All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)



กระถินเริ่มต้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต …
“เดือนก่อน..พี่รบกลับมาเที่ยวบ้าน อยู่ ๆพี่รบก็แอบสะกิดกระถิน”
เหตุเกิดที่บริเวณโต๊ะทานข้าวในบ้านของวันทนีย์ในเย็นวันหนึ่ง วันรบกับกำนันเรืองนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ส่วนวันทนีย์กับกระถินนั่งฝั่งตรงข้าม... กระถินยิ้มอายๆแล้วเหลือบมองวันรบ วันรบกำลังก้มหน้าก้มตาใช้มือแกะเนื้อปลาทูอยู่ โดนไม่สนใจกระถินเลย
เท้าของกระถินสะกิดเท้าของผู้ชายคนหนึ่งอยู่
“ตอนแรกกระถินก็ไม่เข้าใจว่าพี่รบสะกิดกระถินทำไม”
เท้าผู้ชายขยับหนีเท้ากระถิน
“แต่กระถินเคยดูหนังดูละครมา ก็พอจะเข้าใจ”
กระถินขยับเท้าตามไปสะกิดเท้าผู้ชายคนนั้นต่อ
บนโต๊ะทานข้าว กระถินเขินอายมากกว่าเดิม วันรบเงยหน้าจากการแกะปลาทูแล้วเห็นอาการของกระถินก็แปลกใจ
“กระถินรู้ว่าความต้องการของพี่รบ มันผิดต่อพี่มัทรี”
กระถินสบตาวันรบแล้วยิ้มหวานให้พร้อมกับพยักหน้า วันรบมองกระถินงง ๆ
เท้าของกระถินยังสะกิดเท้าของผู้ชายอยู่ที่ใต้โต๊ะอยู่เหมือนเดิม
“แต่กระถินก็ไม่กล้าขัดใจพี่รบ”
วันรบไม่สนใจกลับเดินลุกออกจากโต๊ะอาหารไป กระถินมองตามวันรบแล้วก็อึ้งไป เมื่อกระถินหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งตกใจเห็นหน้าอาไททำท่าขนลุกใส่
“พี่กระถินเขี่ยตีนฉันทำไมเนี่ย”
กระถินมองตามวันรบไปอย่างเซ็งๆ

คืนนั้น... จันทร์แจ่มฟ้า พระจันทร์เต็มดวง
ภายในห้องนอนของวันรบในบ้านวันทนีย์ที่สุพรรณบุรี วันรบกำลังนั่งพิมพ์ข้อความในมือถืออยู่
“ตกดึกคืนนั้น วันพระจันทร์เต็มดวง”
หน้าจอมือถือของวันรบส่งข้อความ “ไม่คิดมากนะนางฟ้าของผม เดี๋ยวผมโทรไป แล้วเราจะได้มองพระจันทร์ด้วยกัน”
วันรบเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินไปส่องกระจกสำรวจหน้าผมของตัวเอง
“พี่รบเรียกให้กระถินไปหาที่ห้อง อ้างว่าหาของไม่เจอ ต้องให้กระถินไปช่วย”
วันรบเดินมาล็อคประตูห้องนอนแล้วปิดไฟในห้อง วันรบเดินไปที่หน้าต่าง มองซ้ายมองขวา แล้วค่อย ๆ ปีนหน้าต่างห้องนอนตัวเอง ออกไปนอกบ้าน
ครู่ต่อมา ประตูห้องนอนวันรบค่อย ๆเปิดออก กระถินแอบยื่นหน้าเข้ามามองในห้อง เมื่อเห็นว่าห้องมืดก็ยิ้มกริ่มเพราะคิดว่าวันรบนอนหลับไปแล้ว กระถินค่อย ๆ ย่องมาที่เตียงนอนแล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงทันที
“พอกระถินเข้าไปในห้อง...พี่รบก็เข้ามากอดจูบลูบคลำกระถินไม่ยั้ง” กระถินเล่าด้วยเสียงสะอื้น
กระถินหลับตาปี๋กอดหมอนข้าง แล้วกระหน่ำจูจุ๊บหมอนข้างทันทีเพราะเข้าใจว่าเป็นวันรบ
“จนในที่สุด คืนนั้นกระถินก็ตกเป็นของพี่รบอย่างไม่มีทางสู้”
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ครู่หนึ่ง กระถินก็ชะงักเมื่อลืมตาดูก็เห็นว่าเป็นหมอนข้าง กระถินมองไปรอบๆห้องด้วยความเซ็งที่วันรบไม่อยู่

บริเวณมุมเดิมของ Wedding Studio กระถินยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“กระถินรักพี่รบ แต่ไม่คิดเลยว่าพี่รบจะรวบรัดกระถินแบบนี้”
วันทนีย์กับกำนันเรืองถึงกับส่ายหน้าระอากับการกระทำของวันรบ
“ไม่จริง เดือนที่แล้วที่พี่กลับบ้าน พี่ปีนออกจากห้องไปนอนคุยกับมัททั้งคืน จนหลับไปกลางสวนแล้วพี่จะไปกอดจูบลูบคลำกระถินได้ยังไง” วันรบแย้งขึ้น
“ฉันเห็นด้วยนะแม่ พุดเดิ้ลต่อขาอย่างพี่กระถินน่ากอดตรงไหน” อาไทบอก
กระถินได้ยินวันรบปฏิเสธก็ยิ่งร้องไห้ดังขึ้น
“พี่รบทำร้ายกระถินทางร่างกายไม่พอ พี่รบทำร้ายจิตใจกระถินด้วย”
กระถินหลับหูหลับตาร้องไห้แล้วจะโผเข้ากอดวันทนีย์ แต่ดันกอดผิดไปกอดนลินีแทนจนพชรต้องสะกิดกระถิน พอกระถินลืมตาเห็นว่าเป็นนลินีก็ตกใจรีบผละออกมาทันที
“นังกระถินแพ้ท้องหนักมาก ทั้งเหม็นอาหาร หน้ามืด เป็นลม อยากกินแต่ของเปรี้ยว” กำนันเรืองยืนยัน
“ของแปลกด้วยจ้ะพ่อกำนัน” กระถินพูดแทรกขึ้นทันที
“ใช่ นังกระถินอยากกินดอกไม้ คนบ้าอะไรกินดอกไม้ มีแต่คนท้องเท่านั้นแหละ” วันทนีย์ว่า
นลินีได้ยินเรื่องที่กระถินเล่าก็นิ่งคิดตามไป
“อาการเหมือนนางเอกในเรื่อง “อุ้มรัก” เลย เพิ่งดูใน Youtube มา”
กระถินถึงกับชะงักไปทันที แล้วกลบเกลื่อนด้วยการร้องไห้โฮขึ้นมาอีก วันรบเข้าไปจับมือมัทรี
“เชื่อผมนะมัท ผมไม่เคยทำอะไรกระถินจริงๆ”
กระถินไม่ยอมเข้าไปจับมือมัทรีบ้าง
“เชื่อกระถินนะคะพี่มัท กระถินท้องจริงๆ”
มัทรีมองกระถินสลับกับมองวันรบอย่างชั่งใจ วันรบกำลังจะพูด แต่มัทรีชักมือกลับแล้วยกมือขึ้นห้าม มัทรีหันไปหากระถิน
“พอแล้วค่ะรบ... กระถิน พี่เห็นใจกระถิน ถ้ากระถินท้องจริงๆพี่จะถอนหมั้นกับรบ”
“มัท” วันรบร้องขึ้น
วันทนีย์กับกำนันเรืองถึงกับเฮลั่น กระถินยิ้มทั้งน้ำตา
“แต่..พี่ก็รักวันรบมากเหมือนกัน... ดังนั้นพี่คงต้องขอให้กระถินไปตรวจที่โรงพยาบาล ให้หมอยืนยันว่ากระถินท้องจริงๆ”
กระถินอึ้งช็อกที่ได้ยินมัทรีพูดเช่นนั้น เพราะตัวเองไม่ได้ท้องจริงๆ
“มะ...ไม่ ! กระถินไม่ตรวจ... กระถินกลัวหมอ” กระถินรีบแถทันที
“ถ้าไม่มีผลตรวจจากหมอ พี่ก็ไม่ถอนหมั้นกับรบ”
กระถินนิ่งไปไม่รู้จะทำยังไงดี วันทนีย์เข้ามาจับมือกระถิน ก่อนจะหันไปพูดกับมัทรี
“ไม่ต้องกลัวนังกระถิน ข้าพาเอ็งไปโรงพยาบาลเอง ส่วนเอ็งเตรียมถอดแหวนหมั้นได้เลย”
วันทนีย์พูดจบก็ลากตัวกระถินออกไปทันที

พยาบาลสาวสวยจากแผนกสูติฯส่งขวดพลาสติก ให้กระถิน หน้าขวดมีฉลากเขียนชื่อ “น.ส.กระถิน ยิ้มนำพา” ติดอยู่ เพื่อให้กระถินเก็บตัวอย่างปัสสาวะ
“เริ่มปัสสาวะไปเล็กน้อยแล้วค่อยเริ่มเก็บนะคะ”
กระถินรับขวดพลาสติกมาด้วยอาการจ๋อย ๆ
“เป็นอะไรของเอ็ง” วันทนีย์ถาม
“ไม่ตรวจไม่ได้เหรอ”
ทุกคนที่มายังโรงพยาบาลพร้อมใจกันตอบ จนกระถินสะดุ้งเฮือก
“ไม่ได้”
“ชักช้าทำไม ถ้าอยากแต่งงานกับลูกข้า ก็เข้าไปเอาฉี่มาตรวจได้แล้ว”
วันทนีย์ไม่สนใจดันตัวกระถินให้เดินไปที่ห้องน้ำทันที

ในห้องน้ำซึ่งใช้งานได้เพียงห้องเดียว ห้องอื่นๆมีป้ายแขวนว่าเสีย กระถินยืนอยู่ที่อ่างล้างมืออย่างกลุ้มใจ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
“ทำยังไงล่ะทีนี้... จะเอาฉี่คนท้องที่ไหนไปตรวจ”

บริเวณทางเดินหน้าห้องตรวจ แผนกสูติฯ ในเวลาต่อมา วันรบกับพชรเดินเข้ามาอย่างเครียด ๆ วันทนีย์กับกำนันเรืองนั่งยิ้มอย่างสบายใจ อาไทนั่งนวดขาให้กำนันเรืองอย่างประจบเอาใจ มัทรีนั่งนิ่งเงียบไม่แสดงอาการใดๆอยู่กับนลินี
“ไอ้รบ.. ถามจริง.. แกกับกระถินยังไงกันวะ” พชรกระซิบถามเพราะอยากรู้
“ผมไม่เคยมีอะไรกับกระถิน” วันรบบอกน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้ามั่นใจแล้วแกเครียดทำไม”
“ผมกลัวว่ากระถินจะทำทุกทาง เพื่อให้ผลตรวจออกมาว่าท้องน่ะสิ”
ติรกากับรชานนท์เดินเข้ามาอย่างร้อนใจ
“ยายมัท”
“แม่”
“นี่มันอะไรวะไอ้รบ แกทำกระถินท้องจริงๆเหรอ” รชานนท์ถาม
“ไม่จริงป๋า”
“จริง! ข้ายืนยันว่านังกระถินท้องจริงๆ” วันทนีย์บอก
“รอผลตรวจก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวได้รู้แน่ว่าจริงหรือไม่จริง “ ติรกาว่า
วันรบกลุ้มใจแล้วหันไปมองมัทรี มัทรีสบตาวันรบครู่เดียวก็หลบตาไป

เป็นจังหวะเดียวกับผู้หญิงอุ้มท้องเข้ามาในห้องน้ำอย่างรีบๆ ด้วยอาการปวดฉี่ กระถินยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ แต่ยังไม่ยอมเข้าไป
“จะเข้ามั้ยคะ” ผู้หญิงท้องถามกระถิน
“เข้าก่อนก็ได้ค่ะ”
กระถินหลบทางให้ผู้หญิงท้องเดินไป ในจังหวะที่ผู้หญิงท้องเดินผ่านกระถินก็นึกบางอย่างได้แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ผู้หญิงท้อง”
กระถินวิ่งไปล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำ แล้ววิ่งกลับมาที่ห้องน้ำที่ผู้หญิงท้องกำลังจะปิดประตูห้องน้ำ
“คุณคะ”
ผู้หญิงท้องหันมามองกระถินอย่างแปลกใจ
“คะ”
กระถินยืนขวางไว้แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าใส่ผู้หญิงท้อง แล้วหัวเราะฮึๆ จนผู้หญิงท้องเอะใจ
“คุณจะทำอะไร ถ้าจะไม่เข้าห้องน้ำก็ออกไปนะ”
กระถินดันตัวผู้หญิงท้องให้ลงนั่งที่โถส้วม ประตูห้องน้ำถูกปิดดังปัง ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดของผู้หญิงท้อง
“คุณจะทำอะไร ช่วยด้วย”
สักครู่เสียงผู้หญิงก็เงียบไป ตามมาด้วยเสียงปึงปั้งๆ
“อยู่เฉย ๆสิ อยู่เฉยๆ” กระถินบอก
เสียงปึงปั้งยังดังอยู่ จนห้องน้ำข้าง ๆ สั่นสะเทือนตามแรงต่อสู้ของกระถินกับผู้หญิงในห้องน้ำ ป้าย “เสีย” ที่แขวนหน้าห้องน้ำอื่น ๆ ตกลงมาที่พื้น

กระถินนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องตรวจ วันทนีย์ กำนันเรืองและติรกานั่งเรียงกันอยู่ ส่วนที่เหลือยืนอยู่ใกล้ๆ หมอเปิดประตูออกมาจากห้องตรวจ
“ผลเป็นยังไงบ้างครับหมอ” วันรบถามขึ้น
“ญาติคนไข้เข้าฟังผลในห้องดีมั้ยครับ”
“ไม่ได้” ทุกคนพร้อมเพรียงกันตอบ เล่นเอาหมออึ้งไป
“แต่เรื่องของคนไข้ถือเป็นความลับนะครับ”
“คุณหมอเชื่อเถอะค่ะ เรื่องนี้เป็นความลับไม่ได้” ติรกาบอก
“ใช่ค่ะ... กระถินยอมเผยความลับส่วนตัวให้ทุกคนได้รู้ค่ะ”
“อย่าเสียเวลาน่ะหมอ บอกมาเลย ให้รู้กันไปว่านังกระถินมันท้องกับลูกชายข้าจริง ๆ” วันทนีย์รบเร้า
หมอพยักหน้าตกลงแล้วเปิดแฟ้มดูผลตรวจ ทุกคนรอลุ้นผลตรวจจากหมอ หมอเงยหน้าขึ้นมองหน้ากระถินนิ่ง ๆ วันรบมองหน้ามัทรีให้ความมั่นใจ หมอยิ้ม
“ดีใจด้วยครับ คุณกระถินตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าๆแล้วครับ”
กระถิน วันทนีย์และกำนันเรืองเฮลั่นโรงพยาบาล ส่วนพวกวันรบถึงกับอึ้งและเหวอไป
พชรพูดกับกับรชานนท์ทันที
“เฮ้ย! ทำไมพลิกล็อกแบบนี้วะ”
“ผู้ชายดีๆจะมีแต่ในนิยายจริงๆเหรอเนี่ย” นลินีว่า
“เป็นไปไม่ได้ หมอดูผลผิดรึเปล่าครับ”
“ไม่ผิดหรอกครับ... ภรรยาคุณท้องจริง ๆ คุณอาจจะยังไม่พร้อมมีลูก แต่ตอนนี้คุณต้องพร้อมแล้วนะครับ ว่าที่คุณพ่อมือใหม่”
มัทรีมองวันรบอย่างผิดหวัง วันทนีย์เห็นอาการของมัทรีแล้วยิ่งสะใจ
“ข้าได้ลูกชายคืน ได้สะใภ้คนโปรด แถมยังได้หลานอีก โชค3ชั้นจริงโว้ย”
วันทนีย์กับกำนันเรืองหัวเราะลั่น
มัทรีจะเดินออกไป แต่วันรบรั้งตัวมัทรีไว้ มัทรีสะบัดมือวันรบออก
“พอได้แล้ว... มัทไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอะไรอีกแล้ว”
“แต่ผมไม่ได้ทำจริง ๆ ถ้ากระถินท้องก็ไม่ได้ท้องกับผม”
วันรบยังพูดไม่ทันจบ มัทรีก็ตบหน้าวันรบ
“ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำก็แย่พอแล้ว นี่รบยังดูถูกกระถินอีกเหรอ”
วันรบอยู่ในอาการอึ้งที่โดนมัทรีตบหน้า
“มัทผิดหวังในตัวพี่รบมากนะคะ”
ติรกาเข้ามาหามัทรี
“ยายมัท..แม่ว่าให้ค่อยๆพูดกันก่อนดีกว่านะลูก”
“มัทไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะแม่ ในเมื่อกระถินท้องจริงๆ มัทจะถอนหมั้นกับรบ”
ทุกคนอึ้งที่ได้ยินประโยคนั้น กระถินแอบยิ้มอย่างพอใจ
กระถินดีใจมากจนนอกหน้าอย่างลืมตัว
“คุณมัทถอนหมั้นกับพี่รบแล้ว พี่รบต้องแต่งงานกับกระถินนะจ๊ะแม่จ๋า”
“แน่นอน ผู้หญิงดีๆอย่างเอ็งแม่ไม่ปล่อยให้เจ้ารบพลาดไปแน่ๆ”
ทุกคนหันมามองมัทรีที่กำลังหน้าเสียกับเหตุการณ์ดังกล่าว
“ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทุกคนชะงักหันไปทางต้นเสียง หญิงท้องเดินพา รปภ. 2 คนเดินเข้าเข้ามา
“นั่นไง.. มันยืนอยู่ตรงนั้นไง” ผู้หญิงท้องชี้บอกรปภ. และเดินมายังกลุ่มที่กระถินยืนอยู่ แล้วหันไปสั่งรปภ.ของโรงพยาบาล
“ไปจับมันเลย นังผู้หญิงโรคจิต จับมันไปเลยค่ะ นังผู้หญิงโรคจิต ขโมยฉิ้งฉ่องของฉันไป”
- “ว่าไงนะ” ทุกคนอึ้งและเหวอไปทันที
“ผู้หญิงคนนี้กักขัง หน่วงเหนี่ยว ข่มขู่ ไม่ยอมให้ฉันทำธุระส่วนตัว จนฉันราด แล้วเค้าก็เก็บฉิ้งฉ่องฉันกรอกใส่ขวด”
ทุกคนหันไปมองที่กระถินทันทีแล้วร้องขึ้นพร้อมกัน
“กระถิน”
กระถินเห็นท่าไม่ดีจะวิ่งหนี แต่รปภ.เข้าไปจับตัวไว้ได้ทัน กระถินร้องลั่น
“ปล่อยกระถินนะ ปล่อย”
มัทรีได้ยินดังนันก็ชักสีหน้าโมโห ถามกระถินทันที
“ที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่า กระถินโกหกว่าพี่รบทำให้กระถินท้อง โกหกใช่ไหม”
กระถินเข้าตาจนต้องยอมรับ
“ใช่ ก็กระถินรักพี่รบ กระถินอยากแต่งงานกับพี่รบ”
วันทนีย์ก็รู้สึกโกรธเช่นกัน
“นังกระถิน เอ็ง”
ทันใดนั้น มัทรีต่อยหน้ากระถิน ผัวะ! วันทนีย์สะดุ้ง ทุกคนร้อง “เฮ้ย” ด้วยความตกใจคาดไม่ถึง
แรงต่อยแบบจัดเต็มของมัทรี ทำให้กระถินเลือดกำเดาไหล กระถินเอามือแตะเห็นเลือดยิ่งตกใจ
“เลือด เธอต่อยหน้าฉัน”
“ นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ โทษฐานที่เธอใส่ร้ายพี่รบ ทำให้คนที่ฉันรักต้องกลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น เธอทำได้ยังไงกระถิน ไหนเธอบอกว่ารักพี่รบ แล้วเธอทำกับคนที่เธอรักแบบนี้เหรอ จำไว้นะกระถิน ทำร้ายฉันฉันไม่ว่า แต่ถ้าเธอทำร้ายพี่รบอีก ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
วันทนีย์มองมัทรีอย่างประทับใจกระถินได้แต่มองมัทรีอย่างกลัวๆแล้วรับคำ
“จ๊ะ”
อาไทปรบมือขึ้นแล้วพูดขึ้น
“สุดยอด..พี่นางฟ้า แบบนี้เขาเรียกว่าคนรักจริง แบบนี้ถึงจะสมเป็นสะใภ้พ่อกำนันจริงไหมจ๊ะ”
“จริงของอาไทมันใช่ไหมจ๊ะ แม่จ๋า” กำนันเรืองถามวันทนีย์
วันทนีย์มองมัทรีอย่างยิ้มๆ กำนันเรืองหันไป กระซิบกับอาไท
“แม่จ๋า..แม่จ๋า สงสัยจะปลื้มว่าที่ลูกใภ้ซะแล้ว”
กระถินรู้ตัวเองว่ากลายเป็นหมาหัวเน่าก็รีบเข้าไปยกมือไหว้วันทนีย์
“แม่จ๋า กระถินขอโทษ แม่จ๋า...กระถินไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะจ๊ะ”
“เลิกตอแหลได้แล้ว วางแผนมาดิบดีจะบอกว่าไม่ตั้งใจได้ยังไง ต่อไปนี้เอ็งมาอย่ามาเรียกข้าว่าแม่ ข้าไม่นับญาติกับคนโกหกตอแหลอย่างเอ็ง”
วันทนีย์โกรธไม่ยอมรับคำขอโทษจากกระถิน วันทนีย์รีบเดินออกไป กระถินรีบตามไป ทุกคนรีบเดินตามไปเพราะกลัวมีเรื่อง

กระถินตามวันทนีย์มาถึงหน้าโรงพยาบาล กระถินฉุดวันทนีย์ไว้แล้วพยายามอ้อนวอน
“กระถินขอโทษ กระถินรักพี่รบ กระถินทนไม่ได้ที่พี่รบจะแต่งงาน”
กำนันเรือง อาไท และแก๊งค์ติรกาตามมายืนมองอย่างกังวล
“ถ้าเอ็งรักไอ้รบจริง เอ็งไม่ทำแบบนี้หรอก เอ็งทำให้ไอ้รบกลายเป็นคนไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ” วันทนีย์บอก
กระถินหันมาขอความเห็นใจจากกำนันเรือง
“พ่อกำนันจ๋า”
“ความสุขของครอบครัวสำคัญสุด ถ้าเมียข้าโกรธเอ็ง ข้าก็โกรธด้วย” กำนันเรืองบอก
กระถินหันมาหาอาไท อาไทถึงกับสะดุ้งแล้วพูดขึ้น
“อาเห็นใจพี่นะ แต่อายืนอยู่ข้างความถูกต้องจ๊ะ”
กระถินยืนหน้าจ๋อยที่ไม่มีใครเข้าข้าง
“กระถินทำไปเพราะกระถินรักพี่รบจริงๆนะคะ โฮๆ”
กระถินร้องไห้โฮหนักขึ้น
ติรกามองกระถินที่โดนทุกคนมองด้วยสายตาประฌามแล้วพูดขึ้น
“คุณวันทนีย์คะ ในเมื่อความจริงก็เปิดเผย กระถินก็ยอมรับผิดแล้ว อภัยให้แกเถอะค่ะ”
ทุกคนหันมามองติรกาอย่างแปลกใจ
“ฉันเห็นว่ากระถินยังเด็ก ทำอะไรวู่วามไม่ทันคิดเพราะไม่อยากเสียคนที่ตัวเองรัก เด็กทำผิดก็ให้อภัยเด็กเถอะนะคะ”
กระถินอึ้งไปที่อยู่ ๆ ติรกาหันมาเข้าข้างตัวเอง
“แต่ต่อไปข้าจะไว้ใจมันได้ยังไง” วันทนีย์พูดขึ้น
“กระถินก็อยู่กับคุณมานาน ผิดครั้งเดียวคุณจะไล่กระถินออกจากบ้าน คุณทำได้ลงคอเหรอคะ” ติรกาถาม
วันทนีย์มองกระถินที่ร้องไห้คร่ำครวญ
“พ่อจ๋า..กลับบ้าน”
“แล้วพี่กระถินล่ะจ๊ะแม่จ๋า” อาไทถาม
“มันไม่อยากกลับก็ช่างมัน”
กระถินตาโตดีใจจะเข้าหาวันทนีย์ แต่วันทนีย์ชิงเดินหนีออกไปก่อน กำนันเรืองกับอาไทเดินตามไป
“เขาให้โอกาสแล้วก็รีบตามไปสิ” ติรกาบอก
กระถินร้องไห้โฮด้วยความตื้นตันแล้วโผเข้ากอดติรกา
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่อภัยให้กระถิน”
ติรกายิ้มให้อย่างจริงใจ
“ไม่เป็นไร....แต่ถ้าต่อไปเธอพยายามจะทำลายความรักระหว่างมัทรีกับวันรบอีก อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด”
กระถินได้ยินถึงกับอึ้งเหวอไป ติรกาหันไปยิ้มสวยๆให้กับทุกคน

กลางวันในเวลาต่อมา ภายในร้านเสื้อผ้าหรูในตัวเมืองราชบุรี แคชเชียร์ส่งบัตรเครดิตคืนให้วริษราที่รออยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน พนักงานขายถือถุงกระดาษใส่เสื้อผ้าที่วริษราซื้อรออยู่
“บัตรไม่ผ่าน ขอเปลี่ยนเป็นเงินสดได้มั้ยคะ”
“ไอ้เสี่ยบ้า ไหนบอกจะเคลียร์บัตรให้” วริษราบ่นคนเดียวอย่างหงุดหงิด
วริษราเปิดกระเป๋าเงินที่เหลือแบงก์พันใบเดียวอย่างหงุดหงิด
“ทั้งหมดสองพันห้าร้อยบาทค่ะ” แคชเชียร์พูดทวนราคา
“ทำไมเสียมารยาทกับลูกค้าแบบนี้ ไม่ซ้งไม่ซื้อแล้ว น่ารำคาญ”
วริษราแกล้งทำเป็นอารมณ์เสีย เดินสะบัดออกจากร้านหน้าตาเฉย พนักงานขายและแคชเชียร์หันหน้ามามองกันอย่างงง ๆ

บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลในเวลาเย็น วันรบเดินนำมาที่รถ มัทรีเดินตามมาเงียบๆ
“ไม่โกรธที่มัทไม่เชื่อใจพี่รบเหรอคะ”
วันรบยิ้มแล้วตอบ
“ไม่ ถ้ามัทไม่รักผมมาก..คุณก็คงไม่โกรธผมขนาดนั้นหรอก”
“มัทขอโทษที่ไม่เชื่อพี่รบตั้งแต่แรก”
“ไม่เป็นไรครับ ก็ผลตรวจออกมาแบบนั้น”
มัทรีก้มหน้าจ๋อยๆ รู้สึกผิดที่ไม่เชื่อใจวันรบ วันรบเชยคางมัทรีขึ้น
“มัทจำไว้นะ... ผมไม่มีวันทำให้มัทเสียใจ”
มัทรียิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดวันรบ
“มัทขอโทษ...แต่มัทโกรธคิดว่าพี่รบโกหกมัท มัทคงทนไม่ได้ถ้าคนที่รักมัทโกหก สัญญากับมัทนะคะว่าพี่รบจะไม่โกหกมัทไม่ว่ายังไงก็ตาม”
“สัญญาครับ แต่มัทต้องสัญญาว่าต่อไปมัทจะหนักแน่น เชื่อใจผม ตกลงไหม”
“ต่อไปมัทจะเข้มแข็ง จะไม่หวั่นไหว จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความรักของเราเด็ดขาด”
“แต่ที่สำคัญที่สุด มัทต้องไม่ทำกับผมเหมือนที่ทำกับกระถินนะ”
มัทรียิ้มทะเล้น
“ก็ไม่แน่ ถ้าความประพฤติไม่ดี โดนแน่”
วันรบยกสามนิ้วแบบลูกเสือบอกมัทรีว่า
“นายวันรบ แคล้วคลาดภัยสัญญาว่าจะเป็นคนรักที่ดีของมัทรีคนเดียวครับผม”
มัทรียิ้มขำ วันรบกอดมัทรีอย่างมีความสุข
“แล้วพี่รบจะไม่โทรไปคุยกับคุณแม่ของพี่รบหน่อยเหรอคะ ท่านอาจจะรู้สึกเสียหน้าเพราะเรื่องกระถิน พี่รบน่าจะง้อคุณแม่หน่อยนะคะ”
วันรบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะเปิดเครื่องกด แต่ก็ชะงักไว้ คิดๆแล้วเปลี่ยนใจ
“โทรศัพท์ผมแบตฯหมดน่ะ ผมขอใช้โทรศัพท์มัทแล้วกันนะ”
วันรบเก็บโทรศัพท์ตัวเองลงในกระเป๋า

คืนนั้น วริษราพยายามกดโทรศัพท์หาวันรบ แต่สายถูกตัดเข้าระบบอัตโนมัติทุกครั้ง
“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
วริษราวางสายอย่างหงุดหงิด
“พี่รบไม่เปิดมือถือ จะหนีริษใช่ไหม”
วริษราโมโห มองกระเป๋าเงินกับเงินแค่พันบาทที่วางอยู่บนเตียงอย่างหัวเสีย วริษรามองโทรศัพท์อย่างใช้ความคิด ก่อนตัดสินใจกดสายโทรหาเจ๊กุ๊ก
“มีลูกไก่หลงแถวราชบุรีให้ริซซี่มั่งมั้ยเจ๊กุ๊ก”
เมื่อได้รับคำตอบจากปลายสาย วริษราถึงกับยิ้มกริ่ม

