามคนพูดพร้อมกัน
มัทรีนิ่งอึ้งไปด้วยความโกรธ
“มัท ใจเย็นๆนะ บางทีมันอาจจะ... “ วันรบเบรค
มัทรีปัดมือวันรบออกด้วยความโกรธ
“ไม่ต้องแก้ตัวแทน! เค้าพูดออกมาเอง รบไม่ได้ยินเหรอ!”
“โธ่ลูกแม่” เตือนใจร้องไห้แล้วโผเข้ากอดติรกา
มัทรีมองรชานนท์ด้วยความโกรธ “มัทไม่มีวันยกโทษให้คุณเรื่องนี้เด็ดขาด คนฉวยโอกาส”
ติรกางง “ฉวยโอกาส?”
“ก็ใช่น่ะสิลูก... แม่ไม่คิดเลยว่าลูกแม่อายุเท่านี้จะโดนคนรักฉวยโอกาส ทำมิดีมิร้ายกับลูก ทั้งๆที่ลูกไม่รู้สึกตัว” เตือนใจร้องไห้
“อ๋อ” ติรกาพยักหน้าเออออแล้วนึกขึ้นได้ว่าทุกคนเข้าใจผิด
“ว๊าย!! คิดกันไปเรื่องนั้นได้ยังไง”
“ก็คุณแม่บอกเองว่าทั้งคืน” วันรบพูด
“ที่บอกว่าทั้งคืน คือนนท์วิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำทั้งคืนต่างหาก” ติรกาบอก
วันรบ มัทรีและเตือนใจหน้าเหวอ “อ้าว!”
เตือนใจหยุดร้องไห้แล้วผละออกจากติรกาอย่างแปลกใจ
“ตกลงไม่ได้ทำอะไรกันเหรอ?”
“ท้องเสียเหมือนกินยาถ่ายเข้าไปร้อยเม็ด เข้าห้องน้ำไม่รู้กี่สิบรอบ ออกมาก็ดันไปดื่มน้ำที่ใส่ยานอนหลับเข้าไปอีก ผมเลยหลับสนิทคาโถส้วมทั้งคืน” รชานนท์พูดเสียงอ่อย
วันรบ มัทรีและเตือนใจอึ้งไป
“ไม่ใช่แค่นั้น ตื่นเช้ามา...นนท์ยังเข้าห้องน้ำต่ออีกหลายรอบเลยนะ” ติรกาเล่า
วันรบ มัทรีและเตือนใจเห็นอาการของรชานนท์ที่อ่อนแรงแล้วก็มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะลั่น

พชรรู้เรื่องของรชานนท์แล้วก็หัวเราะอย่างเมามันส์ เขายืนมองรชานนท์ที่นั่งหมดแรงอยู่ที่โซฟา ส่วนวันรบมองอย่างเห็นใจ
“ไม่คิดเลยว่าผมจะได้เห็นป๋าเสี่ยเหลี่ยม” วันรบพูด
“แบบนี้เขาเรียกว่าหมดสภาพ แพ้ทางเมีย เสียรู้ลูก จะมีใครเกลียมัวกลัวลูกเท่าแกไหมไอ้นนท์ ฮะ ๆ ๆ”
“ได้ทีใส่ไม่ยั้งเลยนะพี่ระ รอให้ตัวเองมีลูกก่อนเถอะ ผมนี่ล่ะจะเสี้ยมหลานให้จับผิดพ่อมันซะให้เข็ด” รชานนท์ขู่
“ย๊ากส์...อย่างฉันน่ะมันชั้นเทพ ไม่ใช่ชั้นภาคพื้นดินอย่างแก รู้ทุกอย่างรอดทุกมุม ขนาดเมียยังจับไม่ได้ ถ้ามีลูก..ลูกฉันจะไล่ทันได้ยังไง”
นลินีถือแก้วน้ำเกลือแร่เข้ามาให้รชานนท์พอดีก็ถามขึ้น
“ไล่ทันอะไรคะ”
“พี่ระบอกว่าพี่นีไล่พี่ระไม่ทันครับ” วันรบรีบบอก
นลินีหันขวับ พชรสะดุ้งโหยง
“พูดถึงเรื่อง..ผู้หญิง ใช่ไหม” นลินีเสียงเข้ม
“เปล่านะจ๊ะ เมียจ๋า ผมหมายถึงเมียจ๋าไล่ผมทีไรก็ไม่ทันหนีจากอ้อมกอดผมสักที” พชรแถ
นลินีเขิน “บ้า”
พชรหันมายักคิ้วโชว์ วันรบกับรชานนท์แอบยกนิ้วให้เพราะยอมรับว่ากระล่อนจริง ๆ
“ดื่มน้ำเกลือแร่หน่อยสินนท์” นลินีบอก “ทั้งคืนเลยนี่ พี่ว่าหลานมัททำเกินไปนะ เจอหน้าต้องต่อว่าสักหน่อย”
“อย่านะครับพี่นี ตอนนี้ลูกยังไม่ยอมรับผม ถ้าพี่ไปว่าแกจะยิ่งต่อต้านผมหนักขึ้นไปอีก คราวนี้ไม่ใช่แค่ยาถ่ายแน่ครับพี่”
“ตอนนี้มัทยังแรงอยู่ ต้องใช้เวลาครับพี่นี ผมไม่อยากให้มัทโกรธป๋า” วันรบบอก
“แกห่วงฉันเหรอเนี่ย” รชานนท์ถาม
“ครับ ถ้ามัทโกรธป๋า เดี๋ยวงานหมั้นผมจะเป็นหมัน” วันรบพูด
“ไม่ได้ห่วงพ่อตา แต่ห่วงว่าจะไม่ได้เคลมลูกสาวแกเว้ยไอ้นนท์” พชรเสริม
“ฮึ..ลูกฉันกินไม่ได้ง่ายๆ หรอกเว้ย” รชานนท์บอก
“ฮึ ๆ ป๋าลืมแล้วเหรอครับว่าแบ็คอัพผมน่ะเมียป๋า แม่ยายสุดที่รักของผมเลยนะครับ”
วันรบยิ้มอย่างเป็นต่อ รชานนท์มองอย่างเซ็งๆ เพราะสู้ไม่ได้

สมภพซึ่งอยู่ในรีสอร์ตกับธงฉานโมโหจนกำลังจะเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งลงพื้น
“โธ่เว้ย !”
“อย่าครับอา มือถือผ๊ม !” ธงฉานร้องแล้วรีบถลาเข้าไปห้าม สมภพชะงักก่อนจะเอามือถือคืนให้ธงฉานอย่างเจ็บใจ
“ไอ้วันรบมันทำยังไง ติรกาถึงยอมให้มันหมั้นกับมัทรี” สมภพฉุน
“ต้องถามว่าคุณติรกาเป็นอะไร ถึงได้เปลี่ยนจากหลังแหวนเป็นหน้ามือ” ธงฉานสวน
สมภพนิ่งแล้วคิดตาม
“หรือคุณติรกาถูกผีเข้า !” ธงฉานเดา
“เลิกคิดบ้า ๆ สักทีได้มั้ย !” สมภพดุ
“เอ้า อาไม่สงสัยเหรอ วันก่อนแทนที่จะไล่ยิงไอ้รชานนท์ไอ้วันรบ หันมายิงเราเฉยเลย พอวันนี้ยอมให้น้องมัทหมั้น หน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ผมว่าไอ้รชานนท์เจ๊าะๆ แจ๊ะ ๆ คุณติรกาไปแล้วแหงเลย ทั้งอาทั้งผมวืดหมด!”
“ไม่มีทาง ! ฉันไม่ยอมให้ใครแย่งโอ่งข้าวโอ่งน้ำฉันไปเด็ดขาด” สมภพยืนกราน
“เค้าจะหมั้นกันมะรืนนี้แล้ว เราจะทำไงได้”
สมภพมีสีหน้าเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
มัทรียืนคิดหนักอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน ติรกาเดินมาจากในบ้านพอเห็นมัทรีเครียดก็เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง
“มัท..พรุ่งนี้เป็นวันดีนะจ๊ะ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนี้ล่ะลูก” ติรกาถาม
“แม่ขา...มัทกลัวค่ะ..กลัวว่าวันนึงแม่จะไม่เห็นด้วย..แล้วแม่จะเสียใจที่มัทหมั้นกับพี่รบ” มัทรีบอก
“ทำไมมัทคิดแบบนั้นล่ะลูก”
“มัทแค่กลัวน่ะค่ะ..มัทไม่อยากให้แม่เสียใจ”
ติรกายิ้มแล้วดึงมัทรีเข้ามากอด “แม่มีลูกน่ารักขนาดนี้ แม่ไม่มีวันเสียใจหรอกจ๊ะ แล้วอีกอย่าง..แม่รักลูกมาก ลูกเป็นดวงใจของแม่เลยนะ เพราะฉะนั้นถ้าลูกของแม่รักใคร แม่ก็จะรักเขาด้วย”
“แต่..เมื่อก่อน” มัทรีอึดอัดเพราะอยากจะเล่าอดีตให้ติรกาฟัง
“เมื่อก่อนก็คืออดีต แต่ตอนนี้..คือปัจจุบัน มันคนละเรื่องกันใช่ไหม..แม่ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเป็นยังไง แต่ตอนนี้ขอให้แม่เห็นรอยยิ้มมัท เห็นมัทมีความสุข นั่นคือความสุขของแม่นะ”
“แม่คะ..วันนี้มัทมีความสุขที่สุดเลยค่ะ” มัทรียิ้มแล้วกอดติรกา “มัทรักแม่นะคะ”
ติรกายิ้มแล้วกอดตอบ
เตือนใจกับพุทราแอบฟังสองแม่ลูกคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง เตือนใจยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะได้ยินเสียงสูดน้ำมูกดังมาจากข้าง ๆ พอเธอหันไปก็เห็นพุทราสะอึกสะอื้นอยู่
“แม่พุทรานี่เธอเป็นเลขาหรือแม่ยัยติกันแน่ฮะ” เตือนใจถาม
“แม่ค่ะ” พุทราตอบ
“หะ!” เตือนใจงง
“พุทราหมายถึงพุทราตื้นตันใจแทนแม่คุณติ คือคุณเตือนน่ะค่ะ” พุทรารีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณเตือนคะ แล้วถ้าหมั้นไปแล้วเกิดคุณติจำได้ไม่แย่เหรอคะ”
“คนเป็นแม่รักลูกมากกว่าตัวเองนะ ยัยติก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน” เตือนใจบอก
ติรกาที่ยืนดอกลูกสาวอยู่ขมวดคิ้วขึ้นเพราะรู้สึกปวดหัวนิด ๆ
ภาพตอนที่มัทรีทกอดติรกาหลังจากรู้ความจริงเรื่องรชานนท์แวบกลับขึ้นมาในหัวของรติกา แล้วต่อด้วยภาพมัทรีมาบอกทุกคนว่าตรวจดีเอ็นเอ จนรู้แล้วว่าเธอเป็นลูกรชานนท์
“โอ้ย!” ติรการ้องออกมา
มัทรีตกใจ “แม่..แม่เป็นอะไรคะ”
“แม่ปวดหัว”
“งั้นขึ้นไปพักก่อนนะคะแม่”
พูดจบมัทรีก็ประคองติรกาเข้าไปในบ้าน

มัทรีพาติรกาเข้ามาในห้อง เธอเห็นภายในห้องว่างเปล่าก็รู้สึกแปลกใจ
“แล้วเขา” มัทรีเห็นติรกามองอย่างสงสัยก็รับเปลี่ยนคำ “พ่อ..ไปไหนล่ะคะ”
“บอกว่าคืนนี้จะไปช่วยวันรบเตรียมงานจ๊ะ แต่แม่ว่าพ่อเขาแปลก ๆ นะ”
“ทำไมคะ”
“ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล เวลาแม่เข้าใกล้พ่อ พ่อเขาจะตัวแข็งๆ เกร็ง ๆ เขินๆ ใส่แม่ เหมือนไม่ชินยังไงไม่รู้” ติรกาหันมาหามัทรี “ก่อนที่แม่จะตกบันได แม่กับพ่อทะเลาะกันเรื่องลูกกับวันรบใช่ไหม เราทะเลาะกันแรงมากจนพ่อทำตัวไม่ถูกกับแม่เลยเหรอลูก”
มัทรีมองหน้าติรกาแล้วอยากจะเล่าเรื่องจริงแต่เห็นสีหน้าติรกาเป็นกังวลมากจึงจำใจต้องปกปิด
“ไม่ค่ะ...ไม่ได้งอนอะไรนี่คะ เขาคงห่วงแม่มากมั้งคะ”
“คงใช่...สมัยเรียนแม่งอนทีไร พ่อเขาจะต้องมาเล่นกีต้าร์ง้อแม่ทุกที พ่อเขาร้องเพลงเพราะมากจนแม่ต้องหายงอนทุกที คิดถึงแล้วยังขำเลย น่ารักมากด้วย”
“ค่ะ..น่ารัก” มทัรีรับคำอย่างไม่เต็มปากนัก

พชรขำอย่างสะใจ ในขณะที่เขา รชานนท์ และวันรบกำลังนั่งดื่มกันอยู่ที่บ้านพัก
“น่าถีบนะแกนี่...พูดมาได้ว่าไม่กล้า ติรกาน่ะเมียแกนะ” พชรเซ็ง
“แต่ตอนนี้กระแตเขายังจำเรื่องในอดีตไม่ได้ เขายังไม่ได้อภัยให้ผม ผมไม่อยากเอาเปรียบคนที่ผมรัก”
“น้ำเน่าว่ะ เป็นฉันน่ะ..ฮึ่ย ๆ ๆ” พชรทำเสียงยั่ว
“ป๋าเขาไม่เหมือนพี่ระนี่ ตัณหาอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่น” วันรบว่า
“และถ้าหน้ามืดแล้วถึงไหนถึงกัน” พชรเสริม
จู่ๆ นลินีก็ถือน้ำแข็งเดินเข้ามา
“ใครหน้ามืดคะ” นลินีถาม
“พี่ระครับ” วันรบตอบ
นลินีหันไปถามอย่างห่วงใย “เป็นอะไร เอายาดมไหม”
“ใช้ยาดมไม่ได้หรอกพี่นี่ พี่ระไม่ได้หน้ามืดเพราะปวดหัว แต่หน้ามืดเพราะตัณ..” วันรบพูดยังไม่จบพชรก็รีบแทรกขึ้นมา
“ก็มันตันจริงๆ นี่หว่า” พชรหันมาหานลินี “เมียจ๋า ไอ้รบมันให้คิดหาทางช่วยพาแม่มันมาที่นี่ที แต่ผมคิดไม่ออกมันตัน ๆ ๆ ! จนจะหน้ามืดอยู่แล้ว”
“โถ..ใจเย็น ๆ นะคะคุณ เดี๋ยวนีช่วยคิดนะคะ”
วันรบกับรชานนท์มองนลินีที่โอบพชรอย่างปลอบโยน สองหนุ่มเห็นพชรยักคิ้วให้
วันรบพูดเบาๆ กับรชานนท์ “ผมว่าผมพริ้วแล้วนะ แต่พี่ระนี่ปลาไหลตัวพ่อของแท้”
“พี่ระเป็นได้ แต่แกอย่าเป็นก็แล้วกัน” รชานนท์ขู่
“ผมเลิกตั้งนานแล้วพี่ก็รู้ ไม่เอาน่าลูกสาวไม่รักอย่าพาลลูกเขยสิพี่”
“แล้วรบโทรบอกแม่รบเรื่องพรุ่งนี้แล้วใช่ไหม” นลินีถาม
“บอกแล้วครับ แต่เขาก็เงียบ ๆ คงจะไม่ยอมมาจริง ๆ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรรถที่หน้าบ้าน
“ใครมา?” พชรถาม
พชรเดินออกไปดู โดยที่คนอื่นๆ เดินตามไป

พชรเดินออกมาที่หน้าบ้าน โดยมีวันรบ รชานนท์ และนลินีเดินตามออกมา วันรบชะงักที่เห็นว่าคนในรถที่ก้าวลงมาคือกำนันเรือง วันทนีย์ อาไท และกระถิน
“พ่อ!แม่!” วันรบรีบเข้าไปกอดวันทนีย์ด้วยความดีใจ
“ผมคิดว่าแม่จะไม่มาซะแล้ว”
วันทนีย์ไม่พูดอะไรแถมยังทำหน้ามึนตึง กำนันเรืองจึงต้องตอบแทน
“ลูกชายจะขอหมั้นทั้งที พ่อแม่จะไม่มาได้ยังไง จริงไหมจ๊ะแม่จ๋า”
วันทนีย์ไม่ตอบอะไร เธอทำเมินไปทางอื่น
“วันสำคัญของพี่รบ กระถินต้องมาถึงแม้จะต้องปวดใจเจียนตาย..กระถินก็ยอมค่ะ” กระถินพูด
พชร รชานนท์ และนลินีมองกระถินแบบหน่ายๆ
“งานสำคัญของพี่รบทั้งที แม่จ๋าเขาไม่พลาดหรอกพี่ เรียกอากับพ่อกำนันให้รีบออกมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว” อาไทบอก
วันทนีย์รู้สึกเสียฟอร์ม “อาไท!” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ง่วงแล้วพ่อจ๋า ไปโรงแรมซะที”
“พรุ่งนี้เริ่มตั้งขบวนเจ็ดโมงเช้านะครับ” รชานนท์บอก
“ตื่นเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหล่ะ” วันทนีย์ยังวางฟอร์มใส่
วันทนีย์เชิดใส่แล้วเดินขึ้นรถไป กระถินยังยืนอาลัยอาวรณ์วันรบ
“กระถิน..ขึ้นรถ” วันทนีย์ตะโกนออกมา
“พ่อครับ..” วันรบเริ่มกังวลกับอาการของแม่ตัวเอง
“เอาน่าเขาตื่นเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหล่ะ”
พูดจบกำนันเรืองก็ขึ้นรถแล้วขับออกไป

เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น เสียงแตรรถดังลั่นอยู่ที่หน้าบ้านพชร รชานนท์ วันรบ และพชรที่อยู่ในบ้านเหลือบมองนาฬิกา
“หกโมงเช้า” รชานนท์พูด
“ไอ้บ้าที่ไหนว่ะมาเสียงดังตั้งแต่เช้า ต้องโวยให้เจ็บ” พชรหงุดหงิด
“ใจเย็นนะคุณระ” นลินีเตือนสติ
“เมียจ๋ารอในนี้ เดี๋ยวสามีเคลียร์เอง”
พูดจบพชรก็รีบออกไป รชานนท์กับวันรบเดินตามออกไป นลินีมองตามด้วยความเป็นห่วง

รชานนท์กับวันรบวิ่งออกมาจากบ้านแล้วก็ต้องยืนอึ้ง เมื่อพวกเขาเห็นกำนันเรืองและวันทนีย์อยู่ในชุดไทยเต็มยศยืนรออยู่ใกล้ๆ รถ ส่วนกระถินกับอาไทยืนหลับพิงกันอยู่
“ที่ว่าตื่นเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น....” พชรเปรย
“ตั้งแต่ตีสาม” กำนันเรืองบอก
กระถินรู้สึกตัวจึงเด้งตัวขึ้นมา “ถึงจะเช้าแค่ไหน แต่เพื่อพี่รบ กระถินยอม.....” กระถินเอนตัวลงไปยืนพิงหลับต่อ “ค่ะ”
วันรบเข้าไปกอดวันทนีย์ “ขอบคุณครับแม่”
วันทนีย์ทำเป็นสะบัดแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนรถ
“ทำฟอร์มไปงั้นแหล่ะพี่รบ ตื่นมาแต่งหน้าตั้งแต่ตีสองแน่ะ” อาไทบอก
กำนันเรืองเข้าไปจับไหล่วันรบ “ฤกษ์ดีขนาดนี้ ไปแต่งตัวสิว่าที่เจ้าบ่าว”
วันรบไหว้กำนันเรือง “ขอบคุณครับพ่อ”
วันรบหันมาหาพชรกับรชานนท์
“ไปแต่งตัวกันพี่ระ พ่อตา!”
รชานนท์รีบโวยวาย “เฮ้ยๆ ยังไม่อนุญาตอย่าข้ามสเต็ปเว้ย” รชานนท์หันมาพูดกับพชร “แบบนี้ต้องแสดงอิทธิฤทธิ์พ่อตาซะแล้ว เจอกันที่งานนะพี่ระ”
รชานนท์รีบไปขึ้นรถตัวเอง วันรบไม่ฟังเสียงใครรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน พชรรีบตามไป
วันทนีย์มองตามลูกชายไปแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ กำนันเรืองก้าวมายืนข้างๆ แล้วมองภรรยาก่อนจะแซว
“เห็นลูกมีความสุขนี่มันสุขใจจริง ๆนะแม่จ๋า”
วันทนีย์ยิ้มเคลิ้มพร้อมกับพยักหน้าแล้วก็นึกขึ้นได้ “เฉยๆ ไม่สน”
กำนันเรืองมองทิฐิของวันทนีย์แบบขำ ๆ

ผู้คนกลุ่มใหญ่จัดเตรียมขบวนขันหมากเพื่อไปสู่ขอมัทรี แก้วและสามีก็มาร่วมขบวนด้วย นลินีและแก้วช่วยกันจัดขบวนขันหมากอย่างไม่ค่อยชำนาญเท่าไร
“มันต้องมีพานอะไรมั่งนะคะ” นลินีถามแก้ว
แก้วงง “นั่นสิ ต้นกล้วย ต้นอ้อย จะเอาเยอะมั้ย”
“ไม่มีเซียนจัดขันหมาก แล้วจะเคลื่อนขบวนทันเวลาเหรอเนี่ย โอย ๆ ๆ ไอ้หนูไอ้รบจะได้ขันมั้ย” พชรเซ็ง
วันทนีย์กับกระถินยืนเชิดนิ่งอยู่โดยไม่สนใจช่วยอะไรจนกำนันเรืองต้องออกปาก
“แม่จ๋าเป็นแม่งานจัดขันหมากให้ลูกหลานทั่วสุพรรณ น่าจะช่วยไอ้หมาลูกเราบ้าง”
“ข้ายอมมาร่วมงานด้วยก็บุญแล้ว ทำไมต้องช่วยไอ้ลูกไม่รักดี เห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่”
“ใจดำ” อาไทเปรยขึ้น
วันทนีย์หันขวับ อาไทสะดุ้งรีบเปลี่ยนฝ่ายทันที
“พี่รบเนี่ย ใจดำทำแม่จ๋าเสียใจได้ไง”
“อ้าว..ไอ้นี่” คนอื่นๆ งงกับอาไท
“แม่ครับ” วันรบในชุดสูทสีขาวเดินเข้ามาทัก วันทนีย์ทำเป็นเมินหน้าหนีเหมือนไม่พอใจ
วันรบก้มลงกราบวันทนีย์ท่ามกลางสายตาของทุกคน วันรบเงยหน้าขึ้นพูดกับวันทนีย์ด้วยน้ำตาซึม
“ผมขอโทษที่ทำให้แม่เสียใจ แต่ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสำคัญกว่าแม่ ส่วนเรื่องความรัก ผมบังคับหัวใจตัวเองไม่ได้จริง ๆ”
“วันนี้เป็นวันมงคลของลูก อย่าทำให้ลูกไม่สบายใจเลยแม่จ๋า” กำนันเรืองบอก
“ถ้าพี่รบแต่งกับกระถินก็ไม่มีปัญหาแล้ว” กระถินพูด
“หนุ่มสาวเค้ารักกันจนหมั้นหมาย จะให้ล้มเลิกงานได้ยังไง” กำนันเรืองบอก
กระถินตอบทันที “ได้สิคะ”
ทุกคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน “ไม่ได้ !”
กระถินสะดุ้ง เธอรีบแถไปหลบอยู่หลังวันทนีย์ด้วยความกลัว
วันทนีย์มองหน้าเศร้า ๆ ของวันรบที่ยังมีคราบน้ำตาอยู่ วันรบลุกขึ้นยืนตรงหน้า วันทนีย์เริ่มมีท่าทีอ่อนลงก่อนจะหันไปบอกนลินีกับแก้วด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
“จัดพานธูปเทียนแพ ขันหมากเอกใส่เครื่องมงคล ขันหมากโทใส่อาหารคาวหวานมงคลเรียบร้อยรึยัง ต้นกล้วยต้นอ้อยให้เอามาเป็นคู่นะ”
นลินีกับแก้วรีบหันไปสั่งเด็กแถวนั้นอย่างเร่งด่วน
กระถินหงุดหงิดที่เห็นวันทนีย์เปลี่ยนใจมาช่วยวันรบ ส่วนวันรบแอบส่งขวดน้ำตาเทียมคืนให้พชร กำนันเรืองยื่นมือมาคว้าขวดน้ำตาเทียมไป วันรบและพชรตกใจที่ถูกจับได้
กำนันเรืองพูดกับทั้งสองคนเบาๆ “น้ำตาเทียมเรียกน้ำตาจระเข้จริง ๆ”
วันรบ พชร และกำนันเรืองยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างรู้กัน

ประตูห้องของมัทรีถูกเปิดออก ติรกากับรชานนท์เดินเข้ามาหามัทรีด้วยความตื่นเต้น
“ลูกมัทพร้อมรึยังจ๊ะ” ติรกาถาม
มัทรีค่อย ๆ หันมา เธออยู่ในชุดไทยประยุกต์ที่สวยงาม เตือนใจ พุทรา และช่างแต่งหน้ายืนขนาบข้างมัทรีอย่างภาคภูมิใจในผลงาน
ติรกากับรชานนท์ตกตะลึงในความงดงามของลูกสาว
“ลูกสาวแม่สวยมาก” ติรกาชม
“สวยเหมือนแม่ งดงามเหมือนเทพธิดา” รชานนท์พูด
มัทรียิ้มรับคำชมของติรกา แต่เมินใส่คำพูดของรชานนท์
“ก็มัทเป็นลูกแม่นี่คะ” มัทรีบอก
ติรกากอดมัทรีด้วยความรู้สึกตื้นตัน
“วันนี้จะเป็นวันที่ลูกมีความสุขที่สุด เหมือนตอนที่แม่หมั้นกับพ่อ” ติรกาหันไปหารชานนท์ “ใช่มั้ยคะนนท์”
“เอ่อ ครับ สุขล้นทะลักจนกระอักกระอ่วนไปหมดแล้ว” รชานนท์ตอบรับอย่างเสียมิได้
“ว่าไงนะคะ” ติรกาถาม
“ปะ เปล่าครับ เรารักกันมากก็ต้องมีความสุขมากเป็นธรรมดา”
รชานนท์ตอบอย่างอึกอัก มัทรีนิ่งมองรชานนท์อย่างไม่ค่อยพอใจ ส่วนเตือนใจกับพุทราสบตากันเพราะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศมาคุของสองพ่อลูก

ขบวนขันหมากของวันรบเดินทางมาถึงหน้าบ้านของติรกา พชรร้องโห่เอาฤกษ์เอาชัยสามครั้ง ทุกคนในขบวนขานรับ เสียงกลองยาวและเสียงเครื่องดนตรีอื่น ๆ ดังขึ้นเป็นจังหวะครึกครื้น
พชร นลินี กำนันเรือง แก้วและสามีรำแต้ไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ในขบวนอย่างสนุกสนาน กระถินเอาผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาแล้วร้องไห้กระซิก ๆ แก้วหันมาถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ดีใจที่พี่ชายจะหมั้นเหรอคะ”
กระถินได้ยินยิ่งร้องไห้โฮแข่งกับเสียงขบวนขันหมาก แต่ก็ไม่มีใครสนใจ
วันรบถือพานธูปเทียนแพนำขบวนมา เขาหันไปยิ้มให้ผู้ร่วมขบวนอย่างมีความสุข วันทนีย์ถือพานแหวนหมั้นเดินเข้ามายืนประกบวันรบ
“เอ็งยังไม่บอกว่าใครให้ยืมสินสอดจนครบสิบล้าน” วันทนีย์ถาม
กำนันเรืองได้ยินก็ตกใจจนเดินสะดุดขาตัวเองเกือบจะหกล้ม แต่พชรเข้ามาประคองไว้ได้ทัน
“ระวังครับพ่อกำนัน” พชรเตือน
“ซุ่มซ่ามจริง” วันทนีย์หันไปว่า
“ตื่นเต้นไอ้หมาจะหมั้นน่ะจ้ะแม่จ๋า” กำนันเรืองรีบแก้ตัว
วันทนีย์นิ่งมองท่าทางของกำนันเรืองด้วยความแปลกใจ