ธงฉานเดินคุยโทรศัพท์มาด้วยท่าทางตื่นเต้นมากภายในโรงแรมหรูจังหวัดราชบุรีในเวลากลางคืน
“แน่ใจนะว่ารายนี้ ปิ๊งๆ เป๊กๆ จัดเต็มนะเจ๊กุ๊ก”
“อุ๊ย... รับประกันความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 30 ปีค่า” เจ๊กุ๊กพูดขำๆมาทางสาย
ธงฉานเหน็บทันที
“เคลมกันยันแก่เลยนะเจ๊”
ธงฉานวางสาย เดินมาหยุดที่หน้าห้องพักห้องหนึ่งในโรงแรม
ธงฉานเคาะประตูเรียก
“กุ๊กๆ กู๋ ลูกไก่มาอยู่ในกำมือแล้วคร้าบ”
ประตูเปิดห้องออก วริษราก้าวเข้ามายืนอยู่ในชุดนุ่งสั้น เซ็กซี่ส่งสายตายั่วยวนธงฉาน ธงฉานอึ้งมองวริษราตาโต หัวจรดเท้า วริษรายิ้มสวยต้อนรับลูกค้า
“ริซซี่ค่ะ”
“ไม่เอา ไม่เป๊กอ่ะ”
วริษราถึงกับชะงักแต่ไม่ยอมแพ้
“ ริซซี่ไม่เป๊ก แต่บริการถึงใจนะคะ”
สรรพคุณของวริษราทำให้ธงฉานสนใจอย่างตาโต









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:54:05 น.
Counter : 196 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10



บนเกาะ มัทรีเดินนำรชานนท์เข้ามาที่ช่องหิน รชานนท์เห็นว่า รอบๆบริเวณช่องหินค่อนข้างมืด
“มัทรออยู่นี่นะอย่าไปไหน พ่อจะไปหาฟืนมาให้”
รชานนท์เดินออกไป มัทรีนั่งมองฝนที่เริ่มตกหนักด้วยสีหน้าเครียด
“แม่ มัทขอโทษ แม่ขา”

บริเวณบ้านพักริมทะเล ติรกาที่นั่งมองฟ้าอย่างใจจดจ่อ เสียงฟ้าร้องดังจนติรกาสะดุ้งด้วยความตกใจ ติรกาสีหน้าเครียด
“มัทต้องไม่เป็นอะไรนะลูก”
วันรบมองติรกาและรู้สึกผิดกับที่เกิดขึ้น

ฟ้ามืดแล้ว บนเกาะก็เช่นเดียวกับบนฝั่งที่ฝนยังตกอยู่ มัทรีที่เผลอนั่งหลับอยู่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องที่ดังโครมครืน มัทรีมองไปรอบๆ เห็นกองไฟติดอยู่แต่ไม่เห็นรชานนท์ มัทรีตกใจผุดลุกขึ้นอย่างร้อนรนร้องเรียก
“ป๋า ป๋า ป๋า”
รชานนท์ถือมะพร้าวเข้ามา
“มัท”
มัทรีเห็นรชานนท์มาเดินตรงเข้าไปต่อว่าทันที
“ป๋าหายไปไหนมา มัทตกใจแทบแย่”
“พ่อก่อไฟเสร็จ กลัวมัทหิวเลยออกไปหาอะไรมาให้มัทกินน่ะลูก”
“แล้วทำไมไม่ปลุกมัท ถ้าป๋าเป็นอะไรไปจะทำยังไง”
รชานนท์ยิ้มจนมัทรีสงสัย
“ป๋ายิ้มอะไร”
“พ่อดีใจที่มัทห่วงพ่อน่ะสิ”
มัทรีกลัวเสียฟอร์มจึงรีบเปลี่ยนท่าทีทันที
“มัทห่วงตัวเองต่างหาก ถ้าคุณเป็นอะไรไป มัทก็ต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ เพราะคุณทำให้มัทต้องมาติดเกาะแบบนี้”
รชานนท์ยอมอ่อนให้
“พ่อขอโทษนะ พ่อได้มะพร้าวมาสองลูก พ่อเปิดให้แล้ว มัทกินก่อนสิ หิวแล้วใช่ไหม”
มัทรียังวางฟอร์มเหมือนเดิม
“มัทไม่หิว”
เสียงท้องของมัทรีร้องดังมาก รชานนท์ยิ้มเก็บอาการแล้วพูด
“ไม่หิวก็ต้องกินสักหน่อย กว่าจะมีใครมาช่วยเราได้คงนาน ฝนมันก็แรงซะด้วย”
มัทรียังวางฟอร์มไม่ยอมกิน เดินออกไปนั่งห่าง ๆ ที่มุมหนึ่ง รชานนท์มองอย่างขำ ๆ แล้วเดินไปวางมะพร้าวทั้งสองลูกที่ข้างๆตัวมัทรี มัทรีเหลือบมอง เสียงท้องของมัทรีร้องดังขึ้นอีกจนมัทรีเริ่มไม่ไหว เหลือบมองรชานนท์ที่นั่งมองไปทางอื่น
“แล้วป๋าไม่กินเหรอ”
“ถ้ามัทไม่กิน พ่อก็ไม่กิน”
“อ๋อ..ถ้ามัทกิน ป๋าจะกินใช่ไหม”
“จ๊ะ”
มัทรีได้ทีทำเนียนทันที
“ถ้างั้นมัทกินก็ได้ ป๋าจะได้กินด้วย”
รชานนท์ยิ้มรู้ทันว่ามัทรีวางฟอร์มเอาเป็นข้ออ้าง
“ก็ดีจ๊ะ เพราะพ่อหิวมาก”
คืนนั้น … มัทรียืนอยู่ที่ระเบียงห้องนอนตัวเองด้วยสีหน้าหงุดหงิดขัดใจ เตือนใจเข้ามายืนอยู่ข้างๆ แล้วพูดเบาๆ ยาน ๆเหมือนเสียงผีหลอกมัทรีว่
“มัทรี...”
มัทรีตกใจหันมาเห็นเป็นเตือนใจ
“คุณยาย มัทใจหายหมดเลย คิดว่า..”
เตือนใจยังทำเสียงเย็นๆ ใส่
“เป็นผีเหรอจ๊ะ”
มัทรีกอดเตือนใจ
“คุณยาย...อย่าเล่นแบบนี้สิคะ”
“เรานี่ขี้กลัวตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะ”
“มัทกลัวทีไรก็เดือดร้อนคุณยายทุกที ต้องมีมัทเกาะติดเอวคุณยายเสมอ ดีนะคะที่มัทมีทั้งคุณแม่...คุณยาย”
“พ่อนพไม่น่าอายุสั้นนะ เสียไปตั้งแต่มัทยังเล็ก”
“มัทไม่เคยได้เอามะลิไปไหว้พ่อเหมือนคนอื่นเขา ไม่เคยได้จูงมือพ่อ มัทไม่มีพ่อ”
“แต่ตอนนี้มัทก็มีพ่อนนท์แล้วนะ”
“เขาไม่ใช่พ่อของมัท” มัทรียังดื้ออยู่
“ยายถามหน่อย มัทโกรธที่พ่อนนท์ทิ้งมัทไปใช่ไหม”
“แม่ต้องเสียใจ มัทต้องกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อพราะเขา”
“แล้ว..ถ้าเกิดว่าแม่เขาความจำไม่ได้เสื่อม แต่เขายอมรับว่าเขารักพ่อนนท์จริงๆ มัทจะทำยังไง”
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะยาย แม่ไม่มีทางอภัยให้เขา”
“ก็ไม่แน่”
มัทรีมองเตือนใจอย่างสังเกต
“ยายพูดแปลก ๆ เหมือนว่าแม่”
“ยายแค่ลองพูดให้คิดหลายๆ ด้าน หมอก็บอกอยู่ว่าแม่เขาเลือกจะจำว่าแต่งงานกับพ่อนนท์ แสดงว่าลึก ๆ แม่เขารักพ่อนนท์มาก คนรักกันก็ต้องให้อภัยกันได้ จริงไหม”
มัทรีคิดตามแล้วตัดสินใจบอกเตือนใจว่า
“ก็ให้แม่จำได้และยืนยันอย่างนั้นซะก่อน มัทถึงจะคิดดูอีกทีค่ะ”
มัทรียังคงมุ่งมั่นที่จะบอกติรกาให้ได้ เตือนใจเหลือบมองที่ระเบียงอีกด้านเห็นวันรบยืนมองด้วยสีหน้าหนักใจ

เช้าวันใหม่ ติรกาออกมาจากห้อง มัทรีรีบเข้ามาประกบทันที
“แม่คะ วันนี้มัทจะพาแม่ไปเที่ยวเกาะใกล้ๆ ไปด้วยกันนะคะ”
“แต่แม่รู้สึกเพลียๆ นะ”
“แม่นอนบนเรือสิคะ มัทขับเรือเอง ไว้ใจมัทได้ค่า”
“อืม..งั้นเดี๋ยวแม่ทำแซนวิชไปด้วยดีไหม”
“เดี๋ยวมัททำให้เองค่ะ เดี๋ยวคุณแม่ไปนอนรอที่สปีดโบ๊ทที่ท่าเรือเลยนะคะ มัทจะรีบตามไป”
“จ๊ะ แล้วใครไปบ้างล่ะลูก” ติรกาจะถามต่อ แต่มัทรีเดินออกไปแล้ว รชานนท์ออกมาจากห้อง เห็นติรกายังยืนอยู่
“ยังไม่ลงไปเหรอครับ กระแต”
“นนท์คะ ยัยมัทชวนไปเที่ยวเกาะใกล้ ๆนี่ ไปด้วยกันไหมคะ”
“ปเล่นน้ำที่เกาะก็ดีนะ แล้วจะไปตอนไหนจ๊ะ”
“ยัยมัทให้ไปรอที่เรือตอนนี้เลยค่ะ เดี๋ยวกระแตจะไปถามคุณแม่ที่ชายหาดว่าท่านจะไปด้วยไหม”
“งั้นเดี๋ยวผมเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปไว้ที่เรือก่อนแล้วคุณรีบตามไปนะ”
“ค่ะ”
รชานนท์จะเข้าห้องแต่ไม่วายหันกลับมาหอมแก้มติรกาฟอดใหญ่ ติรกาหันมอง
“ชื่นใจ”
ติรกายิ้มอย่างปลื้มในตัวรชานนท์

ภายในห้องครัว มัทรีทำแซนวิชอย่างรีบร้อนเพราะเห็นติรกากำลังเดินไปทางชายหาด
บริเวณท่าเรือ รชานนท์หอบกระเป๋าใบเล็ก กับเอาผ้าขนหนูคลุมหัวไว้แล้วเดินไปที่สปีดโบ๊ท รชานนท์ปีนลงไปที่เรือแต่ก้าวพลาดจนเท้าเสียหลัก รชานนท์ล้มลงหัวกระแทกขอบเรือจนมึนสลบไป

วันรบเดินเข้ามายืนด้านหลังมัทรีที่กำลังวุ่นกับการทำแซนวิส
“มัททำอะไรครับ”
มัทรีสะดุ้งทันที
“ก็...แซนวิชน่ะค่ะ”
“วันนี้คุณยายจะเผาอาหารทะเลตอนกลางวันไม่ใช่เหรอ”
“มัท..มัทหิวก็เลยทำกินรองท้อง”
“รองท้อง แล้วทำไมต้องใส่ตะกร้าด้วยล่ะ ทำยังกับจะไปปิคนิก”
“ก็แค่สร้างบรรยากาศ แพ็กเกจมันช่วยได้”
“งั้นผมกินด้วยนะ”
วันรบทำท่าจะหยิบแซนวิส
มัทรีรีบดึงกล่องออกทันที
“ไม่ได้นะคะ”
“ทำไมถึงกินไม่ได้ล่ะ หรือว่ามัททำให้ใคร”
“ก็ทำเผื่อคุณยาย คุณแม่ พี่พุทราไงคะ”
มัทรีรีบเอากล่องใส่ตะกร้า จะคว้าเดินออกไป
“มัทจะไปไหน”
“มัทจะไปหาคุณยายค่ะ”
มัทรีรีบเดินออกไป วันรบรีบตามประกบทันที

มัทรีจะเดินไปที่ท่าเรือ วันรบตาม
“มัท คุณยายอยู่ที่ชายหาด” วันรบบอก
มัทรีเห็นว่า วันรบไม่เลิกตามแน่ จึงตัดสินใจวิ่ง
“มัท” วันรบร้องตาม
“พี่รบจะขวางมัทไม่ได้”
มัทรีรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ วันรบวิ่งตามจนคว้ามือมัทรีไว้ได้
“มัทจะไปไหน”
“มัทจะบอกความจริงกับแม่”
มัทรีตัดสินใจเอานิ้วจิ้มที่ตาวันรบเพื่อถ่วงเวลา
“ขอโทษนะคะพี่รบ”
วันรบเจ็บตาใช้มือกุมไว้แน่น มัทรีรีบวิ่งไปที่เรือสปีดโบ๊ท วันรบพยายามจะมอง เห็นลางๆว่า มัทรีกำลังวิ่งไปที่เรือ วันรบพยายามจะตามไป แต่ตาก็ไม่เปอื้ออำนวย มัทรีกระโดดลงมาที่เรือ เห็นร่างรชานนท์มีผ้าขนหนูคลุมปิดหัวอยู่จะเข้าไปดู
“มัท”
มัทรีตัดสินใจรีบไปสตาร์ทเรือแล้วขับออกไปทันที วันรบวิ่งมาถึง เรือของมัทรีก็แล่นออกไปแล้ว
“มัท”
วันรบยืนมองอย่างทำอะไรไม่ได้
เตือนใจวิ่งมาด้วยความตกใจ
“ตารบ เกิดอะไรขึ้น”
“มัทพาคุณแม่ยายไปไหนไม่รู้ครับ”
“มัทพาใครไปไหนนะ” ติรกาเดินเข้ามาพอดี
วันรบเห็นติรกาก็ตกใจ
“คุณแม่ยาย...แล้วมัทไปกับใคร”

มัทรีทำฟอร์มหยิบมะพร้าวขึ้นมาเหมือนไม่สนใจแต่พอเปิดได้ก็ดื่มน้ำมะพร้าวอั๊ก ๆ ๆ ๆ และควักเนื้อมะพร้าวขึ้นมากินด้วยความหิวโหย รชานนท์มองขำ ๆ มัทรีเงยหน้าขึ้นมาเห็นรชานนท์กำลังมองอยู่ มัทรีถึงกับเขินแต่ก็ยังทำฟอร์ม
“เอ้า...มัทกินแล้วไง”
มัทรีเอามะพร้าวอีกลูกมาวางคืนให้รชานนท์ รชานนท์รับมากิน มัทรีมองรชานนท์แล้วชะงัก เห็นขมับของรชานนท์มีคราบเลือดไหลลงมาจากขมับยาวมาถึงลำคอ มัทรีตกใจ
“ป๋า ทำไมมีเลือด”
รชานนท์เอามือแตะที่ศีรษะ
“อ้อ..ตอนล้ม มันไปโขกโดนหิน”
มัทรีพูดเสียงดัง
“อย่าเอามือแตะ มือป๋าไม่สะอาด”
มัทรีลืมความโกรธเข้ามาแตะดูที่แผล
“เลือดออกตั้งเยอะ”
“พ่อไม่เป็นไร”
“แผลขนาดนี้ยังไม่เป็นอะไรอีกเหรอคะ”
มัทรีตัดสินใจฉีกแขนเสื้อทั้งสองข้างออก มัทรีใช้ข้างหนึ่งออกไปรองน้ำฝนด้านนอกให้หมาดๆ แล้วเอามาเช็ดแผลทำความสะอาด เสร็จแล้วใช้อีกข้างพันปิดแผลให้ที่ศีรษะของรชานนท์ มัทรีมองอย่างพอใจในผลงาน
“จะได้กันแผลสกปรกด้วย”
“ขอบใจนะลูก”
“ก็ป๋าช่วยมัท ถือว่าเราไม่ติดค้างกัน”
มัทรีกลับมาทำมึนตึงใส่รชานนท์แล้วเดินกลับไปนั่งที่มุมตัวเอง รชานนท์ยิ้มๆ แตะผ้าที่พันอยู่บนศีรษะ

มัทรีนั่งทอดน้ำตาคลอ มองน้ำฝนที่ยังหลั่งไหลอยู่ด้านนอก รชานนท์นั่งมองมัทรีอย่างสังเกต เห็นมัทรีแอบปาดน้ำตา
“คิดถึงแม่เหรอ”
“ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงมัทแย่แล้ว คุณยายบอกว่าเวลามัทไม่ได้อยู่บ้าน แม่จะไม่หลับจนกว่ามัทจะกลับหรือว่าได้ยินเสียงรถของมัท ถ้าแม่รู้ว่ามัทก่อเรื่อง แม่ต้องโกรธมัทแน่ๆ”
“ไม่มีใครโกรธมัทหรอกเพราะทุกคนรักมัท..พ่อก็รักมัทนะลูก”
คำพูดของรชานนท์แทงใจดำมัทรีจนเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
“ถ้ารัก..คงไม่ปล่อยให้มัทต้องเป็นลูกไม่มีพ่อ...ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเสียใจ คุณไม่รู้หรอกว่าเด็กที่ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นเค้ามันเจ็บปวดแค่ไหน ให้มัทคิดว่าพ่อตายจากมัทไปยังไม่เสียใจเท่าที่รู้ว่ามัทโดนพ่อตัวเองทอดทิ้ง”
“พ่อไม่เคยทิ้งมัท มัทเข้าใจผิดนะลูก”
“ป๋าจะบอกว่าที่แม่เล่าให้มัทฟังเป็นเรื่องโกหกงั้นเหรอ”
“พ่อไม่ได้ว่าอย่างนั้น มัทบอกพ่อได้ไหมว่าแม่เขาเล่าว่ายังไง”
มัทรีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเล่า
“พอแม่รู้ตัวว่ามีมัทก็ไปหาพ่อ แม่บอกคุณปู่ว่ามีมัท คุณปู่บอกว่าจะบอกให้พ่อติดต่อมา แต่พ่อก็ไม่เคยติดต่อมาเลย ทิ้งให้แม่เลี้ยงมัทคนเดียว”
“แม่เขาไปเจอคุณปู่ด้วยเหรอ พ่อไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ”
“ตอนนี้ ป๋าจะพูดอะไรก็พูดได้”
“มัทรู้ไหมว่าจากตรงนี้ถึงปลายทางที่ดวงจันทร์ ทางมันไกลแค่ไหน”
“มัทจะไปรู้ได้ยังไง”
“พ่อก็ไม่รู้หรอกว่ามันไกลแค่ไหน แต่พ่อรู้แค่ว่าปลายทางของพ่อคือการได้แต่งงานกับแม่ของหนู แต่คุณปู่อยากให้พ่อไปเรียนต่อ พ่อก็คิดจะพาแม่ของหนูไปด้วย แต่คุณปู่ให้พ่อเดินทางกระทันหันด้วยเหตุผลว่าที่มหาวิทยาลัยทางโน้นให้พ่อไปรายงานตัวด่วน”
“แล้วแม่ล่ะ พ่อไม่คิดถึงแม่เหรอว่าแม่จะทำยังไงที่มีมัท”
“พ่อไม่รู้จริงๆว่ามีหนู พ่อยอมไปเพราะคุณปู่บอกว่าจะออกทุนให้แม่ตามพ่อไป พ่อเฝ้ารอ..แต่แม่หนูก็ไม่มา สองเดือนที่พ่อรอแต่ได้รับข่าวจากคุณปู่ว่าแม่ของหนูแต่งงานกับหมอนพไปแล้ว พ่อเสียใจมากจนไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหรือทำอะไรได้อีก ถ้าไม่ได้ป้านีมาดูแล พ่อคงเร่ร่อนอยู่ที่โน่นไม่ได้กลับมาเมืองไทย”
มัทรีฟังแล้วถึงกับอึ้งไป
“มัทอาจจะไม่เชื่อ แต่พ่อเสียใจเสมอที่รู้ว่าพ่อไม่เคยได้ดูแลแม่ ดูแลลูก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พ่อจะไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้ดูแลแม่กับมัท”
มัทรีเห็นสีหน้าเสียใจของรชานนท์ มัทรีเริ่มสับสน ได้แต่มองเหม่อมองออกไปด้านนอก รชานนท์มองมัทรีเงียบๆ รู้สึกถึงความผิดของตัวเองที่ทะลักเข้ามาเต็มหัวใจ

ฟ้ามืดสนิทแล้ว วันรบกับติรกานั่งเครียดไม่แพ้กัน วันรบใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างติรกา ติรกามองวันรบอย่างไม่เข้าใจว่า วันรบจะมาไม้ไหน
“คุณแม่ยายครับ ที่มัททำแบบนี้มันเป็นความผิดของผมเอง ถ้าผมยอมให้มัททำอย่างที่เขาต้องการ มัทก็คงไม่ขับเรือออกไปแบบนี้ ผมขอโทษครับ” วันรบยกมือไหว้ติรกา
ติรกาเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของวันรบก็รู้สึกได้ทันทีว่า วันรบไม่ได้แสแสร้ง
“นายขัดใจยัยมัทเรื่องอะไร”
วันรบมองติรกาอย่างตัดสินใจ
“เรื่องอาการป่วยของคุณแม่ยายน่ะครับ ผมห้ามมัทไม่ให้บอกความจริงเพราะ...”
“เพราะอะไร”
“เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณแม่ยายรู้ความจริงแล้วทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม ผมกลัวทั้งที่ผมรู้ว่า สักวันคุณแม่ยายก็ต้องรู้ความจริงทุกอย่างอยู่ดี ถ้ามัทกลับมาคราวนี้ แล้วเขาอยากจะบอกอะไรก็ตามผมก็จะไม่ขวางอีกต่อไป”
“แล้วนายไม่กลัวเหรอว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม”
“กลัวครับ...แต่ผมเชื่อว่าความรักที่ผมมีต่อมัทจะทำให้คุณแม่ยายเข้าใจ”
“แล้วถ้าฉันไม่เข้าใจล่ะ”
“ผมก็จะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอดทนเพื่อความรักของผม ผมอยากดูแลคนที่ผมรักและคนๆนั้นคือมัทเพียงคนเดียว”
ติรกามองวันรบอย่างพินิจ
“ฉันจะคอยดู”
“ขอบคุณครับ”
ติรกากับวันรบหันมองไปในทะเลด้วยความหวัง อยากให้ฝนหยุดตกโดยเร็ว

ฟ้ามืดสนิทแล้ว มัทรีนั่งหาวโยที่สายตายังมองฝ่าความมืดออกไปข้างนอก
“มัท..ถ้าง่วงก็นอนเถอะลูก เดี๋ยวพ่อนั่งเฝ้าเองนะ”
มัทรีทำเป็นไม่ได้ยินมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ รชานนท์ร้องเพลงกล่อมเบาๆ
“ดึกแล้วหนา หลับเถิดหนอ พ่อจะร้อง เพลงกล่อม กล่อมเบาเบา เจ้าตัวน้อย ค่อยค่อยนอน ฝันดีทำตาพริ้ม ง่วงนอนแล้วอย่างนี้นอนเถอะหนา เจ้าตัวดี จะให้พ่อร้อง ทั้งคืนหรือไร”
มัทรีฟัง ๆ เริ่มสัปหงกจนจนทนไม่ไหวลงไปนอนกับพื้นอย่างยอมแพ้ มัทรีนอนขดตัวใช้แขนตัวเองต่างหมอน รชานนท์มองแล้วตัดสินใจลุกไปนั่งข้างๆ แล้วจับให้มัทรีนอนบนตักอย่างเบามือ รชานนท์ลูบหัวมัทรีอย่างอ่อนโยน
“พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว อยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว หนึ่งและสอง หนึ่งและสอง สามสี่...แปดสิบสอง แปดสิบสาม แปดสิบสี่ ..”
มัทรีหลับตายิ้มอย่างมีความสุข แล้วมัทรีค่อยๆลืมตา น้ำตาคลออย่างปลาบปลื้ม รชานนท์ยังร้องเพลงกล่อมต่อไป
“พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาวอยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว หนึ่งและสอง หนึ่งและสอง สามสี่ พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาวอยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว”
รชานนท์ค่อยๆเอามือเปิดผมที่สยายปิดหน้าตาของมัทรีอยู่แล้วเอามือวางมือบนศีรษะมัทรี ลูบอย่างเอ็นดูด้วยความรักรชานนท์สีหน้ายิ้มละมุนอย่างมีความสุข
“แปดหมื่นสอง แปดหมื่นสาม...แปดหมื่นสี่”
ขณะที่สายใยของพ่อกับลูกกำลังจะเชื่อมหากัน ที่บริเวณช่องหินด้านบนมีงูตัวหนึ่งกำลังเลื้อยผ่านเข้ามา

เช้าวันใหม่ ที่บ้านพักริมทะเล ติรกาผล็อยหลับอยู่ที่เก้าอี้ แต่วันรบมองผ่านออกไปด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ ฝนขาดเม็ดแล้ว วันรบลุกขึ้น พุทรากับเตือนใจรีบเข้ามา
“ฝนหยุดแล้วค่ะ” พุทราพูดขึ้น
ติรกาสะดุ้งตื่นทันที วันรบหันมาพูดกับทุกคน
“ผมจะไปรับมัทเดี๋ยวนี้”
วันรบรีบเดินออกไปทันที
“ฉันไปด้วย” ติรกาพูดขึ้นแล้วหันไปบอกกับพุทรา
“พุทราดูแลคุณแม่ด้วยนะ” -
“ยัยติ แม่ไปด้วย” เตือนใจร้องบอก
“คุณแม่เตรียมของอร่อยไว้ให้ยัยมัทดีกว่าคะ ยัยมัทกลับมาคงหิวมาก”
ติรการีบวิ่งตามวันรบไป
“ขอให้หลานฉันปลอดภัยด้วยเถอะ” เตือนใจพูดขึ้น

เวลาต่อมา วันรบขับเรือมาจอดที่หน้าเกาะแล้วกระโดดลงทันที วันรบหันมารับมือติรกา ติรกากระโดดลงมาลุยทะเลขึ้นไปบนเกาะ ติรกามองหามัทรีและรชานนท์ด้วยความเป็นห่วง
“สองคนนั้นหายไปไหน”
วันรบสังเกตไปรอบๆ พบช่องหินด้านบน
“ข้างบนมีช่องหินอยู่ เขาอาจไปหลบฝนตรงนั้นก็ได้ครับ”

บริเวณช่องหินด้านบน รชานนท์นั่งหลับโดยมีมัทรีนอนหนุนตักอยู่
“ยัยมัท,มัทครับ” เสียงร้องเรียกของติรกาและวันรบดังขึ้น รชานนท์กับมัทรีได้ยินเสียงก็ค่อยๆ รู้สึกตัว ติรกากับวันรบเข้ามาจนถึงช่องหิน ติรกาเห็นรชานนท์กับมัทรีปลอดภัยก็ดีใจมาก ติรกากับมัทรีโผเข้ากอดกันแน่น
“ยัยมัท”
“แม่”
“ลูกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เรือมันลอยกลับไป แม่ไม่เห็นลูก แม่ใจหายหมดเลย”
“มัทไม่เป็นไรค่ะแม่ แต่ป๋า...”
มัทรีหันไปมองรชานนท์ ติรกากับวันรบหันมองตามไป
“ป๋า...หัวไปโดนอะไรมา”
“ลมมันแรงมาก มันพัดกิ่งไม้มาทางมัท แต่ป๋าเขามาบังมัทไว้ค่ะ”
ติรกาขยับเข้าไปหารชานนท์ แตะที่แผลอย่างเจ็บปวดแทน
“นนท์...เจ็บมากไหม”
รชานนท์ยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอกกระแต เพื่อลูกผมทนได้”
ติรกากอดรชานนท์ มัทรีมองติรกากับรชานนท์อย่างสับสน แต่มัทรีก็ตัดสินใจ
“แม่คะ มัทมีเรื่องจะบอกแม่”
“มัท” เสียงวันรบร้องขึ้นตกใจ มัทรีเข้าใจว่า วันรบจะปรามเรื่องที่มัทรีจะพูด
“พี่รบอย่าขวางมัทเลยค่ะ”
“พี่ไม่คิดจะขวางมัทนะ แต่รอให้เรากลับไปที่ฝั่งก่อนได้ไหม มัทไม่เห็นใจผมก็น่าจะเห็นใจป๋าบ้าง”
“คนที่มัทจะเห็นใจมีเพียงคนเดียวคือแม่ของมัท มัทจะไม่ยอมให้แม่เสียใจ ถ้าแม่จำทุกอย่างได้แล้วรู้ว่าถูกหลอก ถูกสวมรอย แม่จะต้องเป็นทุกข์ไปตลอดชีวิต มัทยอมไม่ได้ค่ะ”
“ มัท แม่ว่า” ติรกาพยายามจะปรามอีกคน
มัทรีดึงติรกาให้มาใกล้กับตัวเอง มัทรีกับติรกายืนหันหน้าออกไปหาวันรบกับรชานนท์
“แม่คะ..ความจริงคือ”
สายตาของวันรบกับรชานนท์เห็นงูอยู่ด้านหลังมัทรี วันรบกับรชานนท์พูดขึ้น
“มัท อย่าขยับนะ”
“ไม่ อย่าคิดจะห้ามมัทซะให้ยาก”
“กระแต พาลูกออกมา” รชานนท์ ร้องบอกติรกา
ติรกามองตามสายตารชานนท์กับวันรบเห็นงูที่กำลังเลื้อยอยู่ก็ตกใจ รีบตั้งสติบอก
“ยัยมัท ออกไปกับแม่ ช้าๆ นะ”
“แม่...ทำไมแม่ไม่ฟังมัท พวกเขากำลังหลอกแม่นะ”
“มัท...ออกไปกับแม่” ติรกาย้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่! จนกว่าแม่จะฟังมัท”
วันรบค่อยๆ ขยับเข้ามาจับมือมัทรี
“มัท..ไปจากที่นี่ ผมขอร้อง”
มัทรีสะบัดกลับหลังหันอย่างงอน
“ไม่”
พอมัทรีหันกลับมาเงยหน้าเห็นงูอยู่ด้านบนก็ตกใจกรี๊ดลั่น งูพุ่งตัวเข้าหามัทรี วันรบตัดสินใจกระโดดพุ่งเข้าชาร์ทมัทรีให้พ้นวิถี งูฉกเข้าที่ต้นแขนของวันรบเต็ม ๆ
“โอ้ย”
“พี่รบ” มัทรีร้องขึ้น
งูเลื้อยหนีไปแล้ว รชานนท์ ติรกา รีบเข้าไปดูวันรบ
“พี่รบ...อย่าเป็นอะไรนะ พี่รบ แม่คะ..ป๋า..ช่วยพี่รบด้วย”
ติรกาเห็นแผลถูกงูกัดก็ตัดสินใจก้มดูดเอาพิษงูออก
“นนท์คะ หาอะไรมารัดแขนด้วยค่ะ”
รชานนท์เอาเศษเสื้อที่เหลือของมัทรีมามัดเหนือต้นแขนวันรบไว้
“ไอ้รบ ไหวมั้ย” รชานนท์ถาม
“ไหวครับพี่” วันรบตอบแต่ตาปรือมาก
“ต้องรีบพาเจ้ารบเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด”
รชานนท์ประคองวันรบ ติรกาเข้าช่วย มัทรีรีบตามไปลงเรือทันที
เตือนใจคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้านพักชายทะเลด้วยสีหน้าตกใจ พุทรามองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“แล้วตอนนี้ตารบเป็นยังไงบ้าง ได้ๆ แม่จะให้พุทราจัดการให้เดี๋ยวนี้”
เตือนใจวางสาย พุทรายิงคำถามทันที
“เจอคุณมัทแล้วใช่ไหมคะ แล้วคุณมัทกับคุณนนท์เป็นยังไงบ้าง แล้วคุณรบเป็นอะไรเหรอคะ ว่ายังไงคะคุณเตือน”
“แม่พุทรา หล่อนเว้นช่องว่างให้ฉันพูดหน่อยได้ไหม รัวขนาดนี้ฉันตอบไม่ทัน”
“ก็พุทราใจร้อนนี่คะ”
“ตอนนี้เจอตานนท์กับยัยมัทแล้ว แต่ตารบโดนงูกัด หล่อนรีบโทรเรียกรถพยาบาลมารอที่ท่าเรือเดี๋ยวนี้” เตือนใจสั่ง

เวลาต่อมา... ติรกา รชานนท์ มัทรี เตือนใจ และพุทรารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวาย ทันทีที่หมอเปิดประตูออกมา ทุกคนขยับเข้าหาหมอทันที
“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”
มัทรีเข้ากอดเตือนใจด้วยความโล่งใจ ติรกากอดรชานนท์ด้วยความดีใจ พุทราจะเข้ากอดรชานนท์ด้วย แต่เตือนใจที่อยู่ใกล้เอานิ้วดันหน้าพุทราไว้ เตือนใจชักสีหน้าขู่สุดฤทธิ์ พุทราชะงักหน้าจ๋อยไปด้วยความเสียดาย

บนเตียงคนไข้ ในเวลากลางวัน วันรบเริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นมัทรี ติรกา รชานนท์ เตือนใจ พุทราล้อมเตียงมองอย่างห่วงใย
“พี่รบตื่นแล้ว พี่รบไม่เป็นไรแล้วนะคะ”
“มัทล่ะ มัทเป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีจับมือวันรบ
“มัทไม่เป็นอะไรค่ะ มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พี่รบต้องเจ็บตัว”
“แค่มัทไม่เป็นอะไร ผมก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว” วันรบยิ้มนิดๆ
วันรบมองไปทางรชานนท์กับติรกา
“ป๋าเป็นไงมั่ง”
“ก่อนห่วงคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมไอ้รบ ฉันหัวแข็งไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกน่า”
“ขอบใจนะวันรบ ที่ช่วยปกป้องยัยมัท” ติรกาว่า
“ผมบอกคุณแม่ยายแล้วนี่ครับ ว่าผมจะดูแลคนที่ผมรักให้ดีที่สุด”
ติรกายิ้มรับ เตือนใจมองติรการู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป ติรกาเห็นสายตาเตือนใจก็ยิ้มให้แล้วเดินออกไป เตือนใจเดินตามไป

ติรกาเดินเข้ามาที่สวนภายในโรงพยาบาล เตือนใจเดินตามมา ติรกาหยุดนิ่ง
“แม่กำลังสงสัยใช่ไหมคะว่าทำไมหนูถึงดีกับวันรบนัก”
“นั่นสิ แม่รู้ว่าแกยอมให้ยัยมัทหมั้นกับตารบเพราะเห็นแก่ความสุขยัยมัท แต่ลึก ๆ ติก็ยังระแวงตารบไม่ใช่เหรอลูก”
“เมื่อก่อนหนูต่อต้านปิดหูปิดตาไม่เคยมองหรือคุยกับวันรบจริงจัง แต่หนูก็ยังไม่เชื่อคิดว่า วันรบคงเก่งแต่ปากหวานไปวันๆ แต่วันนี้หนูเห็นแล้วว่าวันรบรักยัยมัทมาก”
“มากจนตายแทนกันได้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ติจะอนุญาตให้เขาแต่งงานกันอย่างเต็มใจแล้วใช่ไหม”
“เรายังมีเวลาดูความประพฤติว่าที่ลูกเขยอีกตั้งเดือนนึง ถึงตอนนั้นหนูก็คงตัดสินใจได้ล่ะค่ะแม่ หนูจะไปซื้อของกินให้แก๊งค์เฝ้าไข้ คุณแม่จะกลับขึ้นไปก่อนก็ได้นะคะ”
“จ๊ะ.. เจ้าประคู้ณ ทุกอย่างกำลังดีแล้ว ขอให้ดีตลอดไปเถอะ เพี้ยง” เตือนใจมองตามติรกาไป

ติรกาซื้อขนมเสร็จแล้วเดินกลับเข้ามายังบริเวณทางเดินตรงเข้าตึกโรงพยาบาล รชานนท์เดินเข้ามาหา
“กระแต”
“นนท์..ลงมาทำไมล่ะคะ”
“ผม..คิดถึงน่ะ”
“กระแตลงมาซื้อขนมให้น่ะค่ะ หิวไหม คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยนี่คะ”
ติรกาหยิบขนมปังขึ้นมาบิยื่นให้
รชานนท์จับมือติรกาดึงเข้ามาแล้วใช้ปากกินขนมปังจากมือติรกา รชานนท์งับเลยมาที่นิ้วติรกาเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ ติรกาหน้าแดงจนรชานนท์มองแปลกใจ
“ทำไมกระแตหน้าแดงล่ะ ไม่สบายเหรอครับ”
ติรการีบเก็บอาการแล้วดึงมือออกอย่างเขินๆ
“เปล่าค่ะ”
ติรกาเห็นผ้าที่พันศีรษะของรชานนท์เริ่มลุ่ย
“จริงสิ ทำไมคุณถึงพันผ้าล่ะคะ”
“อ๋อ..ก็มัน”
ติรกาไม่รอคำตอบเพ่งมองที่ผ้าเห็นรอยคราบเลือด
“เลือด..คุณหัวแตกเหรอ”
“ก็อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ”
“งั้นไปเลยค่ะ”
“ไปไหน”
“ไปหาหมอสิคะ”
ติรกาดึงมือรชานนท์ออกไปทันที

ภายในห้องฉุกเฉิน รชานนท์นั่งให้พยาบาลปิดแผลที่ศีรษะให้ ติรกาดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด
“รบกวนทำความสะอาดสักสองครั้งนะคะ กลัวแผลจะติดเชื้อน่ะค่ะ ทิ้งไว้ทั้งคืน”
รชานนท์ยิ้ม พยาบาลทำแผลเสร็จก็เดินออกไป ติรกาเห็นรชานนท์ส่งสายตาแปลกๆก็สงสัย รชานนท์จับมือติรกา
“ผมดีใจน่ะครับ ที่ภรรยาดูแลอย่างใกล้ชิด”
ติรกาอึ้งไปเล็กน้อยแล้วยิ้มปลื้ม ติรกาจับแก้มรชานนท์อย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะคะที่คุณดูแลลูก”
“ก็ผมรักลูกของผมนี่ครับ...แล้วก็รักเมียของผมด้วย
รชานนท์จับมือของติรกามาจูบเบาๆ ติรกายิ้มปลื้ม รชานนท์ยิ้มอย่างมีความสุขไม่ต่างกัน

ในห้องพักคนไข้ วันรบหลับอยู่คนเดียวในห้อง มัทรีเข้ามานั่งข้างวันรบแล้วพูดเบาๆ
“มัทขอโทษนะคะ”
วันรบพูดทั้งๆ ที่ไม่ยังหลับตา
“ผมก็ขอโทษมัทเหมือนกัน”
วันรบลืมตาขึ้น
“มัททำให้พี่รบต้องเจ็บ”
วันรบจับมือมัทรีมากุมไว้
“ผมดีใจนะที่มัทไม่เป็นอะไร รู้ไหมว่าผมห่วงมัทมาก”
“มัทขอโทษ”
“ถ้ามัทอยากจะบอกความจริงกับคุณแม่ ผมก็จะไม่ขวางมัทอีกแล้วนะ”
“มัทบอกแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไว้หลังเราแต่งงานก่อนดีกว่า”
วันรบแปลกใจ
“ทำไมล่ะครับ”
“ก็ถ้าเกิดแม่จำได้แล้วไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับผู้ชายแสนดีอย่างพี่รบ มัทก็ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะสิคะ เพื่อเรามัทจะสู้จนตัวตาย”
วันรบหยอกด้วยการดึงจมูกมัทรีเบาๆ
“เบรกหน่อย เบรก...แค่รู้ว่ามัทรักผม ผมก็จะสู้เพื่อบ้านเมือง แม้เลือดหยดสุดท้าย”
มัทรีดึงจมูกวันรบบ้าง
“เบรกหน่อยค่าเบรกหน่อย”
“ผิดแล้ว ผิดๆ ถ้ามัทจะเบรกผมต้องแบบนี้”
วันรบรั้งศีรษะให้มัทรีเข้ามาใกล้ วันรบใช้จมูกตัวเองชนกับจมูกของมัทรีเบาๆ สายตาประสานกันในระยะประชิด
วันรบเหมือนมีแรงดึงดูดจะเข้าใกล้ มัทรีก็เหมือนจะเคลิ้ม แต่วันรบเอามือตัวเองขึ้นปิดปากมัทรีไว้ จูบโดยมีมือวันรบคั่น วันรบผละออกจากมัทรีอย่างยากเย็น
“ผมว่า..มัทห่างหน่อยดีกว่า เดี๋ยวเกิดพ่อตาแม่ยายเข้ามาเห็น ผมอาจจะโดน...”
วันรบทำนิ้วปาดคอ
มัทรียิ้มแล้วหอมแก้มวันรบ
“รางวัลค่ะ”
วันรบยิ้มหายใจเข้าออกลึก ๆ
“ที่โซฟาเลยมัท ผมขอร้อง”
มัทรีขำแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาแต่โดยดี วันรบยิ้มดีใจ

เช้าวันใหม่หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กระถินนั่งกลุ้มใจ หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ภายในห้องนั่งเล่นบ้านวันทนีย์ ข้างๆตัวของกระถินมีดีวีดีหลายแผ่นวางอยู่ใกล้ ๆ
“แผนนี้จะได้ผลมั้ยเนี่ย... แต่ถ้าไม่ทำก็ชวดพี่รบ แต่ถ้าแผนแตก ตายสถานเดียว”
กระถินตัดสินใจเด็ดขาด
“เอาวะ! ท่องไว้กระถิน ด้านได้อายอด ด้านหมดอดได้พี่รบ”
กระถินพูดจบแล้วหยิบแผ่นดีวีดีละครเรื่อง “อุ้มรัก” มาใส่ในเครื่องเล่น กดรีโมท แผ่นเริ่มเล่นแล้ว หยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาเตรียมจดจดรายละเอียดบางอย่างลงสมุดโน้ตอย่างตั้งใจ

วันทนีย์กำลังทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว กระถินเข้ามาพอดี แต่พอได้กลิ่นอาหารก็เกิดอาการพะอืดพะอมแต่กระถินพยายามเก็บอาการไว้
“เป็นไรนังกระถิน”
“เหม็นเปรี้ยวตัวเองล่ะสิ ฉันรู้นะว่าเมื่อคืนพี่กระถินไม่ยอมอาบน้ำ” อาไทบอก
“ไอ้อาไท” กระถินร้องขึ้นแล้วมองหน้าวันทนีย์
“ไม่จริงนะจ๊ะแม่ กระถินอาบน้ำทุกคืน”
กระถินยิ้มทำฝืนยกกับข้าวใส่ถาดแล้วจะยกออกไป แต่ทนไม่ไหวรีบวางถาดลงแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างอาเจียนทันที
วันทนีย์กับอาไทมองกระถินอย่างอึ้งๆ งงๆ กับอาการของกระถิน กระถินแอบมองไปทางวันทนีย์แล้วแกล้งอาเจียนต่อ
กำนันเรืองเดินเข้ามา เห็นกระถินอาเจียนโอ้กอ้ากอยู่นานก็เข้าไปทักอย่างเป็นห่วง

“นังกระถิน เอ็งเป็นอะไร”
“ไม่รู้จ้ะ... อยู่ๆมันก็คลื่นไส้ขึ้นมา นี่ก็มึนหัวด้วย สงสัยจะนอนน้อย” กระถินบอก
“นอนน้อยมันทำให้อ้วกด้วยเหรอวะ” วันทนีย์พูดขึ้น
กระถินแกล้งยิ้มเจื่อนๆ ให้วันทนีย์ แล้วหันไปอาเจียนต่อ
“คนอะไรอ้วกได้อ้วกดี ยังกะแพ้ท้อง” วันทนีย์ว่า
วันทนีย์พูดแล้วก็นิ่งไป หันไปมองกับกำนันเรือง กับอาไทที่พูดขึ้นพร้อมกัน
“แพ้ท้อง”
วันทนีย์เข้าไปดึงแขนกระถินอย่างร้อนใจ
“กระถิน เอ็งท้องใช่มั้ย”
กระถินหลบสายตาวันทนีย์ แล้วแกล้งแสดงท่าทางเหมือนโดนจับได้ว่าโกหก
“เปล่าจ้ะแม่”
“แล้วเอ็งหลบตาข้าทำไม”
กระถินร้องไห้ด้วยอาการกลัวๆ พูดไม่ออก เพราะมัวแต่อาเจียน
“กระถิน.. กระถิน..” อ้วกก...
“จะบอกความจริง หรือจะให้ข้าลากเอ็งไปตรวจที่โรงพยาบาล”
กระถินแกล้งหลุดปาก
“ไม่!! กระถินไม่ตรวจ กระถินไม่อยากให้คนเอาไปเม้าท์ว่ากระถินท้องไม่มีพ่อ”
วันทนีย์กับกำนันเรือง อาไทได้ยินเต็มสองหูก็อึ้งไป กระถินแกล้งทำเป็นรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากบอกความจริงก็ร้องไห้โฮทันที

บรรยากาศในร้านWedding Studio วันรบนั่งลุ้น ๆ อยู่ที่หน้าห้องลองชุดแต่งงาน โดยมีพชรกับนลินีนั่งอยู่ด้วย มุมใกล้นั้น มีหุ่นสวมชุดเจ้าสาวตั้งเรียงรายอยู่หลายตัว อีกทั้งบนราวก็ยังมีชุดเจ้าสาวมากมายแขวนอยู่ ไม่ห่างกันมากนัก ตู้โชว์มีการ์ดและของชำร่วยหลายรูปแบบวางอยู่

“แกนี่มันคนเหล็กจริงๆ งูกัดจังๆ ยังรอดมาได้” พชรพูดขึ้น
“คนดีน่ะพี่ระ ฟ้าต้องให้ผมรอดเพื่อมาแต่งงานกับคนที่ผมรักอยู่แล้ว ว่าแต่..ทำไมมัทลองชุดนานจัง”
“ชุดพวกนี้ไม่ได้ใส่กันง่ายๆ นะจ๊ะ มีซับในซับนอกเยอะอย่างมากๆ” นลินีว่า
พชรอมยิ้มแล้วว่า
“ไอ้รบเชื่อฉัน.. เลือกชุดที่ถอดง่ายๆ จะได้ไม่เสียเวลา”
นลินีบิดหูของพชรเต็มแรง พชรร้องจ๊ากลั่น...
นลินีพูดกับวันรบ
“จำไว้นะรบ ผู้หญิงให้ความสำคัญกับชุดแต่งงานมาก เพราะผู้หญิงทุกคนฝันที่จะมีงานแต่งงานแค่ครั้งเดียวในชีวิต และวันนั้นเค้าอยากจะเป็นคนที่สวยที่สุด..เพื่อเจ้าบ่าวของเค้า”
พนักงานในร้านเดินออกมาหาพวกวันรบที่นั่งอยู่
“เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะ” พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้น

มัทรีในชุดเจ้าสาว เรียบหรู ดูดี ก้าวเดินมาด้วยรองเท้าส้นสูง วันรบถึงกับตะลึงในความงามของว่าที่เจ้าสาว มัทรีเดินมาหยุดตรงหน้าวันรบ นลินีทำมือให้มัทรีหมุนตัวโชว์ มัทรีจับชายกระโปรงขึ้นแล้วหมุนตัวช้า ๆ เพื่อให้วันรบเห็นชุด วันรบมองมัทรีในชุดเจ้าสาวอย่างตื่นเต้นและประทับใจจนพูดไม่ออก
“ชุดนี้เป็นยังไงคะ”
มัทรีเห็นวันรบเอาแต่ยืนเงียบก็หวั่นใจ
“ม่สวยเหรอคะ”
นลินีกับพชรพร้อมใจกันตบไหล่วันรบเรียกสติ
“อึ้งตะลึงอยู่ได้” พชรว่า
วันรบ ว่าที่เจ้าบ่าวถึงกับเขิน
“ก็...สวยจนพูดไม่ออก... มัทสวยจัง”
มัทรีเขินเช่นกัน
“จริงเหรอ... ไม่ดูอ้วนใช่มั้ย”
วันรบส่ายหน้ายิ้มอย่างประทับใจในความสวยของมัทรี
“เห็นแล้วอยากจัดงานแต่งพรุ่งนี้เลย”
วันรบเดินเข้าไปกุมมือมัทรี แต่นลินีเข้ามาตีมือวันรบดังเพี๊ยะ!
“ไม่ได้ หลานพี่ พี่หวง.. ไม่ยกให้ง่ายๆ หรอกนะ”
“อยากแต่ง.. ต้องสาบานตนก่อน แบบฝรั่งไง” พชรว่า
พชรให้วันรบยืนประจันหน้ากับมัทรี แล้วเก็กหน้าขรึม
“นายวันรบ แคล้วคลาดภัย ท่านสัญญาว่าจะรัก ดูแลและอยู่เคียงข้างนางสาวมัทรี หาญการไกล ทั้งยามสุขและยามทุกข์ตลอดไปหรือไม่”
วันรบยิ้มถือโอกาสเล่นด้วยกับพชร
“ผมสัญญา”
“ไม่สัญญาโว้ย”
เสียงของวันทนีย์ดังขึ้น ทุกคนอึ้งไปแล้วหันไปมอง วันทนีย์ยืนเท้าสะเอวท่าทางเอาเรื่อง
“แม่” วันรบร้องทัก

บริเวณมุมหนึ่งของร้าน อาไทมองไปยังวันทนีย์และกำนันเรืองที่ยืดกอดอกด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“แกไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับใคร”
“ผมกับมัทหมั้นกันแล้ว แม่จะห้ามผมได้ยังไง”
“เพราะแกต้องรับผิดชอบการกระทำของแก” กำนันเรืองบอก
“เข้ามานังกระถิน” วันทนีย์เรียก
กระถินเดินเข้ามาในชุดคลุมท้อง แถมท้องโตเหมือนคนใกล้คลอด เดินสะอึกสะอื้นเข้ามาในร้าน
“พี่รบ”
ทุกคนเห้นแล้วร้อง “เฮ้ย”
กระถินเห็นอาการตกใจของทุกคนก็ร้องไห้ปล่อยโฮทันที
กำนันเรืองกับวันทนีย์ส่ายหน้าเซ็งๆ อาไทเอามือตีหน้าผากตัวเองอย่างหน่ายๆ
“นังกระถิน”
วันทนีย์เดินเข้าไปล้วงใต้กระโปรงของกระถิน
“กรี๊ด! แม่จะทำอะไรจ๊ะ”
กระถินถอยหนีแล้วรวบกระโปรงไว้ไม่ให้วันทนีย์ล้วง
“ข้าทนไม่ได้โว้ย พ่อ อาไทจับตัวกระถินไว้”
กำนันเรืองเข้ามาล็อคตัวกระถินไว้ กระถินกรี๊ดลั่น
“อย่านะจ้ะแม่ อย่า”
กระถินร้องวี๊ดว้ายไม่ยอม แต่วันทนีย์ไม่สนใจล้วงไปใต้กระโปรงแล้วดึงหมอนใบใหญ่ออกมา
พชรกับนลินีพูดขึ้นพร้อมกัน
“หมอน”
กระถินกรี๊ดลั่นพร้อมกับเอามือปิดหน้าท้องแบนราบของตัวเองอย่างอายๆ
“อยู่ดี ๆ เอาหมอนมายัดซะท้องโตขนาดนี้ ใครจะเชื่อเอ็งวะ”
“แม่เล่นอะไร จะมาหลอกว่ากระถินท้องงั้นเหรอ”
“ไม่ได้หลอกโว้ย”
“ถ้าท้องจริง ๆ แล้วยัดหมอนมาแบบนี้ทำไมล่ะค่ะ” มัทรีถาม
“อย่ายุ่ง ข้าไม่ได้มาคุยกับเอ็ง”
วันทนีย์พูดกับวันรบต่อ
“เรื่องหมอน กระถินมันทำเกินไป แต่ข้ายืนยันว่านังกระถินมันท้องจริงๆ”
วันทนีย์พูดจบ กระถินก็แกล้งทำอาการคลื่นไส้แล้ววิ่งไปอาเจียนที่ถังขยะ
“เห็นมั้ย อาการแพ้ท้อง” กำนันเรืองบอก
มัทรีหันไปมองหน้าวันรบอย่างแปลกใจ วันรบส่ายหน้าปฏิเสธ
“เอ็งต้องยกเลิกการหมั้นกับมัทรี แต่งงานกับนังกระถินให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการรับผิดชอบ”
กระถินหยุดอาเจียนแล้วหันมายิ้มอย่างมีความหวัง
“ไม่ ผมไม่แต่งงานกับกระถิน”
“เอ็งเป็นลูกผู้ชาย ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ” กำนันเรืองบอก
“แต่ผมไม่ได้ทำ ผมไม่เคยมีอะไรกับกระถิน”
“นั่นสิแม่ พี่รบเขาไม่โง่ทิ้งพี่นางฟ้า มาคว้าพี่กระถินหรอก จริงไหมพ่อ” อาไทบอก
“เออ..ฟังดูมีเหตุผล”
“พ่อจ๋า..อาไทอย่านอกเรื่อง” วันทนีย์บอก
กระถินรีบวิ่งเข้ามาหาวันทนีย์ทันที
“เห็นมั้ยแม่ กระถินบอกแล้วว่าพี่รบต้องพูดแบบนี้”
“ไม่คลื่นไส้แพ้ท้องแล้วเหรอ” วันรบถาม
กระถินเอามือปิดปาก แล้วเริ่มแสดงอาการคลื่นไส้และอ้วกอีกครั้ง
“นังกระถินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่าเอ็งทำอะไรนังกระถินที่ไหน..ยังไง”
มัทรีหันขวับหาวันรบทันที
“ไม่จริง ผมไม่เคยทำ ไม่เคยอยู่กันสองต่อสองด้วยซ้ำ”
“เคยค่ะ” กระถินพูดแทรกขึ้น









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:47:01 น.
Counter : 158 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 9 (ต่อ)



วันรบรับการ์ดมาแล้วนิ่ง เครียดอยู่จนมัทรีต้องเขย่าแขนวันรบเรียกความรู้สึก
“พี่รบคะ...พี่รบ”
วันรบรู้สึกตัว
“ครับ ว่าไงครับมัท”
“พี่รบชอบการ์ดแบบไหนคะ”
“เอ่อ..แบบป๊อบอัพก็ดีครับ ผมชอบ”
“พี่รบ..เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีอะไรบอกมัทได้นะ”
“ผมกังวลเรื่องงานน่ะก็เลยเครียดๆ นิดหน่อย”
วริษราเดินเข้ามาทางด้านหลังวันรบ แล้วส่งเสียง
“อยากจะขอดูตัวอย่างการ์ดน่ะค่ะ”
วันรบได้ยินเสียงคุ้นๆ พอหันไปเห็นหน้าวริษรายิ้มให้ วันรบถึงกับตกใจ
“เฮ้ย!”
“มีอะไรเหรอคะพี่รบ!” มัทรีถามแล้วมองหน้าวริษรา
“ รู้จักกันเหรอคะ”
“เอ่อ..”
“ไม่ค่ะ แต่..ฉันคุ้นหน้าคุณจัง เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่าคะ” วริษราชิงตอบ
มัทรีหันขวับไปมองหน้าวันรบทันที วันรบรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ครับ... คุณคงจำคนผิด...ไปกันเถอะครับ”
วันรบรีบจูงมือมัทรีออกไปจากร้านทันที วริษรามองตามวันรบแล้วยิ้มร้าย

วันรบกับมัทรีเดินออกจากร้านการ์ดมาที่ลานจอดรถ มัทรีเริ่มสังเกตเห็นท่าทางของวันรบดูแปลกๆก็เอะใจ
“รบไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ เหรอคะ”
วันรบชะงัก ก่อนจะมองมัทรีอย่างชั่งใจ
“ไม่รู้จักจริง ๆ มัทไม่เชื่อผมเหรอ”
“แหม... ทักแค่นี้ต้องทำเครียดเลยเหรอ”
วันรบยังคงนิ่งอยู่เพราะกลัวมัทรีไม่เชื่อ แต่มัทรีเห็นท่าทางวันรบกลับคิดว่าวันรบน้อยใจ
“มัทขอโทษค่ะ... ถ้ารบบอกว่าไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก มัทเชื่อใจรบค่ะ”
มัทรียิ้มให้วันรบอย่างเชื่อใจ วันรบยิ้มน้อยๆแต่ในใจรู้สึกผิดที่โกหกมัทรี
ฝ่ายวริษราเดินออกมาจากร้านและยืนมองวันรบกับมัทรีอยู่
“ท่าทางงานนี้จะง่ายกว่าที่คิด”
วริษรายิ้มเยาะและคิดแผนการบางอย่างได้