เสียงโห่และเสียงดนตรีครึกครื้นจากขบวนขันหมากของวันรบดังมาถึงในบ้านของติรกา มัทรีเฝ้ารอขบวนขันหมากด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
ติรกา เตือนใจ และพุทรายืนเบียดและชะเง้อมองขบวนขันหมากหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น
“ขันหมากพ่อวันรบมาแล้ว” ติรกาบอก
“คุณติรกาตื่นเต้นยิ่งกว่าคุณมัทอีกนะคะ” พุทราแซว
“งานหมั้นของลูกสาวสุดที่รัก เป็นใครไม่ดีใจ” ติรกาพูดยิ้มๆ
พุทราหันไปกระซิบกับเตือนใจ
“ถ้าเป็นตอนปรกติ คงเปลี่ยนจากดีใจเป็นไล่ยิงกระเจิงแน่เลยค่ะ”
“อย่ารื้อฟื้นให้ของขึ้นได้มั้ย ฉันหวาดเสียว” เตือนใจปราม
“มีใครไปกั้นประตูเงินประตูทองรึยังคะ” มัทรีถาม
“ไม่ต้องห่วง ... ถ้าวันนี้ไอ้รบป๊อด ได้จอดขบวนขันหมากไว้หน้าบ้านแน่” รชานนท์มั่นใจ
“คุณแกล้งอะไรพี่รบ” มัทรีหันมาถาม
รชานนท์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และไม่ยอมตอบอะไร

ขบวนขันหมากเคลื่อนมาถึงหน้าประตูบ้านของติรกา วันรบและทุกคนตกใจที่เห็นคนงานของ
ติรกายืนกั้นประตูเงินประตูทองเป็ยจำนวนสิบกว่าแถว
“นี่มากั้นประตูเงินประตูทอง หรือด่าน 18 อรหันต์” กำนันเรืองตกใจ
“ฝีมือยายติรกาตัวแสบแน่ ยังไม่ทันเข้าบ้านก็แผลงฤทธิ์ขนาดนี้ ถ้าไอ้หมาเป็นเขยเต็มยศก็คงจะหาเรื่องแกล้งไม่เว้นวัน” วันทนีย์สรุป
“แม่ยายพี่รบไม่ต้อนรับ ก็รีเทิร์นมาหากระถินเถอะ กระถินยอม !” กระถินเอ่ยขึ้น
“แต่ฉันไม่ยอม !” นลินีท้วง
“อ้าว เมียจ๋าไปเกี่ยวไรกับเค้า” พชรงง
“ฉันไม่ยอมให้รบเป็นหม้ายขันหมาก” นลินีพูดกับวันรบ “เป็นไงเป็นกันรบ วันนี้พี่ช่วยลุย”
“ช่างเป็นรักที่มุ่งมั่นเพื่อรัก แก้ววี้ดบึ้มเชียร์ค่ะ” แก้วบอก
กระถินชักสีหน้าไม่พอใจใส่นลินี นลินีทำท่าขึงขังไม่ยอมแพ้กลับ บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ทันใดนั้นรปภ.แจ่มก็กระแซะเข้ามาบอกทุกคน
“นี่เป็นคำสั่งคุณรชานนท์ครับ”
“ป๋าเนี่ยนะ” วันรบตกใจ
“โดนพ่อตาซี้รักหักเหลี่ยมโหดแล้วเว้ย งานนี้มีลุ้นว่าใครเป็นไม้ซีกไม้ซุง” พชรแซว
“หนักกว่าป๋าก็ฝ่ามาแล้ว แค่นี้ผมไม่ยอมถอยหรอก”
พูดจบวันรบก็ควักซองที่เตรียมมาไล่แจกคนงานที่กั้นประตูเงินประตูทองจนเปิดทีละด่าน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของขบวนขันหมากราวกับเชียร์มวย

เตือนใจกับพุทรายืนลุ้นอยู่ริมหน้าต่าง
“ใจป้ำอย่างนี้ เดี๋ยวก็ได้ปล้ำสมใจ” พุทราทำท่าตีเข่า “เอส! เอส!”
เตือนใจกระแอมเตือนพุทรา หลังจากเห็นสีหน้าหวงลูกสาวของรชานนท์
“เราสองคนมูฟไปกั้นประตูใหญ่รับซองผ้าป่า เอ๊ย ซองกระถิน เย้ย...ซองขาว” เตือนใจชวนพุทรา
“สองซองแรกยังมงคล แต่ซองขาวพุทรารับไม่ได้จริง ๆ ค่ะ” พุทราเสียงอ่อย
“งั้นไปกั้นซองพ่อรบ ฮิ้ว” เตือนใจบอก
พุทรากับเตือนใจรีบไปกั้นประตูด้วยความครึกครื้น
“พี่รบพิสูจน์ตัวเองว่าเค้าทำทุกอย่างเพื่อความรักที่มีต่อมัท ไม่เหมือนคนฉวยโอกาสบางคน” มัทรีพูดพร้อมกับปรายตามองรชานนท์
ติรกามองคู่พ่อลูกอย่างไม่เข้าใจว่ามีเรื่องอะไรกัน









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:42:24 น.
Counter : 144 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 7 (ต่อ)


ทรงสุดาป้อนข้าวให้ต้นอยู่ที่โต๊ะอาหารในบ้าน ส่วนสมภพยืนคุยโทรศัพท์เสียงดังอยู่ห่างออกมา

“คุณติเข้าโรงพยาบาลเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่” สมภพนิ่งฟัง “เมื่อคืน! แล้วทำไมแกไม่บอกฉันตั้งแต่เมื่อคืนแค่นี้นะ”
สมภพวางสายแล้วจะเดินออกไป
“คุณภพเจ้า ไม่ทานข้าวก่อนเหรอคะ” ทรงสุดาถาม
“ฉันจะรีบไปดูคุณติ” สมภพบอก
ทรงสุดา รู้สึกเจ็บแต่ทำเป็นนิ่ง “ต้น..ไปหอมคุณพ่อสิลูก คุณพ่อจะไปทำงานแล้ว”
“อย่าวุ่นวายน่า!” สมภพเสียงดังแล้วเห็นต้นเริ่มหน้าเบะ “โอ๋..พ่อไม่ได้ว่าต้นนะลูก” สมภพหันไปขึงตาดุใส่ทรงสุดา “คิดจะถ่วงเวลาฉันเหรอ”
“ดาเปล่านะคะ ดาไม่กล้าหรอกค่ะ” ทรงสุดาเสียงอ่อย
“เจียมตัวก็ดีแล้ว ไม่งั้นจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เอาลูกไป!”
ทรงสุดารับลูกไป สมภพเดินออกจากบ้านแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก
“ไอ้ธงฉาน..แกรีบออกมาด่วน
ทรงสุดากอดลูกชายแล้วน้ำตาร่วงอย่างเจ็บปวดใจ
ทันใดนั้นเด็กรับใช้ก็เดินเข้ามาบอก “คุณทรงสุดาคะ คุณรุจีบอกว่าไม่ทานข้าวค่ะ”
“ทำไม” ทรงสุดาถาม
“เธอไม่ได้บอกค่ะ ไม่เปิดประตูด้วย”
เด็กรับใช้ตอบ ทรงสุดาเริ่มรู้สึกเป็นห่วงน้องสาว

ทรงสุดาเดินมาหยุดที่หน้าห้องพักคนงานหลังบ้านสมภพแล้วจึงเคาะประตู
“รุจี นี่พี่ดานะ เป็นอะไรหรือเปล่า รุจี”
ประตูเปิดออก รุจีอยู่ในสภาพตาแดงกล่ำน้ำตายังเปื้อนใบหน้า
“พี่ดาช่วยด้วย” รุจีโผเข้ากอดทรงสุดา
“ใครทำอะไรรุจี” ทรงสุดาตกใจ
“มันเจ็บ...”
“คุณสมภพทำร้ายน้องเหรอ โธ่... พี่เตือนแล้วใช่มั้ยว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัวทำไมไม่เชื่อพี่”
“เพราะไม่เชื่อปี้ น้องถึงได้เจอปี้นนท์” รุจีเริ่มอู้คำเมืองใส่พี่สาว
“ปี้นนท์ ป้อจายที่น้องอู้ให้พี่ฟังบ่อยๆ ใช่ก่อ” ทรงสุดาถาม
“เจ้า...ป้อจายที่ยะฮื้อน้องฮู้จักฮักที่แท้จริง ถึงน้องจะต้องเจ็บปวดใจเต้าใดก็ตาม”
รุจีสะอึกสะอื้นหนักขึ้นจนแทบกลั้นไม่อยู่
“รุจี น้องต้องหักอ๊กหักใจซะบ้างเน้อ ฮักคนที่เขาบ่อฮักเฮา มันเจ็บป๊วดขนาด ปี้ฮู้ดี”
“ตี้ใดมีฮัก ตี้นั่นมีทุกข์ แต่ถ้าเฮาตั้งใจ๋รุก ทุกข์อาจจะบ่อเกิดเน้อ”
“หืม...รุจี น้องบอกปี้ว่าจะตัดใจจากป้อจายแล้วบ่ใช่กา” ทรงสุดาถาม
“ตอนแฮกน้องก็กึ้ดแบบนั้น แต่พอเห็นแล้วมันเปรี้ยวปากนะปี้ น้องทำใจบ่อได้จริงๆ มันอาจจะเป็นพรหมลิขิตที่ดลจิตดลใจให้น้องฮู้ว่า คุณนนท์คือเนื้อคู่ที่น้องต้องกิน..เอ๊ย ต้องฮัก ถึงทำให้น้องได้มาป๊ะกับเขาจะอี้”
รุจีพูดด้วยแววตาเป็นประกาย ทรงสุดาเห็นท่าทางของรุจีแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ

ธงฉานขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านติรกา รปภ.แจ่มรีบวิ่งมาเปิดประตูให้ สมภพก้าวลงจากรถ
“ขอบใจที่โทรไปบอก” สมภพพูดกับแจ่มก่อนจะยื่นแบงก์ห้าร้อยใส่มือแจ่มแล้วยิ้มอย่างรู้กัน
แจ่มยกมือไหว้ด้วยความดีใจ “ขอบคุณมากครับ”
ธงฉานหอบช่อดอกไม้เดินลงจากรถมา เขาหันไปเห็นรถรชานนท์จอดอยู่ก็ไม่พอใจ
“พวกไอ้วันรบอยู่ที่นี่”
สมภพชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ

ติรกาป้อนขนมใส่ปากรชานนท์อย่างเอาอกเอาใจ มัทรีนั่งรออยู่ไม่ไกลเพราะกำลังหาจังหวะคุยกับแม่
“กระแตจำได้ว่านนท์ชอบทานขนมลูกชุบ” ติรกาอ้อน
“กระแตน่ารักกับผมเสมอ” รชานนท์ชม
วันรบ พชร เตือนใจ และพุทรานั่งมองติรกากับรชานนท์ที่กลายเป็นคู่รักที่ทำตัวราวกับโลกนี้มีแค่เราสองคน
“ถ้าเป็นแบบนี้ ไอ้รบได้หมั้นเมียแน่” พชรดีใจ
“คู่หมั้นครับ ยังไม่ใช่เมีย” วันรบรีบแย้ง
“อีกหน่อยก็ใช่เองแหละค่ะ” พุทราพูดแต่กลับโดนเตือนใจหยิกแขนอย่างหมั่นไส้ “อุ๊ย”
“พูดถึงหลานฉันให้ดีหน่อยนะ” เตือนใจดุ
สมภพกับธงฉานหอบช่อดอกไม้เดินเข้ามาหาประกบติรกาโดยที่ไม่มีใครตั้งตัว
“ผมได้ข่าวคุณติรกาประสบอุบัติเหตุ ก็เลยรีบมาทันที” สมภพบอก
ติรกามองทั้งสองอย่างงงๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มัทรีก็แทรกขึ้นมาก่อน
“แสนรู้จริงนะคะ”
“ขอบคุณครับที่ชม” ธงฉานรับคำอย่างซื่อๆ
“รู้หรือเปล่าว่าแสนรู้น่ะเขาไม่ใช่กับคน เขาใช้กับ..”
เตือนใจพูดยังไม่จบ วันรบกับพชรก็ทำเสียงหมาหอนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
สมภพเริ่มไม่พอใจ “พวกแกว่าใครเป็นหมา”
“ผมไม่ได้ยินใครพูดถึงหมา” รชานนท์มองสมภพ “สักตัว”
สมภพตรงเข้าไปผลักอกรชานนท์ด้วยท่าทางกร่าง “ปากเก่งนักเหรอ”
วันรบฮึดฮัดจะเอาเรื่อง แต่รชานนท์ขอไว้ “ไอ้รบอย่า ... “
“ป๋าเอง” รชานนท์ปล่อยหมัดชกหน้าสมภพจนหน้าหัน
“โอ๊ย!” สมภพร้อง
“ไอ้รชานนท์ แกทำร้ายอาฉัน”
ธงฉานพุ่งเข้าไปเอาเรื่องวันรบกับรชานนท์ ทันใดนั้นเสียงปืนลูกซองก็ดังขึ้น
ทั้งหมดตกใจเมื่อหันไปเห็นติรกาชักปืนออกมาขู่ด้วยหน้าตาขึงขังเหมือนติรกาคนเดิม
“ฮ่า ๆ ๆ งานนี้หลวงพ่อโกยก็ช่วยพวกแกไม่ได้” ธงฉานสะใจ
ธงฉานกับสมภพหัวเราะเยาะพวกวันรบ
แต่แล้วติรกาก็ยิงเฉียดสมภพกับธงฉานไป สองอาหลานสะดุ้งแล้วยืนช็อค
ธงฉานตกใจไม่กล้าขยับ “อา...”
สมภพยังไม่แน่ใจแต่ก็ยังปลอบใจตัวเอง “ยิงพลาดล่ะมั้ง”
“อ๋อ” ธงฉานเข้าใจตามที่อาสรุป
ทันใดนั้นติรกาก็ยิงรัวเข้าใส่สมภพกับธงฉานไม่ยั้ง ห่ากระสุนปืนพุ่งผ่านสมภพกับธงฉานไปอย่างเฉียดฉิว ธงฉานกับสมภพวิ่งหนีออกมา ติรกาวิ่งตามมายิงแบบไม่นับ สองอาหลานกระโดดหลบกระสุนกันไปมาราวกับเต้นเบรคแด๊นซ์ สักพักสมภพกับธงฉานจะวิ่งหนีแต่กลับวิ่งมาชนกันจนล้มไปทั้งคู่
ติรกากระชับปืนก้าวเข้ามา “จำไว้ว่าผัวข้าใครอย่าแตะ!”
“ผัว..คุณติหมายถึง” สมภพตกใจ
รชานนท์ก้าวเข้ามายืนข้างติรกาแล้วชี้ที่ตัวเอง “ผู้ชายสุดหล่อคนนี้นี่เอง”
“คุณติยอมให้ไอ้.” สมภพเห็นติรกากระชับปืน “เอ่อ..คุณรชานนท์เป็นสามีแล้วเหรอครับ”
“ใช่! นนท์เป็นสามีและเป็นพ่อของลูกฉัน มีปัญหาหรือไง!” ติรกาถามกลับ
“ไม่มีครับ! ไม่มี๊...ไม่มี” สมภพละลักละล่ำ
“รู้เรื่องแล้วล่ะก็..ประตูอยู่ทางโน้น เชิญครับ” รชานนท์ผายมือไปทางประตู
“หุบปากไปเลย” ธงฉานเสียงดัง
“อย่าก้าวร้าวสามีฉัน!” ติรกาขู่แล้วก็ยิงใส่อีกไม่ยั้ง
ธงฉานรีบวิ่งเอาตัวรอดออกไปก่อน
“ไอ้ฉาน...รออาด้วย!” สมภพวิ่งตามไป รชานนท์มองตามอย่างขำๆ

สมภพกับธงฉานวิ่งเบียดกันหนีตายออกมาจากบ้านติรกา โดยมีเสียงปืนดังไล่หลังมาเป็นระยะ อารามตกใจ สมภพวิ่งไปนั่งที่คนขับ ธงฉานวิ่งมานั่งฝั่งผู้โดยสารแล้วจะสตาร์ทรถ แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่านั่งสลับที่กัน
เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด สมภพ ธงฉานรีบมุดเปลี่ยนที่นั่งกันภายในรถอย่างไม่รอช้า
ธงฉานรีบสตาร์ทรถก่อนจะขับรถหนีอย่างรวดเร็ว

วันรบ รชานนท์ และพชรยืนหัวเราะพวกธงฉานจนตัวงอ
“วิ่งป่าแลบเลย ฮ่า ๆ ๆ” พชรขำ
ติรกาหันขวับมาหาพวกรชานนท์ ทั้งสามคนหยุดชะงักทันที
มัทรี เตือนใจ และพุทราเห็นก็ลุ้นระทึก
ติรกาทิ้งปืนแล้วโผเข้าไปกอดรชานนท์ก่อนจะส่งเสียงอ่อนเสียงหวาน
“นนท์คะ” ติรกาจับหน้ารชานนท์ “ตกใจใช่ไหมคะ หน้าซีดเชียว”
รชานนท์งงแต่ก็ตั้งสติทัน “ครับ..กระแตโหดไม่ทันให้ตั้งตัวเลย”
“กระแตโหดกับพวกที่มาวุ่นวายกับครอบครัวเราเท่านั้นล่ะค่ะ” ติรกาพูดกับวันรบ และพชร “ขอโทษนะคะที่ทำให้ตกใจ”
วันรบเองก็ตกใจที่ได้รับคำขอโทษ “ไม่ ไม่เป็นไรครับ อย่าเป็นบ่อยก็พอ” วันรบพูดเบาๆ
พุทราพูดกับมัทรีและเตือนใจ “แบบนี้เรียกว่าทั้งรักทั้งหลงเลยนะคะเนี่ย”
“เฮ้อ..แสดงว่าลึก ๆ ยัยติคงรักตานนท์มากจริงๆ พอแสดงออกถึงได้เต็มที่แบบนี้” เตือนใจสรุป
“แต่เขาเป็นคนที่ทิ้งพวกเราไป” มัทรีบอก
“ยัยมัท...เราก็เห็นแล้วว่าแม่เรารักพ่อเรามากแค่ไหน”
“ถ้าแม่ความจำกลับคืนมาแล้วบอกกับมัทว่าแม่รักเขาจริงๆ มัทถึงจะคิดดูอีกที”
เตือนใจบ่น “มันหัวดื้อเหมือนใครน้า”
“คาดว่าจะเป็นดีเอ็นเอของคนแถวนี้ล่ะค่ะ ดื้อเหมือนกันเปี๊ยบ” พุทราแซว
เตือนใจมองพุทรา “รู้ใช่ไหมว่าที่ยัยติมันโหดเนี่ย ได้แค่เสี้ยวเดียวของฉันเอง”
“ชะอุ๊ย...นึกได้ว่ามีงานค่า”
พูดจบพุทราก็รีบเผ่นไปทันที เตือนใจหันมามองมัทรี ทุกคนชำเลืองมองกันเพราะยังงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของติรกา

อาไทเดินไปเดินมาอยู่บนบ้าน สักพักเขาก็ได้ยินเสียงกำนันเรืองเดินขึ้นบ้านมา อาไทสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วหันไปยิ้มรับพ่อตัวเอง
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ พ่อกำนัน ไม่เห็นหน้าหลายวันอาล่ะคิดถึ้ง..คิดถึง”
“อย่าเพิ่งมาชวนข้าคุยตอนนี้ ไปดูต้นทาง แม่จ๋ามาเมื่อไหร่ส่งสัญญาณด้วย” กำนันเรืองสั่ง
กำนันเรืองเดินไปที่เสาตกน้ำมัน อาไทมองตามตาโต
“ตายล่ะ!” อาไทตกใจ
กำนันเรืองหยิบเงินออกมาม้วนจะเอาใส่ที่ซ่อนในเสาตกน้ำมัน เขาเปิดที่เสาดูแล้วก็ตกใจที่ข้างในกลวงเปล่าและไม่มีเงินอยู่เลย
“เฮ้ย!” กำนันเรืองหันไปหาอาไท “อาไท!”
อาไทรีบทำแกล้งตายด้วยการลงไปนอนทันที
“ไอ้อาไท! ถ้าเอ็งไม่ตื่น เอ็งได้ตายจริงแน่ๆ” กำนันเรืองขู่
อาไทยังทำเป็นนอนนิ่ง กำนันเรืองจับร่างอาไทเขย่า “ไอ้อาไท!”
วันทนีย์กับกระถินเดินขึ้นมาบนบ้าน
“โวยวายอะไรพ่อจ๋า เสียงดังไปถึงข้างล่าง” วันทนีย์ถาม
“ก็เงินมันหายน่ะสิ” กำนันเรืองตอบทันที
วันทนีย์หูผึ่ง “เงินหาย! เงินอะไรหาย หายได้ยังไง!”
อาไทลืมตามองเห็นว่าได้จังหวะก็ทำเป็นตื่นทันที
“แม่จ๋า..เสียงดังอะไรกันจ๊ะ แล้วอะไรหายเหรอจ๊ะ”
อาไทหันมามองกำนันเรืองตาแป๋ว ก่อนจะนำสายตาวันทนีย์กับกระถินให้มองกำนันเรืองอย่างรอคำตอบ
กำนันเรืองโดนกดดันจึงหาทางแถสุดชีวิต “ก็เงินที่พ่อ... วางไว้บนหลังตู้สองร้อยน่ะ มันหาย” กำนันเรืองล็อคคออาไท “แกใช่ไหมอาไท แกหยิบไปใช่ไหม” กำนันเรืองกระซิบกับอาไท “ไม่ช่วยพ่อเอ็งตายแน่” กำนันเรืองล็อคแน่นขึ้นทุกที
“ใช่จ๊ะ อาเอง อาเอาไปซื้อข้าวกินน่ะจ๊ะ” อาไทตอบ
“แค่หยิบเงินไปกินข้าว พ่อไม่เห็นจะต้องโวยวายขนาดนี้เลย” วันทนีย์งง
“พ่อกำนันโวยวายยังกับบ้านโดนยกเค้าไปหมดงั้นแหละ” กระถินบอก
“หมด...” กำนันเรืองนึกได้ “อย่าบอกนะว่าหมด!” กำนันเรืองหันไปหาอาไท “อาไท มากับข้า!”
กำนันเรืองจะลงจากบ้าน
“พ่อจ๋าจะไปไหน” วันทนีย์ถาม
“พ่อจะไปตรวจรถหน่อย ว่าลืมล็อคหรือเปล่าน่ะจ๊ะ อาไท!” กำนันเรืองเรียกเสียงดัง
“จ๊ะ” อาไทจำต้องเดินตามกำนันเรืองลงไป

กำนันเรืองเดินมาเห็นดินใต้ต้นกล้วยที่ถูกกลบไว้หลวม ๆ เขาเข้าไปนั่งตรงดินที่ถูกกลบแล้วเพียงแค่วางมือดินก็ทรุดฮวบลงไปทันที
“เฮ้ย!” กำนันเรืองหันมาหาอาไท “อย่าบอกนะว่า.”
อาไทจ๋อย “หมดเลยจ๊ะ”
“นั่นมันทั้งหมดที่ข้าเม้มมาตลอดชีวิตเลยนะ!”
“ทำใจเถอะพ่อ เงินทองมันของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้นะพ่อนะ”
“แต่นี่ข้าหาจนใกล้ตายถึงได้ตั้งเท่านี้นะ ถ้าต้องหาใหม่คงตายก่อน ไอ้ลูกแสบไอ้..”
“พี่รบเขาบอกว่าเขาแต่งงานกับพี่นางฟ้าเมื่อไหร่ เขาจะหามาใช้คืนพ่อแน่นอน จะแถมสาวเอ๊าะ ๆ ให้พ่อด้วยนะ”
“กว่ามันจะหามาคืนได้ข้าไม่ตายก่อนเรอะ”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ อาสัญญานะ ถ้าพ่อตายก่อน อาเนี่ยแหล่ะจะช่วยใช้เงินที่เหลือให้หมดเอง พ่อไม่ต้องห่วงนะ”
กำนันเรืองเคลิ้ม “ขอบใจ..เว้ย” กำนันเรืองเขกกะโหลกลูกชายคนเล็ก
“พ่อเขกอาทำไมเนี่ย อาคิดทดแทนบุญคุณนะ”
กำนันเรืองล็อคคออาไท “ข้าล่ะซาบซึ้งในความกตัญญูของเอ็งเหลือเกิน นี่ถ้าแม่จ๋ารู้..ข้าตายแน่ จำไว้นะอาไท ต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่งั้น..”
“พ่อกำนันโดนสองเด้งแน่ เด้งแรกเม้มเงิน เด้งสองทำให้พี่รบได้แต่งงานกับพี่นางฟ้า เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะให้ฉันปิดมันก็” อาไททำเป็นเกาปาก
กำนันเรืองมองอย่างรู้ทันจึงหยิบแบงก์ห้าร้อยออกมาโบกตรงหน้า “ถ้าเอ็งไม่พูด..”
อาไทดึงเงินมาทันที “เพื่อพ่อกำนัน อาไทจะรูดซิปปากเลยจ๊ะ”
กำนันเรืองมองอย่างเซ็งๆ แล้วเดินกลับขึ้นบ้านไป
อาไทมองเงินในมือ “โชคสองชั้นจริงๆ อาไทเอ๊ย”

ธงฉานกับสมภพเดินเข้าบ้านมาอย่างอารมณ์เสีย
“ซวยสองต่อจริงๆ เลยอา เสียหน้าแถมเกือบโดนยิงทิ้งอีกต่างหาก” ธงฉานบ่น
“จู่ ๆ ติรกาก็ไล่ยิงเรา ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้” สมภพแปลกใจ
“หรือว่าพวกไอ้วันรบทำเสน่ห์ยาแฝดใส่คุณอาติ”
“ไร้สาระ !”
สมภพพูดพลางหันมองหาทรงสุดา
“ยายเฉิ่มนั่นหายไปไหน ป่านนี้ยังไม่หาน้ำท่ามาให้ฉัน” สมภพมองหา
“อาสะใภ้นอนกลางวันรึเปล่า”
สมภพกระชากคอเสื้อธงฉานมาด้วยความโมโห
“ฉันบอกแกหลายหนแล้ว ว่าอย่าเรียกทรงสุดาแบบนี้ ผู้หญิงอย่างอย่างทรงสุดาไม่มีสิทธิ์เผยอตัวขึ้นมาชูคอเป็นคุณผู้หญิงบ้านนี้เด็ดขาด”
“ผมขอโทษครับอา ผมจะไม่เรียกแล้ว” ธงฉายเสียงอ่อย
สมภพสะบัดมือปล่อยคอเสื้อธงฉานก่อนจะเดินหาทรงสุดาในบ้าน

ทรงสุดาพยายามปลอบให้รุจีตัดใจอยู่ในห้องพักของรุจี
“น้องอุตส่าห์ลงทุนไปเข้าสถานธรรมมาหลายแห่ง ควรจะตัดใจได้แล้วนะ”
“แต่น้องฮักปี้นนท์จริง ๆนะเจ้า ปี้ดา” รุจีสะอื้น
สมภพเดินมาหยุดฟังทรงสุดากับรุจีคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง
“แล้วคุณนนท์เค้าฮักน้องก่อ” ทรงสุดาถาม
“ข้าเจ้าบ่ออู้ ข้าเจ้าบ่อเคยถาม” รุจีตอบ
“ถ้าน้องบ่อถาม คุณนนท์จะอู้บอกน้องได้จะใด”
“น้องบ่อต้องการคำตอบ ขอแค่น้องได้ฮักเค้าก็พอ”
ทรงสุดาเหนื่อยใจกับน้องสาว สมภพยืนฟังจนรู้ว่ารุจีแอบรักรชานนท์