ในเวลาใกล้เคียงกัน พุทราเดินนำติรกา เตือนใจกับนลินีไปที่บ้านหมอดูแห่งหนึ่ง
“คุณเตือนคะ ทำไมเราถึงไม่ไปขอฤกษ์จากพระล่ะคะ” นลินีถามขึ้น
เตือนใจกำลังจะตอบ แต่พุทราก็เสนอหน้ามาตอบแทนทันที
“เราใช้บริการหมอดูท่านนี้ประจำค่ะ ตั้งแต่รุ่นยาย รุ่นลูกจนถึงรุ่นหลานเลยค่ะ”
นลินีพูดกับเตือนใจอีก
“ที่นี่แม่นมากเหรอคะ คุณเตือน”
พุทราแทรกตอบแทนเตือนใจอีกตามเคย
“มาก ๆ ค่ะ คุณเตือนมาดูทุกฤกษ์ ขึ้นบ้านใหม่ วันเกิด”
เตือนใจได้โอกาสแทรกพุทราขึ้นทันที
“รวมทั้งฤกษ์มรณะด้วยค่ะ”
พุทรายังไม่รู้ตัว
“คุณเตือนดูให้ใครเหรอคะ” พุทราถามขึ้น
“ก็หล่อนน่ะสิ ฉันคุยกับคุณนีเขาอยู่จะแทรกทำไม”
“ก็พุทรากลัวคุณเตือนเหนื่อยนี่คะ”
ติรกาขยับเข้ามาดึงชายเสื้อของเตือนใจเพื่อให้เดินชะลอตามหลังนลินีกับพุทรา
“แม่คะ ทำไมเราต้องมาขอฤกษ์ขอยามเรื่องงานแต่งยัยมัทด้วย”
“อ๊ะ ก็คุณนี เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงฝ่ายเจ้าบ่าวนี่ ก่อนแกจะจำได้เขานัดกับแกเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาดูฤกษ์ยามกันวันนี้ จะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ ถ้าแกปฏิเสธเขาก็ต้องสงสัยสิว่า แกน่ะความจำกลับมาแล้วจะให้ความแตกตอนนี้ไหมล่ะ”
พุทราเข้ามาเสนอหน้าอีก
“ความอะไรแตกคะ”
ติรกากับเตือนใจถึงกับ “เหวอ” ไป
“พุทราโผล่มาเงียบๆ ตกใจหมด” ติรกาพูดขึ้น
“พุทราเรียกคุณๆตั้งนานแล้ว แต่คุณๆ ไม่ได้ยินกันเองค่ะ คุณนีเป็นพยานได้”
เตือนใจกับติรกาหันไปยิ้มกลบเกลื่อนเมื่อเห็นนลินีกำลังมองมา
“ว่าแต่เมื่อกี้คุณเตือนว่าความอะไรจะแตกตอนนี้เหรอคะ” พุทราเสียงดังทะลุขึ้นกลางป้อง
เตือนใจกับติรกามองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะนลินีกำลังมองอย่างรอคำตอบ ติรกาเฉไฉพูดขึ้น “ความ...ความไก่ไม่ทันหายความควายจะมาแทรก เอ๊ย ความลาไม่ทันหาย เอ๊ย ความวัวไม่ทัน
หาย เอ๊ย”
“ถูกแล้ว” เตือนใจ,พุทราและนลินีพูดขึ้นพร้อมกัน
“ยัยติไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้พูดเผียดพูดถาก” เตือนใจเล่นมุกกลบเกลื่อนตามติรกา
พุทรากับนลินีร้อง “เอ๊ย”
“พูดผากพูดเถียก” เตือนใจแกล้งทำเป็นพูดผิดอีกครั้ง
“เอ๊ย”
“พูดผิดพูดถูก”
พุทรากับนลินีร้อง “เอ๊ย” อีกอย่างลืมตัว
“ถูกแล้ว! เราจะตลกกันพอหรือยังคะ จะเลยที่นัดเวลาที่นัดหมอดูแล้วนะคะ”
พุทราข้องใจยังไม่เลิก
“แล้วที่ว่าแตก”
“ถ้ายังไม่หยุดถาม ก็หัวเธอนี่แหล่ะ” ติรกา ว่า
“งั้นไม่อยากรู้แล้วค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”
พุทรารีบเดินนำไป ติรกาสบตากับเตือนใจอย่างหงุดหงิดไม่ค่อยสบายใจ เตือนใจจับมือปราม

นลินีกลับมารายงานให้ทุกคนรู้ถึงฤกษ์แต่งงาน พชรถึงกับตกใจกับฤกษ์กระทันหัน
“ปลายเดือนหน้า! เร็วไปไหมเนี่ย”
นลินี วันรบและมัทรีต่างยิ้มแย้มดีใจ วันรบจับมือมัทรี
“ช้าไปด้วยซ้ำพี่ระ ผมรอมานานแล้ว ไม่อยากรอนานอีกแม้แต่นาทีเดียว”
“ก่อนแต่งพูดแบบนี้ทุกคน พอหลังแต่งนะ” พชรพูดขึ้น
“ทำไมคะ...หลังแต่งมันทำไม” นลินีถาม
“จะรู้ว่าความสุขที่แท้จริง มันเป็นยังไง”
พชรเข้ากอดนลินีแล้วทำหน้าเบ้ใส่วันรบกับมัทรี
“แล้วไป เกือบศพไม่สวยแล้วนะคุณน่ะ”
พชรถึงกับโล่งใจที่รอดตัว
“ผมกับมัทจะได้แต่งงานกัน ป๋ากับคุณแม่ยายก็คืนดีกัน ชีวิตมีความสุขจริงๆ”
“พี่ว่ามันไม่น่าจะลงตัวง่ายขนาดนั้นนะ” นลินีว่า
มัทรีกับวันรบมองนลินีอย่างสงสัย
“มีอะไรเหรอครับพี่นี”
“ก็ก่อนที่คุณพุทราจะมาส่งพี่ที่บ้าน เขาไปส่งคุณเตือนใจแม่ยายรบที่บ้านแล้วพี่ก็เห็น”
“เห็นอะไรจ๊ะเมียจ๋า” พชร ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
มัทรีกับวันรบรอฟังอย่างตั้งใจ

เย็นวันนั้น วันรบกับมัทรีเข้ามาที่บ้านของติรกา ก็ได้แต่ยืนอึ้งที่เห็นรุจีกำลังจัดอาหารบนโต๊ะ โดยมีรชานนท์ ติรกา เตือนใจ พุทรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร รุจียิ้มทักทาย
“สวัสดีเจ้า เชิญนั่งเจ้า วันนี้ข้าเจ้ายะข้าวกั๊นจิ้น (หมายถึง ข้าวผสมเลือดหมูนึ่งสุก)มาหื้อทุกคนเจ้า”
“นี่มาทุกมื้อเลยเหรอป๋า” วันรบพูดกับรชานนท์
รชานนท์กุมขมับแล้วบอก
“ตั้งแต่กระแตอนุญาตก็สามเวลาเลยล่ะ”
ติรกาลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร
“ฉันขอตัวนะคะ”
“คุณติเจ้า ข้าเจ้ายะอันหยังผิด คุณติถึง...”
ติรกาพยายามข่มความหงุดหงิดที่คุกครุ่นอยู่
“ฉันปวดหัว”
“กระแต...” รชานนท์จับมือติรกา
“ให้ฉันไปพักเถอะค่ะ”
ติรกากำลังจะไป สมภพกับธงฉานก็เข้ามาในบ้านพอดี
“สวัสดีครับทุกคน” สมภพเอ่ยทักทาย
ธงฉานเข้าไปใกล้มัทรี และเสียงหล่อเก๊ก
“สวัสดีครับน้องมัท พี่ธงฉานมาด้วยความคิดถึง อ่าฮ้า”
วันรบผลักหน้าธงฉานออกห่างแล้วเข้ามาขวาง
“แต่คู่หมั้นผมไม่ได้อยากเห็นหน้าคุณเลย อ่าฮ้า”
“นี่บ้านฉันมันกลายเป็นสวนสาธารณะแล้วเหรอเนี่ย ถึงเข้ามาเดินยั้วเยี้ยเต็มบ้านไปหมด อ่าฮ้า” เตือนใจอ่าฮ้ากับเขาด้วย
“คุณยายครับ ธงฉานมาเพราะว่า”
“อยากกินไก่สดใช่ไหม” เตือนใจโพล่งขึ้น
“สองตัวครับ แผล่บๆ เย่ย..คนนะครับไม่ใช่”
สมภพแทรกขึ้น
“ผมมาเยี่ยมคุณติน่ะครับ แล้วก็เอารายละเอียดเรื่องงานมาให้คุณติน่ะครับ”
สมภพมองไปที่รุจี
“เอ๊ะ คุณคนนี้ใครเหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย”
“ข้าเจ้าเป็นทาสฮักของคุณนนท์เจ้า”
เตือนใจกับพุทราร้อง “เฮ้ย”
อ้าว..คุณรชานนท์เป็นสามีคุณอาติ แล้วมีทาสรักก็แสดงว่าเป็นเมียน้อยสิครับ แล้วมาอยู่ในบ้านเดียวกันแบบนี้ คุณอาติช่างใจกว้าง” ธงฉานว่า
ติรกายิ่งเครียด
“ฉันขอตัวนะคะ “
ติรกาเดินจากไปทันที
“กระแต” รชานนท์ร้องเรียก
รุจีดึงรชานนท์ไว้
“คุณนนท์เจ้า กิ๋นข้าวก่อนนะเจ้า ข้าเจ้าตั้งใจทำมาเพื่อคุณนะเจ้า”
ติรกาหันกลุบมาหยุดมองแล้วสะบัดหน้างอนเดินขึ้นชั้นบนไป เตือนใจรีบตามติรกาขึ้นไป สมภพสบตากับธงฉานด้วยรอยยิ้มกริ่ม รชานนท์จะตามไปบ้างแต่รุจียึดตัวไว้แน่น มัทรีโมโหแทนติรกา
“นี่คุณ”
“น้องมัทครับ พี่ว่าเราทานข้าวพร้อมกับเขาเลยดีไหมครับ” ธงฉานว่า
วันรบกำลังจะเข้าไปห้าม แต่เสียงข้อความมือถือของวันรบก็เข้ามาพอดี วันรบกดดูข้อความจากวริษรา “ริษคงตัดใจจากพี่รบไม่ได้ สักวันแฟนพี่รบต้องเข้าใจในความรักที่ริษมีต่อพี่รบ ให้ริษได้คุยกับแฟนพี่รบนะคะ”
วันรบถึงกับตกใจสีหน้ากลัดกลุ้มขึ้นทันที พุทรามองสภาพความวุ่นวายตรงหน้าอย่างปวดหัว

ติรกาสีหน้าเครียดเดินเข้ามานั่งที่เตียงในห้องนอน ติรกาหยิบหมอนขึ้นมาแล้วขยำขยี้เพื่อระบายอารมณ์ เตือนใจเดินเข้ามายืนมองติรกา
“ยัยติ”
ติรกาเห็นเตือนใจมองหมอนในมือ
“หนูหงุดหงิดน่ะค่ะแม่ รู้ว่านนท์ไม่ได้สนใจรุจีแต่เห็นแล้วมันก็”
“ขัดหูขัดตา”
ติรกากอดเตือนใจ
“ติปวดหัวจังเลยค่ะแม่”
เตือนใจกอดติรกาด้วยความสงสารลูก

ภายในห้องรับแขก รชานนท์โวยยอย่างสุดทน
“นี่มันอะไรกันเนี่ย”
“ทั้งแม่รุจี,นายสมภพ,ธงฉานยกขบวนพาเหรดเข้ามาในบ้านป่วนจนยุ่งไปหมดแล้ว” พุทราพูดแทรกขึ้น
“ผมสงสารกระแตมากเลยครับ รุจีมาทีก็หงุดหงิดที พอง้อได้แป๊บเดียวจะดีๆ กัน รุจีก็มาอีกแล้ว คุณแม่ครับช่วยกันรุจีไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ไหมครับ”
“ยากค่ะคุณนนท์ พอแม่ต๊อนยอนมาคร่ำครวญ บีบน้ำตาก็พูดไม่ออกแล้วล่ะค่า มื้อเย็นผ่านไป มื้อเช้าก็มาใหม่ พุทราเห็นแล้วอยากจะเป่านกหวีด กรี๊ดใส่หน้าจริงๆ”
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ แม่กลัวยัยติจะเครียดจนประสาทแตกซะก่อนน่ะสิ”
เสียงข้อความมือถือของวันรบดัง วันรบกดอ่าน “พรุ่งนี้ริษจะไปหานะคะ ฝันดีนะคะพี่รบ” วันรบสีหน้าเครียด
“คุณติยังไม่หายดี ก็ต้องมาเจอกับเรื่องวุ่น ๆ ไม่ได้พักซะที พุทราอยากจะพาคุณติหนีไปให้ไกลสักร้อยโยชน์”
วันรบปิ๊งไอเดียจากคำพูดของพุทราทันที
“หนี... งั้นเราก็หนีสิครับ”
“หนี” ทุกคนทวนคำพร้อมกัน
วันรบยิ้มรับกับไอเดียสุดแจ่มของตัวเอง

รถตู้แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพักที่บ้านพักริมทะเล เมื่อประตูรถตู้เปิดออก รชานนท์เดินนำลงมาตามด้วยติรกา เตือนใจ พุทรา วันรบลงมาจากที่นั่งด้านคนขับ มัทรีลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ ติรกาโวยขึ้นอย่างหงุดหงิด
“ทำไมเราต้องหนีออกจากบ้านตัวเองด้วย”
“เราไม่ได้หนีนะครับ ผมไม่อยากให้คุณเครียด” รชานนท์บอก
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แล้วคุณยายก็อยากไปพักผ่อนใช่ไหมครับคุณยาย”
“ใช่จ๊ะ”
“คุณติทำงานมาตลอดไม่เคยออกไปเที่ยวกับใครเขาบ้างเลย คร่ำเคร่งกับงานมาก ๆ น่ะหน้าเหี่ยวไวนะคะ” พุทราบอก
“ห้าร้อย เดือนนี้เหลือแค่เก้าพันแปดแล้วนะเธอน่ะ”
“คุณติใจร้าย” พุทราพูดแล้วก็นึกบางอย่างได้
“เอ๊ะ คุณติจำได้ด้วยเหรอคะว่าหักเงินพุทราเท่าไหร่แล้ว ไอ้ยอดที่หักเนี่ยมันตั้งแต่เดือนที่แล้วก่อนคุณติจะตกบันไดนะคะ”
ติรกาชะงัก หันไปสบตากับเตือนใจเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ก็ฉันนี่แหล่ะที่บอกยัยติไว้ เพราะเธอน่ะมันชอบลามปาม ฉันก็เลยสอนยัยติให้หักเงินเธอเป็นการสั่งสอนไงจ๊ะ”
“อ๋อ...แล้วถ้าพุทราทำดี ขึ้นเงินเดือนเป็นการชมเชยด้วยหรือเปล่าคะ”
“ขึ้นแน่ แต่ต้องรอให้เธอโดนหักจนไม่มีเงินเดือนเหลือก่อนนะ”
“แบบนั้นเขาไม่เรียกขึ้นเงินเดือนนะคะคุณเตือน พุทราจะรายงานกรมแรงงาน” พุทราเริ่มงอน
“กรมแรงงานเขารับดูแลเรื่องของคนทำงาน แต่ถ้าพุทราไม่มีงานทำ กรมแรงงานจะมาดูแลมั้ยน้า” ติรกาว่า
“อุ้ย...แรงจังค่า”
ทุกคนขำที่พุทราโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง รชานนท์มองติรกาที่ยังหงุดหงิดด้วยสีหน้าเครียด

พุทราวางข้าวต้มชามสุดท้ายบนโต๊ะตรงบริเวณระเบียงบ้านพักริมทะเล รชานนท์จูงมือติรกามาที่โต๊ะ เตือนใจ วันรบ มัทรี ทยอยมานั่งที่โต๊ะ
“กระแต...ยังไม่หายหงุดหงิดอีกเหรอครับ”
“ฉันห่วงที่โรงงานน่ะค่ะ เล่นออกมากันหมดแบบนี้”
“ผมให้พุทราจัดการเรื่องงานที่โรงงานเรียบร้อยแล้ว งานที่ลูกค้าสั่งก็จัดการส่งไปหมดแล้ว ล็อตใหม่ก็ยังมีเวลาอีกสักพัก พักเรื่องงานไว้ก่อนเถอะนะให้ผมทำตามความฝันของผมได้ไหม”
“ความฝันอะไรคะ”
รชานนท์จับมือติรกา
“ก็ความฝันที่ผมจะพาเมียกับลูกไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรกในชีวิตไง”
ติรกาอึ้ง
“นะครับกระแต”
ติรกาพยักหน้า
“ถ้างั้น ผมขออีกอย่าง กระแตยิ้มให้ผมชื่นใจหน่อยได้ไหม ไม่งั้นเดี๋ยวลูกจะงอนผมว่าทำให้กระแตหน้าบูดนะ”
มัทรีได้ยินถึงกับร้อนตัวรีบแก้ตัวทันที
“ฉันไม่เคยงอนคุณสักหน่อย”
รชานนท์แปลกใจแล้วก็ปลื้มที่มัทรีลืมตัว
“ครับ..ลูก”
มัทรีอึ้งที่โดนรชานนท์ถือโอกาสมัดมือชก มัทรีอ้าปากหวอจะเถียงแล้วก็หุบปากทันที มัทรีทำเป็นตักข้าวต้มไม่หือไม่อืออีก รชานนท์ยิ้มชอบใจ ติรกามองแล้วก็ยิ้มนิด ๆ ที่พ่อลูกงอนใส่กัน ติรกายิ้มแล้วหันมาเห็นเตือนใจยิ้มล้อเลียน ติรกากระแอมทำเป็นเมินมองไปทางอื่นก็เจอรชานนท์ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ดันมุมปากตัวเองเป็นเชิงบอกให้ติรกายิ้ม พลางส่งสายตาอ้อนวอนเต็มที่ ติรกายอมยิ้ม รชานนท์หอมแก้มติรกา
“กระแตน่ารักที่สุดเลย”
ทุกคนหันมามองอย่างงงๆ ติรกาตีรชานนท์เบาๆ
“นนท์ คนเยอะนะคะ”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ผมจะหอมเมียตัวเองกี่ที ก็ไม่ผิดนี่ครับ” รชานนท์หอมติรกาอีกหลายฟอด
มัทรีไม่พอใจเผลอวางแก้วกระแทกดัง ปัง ! ทุกคนตกใจแล้วอึ้งกันไป พุทรามองซ้ายมองขวาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่เห็นใจสาวโสดกับคนชราไม่มีคู่ได้ไหมคะ เห็นแล้วมันอิจฉา”
“อิจฉาก็หาคู่สิจ๊ะ อย่ามาขัดลูกหลานฉันจะมีความสุข ไม่งั้นโบนัสปลายปี ฉันจะเป็นคนพิจารณาให้เองดีไหม” เตือนใจว่าพลางยิ้มเหี้ยมใส่พุทรา
“เชิญสวีทกันให้เต็มที่เลยค่ะ พุทราทนด้ายย”
ติรกาสบตากับรชานนท์แล้วยิ้ม รชานนท์จับมือติรกาอย่างมีความสุข
“ทานข้าวต้มนะครับ”
ติรกายอมทานข้าวต้มอย่างไม่อิดเอื้อน เตือนใจมองดีใจที่เห็นติรกามีคนดูแล มัทรีหน้าตึงมองหน้ารชานนท์อย่างไม่พอใจ วันรบเหลือบมองมัทรี เห็นมัทรีทำหน้าเครียด เล่นเอาวันรบคิดหนัก
“ว่าแต่..เราปิดบ้านหนีกันมาขนาดนี้แล้ว พวกมารจะตามมาผจญเราที่นี่อีกไหมคะ” พุทราพูดขึ้น

ในวันเดียวกัน สมภพมาที่บ้านของติรกาแต่ไม่พบใครเลย จึงเดินเข้าไปสอบถามกับ รปภ.แจ่ม พร้อมกับส่งเงินให้สองพันบาท
“ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ”
สมภพจับแบงค์พันทั้งสองใบโบกตรงหน้ารปภ.แจ่ม
“ไม่รู้..จริง ๆ เหรอ”
“จริงครับ ผมเห็นทุกคนเก็บเสื้อผ้าขึ้นรถไป แต่เขาไม่ได้บอกผมว่าจะไปที่ไหนกันน่ะสิครับ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงสะอึกสะอื้นดังมาจากด้านข้าง ธงฉานกับสมภพหันไปเห็นรุจีที่เอาผมบังหน้าทั้งคู่ถึงกับตกใจร้อง “เฮ้ย”
ธงฉานเอามือไปแหวกผมจนเห็นหน้ารุจี
“รุจี โผล่มาคร่ำครวญอะไรตรงนี้เนี่ย ตกใจหมด”
“ฮึก..ฮือ...คุณนนท์หนีข้าเจ้าไป คุณนนท์บ่หันใจข้าเจ้าเลย คุณนนท์..ฮือ ๆๆ”
“หายตัวกันไปหมดแบบนี้ แผนก็ล่มสิครับอา”
สมภพมองรปภ.แจ่มตัดใจควักอีกหนึ่งพันเป็นสามพันบาท
“รู้อะไรบ้างหรือยัง”
รปภ.แจ่มมองเงินด้วยสีหน้านิ่ง
“ไม่รู้เลยครับ ต้องขอโทษจริง ๆครับ”
“งั้นก็กลับ” สมภพบอก
สมภพเดินออกนำไป ธงฉานเดินตาม โดยมีรุจีก็ต๊อนยอนตามไป รปภ.แจ่มมองตามแล้วยกซองน้ำตาลขึ้นมาดึงเงินออกมา ภายในซองใบนั้นมีแบงค์ใบละพันถึงหกใบ
“คุณรบนี่ใจป้ำ สามพันกับหกพัน..จำนวนมันสู้กันไม่ได้จริงๆ”
ที่แท้... วันรบเป็นคนวางแผนการเดินทางด้วยรอยยิ้มกริ่ม
“ไม่มีใครให้ข้อมูล ไม่มีทางตามมาได้หรอกครับ ขอให้ทุกคนปิดมือถืออย่าได้แพร่งพรายบอกใครแม้แต่นิดเดียว”
“แล้วแม่นีกับพ่อระจะไม่โดนตามไปเค้นถามหาที่อยู่เราเหรอ” เตือนใจถามวันรบ
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมให้พี่ระกับพี่นีกลับกรุงเทพฯไปแล้ว ใครก็ตามไม่ได้แน่”

วริษรายืนอยู่ที่หน้าบ้านของพชร เห็นป้ายกระดาษที่ติดอยู่มีข้อความว่า
“ไม่มีใครอยู่สี่วัน ไม่ต้องถามว่าอยู่ไหน เพราะไม่บอก ไม่ต้องโทรตามเพราะปิดเครื่อง”
วริษรากดมือถือหาวันรบ ได้ยินแต่ให้ฝากข้อความ วริษรากดทิ้งอย่างหัวเสีย
“อยากหนีก็หนีไปยังไงก็ต้องกลับมาอยู่ดี พี่รบไม่พ้นมือริษหรอก”

บริเวณบ้านพักริมทะเล ติรกานอนเอนหลังอย่างสบายๆอยู่ที่มุมเตียงหันหน้าไปทางทะเล เห็นมัทรีกับวันรบจูงมือกันเดินเล่นอยู่ที่ริมทะเล รชานนท์ถือแก้วน้ำส้มมาวางข้างๆ ติรกา
“น้ำสำหรับนางเอกของผม”
“ขอบคุณค่ะ”
“กระแตต้องดื่มให้หมดนะ เพราะผมคั้นสุดฝีมือเลย”
“ไหนว่ามาพักผ่อนไงคะ กระแตเห็นนนท์ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดเลย”
“ก็ผมอยากบริการภรรยาผม ไม่ได้เหรอครับ”
“ได้สิคะ รู้ไหมว่านนท์น่ารักมากเลย”
รชานนท์ขยับลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดียวกับติรกา รชานนท์จับมือติรกาขึ้นมามอง
“มือคุณเล็กแค่นี้ แต่คุณก็เลี้ยงลูกสาวของเราจนโตมาขนาดนี้”
รชานนท์กอดติรกา
“คุณคงเหนื่อยมากใช่ไหม กระแต”
ติรกาอึ้งๆ เหลือบมองรชานนท์กลัวว่ารชานนท์จะจับได้ว่าตัวเองความจำกลับมาแล้ว
“ทำไมนนท์พูดเหมือนนนท์ไม่ได้อยู่กับกระแตล่ะคะ”
“ผมมีความจริงอยากจะบอกคุณนะกระแต ความจริงแล้วเราสองคน”
ติรกามองอย่างลุ้นๆ ว่ารชานนท์จะพูดอะไร รชานนท์ยังสองจิตสองใจอยู่
“แต่ผมกลัวว่าถ้าผมพูดไปแล้ว ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม คุณจะไม่รักผมเหมือนตอนนี้”
ติรกามองดูก็รู้ว่า รชานนท์อยากจะบอกความจริงแต่ไม่กล้า
“ถ้าพูดแล้วมันจะทำให้เราไม่เหมือนเดิมก็อย่าพูดเลยนะคะ”
“ตอนนี้คุณมีความสุขไหมครับ”
“กระแตมีความสุขที่สุดเลยค่ะ เหมือนความฝัน...ฝันดีจนกระแตไม่อยากจะตื่นเลย”
รชานนท์กอดติรกาอย่างรู้สึกผิด
“ผมขอโทษนะกระแต คุณเลี้ยงลูกมัทมา คุณคงเหนื่อยมาก”
“ลูกเป็นหัวใจของฉัน”
รชานนท์มองมัทรีด้วยความรัก
“ไม่ใช่หัวใจของคุณคนเดียว แต่ลูกเป็นหัวใจของเรา”

ที่ริมทะเล มัทรีหยุดเดินแล้วมองทางติรกากับรชานนท์ วันรบพลอยชะงักมองตามสายตาของมัทรี
“มัท..คุณแม่เขาก็มีความสุขดีไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าแม่จำเรื่องได้ทุกอย่าง เขาก็คงเอาเปรียบแม่แบบนี้ไม่ได้ จริงสิ ถ้าแม่รู้ความจริง”
วันรบมองมัทรีอย่างสังหรณ์ใจ
“มัท ที่มัทคิดมันไม่ถูกต้องนะ”
“แต่มันเป็นทางเดียวที่แม่จะพ้นจากผู้ชายหลอกลวงคนนั้น”
มัทรีจะเดินเข้าไปหาติรกา วันรบเข้าไปขวางไว้
“ไม่ได้นะมัท...เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ถ้ามัทพูดเรื่องก็เขาก็จะพังไปด้วย”
“มัทจะเห็นแก่ความสุขตัวเอง แล้วปล่อยให้แม่ต้องโดนทำร้ายไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทุกอย่างมันกำลังเป็นไปด้วยดี เชื่อผมนะมัท...อย่าพูด”
มัทรีสายตามุ่งมั่น ดื้อดึงจะไป
“มัทต้องทำเพื่อแม่ของมัท”
วันรบขวางไม่ยอมให้ไป
“ถอยไปนะคะพี่รบ”
วันรบมองตอบด้วยสายตามุ่งมั่นไม่แพ้กัน
“ผมก็ต้องทำเพื่อความรักของเรา”
“พี่รบ”
มัทรีกับวันรบต่างคนต่างมองจ้องตากันอย่างที่ไม่มีใครยอมใคร

ติรกานั่งอยู่ที่ระเบียงคนเดียว มัทรีเหลียวซ้ายมองขวาเห็นว่า ปลอดคนก็เข้าไปหาติรกาทันที
“คุณแม่คะ...มัท”
วันรบเข้ามาประกบอีกข้างทันที
“คุณแม่ยายครับ วันนี้ผมมีดีวีดีหนังเรื่องใหม่ล่าสุดมานำเสนอ ดูหนังไหมครับ เดี๋ยวผมเปิดให้”
“พี่รบ”
“ผมมีทั้งแบบคอมมิดี้ ดราม่าสะเทือนใจก็มีนะครับ”
มัทรีมองวันรบที่ตั้งท่าจะขัดขวางให้ได้
“มืดแล้ว มัทว่าคุณแม่ไปอาบน้ำดีไหมคะ มัทมีครีมทาผิวนำเสนอ หอมมากด้วย”
“ก็ดีจ๊ะ” ติรกาบอก
มัทรีดึงให้ติรกาลุก วันรบจะตาม
“คุณแม่จะไปอาบน้ำนะคะพี่รบ”
วันรบชะงัก มัทรียักคิ้วอย่างเหนือกว่าแล้วพาติรกาเดินออกไป วันรบมองตามคิดๆ จะทำยังไงดี รชานนท์เดินถือแก้วน้ำส้มเข้ามาพอดี วันรบเห็นเตือนใจเดินถือแก้วน้ำส้มเข้ามาด้วย วันรบปิ๊งไอเดียทันที

มัทรีดึงให้ติรกาเข้ามาในห้องพัก มัทรีมองๆจนแน่ใจ
“แล้วเขาไปไหนล่ะคะแม่”
“เขา”
“ผู้ชายคนนั้นน่ะค่ะแม่”
“มัท...คนที่มัทพูดถึงเป็นพ่อของมัทนะ แม่ว่า”
“แม่คะ มัทมีความจริงจะบอกกับแม่ค่ะ”
“ความจริงอะไรเหรอ”
“ก็ผู้ชายคนนั้นความจริงเขาไม่ได้อยู่กับแม่มาตลอดนะคะ”
ติรกาทำสีหน้าแปลกใจแต่ยังทำเป็นเนียนๆ
“มัทพูดอะไรแม่ไม่เข้าใจ”
“การที่แม่ตกบันได ทำให้แม่...”
มัทรีพูดยังไม่ทันจบประโยค วันรบก็เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมภูมิใจนำเสนอ
“น้ำส้มมาแล้วครับ”
มัทรีหัวเสียขึ้นมาทันทีที่วันรบเข้ามาขัดจังหวะ
“พี่รบ! นี่ห้องคุณแม่นะคะ พี่เข้ามาทำไม”
“พี่ไม่ได้เข้ามาเองนะครับ พี่เข้ามาตามคำสั่งของคุณยาย”
“คุณยาย”
เตือนใจเดินเข้ามา
“ยายให้พ่อรบช่วยยกน้ำส้มมาให้ ทำไมเหรอยัยมัท”
“มัท”
มัทรีมองวันรบ วันรบขยิบตาให้ มัทรีอารมณ์ขึ้นมาทันที
“เสร็จแล้วก็ออกไปสิคะพี่รบ”
“จริงสิ ผมมีเรื่องจะคุยกับมัท ออกไปคุยกับผมหน่อยนะ”
มัทรียังดื้อ
“แต่มัทจะคุยกับคุณแม่”
“มันเป็นเรื่องงานคือ..คุณแก้วโทรมาอยากจะเปลี่ยนแบบห้องพักนิดหน่อยน่ะจ๊ะ”
มัทรีเชื่อทันที แล้วถามวันรบต่อ
“คุณแก้วจะเปลี่ยนตรงไหนเหรอคะ”
“ผมต้องไปเปิดดูแบบก่อน มัทไปดูกับผมหน่อยสิ”
“ค่ะ”
มัทรียอมเดินตามวันรบออกไปอย่างง่ายดาย
เตือนใจหันมาหาติรกา
“ยัยมัทพูดอะไรกับลูก”
“หนูว่า ลูกพยายามจะบอกหนูเรื่องหนูความจำเสื่อมค่ะ”
“มิน่า...ตารบถึงมาขอให้แม่ช่วยพาเข้ามาในห้อง คงคิดจะขวาง”
“ถ้าขวางก็แสดงว่าวันรบไม่อยากให้หนูจำได้สิคะแม่”
“ก็แหงสิ คิดถึงความเป็นจริง ถ้าติจำได้ ติก็คงไม่ให้ตารบแต่งงานกับยัยมัท ถูกไหม”
“ตกลงวันรบนี่เป็นคนดีหรือเปล่าคะแม่”
“ก็ลองคุยกับเขาดูบ้างสิ ปิดหูปิดตามันก็ไม่เห็นไม่ได้ยินหรอกนะ”
“แล้วนี่นนท์เขาไปไหนคะแม่ ไม่เห็นตั้งแต่เย็นแล้ว”
“ลากแม่พุทราออกไปไหนไม่รู้ เห็นว่าจะไปซื้อของในเมืองน่ะ ซื้อของกินมาตุนละมั้ง”
ติรกาพยักหน้ารับรู้