นลินีตกใจหลังจากได้รู้เรื่องจากพชรและวันรบที่กลับมาเล่าให้เธอฟังที่บ้าน
“ติรกาเนี่ยนะ สร้างความจำว่าแต่งงานกับนนท์มีความสุข ! เป็นไปได้ยังไง”
“ทุกคนก็ตกใจเหมือนพี่นีแหละครับ” วันรบบอก
“ทั้งรักทั้งหลงไอ้นนท์ขั้นโคม่า” พชรย้ำ
“ไม่น่าเชื่อ” นลินียังประหลาดใจ
“ผมก็ไม่อยากเชื่อ ถ้าไม่เห็นเต็ม ๆ ตา” วันรบบอก
“เตรียมรับขวัญน้องสะใภ้ได้เลยเมียจ๋า”
“พี่นีไม่เห็นด้วยกับป๋าเรื่องว่าที่แม่ยายผมหรือเปล่าครับ” วันรบถาม
“ถึงฉันจะไม่พอใจเรื่องติรกาทำร้ายตานนท์ แต่ถ้าสองคนนั่นรักกันจริงฉันก็ไม่ขัดขวางความสุขของน้อง” นลินีตอบ
“ทำไมทุกคนลืมเรื่องหมั้นของผมไปเลยล่ะครับ ชาตินี้ผมจะมีบุญได้แต่งงานกับมัทมั้ย” วันรบถอนใจ
“มีบุญ แต่ไม่มีทางว่ะ ฮ่า ๆ ๆ” พชรหัวเราะร่วน
วันรบถอนใจด้วยความเซ็ง
นลนีหันไปมองรอบ ๆ เหมือนเพิ่งนึกได้ “แล้วตานนท์หายไปไหน”
วันรบกับพชรสบตากันเพราะไม่รู้จะตอบนลินีอย่างไร

ติรกาจัดที่นอน พร้อมทั้งปูผ้าปูที่นอนใหม่เป็นสีชมพูหวาน มัทรีเดินตามติรกาเพราะพยายามหาเหตุผลมาเปลี่ยนใจติรกา
“จะให้ผู้ชายคนนั้นนอนในห้องแม่ไม่ได้นะคะ” มัทรีย้ำ
“ผู้ชายที่ลูกพูดถึง คือพ่อของลูกนะมัท ทำไมแม่กับพ่อจะนอนในห้องหอด้วยกันไม่ได้” ติรกาบอก
พุทราได้ยินถึงกับตาโต “ห้องหอ รอเลิฟ ? ว้าว ๆ ๆ”
เตือนใจกุมขมับแล้วรำพึงคนเดียว
“โอ้... พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นเอามากนะลูกฉัน”
มัทรีเข้าไปสะกิดเพื่อขอร้องเตือนใจ
“ยายช่วยพูดกับแม่หน่อยสิคะ”
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของแม่เค้านะยายมัท” เตือนใจบอก
“แต่เราจะยอมให้แม่ทำตามใจตัวเองตอนความจำเสื่อมไม่ได้นะคะ” มัทรีแย้ง
“ปรกติคุณติรกาก็เอาแต่ใจตัวเองค่ะ” พุทรารีบบอก
มัทรีจ้องพุทราด้วยความไม่พอใจ พุทราเห็นสายตาของทั้งสองก็สะดุ้ง
“เอ่อ พุทราเตรียมมูฟไปนอนบ้านคุณเตือนใจดีกว่า”
“ไปสิ ฉันกำลังเหงาอยู่พอดี” เตือนใจบอก
“จัดที่นอนหมอนมุ้งตามไปด่วนค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนสิคะยาย พุทรา” มัทรีพยายามรั้งไว้
เตือนใจกับพุทรารีบหันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับหัวเราะกันคิกคักอย่างรู้กัน
มัทรีมองแม่ของตัวเองที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดที่นอนอย่างมีความสุข แล้วเธอก็พยายามคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง

กระถินยกถาดขนมมันต้มน้ำขิงมาวางให้กับกำนันเรือง วันทนีย์ และอาไท
“มันต้มน้ำขิงจ๊ะ ทานน้ำขิงก่อนนอนจะได้สบายท้องนะจ๊ะแม่จ๋า”
“กระถินนี่น่ารักสมเป็นแม่บ้านแม่เรือนจริงๆ ช่างดูแลเอาใจใส่ เหนื่อยไหมลูก” วันทนีย์เป็นห่วง
“ถ้าพี่กระถินเหนื่อย แม่จ๋าจะทำแทนเหรอจ๊ะ” อาไทถาม
“เปล่า..แม่ถามเฉยๆ”
“แม่จ๋ากับพ่อกำนันเป็นผู้มีบุญคุณและเป็นคุณพ่อคุณแม่ของพี่รบ คนที่กระถินรักและบูชา กระถินไม่เหนื่อยหรอกจ๊ะ หรือต่อให้เหนื่อยกว่านี้สักสิบเท่ากระถินก็ยอมค่ะ” กระถินออดอ้อน
“โถ..” วันทนีย์โผเข้ากอดกระถินที่รู้งานโผเข้าสวมกอดเธอเช่นกัน “ลูกสะใภ้ของแม่”
“กระถินคงไม่มีบุญหรอกค่ะคุณแม่ เพราะพี่รบไม่เห็นความสำคัญของกระถินเลย” กระถินตัดพ้อ
อาไทกระซิบกับกำนันเรือง “น่าน..พี่กระถินจุดประกายแม่จ๋าอีกแล้ว...เดี๋ยวแม่จ๋าก็..”
อาไทพูดยังไม่ทันขาดคำ วันทนีย์พูดขึ้นทันที “ไม่ต้องกลัวนะกระถิน แม่จ๋าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ไม่ทันแล้วล่ะ” กำนันเรืองบอก
“หมายความว่ายังไง ตารบหาสินสอดได้แล้วเหรอ หามาจากไหนยังไง” วันทนีย์ถาม
“หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ พ่อกำนัน” อาไทเซ็ง
“พ่อไม่รู้ ก็เห็นมันหายเงียบไป คิดว่าคงจะเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง พ่อเดาเอาน่ะ” กำนันเรืองเฉไฉ
“แม่จ๋า...” กระถินขอความเห็นใจ
“ไปเอาโทรศัพท์มา แม่จะคุยกับตารบเอง”
กำนันเรืองกับอาไทสบตากันอย่างเซ็ง ๆ
“พี่รบไม่ได้สงบสุขแน่คืนนี้” อาไทเปรย

วันรบนั่งปรึกษาพชรกับนลินีด้วยความกลุ้มใจ
“แล้วหลานมัทยอมรับตานนท์แล้วเหรอ” นลินีถาม
“มัทไม่ยอมรับป๋าเป็นพ่อ” วันรบบอก “แต่ไม่อยากขัดใจให้แม่ยายผมคิดมาก กลัวจะเป็นอะไรไปอีก”
“ไข่แล้วทิ้ง เป็นใครก็เฮิร์ทน่ะนะ” พชรเปรย
นลินีเถียงแทนน้องชายทันที “ที่พี่รู้ติรกามีคนอื่นก่อน”
“แต่แม่มัทยืนยันว่าถูกป๋าทิ้งตั้งแต่ท้อง” วันรบเริ่มสงสัย “ทำไมสองคนนี้พูดไม่ตรงกัน”
พชรกับนลินีเริ่มสงสัยเหมือนวันรบ
“ต้องให้ติรกากับตานนท์มายืนยันความจริงต่อหน้า” นลินีบอก
“แต่ว่าที่แม่ยายผมจำอะไรไม่ได้นอกจากป๋า” วันรบพูด
“ถ้าความจำกลับมา น้องแต้แว๊ดคงตอบไอ้นนท์ด้วยลูกปืน” พชรหวั่นใจ
“เรื่องในอดีตของป๋าก็ไม่เคลียร์ เรื่องรักของผมไม่ลงตัว โอ๊ย กลุ้ม ๆ ๆ” วันรบกลุ้มใจ
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของวันรบก็ดังขึ้น วันรบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พชรทักขึ้นทันที
“พูดถึงแม่ยาย แม่ตัวก็โทรมาทันที คู่แท้คนละภพจริง ๆ”
วันรบกดรับสายแล้วก็ลุกขึ้นเดินเลี่ยงไปคุยทางอื่น “ครับแม่”

วันทนีย์นั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับวันรบ โดยมีกระถินคอยเสริมอยู่ข้าง ๆ ส่วนกำนันเรืองนั่งส่องพระเครื่องอยู่ไม่ไกลและคอยเงี่ยหูฟังเป็นระยะๆ
“ข้าหาฤกษ์แต่งงานให้เอ็งได้แล้ว” วันทนีย์บอก
วันรบตกใจ “อะไรนะแม่”
“วันที่พี่รบกับกระถินจะได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องไงคะ กระถินรอวันนั้นมานานแสนนาน พี่รบอยากได้อะไร กระถินย้อมยอม” กระถินพูดอ้อนใส่โทรศัพท์

วันรบได้ยินเสียงกระถินก็ถึงกับเครียดหนัก
“ใจจริง กระถินอยากแต่งพรุ่งนี้มะรืนนี้ด้วยซ้ำ” กระถินพูดต่อ
“พี่รักมัทรี และจะแต่งงานกับมัทรีคนเดียว” วันรบบอก

กระถินได้ยินวันรบพูดก็เบ้ปากแล้วบีบน้ำตากับวันทนีย์ทันที
“แม่ขา... กระถินไม่ย้อม กระถินไม่ยอม”
“เดี๋ยวยอม เดี๋ยวไม่ยอม เอาไงกันแน่” กำนันเรืองขัดขึ้น
วันทนีย์จ้องกำนันเรืองตาเขียวปั๊ด กำนันเรืองรีบเก็บพระเครื่องใส่กล่องแล้วเตรียมจะย้ายที่
วันทนีย์หันมาตวาดใส่โทรศัพท์
“ไอ้หมา ! เอ็งเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่กับกระถินเรอะ”

วันรบได้ยินแม่ตวาดก็พยายามอธิบาย
“แม่เข้าใจผมบ้างสิ”
“ข้าจะไม่ยอมให้เอ็งแต่งงานกับผู้หญิงที่ทำให้เอ็งรวมหัวกันมาถอนหงอกข้า งานแต่งของเอ็งกับกระถินจะจัดขึ้นเร็วที่สุด เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวได้เลย”
“แต่แม่ครับ”
วันทนีย์ไม่ฟังเสียงลูกชายรีบวางสายโทรศัพท์ทันที
เมื่อถูกวันทนีย์บังคับให้แต่งงานกับกระถินในเร็ววัน วันรบก็ยิ่งหนักใจ

รชานนท์ส่งแมสเสสให้วันรบทางโทรศัพท์มือถือ
“ขอบใจที่ส่งเสื้อผ้ามาให้ทันเวลา อ้อ..เรื่องของแกน่ะ ตั้งสติก่อนนะไอ้รบ ฉันก็ยังสับสนเรื่องของตัวเองอยู่เหมือนกัน”
ติรกาเข้ามาสวมกอดรชานนท์จากด้านหลัง รชานนท์ตกใจเล็กน้อย
ติรกาเห็นท่าทีของรชานนท์ก็รู้สึกแปลกใจ “เป็นอะไรคะนนท์ ทำเหมือนเราไม่เคยกอดกัน”
“ก็ไม่เคย เอ่อ... เราไม่เคยไม่กอดกันสักวัน” รชานนท์รีบแก้
“เพราะเรารักกันทุกวันใช่มั้ยคะ”
“ผมรักคุณทุกวัน ไม่เคยมีวันไหนที่ผมไม่รักผู้หญิงที่ชื่อกระแต”
“แปลกจังนะคะ แค่ฉันตกบันไดสลบไป ทำไมฉันถึงจำลูกไม่ได้ว่าโตขนาดนี้แล้ว แล้วลูกก็พูดแปลก ๆ เหมือนไม่ถูกกับนนท์เลย”
“เอ่อ..คือลูกโกรธผมนิดหน่อยน่ะ แกยังไม่หายงอนผมน่ะก็คงอยากให้คุณโกรธผมเป็นเพื่อนแกล่ะมั้ง”
“แบบนี้มันไม่ถูกนะคะ ยังไงมัทก็เป็นลูกไม่ควรจะมึนตึงใส่นนท์แบบนี้ พรุ่งนี้ฉันต้องคุยกับลูกสักหน่อยแล้ว”
รชานนท์จับมือติรกา “อย่าไปว่าลูกเลยนะ เดี๋ยวแกก็หายงอนเอง ผมไม่อยากให้คุณกับลูกหน้าบึ้งใส่กัน ผมอยากให้คุณยิ้ม เพราะรอยยิ้มของคุณคือความสุขของผม”
ติรกายิ้มแล้วหอมแก้มรชานนท์ รชานนท์ยืนตัวแข็งทื่อ
“ฉันคิดถึงวันที่เราเลิกรักกันไม่ออกเลยค่ะนนท์” ติรกาสวมกอดรชานนท์
ติรกาผละออกมาแล้วเห็นรชานนท์ยืนตัวแข็ง “นนท์คะ ดึกแล้ว เข้านอนกันเถอะ”
“นอนกัน ?” รชานนท์ตกใจ
“ไปสิคะ” ติรกายิ้มหวาน
รชานนท์เดินตัวแข็ง เหมือนหุ่นยนต์ไปอย่างช้าๆ
“นนท์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ติรกาเอามือลูบแก้มรชานนท์แล้วลากเรื่อยมาที่อก
รชานนท์ขนลุกซู่ซ่าจนต้องยึดมือติรกาไว้ “เอ่อ... กระแตเข้าไปก่อนนะครับ ขอผมคิดงานอีกสักพัก”
“เร็ว ๆ นะคะ” ติรกาบอกพร้อมกับยิ้มหวานและสายตาปิ๊ง ๆ ให้ รชานนท์มองตามแล้วขนลุกซู่ซ่า
รชานนท์ยังยืนตัวแข็ง หมุนตัวหันมองไปข้างนอกแล้วเข่าอ่อนจนต้องยึดราวระเบียงไว้

“จะไม่ไหวแล้วนะเนี่ย..เฮ้อ”
พชรหัวเราะขำออกมาทันที ภายหลังจากที่รชานนท์โทรศัพท์มาปรึกษา

“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้เสือโดนสอยตกชั้นพรีเมียร์ลีกเหรอวะ ... ได้เข้าหอเคลียคลอเมียเก่า แทนที่จะดีใจกลับทำอะไรไม่ถูก”
“ปรกติกระแตไม่ใช่แบบนี้” รชานนท์บอก
“เพราะปรกติแกเอาแต่หนีลูกปืนกระแต จนกระสุนตัวเอง” พชรทำเสียงเลียนแบบการสตาร์ทรถ “แชะ ๆ กระสุนบอด ฮ่า ๆ ๆ “
พชรยังคงหัวเราะขำรชานนท์ จนนลินีต้องตีแขนเบา ๆ เป็นการเตือน

ชานนท์โอดครวญด้วยความไม่สบายใจ
“สนุกอยู่นั่นแหละ แทนที่จะช่วยคิดว่าควรทำยังไง”
“เผด็จศึก !” พชรบอก
รชานนท์ตกใจ “จะให้ผมปล้ำกระแตเหรอ”
พชรแนะนำรชานนท์อย่างสบายอารมณ์
“ผัวเมียกันเค้าเรียกสมยอม แกต้องรีบรวบรัดก่อนที่นางมารโอ่งน้ำปลาจะกลับคืนร่างน้องกระแต”

รชานนท์นิ่งฟังพชรแนะนำแล้วก็เริ่มสับสน
“การเสียสละอันยิ่งใหญ่ จะทำให้ไอ้รบได้แต่งงานกับมัทรี แกได้เมียเก่าคืน เผลอ ๆ โทต๊องอีกรอบ ...โชคสามชั้น !”
“จะดีเหรอ” รชานนท์ลังเล
“เห็นแก่ไอ้รบน้องรัก รีบปิดไฟใส่กลอนแล้วสอยแม่กระแตแต้แว๊ดซะ” พชรแนะนำ
รชานนท์วางสายด้วยความกลุ้มใจเพราะคิดไม่ตก
มัทรีแอบฟังอยู่และได้ยินเรื่องที่รชานนท์พูดกับพชร เธอเริ่มไม่ไว้ใจรชานนท์

นลินีว่าพชรด้วยความกังวล
“คุณไม่น่ายุตานนท์แบบนั้น”
“เมียจ๋าไม่อยากได้ติรกาเป็นน้องสะใภ้เหรอ” พชรถาม
“ฉันกลัวตานนท์จะโดนลูกปืนเจาะกะโหลก แทนที่จะได้เจาะไข่แดง” นลินีเป็นห่วงน้องชาย
“คุณยังไม่เจอกระแตเวอร์ชั่นคอนโทรลได้” พชรชี้นิ้วไปทางซ้าย “ชี้นกเป็นนก”
นลินีหันซ้ายมองตามที่พชรชี้
พชรชี้นิ้วไปทางขวา “ชี้ไม้เป็นไม้”
นลินีหันขวามองตามที่พชรชี้อีก
พชรชี้นลินี “ชี้เมียจ๋า เป็นสาวแม็กซิม”
“บ้า ! เดี๋ยวแม่จกตาแตก” นลินีโวย
“สามีขอโทษจ้ะ... สามีผิดไปแล้ว”
“ไม่ให้อภัย ! จนกว่าจะขยุ้มหัวใจเมียจ๋า”
นลินีพูดพลางลูบคอเสื้อให้เปิดโชว์หัวไหล่สุดเซ็กซี่ แล้วทำสายตายั่วยวน
พชรตาลุกวาว “ว้าว... สาวแม็กซิม เจออาซิ้มมีหนาว”
“อาซิ้ม ?”
นลินีได้ยินแล้วถึงกับหมดอารมณ์
“รักหลอกจึงหยอกเล่น มามะ มาให้สามีจ๋าขยุ้มหน้าขยุ้มหลังซะดี ๆ”
พชรเข้าไปทำแมงมุมไต่ตามตัวนลินี แต่นลินีนั่งนิ่งอย่างหมดอารมณ์
“ฉันเป็นห่วงตานนท์” นลินีเปรยออกมา
“อายครูไม่รู้วิชา อายภรรยาไม่มีบุตร ถ้าไอ้นนท์มันอยากได้ภรรยาก็ต้องใจกล้าหน้าไม่อาย น้องคุณโตเป็น” พชรทำปากเป็นคำว่าควายแต่ไม่ออกเสียง “ปล่อย ๆ มันบ้างเหอะ”
นลินียังคงกังวลใจ

มัทรียังพยายามหาข้ออ้างให้ติรกาแยกห้องนอนกับรชานนท์ ในขณะที่ติรกากำลังเตรียมน้ำส้มคั้นให้รชานนท์ดื่มอยู่ในครัว
“แม่ให้เค้าไปนอนห้องอื่นไม่ได้เหรอคะ”
“มัท ลูกไม่ควรเรียกพ่อแบบนั้นนะ พ่อกับแม่เป็นสามีภรรยากันจะให้พ่อไปนอนที่อื่นได้ยังไง” ติรกาบอกลูกสาว
“มัทไม่อยากให้เค้าล่วงเกินแม่”
ติรกาหัวเราะ “แม่เป็นเมียพ่อ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ”
“แต่เค้าเป็นผัว !” มัทรีพูดแล้วก็ชะงัก “เอ่อ เป็นสามีที่ไม่มีความรับผิดชอบ”
“หมายความว่ายังไง ?”
มัทรีเห็นสีหน้าของติรกาก็คิดว่าป่วยการจะอธิบายให้เข้าใจได้ในตอนนี้
“เค้าเจ้าชู้ มัทอยากให้แม่ลงโทษเค้า”
“ผู้ชายไม่เจ้าชู้ ก็เหมือนงูไม่มีพิษ... ผู้หญิงไม่ต้องคิดจับงู แค่เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของเขาก็พอ” ติรกาบอก
“แม่ไม่เชื่อมัทเลย” มัทรีตัดพ้อ
“สามีภรรยาก็เหมือนคน ๆ เดียวกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องให้อภัย วันนึงถ้ามัทมีครอบครัว มัทก็ต้องรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน”
มัทรีจะเอ่ยปากเตือนอีก แต่ติรกาตัดบทด้วยการวางน้ำส้มให้เธอหนึ่งแก้ว
“แม่คั้นน้ำส้มให้มัทกับพ่อ ...ดื่มแล้วรีบเข้านอนนะลูก”
ติรกาถือกาเล็ก ๆ ใส่ชาร้อนแล้วจะเดินออกไปจากครัว
มัทรีเห็นก็รีบพูด “มัทขอแม่หลายทีแล้วว่าอย่าทานชาก่อนนอน”
“ขอโทษทีจ๊ะ แม่จำไม่ได้ แม่อยากดื่มอะไรอุ่นๆ ก่อนนอน”
“สัญญานะคะว่าจะดื่มนิดเดียว”
“จ๊ะ ไปนอนเถอะลูก แม่ก็จะนอนแล้วเหมือนกัน”
ติรกายกกาชาร้อนกับน้ำส้มอีกแก้วเดินออกไปจากครัว
มัทรียังไม่ยอมแพ้ เธอคิดหาทางขัดขวางติรกากับรชานนท์ให้ได้

เตือนใจ พุทรา และรปภ.แจ่มหาวหวอด ๆ ขณะย่องตามมัทรีมาซุ่มอยู่ข้างบ้านติรกา
“จะเล่นพิเรนทร์อะไรอีกยายมัท” เตือนใจถาม
มัทรีตอบอย่างมุ่งมั่น “ภารกิจปกป้องพรหมจรรย์แม่ !”
“จนป่านนี้ ยังเหลืออีกเหรอคะ” พุทราถาม
มัทรีค้อนขวับ พุทรายิ้มเจื่อน
“ผู้ใหญ่เค้าจะสปาร์คกัน ปล่อย ๆ เค้าไปเถอะ” เตือนใจบอก
“มัทจะไม่ห้าม ถ้าความทรงจำของแม่ปรกติ”
“คุณมัทจะให้เราทำอะไรครับ” แจ่มถามขึ้น
มัทรีมองทุกคนแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนมีแผน

รชานนท์ดื่มน้ำส้มของติรกาจนหมดแก้ว ติรการับแก้วเปล่าไปวางแล้วยิ้มภูมิใจ
“ขอบคุณที่จำได้ว่าผมชอบดื่มน้ำส้มคั้นก่อนนอน” รชานนท์พูด
“ภรรยาที่ดี ก็ต้องจำรายละเอียดของสามีได้สิคะ” ติรกายิ้มหวาน
รชานนท์ชะงักเพราะรู้สึกผิดที่สวมรอยเป็นสามีติรกา
“คุณจำได้แต่เรื่องดี ๆ ของเราเหรอครับกระแต”
ติรกาแปลกใจ “วันนี้นนท์กับลูกมัทชอบพูดอะไรแปลก ๆ”
“มัทรีบอกอะไร ?”
“คุณเจ้าชู้”
รชานนท์พูดอย่างลืมตัว “ไม่ได้เจ้าชู้ แต่ที่มีอยู่มันเยอะ”
ติรกาได้ยินก็หน้าตึง รชานนท์รีบแก้ตัวทันที
“ผมหมายถึงไม่ได้เจ้าชู้ แต่ที่มีอยู่มันเยอะจนลายตา มองเห็นแต่กระแตยอดรักคนเดียว”
ติรกาตีรชานนท์เบาๆ แก้เขิน “ปากหวาน”
“อย่าชมจนกว่าจะชิม”
รชานนท์หยอดเสร็จก็โน้มหน้าเข้าไปจะจูบติรกา ติรกายิ้มเคลิ้มรอจูบจากรชานนท์ ทันใดนั้นมัทรีก็เปิดประตูห้องเข้ามาทันที
ติรกากับรชานนท์ตกใจที่เห็นมัทรีวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่
“แม่ขา... ช่วยมัทด้วย”
“อะไรกันลูกมัท” ติรกาถาม
“มัทกลัวเสียงฟ้าร้อง” มัทรีเกาะแม่แน่น
“แม่ยังไม่ได้ยินอะไรเลย” ติรกาบอก
“ก็มัทได้ยิน” มัทรีตะโกนเสียงดัง “เสียงฟ้าร้อง ! เสียงฟ้าร้อง ! จริง ๆ นี่คะ”

พุทราที่อยู่ในสวนข้างบ้านหันมาส่งสัญญาณมือบอกทุกคน แจ่มปีนบันไดที่พาดข้างบ้านขึ้นไปเอาไม้สีหลังคาไปมา เตือนใจวอร์มลมหายใจก่อนจะทำเสียงคำรามฮึ่ม ๆ ผ่านลำคอ คลอไปกับเสียงหลังคา
แต่พุทรากลับทำเสียงหมาหอน “โบร๋ว.....”
เตือนใจตกใจรีบหันมาสะกิดเตือนพุทราทันที

ติรกาที่อยู่ในห้องนอนรู้สึกแปลกใจ
“เสียงหมามาจากไหน”
รชานนท์จะเดินไปดูที่หน้าต่าง แต่มัทรีรีบเข้ามากันไว้
“คงเป็นหมาที่ชอบเข้ามาหลบนอนในบ้านเรามั๊งคะ”
ติรกาเริ่มไม่พอใจ
“เดี๋ยวก็มาปล่อยของเสีย เลอะเทอะในบ้านพอดี”
แจ่มยังพยายามจะสีหลังคาให้เกิดเสียงดัง
“แต่ผมว่ามันอยู่บนหลังคานะ คุณได้ยินเสียงไหม” รชานนท์ถาม
“ต้องไล่มันไป ไม่งั้นมันเข้ามาในบ้านแน่” ติรกาหยิบกาน้ำชามาจะไปที่ระเบียง
“แม่จะทำอะไร” มัทรีถาม
“ก็จะไล่หมาสิลูก คืนนี้ถ้ามันเห่าก็ไม่ต้องนอนกันพอดี”
มัทรีพูดเสียงดัง “แม่จะออกไปที่ระเบียงเหรอคะ”

แจ่มได้ยินเสียงมัทรีก็ตกใจ
พุทราบอกแจ่มด้วยเสียงที่เบาที่สุด “ตาแจ่มลงมาเร็ว”
แจ่มตาลีตาเหลือกรีบปีนบันไดลงมา
“ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้นล่ะมัท เดี๋ยวมันก็รู้ตัวพอดี” เสียงติรกาถามลูกสาวดังออกมา
แจ่มรีบจนก้าวพลาดหล่นมาที่พื้น “โอ้ย!”
“เสียงเหมือนคนร้องเลย” เสียงติรกาดังออกมาจากห้อง
เตือนใจมองพุทราคล้ายถามว่าจะทำอย่างไร
พุทรารีบเห่าเยงหมาออกไปทันที “โฮ่ง ๆ ๆ”
ติรกาเปิดประตูระเบียงออกมาสาดน้ำชาร้อนๆ ในกาลงไปตามทิศทางของเสียง พุทรากับแจ่มโดนไปเต็ม ๆ ส่วนเตือนใจหลบได้อย่างหวุดหวิด
“โอ้วววว เอ๋งๆ ๆ ๆ ๆ ๆ” พุทรากับแจ่มประสานเสียงพร้อมกับดิ้นด้วยความร้อน เตือนใจมองทั้งสองอย่างเห็นใจ
“โดน..” เตือนใจพูด
“เต็มๆ“ พุทรากับแจ่มพูดต่อ
มัทรีแสดงสีหน้าหวาดเสียว รชานนท์มองมัทรีอย่างจับสังเกต มัทรีหันมาเห็นก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ติรกาเดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู “แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง” ติรกาพูดกับมัทรี “ฝนไม่เห็นตกเลยลูก มัทไปนอนได้แล้วนะ”
มัทรีมองรชานนท์ รชานนท์อมยิ้มเหมือนรู้ทัน
มัทรียังพยายามหาเรื่องอยู่ “แต่มัทกลัวว่ามันจะตกนี่คะ ให้มัทนอนด้วยนะคะแม่ มัทกลัว”
“มัทเข้ามานอนกับพ่อแม่ก็ได้จ้ะ” ติรกาบอก
“ไม่ได้ค่ะ มัทนอนดิ้น แต่ชินเฉพาะนอนกอดแม่คนเดียว คนอื่นโดนหมัด ศอก เข่า และฟรีคิกส์จนตกเตียงแน่”
“กระแตนอนกับลูกเถอะ ผมออกไปนอนข้างนอก” รชานนท์บอก
“จะดีเหรอคะ” ติรกาถาม
มัทรีจัดแจงเอาหมอนกับผ้าห่มส่งให้รชานนท์ทันที
“รีบออกไปเร็ว ๆ เลยค่ะ มัทง่วง” มัทรีแกล้งหาว “ฮ้าว”
รชานนท์ถูกมัทรีดันตัวออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว

เช้าวันใหม่ พชรกับนลินีหัวเราะขำรชานนท์ ขณะที่ทั้งสามกำลังนั่งจิบกาแฟกันอยู่ที่บ้านพักของพชร
“กะล่อนซ้อนแผนเหมือนพ่อเป๊ะ” พชรว่า
“พี่ระพูดเหมือนมัทจงใจทำ” รชานนท์พูด
“หลานมัทเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางแผนรวบรัดของนนท์” นลินีบอก
“ลูกสาวรู้ทันมือใหม่หัดเป็นคุณพ่อแล้วว่ะ ฮ่ะ ฮ่า ๆ ๆ “ พชรหัวเราะร่วน
“พี่ก็ลุ้นทั้งคืน ว่าน้องชายจะรอดปากโอ่งน้ำปลาปิศาจได้รึเปล่า”
“อุ๊ย เมียจ๋า ต้องเปลี่ยนจากปากโอ่งน้ำปลาปิศาจ เป็นไหน้ำตาลนางฟ้าแล้ว” พชรเลียนเสียงแหย่รชานนท์ “นนท์คะ นนท์ขา... เดี๋ยวกระแตป้อนนะคะ”
พูดจบสองสามีภรรยาก็หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน
รชานนท์เอานิ้วโป้งคลึงหว่างคิ้วตัวเองเพื่อคลายเครียดก่อนจะนึกขึ้นได้
“ไอ้รบหายไปไหน”
“เห็นเมื่อคืนมันบ่นเครียด ๆ ที่โดนแม่สั่งเด็ดขาดให้แต่งงานกับกระถินน่ะ” พชรบอก
“อย่าบอกนะว่ามันยอมแต่งกับกระถิน” รชานนท์ตกใจ
“มันแค่บ่นว่า ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว แล้วก็ออกไปก่อนแกเข้ามานี่เอง ไอ้นนท์ ถามจริงเถอะ แกจะไม่ยอมให้ไอ้รบแต่งงานกับน้องมัทหรือไง”
“ตราบใดที่ผมยังไม่แน่ใจให้พฤติกรรมของไอ้รบ ผมก็ไม่ยอมให้มันแต่งกับลูกผมง่ายๆ หรอก” รชานนท์ยืนยัน “วิญญาณพ่อตาหวงลูกสาวเข้าสิงแล้ว กว่าไอ้รบจะได้แต่งกับหลานมัทคงต้องเทคคอร์สโทต๊องเหมือนรุ่นพ่อตาแม่ยายพอดี”
นลินีขำอย่างเห็นด้วยกับพชร
รชานนท์ยิ่งหงุดหงิดเพราะรู้สึกหวงติรกากับมัทรี

ติรกากำลังยืนมองรูปถ่ายที่เธอถ่ายคู่กับมัทรีในวัยเด็ก เรื่อยไล่ไปจนถึงตอนที่มัทรีโต เตือนใจเดินเข้ามาโดยมีพุทราถือชามอาหารกลางวันเดินตามมาด้วย
“ติ แม่ทำข้าวผัดสัปปะรดมาทานกลางวันด้วยกันนะ”
“ค่ะแม่ ..แม่คะ ทำไมรูปที่วางอยู่ในบ้านมีแต่รูปของหนูกับลูกมัท แต่ทำไมไม่มีรูปของนนท์เลยล่ะคะแม่” ติรกาสงสัย
เตือนใจสบตากับพุทรา พุทราหลบตา
“พุทราไปจัดโต๊ะก่อนนะคะ” พูดจบพุทราก็เดินไปที่โต๊ะ
“อ้าว..ทิ้งกันเลย” เตือนใจบ่น
“มีอะไรเหรอคะแม่” ติรกาถาม
เตือนใจอึกอัก “คือ..ที่รูปมันไม่มีเพราะ..ติกับนนท์มีเรื่องกันนิดหน่อยน่ะจ๊ะ”
“มีเรื่อง..ถึงขนาดต้องเก็บรูปทิ้งเลยเหรอคะ งั้นหนูกับนนท์คงทะเลาะกันเรื่องใหญ่มาก”
“อ่า...จ๊ะ..ใหญ่มาก” เตือนใจเน้นเสียง
“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะคะแม่”
เตือนใจอึกอัก “เอ่อ..” เตือนใจหันไปหาพุทราเพื่อจะให้เป็นตัวช่วย แต่พุทราหลบหน้าทันที “เอ่อ...”
ทันใดนั้นเสียงวันรบก็ดังขึ้น “คุณแม่ครับ”
เตือนใจ ติรกา และพุทราหันไปเห็นวันรบกำลังก้าวเข้ามาในชุดสูทเต็มยศมาก พร้อมถือธูป เทียน แพรมาด้วย
“สวัสดีครับ คุณยาย คุณแม่” วนรบยกมือไหว้
“คุณวันรบ..มาหานนท์เหรอคะ นนท์เขาไม่อยู่” ติรกางง
“เปล่าครับ ผมมาหาคุณแม่ครับ” วันรบบอก
“มาหาฉันเหรอ นั่งก่อนสิ” ติรกาเดินมานั่งพร้อมกับเตือนใจ
วันรบเห็นสายตาติรกาก็เริ่มเสียว “คือ..ผม”
พุทรารีบเข้ามาอยู่ข้างๆ เตือนใจด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
“คุณรบหาที่ตายแท้ๆ” พุทรากระซิบกับเตือนใจ
“รีบไปตามยัยมัทมาเร็ว” เตือนใจบอก
พุทรารีบเดินออกไปทันที
ติรกามองท่าทีของวันรบอย่างจับสังเกต “มีธุระอะไรเหรอคะ”
วันรบหายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนออกอย่างเตรียมพร้อม “ผมกับมัทรี เรารักกันครับ”
วันรบพูดออกไปแล้วก็มองปฏิกิริยาของติรกาอย่างหวาดหวั่น เตือนใจมองติรกา โดยที่เตือนใจลุ้นจนแทบหยุดหายใจ
ติรกายิ้ม “ค่ะ ถึงฉันจะจำไม่ได้แต่ฉันก็พอจะมองออกว่าคุณกับลูกมัทรักกัน”
วันรบตัดสินใจลงไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าติรกาพร้อมกับยื่นธูปเทียนแพรให้ “ผมอยากจะขอขมาที่ผมเคยทำให้คุณแม่ไม่พอใจหลาย ๆ เรื่อง ผมทราบว่าวันนี้คุณแม่คงจะจำไม่ได้..แต่ผมอยากให้คุณแม่ทราบว่า คุณแม่กับคุณยายเป็นบุคคลที่มัทรัก ผมก็รักและนับถือคุณแม่กับคุณยายไม่ต่างจากมัทเหมือนกัน”
มัทรีวิ่งตามพุทราที่เดินหน้าเริ่ดนำเข้ามา
“ผมรู้ว่าคุณแม่กับป๋านนท์คงไม่เชื่อใจผม แต่วันนี้ผมอยากขอโอกาสให้ผมดูแลมัทในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะทำทุกอย่างให้กับผู้หญิงที่เขารักได้ ให้โอกาสผมได้ไหมครับ” วันรบพูด
ติรกาได้ยินก็นิ่งไป เตือนใจเหล่มองติรกาด้วยใจตุ๊มๆ ต่อม ๆ จู่ๆ ติรกาก็ลุกพรวดขึ้น ทุกคนผงะ
“คุณวันรบ!” ติรกาพูดเสียงเข้ม
มัทรีตกใจรีบเข้าไปขวางหน้าวันรบไว้ทันที “แม่อย่าทำอะไรพี่รบนะคะ”
ติรกาขยับเข้ามาด้วยท่าทางเหมือนแม่เสือหวงลูก
“ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่ทำให้ลูกของฉันเสียใจ”
“วันนี้ผมมีแค่คำพูดที่จะเป็นสัญญา” วันรบบอก “แต่ถ้าคุณแม่ให้โอกาส ผมจะมีการกระทำเป็นใบรับรอง”
“มัทกับพี่รบรักกันจริง ๆ นะคะแม่ อย่าขัดขวางความรักของเราอีกเลย” มัทรีบอก
ติรกาถามขึ้นทันควัน “ใคร ?”
ทั้งหมดเริ่มเกร็งเพราะกลัวติรกาคนเดิมจะกลับมา
“ถ้าเรื่องหมั้นไปจี้ความจำคุณติรกากลับมาล่ะคะ” พุทราถามอย่างเป็นห่วง
“เงียบก่อน ฉันกำลังลุ้น” เตือนใจบอก
ติรกาทุบโต๊ะดังปังจนทุกคนสะดุ้ง “ใครมันใจร้ายใจดำ ! ขัดขวางความรักของลูกมัทกับคุณวันรบ นิสัยแย่ใช้ไม่ได้”
ทุกคนโล่งอก
“ใช่ค่ะ คนคนนั้นใจดำยิ่งกว่าอีกา เค็มยิ่งกว่าทะเลจีนใต้” พุทราได้ทีก็รีบว่า
เตือนใจกระแอมใส่พุทรา “ที่พูดน่ะลูกฉัน”
“แล้วคุณแม่จะให้โอกาสผมได้ไหมครับ” วันรบถามย้ำ
“ฉันเป็นแม่ก็จริง แต่เรื่องนี้มัทคงต้องตัดสินใจเอง ไม่ว่ามัทจะตัดสินใจยังไง แม่ก็จะเคารพการตัดสินใจของหนูเสมอ”
มัทรีกับวันรบดีใจ “ขอบคุณค่ะ/ ครับ คุณแม่”
มัทรีโผเข้าไปกอดติรกา วันรบดีใจจะเข้าไปกอดด้วยเพราะลืมตัว แต่ติรกาชี้หน้าวันรบ วันรบเบรกแทบไม่ทัน
พุทรากระซิบ “ได้คืบอย่าเอาศอกค่ะ เตือนด้วยความหวังดีนะคะ”
“ขอบคุณมากครับคุณแม่” วันรบพูด
“ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง” ติรกาบอก
วันรบกับมัทรียิ้มให้กันอย่างมีความสุข ทันใดนั้นเสียงข้อความมือถือของวันรบก็ดังขึ้น วันรบก้มลงอ่านข้อความในมือถือซึ่งเขียนว่า “เจอกันที่เดิม ...วริษรา”
วันรบมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที
“มีอะไรหรือคะ” มัทรีถาม
วันรบรีบเก็บมือถือ “เอ่อ... งานด่วนครับ พี่ระส่งข้อความมาตาม”
“โปรเจ็คมีปัญหารึเปล่าคะ”
“นิดหน่อยครับ เดี๋ยวผมรีบไปเคลียร์”
วันรบพูดพร้อมกับยิ้มหน้าซีด

วันรบเดินรีบร้อนเข้ามาในสวนสาธารณะแล้วมองหาใครบางคนจนเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังมองมองออกไปยังทะเลสาบเบื้องหน้า
“วริษรา” วันรบเรียก
วริษรา เพื่อนของวันรบที่สุพรรณหันมายิ้มหวานให้วันรบ
“พี่รบ” วริษราเสียงหวานตอบ
“ริษเป็นอะไรรึเปล่า ถึงเรียกให้พี่มา”
วันรบถามวริษราด้วยความเป็นห่วง วริษราตีหน้าเศร้าแล้วพยายามทำตัวน่าสงสาร
“ขอโทษนะคะที่มีแต่เรื่องรบกวนพี่รบตลอดเวลา ถ้าไม่ได้พี่รบคอยช่วยจ่ายค่าเทอมให้ ริษคงต้องพักการเรียนชั่วคราว”
“คนบ้านเดียวกัน มีอะไรช่วยได้พี่ก็เต็มใจช่วย” วันรบบอก
“คราวนี้แม่ป่วย ต้องใช้เงินรักษาเกือบหมื่น ริษเรียนและทำงานไปด้วยยังไม่ค่อยพอใช้” วริษราตีหน้าเศร้า “ริษไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจริง ๆ”
“เรื่องแค่นี้เอง”
วันรบหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วควักเงินแบงก์พันที่มีอยู่ห้าใบส่งให้วริษรา
“เอาไปห้าพันก่อน ที่เหลือพี่จะโอนเข้าบัญชีให้”
วริษราโผเข้ามากราบแทบอกวันรบด้วยความซาบซึ้ง
“ขอบคุณพี่รบมากนะคะ พี่รบมีพระคุณกับริษจริง ๆ”
“ครอบครัวของริษมีบุญคุณกับครอบครัวพี่ ชดใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดริษตั้งใจเรียนให้จบเพื่ออนาคตเถอะ ไม่ต้องคิดมากอีกนะ”
“ริษจะจำคำที่พี่รบสอนค่ะ”
วันรบยิ้มให้วริษราด้วยความเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง

วันรบนั่งอยู่ในรถแล้วหันมายิ้มให้วริษราก่อนจะขับรถออกไป วริษรายืนรอจนวันรบขับรถหายไปจึงกดโทรศัพท์หาเพื่อนทันที
“นังเชอรี่เหรอ” วริษรานิ่งฟังก่อนจะบอกเพื่อน “คืนนี้เจอกันร้านเดิม”
วริษรายิ้มร้ายๆ แล้วมองเงินในมือ

รชานนท์กลับเข้ามาในบ้านติรกาแล้วก็ต้องยิ้มดีใจที่เห็นติรกานั่งรออยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวเข้าไปถึงตัว ติรกาก็เรียกรชานนท์ด้วยเสียงดุ
“นนท์คะ !”
รชานนท์ชะงักและเริ่มระแวง “เอ่อ ครับ”
“คุณคิดจะปิดฉันไปถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่พูดความจริงกับฉัน” ติรกาถาม
“ฟังผมอธิบายก่อนกระแต ผมขอโทษ... ผมจะไม่ปิดบังคุณอีกแล้ว”
รชานนท์เข้าใจว่าติรการู้เรื่องที่ตัวเองความจำเสื่อมแล้ว แต่ติรกาลุกไปทุบ หยิก และตีรชานนท์เบา ๆ พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงงอน
“ทำไมคุณใจร้าย ไม่ยอมให้ลูกมัทหมั้นกับตาวันรบ”
รชานนท์งง “หา ?”
“เรื่องนี้ใช่ไหมคะที่ทำให้เราทะเลาะกัน จนฉันต้องเก็บรูปคุณออกไปหมด ลูกก็โกรธคุณ คุณหวงยายมัท จนขัดขวางไม่ให้ลูกกับวันรบหมั้นกัน รู้มั้ยว่าลูกจะทุกข์ทรมานใจยังไง คุณอยากให้ลูกไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตเหรอคะ”
รชานนท์อึ้งแล้วก็พยายามชี้นิ้วว่าติรกานั่นแหละที่เป็นคนขัดขวาง
ติรกาทำเสียงดุ “ทำผิดแล้วไม่ต้องมาขู่”
รชานนท์รีบชักนิ้วกลับด้วยความกลัว
“สินสอดพร้อม คู่หมั้นพร้อม พ่อแม่ก็ต้องพร้อมเพื่อความสุขของลูกฉันจะจัดงานหมั้นให้ลูกมัทเร็วที่สุด” ติรกาเสียงเข้ม
“อะไรนะ !”
ติรกาพูดหนักแน่น “มัทรีกับวันรบจะต้องหมั้น และแต่งงานกันให้เร็วที่สุดฉันไม่ยอมให้ใครขัดขวางอีกแล้วค่ะ”

รชานนท์อึ้งเพราะไม่ทันได้คาดคิด









Create Date : 19 มีนาคม 2555
Last Update : 19 มีนาคม 2555 11:33:08 น.
Counter : 198 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 7


หลังจากได้พูดระบดระบายเรื่องคาใจทั้งหมด มัทรีก็ร้องไห้ออกมา เธอมองมายังผู้เป็นแม่ด้วยความเจ็บปวด

“แม่รักตัวเอง แม่โกหกมัทเพื่อหนีอดีตของตัวเอง”
ติรกาแทบทรุดเมื่อถูกลูกต่อว่า พุทราเห็นจึงรีบเข้าไปประคอง
“แม่ขอโทษนะมัท แม่ไม่ได้ตั้งใจ” ติรกาเอ่ย
“แม่ไม่ได้ตั้งใจ แต่แม่ก็ฆ่ามัททั้งเป็น” มัทรีตัดพ้อ
“ถ้าแม่เค้ารักตัวเอง มัทคงไม่มีเลือดเนื้อมายืนต่อว่าแม่อย่างนี้หรอก” เตือนใจบอกหลาน
“ยายรู้แต่ไม่เคยบอกมัท” มัทรีหันไปต่อว่าเตือนใจ
“ความจริงบางอย่างที่ทำให้คนฟังเสียใจ...คนพูดยิ่งเจ็บปวดมากกว่านะมัทรี” เตือนใจพูด
“ขึ้นอยู่กับคนพูด..ว่าเลือกที่จะพูดตอนไหน” มัทรีสวนขึ้น
ติรการ้องไห้เสียใจกับคำพูดและสายตาของลูกสาวที่มองมายังตน
“แม่จำเป็นต้องหลอกมัท เพราะผู้ชายคนนั้นทิ้งเรา” ติรกาย้ำ “รชานนท์ทิ้งเราสองแม่ลูก !”
“ทิ้ง?” มัทรีแปลกใจ
“ถึงเวลาที่ยัยมัทต้องรู้เหตุผลของลูกแล้วนะยัยติ” เตือนใจบอก
ติรกามองมัทรีแล้วตัดสินใจจะเล่าความจริง
“พอแม่รู้ว่าตัวเองท้อง แม่ก็รีบไปหานนท์ด้วยความดีใจ” ติรกาเริ่มเล่า เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นในหัวของติรกาอีกครั้งทันที

พ่อกับแม่ของรชานนท์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามติรกาพูดกับติรกาด้วยท่าทางนิ่งเฉย
“เจ้านนท์ไปจัดการเรื่องวีซ่าเรียนต่อต่างประเทศ หนูมีธุระอะไรฝากฉันไว้ได้”
ติรกาอึกอักเพราะความเกรงใจ แต่สุดท้ายเธอก็จำใจยื่นผลตรวจจากโรงพยาบาลให้พ่อกับแม่ของรชานนท์ ผู้ใหญ่ทั้งสองตกใจเปิดเอกสารค้างคามือ
“ท้อง..” พ่อของรชานนท์มองอย่างไม่เชื่อ “กับเจ้านนท์รึ”
“หนูยังไม่กล้าบอกแม่ จะมาปรึกษานนท์เรื่องนี้ก่อน” ติรกาบอก
พ่อของรชานนท์มองติรกาอย่างไม่ชอบใจ แต่ก็พยายามเก็บอาการ
“ถ้าเจ้านนท์กลับมา ฉันจะรีบบอกให้”
“ขอบคุณคุณพ่อมากนะคะ”
พูดจบติรกาก็ยกมือไหว้พ่อกับแม่ของรชานนท์แล้วยิ้มอย่างสบายใจ

หลังจากนึกถึงเรื่องในอดีต ติรกาก็รู้สึกเจ็บปวด
“แม่เฝ้ารอ..รอด้วยความหวัง..หวังว่าเขาจะดีใจแล้วรีบมาหาแม่..แต่เขาก็ไม่เคยกลับมา อีกสามวันแม่กลับไปหาเขาที่บ้าน พ่อของเขาบอกว่าเขาไปเรียนต่อแล้ว เขาไปโดยไม่มีแม้แต่คำลา แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ก็ไม่มีวันทิ้งมัท เพราะมัทคือลูกของแม่คนเดียว”
มัทรีเริ่มรู้สึกสงสารจึงเข้าไปจับมือแม่ทันที “แล้วทำไมแม่ถึงแต่งงานกับพ่อนพ”
“พ่อนพเป็นรุ่นพี่ของแม่ เป็นคนที่หวังดีกับแม่มาตลอด ท้องของแม่โตขึ้นทุกวัน คนรอบข้างมองแม่อย่างดูถูกที่ท้องหาพ่อไม่ได้ พ่อนพตัดสินใจแต่งงานกับแม่ก่อนที่มัทจะเกิด พ่อนพบอกว่าอยากให้มัทเกิดมามีพ่อแม่พร้อมหน้า แม่กลัวว่าพ่อนพจะไม่รักมัท”
ติรกาหันไปที่รูปถ่ายของหมอนพที่กำลังอุ้มมัทรีตอนเป็นทารก รูปที่หมอนพอุ้มมัทรีตอนเป็นเด็กเล็กๆ ภาพมัทรีวัยเด็กที่หมอนพพาเธอขี่จักรยาน ภาพมัทรีร้องไห้โดยมีหมอนพกอดปลอบ
“แต่เมื่อมัทเกิดพ่อนพก็พิสูจน์ให้แม่เห็นว่าเขารักแม่รักมัทด้วยใจจริง” ติรกาเล่าต่อ “แม่คิดจะตัดใจจากอดีตเพื่อเริ่มต้นกับพ่อนพแต่ทุกอย่างก็สายเกินไป เพราะโรคหัวใจพรากพ่อนพไปจากเรา แม่เสียใจที่แม่ไม่เคยได้ตอบแทนความดีของพ่อนพ ไม่เคยเลย”
มัทรีโผเข้าไปกอดติรกา
“แม่..มัทขอโทษ.. มัทขอโทษ..มัทรักแม่นะ”
สองแม่ลูกกอดกันกลม เตือนใจเดินเข้ามากอดด้วย พุทรายืนมองพร้อมกับสะอึกสะอื้นแล้วก็เนียนจะมากอดด้วยแต่เตือนใจหันมามองดุ พุทราจ๋อยรีบเก็บมือตัวเองแล้วยืนมองทั้งสามอย่างซาบซึ้งต่อ

รชานนท์ พชร และวันรบตั้งวงกันอยู่ที่สวนหน้าบ้านพัก รชานนท์ใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเองเพราะยังคงเครียดอยู่ วันรบนั่งจ้องรชานนท์ไม่กระพริบ จนรชานนท์หันมาเห็น
“เพิ่งนึกได้ว่าป๋ากับมัทชอบทำแบบนี้เหมือนกัน” วันรบพูด
“ลูกไม่เหมือนพ่อแล้วจะให้เหมือน...” พชรอ้าปากจะพูดคำว่าหมาแต่ไม่มีเสียงออกมา
วันรบอ้าปากจะพูดคำว่าหมาตามแต่ก็ไม่มีเสียงออกมาเช่นกัน
“เหมือนแมวที่ไหน” พชรรีบแก้
“ผมดีใจที่ป๋ากลายมาเป็นว่าที่พ่อตา เผื่อจะเจรจาต่อรองสินสอดกันได้” วันรบบอก
“ไม่เกี่ยวโว้ย กระแตว่ายังไงฉันก็ตามนั้น” รชานนท์บอก
“อ๊ะ ๆ เริ่มต้นด้วยร้าย ลงท้ายด้วยรัก” พชรแซว
“ผมแค่ให้เกียรติกระแต ในฐานะที่เค้าเลี้ยงมัทรีมาตลอด”
“เอาเหอะ พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียฉลอง ฉลองให้ไอ้นนท์ ไอ้รบที่จะได้เมียทั้งคู่” พชรยื่นแก้ว
ทั้งสามยื่นแก้วชนกัน “เฮ้”
พชร วันรบ รชานนท์ชนแก้วดื่มฉลองกันอย่างเฮฮา

มัทรีดูรูปที่เธอถ่ายคู่กับวันรบในคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเศร้า จู่ๆ รายการวิทยุก็เปิดเพลงอีกหน่อยเธอคงเข้าใจของธเนศ มัทรีฟังแล้วถึงกับน้ำตาคลอ
เตือนใจเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำส้ม มัทรีรีบเช็ดน้ำตาเพราะไม่อยากให้เตือนใจเห็น
“น้ำส้มหน่อยไหมลูก”
“ขอบคุณค่ะยาย” มัทรีรับมาดื่มแต่สีหน้ายังคิดหนัก “ยายคะ..นานแค่ไหนแล้วที่มัทไม่เคยเห็นแม่ยิ้มเลย”
เตือนใจคิด “อืม...ก็นาน...นานจนยายจำไม่ได้แล้วล่ะ”
“แม่คงเหนื่อยมากที่ต้องเลี้ยงมัทมาคนเดียว” มัทรีเปรย
“มัทรู้ไหม เมื่อก่อนเราไม่มีโรงงานนะ เป็นแค่ร้านทำโอ่งเล็ก ๆ แต่พอหมอนพตาย แม่เราเค้าก็กลัว..กลัวว่าถ้าตัวเองเป็นอะไรไปแล้วมัทจะไม่มีสมบัติเลี้ยงตัว ตั้งแต่นั้นก็ทำแต่งาน ขยายกิจการทำทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับหลานยายคนนี้ล่ะ” เตือนใจเล่า
มัทรีคิด “ถ้ามัทจะตอบแทนให้แม่บ้าง”
“ตอบแทนยังไง” เตือนใจถาม
“ยายจ๋า..พรุ่งนี้ยายกับแม่ไปที่ไซท์งานพร้อมกับมัทนะจ๊ะ สักแปดโมงนะจ๊ะยาย”
“ไปทำไมลูก”
มัทรียิ้มเศร้า “ก็ไปเรียกรอยยิ้มแม่กลับคืนมาไงคะ”
เตือนใจมองมัทรีแล้วก็ชักสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องอีก

เช้าวันใหม่ สมภพโวยวายแล้วฉีกเอกสารทิ้งด้วยความหงุดหงิดอยู่ภายในห้องทำงานของเขา
“ไอ้เจ้าหนี้พวกนี้มันไม่หยุดพักผ่อนมั่งรึไงวะ”
ทรงสุดาทะเล่อทะล่าเข้ามาพร้อมกับถาดเครื่องดื่ม แต่สมภพขว้างแฟ้มเอกสารไปทางที่ทรงสุดาเดินมาพอดี แฟ้มโดนหัวทรงสุดาตรงแผลเดิมจนมีเลือดซึมออกมา
“โอ๊ย” ทรงสุดาร้อง
“ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าเอาเอกสารทวงหนี้วางรกตาฉัน” สมภพพาลใส่
“แบงก์โทรมาขู่ว่าจะฟ้องดำเนินคดีกับคุณ”
“ใครถาม!” สมภพตะคอกแล้วลุกพรวดไปกระแทกตัวทรงสุดาจนเซ เขาเหลียวไปเห็นเลือดซึมออกจากแผลของทรงสุดา สมภพจึงรีบเดินไปด้วยความหงุดหงิด
ทรงสุดาเอามือกุมศีรษะที่เลือดออกแล้วทำหน้าเศร้า

ติรกานั่งคุยงานกับพุทราด้วยสีหน้าจริงจัง สักพักมัทรีก็สวมชุดทำงานเดินลงมา
“ทานข้าวก่อนไหมมัท” ติรกาถาม
มัทรียิ้ม “ค่ะแม่”
มัทรีเดินมาร่วมโต๊ะกับติรกาและเตือนใจ พุทรายืนมองยิ้มๆ
ติรกาหันมาเห็นพุทรายืนยิ้มอยู่ก็ถามทันที “ดีใจอะไรถึงได้ยิ้มหน้าบานเป็นกระทะขนาดนั้น”
“ปลาบปลื้มน่ะค่ะ ที่สาว สาว สาวร่วมวงทานข้าว” พุทราบอก
“นี่ฉันยังอยู่ในกลุ่มสาว สาว สาวได้เหรอเนี่ย” เตือนใจงง
“ได้สิคะ” พุทราผายมือไปที่มัทรี “สาวน้อย” พุทราผายมือไปที่ติรกา “สาวใหญ่” แล้วก็ผายมือไปที่เตือนใจ “สาวเหลือน้อย หรืออีกชื่อก็สาวริมตลิ่ง”
“อะไรคะพี่พุทรา สาวริมตลิ่ง” มัทรีงง
“ก็สาวใกล้ฝั่งน่ะค่ะคุณมัท”
“ห้าร้อย...ฐานลามปามแม่ฉัน!” ติรกาเสียงเข้ม
“มุกน่ะค่ะ ขำ ๆ” พุทราเหลือบไปเห็นสายตาดุของติรกา “ไม่ขำก็ได้ค่ะ”
ติรกากับเตือนใจยิ้มขำพุทรา มัทรีมองรอยยิ้มของติรกากับเตือนใจแล้วก็ตัดสินใจแน่วแน่

ทรงสุดาทำแผลให้ตัวเองพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย รุจีน้องสาวของทรงสุดาเปิดประตูเข้ามาหาพี่สาวด้วยความเป็นห่วง
“พี่ดา”
ทรงสุดาตกใจ “รุจี... เธอมาได้ยังไง”
“น้องต้น ลูกของพี่ดาโทรไปบอกว่าพี่ดาร้องไห้ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้า” รุจีบอก
รุจีจ้องทรงสุดาอย่างจับผิด ทรงสุดาพยายามหลบสายตา
“ไอ้สมภพทำร้ายพี่ดาอีกแล้วใช่มั้ย” รุจีถาม “พี่เป็นคนนะไม่ใช่กระสอบทราย”
“พี่ผิดเอง ที่ทำให้คุณสมภพโกรธ” ทรงสุดาพูดเสียงอ่อย
“สามีพี่มันก็ใส่อารมณ์กับพี่ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเงิน ผู้ชายเลวที่ทำร้ายผู้หญิง ฉันไม่เอามันไว้แน่”
รุจีทำท่าจะไปเอาเรื่องสมภพ แต่ทรงสุดารั้งเอาไว้
“อย่าทำแบบนั้นนะรุจี อย่าทำให้คุณสมภพโกรธ”
“พี่จะกลัวมันทำไม” รุจีถาม “รู้รึเปล่าว่าเค้าลือกันทั้งราชบุรีว่าผัวพี่กำลังตามจีบแม่ม่ายโรงงานโอ่งชื่อดังในจังหวัด”
ทรงสุดาเงียบไม่ตอบอะไร รุจีเห็นท่าทีของพี่สาวแล้วก็อึ้ง
“พี่ดารู้ แต่ก็ยอมเค้า”
“คุณสมภพจำเป็นต้องทำเพื่อธุรกิจ พี่ผิดเองที่ช่วยเค้าไม่ได้”
ทรงสุดาพูดด้วยความเสียใจ รุจียิ่งเจ็บแค้นแทนพี่สาว

พุทราขับรถตู้มาตามทาง โดยที่มัทรี ติรกา และเตือนใจนั่งอยู่ด้านหลัง
“มัทมาทำงาน พาแม่กับยายมามันจะไม่กวนงานมัทเหรอ” ติรกาเอ่ยถาม
“ไม่หรอกค่ะ” มัทรีตอบ
รถตู้เลี้ยวเข้ามาในรีสอร์ทคุณแก้ว จู่ๆ พุทราก็ร้องด้วยความตกใจ “โว้ว ๆ ๆ”
แล้วพุทราก็เบรกรถดังเอี๊ยด
“มีอะไรเนี่ยพุทรา” ติรกาถาม
“ลงไปดูสิคะคุณติ” พุทราบอก
ติรกาเปิดประตูรถแล้วเดินลงไป มัทรี และเตือนใจตามลงมา ทั้งหมดเห็นมุมในสวนสวยถูกจัดเป็นมุมปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่ดูอบอุ่น โดยมีรชานนท์ พชร แก้ว นั่งรออยู่ มัทรีเห็นก็ตกตะลึง
“เซอร์ไพรส์สำหรับมัทครับ” วันรบพูดแล้วเขาก็หันไปเห็นติรกากับเตือนใจ “สวัสดีครับ คุณอาติ คุณยาย”
แก้วเดินเข้ามาอย่างยินดี “ดีใจกับน้องมัทรีด้วยนะคะ ที่ได้เจอคุณพ่อที่แท้จริงสักที”
“ลุงระยินดีต้อนรับหลานมัทนะจ๊ะ” พชรพูด
มัทรีนิ่งเงียบ ทุกคนคิดว่ามัทรีดีใจจนช็อก
รชานนท์เดินแหวกทุกคนเข้ามาหามัทรีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะยื่นกล่องของขวัญกล่องเล็ก ๆให้มัทรี
“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพ่อ”
ติรกาจะพูดแต่มัทรีเงยหน้ามองรชานนท์ด้วยสายตาเกลียดชังแล้วพูดขึ้นก่อน
“คุณ!ไม่คู่ควรที่จะใช้คำ ๆ นั้น และมัทก็ไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่คุณพยายามทำ”
มัทรีปล่อยกล่องของขวัญทิ้งพื้น ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
“ที่มัทมาวันนี้เพราะมัทจะมาแจ้งพี่ระว่ามัทขอลาออกจากงานค่ะ” มัทรีพูด
ทุกคนตกใจ
“มัท..นี่มันเรื่องอะไรกัน” วันรบถาม
“รบค่ะ...มัทขอให้เรื่องระหว่างเราจบกันเท่านี้”
“ยัยมัท” เตือนใจตกใจ “คุณมัท” พุทราก็ตกใจเช่นกัน
ทุกคนตกตะลึง มัทรีจะเดินไป วันรบเข้าไปดึงมือมัทรีไว้
“มัท..ทำไม”
“มัทตัดสินใจแล้ว” มัทรีแกะมือวันรบออก “เรื่องสินสอดมัทจะให้พี่พุทราเอามาคืนให้ แม่คะ..คุณยาย กลับกันเถอะค่ะ”
มัทรีดึงเตือนใจกับติรกาให้เดินไปขึ้นรถทันที พุทรายังยืนละล้าละลัง
วันรบตามไปที่รถตู้แล้วจะเปิดประตูแต่มัทรีกดล็อค
“มัท...เปิดประตูก่อน มัท!” วันรบตบประตูรถ
“พี่พุทรา!” มัทรีตะโกนเรียก
พุทรารีบวิ่งไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที
“มัท!” วันรบตะโกนตามรถที่แล่นออกไป
เขารีบวิ่งไปที่รถของตัวเอง รชานนท์กับพชรรีบขึ้นรถ วันรบขับออกไป แก้วมองตามอย่างงงๆ

พุทราขับรถตู้แล่นออกไป ติรกากับเตือนใจมองมัทรีที่นั่งนิ่งด้วยความเป็นห่วง
“ยัยมัท..ทำไมทำแบบนี้ล่ะลูก” เตือนใจถาม
มัทรียังคงนั่งเงียบ
“ยัยมัท” ติรกาเป็นห่วง
มัทรีหันมาฝืนยิ้ม “แบบนี้ดีแล้วค่ะแม่ เรื่องวุ่นวายจะได้จบซะที ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องปวดหัวเพราะมัทอีกแล้วนะ”
ติรกาเห็นหน้ามัทรีที่ยิ้มแต่น้ำตาคลอก็รู้สึกสะเทือนใจ ส่วนเตือนใจก็สะเทือนใจไม่แพ้กัน

วันรบขับรถไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเครียด
“ใจเย็นๆ ไอ้รบ เดี๋ยวก็เทกระจาดก่อนถึงบ้านหลานมัท” พชรเตือน
“นี่แกกับลูกฉันมีเรื่องอะไรกัน” รชานนท์ถาม
“ป๋า..ผมเนี่ยะงงสุดเลย เราไม่ได้ทะเลาะกัน วันก่อนผมยังส่งข้อความให้กำลังใจมัทอยู่เลย แล้ววันนี้มัทเป็นแบบนี้ได้ยังไง” วันรบกลุ้มใจ
“หรือว่ากระแตบังคับ”
“ว่าที่แม่ยายผมบังคับมัทให้เลิกกับผมมาตลอด แต่มัทไม่เคยยอมแพ้ มันต้องไม่ใช่เรื่องนี้”
พูดจบวันรบก็เหยียบคันเร่งด้วยความร้อนใจ

พุทราขับรถมาจอดหน้าโรงงานเตือนใจ
“ไม่เข้าไปจอดที่หน้าบ้านล่ะพุทรา” ติรกาถาม
“มีแขกมาพบคุณติค่ะ” พุทราบอก
“ใคร?” ติรกาสงสัย
ทันใดนั้น สมภพก็เดินมาเปิดประตูรถตู้
“คุณสมภพ” ติรกาแปลกใจ
“ผมจะมาขอดูโอ่งแม่เตือน ชุดที่จะเอาไปจัดโชว์ในงานโอท็อปโลกน่ะครับ” สมภพอ้างธุระ
ติรกามองมัทรีอย่างละล้าละลัง “แต่..”
เตือนใจพูดกับติรกา “ติไปรับหน้าก่อนไป อย่าให้มารบกวนยัยมัทตอนนี้”
“ค่ะ..งั้นไปที่โรงงานดีกว่าค่ะ” ติรกาชวนก่อนจะเดินไปกับสมภพ
“พุทราขับไปที่บ้านฉันไป” เตือนใจสั่ง
เตือนใจปิดประตูรถ พุทราจึงขับรถเข้าไป รถของวันรบเลี้ยวมาแล้วขับตามรถตู้ไปทันที

พุทราจอดรถตู้ที่หน้าบ้านเตือนใจ มัทรีกับเตือนใจลงมาจากรถ มัทรีกำลังจะเดินเข้าบ้าน ทันใดนั้นรถของวันรบก็แล่นมาจอด แล้ววันรบก็รีบลงมาจากรถ
“มัท”
มัทรีเห็นก็จะเดินหนี
“ถ้ามัทวิ่งหนี” เตือนใจเอ่ย มัทรีชะงัก “มัทต้องหนีตลอดไปนะลูก”
มัทรีสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูด
“จริงค่ะ” มัทรีหันมาหาวันรบ “รบควรจะได้รู้”
มัทรีจับมือวันรบแล้วเดินไปทางสวน รชานนท์รีบเข้ามาหาเตือนใจ
“แล้วกระแตล่ะครับ มาด้วยกันไม่ใช่เหรอครับ”
“โดนคุณสมภพคว้าไปที่โรงงานน่ะค่ะ” พุทราตอบแทน
รชานนท์ได้ยินชื่อสมภพก็ไม่พอใจ
“ผมขอตัวก่อนนะครับคุณแม่”
พูดจบรชานนท์ก็เดินไปทันที
“อ้าวไอ้นนท์ จะไปไหน” พชรทัก
“ไปชิงหัวใจคืนมั้งคะ” พุทราตอบแทนอีก
“มันจะวุ่นวายกันไปถึงไหนเนี่ย” เตือนใจถอนใจแล้วมองตามอย่างหนักใจ พุทรามองตามทางที่วันรบกับมัทรีเดินไปแล้วย่องตามไปทันที

มัทรีพาวันรบมาที่ริมน้ำในสวนหลังบ้าน เธอพาวันรบมาหยุดยืน
“มัท...มันเกิดอะไรขึ้น” วันรบถาม
“มันเป็นความจริงที่มัทเป็นลูกของผู้ชายคนนั้น เป็นความจริงที่เขาทิ้งมัทกับแม่ไป” มัทรีพูด
วันรบพยายามจะแย้ง “แต่..”
มัทรีขัดขึ้นมาก่อน “เป็นความจริงที่แม่ต้องอุ้มท้องเลี้ยงมัทมาด้วยความยากลำบาก” มัทรีจับสองมือของวันรบขึ้นมาแนบหน้า “มัทรักรบ...รักมาตลอดและไม่เคยหยุดรัก แต่มัทก็รักแม่..มัทรู้แล้วว่าแม่ต้องเหนื่อยต้องทุกข์เพราะมัทมากแค่ไหน ถ้าวันนี้...มัทจะทำให้แม่ยิ้มได้” จู่ๆ น้ำตาของมัทรีก็ร่วงออกมา “มัท..ไม่อยากทำแบบนี้...แต่มัท...”
วันรบมองแฟนสาวอย่างเข้าใจแล้วก็น้ำตาคลอเช่นกัน “ผมเข้าใจ ถึงยังไงแม่ก็เป็นคนที่รักเรามากที่สุด ผมจะไม่เห็นแก่ตัว ไม่ทำให้มัทลำบากใจ”
“มัทจะไม่มีใคร หัวใจของมัทจะอยู่กับรบคนเดียว..ตลอดไป” มัทรีพูด
วันรบเอามือมัทรีมาวางตรงหัวใจของเขา “มัทจะอยู่ในนี้เพียงคนเดียว ตลอดไป”
“ขอบคุณนะคะรบ ..ขอบคุณที่คุณเข้าใจมัทเสมอ..ขอบคุณที่รักมัท”
วันรบดึงมัทรีเข้ามากอด แล้วทั้งสองก็กอดกันร้องไห้เหมือนจะขาดใจ

ติรกากับสมภพเดินคุยกันออกมาจากโรงงานโอ่งแม่เตือน
“โอ่งแม่เตือน ชุดที่จะเอาไปจัดโชว์ในงานโอท็อปโลก ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วค่ะ ฉันเลือกลายพิเศษสำหรับงานใหญ่นี้โดยเฉพาะ” ติรกาบอก
“งานพิเศษกับคนพิเศษ” สมภพป้อติรกาซึ่ง ๆ หน้า ติรกาไม่ทันตั้งตัวและรู้สึกอึดอัด
รชานนท์เดินเข้ามาพอดี
“กระแต”
ติรกาหันขวับทันที “มาทำไม ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
สมภพรีบทำเจ๋งทันที “เฮ้ย”
รชานนท์ยกหมัดขึ้นมา สมภพเห็นก็สะดุ้งถอยไปหนึ่งก้าวแต่ก็ยังทำเป็นยืดเหมือนไม่กลัว
รชานนท์พูดกับติรกา “ไปแน่ แต่คุณต้องบอกเหตุผลที่เสี้ยมให้มัทเกลียดผม”
“ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณ ไม่สมควรได้รับความรักจากใคร” ติรกาว่า
“แล้วผู้หญิงใจง่ายอย่างคุณ ดีกว่าผมตรงไหน” รชานนท์สวน
“กล้าดียังไงมาว่าฉัน”
“เพราะยอมมากไป ถึงได้ถูกคุณสวมเขามาตั้งนาน”
สมภพพยายามพูดกับติรกา “ใจเย็น ๆ ครับคุณติรกา”
ติรกากับรชานนท์พูดพร้อมกัน “อย่ายุ่ง”
สมภพจ๋อย
“ฉันจะสวมเขาให้คุณได้ไง ในเมื่อคุณทิ้งฉัน” ติรกางง
“เข้าใจโยนความผิดให้ผม ทั้งที่คุณแอบคบหมอนพมาตลอด” รชานนท์เคือง
“ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ครับ ผมยิ่งฟังยิ่งงง” สมภพแทรกขึ้น
ทันใดนั้น รุจีก็ปราดเข้ามาโดยไม่ฟังเสียงห้ามของรปภ.แจ่ม
“สถานที่ส่วนบุคคล ห้ามเข้านะครับ”
สมภพตกใจเมื่อเห็นรุจี “รุจี !”
“เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด วันนี้ฉันจะแฉแกให้หมดเปลือกเลย” รุจีฉุน เธอหันไปเจอไปรชานนท์ก็ถึงกับอึ้ง
“คุณรชานนท์” รุจีพึมพำกับตัวเอง
สมภพอาศัยจังหวะนั้นดึงตัวรุจีออกไปทันที
สมภพหันมาพูดกับติรกา “ผมขอตัวไปทำธุระก่อนนะครับ”
ติรกากับพุทราสงสัยว่ารุจีเป็นใคร ส่วนรชานนท์มองตามรุจีด้วยความรู้สึกคุ้นหน้า

รุจีถูกสมภพลากมาที่ข้างรถของเขาที่จอดอยู่ รุจีสะบัดแขนหลุดจากมือสมภพ
“ปล่อย !”
สมภพมองซ้ายมองขวาก่อนจะถามรุจีด้วยเสียงเยือกเย็น
“มาทำไม?”
“ฉันก็จะแฉให้ทุกคนรู้ ว่าผู้ชายชั่วชอบรังแกผู้หญิงอย่างแก มีลูกเมียแล้ว” รุจีบอก
“ก็เอาสิ ... ถ้าเรื่องของฉันถึงหูคนนอกเมื่อไหร่ ฉันจะไล่ทรงสุดากับลูกออกจากบ้าน”
สมภพขู่กลับด้วยท่าทางขึงขังเอาจริง
“อยากให้พี่กับหลานลำบากอยู่ข้างนอกก็เชิญ แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนยอมรับสองคนนั้นกลับเข้าบ้านอีก”
รุจีจ้องสมภพด้วยความเกลียดชัง

ติรกาเดินเข้ามาที่บริเวณหน้าบ้าน รชานนท์เดินตาม
ติรกาหันกลับมาโวยใส่ “เลิกวุ่นวายกับพวกฉันซะที!”
รชานนท์มองหน้าติรกาด้วยสายตาตัดพ้อ “กระแต คุณเคยรักผมจริงๆ ใช่ไหม”
ติรกาอึ้งกับคำถามของรชานนท์ “ฉัน...ฉันเคยรัก..แต่คุณทำลายมันไปแล้ว”
พูดจบติรกาก็จะเดินไป แต่รชานนท์ร้องเพลงแด่คนเคยรักออกมา “แด่คนที่ฉันเคยรัก...แด่คนที่เคยซื่อตรงที่พาชีวิตฉันพลัดฉันหลงไม่มี...ชิ้นดี เธอทำให้ฉันหัวเราะ เธอทำให้ฉันร้องไห้ เธอทำชีวิตที่มีความหมายฉันตายทั้งเป็น”
ภาพเหตุการณ์ในอดีตระหว่างรชานนท์กับติรกาแวบกลับมา ไม่ว่าจะเป็นรชานนท์นอนตักติรกาในสวน ติรกาแกล้งบีบจมูกรชานนท์ที่กำลังหลับอยู่ ติรกาส่งน้ำส้มคั้นให้รชานนท์ รชานนท์หอมแก้มติรกา ติรกากอดรชานนท์ รชานนท์ยกตัวติรกาขึ้นหมุนท่ามกลางสวนดอกไม้
“ฉันมันไม่ดีตรงไหน โง่เกินไปหรือเปล่า แผลที่เธอทำมันลึกมันร้าวมันเข้าไปฝังใจ ฉันมันไม่ดีตรงไหน จะบ้าจะตายเพราะเธอ หัวใจยังจำยังคิดเสมอถึงเธอคนทำ”
รชานนท์ร้องเพลงพร้อมกับเข้ามายืนตรงหน้าติรกา
“เธอทำให้ฉันหัวเราะ เธอทำให้ฉันร้องไห้” รชานนท์จะยื่นมือไปแนบแก้มติรกา “แต่คงเป็นคนสุดท้ายที่ฉัน จะยอมให้ทำ”
มือของรชานนท์เกือบจะสัมผัสหน้าติรกา แต่ติรการู้สึกตัวซะก่อน เธอรีบปัดมือรชานนท์ออกทันที “พอที! พอได้แล้ว!
รชานนท์มองหน้าติรกา เขาเห็นติรกาน้ำตาร่วง ทันใดนั้นติรกาก็วิ่งเข้าไปในบ้านสวนกับเตือนใจและพชรที่กำลังเดินออกมาพอดี
“พ่อนนท์..เกิดอะไรขึ้น” เตือนใจตกใจ
รชานนท์ยังไม่ทันตอบอะไร วันรบก็เดินมาจากอีกทาง
“เป็นไงบ้างไอ้รบ” พชรถาม
วันรบพูดทั้งๆ ที่ตาแดง “กลับกันเถอะ”
พูดจบวันรบก็เดินไปขึ้นรถทันที พชรกับรชานนท์ไม่เข้าใจแต่ก็เดินตามไปขึ้นรถ วันรบขับรถออกไป สักพักมัทรีก็เดินออกมาจากทางที่วันรบเดินมา
“มัท..นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เตือนใจถาม
“มัทปวดหัวค่ะ ขอไปพักนะคะยาย”
พูดจบมัทรีก็เดินเข้าบ้านไป
เตือนใจกลุ้ม “แล้วจะรู้เรื่องไหมเนี่ย”
พุทราเดินมาด้านหลังเตือนใจ
“รู้สิคะ...พุทราจัดให้”

เตือนใจได้ยินก็ตกใจรีบหันมามอง พุทรายิ้มให้แล้วยกมือถือขึ้นโชว์ เตือนใจมองอย่างสงสัย








Create Date : 19 มีนาคม 2555
Last Update : 19 มีนาคม 2555 11:31:48 น.
Counter : 183 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 6 (ต่อ)


วันรบขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วทุกคนก็รีบลงจากรถ วันรบจะเข้าบ้านแต่ประตูก็ปิดอยู่ เขาออกแรงจะกระชากแต่ก็พบว่าประตูถูกล็อคอยู่

“มันล็อค!”
“พุทรา ไขกุญแจ” เตือนใจร้องบอก
พุทราหยิบกุญแจออกมาไขแต่ก็ยังเปิดไม่ออก
“ทำไมไขแล้วแต่เปิดไม่ออก” พุทราแปลกใจ
รชานนท์กับพชรที่วิ่งตามมาเห็นรีบตะโกนบอกทุกคน
“ทุกคน ถอยไป!”
วันรบ พุทรา และเตือนใจหันมา เห็นรชานนท์กับพชรพุ่งเข้ามาเอาตัวเข้ากระแทกประตูเต็มแรง ประตูสะเทือนแต่ก็ยังไม่เปิด ภายในบ้านประตูบานนั้นถูกโซ่คล้องเอาไว้อย่างแน่นหนา ติรกายืนมองประตูอย่างสะใจ
“ห้าทุ่มห้าสิบเจ็ด!” ติรกาตะโกนออกไปหน้าบ้าน
“มัท เปิดประตูให้ผมที มัท” วันรบตะโกนบอก
มัทรีถูกมัดมือมัดขาและปิดปากนั่งอยู่ด้านหลังติรกา มัทรีดิ้นรนและพยายามส่งเสียงเรียก “อี่อ๊บ! อ่วยอ้วย!”
เตือนใจพูดเสียงดัง “ตารบ หลังบ้าน!”
ทั้งติรกาและวันรบต่างก็ได้ยิน ต่างคนรีบวิ่งไปที่ประตูหลังบ้าน ติรกาไปถึงก่อนจึงล็อคประตูได้ทันท่วงที วันรบพุ่งมากระแทกประตูอย่างแค้นใจ
“หน้าต่างค่ะ!” พุทราบอก
ติรกาวิ่งไปเปิดมุ้งลวดเพื่อจะดึงหน้าต่างไม้ปิดแต่วันรบหยิบไม้กวาดพุ่งไปขัดหน้าต่างไว้ได้ทัน ติรกาตกใจปล่อยมือ วันรบกระชากหน้าต่างเปิดแล้วปีนเข้าไปในบ้านทันที
“ออกไปนะ” ติรกาไล่
วันรบตกใจที่เห็นมัทรีถูกมัดอยู่ “มัท! ผมทำตามข้อตกลงแล้วนะครับคุณแม่”
“ถ้าฉันไม่เห็นสินสอดตรงหน้า ถือว่าไม่สำเร็จ!”
เข็มยาวของนาฬิกากำลังจะเดินไปที่เวลาเที่ยงคืน วันรบรีบพุ่งไปเปิดประตูทันที
“ป๋า พี่ระสินสอด”
วันรบรีบวิ่งไปที่รถแล้วเปิดประตู ก่อนจะลากหีบสินสอดลงจากรถ รชานนท์กับพชรช่วยกันยกสินสอดลงมาจากรถ วันรบวิ่งไปที่ประตูบ้านและกำลังจะก้าวเข้าไป เสียงนาฬิกาที่บ้านก็บอกเวลาเที่ยงคืนดังก้องไปทั่วบ้าน
“หมดเวลา! วันรบทำไม่สำเร็จ!” ติรกาสะใจ
วันรบยืนอึ้งอยู่ที่หน้าประตู เขาปล่อยหีบสินสอดหล่นกระแทกพื้น
“ต่อไปนี้ห้ามวันรบมายุ่งกับยัยมัทอีกเด็ดขาด!” ติรกาสั่ง
พุทราวิ่งเข้าไปแกะผ้าผูกปากกับผ้าผูกมือให้มัทรี
มัทรีหลุดจากการถูกมัดได้ก็รีบวิ่งไปหาวันรบ “พี่รบ”
วันรบเสียใจที่ตัวเองทำไม่สำเร็จ เขามองมัทรีที่กำลังร้องไห้อย่างรู้สึกผิด
“มัท..ผมขอโทษ”
“ถ้าเป็นลูกผู้ชายพอ พูดแล้วห้ามคืนคำ นายทำไม่สำเร็จก็ไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับลูกฉัน” ติรกาบอก
วันรบน้ำตาร่วง “ครับ..ผมทราบ”
ติรกาอึ้งที่เห็นน้ำตาของวันรบ วันรบหันหลังแล้วเดินจากไปอย่างผู้แพ้
“พี่รบ..พี่รบ!” มัทรีเรียก เธอจะวิ่งไปหาวันรบแต่ติรกาดึงเอาไว้
“จะไปไหนยัยมัท!”
มัทรีสะบัดแขนจนหลุดจากติรกา “มัทจะไปมีชีวิตของมัท ชีวิต..ที่จะไม่ยอมให้ใครทำลาย”
มัทรีวิ่งออกมาก็เห็นวันรบเดินออกไปจากบ้านโดยทิ้งรถเอาไว้ มัทรีเดินไปขึ้นรถของวันรบ ติรกาจะขึ้นตาม
“ยัยมัท!”
รชานนท์รีบเข้ามาขวาง “เลิกใจร้ายกับลูกสักที”
“ฉันจะทำอะไรกับลูกก็เรื่องของฉัน นายไม่มีสิทธิ์มายุ่ง” ติรกาตวาด
ติรกาผลักรชานนท์แล้ววิ่งตามมัทรีไป มัทรีขับรถตามวันรบไป
สักพักมัทรีก็ขับรถมาจอดข้างวันรบที่กำลังเดินอยู่
“ขึ้นรถค่ะพี่รบ”
“มัท” วันรบลำบากใจ
“ถ้าคุณไม่ขึ้น มัทจะหายตัวไป ไม่ว่าแม่หรือคุณจะไม่มีวันได้เจอมัทอีก” มัทรีขู่
วันรบตกใจ เขามองมัทรีที่มีสายตาเอาจริง วันรบจึงตัดสินใจขึ้นรถไป
ติรกาวิ่งตามออกมาเห็นว่าวันรบขึ้นรถไปกับลูกสาวของเธอ “ยัยมัท!”
แล้วมัทรีก็ขับรถออกไปทันที ติรกาพยายามวิ่งตามและเรียกจนรถวิ่งพ้นสายตาของเธอ ติรกาจึงตัดสินใจวิ่งกลับเข้าบ้าน

รชานนท์กับพชรยืนอึ้งอยู่ที่หน้าบ้านติรกา ส่วนเตือนใจยืนอยู่ใกล้หีบสินสอดที่อยู่ที่พื้น
“แม่พุทราเอาสินสอดไปเก็บที่บ้านฉันก่อน” เตือนใจสั่ง ทุกคนหันมามอง “ฉันเก็บให้พ่อรบ เชื่อเถอะว่าต้องได้ใช้แน่ เก็บให้ปลอดภัยไว้ก่อน”
พุทรายกสินสอด พชรเข้ามาช่วยยกเข้าไปไว้ในบ้าน
เตือนใจหันมามองรชานนท์ “เอาไงดีล่ะคุณพ่อ”
“ผมไม่เข้าใจทำไมกระแตต้องกีดกันเจ้ารบขนาดนี้” รชานนท์ข้องใจ
“ก็เพราะ...”
เตือนใจยังพูดไม่จบ ติรกาก็ขับรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน เธอเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับแล้วพูดกับรชานนท์
“ขึ้นรถ!”
รชานนท์กับเตือนใจยืนงง
“ฉันบอกให้ขึ้นรถ พาฉันไปบ้านพักของพวกคุณ ฉันจะไปตามยัยมัท เร็วสิ!” ติรกาเร่ง
รชานนท์รีบขึ้นรถตามคำสั่งติรกาทันที ติรกาขับรถออกไปด้วยความเร็วสูง พชรกับพุทราวิ่งออกมาจากในบ้าน
“คุณติไปไหนคะ” พุทราถาม
“ไปตามยัยมัท พุทรารีบเอารถออกเร็ว ตามไปก่อนจะเกิดเรื่อง!” เตือนใจสั่ง
“เดี๋ยวผมขับพาไปเอง” พชรอาสา
“ทางนี้เลยค่ะ!”
พุทราพูดแล้วรีบวิ่งนำพชรไป