วันรบเดินนำมัทรีมานั่งที่ระเบียง
“คุณแก้วจะเปลี่ยนตรงไหนคะ”
วันรบเปิดไอแพดให้มัทรีดู แต่เป็นภาพมัทรีที่วันรบแอบถ่ายไว้อิริยาบถต่างๆ
“พี่รบคะ เปิดแบบที่จะให้แก้ให้มัทดูสิคะ”
“พี่ไม่รู้จะเปิดแบบไหนให้มัทดู เพราะงานของมัทสมบูรณ์แบบมาก”
มัทรีรู้ทันทีว่าโดนหลอก
“พี่รบหลอกมัท”
“พี่แค่ปกป้องความรักของเรา”
“มัทจะไปคุยกับแม่”
มัทรีลุกและกำลังจะเดินไป วันรบลุกตาม เป็นจังหวะเดียวกับที่รชานนท์ก้าวเข้ามาพอดี
“ป๋ากลับมาพอดีเลย คุณแม่ยายถามหาแน่ะครับ”
“พี่รบ”
“มีอะไรกันหรือเปล่า...”
วันรบกระซิบกับมัทรี
“พูดเลย ผมจะได้มีป๋ามาช่วยขวางมัทอีกคน”
มัทรีมองวันรบด้วยความโกรธ
“มัทไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก”
มัทรีเดินไปอีกทาง
“แกกับมัทมีเรื่องอะไรกัน”
“เด็กดื้อน่ะป๋า ป๋ารีบไปหาแม่ยายผมเถอะ ประกบติดอย่าให้มัทมาแทรกได้ก็พอ”
“อะไรของแกวะ”
วันรบทำเป็นหาวใส่
“ผมง่วงแล้ว กู๊ดไนท์ป๋า”
วันรบเดินไป รชานนท์พยายามจะเดาว่าเกิดอะไรขึ้น

มัทรีขับเรือเข้ามาจอดที่หน้าเกาะ รชานนท์ค่อยๆขยับตัวตื่น แต่ยังไม่เอาผ้าขนหนูออก มัทรีมองไปที่ทะเล ไม่เห็นใครตามมาก็สบายใจ ยิ้มกริ่มแล้วปีนลงไปที่ชายหาด ก่อนจะหันมาตะโกนเรียกติรกาด้วยสีหน้าร่าเริง
“ถึงแล้วค่ะคุณแม่”
รชานนท์เหยียดกายลุกขึ้นนั่งแล้วเปิดผ้าออก ดึงหูฟังออก พลางบิดขี้เกียจแล้วมองไปรอบๆ มัทรีตะลึงที่เห็นรชานนท์
“คุณ”
“มาถึงเกาะแล้วเหรอ”
“คุณมาอยู่บนเรือได้ยังไง แล้วคุณแม่ล่ะ คุณแม่ไปไหน” มัทรีถามรัว
รชานนท์หยิบอูคูเลเล่ขึ้นมาสะพาย
“ก็แม่เขาบอกว่าจะไปตามคุณยายให้พ่อมาที่เรือก่อน พ่อเห็นว่านานก็เลยนอนรอแล้วก็หลับไปเลย แล้วนี่แม่กับคุณยายลงไปที่เกาะแล้วเหรอ”
“โอ้ย มัทอยากจะบ้าตาย คุณร่วมมือกับพี่รบใช่ไหม ตั้งใจขัดขวางไม่ให้มัทบอกความจริงกับแม่”
“ความจริง..ความจริงเรื่องอะไร”
มัทรีขัดใจเดินหนีขึ้นฝั่ง รชานนท์กระโดดลงจากเรือตามมัทรีทันที

เตือนใจตกใจมากที่ได้ยินความจริงจากปากวันรบ
“ยัยมัทจะบอกแม่ติเรื่องความจำเสื่อมเหรอ”
ติรกาขยับเข้ามายืนฟังอยู่มุมหนึ่งทางด้านหลังของวันรบ
“ครับ..มัทเขามองว่า การที่ป๋าใกล้ชิดคุณแม่ยายมันเป็นการฉวยโอกาสจากการที่คุณแม่ยายป่วยน่ะครับ”
เตือนใจมองวันรบแล้วถาม
“แล้วตานนท์ฉวยโอกาสจริงๆ เหรอเปล่าล่ะ”
“ไม่ครับ..ป๋าไม่ได้ฉวยโอกาส แต่ป๋ากำลังสร้างโอกาสเพื่อไถ่โทษจากคนที่ป๋ารัก ทั้งคุณแม่ยาย ทั้งมัท ผมไม่เคยเห็นป๋าห่วงและเอาใจใส่ใครเท่ากับคุณแม่ยาย ผมเชื่อว่าป๋าทำเพราะรักครับ”
เตือนใจมองผ่านวันรบไปสบตากับติรกาที่ยืนอยู่ ติรกาหลบตาเดินออกไปอีกทาง เตือนใจเดินตามไป วันรบมองตาม
“แล้วไปด้วยกันแบบนั้น จะเป็นเรื่องไหมเนี่ย” วันรบพูดขึ้น

ด้านมัทรีกำลังเดินหน้างอลุยน้ำขึ้นมาบนเกาะ รชานนท์ลุยน้ำตามขึ้นมา
“มัท..ฟังพ่อก่อนซิลูก”
มัทรีไม่ฟังเอาแต่เดินหนี
“มัทไม่ฟัง คุณไม่ต้องแก้ตัว”
“มัท..พ่อไม่เคยเอาเปรียบแม่นะ” รชานนท์ยืนยัน
“มัทไม่เชื่อ คุณเป็นคนแบบไหน มัทรู้มัทเห็นมาตลอด ผู้ชายเจ้าชู้อย่างคุณคิดจะหลอกให้แม่ใจอ่อน แล้วคุณก็จะทิ้งให้แม่เสียใจเหมือนที่คุณเคยทำ”
รชานนท์พยายามอธิบาย
“มัท ถ้ามัทไม่ฟังพ่อแล้วมัทจะรู้ได้ยังไงว่าพ่อทำแบบนั้นจริงๆ”
“อ๋อ..นี่คุณจะบอกว่าตัวเองไม่ผิดใช่ไหม เห็นแก่ตัว คอยดูนะ มัทจะบอกความจริงกับแม่ คุณจะต้องชดใช้ความผิดที่คุณหลอกแม่”
“มัท..ลูก”
“อย่าคิดห้ามมัทซะให้ยากเลยค่ะ”
“พ่อไม่ได้คิดจะห้าม แต่ถ้ามัทอยากบอกความจริงกับแม่ มัวแต่เดินหนีแบบนี้มันเสียเวลา พ่อว่าขึ้นเรือแล้วกลับเข้าฝั่งไหม”
มัทรีชะงักคิด แม้จะเห็นด้วยกับที่รชานนท์พูดแต่หันหลังกลับมามองรชานนท์อย่างงอนๆ รชานนท์จะลุยทะเลกลับไปที่เรือ ทันใดนั้น มัทรีเห็นเรือยางที่โดนคลื่นพัดออกไปไกล
“เรือ เรืออย่าไป”
มัทรีรีบวิ่งลงไปในทะเล รชานนท์ตกใจรีบตามมัทรีลงทะเล และร้องเรียกชื่อเพื่อเตือนสติ
“มัท”
มัทรีกับรชานนท์วิ่งไปจนน้ำเริ่มลึก แต่เรือยิ่งไกลออกไปทุกที
“เรือ” มัทรีร้องเรียก
มัทรียังคงวิ่งตามเรือไป รชานนท์ตามมาคว้าตัวมัทรีไว้
“มัท อย่าไปลูก”
“จะดึงมัทไว้ทำไม เพราะคุณคนเดียวเลย คุณทำทุกอย่างพังหมด เห็นไหมว่าเรือมันลอยไปแล้ว”
“แล้วทำไมมัทไม่ทิ้งสมอไว้ล่ะลูก มัทไม่ทิ้งสมอเรือมันก็ลอยสิ” รชานนท์บอก
“มัทจะรู้ไหมว่าต้องทิ้งสมอเรือด้วย ทำไมมัทต้องมาติดเกาะ ทำไมๆๆ มัทเกลียดคุณ” มัทรีร้องโวยวาย
“มัท พ่อไม่ได้เป็นคนทำให้เรามาติดเกาะแบบนี้นะ”
“คุณจะโทษว่าเป็นความผิดมัทใช่ไหม” มัทรีพาลไปหมด
“มัท พ่อไม่ได้ว่ามัท มัทไม่ฟังเอาแต่โวยวายแล้วจะรู้เรื่องไหม”
มัทรียิ่งใส่อารมณ์กับรชานนท์หนักขึ้น
“ใช่สิ มัทไม่ฟังใคร มัทโวยวาย ส่วนเกินชีวิตทำอะไรมันก็ผิดหมด ผิดตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกคุณแล้ว”
รชานนท์ได้ยินแล้วสะเทือนใจ มัทรีเดินหัวเสียขึ้นไปบนฝั่ง รชานนท์รีบตามไป

มัทรีเดินจ้ำๆกลับขึ้นมาบนฝั่งอย่างหัวเสีย รชานนท์เดินตามมาติดๆ
“มัท ฟังพ่อก่อนสิลูก พ่อไม่ได้ว่ามัทผิดเลยนะ”
มัทรีหันกลับมาหารชานนท์
“ถ้ามัทไม่ผิด แล้วทำไมคุณต้องทำร้ายมัทด้วย คุณไม่ผิด มัทไม่ผิด..แล้วใครผิด แม่งั้นเหรอ แม่ผิดด้วยเหรอที่อยากให้มัทเกิดมา ผิดมากจนคุณต้องทิ้งเราสองคน ผิดมากใช่ไหม”
“มัท นี่มันคนละเรื่องแล้วนะ มัทฟังพ่อ”
“มัทไม่ฟัง”
รชานนท์หัวเสียกับมัทรีจนลืมตัวและพูดเสียงดัง
“พ่อบอกให้ฟัง”
มัทรีชะงักทันที อึ้งที่โดนรชานนท์ตะคอก รชานนท์เห็นสีหน้ามัทรีก็รู้สึกตัวว่าใช้อารมณ์เกินไป
“มัท พ่อ..ไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจ คุณจะบอกว่าที่คุณทิ้งแม่ก็ไม่ได้ตั้งใจ ที่มัทเกิดคุณก็ไม่ได้ตั้งใจด้วยใช่ไหม”
รชานนท์อึ้งไปที่เห็นมัทรีน้ำตาคลอ
“พ่อ..พ่อไม่...”
มัทรีเสียงดังแทรกขึ้น
“มัทเกลียดคุณ คุณทำลายชีวิตของมัท”
รชานนท์สะเทือนใจที่ได้ยินเช่นนั้น
“มัท..พ่อ”
“คุณไม่ใช่พ่อของมัท” มัทรีพูดแล้วเดินหนีรชานนท์อีก
“ฟังพ่อก่อนมัท”
ยิ่งรชานนท์เดินตาม มัทรียิ่งเดินหนี มัทรีเดินไปทางโขดหินเตี้ยๆ ไม่สูงนัก รชานนท์ห่วงมัทรีเพราะเห็นว่าตรงข้างหน้าโขดหินค่อนข้างห่าง
“มัท..ตรงนั้นมัน” รชานนท์พยายามจะเตือนมัทรี มัทรีก้าวไปตามโขดหินแต่ไม่วายหันมาเสียงดังใส่
“ไม่ฟัง”
“มัท ตรงนั้นมัน...”
“มัทไม่ฟัง”
หลังมัทรีหันกลับมาใส่อารมณ์กับรชานนท์แล้วหันกลับไปเดินต่อ โดยไม่ได้สังเกตว่า ก้าวต่อไปไม่มีก้อนหินแล้ว มัทรีหน้าทิ่ม รชานนท์ตกใจ รีบวิ่งคว้าตัวมัทรีไว้
“ระวัง”
รชานนท์คว้าตัวมัทรี แต่ตัวเองเสียหลัก หงายหลังจนหน้าผากสะบัดไปชนกับหิน มัทรีตั้งตัวได้เงยหน้าขึ้นมาก็รู้ตัวว่ารชานนท์กอดอยู่ด้วยสีหน้าห่วงใย รชานนท์ห่วงมัทรีจนลืมความเจ็บของตัวเอง
“มัทเป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
มัทรีรีบผละออกจากรชานนท์ขึ้นมานั่ง
“ไม่เป็นไร”
มัทรีลุกขึ้นจะจ้ำหนีอีก รชานนท์จะลุกตาม แต่พอลุกแล้วเกิดอาการมึน รชานนท์เซไปเล็กน้อย มัทรีที่จ้ำไปล่วงหน้า รู้สึกว่ารชานนท์ไม่ตามมา ก็หันกลับไปมองเห็นรชานนท์เซพอดี
“คุณ คุณเป็นอะไร”
รชานนท์ยังคงฝืน ฟ้าครึ้มด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาทะมึน รชานนท์บอก
“พ่อไม่เป็นไร แต่ฟ้ามันครึ้ม ๆ นะ พ่อว่าเราต้องหาที่สำหรับหลบฝน”
มัทรีแม้จะมีสีหน้าเคืองรชานนท์ แต่ก็เห็นจริงกับรชานนท์
“บนโน้นมีช่องหิน คงหลบได้”
มัทรีพูดจบก็เดินไปโดยไม่รอรชานนท์ รชานนท์เดินตามด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

ฝนบนฝั่งเริ่มตกหนัก วันรบกับติรกาเดินสวนกันไปมาที่ระเบียงบ้านพัก เตือนใจกับพุทรายืนกระวนกระวายไม่แพ้กัน
“นี่มันมืดแล้วนะทำไมสองคนนั้นยังไม่กลับมาอีก เกาะนั้นมันไกลมากเหรอวันรบ” ติรกาถาม
“ไม่ครับ ออกจากฝั่งไปไม่ถึงยี่สิบนาที”
“แล้วทำไมป่านนี้ถึงยังไม่กลับ ถ้ามัทเจอรู้ว่าในเรือไม่ใช่ฉันก็น่าจะกลับมาแล้วสิ”
“หรือว่าคุณนนท์กับคุณมัทมีเรื่องกันจน” พุทราพูดขึ้น
วันรบกับติรกาชะงักถึงกับหน้าเสียในทันที
“แม่พุทรา ถ้าหล่อนปิดปากไม่เป็น ฉันจะจัดการให้ เอาไหม” เตือนใจบอก
พุทรารีบยกมือไหว้อย่างสำนึกผิด
“พุทราขอโทษค่ะ พุทราคิดไปตามเหตุการณ์”
ชาวบ้านวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่บ้านพักริมทะเล
“คุณคะ คุณ”
พุทรารู้หน้าที่รีบวิ่งเข้าไปหาชาวบ้านทันที สักครู่เดียว... พุทราก็วิ่งกลับมาด้วยสีหน้าตกใจ ติรกา วันรบ และเตือนใจรู้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว พุทรารายงานทันที
“คุณติ ชาวบ้านเขาเจอเรือสปีดโบ๊ทที่คุณมัทขับออกไปค่ะ”
“แล้วยัยมัทล่ะ” ติรกาถามขึ้น
วันรบกับเตือนใจมองอย่างรอคอยคำตอบ
“เขาบอกว่าบนเรือไม่มีคนค่ะ”
วันรบรีบวิ่งไปถามรายละเอียดกับชาวบ้านทันที
“เรืออยู่ไหน พาผมไปที”
ชาวบ้านรีบพาวันรบไป ติรกา เตือนใจ พุทรารีบตามวันรบไป

ฝนยังตกอยู่ ... วันรบวิ่งมาที่ท่าเรือ เห็นเรือยางที่จอดอยู่ วันรบรีบลงไปในเรือ พุทราแวะถามชาวบ้านอีก ติรกา เตือนใจรีบตามวันรบลงไปในเรือด้วย
“กระเป๋ากับกล่องแซนวิชก็ยังอยู่ เรือมันดูปกติไม่มีร่องรอยเสียหาย แล้วมัทกับป๋าหายไปไหน”
พุทรารีบวิ่งมารายงานข่าวคืบหน้าอีก
“คนเรือเขาบอกว่า เขาออกเรือไปแล้วจำได้ว่าเป็นเรือของเรา เขาเห็นลอยอยู่กลางทะเลไม่มีคนขับก็เลยลากเข้ามาค่ะ”
“แล้วยัยมัทหายไปไหน” ติรกาพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเทา
ติรกากับเตือนใจหน้าเสีย ความคิดร้ายๆที่ถูกปรุงแต่งวิ่งเข้ามาเต็มหัวไปหมด
“แม่คะ จะทำยังไงดี มันเกิดอะไรขึ้น ลูกหนูจะเป็นอะไรหรือเปล่า” ติรกาของความเห็นจากเตือนใจ
พุทราปิดปากตัวเองไม่กล้าพูด
ฝนเริ่มตกแรงขึ้น วันรบคิดๆแล้วตัดสินใจและพูดขึ้น
“พุทรา พาคุณแม่ยายกับคุณยายขึ้นไปบนฝั่งก่อน”
วันรบเสียงดังด้วยอารมณ์ร้อนรนจนพุทรางง
“เร็วสิ”
“นายจะทำอะไร” ติรกาถามขึ้น
“ผมจะไปตามหามัทกับป๋า”
“พุทรา พาคุณแม่กลับไปก่อน” ติรกาสั่ง วันรบหันกลับไปมองที่ติรกา
“ฉันจะไปตามหายัยมัทกับนนท์เหมือนกัน”
“อย่าดีกว่าครับ ผมไปเองดีกว่า”
“ฉันจะไปด้วย”
“ไม่ได้ครับ ฝนตกแบบนี้มันอันตราย ผมไปคนเดียวดีกว่า”
“ฉันจะไปด้วย ฉันจะไปหาลูกฉัน” ติรกาดึงดัน
“ผมให้คุณแม่ไปไม่ได้ พุทราพาคุณแม่กลับไป”
“นายไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน เรื่องวุ่นวายทั้งหมดเป็นเพราะฉัน ถ้าฉันบอกมัท...มัทก็คงไม่ทำแบบนี้”
“คุณแม่ครับ ผมขอร้องกลับไปเถอะครับ ผมไม่อยากเสียเวลา ผมจะไปตามหามัท”
“ถ้าเธอไปได้ ฉันก็ไปได้”
“คุณแม่ยายครับผมขอร้อง ขึ้นไปรอบนฝั่ง”
“ฉันจะไปตามหาลูกฉัน”
“ไม่ได้ครับ มันอันตราย ถ้าคุณแม่ยายเป็นอะไรไป ผมจะตอบมัทกับป๋าว่ายังไง ไม่ได้ครับ”
ติรกาไม่ยอมวันรบรีบวิ่งไปจะสตาร์ทเรือ แต่วันรบเข้าไปแย่งไม่ยอมให้สตาร์ทจนยื้อยุดฉุดแย่งกันไปมา เตือนใจทนไม่ไหวรีบคว้านกหวีดจากคอของพุทราวิ่งเข้าไปเป่าใส่วันรบกับติรกา ปรี๊ด! วันรบกับติรกาชะงักทันที
“ไม่ต้องไปทั้งสองคน กลับขึ้นฝั่ง”
ติรกากับวันรบร้องขึ้น
“คุณแม่ / คุณยาย”
“ ฉันรู้นะว่าเธอสองคนรักและห่วงยัยมัทมาก แต่ช่วยมีสติกันหน่อยได้ไหม”
“คุณยายครับ..ผม”
เตือนใจ พูดกับวันรบ
“ฝนตกแบบนี้ ถ้าเธอออกไปแล้วเจอพายุเป็นอะไรไปแล้วจะช่วยยัยมัทได้ยังไง”
จากนั้นเตือนใจหันไปพูดกับติรกา
“อย่าเพิ่งแตกตื่น มันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ รอให้ฝนหยุดแล้วเราค่อยออกตามหา ฉันขอสั่งนะ ห้ามทุกคนออกไปตอนนี้ ขึ้นฝั่งทุกคน”
น้ำเสียงเตือนใจเด็ดขาด วันรบกับติรกายังนิ่งเฉยอยู่
“ถ้าเธอสองคนไม่ฟังฉันก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ว่ายายอีก เราขาดกัน พุทรา ขึ้นฝั่ง”
“ค่ะ ค่ะ”
พุทรารีบมาประคองเตือนใจลงจากเรือพาขึ้นฝั่ง วันรบหัวเสียทำอะไรไม่ได้ได้แต่ตะโกนไปในทะเล
“โธ่โว้ย มัท มัทรี”
ติรกาเริ่มเห็นความเป็นห่วงที่วันรบมีต่อมัทรี









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:45:55 น.
Counter : 217 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 9



เตือนใจกับพุทราเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะอาหารที่วันรบกับมัทรีจัดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว รชานนท์จูงมือของติรกาจากชั้นบนลงมาที่โต๊ะอาหาร
“โอ้โห...วันนี้สั่งอาหารจากโรงแรมมาเหรอครับคุณแม่” รชานนท์ว่า
“วันนี้หลานเขยแม่ลงมือทำเองทุกอย่างเลย เขาจะเอาใจว่าที่แม่ยายน่ะ” เตือนใจพูดแล้วมองไปที่ติรกาอย่างสังเกต
ติรกาหน้าตึงขึ้นทันที
“ใครเป็นแม่ยายแก!”
ทุกคนบนโต๊ะอาหารชะงักและหันไปมองหน้าติรกาเป็นสายตาเดียว ติรกาเห็นสายตาทุกคนที่มองมาก็นึกได้ว่าตัวเองยังความจำเสื่อมอยู่นี่นา
“เอ่อ..ติพูดอะไรไปคะเนี่ย มันวูบๆ มาน่ะค่ะ” ติรการีบพูดกลบเกลื่อน วันรบถึงกับโล่งใจทันที
“อ๋อ..งั้นเชิญคุณแม่ยายนั่งเลยครับ วันนี้ผมโชว์ฝีมือเต็มที่”
รชานนท์ขยับเก้าอี้จะให้ติรกานั่งข้างตัวเอง ขณะที่ฝั่งตรงข้ามวันรบกำลังขยับเก้าอี้ให้มัทรีลงนั่ง ติรกาเดินข้ามไปจับที่เก้าอี้ซึ่งวันรบจะขยับนั่งข้างซ้ายของมัทรี วันรบมองติรกา เห็นสีหน้าติรกาขมึงตึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแล้วบอก
“ฉันขอนั่งตรงนี้นะ “
“ได้ครับ” วันรบจะขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวด้านขวามัทรี ติรกามองแล้วขยับไปตัวจับเก้าอี้ตัวที่วันรบจะนั่งชิดมัทรี ติรกายิ้มใส่วันรบอีกแล้วหันไปเรียกเตือนใจ
“คุณแม่มานั่งข้างยัยมัทสิคะ”
วันรบมองหน้าติรกาแบบอึ้งๆ
“มาสิคะคุณแม่”
เตือนใจเดินมานั่งตามที่ติรกาบอก วันรบต้องระเห็จไปนั่งข้างรชานนท์ที่ฝั่งตรงข้าม ทุกคนมองอย่างงงๆ ติรการู้สึกว่าทุกคนมองอยู่
“ฉันใจหายน่ะค่ะที่ลูกเพิ่งหมั้นไปวันนี้ อีกไม่นานมัทก็ต้องห่างแม่ ลืมแม่”
มัทรีจับมือติรกาแล้วกอดติรกา
“มัทไม่มีทางลืมแม่หรอกค่ะเพราะมัทรักแม่ที่สุดเลย”
ติรกากอดมัทรีด้วยความรักที่ไม่ต่างกัน วันรบไม่สงสัย รชานนท์มองภาพมัทรีกอดติรกาอย่างประทับใจ
“แม่ก็รักมัทนะลูก แม่จะไม่ให้ใครทำร้ายดวงใจของแม่แน่นอน”
เตือนใจสะกิดใจเงยหน้ามองติรกา ติรกาสบตากับเตือนใจเห็นสายตาที่จ้องจับผิดจึงหลบสายตาไปทางอื่นไม่ยอมสบตาด้วย
“ทานข้าวเถอะมัท นี่ฝีมือวันรบคนเดียวเลยเหรอ” ติรกาถาม
“มัทก็ช่วยด้วยนะคะแม่ ตอนอยู่คอนโด มัทเป็นลูกมือช่วยพี่รบบ่อยๆ”
สีหน้าติรกาสะเทือนใจทันที แล้วพึมพำเบาๆ
“คอนโด”
ภาพของวันที่ติรกาและทุกคนไปที่คอนโดฯของวันรบฉายภาพและเสียงเข้ามาหาติรกา คำพูดของมัทรีที่บอกว่า

“พี่รบกับมัทเราเป็นสามีภรรยากันมานานแล้วและมัทก็เต็มใจ”
“โกหก”
“มัทไม่ได้โกหก ทุกคนรับทราบไว้เลยนะคะว่าคอนโดที่ทุกคนยืนอยู่เป็นคอนโดที่มัทกับพี่รบซื้อร่วมกัน”

บนโต๊ะอาหาร ติรกากำแก้วแน่นจนแก้วร้าว...เปรี๊ยะ! ทุกคนตกใจ พุทราสะดุ้งหนักกว่าเพื่อน
ติรการู้สึกตัวพลางว่า
“อุ้ย..แก้วมันบางแบบนี้ อันตรายนะคะ”
พุทรายกแก้วตัวเองขึ้นดู แก้วไม่ได้บางอย่างที่ติรกาบอกแต่อย่างไร
“บาง..ตรงไหน?”
รชานนท์รีบจับมือติรกาขึ้นมาดู
“มือคุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ กระแต”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันเอาแก้วไปทิ้งก่อนนะคะ” ติรกาบอก
“เดี๋ยวผมจัดการให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ให้ฉันจัดการเองนะคะ..นะคะ”
รชานนท์ยอมปล่อยมือ ติรการีบเก็บแก้วแล้วเดินไปที่ครัว
พุทรารีบขยับมากระซิบเตือนใจ
“คุณเตือนว่ายังไงคะ”
เตือนใจไม่ตอบแต่ลุกตามติรกาไปในห้องครัว
“คุณยายจะไปไหนคะ” มัทรีถามขึ้น
“ยายจะไปดูแม่เราหน่อย”
พุทราจะลุกตาม แต่เตือนใจขึงตาใส่ว่าไม่ต้อง พุทราจำต้องนั่งตามเดิม เตือนใจเดินไปที่ครัวทันที

ภายในห้องครัว ติรกาทิ้งแก้วร้าวลงในถังขยะ
“เกือบไปแล้ว” ติรกาพูดขึ้น
เตือนใจย่องเข้ามาด้านหลังเบาๆ
“เกือบโดนจับได้ว่าความจำกลับคืนมาแล้วน่ะเหรอ”
ติรกาไม่ทันระวังตัวตอบ
“ก็ใช่น่ะสิคะ”
ติรกาหันกลับมาเจอกับเตือนใจถึงกับตกใจตั้งตัวไม่ทัน
“คุณแม่”
“แกจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม ยัยติ”
ติรกายังพยายามจะทำเนียนๆใส่เตือนใจ
“คุณแม่พูดเรื่องอะไรคะ”
“เรียกฉันว่าแม่ ก็รู้ใช่ไหมว่าแม่น่ะรู้จักลูกดียิ่งกว่าตัวลูกเองอีก”
ติรกามองเตือนใจแล้วก็ยอมรับด้วยการนิ่งเงียบไป
“แกจำได้แต่ไม่อาละวาด แกคิดจะทำอะไรบอกแม่ได้ไหม”
“หนู..หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมหนูถึงไม่อาละวาด”
เตือนใจขยับเข้าไปใกล้ติรกาเพื่อมองค้นหาในแววตาลึกคู่นั้น
“เพราะติยังรักรชานนท์ไงลูก”
ติรการู้สึกและ เถียงไม่ออก
“หนู...หนูอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงทิ้งหนูไป หนูอยากรู้ว่าเขากลับมาเพื่ออะไร หนูอยากรู้ว่าเขาเข้ามาใกล้ลูกเพราะอะไร ในหัวหนูมันมีแต่คำถาม”
“ถ้าติต้องการคำตอบ แม่จะจัดให้ แต่ตอนนี้ ติเนียนๆไปก่อน อย่าให้ใครรู้แม้แต่ยัยพุทราว่าติจำได้แล้ว บางทีติอาจจะได้คำตอบกับความจริงบางอย่างที่ติไม่เคยรู้ก็ได้นะ”
ติรกามองเตือนใจพยายามค้นหาความหมายในคำพูดนั้น เตือนใจได้แต่ยิ้ม