ติรกาขับรถแล่นผ่านหน้า รปภ.แจ่มออกไป
“คุณติ..ตามคุณมัทไปแน่” แจ่มพึมพำ
ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรรถดังที่ด้านหลัง แจ่มหันมาเห็นพชรกำลังขับรถออกมาโดยมีพุทรากับเตือนใจนั่งมาด้ว แจ่มรีบหลบทันที เตือนใจเปิดกระจกรถแล้วตะโกนสั่ง
“เฝ้าบ้านให้ดีนะตาแจ่ม”
พชรขับรถแล่นออกไป แจ่มมองตาม
“แบบนี้ต้องหารายได้เพิ่ม” แจ่มหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก

สมภพกับธงฉานรอการรายงานอยู่ในบ้านด้วยความกระวนกระวาย สักพักเสียงมือถือของสมภพก็ดังขึ้น สมภพพุ่งไปรับทันที
“ว่าไงไอ้แจ่ม” สมภพพูดเสียงดัง “ไอ้วันรบมันมาไม่ทันเหรอ”
ธงฉานผุดลุกขึ้นยืนด้วยความสะใจ “เยส!”
“แล้วมัทรีทำยังไง อะไรนะ หนีไปกับไอ้วันรบ คุณติล่ะ ตามไปพร้อมไอ้รชานนท์ คุณเตือนก็ตามไปเหรอ แกรู้ไหมว่าไปที่ไหน” สมภพหัวเสีย “แล้วทำไมไม่ถามวะ แล้วฉันจะจ่ายให้” สมภพวางสายทันที
“อาติต้องไปตามน้องมัทแน่” ธงฉานบอก
“เราต้องช่วยติรกาตามตัวมัทรี”
“จะไปตามที่ไหนล่ะอา พวกมันไม่ได้พักที่รีสอร์ทเรา”
“ฉันสืบมาแล้วว่ามันอยู่ที่ไหนกัน” สมภพบอก
“อานี่จมูกดีจริงๆ ถ้าหมาดมยาเสพติด จมูกดีอย่างอา ประเทศชาติเจริญแน่”
“แน่นอน...เย้ย..ไอ้ธงฉาน” สมภพนึกได้จึงเขกกระโหลกหลานชาย “ลามปาม! ไป! เอารถออก!”
ธงฉานกับสมภพรีบเดินออกจากบ้านทันที

ติรกาเปิดประตูออกมาจากบ้านพักของพชร รชานนท์เดินตามออกมา สักพักพชรก็ขับรถเข้ามาจอด แล้วตามด้วยรถของสมภพที่จอดไม่ห่างกัน ทุกคนลงจากรถแล้ววิ่งไปหาติรกา
“ยัยมัทล่ะ” เตือนใจถาม
“ยัยมัทไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่มีใครอยู่สักคน” ติรกาบอก
“แจ้งความเลยครับ แบบนี้นายวันรบตั้งใจลักพาตัวชัด ๆ” สมภพเสนอ
“อย่าแสนรู้ดีกว่าครับคุณสมภพ” รชานนท์ตำหนิ
ธงฉานพูดกับสมภพ “มันว่าอาเป็นหมาน่ะครับ”
“เออ..ไม่ต้องแปล” รชานนท์ว่า
ติรกาหันไปเอาเรื่องรชานนท์ “คิดจะปกป้องพรรคพวกตัวเองใช่ไหม”
“ผมไม่อยากให้คุณหน้าแตกต่างหาก เพราะใคร ๆ ก็เห็นว่าน้องมัทเป็นคนสั่งให้วันรบขึ้นรถ ถ้าคุณจะแจ้งความ ผมจะแจ้งกลับว่าน้องมัทล่อลวงเจ้ารบ อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ก็เอา”
“นายนี่มัน!” ติรกาฉุน
รชานนท์กับติรกามองหน้าอย่างไม่ยอมกัน
“เลิกหาเรื่องแล้วหันมาหาหลานฉันกันซะที ตอนนี้ยัยมัทจิตใจไม่ปกติ ฉันกลัวว่ายัยมัทจะทำอะไรบ้า ๆ” เตือนใจหวั่นใจ
“ยิ่งคุณมัทเป็นคนขับรถ อาจเกิดอุบัติเหตุได้นะคะ พุทราพยายามโทรเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่ติด”
ติรกาชักร้อนใจ
“ผมจะไปขอเช็คกล้องวงจรปิดของตำรวจดูว่ารถของมัทรีออกไปทางไหน” สมภพเสนอ
“พุทรา! เกณฑ์คนทั้งหมดที่มีค้นให้ทั่วราชบุรี!” ติรกาสั่ง
“พวกผมจะไปช่วยด้วย” รชานนท์อาสา
ติรการีบหันมาปราม “นายไม่เกี่ยว”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว! รบเป็นน้องผม แล้วมัทรีก็เป็น...”รชานนท์กำลังจะพูดต่อแต่ติรการีบขัดขึ้น
“หยุดนะ!” ติรกามองรชานนท์อย่างคับแค้นใจ “อยากจะทำอะไรก็เรื่องของนาย! แม่ พุทรา! ไปกับฉัน”
พูดจบติรกาก็เดินไปที่รถ พุทรารีบประคองเตือนใจเดินตามไป แล้วติรกาก็ขับรถออกไป
พชรเห็นรชานนท์ยังยืนเฉย “ไอ้นนท์ แล้วไม่รีบตามเขาไปเหรอวะ”
“ไม่ต้องรีบไปหรอกพี่ ไอ้รบกับน้องมัทไม่ได้อยู่ในราชบุรีแล้ว ไอ้รบมันส่งข้อความมาบอกผมว่าน้องมัทกำลังขับรถเข้ากรุงเทพฯ” รชานนท์บอก
“แล้วทำไมแกไม่บอกยัยคุณนายโอ่งน้ำปลาไปล่ะ” พชรถาม
“ผมอยากให้กระแตมีบทเรียนจากการบังคับใจลูกบ้าง เขาจะได้รู้ว่าน้องมัทก็มีชีวิตจิตใจ มีความอดทนที่จำกัดเหมือนกัน”
“งั้นเราก็กลับไปกรุงเทพฯนอนมะ คิดถึงเมียจ๋าจะแย่แล้ว” พชรบอก
“ไม่!..ผมจะตามกระแตไป”
“อะไรของแกวะ”
“ผมไม่ยอมให้ไอ้สมภพเอาหน้ากับกระแตหรอก” รชานนท์เสียงเข้ม
“อ๋อ..ตามไปเพราะหึงนี่เอง”
รชานนท์ไม่พูดอะไร เขารีบเดินไปที่รถ สตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปทันที
“เฮ้ย! ไอ้นนท์ ฉันล้อเล่น รอฉันด้วยไอ้นนท์!” พชรตะโกน
รชานนท์เบรกรถ พชรรีบวิ่งไปขึ้นรถ แล้วรชานนท์ก็ขับรถออกไป

มัทรีเปิดประตูเข้ามาในห้องของวันรบที่คอนโดในกรุงเทพฯ วันรบเดินตามเข้ามา
“มัทครับ...ผมว่าหนีมาแบบนี้มันไม่ดีนะ แม่คุณจะเป็นห่วง” วันรบเตือน
“ถ้าแม่ห่วงมัท คิดถึงใจมัท แม่ต้องไม่ทำร้ายเราแบบนี้!” มัทรีตัดพ้อ
“มัทครับ..ผมทำไม่สำเร็จเองนะ ผมยังพยายามไม่พอ”
มัทรีเดินไปนั่งตรงหน้าวันรบแล้วใช้สองมือจับหน้าวันรบให้มองตาเธอ “ไม่จริงค่ะ รบทำสำเร็จ รบหาเงินมาได้ทันเวลา แต่แม่จงใจหนี จงใจทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางเรา” มัทรีโผกอดวันรบ “มัทขอบคุณ ๆ มากนะคะที่ทำทุกอย่างเพื่อเรา”
วันรบสวมกอดมัทรีอย่างหลวม ๆ แล้วยิ้ม ก่อนจะดันตัวเข้าชิด สองคนมองตากัน วันรบค่อยๆ โน้มเข้าหามัทรีอย่างช้าๆ มัทรียอมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความรู้สึก ปากของวันรบใกล้จะแตะปากของมัทรี แต่จู่ๆ วันรบก็เลื่อนปากขึ้นมากัดจมูกมัทรีเบาๆ
“โอ้ย! เจ็บนะคะ” มัทรีตกใจ
วันรบยิ้มขำ “โทษฐานที่เกือบทำผมใจแตก” วันรบลูบที่ปลายจมูกมัทรีเบา ๆ “หิวไหม..ผมอุ่นซุปให้ทานนะ”
“มัททำให้นะคะ” มัทรีทำท่าจะลุก
แต่วันรบจับให้มัทรีนั่งลงตามเดิม “คุณนั่งพักเถอะ ร้องไห้มาตลอดทางเลย คงเหนื่อยนะ”
“แต่รบก็ไปหาสินสอดมาทั้งวันเหมือนกัน”
“แต่ถ้าทำให้คนที่ผมรัก ผมไม่เคยเหนื่อยเลย รู้ไหม” วันรบบอก
มัทรียิ้มหวาน วันรบเดินไปที่ครัว แล้วหยิบกล่องซุปออกมาใส่หม้อต้ม มัทรีมองวันรบแล้วยิ้มด้วยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความรัก สักพักวันรบก็ยกถ้วยซุปเดินออกมา แต่มัทรีนอนหลับอยู่บนโซฟาแล้ว
วันรบเข้ามาปลุกแล้วพูด “มัท..เข้าไปนอนในห้องดีกว่านะ”
“อื้อ..” มัทรีงัวเงียแต่ไม่ยอมลุก
วันรบมองยิ้มๆ แล้วอุ้มมัทรีเข้าไปในห้องนอน

วันรบวางมัทรีลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาจัดท่าทางให้มัทรีนอนสบาย แล้วหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ วันรบมองแล้วยิ้ม “ฝันดีนะครับ”
วันรบจะลุกไป แต่ก็ต้องชะงักที่มือของมัทรียื่นมาจับมือของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย วันรบจะแกะมือออกแต่มัทรียิ่งออกแรงดึง
“มัท...” วันรบยิ้ม มัทรีดึงมือวันรบไปแนบหน้าแล้วนอนยิ้มอย่างมีความสุข
“ขออนุญาตนะครับ” วันรบพูดเบาๆ อย่างเอ็นดู
เขาขยับขึ้นไปนอนบนเตียงเคียงข้างมัทรี มัทรีขยับร่างพลิกเอาแขนมาวางพาดรอบเอววันรบ วันรบนอนตัวแข็งพลางเหลือบมองมัทรี ส่วนมัทรียังนอนหลับตาพริ้ม วันรบยิ้มเอ็นดูแล้วยื่นหน้าผากไปชิดกับจมูกของมัทรี ก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข

ติรกากับเตือนใจยืนอยู่หน้าโรงแรมในตัวเมืองราชบุรี ผู้คนมากมายวิ่งไปมาอย่างวุ่นวายอยู่ภายในโรงแรม รชานนท์ขับรถมาจอดที่หน้าโรงแรม ก่อนที่เขากับพชรจะลงจากรถแล้วตรงไปหาเตือนใจ
“เป็นยังไงบ้างครับ” รชานนท์ถาม
“ค้นมาหลายรีสอร์ท หลายโรงแรมแล้วยังไม่เจอเลย ไม่รู้ป่านนี้ยัยมัทจะเป็นยังไงบ้าง” เตือนใจบอก
สักพักพุทรากับรปภ.แจ่มก็วิ่งถลาออกมา ตามด้วยเสียงก่นด่าจากคนในโรงแรม
“คุณติขา ไม่เจอคุณรบกับคุณมัทเลยค่ะ” พุทราบอก
แจ่มกุมหัว “แต่ถ้าโคมไฟ ที่เขี่ยบุหรี่ ผมเจอเต็ม ๆ เลยครับ แขกกับรปภ.ในโรงแรมเกือบยำเท้าให้ผมกินซะแล้ว”
“นี่เราค้นจนทั่วราชบุรีแล้ว ทำไมยังไม่เจอยัยมัทอีกนะ” ติรกาเซ็ง
ทันใดนั้นเสียงมือถือของติรกาก็ดังขึ้น ติรกาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอแล้วรีบกดรับ
“ว่าไงคะคุณสมภพ” ติรกาดีใจ “เจอรถวันรบแล้วเหรอคะ ไปที่ไหนนะคะ ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ติรการีบวางสาย
“ยัยติ..ยัยมัทอยู่ที่ไหน” เตือนใจถาม
“คุณสมภพบอกว่ากล้องวงจรปิดของทางจราจรจับภาพรถของวันรบได้บนทางหลวงมุ่งหน้าไปกรุงเทพฯค่ะ”
รชานนท์กับพชรสบตากัน
“กรุงเทพฯตั้งกว้างจะไปหาที่ไหนคะ” พุทราถาม
“ไปที่คอนโดยัยมัทก่อน” ติรกาบอก
“ตาแจ่ม กลับไปดูแลบ้าน” เตือนใจสั่ง
แจ่มตะเบ๊ะ “ครับผม!”
ติรกา พุทรา และเตือนใจรีบขึ้นรถแล้วขับออกไป รชานนท์พุ่งไปขึ้นรถ ส่วนพชรวิ่งตามไปขึ้นรถ รชานนท์ขับรถออกไปทันที

ติรกา เตือนใจ และพุทราเดินมาตามทางเดินภายในคอนโดอย่างเร่งรีบ สมภพกับธงฉานวิ่งตามมา ก่อนที่รชานนท์กับพชรจะวิ่งตามมาสมทบ
สมภพหันไปเห็นรชานนท์กับพชรก็ไม่พอใจ “นี่พวกคุณมายุ่งอะไรด้วย มันเป็นเรื่องในครอบครัวคุณติกับหนูมัท”
“แล้วคนนอกอย่างคุณเสนอหน้าเข้ามาทำไม” รชานนท์ถาม
“ลุงพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก ผมกับน้องมัทเราจะดองกันอยู่แล้ว” ธงฉานบอก
“เรียกลุงเดี๋ยวต่อยคว่ำตรงนี้เลยไอ้อ้วน” รชานนท์ฉุน
“อุ้ย” ธงฉานรีบปิดปาก
“คุณสมภพพูดถูกมันไม่เกี่ยวกับคุณ” ติรกาว่า
“มันเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว คุณก็รู้อยู่แก่ใจนะกระแต” รชานนท์บอก
“เลิกเรียกชื่อนั้นซะที!” ติรกาไม่พอใจ
เตือนใจกระชากนกหวีดจากคอพุทรามาเป่าใส่หน้าทุกคน
“หยุด! ไปตามหาหลานฉัน! เดี๋ยวนี้!”
ติรกา รชานนท์ สมภพ และธงฉานตกใจ “ค่ะ /ครับ”
แล้วทุกคนก็รีบวิ่งไปที่หน้าห้องพักของวันรบกับมัทรีทันที
พุทรามองเตือนใจด้วยสายตาทึ่ง “ขาโหดตัวจริงอยู่นี่เอง”
เตือนใจหันมามองหน้าโหด “เดี๊ยะ ๆ เดี๋ยวเจออีกคน”
พุทรารีบปิดปากแล้ววิ่งตามกลุ่มติรกาไปทันที เตือนใจมองอย่างเคือง ๆ แล้วรีบเดินตามทุกคนไป

ติรกาและทุกคนมายืนออกันที่หน้าห้องของวันรบ
“พุทรา!” ติรกาเรียกลูกน้อง
พุทราหยิบกุญแจขึ้นมาไขเปิดประตู
“มีเรื่องไหนที่คุณไม่ก้าวก่ายชีวิตลูกบ้างไหม” รชานนท์ถาม
ติรกาหันขวับ “มันเรื่องของฉัน!”
พุทราไขประตูจนเปิดได้ ติรการีบพุ่งเข้าไปในห้อง แล้วคนอื่นๆ ก็กรูกันเข้าไป

ติรกาเข้ามาในห้องแต่ภายในห้องก็เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่
“ยัยมัท!” ติรกาตะโกนเรียก
วันรบกับมัทรียังนอนหลับกอดกันอยู่บนเตียง ติรกาพุ่งไปที่ห้องนอนที่ประตูเปิดแง้มไว้ ทุกคนเดินตามเข้าไป
เมื่อเข้ามาแล้ว ติรกาก็ต้องชะงักที่เห็นวันรบนอนกอดมัทรีอยู่บนเตียง
“ยัยมัท!”
“น้องมัทของพี่!” ธงฉานเสียใจ
มัทรีกับวันรบรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นก็ตกใจที่เห็นทุกคนมายืนอออยู่ในห้อง
“แม่” มัทรีตกใจ
“ไอ้รบ!” ติรกาโกรธจัดพุ่งเข้าไปบีบคอวันรบทันที
“ฉันจะฆ่าแก!”
“ปล่อยรบนะคะแม่ ปล่อย!” มัทรีพยายามดึงมือแม่ตัวเองออก
สมภพกับธงฉานยืนมองและส่งเสียงเชียร์
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน”
พุทรากับเตือนใจที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มหมั่นไส้ เตือนใจจึงพยักหน้าให้พุทราจัดการ พุทราทำเป็นตกใจกลัว
“ระวังค่ะคุณติ เดี๋ยวคุณรบตาย”
พุทราทำตกใจอย่างสูงและแกล้งเหวี่ยงมือฟาดหน้าธงฉานเต็มแรง
“ไม่นะคะ คุณติ อย่าฆ่าคุณรบ” พุทราเหวี่ยงแขนไปตีหน้าธงฉานไม่ยั้ง
“โอ้ย! ไอ้นั่นมันไม่ตาย ฉันนี่ล่ะจะตายเพราะแก” ธงฉานโอดครวญ
พุทราทำเป็นจ๋อย “พุทราลุ้นเกินไปหน่อยน่ะค่ะ”
พุทรากับเตือนใจแอบยิ้มสะใจ
รชานนท์ พชร และมัทรีรีบเข้าไปช่วยแยกติรกาออกมาจากวันรบอย่างยากลำบาก
“ไอ้ผู้ชายสารเลว ไอ้วันรบ! สองครั้งแล้วที่แกทำลายชื่อเสียงลูกสาวฉัน” ติรกาโวยวาย
“ไม่ใช่สองครั้งหรอกค่ะ” มัทรีพูดเสียงดัง “เพราะรบกับมัทเราเป็นสามีภรรยากันมานานแล้วและมัทก็เต็มใจ”
ทุกคนอึ้ง
“โกหก!” ติรกาตวาด
“มัทไม่ได้โกหก ทุกคนรับทราบไว้เลยนะคะว่าคอนโดที่ทุกคนยืนอยู่เป็นคอนโดที่มัทกับรบซื้อร่วมกัน”
“ไม่จริง มัทบอกแม่ว่าซื้อร่วมกับเพื่อน” ติรกาเถียง
“รูมเมทที่ชอบใช้คิตตี้” พุทราเสริม
“นั่นเอาไว้บังหน้าเวลาแม่กับพี่พุทรามาเท่านั้น ไปค้นเสื้อผ้าดูสิคะ”
พุทรารีบวิ่งออกไปแล้วกลับเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าและกางเกงของวันรบ
“มีแต่เสื้อผ้าข้าวของผู้ชายแอบไว้เต็มเลยค่ะ” พุทราบอก
“ไม่มีรูมเมทที่ไหนทั้งนั้น มัทกับรบเราอยู่ด้วยกันที่นี่ ในห้องนี้ ในฐานะสามีภรรยา” มัทรีบอก
“มัท..” วันรบอึ้งที่ได้ยินแฟนสาวพูดเช่นนั้น
“ไม่ต้องแก้ตัวหรอกค่ะรบ ทุกคนควรจะรู้ความจริง” มัทรีรีบบอก
“แม่ไม่เชื่อ มัทโกหกแม่” ติรกาอึ้ง
“ถ้าแม่ไม่เชื่อก็เช็คดูสิคะว่าเจ้าของห้องนี้มีชื่อใครเป็นเจ้าของ เพราะอีกไม่นานเราจะมีเจ้าตัวน้อย ลูกของรบกับมัท”
“ลูก!” ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“ค่ะ” มัทรีรับ
“ไม่จริง รบ..แกบอกป๋าเองว่าแกไม่เคยล่วงเกินมัทรี” รชานนท์ตกใจ
วันรบสบตากับมัทรี มัทรีส่งสายตาอ้อนวอนให้เขาช่วยโกหก
รชานนท์มองวันรบ วันรบได้แต่หลบตา รชานนท์ของขึ้นพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อวันรบมาต่อยเต็มแรง
“เฮ้ย!” ทุกคนตกใจ
“ไอ้รบ! ทำไมแกทำกับลูกสาวฉันแบบนี้ ! ทำไม!” รชานนท์โมโห
ทุกคนได้ยินก็ถึงกับอึ้ง
ติรกาอ้าปากค้างเพราะไม่คิดว่ารชานนท์จะหลุดปากพูดออกมา
วันรบมองรชานนท์อย่างอึ้งๆ แล้วถามย้ำ
“ป๋าว่าอะไรนะ!”
“ป๋าบอกว่ามัทเป็นลูกป๋าเหรอ?” มัทรีถาม
รชานนท์รู้ตัวว่าหลุดปากก็อึ้งไป เขาอึกอักพูดอะไรไม่ออกเลยหันไปหาติรกา ทุกคนมองติรกากับรชานนท์อย่างอึ้งๆ

รชานนท์กับติรกานั่งอยู่กลางวงล้อมของทุกคน โดยที่ทุกคนยิงคำถามใส่รชานนท์กับติรกาเป็นชุด
มัทรีถามติรกา “ตกลงที่ป๋าพูด มันหมายความว่ายังไงคะแม่”
วันรบถามรชานนท์ “ป๋าพูดเล่นใช่มั้ย? มัทจะเป็นลูกป๋าได้ยังไง”
พชรถามรชานนท์ “จริงเหรอวะไอ้นนท์”
รชานนท์ยังอึกอักแล้วหันไปมองหน้าติรกา ทุกคนนิ่งรอคำตอบ
“ฉันบอกคุณแล้วไงว่ายายมัทไม่ใช่ลูกคุณ” ติรกาเอ่ยขึ้น
“ถ้าไม่เป็นความจริง ผมว่าแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาณพวกนี้ไปเลยครับคุณติ” สมภพพูดขึ้น “อย่าไปยอมให้พวกมันมาพูดจาพล่อยๆแบบนี้”
พุทรากับธงฉานพยักหน้าเห็นด้วยทันที
“เชิญแจ้งเลย... เพราะที่ผมพูดเป็นความจริงทุกประการ” รชานนท์ย้ำ
ทุกคนอึ้งอีกครั้ง
“เป็นไปไม่ได้! พ่อของมัทคือพ่อนพ” มัทรีบอก
“ใช่! พ่อของยายมัทคือพี่นพ ผู้ชายคนแรกและคนเดียวในชีวิตฉัน” ติรกาเสริม
รชานนท์ส่ายหน้า “คุณเลิกโกหกคนอื่นได้แล้วกระแต... ผู้ชายคนแรกของคุณคือผมต่างหาก”
ติรกาพูดกับรชานนท์ “คุณไม่ใช่พ่อของยายมัท”
รชานนท์เดินไปดึงตัวติรกามาคุยด้วย
“คุณเลิกโกหกได้แล้วกระแต ยายมัทแพ้นมวัวเหมือนผม เรื่องน้ำส้มคั้นที่คุณเล่าให้ยายมัทฟังก็เป็นเรื่องที่คุณทำให้ผม”
มัทรีอึ้งแล้วมองหน้าติรกาอย่างงงๆ
“ยอมรับเถอะกระแตว่าเราเคยคบกัน เราเคยเป็นยิ่งกว่าแฟนกัน” รชานนท์บอก
“ไม่! ฉันไม่เคยคบกับคุณ” ติรกายืนกราน
“เราเคยคบกับ เราเคยรักกัน คุณเคยสัญญาว่าจะเป็นแฟนผมคนเดียวไปตลอดชีวิต!”
ติรกาทนไม่ไหวผลักรชานนท์ออกแล้วตบหน้าเขาทันที “หยุดพูดได้แล้ว”
“ไม่!” รชานนท์ยืนยัน “ผมจะกลับไปเอาหลักฐานความรักทั้งหมดของเรามาให้ทุกคนดู ทุกอย่างที่ยืนยันได้ว่าเราเคยรักกันมากแค่ไหน ทั้งจดหมาย รูปถ่าย เทปเพลงที่คุณเคยอัดให้ ผมเก็บมันไว้ทุกอย่าง”

น้ำเสียงรชานนท์จริงจัง จนติรกาอึ้งไป
ติรกาอึ้งเมื่อรู้ว่ารชานนท์ยังเก็บข้าวของทุกอย่างไว้

“คุณโกหก... คุณไม่มีทางเก็บของพวกนั้นไว้” ติรกาพูด
“ให้ผมเอามายืนยันมั้ยล่ะ”
“เอา” ทุกคนตอบพร้อมกัน
รชานนท์เห็นทุกคนมองเขาด้วยแววตาจริงจังเหมือนอยากรู้เรื่องราวทั้งหมด
“ผมจะกลับไปเอามาให้ดู”
“ไม่ต้อง!! ฉันไม่ต้องการเห็นของพวกนั้นอีก” ติรกาห้าม
ทุกคนหันไปมองติรกาอย่างอึ้งๆ
“ตกลงแม่เคยเป็นแฟนกับป๋าเหรอคะ?” มัทรีถาม
“ใช่” ติรกายอมรับ
ทุกคนอึ้ง
“มันเป็นเรื่องผิดพลาดที่สุดในชีวิตแม่”
ติรกาพูดแล้วจ้องหน้ารชานนท์ด้วยความแค้น
“แล้วเรื่องที่ป๋าบอกว่า... มัทเป็นลูกสาวล่ะครับ” วันรบถาม
ทุกคนมองไปที่ติรกาเป็นตาเดียว
“ไม่จริง” ติรกาบอก
“กล้าให้ยายมัทตรวจดีเอ็นเอมั้ยล่ะ” รชานนท์ท้า
ทุกคนมองติรกาว่าจะตอบอย่างไร
“ลูกสาวฉันไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้” ติรกาบอก
รชานนท์กำลังจะพูดอีก แต่ติรการีบตัดบท
“ฉันยอมรับว่าเคยคบกับคุณ แต่ฉันไม่ยอมรับว่าคุณคือพ่อของมัทรี”
พูดจบติรกาก็เดินหนีไปทันที
“แม่คะ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แม่” มัทรีพยายามเรียกแล้วก็วิ่งตามติรกาไป
“พุทรา! รีบพาฉันตามไปเร็ว” เตือนใจสั่ง
พุทรารีบประคองเตือนใจเดินตามมัทรีไป
สมภพกับธงฉานมองรชานนท์อย่างไม่เชื่อ
“ฉันจะแจ้งความว่าพวกแกหมิ่นประมาทคุณติ” สมภพขู่
รชานนท์กำหมัด “พี่ระ ต่อยปากหมานี่เสียค่าปรับแค่ห้าร้อยใช่ไหม”
สมภพสะดุ้ง
ธงฉานทำเสียงดังข่ม “เฮ้ย!”
วันรบเสียงดังกว่า “ทำไม!”
ธงฉานหน้าแหย “เค้าพูดกับอาเค้า ตัวเองไม่เกี่ยว” ธงฉานดึงสมภพ “ไปเถอะอา”
วันรบเสียงดังกว่าเดิม “ไปเลย”
ธงฉานกับสมภพรีบเผ่นออกจากห้อง
“ไอ้รบ” พชรเรียก
วันรบถามเสียงดัง “อะไร!”
“พอแล้ว มันไปแล้ว” พชรบอก
“อ๋อ..เออ..พวกมันไปก็ดี เพราะเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน” วันรบมองรชานนท์ “ยาว”
รชานนท์มองวันรบกับพชรที่มีสายตาคาดคั้นด้วยความหนักใจ

รชานนท์นั่งคุยกับวันรบ พชรและนลินีที่บ้านพักของพชร
“ตกลงป๋ามั่นใจว่าป๋าเป็นพ่อของมัทจริงเหรอ?” วันรบถาม
“ฉันมั่นใจ” รชานนท์ตอบ
“แล้วทำไมตอนนั้นเค้าไม่บอกแกว่าท้อง” พชรถาม
“คงเห็นว่าบ้านเราจนล่ะสิ ถึงได้เลือกแต่งงานกับหมอ” นลินีเดา
“ป๋าจะเล่าได้หรือยังว่าทำไมป๋ากับคุณว่าที่แม่ยายของผมถึงได้เลิกกัน ผมดูป๋าก็รักว่าที่แม่ยายผมมากเลยนะ”
“หลังจากที่เรียนจบ” รชานนท์เล่า “ฉันถูกส่งไปเรียนต่อที่อเมริกาอยู่กับพี่นีโดยไม่มีโอกาสได้คุยกับมัท”
“ไม่ติดต่อกันเลยเหรอ” พชรถาม
“ผมพยายามแล้วนะพี่ระ ผมเขียนจดหมายส่งไปหากระแตทุกอาทิตย์ แต่กระแตไม่เคยตอบจดหมายผมเลย สามปีเต็มๆ ที่ผมรอจดหมายจากกระแตแต่ก็ไม่เคยมี”
“แต่ปีที่สี่เจ้านนท์ทนไม่ไหวจะบินกลับ พ่อก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่กระแตตัวดี แต่งงานมีลูกไปซะแล้ว นนท์มันเศร้าจะเป็นจะตายอยู่ตั้งหลายปีกว่าจะกลับมาปกติแบบนี้ได้” นลินีบอก
“แบบนี้ไอ้คนที่แค้นน่าจะเป็นป๋าสิครับ แล้วว่าที่แม่ยายผมเขาแค้นป๋าเรื่องอะไรเนี่ย” วันรบงง
ชานนท์เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในใจเขาคิดถึงติรกา

ติรกาส่ายหน้าปฏิเสธทุกคนที่มานั่งถามอยู่ในห้องนอนของเธอ
“แม่จะไม่ตอบอะไรมัทอีกแล้ว” ติรกาบอก
“แม่ยังไม่ตอบมัทซักคำถามต่างหาก” มัทรีไม่พอใจ
“ใจเย็นๆยายมัท” เตือนใจปราม
“จะเย็นได้ไงคะ อยู่ๆก็มีผู้ชายอีกคนมาบอกว่าเป็นพ่อของมัท”
“แม่บอกแล้วไงพ่อของแกคือพ่อนพ” ติรกาย้ำ
“แล้วเรื่องที่มัทแพ้นมวัวเหมือนป๋าล่ะคะ? เรื่องน้ำส้มคั้นอีก” มัทรีถาม
“ก็แม่จำผิดบ้างสิ เรื่องมันตั้งนานแล้ว”
“เรื่องพ่อของมัททั้งคน แม่จะจำผิดเลยเหรอคะ”
“แล้วแกล่ะ เป็นลูกสาวฉันทั้งคน แกกลับเชื่อคนอื่นมากกว่าแม่เหรอ”
มัทรีนิ่งเพราะเถียงติรกาไม่ออก
“แม่ยืนยันว่าพ่อของแกคือพ่อนพ แต่ถ้าแกจะไม่เชื่อแม่ก็ตามใจ!”
มัทรีไม่พูดอะไรแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที ติรกาเห็นอาการลูกสาวแล้วยิ่งกลุ้มใจ เตือนใจเข้ามาจับมือติรกาไว้ก่อนจะพูดกับลูกสาว
“ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนะติ แต่คนไม่ยอมรับความจริงจะทรมานจนตาย”
“แล้วแม่จะให้หนูทำยังไง เค้าคือผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว รชานนท์คือคนที่ทำลายชีวิตหนู”
ติรการ้องไห้แล้วโผกอดเตือนใจ เตือนใจลูบหัวปลอบใจติรกา
“เค้าอาจจะทำลายชีวิตลูก... แต่เค้าให้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดนะลูก” เตือนใจบอก
“หนูรู้ค่ะ... ยายมัทคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตหนู แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง... พ่อคนเดียวของยายมัทคือหมอนพ”
มัทรียืนแอบฟังอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนติรกา เธอถึงกับอึ้งกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

สมภพทุบโต๊ะในบ้านด้วยความโมโห
“โธ่เว้ย! มีคู่แข่งเป็นวิญญาณหมอนพก็ยากจะตายอยู่แล้ว ยังจะมีแฟนเก่าโผล่หน้ามาอีก”
“ไม่ใช่แฟนครับอา พ่อน้องมัท ก็อดีตสามีคุณอาติเหมือนกันนะอา” ธงฉานบอก
“ติรกายังไม่ยอมรับ พวกมันอาจจะวางแผนมั่วก็ได้” สมภพกังวล
“ตามสายตาคนฉลาดอย่างผม มีเปอร์เซ็นต์เป็นไปได้สูงมากเลยนะครับถ้าอาดูไม่ออกแสดงว่าอาโง่นะครับ”
“อืม..” สมภพนึกได้ “เว้ย ไอ้ธงฉานนี่แกเคารพฉันหรือเปล่าว่ะเนี่ย”
“เคารพเป็นช่วง ๆ ครับ” ธงฉานตอบ
สมภพมองธงฉานอย่างเซ็งๆ ทันใดนั้นทรงสุดาก็เข้ามาหาสมภพ
“คุณคะ... วันนี้ที่แบงค์โทรมาหลายครั้งเลยค่ะ”
“โทรมาเรื่องอะไร? ทำไมเธอไม่ให้โทรเข้ามือถือฉัน” สมภพถาม
“คือ... โทรมาเรื่องค่างวดที่ค้างชำระค่ะ”
“โอ๊ะ! เรื่องหนี้ท่าจะยาว ผมขอตัวนะครับ”
ธงฉานยกมือไหว้ลาสมภพกับทรงสุดาแล้วรีบหนีออกไปทันที
สมภพหันมาตวาดทรงสุดา
“จะพูดเรื่องหนี้ต่อหน้าคนอื่นทำไม! อยากให้ฉันอายนักเหรอ”
“ฉันขอโทษค่ะ... พอดีทางแบงค์เร่งให้คุณรีบจ่ายภายในวันสองวันนี้”
“ฉันไม่จ่าย!” สมภพยืนยันแล้วลุกจะเดินหนี แต่ทรงสุดาเดินตามไป
“แต่ถ้าคุณไม่รีบจ่าย บัญชีจะโดนแบล็คลิสต์ได้นะคะ”
สมภพได้ยินยิ่งหงุดหงิดจึงกระชากตัวทรงสุดาเข้ามาแล้วพูด
“เงินหลักล้านนะ ไม่ใช่ร้อยสองร้อย! หรือเธอมีปัญญาจ่าย?”
ทรงสุดาตอบอย่างกลัวๆ “ไม่มีค่ะ”
สมภพเหวี่ยงทรงสุดาล้มไปชนกำแพง
“ถ้าช่วยหาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ก็อยู่เฉยๆ อย่าพูดมาก”
ทรงสุดาขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ก็รู้สึกเจ็บที่ศีรษะ เธอเอามือจับดูก็เห็นว่ามีเลือดออก ทรงสุดาร้องไห้เพราะตกใจและทำอะไรไม่ถูก สมภพมเห็นเช่นนั้นก็อึ้งไป
“นั่งบื้อทำไม เลือดออกก็ไปทำแผลสิ”
สมภพส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดแล้วเดินออกไปทันที ทรงสุดานั่งร้องไห้เพราะเจ็บใจมากกว่าเจ็บแผลขอตัวเอง

เช้าวันใหม่ แก้วกับสามีกำลังดูโมเดลตัวอย่างสระว่ายน้ำและห้องสปาอยู่ที่รีสอร์ทของเธอ
“คุณแก้วอยากแก้แบบตรงไหนรึเปล่าครับ?” วันรบถาม
“แก้วอยากรอให้คุณรชานนท์มาดูแบบด้วยน่ะค่ะ อยู่ครบคนดีกว่าจะได้สั่งงานทีเดียว”
“ใช่ครับ... รอน้องมัทรีด้วย จะได้ไม่ต้องสั่งงานหลายรอบ” สามีแก้วบอก
วันรบกับพชรยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะตอบพร้อมกัน “ครับ... รอก็รอครับ”
วันรบกับพชรรีบหันหลังให้แก้วกับสามีทันที
พชรกระซิบ “ตกลงคู่นี้รักกันจริงเปล่าวะ? ภรรยาถามหาแต่ไอ้นนท์ สามีก็ถามถึงแต่น้องมัท”
วันรบกระซิบตอบ “ช่างเถอะพี่... แต่มัทกับป๋าหายไปไหนพร้อมกัน”
“ไอ้คุณน้องนนท์ไปทำแผลที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม”
“ป๋ายังต้องทำแผลทุกวันอีกเหรอ?”
“ไม่รู้ให้พยาบาลทำแผล หรือไปทำแผลใจให้พยาบาล”
ทันใดนั้นรชานนท์ก็ยื่นหน้าเข้ามาแทรกกลาง “ไปให้พยาบาลทำแผลครับคุณพี่เขย”
“เออดีๆ นึกว่าไปติดพยาบาลซะอีก” พชรตอบแล้วก็นึกได้ “เฮ้ยไอ้นนท์! มาเมื่อไหร่”
“เมื่อกี้... วันนี้มัทไม่มาทำงานอีกเหรอ?” รชานนท์ถาม
“ครับ... ผมโทรไปก็ปิดเครื่อง ถามยายก็บอกว่ามัทไม่สบาย”
“อาการหนีหน้าคนชัดๆ... น้องมัทคงช็อคอยู่มั้ง ที่อยู่ๆพ่อปลาไหลลื่นปรื๊ดอย่างไอ้นนท์มาอ้างว่าเป็นพ่อ”
พชรบอก รชานนท์นิ่งไป
ทันใดนั้นมือถือของวันรบก็ดังขึ้น วันรบรับสาย
“ว่าไงครับยาย..” วันรบอึ้ง “ให้ไปทุกคนเลยเหรอครับ?”
วันรบมองหน้ารชานนท์กับพชรอย่างอึ้งๆ

รชานนท์ วันรบ และพชรเดินเข้ามาที่โรงงานโอ่งแม่เตือนใจ อีกด้านหนึ่ง ติรกา พุทรา สมภพและธงฉานก็เดินเข้ามาที่โรงงานเช่นกัน ทั้งหมดเดินมาประจันหน้ากันแล้วก็จ้องตากันอย่างไม่กระพริบ
ทันใดนั้นเตือนใจก็โผล่เข้ามากลางวงแล้วมองทุกคนอย่างงงๆ
“ยืนตากแดดกันทำไม? ไม่ร้อนเหรอ?”
ทุกคนชะงักแล้วมองไปที่เตือนใจก่อนที่ทุกคนจะยิ้ม
“ร้อน!” ทุกคนตอบพร้อมกัน
“เออ!ร้อนแล้วก็ยังยืนกันเนอะ! ไปเข้าไปในบ้าน” เตือนใจชวน

ทุกคนเข้ามานั่งในห้องรับแขกของบ้านเตือนใจ
“บ้านฉันเล็กไป หรือพวกเธอมากันเยอะไปเนี่ย” เตือนใจแซว
“ก็คุณเตือนบอกให้ตามทุกคนนี่คะ เลยโทรเรียกหมดเลย” พุทราบอก
ธงฉานเห็นคนอยู่เยอะก็รีบพูดสร้างภาพให้ตัวเอง
“เรื่องสำคัญแล้วตามผมกับคุณอามาด้วยแบบนี้ แสดงว่าน้องมัทเห็นผมเป็นคนในครอบครัวแล้วแน่ๆ...น้องมัทของผม”
รชานนท์ ติรกา เตือนใจและพุทราหันไปมองธงฉานด้วยสายตาดุ “ของใคร!”
“อุ๊ย” ธงฉานตกใจ
สมภพชี้รชานนท์ “แล้วคุณมาห่วงอะไรยายมัทไม่ทราบ”
“ก็ลูกสาวผม” รชานนท์ตอบ
ติรการีบแย้ง “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่!”
ทันใดนั้นเสียงรถสกายแล็บของเตือนใจก็ดังขึ้นเพราะรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน
“เลิกเถียงกันได้แล้ว ยายมัทมาแล้วล่ะ” เตือนใจบอกทุกคน
“นี่แม่ให้ยายมัทขับเศษเหล็กของแม่ไปข้างนอกเหรอ” ติรกาถาม
“ไม่ได้ให้ มันขับออกไปเอง”
“คุณมัทขับสกายแล็บเป็นเหรอคะ?” พุทราแปลกใจ
“ควายยังขี่เป็นเลยครับ ควบกรับๆ ๆ เลย ผมเห็นแล้วน่ารักอ่ะ” วันรบบอก
ติรกาหันขวับมามองวันรบ วันรบชะงักแล้วยิ้มแหย
ประตูบ้านเปิดทุกคนหันไปมอง มัทรีเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีนิ่งๆ วันรบลุกไปหามัทรีด้วยความเป็นห่วง “มัท”
พชรกับพุทรารีบคว้าตัววันรบไว้
“ลูกเรียกทุกคนมามีอะไร?” ติรกาถาม
มัทรีส่งเอกสารของโรงพยาบาลให้ติรกา
“ผลตรวจดีเอ็นเอของหนูกับป๋าค่ะ”
ทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน
“มัทรู้ว่าป๋าไปทำแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน มัทเลยให้เพื่อนช่วยเก็บตัวอย่างเลือดของป๋ากับเลือดของมัทไปตรวจ ผลออกมายืนยันว่ามัทเป็นลูกของป๋า” มัทรีพูด
ติรกายืนนิ่งน้ำตาคลอเพราะพูดอะไรไม่ออก ทุกคนมองหน้ากันอย่างอึ้งๆ
มัทรีมองหน้าติรกาอย่างผิดหวังเสียใจก่อนจะพูดกับแม่ตัวเองทั้งน้ำตา
“แม่ได้ยินมั้ยคะว่ามัทเป็นลูกของป๋า! เป็นลูกของผู้ชายที่ชื่อรชานนท์! ไม่ใช่พ่อนพ!”
มัทรีร้องไห้โฮแล้ววิ่งขึ้นบ้านไป
“มัท... มัท!” วันรบพยายามเรียก
วันรบจะตามไปแต่เตือนใจรั้งเอาไว้ก่อนจะส่ายหน้าบอกไม่ให้เขาตามไป ติรกาแทบล้มทั้งยืน เธอหมดแรงทรุดลงนั่งที่โซฟาและพูดอะไรไม่ออก ทุกคนมองมาที่ติรกา
ติรการู้ว่าตัวเองกำลังจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จึงรีบไล่ทุกคนออกไปจากบ้านทันที
“ออกไปให้หมด! ออกไป”
พุทรารีบดันทุกคนออกไปจากบ้าน แล้วติรกาก็เริ่มร้องไห้ออกมาเตือนใจเข้าไปกอดติรกาไว้แน่น

ทุกคนเดินออกจากบ้านเตือนใจแล้วตรงกลับไปที่รถ ทุกคนยังคงอึ้งกับเรื่องที่มัทรีเป็นลูกของรชานนท์อยู่ รชานนท์กับวันรบได้แต่นิ่งเงียบ แต่พชรกลับดีใจออกนอกหน้า
“ไอ้นนท์เป็นพ่อน้องมัท ฉันต้องเรียกน้องมัทว่าหลานมัทแล้วนะฟังแล้วอบอุ๊บอบอุ่น ครอบครัวสุขสันต์” พชรหันไปดีใจกับวันรบ “คราวนี้แม่ไม่ยกลูกสาวให้ ก็เปลี่ยนมาขอจากพ่อซี้ของแกก็ได้วะ”
พชรตบไหล่รชานนท์แสดงความดีใจ
“ ดีใจด้วยที่ความจริงวันนี้ ทำให้แกมีลูกสาวน่ารักอย่างน้องมัท”
รชานนท์สะบัดไหล่ออกจากมือพชรแล้วเดินไปขึ้นรถก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตางุนงงของพชร
“ไอ้นนท์มันไม่ดีใจที่ได้ลูกสาวเหรอวะ” พชรถามวันรบ
“ผมรู้แค่มัทคือคนที่เสียใจเพราะถูกโกหกมาตลอดชีวิต” วันรบพูดแล้วเดินหนีไปด้วยความเป็นห่วงมัทรี
“บ้ากันทั้งพ่อตาลูกเขย..เฮ้อ” พชรถอนใจ

รชานนท์ยืนอยู่ริมทะเลสาบในสวนสาธารณะ แม้บรรยากศจะร่มรื่นแต่สีหน้าของเขากลับเครียดขึง
รชานนท์นึกถึงคำพูดของรติกา
“ความจริงมันตายไปตั้งแต่วันที่ยายมัทเกิด มัทรีลูกสาวฉันมีพ่อคนเดียวคือหมอนพเท่านั้น”
รชานนท์รู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจติรกา แล้วเขาก็นึกถึงตอนที่มัทรีเอาผลตรวจดีเอ็นเอมาให้ทุกคนดู เขาถึงกับเครียด สับสน และไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

ติรกาเดินวนไปวนมาอยู่ตรงบันไดบ้านเตือนใจด้วยความไม่สบายใจ สักพักพุทราก็เดินออกจากห้องมัทรีแล้วลงบันไดมา ติรการีบปรี่เข้าไปถามทันที
“ยายมัทว่าไง”
พุทราส่ายหน้า “คุณมัทขออยู่คนเดียวค่ะ”
ติรกาว้าวุ่นใจจนเริ่มสติแต
“ยายมัทต้องโกรธหนูมาก แล้วถ้าลูกไปถามความจริงจากรชานนท์ จนถูกล้างสมองให้เกลียดหนู ไม่... หนูจะไม่ยอมให้รชานนท์แย่งยายมัทไปเด็ดขาด”
“ใจเย็นก่อนแม่ติ คิดมากไปกันใหญ่แล้ว” เตือนใจปรามลูกสาว
ติรกาเศร้า “หนูอยากคุยกับลูก อยากอธิบาย อยากพูดความจริงทุกอย่าง”
“ตอนมีโอกาสก็ไม่เคยคิดจะพูด”
พุทราหลุดปากพูด จนติรกาค้อนขวับด้วยความไม่พอใจ พุทรายิ้มแหยแล้วรีบทำมือรูดซิปปากทันที
“แม่พุทราพูดถูก ตอนนี้แกต้องเป็นฝ่ายรอบ้าง” เตือนใจบอก
“รอ ๆ ๆ แม่รู้มั้ยว่าหนูกลุ้มจนอกจะระเบิดอยู่แล้ว” ติรกาอึดอัด
“แกกลุ้มเพราะการกระทำของตัวเอง แต่คนที่เจ็บปวดและเสียใจจากการกระทำของแกคือยายมัท”
เตือนใจถอนใจแล้วชำเลืองมองขึ้นไปบนห้องด้วยความเป็นห่วงหลานสาว ส่วนติรกาเครียดและรู้สึกไม่สบายใจ

มัทรีนั่งมองผลตรวจดีเอ็นเออยู่ในห้อง เธอร้องไห้เสียใจที่ถูกแม่ของตัวเองโกหกมาตลอด
เสียงมัทรีขณะพูดกับติรกาทั้งน้ำตาแวบขึ้นในหัวของเธอเอง “แม่ได้ยินมั้ยคะว่ามัทเป็นลูกของป๋า! เป็นลูกของผู้ชายที่ชื่อรชานนท์! ไม่ใช่พ่อนพ!!”
มัทรียิ่งนึกก็ยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น มัทรีหันไปมอง เห็นชื่อหน้าจอเป็นวันรบ
มัทรีนิ่งมองโทรศัพท์จนสายตัดไปเอง สักพักวันรบก็โทรเข้ามาใหม่ มัทรีตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นทำท่าเหมือนจะรับแต่ก็ปล่อยให้สายตัดไปอีก จนมี SMS เข้ามา เธอเปิดอ่านข้อความ
“ผมอยู่เคียงข้างมัทเสมอ เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลานะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะรบ” มัทรีพึมพำแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลพรากด้วยความซาบซึ้ง แต่ก็ยังเจ็บปวดใจเกินกว่าจะเจอหน้าใครในตอนนี้

สมภพก้าวลงจากรถที่แล่นมาจอดหน้าบ้านตัวเอง เขาปิดประตูรถเต็มแรงด้วยความโมโห ธงฉานวิ่งอ้อมมาแล้วเข้าไปลูบคลำรถเพราะกลัวเป็นรถบุบสลาย
“ทำไมยัยมัทรีดันกลายเป็นลูกไอ้รชานนท์จริงๆ วะ” สมภพหงุดหงิด
ธงฉานคร่ำครวญ “คนลูกก็ถูกไอ้รบเจ๊าะไข่แดง คนแม่ก็เคยโดนไอ้รชานนท์เทคคอร์สโทต๊อง ... เค้าเรียกว่าเสียทั้งขึ้นทั้งล่องใช่มั้ยครับอา”
สมภพหันไปตบบ้องหูธงฉานด้วยความโมโห
“โอ๊ย !” ธงฉานร้องเสียงหลง
“แกจะพูดให้ฉันแค้นทำไมวะ”
“ก็โอกาสตกโอ่งข้าวสารของเรามันริบหรี่ จนไม่เห็นทางแล้ว อ๊า...”
สมภพเงื้อหลังมือจะฟาดซ้ำ ธงฉานผวาหลบ สมภพจึงยั้งมือไว้แล้วพูด
“ฉันจะต้องจับติรกาให้อยู่ คนอย่างสมภพไม่วันยอมแพ้”
“แต่เค้าเป็นผัวเมียเก่า เป็นพ่อแม่ลูกกันนะครับ” ธงฉานบอก
“ไอ้รชานนท์มันเป็นแค่อดีต แต่ฉันคือปัจจุบันของติรกา”
แววตาของสมภพทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งมุ่งมั่น ทรงสุดาที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลถึงกับเศร้าใจ

มัทรีเดินลงมาจากห้องด้วยความเศร้า แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นติรกานอนฟุบอยู่ตรงโซฟา ขณะที่เตือนใจและพุทราช่วยกันยกข้าวต้มออกมาวางบนโต๊ะ
เตือนใจหันมาเห็นหลานสาวก็รีบชวน “ยายมัท..มาทานข้าวสิลูก”
“ยายมัทเหรอคะ อยู่ไหนคะ” ติรกาได้ยินก็สะดุ้งตื่น แล้วหันไปเจอมัทรียืนตาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ติรกาจะลุกไปหา “มัท”
มัทรีรีบบอก “มัทไม่มีอะไรจะคุยกับแม่”
“แม่ขอโทษ” ติรกาเอ่ย
“แม่หลอกมัทตั้งแต่เกิด ขอโทษตอนนี้ไม่สายไปหน่อยเหรอคะ”
ติรกาอึ้งและพูดอะไรไม่ออก
แล้วภาพในอดีตผุดขึ้นในหัวของติรกา

รชานนท์กับติรกาในชุดนักศึกษา กำลังไล่ดูผลการสอบอยู่ที่บอร์ดในมหาวิทยาลัย ติรกาชี้ผลการสอบที่รชานนท์สอบได้อันดับหนึ่งให้เขาดู รชานนท์และติรกากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“แม่เล่าให้มัทฟังเสมอว่าพ่อเป็นคนเก่ง มุ่งมั่น ไฟแรง” มัทรีพูดขึ้น

ภาพในอดีตที่คอนโด รชานนท์เป็นผื่นแดงและคันตามตัว เขาเลือกขนมและอาหารที่มีส่วนผสมของนมวัวในตู้ไปทิ้งถังขยะ
“มัทแพ้นมวัว และชอบดื่มน้ำส้มเหมือนพ่อ” มัทรีพูดต่อ
ติรกาคั้นน้ำส้มแล้วเดินมาให้รชานนท์ รชานนท์รับไปดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

ภาพในอดีต ติรกายืนยิ้มอยู่ที่สวนริมน้ำ รชานนท์แอบย่องมาด้านหลัง แล้วยื่นดอกกุหลาบให้ ติรกายิ้มแล้วรับดอกกุหลาบ เธอหันไปกอดรชานนท์อย่างมีความสุข
“แม่บอกว่ารักพ่อมาก และไม่มีใครมาแทนที่พ่อได้” มัทรีบอก

ภาพในอดีต ติรกาพามัทรีในวัยเด็กมากราบรูปหมอนพ แล้วก็เล่าเรื่องพ่อให้มัทรีฟัง
“แม่เล่าทุกอย่างเกี่ยวกับพ่อให้มัทฟังมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้มัทเชื่อมาตลอดว่า คนที่มัทเคารพกราบไหว้ทุกวันคือพ่อแท้ ๆ” มัทรีพูดต่อ

มัทรีในวัยเด็กยิ้มมองรูปหมอนพด้วยความภาคภูมิใจ








Create Date : 19 มีนาคม 2555
Last Update : 19 มีนาคม 2555 11:18:49 น.
Counter : 169 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 6


มัทรีเดินออกมาที่หน้าบ้าน ก็เห็นว่าบริเวณหน้าบ้านถูกจัดแต่งให้เป็นงานปาร์ตี้เล็ก ๆ ธงฉานกับสมภพกำลังนั่งชนแก้วกันอยู่ โดยมีติรกากับพุทรายืนอยู่ที่มุมหนึ่ง ติรกายืนมองบรรยากาศด้วยรอยยิ้ม รปภ.แจ่มยืนอยู่กับเตือนใจที่กำลังยืนหน้าหงิก

มัทรีเดินเข้าไปถามเตือนใจ “นี่มันอะไรกันคะคุณยาย”
“พี่กับอาสมภพมาจัดปาร์ตี้ปลอบใจให้วันรบจ๊ะน้องมัท” ธงฉานตอบแทน
“ปาร์ตี้ปลอบใจ?” มัทรีงง
“อากับธงฉานมาร่วมนับถอยหลังดูความล้มเหลวของนายวันรบที่หาสินสอดมาไม่ทันเวลาจ๊ะ” สมภพบอก
“เอ้า ระยอง!” ธงฉานยื่นแก้ว
“ชน!” ติรกาแก้มุกให้
สมภพ ธงฉานและติรกาชนแก้วกันด้วยความดีใจ “เย้!”
“มัทว่าดีใจเร็วไปมั้งคะ ระวังจะดีใจเก้อนะคะ” มัทรีมั่นใจ
“หนูมัทไม่ต้องกังวลนะ ถึงวันรบจะพลาดแต่ธงฉานของอาพร้อมจะดูแลหนูมัทเสมอ” สมภพรีบบอก
“คุณอาสมภพอยู่เฉยๆ ดีไหมคะ เก็บผมหงอกไว้กับตัวจะดีกว่านะคะ” มัทรีว่า
“หมายความว่ายังไง” สมภพฉุน
“คุณมัทหมายความว่า แก่แล้วอยู่ส่วนแก่” แจ่มขยายความ
“หรือ..อย่ายุ่งถ้าไม่อยากโดนถอนหงอกน่ะค่ะ” พุทราเสริม
สมภพได้ยินก็ถึงกับสะอึก เตือนใจยิ้มแล้วยกนิ้วให้แจ่มกับพุทราด้วยความชอบใจ
“ตาแจ่ม พุทรา! ยัยมัท นี่จะก้าวร้าวเกินไปแล้วนะ” ติรกาตำหนิ
“ก็อย่าก้าวล้ำเส้นมัทสิคะ ความอดทนมัทมีขีดจำกัดเหมือนกันนะคะ” มัทรีบอก
“ยัยมัทเราเป็นเด็กนะ” เตือนใจปราม
“ขอโทษค่ะ ถ้าเห็นว่ามัทก้าวร้าว แต่ถ้าผู้ใหญ่ทำร้ายจิตใจเด็ก เด็กไม่มีสิทธิ์พูดเลยเหรอคะ รู้ไหมคะว่า ถ้าอยากให้เด็กนับถือ ก็ต้องทำตัวให้น่านับถือด้วย” มัทรีโกรธ “ดีใจกันไปเถอะค่ะ เพราะรบต้องมาทันเวลาแน่นอน”
พูดจบมัทรีก็เดินกลับเข้าบ้านไป
“โดนขนาดนี้ เป็นฉันนะ ฉันอายกลับบ้านไปแล้ว” เตือนใจหันไปทางสมภพกับธงฉาน “นอกจากหน้าหนาจริงๆ ถึงไม่รู้สึก” เตือนใจพูดแล้วเดินออกไป
“นั่น..ยังไม่สำนึก” พุทราเซ็ง
“หนาจริงๆ” แจ่มกับพุทราประสานเสียง
พุทราเชิดใส่แล้วเดินตามเตือนใจออกไปอีกคน
“ผมว่า.” แจ่มเห็นทุกคนที่เหลือหันมามอง “ผมไปเฝ้าประตูดีกว่า” พูดจบแจ่มก็รีบเดินไป “เกือบไปแล้ว”
“คุณติครับ” สมภพเรียก
ติรกาหมดอารมณ์จึงเดินหนีไปโดยไม่สนใจใยดีสมภพกับธงฉานเลย
"เอาไงดีอา” ธงฉานถาม
“กลับสิวะ” สมภพแค้น “ยัยมัทรีรอให้แม่แกอยู่ในกำมือฉันก่อนเถอะ ฉันจะเอาคืนให้สาสม”
“อา..ไอ้วันรบมันจะหาเงินได้ทันไหมอา” ธงฉานเริ่มหวั่นใจ
“ไม่มีทาง แกรอเป็นเจ้าบ่าวได้เลย หน้าอย่างไอ้รบหาเงินสิบล้านมาไม่ได้หรอก” สมภพมั่นใจ