รชานนท์นั่งอยู่กับติรกา วันรบเอาผลไม้มาวางตรงโต๊ะรับแขก มัทรียกน้ำส้มมาให้ติรกา พุทรานั่งอยู่กับเตือนใจอีกมุมสังเกตการณ์ พุทราพูดเบาๆ กับเตือนใจ
“ตกลงคุณติจำได้หรือยังคะ”
“ยังนี่ หล่อนคิดมากไปเอง”
พุทรายังไม่หายสงสัย
“เหรอคะ อืม...”
วันรบเลื่อนจานสาลี่ให้ติรกา
“ผลไม้ครับคุณแม่ มัทบอกว่าคุณแม่ชอบทานสาลี่ ผมก็เลยจัดมาให้”
“แล้วก็น้ำส้มอีกแก้วนะคะคุณแม่”
“เอาใจกันขนาดนี้ ถ้ายัยติหุ่นพังจะทำยังไงเนี่ย” เตือนใจพูดขึ้น
“กระแตจะเป็นยังไงผมก็รักครับ” รชานนท์พูดแล้วมองกรุ้มกริ่ม
ติรกาพยายามแอบเก็บยิ้มที่รชานนท์หวานใส่
“พูดจริงเหรอคะ”
“จริงสิครับ ต่อให้นางสาวไทยมายืนตรงหน้ายังสู้กระแตไม่ได้เลย”
รชานนท์ทำท่าจะโอบ มัทรีกระแอมใส่ รชานนท์ชะงักรีบเก็บมือกลับมาเหมือนเดิมทันที รชานนท์ จิ้มสาลี่จะป้อน “ทานผลไม้นะครับ”
ติรกาอึกอักด้วยไม่คุ้นเคย เตือนใจกระแอมเตือน ติรกามองเตือนใจแล้วอ้าปากรับผลไม้และพยายามเก็บอาการกระดากไว้
“แหม..คุณยายกับคุณหลานอะไรติดคอเหรอคะ” พุทราแซวขึ้น
เตือนใจยกมะเหงกให้พุทรา
“ชัดเลย...ไม่น่าปากไวเลย พุทราเอ๊ย”
มัทรีจิ้มสาลี่จะป้อนให้วันรบ
“พี่รบทานผลไม้สิคะ เหนื่อยทั้งทำอาหารทั้งล้างจาน”
ติรกากระแอม ...อีกคน
“ให้รบมันกินเองก็ได้ มือไม่เป็นอะไรสักหน่อย” รชานนท์พูดแทรกขึ้น
“มัทเป็นคู่หมั้นรบ จะป้อนกันก็ไม่เห็นจะเป็นไร”
วันรบมองรชานนท์และติรกา
วันรบจับไม้จิ้มมากินเอง
“แบบนี้ดีกว่านะ”
วันรบเหลือบมองติรกา
“เกรงใจคุณแม่จ๊ะ”
“ดึกแล้ว ไม่กลับบ้านเหรอไอ้รบ” รชานนท์ ถาม
“อย่าเพิ่งกลับเลยค่ะรบ”
วันรบรู้ว่ากำลังกลายเป็นเครื่องมือให้พ่อลูกใช้ทะเลาะกัน
“ผมเพลียๆ น่ะมัท ผมกลับดีกว่า สวัสดีครับคุณแม่”
วันรบหันไปทางรชานนท์แล้วเรียก
“คุณพ่อ”

ถ้าไม่เกรงใจ รชานนท์อยากจะเดินถีบวันรบสักที
“พี่รบไม่ควรเรียกป๋าแบบนั้นนะคะ เพราะเขาไม่ใช่...” มัทรียังพูดไม่ทันจบ เตือนใจก็ขัดจังหวะขึ้นทันที
“ยัยมัท”
ติรกามองรชานนท์ที่กำลังหน้าเสียที่มัทรีไม่ยอมรับ
“มัทไปส่งผมที่รถหน่อยสิครับ” วันรบบอก
มัทรีลุกขึ้นและเดินตามวันรบออกไป ติรกาลุกขึ้นพร้อมกับมัทรีทันที
“กระแตจะไปไหนครับ” รชานนท์ถาม
“ห้องน้ำน่ะค่ะ” ติรกายิ้มแล้วเดินไป
“แต่ห้องน้ำไม่ใช่ทางนั้นนะครับ” รชานนท์บอกแล้วทำท่าจะลุกตามไป พุทราทำท่าจะตามไปอีกคน
“พุทราขอน้ำขิงให้ฉันถ้วยสิ ตานนท์ทานผลไม้ให้หมดก่อนสิ เสียดายนะ” เตือนใจบอก
รชานนท์นั่งลงกับที่อย่างเดิม
“ครับ”
เตือนใจมองตามติรกาไป อยากรู้ว่า ติรกาจะทำอย่างไร

วันรบเดินนำมัทรีมาที่รถซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านของติรกา
“พี่รบมีอะไรจะคุยกับมัทใช่ไหมคะ” มัทรีถามขึ้น
ติรกาเดินเข้าหามุมแอบฟังทันที
“ผมขอมัทได้ไหม ถึงมัทจะไม่ยอมรับป๋าก็อย่าถึงขนาดทำร้ายจิตใจป๋าเลยนะครับ”
“พี่รบคะ ผู้ชายคนนั้นทำร้ายแม่ ทอดทิ้งมัท มัทลืมไม่ได้หรอกค่ะ”
“แต่มัทอภัยให้เขาได้ไม่ใช่เหรอครับ ถ้ามัทอภัย มัทก็จะไม่ทุกข์นะ ผมรู้นะว่าที่มัททำแบบนี้มัทก็ไม่มีความสุขหรอก เพราะมัทรู้เต็มอกว่าป๋าคือพ่อของมัท”
มัทรียังดื้อดึง
“ไม่พูดเรื่องนี้ได้ไหมคะ”
“มัท..ถือว่าผมขอร้องได้ไหม”
“มัทไม่รับปากได้ไหมคะ”
“งั้นถึอว่าแลกกันได้ไหมครับ แลกกับที่มัทให้ผมโกหกป๋ากับทุกคนว่าเราเป็นสามีภรรยากัน ทั้งที่ความจริงเราไม่เคยทำผิดแบบนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
ติรกาตะลึงที่ได้รู้ความจริง
“แต่นั่นมันจำเป็นนะคะไม่งั้นแม่จะแยกเราจากกัน”
“นี่ก็จำเป็นเหมือนกันครับ เพราะป๋าก็เจ็บใจคิดว่า ผมทรยศป๋าทำลายมัทที่เป็นลูกเขา ถ้ามัทยังมึนตึงใส่ป๋าก็อาจจะไม่ยอมรับผมอีกคน มัทคิดว่าผมจะมีความสุขไหมถ้าต้องอยู่ในครอบครัวที่ไม่มีใครยอมรับผมเลย”
คำพูดของวันรบทำให้มัทรีถึงกับอึ้งไป วันรบจับมือมัทรี
“มัทครับ เราจะสร้างครอบครัวด้วยกันก็ต้องรับฟังเหตุผลของกันและกันนะครับ ป๋าไม่ใช่คนเลว ผมเชื่อว่ามันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ป๋าต้องทิ้งมัทกับคุณแม่มัทไปด้วยความไม่ตั้งใจ ให้โอกาสป๋าได้ไหมครับมัท เปิดใจแล้วค้นหาความจริง คำตอบมันอาจจะทำให้ทุกคนมีความสุขในตอนท้ายก็ได้นะ”
มัทรีมองวันรบอย่างลำบากใจ
“มัทจะพยายามแล้วกันค่ะ”
วันรบบีบจมูกมัทรีเบา ๆ
“มัทน่ารักแบบนี้ ผมถึงเลิกรักไม่ได้สักที”
“ถ้าเลิกนะ..มัทเอาตายแน่”
วันรบตะเบ๊ะรับ
“ครับผม..ครับแม่” วันรบล้อเล่นกับมัทรี
มัทรีกับวันรบยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ ติรกามองวันรบกับมัทและคิดตามคำพูดที่วันรบพูดกับมัทรี

ติรกานั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของวันรบอยู่ที่ระเบียงบ้าน คำพูดของวันรบก้องอยู่ในสองหูของติรกา
“ป๋าไม่ใช่คนเลว ผมเชื่อว่ามันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ป๋าต้องทิ้งมัทกับคุณแม่มัทไปด้วยความไม่ตั้งใจ ให้โอกาสป๋าได้ไหมครับมัท เปิดใจแล้วค้นหาความจริง คำตอบมันอาจจะทำให้ทุกคนมีความสุขในตอนท้ายก็ได้นะ”
ติรกาถอนใจเบาๆ ขณะที่เตือนใจโผล่หน้ามาข้างๆติรกาอย่างใกล้มากจนติรกาตกใจ
“คิดเรื่องอะไรเหรอยัยติ”
“ว้าย คุณแม่มาเงียบๆ ใจหายหมด”
“ใจหายไปอยู่ที่ใครล่ะ สามีหรือเปล่า”
“อดีตสามีค่ะคุณแม่”
“แล้วปัจจุบันล่ะ” เตือนใจถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ลองมาแตะหนูสิคะ จะยิงเป้ากระจุยเลย”
“ยัยมัทกลัวมากเลยนะ กลัวแกจะเสียท่า เอ..นี่ตานนท์เขาไม่เคยแตะแกเลยเหรอ”
“ไม่นี่คะ เท่าที่จำได้ไม่มีนะคะแม่”
“แปลกจัง อยู่ในห้องนอนสองต่อสองไม่น่าจะรอดนะ อืม...ไม่รู้ว่าเป็นสุภาพบุรุษหรือว่าลูกแม่ไม่เร้าใจ”
ติรกาอารมณ์ขึ้นทันที
“คุณแม่ หนูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ก็แกบอกแม่เองว่าผู้ชายอย่างตานนท์ เจ้าชู้ ไว้ใจไม่ได้ พูดตรงๆ นะถึงจะนานเป็นชาติแล้วก็เถอะ ผู้หญิงผู้ชายอยู่ใกล้กันมันต้องสป๊าคกันบ้างสิ นี่ไม่อึ๊ไม่แอะเลย มันน่าสงสัยนะ แต่แม่ก็เข้าใจนะ แกปล่อยตัวมากไปรึเปล่า พูดแล้วก็ไปมากส์หน้าก่อนนอนดีกว่า กลัวเหมือนแก”
เตือนใจทิ้งระเบิดไว้แล้วเดินลั้นลาออกไป ติรกามองตามแล้วหันมองตัวเองในกระจก ติรกาใช้มือแตะที่หน้ามองซ้ายมองขวาอย่างพินิจคิดหนัก ต้องพิสูจน์อะไรบางอย่างซะแล้ว

มัทรีกำลังหอบหมอนของตัวเองจะออกจากห้องนอนตัวเอง ทันทีที่เปิดประตูห้องก็ต้องชะงักที่เห็นเตือนใจยืนกอดหมอนอยู่หน้าห้อง
“ยายนอนไม่ค่อยหลับ ขอยายนอนด้วยคนนะ”
“แต่มัทกำลังจะไปนอนกับคุณแม่นะคะ”
“แม่เขาไม่เป็นไรหรอก แต่ยายจะ...”
เตือนใจใช้แผนทำตัวอ่อนเทันที
“...จะเป็นลม...”
มัทรีเข้าไปประคองเตือนใจแล้วร้องเรียก
“คุณยายคะ..คุณยาย”
มัทรีจำต้องพาเตือนใจเข้าห้อง เตือนใจแอบยิ้มชอบใจ

คืนนั้นเมื่อรชานนท์เดินเข้ามาในห้องนอนของติรกาก็ต้องยืนตะลึง เพราติรกาสวมชุดนอนสีขาวดูเซ็กซี่แปลกกว่าทุกครั้ง ติรกายิ้มต้อนรับก่อนจะเดินเข้าไปช่วยแกะกระดุมเสื้อ
“มาแล้วเหรอคะนนท์ อาบน้ำก่อนนะคะ”
รชานนท์ขนลุกซู่ทันที
“เอ่อ...กระแต ทำไม”
“ทำไมคะ”
ติรกาเงยหน้า คางแตะอยู่ที่อกรชานนท์ทำเซ็กซี่ใส่สุดฤทธิ์
“ไม่ชอบเหรอ”
รชานนท์ขนลุกอีกเป็นรอบที่สอง
“ชอบจ๊ะ...อุ๊ย”
ติรกาค่อยๆแกะกระดุมทีละเม็ด จนรชานนท์สะดุ้งทุกทีที่กระดุมแต่ละเม็ดถูกปลด รชานนท์เงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าออกพึมพำ พุท..โธ...พุท..โธ
ติรการุกอีกด้วยการใช้นิ้วจิ้มไปที่แผงอกรชานนท์เบาๆ รชานนท์กับตัวเองเบาๆ “ไม่ไหวแล้ว” รชานนท์ดันตัวติรกาออกและพูดตัดบท
“กระแตครับ..ผมขออาบน้ำก่อนนะครับ ผมร้อน”
รชานนท์ไม่รอให้ติรกาตอบแต่รีบเข้าไปในห้องน้ำทันที
ติรกามองตามรชานนท์อย่างไม่พอใจแล้วเดินไปส่องกระจกทันที
“นี่ทำเป็นคนดีหรือฉันโทรมกันแน่เนี่ยะ”

ภายในห้องน้ำในห้องนอนของติรกา รชานนท์อยู่ใต้ฝักบัว น้ำจากฝักไหลหลั่งลงรดตัวรชานนท์ที่กำลังตั้งสมาธิอย่างเต็มที่
“ยุบหนอ..ไม่พองหนอ...ยุบหนอ..ยุบสิโว้ย...โอ้ย กระแตเป็นอะไรของเขานะ จะไม่ไหวแล้วนะเนี่ย”
สีหน้ารชานนท์เริ่มคิดหนัก
เมื่อรชานนท์อาบน้ำเรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำก็ต้องยิ่งตะลึงมากขึ้นเมื่อเห็นติรกานอนอยู่บนเตียงยิ้มหวานใส่
“ดึกแล้ว นอนเถอะค่ะนนท์”
“นอน..นอนครับ” รชานนท์น้ำเสียงตะกุกตะกัก
รชานนท์ขยับขึ้นเตียง ติรกาขยับตัวไปนอนชิดแล้ววางมือบนแขนรชานนท์ พร้อมกับทำปูไต่ไล้ไปตามแขน รชานนท์ขนลุกซู่จนต้องจับมือติรกาไว้ แล้วนอนกอดติรกาไว้ ติรกายิ้มพอใจแล้วใช้มือขวาขยับไปจับปลายปืนที่วางพิงรอไว้โดยที่รชานนท์ไม่ทันสังเกต ติรกาค่อยๆจับปลายปืนแน่นกะฟาดเต็ทที่
“นี่ไง...ใครบอกฉันไม่มีเสน่ห์ แต่...ถ้าคิดจะฟันฉัน ฉันทุบหัวแบะแน่” ติรกาคิดครุ่น
แล้วจู่ๆ รชานนท์ก็พลิกตัวนอนหงายปล่อยมือจากติรกา รชานนท์หายใจเข้าออกลึก ๆเหมือนสงบใจได้ ติรกางงว่าเกิดอะไรขึ้นอีก รชานนท์หันตะแคงมามองหน้าติรกา
“นอนเถอะครับ ดึกแล้วนะ”
ติรกาเหมือนจะสูญเสียความมั่นใจไปอีก สีหน้าของติรกาทำให้รชานนท์แปลกใจ
“กระแต..คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
ติรกาผิดหวังและน้อยใจ จนพูดไม่ออก ติรกาพลิกตัว หันหลังให้รชานนท์
“ฉันไม่มีเสน่ห์เลยใช่ไหม คุณถึงได้...”
“ไม่ใช่นะกระแต มันไม่ใช่แบบนั้นนะ กระแต”
รชานนท์พลิกตัวติรกากลับมา
“ไม่ใช่ว่าคุณไม่มีเสน่ห์ คุณยังสวย สวยมากก...แต่..ตอนนี้คุณยังไม่สบายอยู่ ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณ”
ติรกามองรชานนท์อึ้งไปกับความคิดรชานนท์
“ผมไม่อยากทำให้คุณเสียใจอีก ถ้าคุณหายดีเมื่อไหร่..เมื่อนั้นผมถึงจะกล้า...รักคุณ”
“นนท์คะ...คุณเคยมีคนอื่นนอกจากฉันไหม” ติรกาถามด้วยความอยากรู้
“ผมจะไม่โกหกนะมีหลายคนพยายามจะแทนที่คุณ แต่ผมก็รู้ตัวเองดีว่าหัวใจผมไม่เคยมีใคร นอกจากคุณคนเดียว”
“แต่ฉันอายุเยอะแล้วนะ สู้เด็กๆ สาวๆ ไม่ได้หรอก”
รชานนท์ยิ้มแล้วใช้นิ้วแตะที่จมูกติรกาเบาๆ
“แม้ว่าเธอจะแก่กว่านี้ จะเหี่ยวกว่านี้จะหง่อมกว่านี้ซักเท่าไร ผมเธอจะหงอกจะขาว เคี้ยวข้าวแทบไม่ไหวยังไง ก็รักเธอยัยแก่”
ติรกางอนตั้งท่าพลิกตัวหนีที่โดนแหยบว่าแก่ รชานนท์จับตัวติรกาพลิกกลับมา
“บอกเอาไว้วันนั้นฉันก็..แก่”
รชานทท์เอาจมูกแตะจมูกติรกาเบาๆ
“เชื่อผมนะ”
ติรกาไม่ตอบแต่ทำเป็นเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างงอน ๆ
“น้า...”
ติรกาทำหน้าเหมือนเสียไม่ได้ พยักหน้าเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ รชานนท์ยิ้มกอดติรกาไว้ในอ้อมแขน ติรกาสีหน้าอ่อนโยนลงยอมให้รชานนท์กอดอย่างเต็มใจ ทว่าความรู้สึกก็ยังสับสนลังเลอยู่นั่นเอง

ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่บ้านสมภพ สมภพกำลังสนทนาอยู่กับธงฉาน
“จัดการเรื่องรุจีเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”
“ไม่มีปัญหาครับ”
“รู้แล้วใช่มั้ย.. ว่าพรุ่งนี้รุจีควรจะอยู่ที่ไหน”
“ที่ ๆ จะเป็นอุปสรรคมหาศาล ต่อความรักระหว่างคุณอาติรกากับนายรชานนท์ครับ”
ทั้งธงฉานและสมภพยิ้มพอใจเป็นอย่างมาก

วันรุ่งขึ้น ตอนกลางวัน รชานนท์กับพชรเดินมาที่ห้องอาหารในรีสอร์ต รชานนท์ท่าทางเซ็ง ๆ จนพชรรู้สึกได้
“ทำหน้าเซ็งเรื่องอะไรวะ เซ็งที่ลูกสาวกับลูกเขยนัดกันไปกินข้าวเหรอ ไอ้หมาหวงลูก”
“เซ็งพี่นี่แหละ พูดมากเกินทน ทำไมต้องพากันออกไปกินข้าวข้างนอก..ลีลามาก เรื่องเยอะ...ไม่เข้าใจเลย”
รชานนท์พูดแล้วก็หันไปเจอกับรุจี ที่อยู่ในชุดไทยภาคเหนือจัดเต็มทั้งหน้าผม รุจียิ้มหวานให้รชานนท์
รชานนท์กับพชรถึงกับอึ้งมองอย่างงง ๆ
“สวัสดีเจ้าคุณนนท์ คุณพชร”
“คุณมาได้ยังไง แล้วมาทำอะไรที่นี่” รชานนท์ถาม
รุจีเดินเข้ามาหารชานนท์ แต่รชานนท์ถอยหนี รุจีไม่ยอมเลยคล้องแขนรชานนท์ไว้แน่น
“เฮายะข้าวกลางวันมาฮื้อคุณนนท์ทานอย่างเคยไงเจ้า”
“อย่างเคย” พชรพูดขึ้น
เจ้า... อย่างเคย คุณนนท์จำตอนที่เรายะการยะงานที่เชียงใหม่ต้วยกันได้ก่อ”
รชานนท์อึ้งเหวอไปทันทีเพราะจำไม่ได้
“ตอนนู้นที่แกไปรับจ็อบให้กรมที่ดินที่เชียงใหม่ไง ตอนนั้นรุจีเป็นเลขาของใครสักคน”
รชานนท์นึกได้
“อ๋อ...แล้วทำไมพี่จำได้ล่ะ”
“ฉันรู้ว่าแกจะจำไม่ได้ไง ฉันเลยจำแทน” พชรว่า
รุจีหุบยิ้มทันทีแล้วหันไปทำหน้าเบ้ใส่พชรที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วหันกลับมายิ้มหวานให้รชานนท์ต่อ
“จำบ่อได้บ่อใช่ปัญหาเจ้า... เพราะรุจีมั่นใจว่าอาหารมื้อนี้จะยะฮื้อคุณนนท์จำเรื่องของเฮาได้”
รุจีพารชานนท์มานั่งที่โต๊ะทานข้าวที่มีขันโตกจัดไว้เรียบร้อย พชรเดินตามมาจะลงนั่งด้วย แต่รุจีดึงเก้าอี้ออก พชรพลาดล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
“โอ๊ย!”
“โต๊ะนี้สำหรับสองที่เจ้า”
รุจีสะบัดหน้าใส่พชรแล้วหันมายิ้มหวานให้รชานนท์ต่อ รุจีหยิบข้าวเหนียวมาพอดีคำแล้วจิ้มกับน้ำพริกหนุ่มมาจะป้อนรชานนท์
“น้ำพริกหนุ่มของโปรดคุณนนท์เจ้า”
รุจีจะป้อนแต่รชานนท์จับมือรุจีไว้
“ผมทานเอง”
“แต่รุจีอยากป้อน”
“แต่ผมไม่อยากทาน”
รุจีพยายามจะป้อนรชานนท์ให้ได้ แต่รชานนท์ไม่ยอมใช้สองมือจับมือรุจีไว้
“นนท์คะ!”
เสียงติรกาดังขึ้น อึ้งไปกับภาพของรชานนท์กับรุจีตรงหน้า โดยมีสมภพกับธงฉานยืนยิ้มสะใจอยู่ใกล้ๆ
“ดูสิครับคุณติ จับมือถือแขนผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้” สมภพบอก
“ใช่ครับๆ” ธงฉานบอก
รชานนท์หันมามองหน้ารุจี รุจีแกล้งเปลี่ยนท่าทีเป็นเป็นเขินอายที่รชานนท์กุมมือตัวเองไว้
“เฮ้ย!” รชานนท์ร้องขึ้น
รชานนท์รีบปล่อยมือจากรุจีแล้วลุกถอยหนีออกมาทันที ติรกายังยืนอึ้งอยู่
“กระแต... มันไม่ใช่อย่างที่เห็น ผมไม่ได้คิดอะไรกับรุจีเลยนะ”
สมภพกระซิบที่ข้างหูติรกา
“อย่าไปหลงกลนะครับคุณติ เห็นอยู่จะๆ ว่าอะไรเป็นอะไร”
ธงฉานกระซิบที่ข้างหูติรกาอีกข้าง
“ใช่ครับๆ”
พชรมองอาการของสมภพกับธงฉานแล้วหมั่นไส้
“ได้ที...เป่าหูกันใหญ่เลยนะ”
“ใช่ครับ” ธงฉานพูดขึ้นอย่างลืมตัว
ธงฉานรู้ตัวว่าหลุดปากก็หยุดพูดทันที
“กระแต.. เชื่อผมนะ ผมไม่ได้นอกใจคุณ รุจีเอาข้าวกลางวันมาให้แต่ผมไม่อยากทาน ผมเลยห้ามเธอ”
รุจีพูดกับติรกา
“แต่คุณนนท์จับมือรุจีเจ้า จับสองมือด้วย...คุณก็เห็นบ่ใช่ก๊า”
ติรกายังคงนิ่งไม่พูดอะไรแล้วหันไปมองหน้ารชานนท์ที่พูดกับรุจี
“ผมขอโทษที่ล่วงเกินคุณ แต่ที่ผมทำเพราะไม่ต้องการให้คุณมารำลึกความหลัง เพราะคุณกับผมไม่เคยมีอดีตร่วมกัน”
รุจีอึ้งน้ำตาคลอช็อกที่โดนรชานนท์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“คุณนนท์พูดแบบนี้กับรุจีได้ยังเจ้า”
“ผมพูดตามความรู้สึก ผมไม่อยากให้กระแตเข้าใจผิด”
รุจีวิ่งร้องไห้โฮออกไปทันที
ธงฉานส่งปืนลูกซองให้ติรกา ติรการับมาอย่างเคยชิน
“คุณติจัดการเลยครับ... เค้าทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจ” สมภพบอก
“ยัง”
“ยังไม่ยอมรับอีกใช่ไหมครับ คุณนนท์เป็นผู้ชายที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ” ธงฉานยังคงเป่าหูติรกาเต็มที่
“ยังไม่หยุดเป่าอีก ฉันรำคาญ”
ติรกากระชากขึ้นลำแล้วหันกระบอกปืนมาทางสมภพกับธงฉาน แล้วลั่นกระสุนทันที.. ปัง ! กระสุนเฉียดตัวสมภพกับธงฉานไปนิดเดียว ธงฉานกับสมภพยืนอึ้งช็อกทันที
“คุณอายิงผมทำไม” ธงฉานพูดเสียงสั่น
“ฉันมีตาเห็น ตัดสินเองเป็น ไม่ต้องแยง”
ติรกาขึ้นลำปืนแล้วยิงใส่สมภพกับธงฉานอีกทันที ปัง! สมภพกับธงฉานสะดุ้งเฮือก ติรกาขึ้นลำปืนอีกครั้ง สมภพกับธงฉานไม่รอช้าวิ่งหนีออกไปทันที สมภพกับธงฉานวิ่งหนีกระสุนจากปืนลูกซองของติรกาไปทั่วรีสอร์ท รชานนท์กับพชรวิ่งตามไปห้ามติรกาแต่ไม่ทัน สมภพกับธงฉานวิ่งหนีมาถึงที่รถแล้วขับรถออกไปทันที ติรกายังยิงปืนไล่ตามไปอีกสองนัด ปัง! ปัง!

มุมหนึ่งในรีสอร์ต ติรกาวางปืนลูกซองลงบนโต๊ะเสียงดัง โครม! รชานนท์สะดุ้งเฮือกเพราะปลายกระบอกปืนหันมาทางตัวเอง รชานนท์ค่อยๆใช้นิ้วดันปลายกระบอกปืนให้หันออกไปทางอื่น ติรกาถึงกับขำรชานนท์
“กลัวเหรอคะ”
“ไม่รู้ว่ากลัวหรือเปล่า แต่เห็นแล้วเสียว..กระแต ผมขอบคุณมาก ที่คุณไม่เชื่อสองคนนั้น”
ติรกายิ้มให้รชานนท์
“ก็คุณบอกให้ฉันเชื่อคุณ ฉันก็จะลองเชื่อไงคะ”
“ขอบคุณนะครับ...ที่รักของผม”
รชานนท์กับติรกากอดกันอย่างมีความสุข
“ฉันจะเชื่อคุณ แต่ถ้าวันไหนคุณโกหกฉัน ฉันจะยิงทิ้งให้ไส้แตกเลย”
รชานนท์สะดุ้งเล็กน้อยกับคำขู่
“ไหนๆ คุณก็ออกมาแล้ว เราไปหาอะไรทานกันสองต่อสองดีไหม”
ติรกายิ้มนิด ๆ
“ก็..ถ้าคุณว่าง”
“สำหรับกระแต ผมว่างเสมอ”
รชานนท์ยื่นมือให้ติรกา ติรกาวางมือลงบนมือรชานนท์ รชานนท์จูงมือติรกาออกไป

ในช่วงเวลาเดียวกัน วันรบกับมัทรีกำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหารเก๋ๆแห่งหนึ่ง เสียงมือถือวันรบดังขึ้น วันรบหยิบมากดรับทันที
“สวัสดีครับ”

วริษรายิ้มร้ายคุยกับวันรบผ่านมือถือ
“พี่รบคะ ริษมีเรื่องอยากคุยกับพี่รบน่ะค่ะ”
“แต่ตอนนี้ผมกำลังจะทานข้าวน่ะครับ”
“แป๊บเดียวเองค่ะ แล้วริษก็อยู่หน้าร้านที่พี่รบอยู่แล้วด้วย”
วันรบชะงักส่ายสายตามองหาจนเห็นวริษรายืนคุยมือถืออยู่มุมหนึ่ง วริษราโบกมือให้วันรบ
“มัทจ๊ะ..มัทเข้าไปในร้านก่อนนะ เดี๋ยวผมขอคุยงานแป๊บนึง”
“งานไหนคะ” มัทรีถาม
“ฝิ่นน่ะจ๊ะ ไม่ใช่งานออฟฟิศ ผมหางบฮันนีมูนอยู่น่ะจ๊ะ”
“อ้อ..งั้นมัทไปรอข้างในนะคะ”
มัทรีเดินเข้าร้านไป วันรบรีบเดินไปหาวริษราทันที
“มาที่นี่ได้ยังไง... พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีอะไรแมสเสจทิ้งไว้ แล้วพี่จะโทรกลับ”
วริษราก้มหน้าจ๋อยๆ อย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษค่ะ ริษไม่อยากมากวนพี่ แต่ริษทะเลาะกับแฟน แล้วเค้าก็...”
วริษราสะอื้นร้องไห้พูดอะไรไม่ออก วันรบตกใจและเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้น... แฟนเราทำอะไร”
“เค้า...”
วริษรากลัวจนพูดไม่ออกแล้วค่อยๆถอดแว่นตากันแดดออก บริเวณตาของวริษรามีรอยช้ำ วริษรารวบผมทัดหูเปิดให้ดู วันรบเห็นรอยช้ำที่แก้มและที่มุมปาก แก้มและบริเวณดวงตา
“พี่จะไปแจ้งความ”
“อย่านะคะพี่รบ... ริษไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว ริษหนีมาที่นี่เค้าคงตามมาไม่ถูก”
“พี่ว่าเราควรจะกลับบ้านนะ”
“แต่ริษกลับบ้านสภาพนี้ไม่ได้ ริษอยากไปหาหมอรักษาตัวให้หายก่อน แต่แฟนริษเอาเงินไปหมด ริษไม่รู้จะพึ่งใครแล้วค่ะพี่รบ”
วันรบหยิบเงินจากกระเป๋าตังค์จำนวนหนึ่งให้วริษรา
“ไปหาหมอแล้วกลับบ้านซะ”
“ถ้าหางานได้ ริษจะคืนให้นะคะ”
“ไม่ต้อง... รับปากพี่ก็พอว่าจะไม่กลับไปคบกับแฟนคนนี้อีก เค้ามาง้อยังไงก็ห้ามใจอ่อนรู้มั้ย”
“ค่ะพี่รบ... ริษจะพยายาม” วริษราพูดพลางสะอื้น
วริษราพยักหน้าเศร้า ๆ วันรบเห็นท่าทางของวริษราแล้วสงสารเลยลูบหัวปลอบใจ
“จำไว้นะ... แฟนที่ดี เค้าต้องรักดูแลและทะนุถนอมเรา ทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่ใช่มันก็แค่ผู้ชายห่วยๆ”
วริษรายิ้มชื่นชมวันรบทั้งน้ำตา
ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายในบ้าน สมภพกำลังโมโหมากอาละวาดใส่ทรงสุดา
“ห่วยที่สุด! น้องเธอมันไม่ได้เรื่อง แค่จับไอ้รชานนท์ยังทำไม่ได้ โง่!”
“จริง..ไม่ได้เรื่อง” ธงฉานพูดสนับสนุน
“ถ้าเฮาโง่เปิ้นก็กระบือล่ะ เป่าหูแม่หญิงผู้เดียวยังบ่มีปัญญา” รุจีบอก
“มีเหตุผล”
ธงฉานพูดแล้วหันไปทางสมภพ
“กระบือ!”
สมภพย้อนธงฉานทันที
“แล้วแกทำไมไม่ช่วยฉัน”
“ก็ผม...” ธงฉานอึ้งพูดไม่ออก
“โง่!” สมภพกับรุจีพูดประสานเสียงกัน
ธงฉานร้อง “เฮ้ย!” ขึ้นทันที
ธงฉานทำท่าจะหือ แต่สมภพกับรุจีที่กำลังโกรธยืดตัวมองด้วยสายตาเหยียดกด
“ยอมรับก็ได้... แล้วคุณอาคนเก่งจะเอายังไงต่อ”
“ก็ยังต้องใช้แผนนี้ น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน” สมภพบอก
ทรงสุดาซึ่งร่วมวงอยู่ด้วยถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ
“แต่หัวใจอ่อนๆ ของเปิ้นยะด้วยจะได”
“ช่างบ่สะทกสะท้านเหมือนหัวใจบ่หวั่นไหวว่าไผที่ฮักที่รอ...” ทรงสุดากับรุจีเสริมเพลงต่อ
“ สิ้นลม...ลมหายใจของ..” ธงฉานกับทรงสุดารุจีประสานเสียงอีกประโยค จนสมภพทนไม่ได้ต้องเสียงดังขึ้น
“เว้ย...มันใช่เวลาไหมเนี่ย รุจี งานนี้เธอต้องจัดหนักซะแล้ว”
“จะยะจะใดก็อู้มา เวยๆ เวยๆ สิ อู้มา” รุจีบอก
สมภพยิ้มร้ายเก๊กหล่อจนรุจีต้องสะกิดเตือนอีก
“ให้อู้บ่ใช่ให้ยิ้ม เวยๆ สิเว้ย”
“เออ...รู้แล้ว”
ทุกคนรอฟังอย่างตั้งใจ

เย็นวันนั้น ติรกากับรชานนท์เดินเข้ามาในบ้าน เตือนใจกับพุทรารีบวิ่งออกมาดักที่หน้าบ้าน
“คุณติขาอย่าเพิ่งเข้าบ้านเลยนะคะ” พุทรา บอก
“ทำไม”
“คือ..” พุทราอ้ำอึ้ง
“บ้านเรามีแขกน่ะสิ ดูท่าทางไม่เต็มด้วย” เตือนใจบอก
“ใครครับ” รชานนท์ถามขึ้น
“ต่อนยอน..ต๊ะ..ตอนย้อน..ต๊ะ..ตอนยอน..ต๊อนยอน..ต๊อนยอน”
รุจีก้าวออกมาตามจังหวะ
“คุณนนท์เจ้า...”
รชานนท์ตกใจเพราะคิดไม่ถึง
“รุจี คุณมาที่นี่ทำไม”
“เมื่อตอนกลางวัน เฮายะบ่เหมาะบ่ควร เฮาก็เลยปิ๊กมาขอโทษคุณนนท์เจ้า”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ”
รชานนท์โอบติรกาแล้วบอก
“ภรรยาของผมก็คงไม่ถือเหมือนกัน”
รุจีมองติรกาอย่างสะเทือนใจ
“แม่หญิงของคุณนนท์ งามแต๊ๆ นะเจ้า งามขนาดนักเจ้า คุณนนท์เปิ้นเป็นป้อจายที่ดีนักๆเจ้า คุณโชคดีแต๊ๆ นะเจ้าที่มีเปิ้นเป็นคู่ชีวิต”
“ค่ะ” ติรการับคำอย่างงงๆ
“รุจีไม่มีวาสนาจะได้เป็นเนื้อคู่ ได้ดูแลคุณนนท์ให้สมกับความฮักที่เฮามีต่อเปิ้น”
พุทรากระซิบเตือนใจ
“อื้อหือ..มาบอกเมียว่ารักผัวเขา กล้ามากก”
“แต่รุจีบ่กึ้ดแย่งของผู้ใด แม่หญิงที่คุณนนท์ฮัก เฮาก็จะฮักด้วย ขอให้เฮาได้ดูแลคุณกับแม่หญิงของคุณนนท์นะเจ้า”
“ดูแล” ทุกคนร้องขึ้นพร้อมกัน

บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำภายในบ้านของติรกา รุจีจัดเต็มด้วยอาหารจากภาคเหนือทั้งหมด อันได้แก่น้ำพริกอ่อง แกงโฮะ ไส้อั่ว รชานนท์ ติรกา เตือนใจ พุทรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มัทรีกลับเข้ามาพอดี
“โอ้โห วันนี้ยกครัวทางเหนือมาเหรอคะ จัดเต็มเชียว”
ทุกคนในโต๊ะเงียบไม่มีใครตอบ
“เป็นอะไรกันคะ เงียบเชียว แล้วกับข้าวทั้งหมดนี่ฝีมือใครเหรอคะ”
บรรยากาศแห่งล้านนาล่องลอยมาตลบอบอวล เสียงรุจีดังขึ้น
“ข้าเจ้า เป็นสาวเชียงใหม่ แหมบ่ เต้าใด ก็จะเป็นสาวแล้ว”
มัทรีหันไปถามเตือนใจ
“ใครคะคุณยาย”
“อดีตกิ๊กคุณนนท์ค่ะ” พุทราสาระแนพูดขึ้นทันที
มัทรีหันขวับมองรชานนท์ทันที
“พ่อไม่เคยยุ่งกับเขาเลย” รชานนท์บอก
“แล้วทำไมเราไม่ไล่ไปล่ะคะคุณเตือน” พุทราเอ่ยถามขึ้น
เตือนใจถึงกับเซ็ง
“มาแนวขอความเห็นใจก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันน่ะสิ”
“ดูหน้าคุณติสิคะ จะระเบิดแล้วนะคะนั่น” พุทราบอก
บนโต๊ะอาหาร ติรกาหน้าตึงมาก ในขณะที่รุจีเข้าไปบริการตักโน่นนี่ให้กับติรกา
“คุณติเจ้าลองชิมน้ำพริกอ่องเจ้า เมนูนี้คุณนนท์ชอบนักๆ ไส้อั่ว คุณนนท์ก็บอกว่าฝีมือรุจีล้ำนักทานสิเจ้า”
ติรการำคาญจนสุดทน วางช้อส้อมดัง เคร้ง! ทุกคนชะงักทันทีเมื่อติรกาลุกขึ้น
“ติอิ่มแล้วค่ะ อยากพัก”
ติรกาไม่รอคำตอบเดินขึ้นห้องทันที
รุจียิ้มตีหน้าซื่อ
“ภรรยาคุณนนท์เปิ้นเป็นอันหยังเจ้า”
“ยังจะถาม” พุทราพูดขึ้น
รชานนท์รีบลุกตามติรกาขึ้นไปทันที รุจีหันมาหาเตือนใจ
“งั้นคุณยายชิมน้ำพริกหนุ่มนะเจ้า”
เตือนใจเหวี่ยงหน้าไปทางรุจี
“ขอโทษนะหนู แต่ฉันแพ้อาหารเหนือเวลากินแล้วมือไม้มันจะ … กระตุกน่ะจ๊ะ”
เตือนใจลุกไปอีกคน
พุทราหันขวับทางรุจีแล้วบอก
“ไม่มีคนกินก็ปิ๊กบ้านดีไหมจ๊ะ หรือจะให้ฉันช่วยปิ๊ก!” พุทราพูดพลางยกขาขึ้นบนเก้าอี้ขู่รุจี
“แต่ข้าเจ้า...”
ปรี๊ดด!! พุทราเป่านกหวีดใส่หน้ารุจี
“ไปแล้วเจ้า..ไปแล้ว”
รุจีรีบเดินออกไป พุทราเหลือบสายตามองไปทางชั้นบนแล้วพึมพำคนเดียว
“ระเบิดลงแน่”

รชานนท์ยืนเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้องนอนของติรกา
“กระแต..เปิดประตูเถอะครับ กระแต...ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ ผมรักคุณคนเดียวนะกระแต ไหนคุณว่าจะเชื่อใจผมไง”
มัทรีเดินเข้ามาหารชานนท์
“คุณพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน...ทำให้แม่เสียใจ”
“มัท..พ่อเปล่านะ รุจีเข้ามาเอง กระแตก็รู้ว่าพ่อเปล่า”
“ถ้าไม่ใช่แล้วแม่จะโกรธคุณแบบนี้ได้ยังไง”
“มัท..พ่อไม่เคยมีอะไรกับรุจีจริงๆนะ มัท..พ่อสาบานได้เลยนะ ว่าพ่อไม่เคยคบใครจริงจัง นอกจากกระแตคนเดียว” รชานนท์หันไปตะโกนใส่ประตู
“จริงนะกระแต เชื่อผมนะ”
ติรกาเปิดประตูออกมา
“กระแต..คุณ..”
รชานนท์พูดยังไม่ทันจบ ติรกาส่งผ้าห่มกับหมอนให้ รชานนท์ถึงกับหน้าเสียทันที
“กระแต คุณไม่เชื่อผมเหรอ”
“เชื่อค่ะ แต่ฉันหงุดหงิด ไม่อยากเห็นหน้าคุณตอนนี้”
ติรกาพูดจบแล้วปิดประตูใส่รชานนท์ทันที
“กระแต!”
รชานนท์หันมามัทรีที่เมินหน้าใส่แล้วเดินเข้าห้องตัวเอง รชานนท์มองหมอนกับผ้าห่มอย่างเครียด

ภายในเลานจ์แห่งหนึ่งใกล้กับตัวจังหวัดราชบุรีช่วงเวลากลางคืน พชรหัวเราะอย่างเมามันส์กับชีวิตรักของรชานนท์
“ฮะๆ โดนเมียไล่ออกนอกห้อง นี่ยังไม่ทันถึงเดือนเลยโดนซะแล้ว ฮะๆๆ ต่อไปก็โดนเจี๋ยนแน่”
“ฮะๆ แต่ผมว่าผมจะโดนเจี๋ยนเพราะพี่มากกว่า เมียผมงอนอยู่นะลากผมมาที่นี่ กะให้ผมตายแน่ใช่ไหมเนี่ย” รชานนท์พูดประชด
บรรยากาศภายในเลานจ์ สาวๆเซ็กซี่คอยเสิร์ฟเครื่องดื่มและนั่งดริ้งค์ดูแลลูกค้าในร้านอย่างเอาอกเอาใจ
“เอาน่า...พี่มาเซอร์เวย์หนนึงแล้ว เตรียมทีเด็ดไว้ให้แกสองคนด้วยนะ”
“ผมไม่เอา” วันรบกับรชานนท์บอก
พชรยิ้มแล้วบอก
“ไม่ทันแล้วว่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณระ”
พชรหันไปมองทางต้นเสียง เจ๊กุ๊ก ชายอ้วนใจหญิง นายหน้าหาสาวไซด์ไลน์ให้ลูกค้าเดินถือกระเป๋าเฮอร์เมสเข้ามา หาพชร
“ลูกไก่ของกุ๊กกำลังมาค่ะ คัดพิเศษอย่างที่คุณระขอไว้”
พชรยิ้มแล้วหันไปหาวันรบกับรชานนท์
“ไอ้รบ..ของแกก่อนเลยนะ” พชรบอก
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เอา” วันรบบอก
เจ๊กุ๊กหันไปมองทางหนึ่งแล้วกวักมือเรียก
“ริษซี่”
วริษราเดินใส่เดรสสั้นรัดรูปเซ็กซี่นิดๆเข้ามา วริษราแต่งหน้าจัดโปรยยิ้มใส่ทุกคน ทันทีที่วริษราเห็นวันรบก็อึ้งไป วันรบก็อึ้งเช่นกัน
“พี่ระ..ผมขอคนนี้” วันรบบอก
“ไอ้รบ..แกคิดจะนอกใจลูกฉันเหรอไงวะ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นป๋า เด็กคนนี้ญาติผม”
พชรกับรชานนท์มองวริษราแล้วอึ้งไปทันที

ภายในห้องพักของโรงแรมชั่วคราวแห่งหนึ่ง วันรบยืนกอดอกมองวริษราที่นั่งน้ำตาคลออยู่บนเตียง
“พี่รบเชื่อริษนะคะ... ริษไม่อยากทำจริงๆ”
“แสดงว่าเจ๊คนเมื่อกี้มันหลอกเราใช่มั้ย พี่จะได้ไปจัดการมัน”
วันรบจะเดินออกไปแต่วริษรารีบรั้งตัวไว้
“ไม่ได้นะคะพี่รบ อย่าเอาเรื่องเจ๊กุ๊กนะคะ”
“ทำไม อย่าบอกนะว่าเราเต็มใจ”
วริษราอึกอักพูดไม่ออก ได้แต่สะอื้น
“ไม่ใช่นะคะ ริษไม่อยากทำ แต่ริษไม่มีทางเลือก พี่กุ๊กให้ริษยืมเงินค่าเทอมมาหลายครั้ง ริษไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาคืนแล้วถ้าริษไม่มีเงิน ริษก็ต้องออกจากมหาลัย ริษก็เลย...”
วริษราร้องไห้หนักขึ้น
“ริษขอโทษนะคะพี่รบ... ริษขอโทษ”
วันรบเห็นท่าทางของวริษราแล้วส่ายหน้าอย่างเห็นใจ
“ไม่ต้องขอโทษพี่ คนที่เราควรขอโทษคือพ่อกับแม่ต่างหาก”
วริษราตื่นกลัวขึ้นมาทันที
“พี่รบอย่าบอกพ่อกับแม่นะคะ... ริษขอร้อง”
“พี่จะไม่บอกป้าแป้นกับลุงทิน แต่ริษต้องเลิกทำงานนี้”
วริษราสะอื้นไห้พลางส่ายหน้า
“แล้วเงินเจ๊กุ๊ก แล้วไหนจะค่าเทอมอีก”
วันรบหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา หยิบเงินออกมาหมดกระเป๋า
“เอาเงินไปให้เจ๊ บอกว่าพี่เหมาทั้งคืน ส่วนค่าเทอมถ้ายังหาไม่ได้จริง ๆ พี่จะออกให้เอง”
“จริงเหรอคะพี่รบ”
“จริง... แต่เราต้องสัญญากับพี่ว่าจะไม่ทำงานนี้อีก”
วริษรายิ้มทันที
“ ริษสัญญาค่ะ”
วันรบพยักหน้าให้ วริษรายิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดวันรบทันที
“ขอบคุณนะคะพี่รบ”
วันรบลูบหัววริษราอย่างเอ็นดู

เช้าวันใหม่ วริษรานั่งดูรูปถ่ายของตัวเองกับวันรบสมัยวัยเด็ก ภาพนั้น...วริษราใส่ชุดเจ้าหญิง วันรบใส่ชุดเจ้าชาย รวมถึงภาพถ่ายร่วมกันขณะที่วันรบเป็นนักศึกษาแล้ว วันรบกับวริษราอายุห่างกันเจ็ดปี
“พี่รบคือเจ้าชายของริษ... ริษไม่ยอมให้ใครมาเป็นเจ้าหญิงของพี่เด็ดขาด”
วริษราพูดขึ้นด้วยสีหน้าดูมุ่งมั่นมาก ๆ

ในช่วงเวลาที่บรรดาหนุ่มๆพากันออกตระเวนราตรี เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ติรกาเดินลงมาข้างล่างเพื่อดื่มน้ำ ติรกา มองไปที่โซฟาไม่มีร่องรอยของรชานนท์นอนอยู่แต่อย่างใด
“ไปไหนของเขานะ” ติรกาพูดกับตัวเอง
ขณะนั้น พุทรากับเตือนใจเดินถือเครื่องดื่มออกมาจากห้องครัว
“คุณติมองหาใครเหรอคะ” พุทราถามขึ้น
“เปล่านี่..ฉันแค่ลงมาหาอะไรดื่มนิดหน่อย”
เตือนใจยิ้มอย่างรู้ทันแล้วพูดว่า
“ไล่เขา..แล้วก็มาตามหา..คงไม่ใช่หึงหรือหวงใช่ไหม”
“หมายถึงคุณนนท์ใช่ไหมคะ ออกไปหาคุณรบตั้งนานแล้วค่ะ” พุทรารายงานทันที
“โดนเมียไล่ออกนอกห้องก็เลยไปนอกลู่นอกทางซะเลยน่ะสิ” เตือนใจพูด
ติรกาหงุดหงิดทันที
“ก็จะได้รู้ไว้”
ติรกาเดินงอน เสียงดังปึงปังขึ้นไปข้างบนตามเดิม เตือนใจอดขำไม่ได้
“ไม่ทันไรก็หึงซะแล้ว”

คืนนั้น … รชานนท์กับวันรบช่วยกันประคองพชรที่เมากรึ่มกลับเข้ามาที่บ้านพักในรีสอร์ต
“ไอ้นนท์ ไอ้บ๊าเอ๊ย เมียฉันกลับกรุงเทพฯทั้งที แกจะรีบกลับทำไมวะเนี่ย ยังไม่หายมันส์เลย”
“รีบกลับก็ดีแล้วพี่ ผมง่วง” วันรบบอก
“ไอ้รบ ต่อหน้าพ่อตาทำเป็นคนดี โธ่เอ๊ย ใจแกไม่อยากกลับหรอก” พชรว่า
“พี่ระ ผมง่วงจริงๆ ผมละ..เลิกแล้วทุกอย่างเพื่อมัท”
“เสียสโลแกนกลุ่มหมด” พชรว่า
“สโลแกนว่าอะไรคะ” เสียงนลินีดังเข้ามา
“ตัณหาอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่นไง” พชรพูดขึ้น นึกได้ว่า วันรบก็รชานนท์ที่ร่วมก๊วนเดียวกันน่าจะรู้นี่นา
“เอ๊ะ พวกแกก็รู้แล้วถามทำไมวะ”
“ผมไม่ได้ถาม” รชานนท์กับวันรบพูดขึ้นพร้อมกัน
“แล้วใคร...ถาม”
พชร หันมาทางต้นเสียง ทันทีที่เห็นนลินีก็ตกใจจนแทบจะหายเมา
“เมียจ๋า ไหนว่ากลับกรุงเทพฯไง”
“ถ้าฉันกลับกรุงเทพฯ แล้วฉันจะได้เห็นเหรอว่าคุณน่ะ หนีเที่ยว มานี่เลย” นลินีบิดหูพชรทันทีแล้วหันไปพูดกับรชานนท์และวันรบ
“จำไว้นะ โทษของการหนีเที่ยวจะต้องเป็นแบบนี้”
นลินีดึงหูพชรเข้าไปในบ้าน พชรร้องเสียงหลงขอความเมตตาดังแว่วออกมา
“อย่าทำผมเลย เมียจ๋า...”
“แกอย่าทำแบบนี้นะไอ้รบ อย่าให้มัทต้องนั่งรอแกกลับด้วยความเป็นห่วงและเสียใจที่รู้ว่าแกไปอยู่กับคนอื่น”
“ครับ...พ่อ” วันรบหน้าเป็นเข้ามาใกล้รชานนท์รับคำด้วยรอยยิ้ม
รชานนท์ผลักหัววันรบออกไปห่างๆ แล้วลุกขึ้น
“ป๋าจะไม่ค้างที่นี่เหรอ”
“ไม่ล่ะ...เดี๋ยวเมียฉันเป็นห่วง”
“ปลาไหลเกยตื้น หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง”
“แต่ถ้าแกยังไหลอยู่ ฉันจับทำปลาไหลเจี๋ยนแน่”
วันรบยิ้มขำ รชานนท์เดินออกไป

ติรกานอนมองนาฬิกาที่บอกเวลาสี่ทุ่ม ติรกานอนกระสับกระส่าย ลุกเดินไปดูที่หน้าต่างกระวนกระวายจนนั่งไม่ลง ติรกา ถอนใจหงุดหงิด
“หายไปไหนเนี่ย”
เสียงรถของรชานนท์แล่นเข้ามาในบ้าน ติรการีบเดินไปดูที่หน้าต่างเห็นรชานนท์ลงจากรถเดินเข้าบ้าน ติรกานั่งที่เตียงแล้วนึกได้รีบวิ่งไปที่ประตูปลดล็อค แล้วปิดไฟ ติรกากระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างรอคอย
รชานนท์เปิดประตูเข้ามาในห้อง ติรการีบหลับตาทำเป็นนอนหลับ รชานนท์เดินมานั่งลงที่พื้นมองติรกาที่นอนหลับอยู่ รชานนท์บ่นเบาๆกับตัวเอง
“ไอ้เราก็กลัวว่าจะเป็นห่วง รีบกลับมา..หลับไม่รอซะงั้น” รชานนท์เขี่ยจมูกติรกาเบาๆ รชานนท์พูดเบาๆกับติรกา
“ผมรักคุณคนเดียวนะกระแต อย่างอนผมเลยนะ”
รชานนท์หอมหน้าผากติรกาเบาๆ
“ฝันดีนะครับ”
รชานนท์ขยับเอื้อมไปหยิบหมอนลงมานอนที่พื้น รชานนท์นอนมองหน้าติรกา หลับตา และหลับไปในที่สุด ติรกาลืมตามองรชานนท์ยิ้มปลื้มกับคำพูดของรชานนท์

เช้าวันใหม่ รชานนท์ยังนอนหลับอยู่ที่เดิม ติรกาเข้ามาสะกิดจมูกรชานนท์
“นนท์..นนท์คะ”
รชานนท์ปัดอย่างรำคาญ
“อือ..พี่นี วันนี้ผมเข้างานสายพี่”
“ถ้านนท์ไม่ตื่น กระแตจะลงไปทานข้าวคนเดียวแล้วนะ” ติรกาบอก
“อือ...กระแต..กระแต” ..” รชานนท์พึมพำพลางนึกได้จึงรีบลืมตาขึ้นทันที
“กระแต”
ชานนท์เห็นติรกานั่งยิ้มอยู่
“ตื่นเถอะค่ะ กระแตหิวแล้ว”
รชานนท์เด้งตัวขึ้นมานั่งทันทีอย่างดีใจ
“กระแต หายงอนแล้วใช่ไหม”
“กระแตงอนนนท์ตอนไหนหรือคะ ไม่เห็นจำได้เลย แต่ถ้า..นนท์ลุกช้ากว่านี้ กระแตจะโมโหหิวแล้วนะ”
รชานนท์รีบลุกทันที
“ห้านาที อดใจรอห้านาทีนะ” รชานนท์พูดแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำและวิ่งกลับออกมา ติรกางง
“อะไรเหรอคะ”
รชานนท์ตรงเข้าหอมแก้มติรกาฟอดใหญ่แล้ววิ่งกลับเข้าห้องน้ำอีกที
“ลืมชื่นใจตอนเช้าจ๊ะ มีความสุขจริงโว้ย”
รชานนท์ปิดประตูห้องน้ำ ฮัมเพลง ติรกามองตามอย่างยิ้มๆ

เวลาต่อมา รชานนท์จูงมือติรกาเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เตือนใจนั่งหน้าหงิกอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“เป็นอะไรคะแม่ ดูอารมณ์ไม่ดี” ติรกาถามขึ้น
เตือนใจมองชามขนมจีนน้ำเงี้ยว รชานนท์มองตามอย่างสังหรณ์ใจ
“น้ำเงี้ยว...คุณแม่อย่าบอกนะครับว่า” รชานนท์พูดยังไม่ทันจบประโยค รุจีก็เข้ามา...
“ต่อนยอน..ต๊ะ..ตอนย้อน..ต๊ะ..ตอนยอน..ต๊อนยอน..ต๊อนยอน”
รชานนท์กับติรกาหันไปเห็นรุจีกำลังเดินยิ้มร่าออกมาจากครัว
“อรุณสวัสดิ์เจ้า”
“เพิ่งสุขแหม๊บๆ ทุกข์มาเยือนอีกละ รุจี คุณจะมาทำไมเนี่” รชานนท์ถามขึ้น
“ข้าเจ้ามาดูแลคุณนนท์เจ้า” รุจีตอบหน้าซื่อ ยิ้มหวาน
“ฉันคอยดูแลนนท์อยู่แล้ว คงไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะ”
เตือนใจตบเข่าฉาด
“มันต้องอย่างนี้ ลูกแม่”
“โถ ถ้าอย่างนั้นคุณติคงลำบากขนาด ถ้าอย่างนั้นข้าเจ้าจะดูแลคุณติเองนะเจ้า คุณติจะได้มีแฮงดูแลคุณนนท์ต่ออีกทอดนึง”
“อื้อหือ..แม่คนใจบุญ ระวังบุญจะทับตั๋วตายเน้อ” เตือนใจพูดขึ้น
“ไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะผมกับภรรยาดูแลกันและกันด้วยความรัก เราไม่เหนื่อยและไม่ต้องการมือที่สาม”
รุจีเจอคำพูดของรชานนท์เข้าเต็มๆถึงกับสะอึกสะอื้นคร่ำครวญ
“ข้าเจ้าบ่อได้กึ้ดจะเป็นมือที่สาม ข้าเจ้าแค่อยากดูแลคนที่ข้าเจ้าฮัก ข้าเจ้าเสียใจ๋” รุจีร้องไห้เสียงดังขึ้นทุกที
ติรกาทนไม่ได้
“อย่าร้องเลยค่ะ คุณอยากทำก็ทำไปเถอะ”
รชานนท์กับเตือนใจตกใจร้องขึ้น
“กระแต,ยัยติ”
“ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะลูก” เตือนใจถาม
“ฉันเข้าใจนะคะว่าการต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักมันเจ็บปวดแค่ไหน ถ้าการที่คุณจะมาดูแลนนท์แล้วทำให้คุณทุกข์น้อยลง ฉันก็ยินดี” ติรกาบอก
รุจีสะเทือนใจ
“ขอบคุณเจ้า ที่คุณติเข้าใจข้าเจ้า คุณติช่างเป็นคนดีมีน้ำใจนักๆ ถ้างั้น ทานน้ำเงี้ยวนะเจ้า ข้าเจ้าเตรียมมาให้ตั้งแต่เช้า ลำขนาดเจ้า”
รุจีจัดเตรียมให้ขนมจีนให้ติรกากับรชานนท์ เตือนใจมองติรกาที่กินขนมจีนด้วยสีหน้าตึงเครียดก็เป็นห่วง