หีบไม้ใบใหญ่ที่อยู่กลางหลุมถูกขุดขึ้นมาอีก วันรบ รชานนท์ และพชรตื่นเต้นที่ขุดเจอหีบใหญ่ซึ่งมีกุญแจล็อคอยู่
“เฮ้ยไอ้รบ พ่อแกขโมยเงินเยอะจนต้องใส่หีบใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอวะ” พชรถาม
“มันน่าฟ้องแม่จ๋าจริงๆ” อาไทว่า
“ไอ้รบ เปิดดูเลย” รชานนท์สั่ง
วันรบพยักหน้าแล้วไขกุญแจเปิดหีบออกอย่างช้าๆ
วันรบเปิดหีบออกดูแล้วก็ถึงกับอึ้ง ทุกคนมองไปในหีบแล้วก็อึ้งเช่นกัน

รชานนท์ขับรถมาตามทางหลวงสายสุพรรณบุรี - ราชบุรี โดยที่พชรนั่งถือสมุดบัญชีลูกหนี้เล่มเก่าอยู่ในมือ
“โอ้โห ลูกหนี้พ่อไอ้รบมีเป็นร้อย พ่อแกคิดดอกโหดนะเนี่ย” พชรว่า
“ช่วยผมนับเงินก่อนเถอะพี่ ผมร้อนใจ” วันรบบอก
ในมือของวันรบมีเหรียญบาทอยู่หลายเหรียญ วันรบกับพชรช่วยกันนับเหรียญบาทอยู่ที่เบาะหลัง รชานนท์ขับรถไปก็หันมามองลุ้นเป็นระยะๆ
วันรบหยิบเหรียญบาทที่เหลืออยู่ในมือขึ้นมาหนึ่งเหรียญ
“เงินเก็บผมบวกเงินที่เบิกจากพี่ระ บวกกับของพ่อรวมทั้งหมดเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบแปด” วันรบบอก
พชรหยิบเหรียญบาทอีกเหรียญขึ้นมาแล้วพูด
“เก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า”
วันรบหยิบเหรียญบาทขึ้นมาอีกหนึ่งเหรียญแล้วยิ้มดีใจ
“สิบล้าน!” ทั้งสามคนพูดพร้อมกัน
ทั้งสามเฮลั่นรถทันที
“ไม่น่าเชื่อ...ผมหาเงินสิบล้านเป็นค่าสินสอดได้แล้ว !” วันรบพูดอย่างดีใจ
“ต้องยกความดีความชอบให้พ่อแกไอ้รบ” รชานนท์บอก
“ใช่ ๆ ถ้าไม่มีหีบสมบัติหีบนี้ รับรองแกอดแต่งงานกับน้องมัทแน่!” พชรเสริม
ในหีบสมบัติของกำนันเรืองมีเงินสดปึกใหญ่หลายปึกมัดรวมกัน นอกจากนั้นยังมีสร้อยทองอีกหลายสิบเส้นและทองคำแท่งอีกหลายสิบแท่ง วันรบหยิบมือถือขึ้นมา
“ผมว่าเราโทรไปแจ้งข่าวดีกับว่าที่แม่ยายผมดีกว่า ว่าเรากำลังจะเอาค่าสินสอดไปให้”
“อย่าเพิ่งไอ้รบ... รอให้ไปถึงก่อนแล้วค่อยโทร” รชานนท์บอก
“ใช่ๆ คุณนายไหน้ำปลาจะได้หนีไปไหนไม่ได้” พชรเห็นด้วย
วันรบได้ฟังก็เห็นด้วย ทั้งสามคนหัวเราะลั่นกับความสำเร็จครั้งนี้ ขณะนั้นนาฬิกาในรถบอกเวลา “22.50 น.”

เสียงนาฬิกาในบ้านเตือนใจบอกเวลา 23.00 น. มัทรีมองนาฬิกา สองมือของเธอประสานกันแน่นด้วยความเครียด เตือนใจเดินมานั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอามือวางบนบ่าหลานสาวแล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ
ติรกาเดินมาที่นาฬิกาแล้วเหลือบมองด้วยสีหน้าพอใจ
“อีกหนึ่งชั่วโมงเที่ยงคืน”
“รบต้องมาแน่ ๆ” มัทรีมั่นใจ
ติรกาหงุดหงิดแต่ก็คิดว่าตัวเองชนะแน่เลยพยายามเก็บอาการไว้ ทันใดนั้นมือถือของติรกาก็ดังขึ้น ติรกาหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์วันรบ ติรกาดูนาฬิกาข้อมือแล้วก็ยิ้มเยาะก่อนจะกดรับสาย
“ว่ายังไงนายวันรบ ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วนะ”
มัทรีกับเตือนใจได้ยินชื่อวันรบก็ตกใจ
“จะโทรมาขอเลื่อนเวลาล่ะสิ ขอโทษนะฉันพูดคำไหนก็คำนั้น!!” ติรกาพูดใส่โทรศัพท์ แต่พอนิ่งฟังสักครู่เธอก็อึ้งไป “ว่าไงนะ แกหาเงินสิบล้านได้แล้ว!!”
มัทรีกับเตือนใจมองหน้ากันอย่างมีความหวัง
“รบหาค่าสินสอดได้แล้ว” มัทรีดีใจ
“ปาฏิหาริย์มีจริง! เยส!” เตือนใจยินดีกับหลานสาว
ติรกาเหลือบมองมัทรีกับเตือนใจอย่างไม่พอใจแล้วพูดโทรศัพท์ต่อ
“หาเงินได้ แต่ถ้ามาไม่ทันเที่ยงคืนก็ไม่มีประโยชน์ จากสุพรรณมาราชบุรีไม่ใช่ใกล้ ๆ” ติรกานิ่งฟังแล้วก็อึ้งไปอีก “เป็นไปไม่ได้!!”
ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงแตรรถของรชานนท์ดังมาจากถนนหน้าบ้านติรกา

รชานนท์ขับรถเข้ามาในโรงงานโอ่งแม่เตือน ติรกาเห็นก็ถึงกับอึ้ง
“พวกนั้นมาถึงแล้ว” ติรกาช็อค
เตือนใจเฮลั่น
“เสียใจด้วยนะคะแม่ รบหาค่าสินสอดมาได้ทันเวลา หนูบอกแล้วว่ารบทำทุกอย่างเพื่อความสุขของหนู” มัทรีดีใจ
“ถ้าเอาเงินมาให้แม่ไม่ทันเที่ยงคืน ก็ถือว่าผิดสัญญาอยู่ดี”
พูดจบติรกาก็คว้ากระเป๋าของตัวเองแล้ววิ่งออกจากบ้านไปทันที มัทรีกับเตือนใจมองติรกาด้วยความนิ่งสงบเพราะทั้งสองคิดอยู่แล้วว่าติรกาต้องเล่นไม้นี้

ติรกาวิ่งมาที่รถของตัวเองแล้วรื้อหากุญแจรถในกระเป๋าแต่ก็หาไม่เจอ สักพักเตือนใจกับมัทรีก็เดินตามออกมา
“หานี่อยู่เหรอลูก” เตือนใจพูด
ติรกาหันไปก็เห็นแม่ของตัวเองกำลังชูกุญแจรถของเธออยู่
“คิดว่าหนูจะยอมให้แม่หนีเหรอคะ” มัทรีพูดเสียงเข้ม

รถของรชานนท์แล่นมาใกล้ถึงหน้าบ้านเตือนใจ รชานนท์ วันรบและพชรยื่นหน้าออกมาจากรถแล้วโบกมือด้วยความดีใจ
“คุณแม่ยายครับ ลูกเขยมาแล้วครับ” วันรบตะโกนลั่น
มัทรีกับเตือนใจดีใจที่เห็นวันรบมาทันเวลา ติรกามองไปที่หมอนทองของเตือนใจก็เห็นว่ากุญแจเสียบคาไว้ เธอจึงตัดสินใจขึ้นไปขี่หมอนทองแล้วสตาร์ทรถทันที
“ฉันไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก!” ติรกาบอก
แล้วติรกาก็ขับรถหนีออกไปทันที
รชานนท์เห็นติรกาขี่มอเตอร์ไซต์ออกไปก็ตกใจ “อ้าวกระแต!! จะหนีไปไหน”
“ขับตามไปเลยป๋า! อย่าให้หนีไปได้!” วันรบบอก
รชานนท์เลี้ยวรถแล้วขับตามติรกาไปทันที

ติรกาขี่หมอนทองหนีพวกวันรบไปตามถนนราชบุรีด้วยความเร็วสูง รชานนท์ขับรถตีคู่มาทางขวาก่อนจะบีบแตรใส่ติรกา
“กระแต จอดรถเดี๋ยวนี้!” รชานนท์ตะโกน
ติรกาไม่ยอมจอด เธอเร่งความเร็วอีก
“จอดให้โง่สิ!” ติรกาตะโกนหลับไป
ทันใดนั้นเสียงแตรรถอีกคันก็ดังขึ้น ติรกาหันไปมอง เธอเห็นมัทรีขับรถของติรกาตีคู่มาอีกด้าน
เตือนใจชะโงกหน้าออกมาจากรถแล้วพูดกับลูกสาว
“ยายติ ขับเร็วแบบนี้มันอันตราย!! จอดเถอะลูก”

ติรกาพยายามเร่งความเร็วหนีรถของรชานนท์และรถของมัทรี เธอก้มดูนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าเป็นเวลาห้าทุ่มพอดี ติรกายิ้มอย่างมีความหวัง
“อีกชั่วโมงเดียวจะพ้นเที่ยงคืน ต้องหนีไปให้ได้!” ติรกาพูดกับตัวเอง
พอติรกาเงยหน้าขึ้นมองถนนก็ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นป้ายปิดประกาศว่าทางข้างหน้ามีการซ่อมถนนตั้งอยู่ ทุกคนทั้งที่อยู่ในรถรชานนท์และรถติรกาอึ้งทันที ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรกดังลั่น รชานนท์กับมัทรีเบรกรถจอดอยู่กลางถนนก่อนจะถึงทางที่ปิดซ่อมถนน

ติรกาตัดสินใจขับหลบป้ายซ่อมถนนเข้าไปในทางข้างหน้า เธอหันไปมองก็เห็นว่าพวกมัทรีกับพวกวันรบไม่ตามมาก็ยิ้มอย่างสะใจ
“มันต้องใจเด็ดอย่างฉันถึงจะชนะ!”
ติรกาหันกลับมามองถนนแล้วกรี๊ดลั่น เธอเห็นรถบรรทุกคันใหญ่จอดขวางอยู่เต็มถนน ติรกากรี๊ดลั่นก่อนจะหักรถลงข้างทาง ติรกาเลี้ยวหมอนทองลงข้างทางแล้วก็เสียหลักล้มคว่ำไปกับพื้น

กลุ่มวันรบและมัทรีเห็นติรกาล้มคว่ำก็ตกใจจนร้องลั่น
“แม่!!” มัทรีร้องลั่น
“กระแต!!” รชานนท์ตกใจ
ทั้งหมดรีบวิ่งไปหาติรกาทันที

นาฬิกาข้อมือของติรกาบอกเวลา 23.10น. ติรกานอนหมดสติอยู่บนพื้น หมอนทองล้มคว่ำอยู่ไม่ไกล เลือดไหลนองออกมาจากศีรษะของติรกา

ติรกานอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล เลือดของเธอยังไหลไม่หยุด หมอและพยาบาลช่วยกันห้ามเลือดกันจ้าละหวั่น
"ห้ามเลือดก่อน" หมอสั่ง
"ความดันคนไข้ลดลงค่ะ" พยาบาลบอก
หมอหันไปดูเครื่องวัดสัญญาณชีพจร ก็เห็นชีพจรค่อย ๆ ลดระดับลงก่อนจะเปลี่ยนเป็นเส้นตรง
"ชีพจรคนไข้หยุดเต้น !” หมอตกใจ

เตือนใจและพุทรายกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
"เจ้าประคู้ณ... ขอให้คุณพระฯ ช่วยคุ้มครองแม่ติด้วยเถิด" เตือนใจยกมือท่วมหัว
"คุณติรกาสัญญาจะให้โบนัสสิ้นปีสามเท่า อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะคะ" พุทรายกมือไหว้ด้วย
"เข้มแข็งไว้นะครับคุณแม่ กระแตจะต้องไม่เป็นอะไร" รชานนท์ให้กำลังใจเตือนใจ
"พุทธังแคล้วคลาด... ธัมมังแคล้วคลาด... สังฆังแคล้วคลาด" พชรยกมือขึ้นพนม
รชานนท์หันไปมองพชรที่กำลังถอดสร้อยพระที่ห้อยคอออกมาใส่ไว้ในมือที่พนมอยู่ที่อก
"ปลุกยังไงก็ไม่มาหรอก พระท่านจำวัดหมดแล้ว" รชานนท์บอก
"แหะ ๆ เผื่อท่านรับจ๊อบรอบมิดไนต์" พชรยิ้มแหยๆ
วันรบส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะหันไปปลอบมัทรีที่ยืนอยู่หน้าห้องด้วยท่าทางร้อนใจ
"แม่มัทต้องปลอดภัยครับ" วันรบบอก
มัทรีรู้สึกเหมือนจะร้องไห้เพราะใจคอไม่ดี

หมอรับเครื่องปั๊มหัวใจจากพยาบาลแล้วนำมาวางที่อกติรกา
หมอให้สัญญาณ "หนึ่ง... สอง... สาม... เคลียร์"
หมอกดปั๊ม ร่างติรกากระตุกตามแรงของเครื่องปั๊ม ก่อนจะล้มลงนอนแน่นิ่งตามเดิม หมอกดที่ปั๊มบนร่างติรกาอีกครั้ง
"หนึ่ง สอง สาม เคลียร์"
ร่างติรกากระตุกขึ้นมาอีก เส้นชีพจรบนหน้าจอกระเตื้องขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลดลงเป็นเส้นตรงอีกครั้ง หมอเริ่มเครียด พยาบาลสองคนรีบซับเหงื่อให้หมอ
พยาบาลที่เหลือวุ่นวายกับการพยายามช่วยชีวิตติรกา หมอยังคงปั๊มหัวใจให้อีกหลายครั้ง กระทั่งพยาบาลคนหนึ่งหันไปเช็คจอมอนิเตอร์ข้างเตียง
"คลื่นสมองไม่ตอบสนอง ระดับชีพจรไม่ขยับแล้วค่ะหมอ"
หมอมองร่างติรกาด้วยความเครียด ก่อนจะลดเครื่องปั๊มหัวใจในมือลงจนเสียงชีพจรดังยาว เส้นชีพจรบนหน้าจอวิ่งเป็นเส้นตรง หมอเลื่อนมือหยิบผ้าห่มสีขาวเลื่อนขึ้นมาคลุมหน้าติรกา แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู
"คนไข้เสียชีวิต ห้าทุ่มห้าสิบเก้านาที"
มัทรี วันรบ รชานนท์ พชร เตือนใจ และพุทราเข้ามาในห้องฉุกเฉินก็เห็นร่างแน่นิ่งของติรกา
"แม่...” มัทรีร้องเสียงดัง
"หมอขอแสดงความเสียใจด้วย เราทำเต็มที่แล้ว" หมอบอก
ทุกคนอึ้งและช็อคไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเฮลั่นห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางดีใจ
"นางปิศาจโอ่งน้ำปลาไม่อยู่แล้ว" พชรบอก
"ถ้างั้นคุณรบก็ได้แต่งงานกับคุณมัทสิคะ" พุทราถาม
"พรุ่งนี้เช้าส่งตัวเข้าหอเลยก็ดี ไม่ต้องจัดพิธีให้วุ่นวาย" เตือนใจบอก
"ในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกัน" วันรบดีใจ
"มัทจะได้แต่งงานกับรบโดยไม่มีแม่ขัดขวางแล้ว" มัทรีดีใจเช่นกัน
แล้ววันรบกับมัทรีก็กอดกันด้วยความดีใจ พชรร้องโห่เอาฤกษ์เอาชัยเหมือนแห่ขันหมาก ทุกคนขานรับสามครั้ง สักพักหมอและพยาบาลก็เอากลองยาวจากใต้เตียงออกมาตีเป็นจังหวะครึกครื้น รชานนท์ วันรบ มัทรี และพุทรารำแต้กันอย่างสนุกสนาน

ติรกาที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลลืมตาขึ้นทันทีและกรีดร้องเสียงดัง
"ไม่นะ ฉันยังไม่ตาย ! ฉันยังไม่ตาย !!”
ติรกากระเด้งลุกขึ้นจากเตียงแล้วแหกปากโวยวายราวกับคนสติแตก จนหมอและพยาบาลต้องวิ่งกรูเข้ามาด้วยความตกใจ
"ใจเย็นก่อนค่ะคุณ" พยาบาลเตือนสติ
ติรกาตาพร่าเบอลจนเห็นหน้าหมอเป็นหน้ารชานนท์
"ฉันไม่ยอมให้ไอ้รบแต่งงานกับยายมัท ฉันไม่ยอมให้คุณแย่งลูกไปฉันไม่ยอม.... กรี๊ด"
ติรกากระโดดตะปบหน้าหมอ แล้วข่วนไม่ยั้ง จนพยาบาลต้องรีบเข้ามาช่วยแยกออกไป
"โอ๊ย.... ช่วยผมด้วย" หมอร้อง
"ว้าย ปล่อยคุณหมอนะคะ" พยาบาลเข้ามาห้าม

มัทรี วันรบ รชานนท์ เตือนใจ พชร และพุทราซึ่งยืนรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินได้ยินเสียงโวยวายภายในห้องก็หันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ สักพักหมอก็ผลักประตูออกมาในสภาพยับเยินและเต็มไปด้วยรอยข่วน
"ใครเป็นญาติคุณติรกา" หมอถาม
"ฉันเป็นลูกสาวค่ะ" มัทรียกมือ
พชรชี้เตือนใจ "นี่เป็นแม่" เขาชี้วันรบ "ว่าที่ลูกเขย" เขาชี้รชานนท์ "เพื่อนลูกเขย" แล้วชี้ตัวเอง "เจ้านายลูกเขย” พชรกำลังจะชี้พุทรา "แล้วก็...”
"พอ ! หมอไม่ได้สำรวจสำมะโนครัวประชากร" หมอเซ็ง
หมอหันกลับไปทางห้องฉุกเฉิน แล้วเข้าไปช่วยพยาบาลทั้งผลักทั้งดันตัวติรกาที่กำลังโวยวายให้ออกมา
"ปล่อย... ฉันจะเอาลูกคืน" ติรกาโวยวาย
"ลูกสาวคุณอยู่นี่ครับ ราตรีสวัสดิ์" หมอรีบตัดบท
พูดจบหมอและพยาบาลจะปิดประตูหนี แต่วันรบกระโดดไปยื้อไว้
"อ้าว ... หมอปล่อยให้คนเจ็บกลับบ้านเลือดโชกอย่างนี้ได้ไง" วันรบถาม
"แค่ช็อกหมดสติ พึ่งยาดม ยาลม ยาหอมก็พอ" หมอบอก
"แล้วเลือดที่ตัวคุณติรกาล่ะคะ" พุทราถาม
"เลือดวัว ล้างก็ออก" หมอบอก
ทุกคนตกใจพร้อมกัน "เลือดวัว !”
เตือนใจยิ้มเจื่อนๆ "เอ่อ... คงเป็นถุงลาบเลือดของฉันเอง"
"แม่แอบซื้อลาบเลือดมากินอีกแล้วเหรอ" ติรกาถาม
เตือนใจเขินเพราะถูกจับได้ “แม่ฝากไว้กับเจ้าหมอนทองจนลืม สงสัยถุงลาบเลือดจะแตกตอนแม่ติรถคว่ำ แหะๆ"
พชรหันไปเห็นนาฬิกาติดผนังของโรงพยาบาลบอกเวลาห้าทุ่มสามสิบจึงรีบบอกวันรบ
"เฮ้ย ... ใกล้หมดเวลาเคลียร์ค่าสินสอดแล้ว"
วันรบ รชานนท์หันไปหามัทรีแต่ก็ไม่เจอ พวกเขาเห็นหลังไว ๆ ว่าติรกาปิดปากและลากตัวมัทรีให้หนีไป เสียงมัทรีอู้อี้เรียกวันรบดังมาจากทางที่ติรกาหนีไป
"มัท !” วันรบเรียก
"กระแตลักพาตัวมัทรี" รชานนท์ตกใจ
"เค้าเป็นแม่ลูกกันนะคะ" พุทราบอก
"แม่ติกำลังถ่วงเวลา" เตือนใจว่า
วันรบ รชานนท์ พชร เตือนใจ และพุทรารีบตามติรกากับมัทรีไปทันที

ติรกาลากมัทรีออกมาที่หน้าโรงพยาบาล โดยที่มัทรีพยายามดิ้นมาตลอดทาง
“แม่คะ ทำแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับพี่รบเลยนะคะ” มัทรีว่า
“ฉันจะไม่ยอมแพ้วันรบเด็ดขาด” ติรกาพูด
ติรกาหันไปเห็นรถกระบะที่มีแค็ปจอดอยู่ เธอจึงดึงมัทรีไปที่รถ ติรกาเคาะกระจกฝั่งคนขับที่คนขับกำลังนั่งหลับอยู่ คนขับตกใจสะดุ้งตื่น
“ไปส่งฉันที่โรงงานโอ่งเตือนใจ รู้จักไหม” ติรกาถาม
“เอ่อ..อ่า” คนขับรถกระบะอึกอัก
ติรกาควักเงินออกจากกระเป๋ากางเกง “ฉันให้สองพัน”
คนขับเห็นเงินก็ตาวาว “ขึ้นเลยพี่!”
ติรกาล็อคตัวมัทรีแล้วฉุดให้ขึ้นหลังรถ สักพักรถกระบะก็วิ่งออกไป

รถกระบะแล่นไปบนถนนมืดและเปลี่ยว มัทรีมีสีหน้าหวาดกลัว เธอชำเลืองไปทางติรกาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“แม่คะ ให้เขาจอดรถเถอะ” มัทรีบอกแม่
“ฉันยอมตาย! แต่จะไม่ยอมรับเงินค่าสินสอดจากไอ้วันรบเด็ดขาด” ติรกาเสียงแข็ง
“แต่มัทไม่อยากอยู่บนรถคันนี้”
ทั้งคู่นั่งตัวเกร็งอยู่ในรถเก็บศพของหน่วยกู้ภัย ด้านหน้าของทั้งสองมีศพที่ถูกผ้าขาวคลุมตัววางอยู่
ติรกากลัวแต่ก็ทำแข็งใจ “แป๊บเดียวก็ถึงบ้าน! เจ้าหน้าที่เขาก็อยู่กลัวอะไร”
ผู้ชายหน้าเนียนขาวคนหนึ่งดูคล้ายคนหลับนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสองแม่ลูก ที่ตักของเขามีผ้าขาวพาดอยู่
“แม่คะ พี่รบทำตามข้อแม้แม่ทุกอย่าง แม่บอกให้เราเคารพกติกา แม่น่าจะเคารพกติกาด้วยเหมือนกันนะคะ”
“นี่มัทว่าแม่เพราะคนอื่นเหรอ มันไม่ถูกต้อง”
ทันใดนั้นทั้งสองก็ได้ยินเสียงกระแอม ติรกากับมัทรีหันไปมองเพราะคิดว่าเป็นเสียงที่ดังจากชายหน้าเนียนที่นั่งหลับตาอยู่
“คุณเจ้าหน้าที่ว่าจริงไหมคะ ฉันเป็นแม่เห็นว่าอะไรไม่ดีก็ต้องห้ามปราม ปกป้อง” ติรกาเอ่ยถามแบบหาพวก
รถวิ่งผ่านทางขรุขระจนร่างของชายผู้นั้นขยับดูคล้ายกับพยักหน้ารับ
“เห็นไหมเขายังเห็นด้วยกับแม่” ติรกาบอกลูกสาว
มัทรีรีบข้ามไปนั่งข้างชายหน้าเนียน “แต่แบบนี้เขาไม่เรียกว่าปกป้องนะคะพี่ เขาเรียกว่ากีดกันโดยไม่ฟังเหตุผล พี่คิดดูสิคะพวกหนูตามใจแม่ทุกอย่างแต่แม่ก็อคติไม่ยุติธรรมกับหนูเลย”
ติรกายอมไม่ได้จึงข้ามมานั่งอีกข้างของชายคนนั้น ติรกาพูดเสียงดังทันที “ไม่จริง! แม่ไม่ได้อคติ”
สองแม่ลูกสัมผัสร่างของชายหน้าเนียนแล้วรู้สึกว่าตัวเย็น ติรกาจึงเอานิ้วไปอังตรงปลายจมูก จากนั้นก็มองหน้าลูกสาวคล้ายจะบอกว่าร่างที่อยู่ระหว่างเธอทั้งสองไม่มีชีวิตแล้ว
มัทรีกลัวขึ้นสมองรีบกระโจนไปจับพวงมาลัย “จอดค่ะ!”
คนขับตกใจเหยียบเบรกทันที รถจอดกระทันหัน ติรกากับมัทรีกรี๊ดลั่น มัทรีวิ่งลงจากรถด้วยความกลัว ติรกาวิ่งตามลงมา “ยัยมัท รอแม่ด้วย!”

วันรบเบรครถกระทันหันจนทุกคนที่นั่งมาด้วยหน้าคะมำ
“ไอ้รบ เบรกแรงไปเปล่าวะ” พชรถาม
“ก็โน่น” วันรบชี้ไปข้างหน้า
ทุกคนมองตามไปก็เห็นรปภ.แจ่มยืนขวางอยู่ ประตูรั้วด้านหลังแจ่มปิดสนิท
“ห้ามเข้าครับ!” แจ่มพูดเสียงดัง
เตือนใจโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างรถ
“ตาแจ่ม เปิดประตู”
“เปิดไม่ได้ครับ คำสั่งคุณติห้ามใครเข้าไปจนกว่าจะเที่ยงคืน” แจ่มบอก
“แสดงว่ากระแตอยู่ในบ้าน” รชานนท์มั่นใจ
“เปิดประตูให้ผมเถอะ” วันรบขอ
“ไอ้แจ่ม เปิดประตู” พุทราตะโกนออกมา
แจ่มยืนกางแขนหลังติดประตูในท่าแข็งขัน
“ไม่ครับ ผมจะไม่ยอมโดนหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งตลอดปีเด็ดขาด”
“พี่ระ!” รชานนท์หันไปหาพี่เขย
พชรรู้หน้าที่เดินเข้าหาแจ่มพร้อมกับรชานนท์ แจ่มมองทั้งคู่อย่างหวั่นๆ และเอามือจับกระบองที่เอวไว้ตลอด
“อย่านะครับ ผมไม่อยากทำร้ายใคร” แจ่มบอก
“ป๋า ห้าทุ่มห้าสิบห้าแล้วอีกห้านาที” วันรบตะโกนออกมา
รชานนท์กับพชรพุ่งเข้าล็อคตัวแจ่มแล้วจับลากให้พ้นประตูทันที จากนั้นพุทราก็รีบวิ่งไปเปิดประตู
“ตารบ เร็ว!” เตือนใจร้องบอก

วันรบเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าไปในบ้านทันที รชานนท์ พชร และพุทรารีบวิ่งตามรถไป








Create Date : 19 มีนาคม 2555
Last Update : 19 มีนาคม 2555 11:17:46 น.
Counter : 144 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]