สมภพตบมือพอใจในผลงานของรุจี
“ดีมาก ที่ทำให้เข้านอกออกในบ้านนั้นได้อย่างสบาย” สมภพพูดขึ้น
“มันจะได้ผลเหรอครับอา คุณอาติก็ยอมซะขนาดนั้น แล้วจะทำให้แตกหักกับไอ้หน้าหล่อยังไง เผลอๆ กลายเป็นคนรุจีไปรับใช้ไอ้หน้าหล่อฟรีๆ ล่ะมั้ง” ธงฉานบอก
“แกนี่มันรอยหยักน้อยจริงๆ ผู้หญิงต่อให้มันใจกว้างยังไง ถ้ามีผู้หญิงอื่นมาเดินไปเดินมาตำตาในบ้านทุกวัน สักวันมันก็ต้องหมดความอดทน แล้วก็..บ้านบึ้ม! ถึงตอนนั้นรุจีก็จะแย่งไอ้หน้าหล่อไปจากติรกาได้แล้วติรกาก็จะ ฮึๆ ฮ่าๆๆ”
“ลากลูกซองยิงอาไส้กระจาย ฮึๆ ๆ ฮ่าๆๆ”
“ช่าย...เว้ย ไอ้บ้า! ติรกาต้องเป็นของฉันต่างหาก”
“แล้วปี้สาวข้าเจ้าล่ะ” รุจีถามขึ้น
“ถ้าไม่งี่เง่า ฉันก็จะเลี้ยงดูให้สบายไปชั่วชีวิต แต่ถ้าเรื่องมาก ฉันจะไสหัวออกจากบ้านไปทั้งแม่ทั้งลูก” สมภพว่า
“งั้นข้าเจ้าจะเลิก ข้าเจ้าบ่ยอมให้ปี้ดาเสียใจ๋” รุจีบอก
“งั้นก็เตรียมรับพี่สาวกับหลานแกไปเดี๋ยวนี้ได้แลย เลือกเอา” สมภพบอก
“อ้ายอย่าใจร้ายกับข้าเจ้านัก ข้าเจ้าภักดีกับอ้ายตลอดมาและจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป” ทรงสุดาพูดขึ้น
สมภพถึงกับสะอึกและรู้สึกผิดนิดๆ ธงฉานปรบมือ
“ซาบซึ้งมาก คนดีอย่างพี่ดาไม่น่าได้ผัวเลวๆ แบบนี้เลย”
สมภพจิกกระชากหัวธงฉาน
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยปากแกน่ะ ทำตามแผนฉันแล้วพี่สาวเธอจะสบาย”
รุจีมองสมภพอย่างเจ็บใจที่ต้องทำตามเพื่อช่วยทรงสุดา

วันรบคุยโทรศัพท์มือถืออยู่กับมัทรีที่บ้านของพชร
“ผมกำลังรีบไปครับ มัทเลือกดูของแบบการ์ดไปพลางๆ ระหว่างรอนะครับ ผมจะรีบเหยียบไปอย่างเร็วที่สุด” วันรบบอก
วันรบรีบเดินไป ระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูรถ วริษราก้าวเข้ามา วันรบเงยหน้ามองแล้วถามขึ้น
“ริษ...มาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า”
วริษราโผเข้ากอดวันรบ วันรบตกใจ
“ริษ...ริษเป็นอะไร”
วันรบรีบจับตัววริษราให้ห่างออกไป
“ริษ..ริษร้องไห้ทำไม”
“พี่รบ..พี่รบไม่แต่งงานได้ไหมคะ ริษรักพี่รบนะคะ”
วันรบถึงกับตะลึงทันที
“ริษ..เราเป็นญาติกันนะ”
“ก็แค่ญาติห่าง ๆ สายเลือดเราไม่ได้ใกล้กันเลย พี่รบ...ริษรักพี่รบมาตลอด รักมาตั้งแต่เด็ก ริษทนไม่ได้ที่พี่รบจะแต่งงานกับคนอื่น ริษทนไม่ได้”
วริษราตรงเข้ากอด วันรบถึงกับหน้าเครียดทันที

วันรบรีบเดินตรงเข้ามาหามัทรีที่กำลังดูการ์ดตัวอย่าง
“พี่รบคะ มัทคัดไว้สองแบบ ให้พี่รบช่วยตัดสินใจว่าแบบไหนดี แบบที่หนึ่งจะเป็นแบบทางการหน่อยก็ใช้กระดาษสาสีชมพูซ้อนกับกระดาษแข็ง แบบนี้ผู้ใหญ่คงชอบ แต่มัทชอบอีกแบบมากกว่าเป็นป๊อบอัพกางแล้วเป็นรูปถ่ายของเราสองคน แล้วก็เขียนชื่อที่ฐานป๊อบ-อัพ”
วันรบรับการ์ดมาดูอย่างเหม่อลอย พลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อครู่

… วันรบรีบแกะมือของวริษราออก
“พี่ขอโทษนะริษ”
“เพราะว่าเราเป็นญาติกันใช่ไหม พี่รบติดแค่ตรงนั้นใช่ไหม”
“ม่ใช่...แต่ที่ติดคือ พี่ไม่ได้รักริษ พี่รักแฟนพี่ พี่ถึงแต่งงานกับเขา พี่ให้ริษได้แค่ความเป็นพี่น้อง พี่ขอว่าอย่าทำแบบนี้อี”
วริษราบีบน้ำตาทันที
“พี่รบรับรู้ไว้นะคะ ว่าริษรักพี่รบ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:44:55 น.
Counter : 212 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 8 (ต่อ)



พิธีหมั้นของวันรบและมัทรียังดำเนินต่อไป ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าเพื่อรอฤกษ์ วันทนีย์เชิดใส่ติรกา แต่ติรกายิ้มหวานให้ วันทนีย์สะบัดหน้าไปอีกทาง ติรกาก็ยังยิ้มให้อีก
วัทนีย์ถลึงตาแยกเขี้ยวขู่ ติรกากระพริบตาปริบ ๆ พร้อมกับฉีกยิ้มหวานเยิ้มจนวันทนีย์งง
กระถินสะกิดวันทนีย์ “ยายคุณนายโอ่งท่าทางแปลก ๆ เล่นหูเล่นตากับคุณแม่ตลอด”
“ยิ้มเยาะเย้ยที่ได้สินสอดไปนอนกอดตั้งสิบล้านน่ะสิ” วันทนีย์บอก
“หนอย... ยายคุณนายน้ำปลาทะเล เค็มยิ่งกว่ามหาสมุทรแปฟิสิกส์” กระถินฉุน
พุทรายื่นหน้ามาพูดแก้ “ มหาสมุทรแปซิฟิกค่ะ”
“เออ นั่นแหละ” กระถินหันมาเจอพุทรา “เอ๊ะ ! แล้วมายุ่งอะไรด้วยยะ”
“เอกภาษาไทย ได้ยินภาษาวิบัติแล้วอดไม่ได้ อิอิ” พุทราแซว
ติรกาขยับแขนขึ้นกำลังจะยกมือไหว้ แต่วันทนีย์กับกระถินตกใจรีบยกแขนขึ้นมาตั้งการ์ดเตรียมพร้อม ติรกาไหว้วันทนีย์และกำนันเรืองอย่างอ่อนช้อย วันทนีย์และกระถินถึงกับเหวอ
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณพี่ทั้งสองอย่างเป็นทางการนะคะ” ติรกาพูด
กำนันเรืองเห็นท่าทางของติรกาก็ถึงกับหันมองหน้าวันทนีย์
กำนันเรืองพูดเบาๆ กับวันทนีย์ “ไม่เห็นจะจิตแตกอย่างที่แม่เล่าเลย ดูเป็นมิตรกับแม่ด้วยซ้ำนะ”
วันทนีย์หลบหลังกำนันเรือง “แต่คราวก่อนมันไม่ใช่แบบนี้จริงๆ นะพ่อจ๋า”
วันรบ พชร และรชานนท์แอบสบตากันที่เห็นวันทนีย์งง ทันใดนั้น สมภพกับธงฉานก็หอบกล่องของขวัญเดินเข้ามาในงานหมั้น
“ขอโทษที่มาช้าครับ” สมภพพูดเสียงดัง
รชานนท์สวน “เราเชิญคุณด้วยเหรอ”
“ไม่ต้องจุดธูปเขาก็มาประจำล่ะค่ะ” พุทราว่า
“ชอบเร่ร่อนขอส่วนบุญว่างั้น” รชานนท์รับมุก
“ก็โหยหวนหลังวัดประจำล่ะครับ” ธงฉานตอบ
“พุทราจัดอาหารใส่กระทงให้เขาด้วย” รชานนท์หันไปสั่ง
“สองที่...เย้ย...คนนะไม่ใช่ผี!” สมภพเคลิ้อมตามก่อนจะทำฟอร์มหันไปคุยกับติรกา “ผมมาร่วมยินดีกับหนูมัทรีครับ”
ติรกาลุกเดินตรงไปหาสมภพกับธงฉาน สมภพและธงฉานผวาเล็กน้อยก่อนจะขยับมาเบียดกันเพราะกลัวติรกา
สมภพพูดกับธงฉานเบาๆ “ซ่อนปืนไว้ข้างหลังรึเปล่าวะ”
“ผมบอกอาแล้วว่าอย่าเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่” ธงฉานกระซิบ
ติรกาหยุดยืนประจันหน้ากับสมภพ สมภพกลืนน้ำลายแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ จู่ ๆ ติรกาก็ยกมือไหว้ต้อนรับสมภพด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมงานหมั้นลูกมัทนะคะ เรื่องวันก่อนต้องขอโทษด้วย พุทราเพิ่งบอกว่าคุณสมภพติดต่อธุรกิจร่วมกับฉัน”
สมภพงง ๆ กับท่าทางของติรกา “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ”
“อ่ะ ไม่ถือก็วาง” เตือนใจบอก
ธงฉานวางกล่องของขวัญอย่างว่าง่าย
“ไหน... ขอมือหน่อย” เตือนใจสั่ง
ธงฉานคลานเข้าไปหาเตือนใจแล้วยกมือทั้งสองข้างให้พร้อมกับอ้าปากแหะ ๆ เหมือนสุนัข
เตือนใจลูบหัวธงฉาน “เชื่องเหมือนกันนะเรา”
ทุกคนในงานพากันขำ สมภพอายจนต้องปรี่เข้ามาเบิ๊ดกะโหลกธงฉานหนึ่งที
“อย่าให้ฉันหมดความอดทนกับแกนะ” สมภพขู่
ธงฉานยิ้มแหยๆ

วันทนีย์แอบมาคุยกับกระถินด้วยความสงสัยที่มุมหนึ่งในบ้าน
“ท่าทางยายติรกาน่าสงสัย” วันทนีย์พูด
“เป็นแผนให้ตายใจ เพื่อเล่นงานเราทีหลังรึเปล่าคะ” กระถินข้องใจ
“ยายนี่มันเจ้าเล่ห์ ร้ายลึก โอ๊ย... ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากเกี่ยวดองด้วย”
“เราต้องหาทางล้มงานหมั้นเงียบ ๆ พี่รบจะได้ไม่ต้องหมั้นกับยายมัทรีและไม่ต้องเสียสินสอดสิบล้านให้ยายคุณนายโอ่งน้ำปลา”
วันทนีย์แสดงสีหน้าเห็นด้วยกับกระถิน

วันรบเลื่อนหีบสมบัติสินสอดให้เตือนใจและติรการับเป็นพิธี
“ค่าสินสอดสิบล้านที่ผมเอามาหมั้นมัทรีครับ”
เตือนใจและติรกากำลังจะดึงหีบสมบัติไป แต่วันทนีย์กับกระถินรีบยื่นมือมาดึงหีบไว้ ติรกายิ้มแล้วจะดึงไปแต่วันทนีย์ดึงแน่นไม่ยอมปล่อย
“แม่ครับ...ปล่อยเถอะครับ” วันรบบอก
“ไม่” วันทนีย์ยืนกราน
“แม่จ๋า...ไม่เห็นแก่ลูกก็เห็นแก่หน้าพ่อบ้างนะ” กำนันเรืองขอ
วันทนีย์หันไปเห็นทุกคนมองมาที่ตน
รชานนท์ตัดสินใจจับมือวันทนีย์ “คุณแม่ครับ”
“มีอะ” วันทนีย์หันกลับมาเจอรชานนท์ยิ้มใส่ วันทนีย์รู้สึกเหมือนโดนฮุคใส่หน้าจึงเคลิ้ม “ไรจ๊ะ”
“ปล่อยเถอะครับ” รชานนท์บอก
วันทนีย์เคลิ้มจนปล่อยมือจากหีบ “ได้จ๊ะ”
“ขอบคุณครับ” รชานนท์กล่าว
กระถินพยายามเขย่าและเรียกวันทนีย์ “คุณแม่” กระถินเห็นวันทนีย์ยังเคลิ้มอยู่ก็เลยหยิก “แม่!”
วันทนีย์รู้สึกตัวสะดุ้งทันที
“หยิกข้าทำไมนังกระถิน!”
“โน่น” กระถินชี้ไป วันทนีย์หันไปเห็นเตือนใจกำลังดึงหีบสินสอดไปก่อนที่วันทนีย์จะคว้าไว้ได้ทัน
“ก็เป็นอันว่ามอบสินสอดเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ” เตือนใจบอก
มัทรีหันไปสบตากับรชานนท์ เธอรู้สึกขอบคุณที่รชานนท์เข้ามาช่วยแต่ยังวางฟอร์ม รชานนท์ยิ้มให้ มัทรียิ้มฝืน ๆ ตอบแล้วทำเป็นมองไปทางอื่น รชานนท์จ๋อยเล็กน้อยแต่หันไปเจอติรกามองมา เขาจึงยิ้มกลบเกลื่อนให้ติรกาสบายใจ
ธงฉานเห็นสถานการณ์แล้วจึงสะกิดลากสมภพออกไปคุยด้านนอก

ธงฉานลากสมภพออกมาที่ระเบียงด้านนอก
“เอาไงดีล่ะอา” ธงฉานถาม
“หรือคุณติจะโดนผีเข้าจริง ๆ ถึงได้ยิ้มแย้มยอมให้สวมแหวนหมั้นกันขนาดนี้ ต้องล้มงานนี้ให้ได้” สมภพยืนยัน
“แล้วจะล้มยังไงล่ะอา ถ้าผีคุณติรกาไม่ออก”
สมภพเกิดไอเดีย “ก็ถ้าผีไม่ออก ก็ผีเข้าแทนสิวะ”
สมภพหันมายิ้มให้ธงฉานเป็นการส่งซิก ธงฉานมองสมภพอย่างเข้าใจ

ธงฉานกับสมภพกลับเข้ามานั่งแทรกคนในงาน โดยที่ธงฉานไปนั่งทางหลังมัทรี ส่วนสมภพนั่งด้านหลังวันรบ พุทราขยับพานแหวนหมั้นเข้ามาระหว่างวันรบกับมัทรี
วันทนีย์พูดกับนลินี “เจ้ารบมันซื้อกี่กะรัตน่ะนั่น”
“สามกะรัตค่ะ” นลินีตอบ “น้องรบทุ่มสุดตัวเลยนะคะ”
“มันของกระถินชัด ๆ” กระถินพูด
“อะไรนะจ๊ะ” นลินีถาม
“กระถินว่าอยากเห็นชัด ๆจังเลย เพชรสามกะรัตไม่เคยเห็นน่ะค่ะ” กระถินแถ
“เอาล่ะ สวมแหวนได้แล้ว” ติรกาบอก
วันรบกำลังจะหยิบแหวน ทันใดนั้นธงฉานก็ร้องเสียงดังขึ้นมา “อ๊า!”
วันรบชะงัก ทุกคนก็หันไปมองเห็นธงฉานตัวสั่นอย่างรุนแรง ทุกคนตกใจผงะถอยออกห่างทันที
“นี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย” รชานนท์ถาม
ธงฉานลุกขึ้นยืนชี้หน้ารชานนท์แล้วพูดด้วยเสียงดังและแหลม “สามหาว!”
“หาวเดียวก็หลับแล้ว ไม่ต้องถึงสามหรอก” พุทราขัด
“นังลูกกรอก หุบปาก!” ธงฉานหันมาตวาดด้วยเสียงแหลม
สมภพรีบพนมมือนำก่อนใคร “เอ่อ...ท่านเป็นใครครับ ทำไม”
“ข้าเป็นเจ้ากรรมนายเวรของไอ้หนุ่มนี่” ธงฉานชี้ไปที่วันรบ “ข้ามาเตือน ว่าถ้านังผู้หญิงคนนี้แต่งงานกับมัน ชีวิตนังผู้หญิงคนนี้จะต้องวอดวาย”
กำนันเรืองพูดกับวันทนีย์ “อ้าว แบบนี้มันด่าลูกเราเป็นตัวซวยนี่หว่า”
“ไม่จริง! ไอ้มั่ว !”วันทนีย์โวยวาย
วันรบโมโห “ธงฉาน! คุณอย่ามาลูกเล่นดีกว่า ผมไม่เชื่อหรอก”
“นนท์คะ” ติรกาพยักหน้าให้รชานนท์มองไปทางมัทรีที่กำลังนั่งหน้าเสีย
“ใช่! ถ้าไม่อยากโดนกระทืบม้ามแตกที่นี่ก็หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่..” รชานนท์หักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ
ธงฉานเริ่มเลิ่กลั่กส่งสายตาไปขอความช่วยเหลือจากสมภพ สมภพเห็นไม่ได้การจึงเอาบ้าง
“บรื๋อออ...! เจี๊ยก คร่อก ๆ ๆ”
ทุกคนหันมองสมภพอย่างงงๆ สมภพกระโดด เกาหัว เกาคอ
“ใครอีกล่ะเนี่ย” เตือนใจถาม
สมภพพูดเสียงแหลมยิ่งกว่าธงฉาน “ฉันเป็นนายเวรของนังหนูนี่ นังนี่มันเป็นผู้หญิงกินผัว มันเคยแย่งผัวฉันไปกิน ฉันจะมากินผัวมันเอาคืน”
สมภพพุ่งเข้าไปนัวเนียวันรบทั้งกอดทั้งรัดอย่างแน่นหนา
“ผัวๆ ๆ ๆ” สมภพร้อง
วันทนีย์ตกใจ “ไม่ได้นะ จะมายุ่งกับลูกฉันไม่ได้! เลิก ๆ ไปเลยไม่ต้องหมั้นเมิ้นอะไรกันแล้ว”
“แม่” วันรบตกใจ
มัทรีมองนาฬิกาเห็นว่าเป็นเวลา 09.50 น.
พุทราพูดเบาๆ กับเตือนใจ “ฤกษ์อภิมหามงคลครอบจักรวาล ต้องสิบโมงสิบนาที พ้นฤกษ์นี้ต้องรออีกหลายปีเลยนะคะ”
เตือนใจกระซิบกับพุทรา “ไอ้สองอาหลานนี่ มันหน้าด้านสุดขั้วจริงๆ เลย”
ติรกาโผล่หน้ามาระหว่างเตือนใจกับพุทรา
“ใครหน้าด้านเหรอคะ”
“ก็ไอ้คนทรงผีเก๊น่ะสิคะ” พุทราพูดแล้วหันมาเจอติรกา “เย้ย..คุณติ ตกใจหมด”
“สองคนนั้น” ติรกาสงสัย
“จงใจป่วนให้งานหมั้นล่มน่ะสิ มันน่าเบิ๊ดกะโหลกจริงๆ” เตือนใจฉุน
ติรกามองสมภพกับธงฉานแล้วคิดจะจัดการอะไรบางอย่าง วันรบดันสมภพออกไปแล้วทำท่าจะต่อย แต่สมภพรู้ทันจึงหลบไปมาทำให้วันรบต่อยวืด
“เจี๊ยก คร่อก ๆ ๆ ๆ เอาผัวฉันมา” สมภพยังเล่นละครไม่หยุด
“ถ้าแต่งมันจะต้องวอดวาย หายยะ” ธงฉานพูดเสียงแหลม
เปรี้ยง กระสุนปืนพุ่งไปเจาะที่ผนังข้างตัวธงฉาน
“นะ...เย้ย!” ธงฉานตกใจ
ทุกคนหันไปมองเห็นติรกายืนถือปืนลูกซองด้วยใบหน้าโหดอยู่
“คุณติ” พุทราตกใจ
สมภพตกใจแต่ยังทำใจดีสู้เสือเล่นละครต่อ “เจี๊ยก คร่อก ๆ ๆ”
ติรกาหันมายิงเข้าที่ข้างตัวสมภพสองนัดซ้อนทั้งซ้ายและขวา จนสมภพสะดุ้งโหยง!
“เจ้า!” สมภพชักกลัว
ติรกายิงอีกหลายนัด
“เจี๊ยก” สมภพถอยไปรวมกับธงฉาน ติรกาหันไปเล็งที่ทั้งคู่
“อย่าทำเค้า” ธงฉานร้องขอ
“จะออกไหม”ติรกาถาม
“ผัว ๆ ๆ” สมภพยังไม่ยอมหยุด
“ถ้าไม่ออกก็ตายซ้ำ เลือกเอา!”
สมภพกับธงฉานเริ่มเลิ่กลั่ก
“หนึ่ง! สอง!” ติรกานับ
สมภพสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วฟุบสลบไปทันที
“ทิ้งกันเลย เฮ้ย!” ธงฉานตกใจ
ติรกาหันมาทางธงฉาน “ไม่ออกใช่ไหม”
“ออกแล้วจ้า..ออกแล้ว!”
ธงฉานรู้ตัวจึงสั่นแล้วโผไปทางมัทรี รชานนท์กับวันรบพร้อมใจกันยกเท้าถีบคู่เข้ากลางลำตัวธงฉานดังพลั่ก ธงฉานกระเด็นไปนอนหงายหมดสภาพ รชานนท์กับวันรบเท้าค้างกลางอากาศ
“พุทรา! ให้คนมาพาตัวออกไป!” ติรกาเสียงดัง
พุทรารีบวิ่งไปแล้วกลับมาพร้อมกับคนงาน และแจ่มช่วยกันลากธงฉานออกไป ทันใดนั้นสมภพทำเป็นรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับเนี่ย” สมภพทำเนียน
รชานนท์หันไปทางสมภพ “หลานคุณโดนหิ้วปีกออกไปแล้ว”
“ผมขอตัวไปดูอาการธงฉานหน่อยนะครับ”
พูดจบสมภพก็รีบออกไป

สมภพเดินออกมาขึ้นรถ เขาเห็นธงฉานโดนแบกมาไว้หลังกระบะ
“ธงฉาน” สมภพเข้าไปตบหน้า “ไอ้ธงฉาน!”
ธงฉานตกใจลุกพรวดขึ้นมานั่ง
“ออกแล้ว..ผีออกแล้วคร๊าบ”
“เลิกบ้าได้แล้วเว้ย เขาโยนเราออกมาทั้งคู่แล้ว” สมภพดุ
“แล้วเอาไงล่ะอา โอ่งทองหลุดลอยไปแล้ว”
“แกพลาดแต่ฉันยัง..”
“ไอ้หน้าหล่อมันนั่งหัวโด่อยู่อย่างนั้น หน้าแพะอย่างอาจะไปสู้อะไรมันได้”
“แกกลับไปก่อน ทางนี้ฉันจะดูเอง ฉันต้องหาวิธีให้ได้ มันต้องมีวิธีสิวะ”
สมภพทำสีหน้าเชื่อมั่นไม่ยอมแพ้

สมภพเดินกลับเข้ามา ทุกคนหันไปมองว่าจะมีอะไรอีกไหม
“พุทรา!” เตือนใจเรียก
“ค่ะ!” พุทรารับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะหยิบไม้หน้าสามมาวางข้างตัวเตือนใจ
“เอาไม้มาทำไมครับ คุณยาย” พชรถาม
“ตีผี! เผื่อมีผีที่ไหนมาอีก อยากตายซ้ำซ้อนก็มา” เตือนใจขู่
สมภพสะดุ้งปาดเหงื่อแล้วขยับเข้าไปนั่งห่าง ๆ พยายามทำตัวสงบเสงี่ยม
ติรกาวางปืนแล้วมานั่งที่เดิม “เอาล่ะหมดเรื่องแล้ว สวมแหวนเถอะนะ”
“พร้อมทั้งคนและสินสอดแล้ว หวังว่าคงได้หมั้นสักทีนะ” เตือนใจบอก
พุทราสะกิดเตือนใจ
“ขอขัดจังหวะนิดนึงนะคะ”
“อะไรอีก” เตือนใจถาม
“แหวนหมั้นของคุณมัทหายค่ะ”
พูดจบพุทราก็โชว์กล่องแหวนที่ว่างเปล่าให้ทุกคนดู
ทุกคนพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ “แหวนหมั้นหาย”
“หายไปได้ยังไง?” มัทรีงง
กระถินนั่งนิ่งพยายามเก็บอาการ ในมือของเธอกำแหวนเพชรไว้โดยไม่ยอมให้ใครเห็น
“บุญมีแต่กรรมบัง พยายามแค่ไหนก็คงไม่ได้หมั้น” วันทนีย์เปรยขึ้น
“จะเลยฤกษ์หมั้นอยู่แล้วนะคะ” นลินีบอก
“มัททำอะไรผิด ถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายไม่หยุดในงานหมั้น” มัทรีกลุ้มใจ
“อุปสรรคแค่นี้ ไม่ได้ทำให้ผมรักมัทน้อยลงนะครับ แต่มันทำให้เราหนักแน่นที่จะรักกันมากขึ้นทุกวัน ...อย่าเพิ่งท้อนะครับที่รัก” วันรบกุมมือมัทรีไว้แน่น เสมือนยืนยันในความรักที่มีต่อมัทรี
“ต้องให้ได้อย่างนี้สิวะไอ้หลานเขย ... ได้ใจลุงเขยไปเต็ม ๆ” พชรชื่นชม
ติรกายื่นมือมากุมมือมัทรีกับวันรบอีกที
“ไม่มีใครทำลายงานหมั้นของลูกสองคนได้หรอก”
ติรกาเอากล่องแหวนที่พกติดตัวออกมา เธอเปิดกล่องหยิบแหวนทองเกลี้ยงข้างในออกมา
“นี่เป็นแหวนที่พ่อเคยหมั้นแม่เงียบ ๆ ก่อนที่จะมีมัท แม่คิดว่าวันนี้จะมอบอนุสรณ์ความรักนี้ให้กับลูก”
แหวนเกลี้ยงมรมือของติรกาด้านหนึ่งแกะสลับอักษร K&N รชานนท์เห็นก็นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต

วันนั้น รชานนท์ถือแหวนเกลี้ยงที่สลักตัวอักษร K&N เดินมาหาติรกาที่สวนแห่งหนึ่ง
“แหวนวงนี้แทนสัญญารักที่ผมมีต่อกระแตตลอดไป ...ผมรักคุณ”
รชานนท์บรรจงสวมแหวนให้ติรกาด้วยความรัก ติรกายิ้มรับด้วยความตื้นตันใจ
“ขอบคุณค่ะนนท์ ...ฉันก็รักคุณ”
ติรกากอดรชานนท์อย่างมีความสุข

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต รชานนท์ก็ถึงกับอึ้งเพราะไม่คาดคิดมาก่อน
“คุณเก็บแหวนวงนี้ไว้ตลอดเวลาหรือกระแต”
“แหวนวงนี้เป็นเหมือนสัญญารักของเรา ฉันต้องรักษามันไว้อย่างดีที่สุด” ติรกาบอก
รชานนท์ยิ้มปลาบปลื้มและดีใจ
พุทราแอบพูดเบาๆ กับมัทรี “แสดงว่าคุณติไม่เคยลืมคุณนนท์เลยนะคะ”
มัทรีมองติรกาอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของพุทราแต่ก็ไม่ตอบอะไร
“แหวนพร้อม ก็รีบสวม ๆ เลยได้เสร็จพิธีสักที” เตือนใจบอก
“ไม่กล่าวอะไรที่ลึกซึ้งกินใจหน่อยเหรอคะ” พุทราถาม
“เห็นลูกหลานรักกันดี ฉันก็มีความสุขแล้ว เอ้า...สวมแหวนได้วัยชราใจร้อน” เตือนใจเร่ง
บรรยากาศงานหมั้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กระถินเจ็บใจ ที่ไม่สามารถหยุดยั้งงานหมั้นได้
วันทนีย์ก็ไม่พอใจเช่นกัน
วันรบรับแหวนเกลี้ยงที่ติรกามอบให้แล้วกำลังจะสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้มัทรี กระถินกระแอมออกมา
วันรบจะสวมอีก กระถินไอเสียงดัง “แค่ก ๆ ๆ”
มัทรีตัดสินใจจับมือวันรบสวมแหวนให้ตัวเอง
“คุณมัทสวมแหวนหมั้นแล้ว !” พุทราดีใจ
ทุกคนร้องเฮด้วยความดีใจ กระถินกับวันทนีย์หงุดหงิดมาก
กระถินร้องไห้อ้อนวันทนีย์ “คุณแม่”
แก้วหันมาพูดกับกระถิน “น่ายินดีกับพี่ชายด้วยนะคะ”
กระถินยิ่งร้องโฮแล้วลงไปซบวันทนีย์ ติรกาหันไปอวยพรให้มัทรีกับวันรบ
“ขอให้ลูกทั้งสองรักและดูแลกันตลอดไป เหมือนที่พ่อนนท์รักและไม่เคยทอดทิ้งแม่เลยสักครั้ง”
มัทรีชำเลืองมองรชานนท์ด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำแทนติรกา รชานนท์นิ่งเครียดเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่เคยดูแลติรกามาก่อน

รชานนท์หลบมายืนที่ระเบียงนอกบ้าน เขาถอนใจแรงด้วยความเครียดและกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้าน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอมัทรียืนอยู่
“มัท”
“คุณรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เคยทำอะไรเพื่อแม่” มัทรีบอก
“ไม่มีใครแก้ไขอดีตที่ผ่านไปแล้วได้หรอก” รชานนท์พูด
“ฉันขอบคุณนะที่คุณช่วยฉันกับพี่รบ ฉันจะให้โอกาสคุณรักษาบาดแผลในใจแม่ให้หาย ก่อนที่ความทรงจำปรกติของแม่จะกลับคืนมา”
สมภพเดินผ่านมาได้ยินที่มัทรีคุยกับรชานนท์พอดี
“คุณต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็น ว่าคุณรักแม่จริง ๆ ทำให้ติรกาคนที่ความจำเสื่อมกับติรกาคนเก่ายอมรับความรักและให้อภัยคุณด้วยตัวเอง”
มัทรีพูดจบก็รีบเดินจากไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากรชานนท์ รชานนท์นิ่งคิด สมภพทำสีหน้าตื่นเต้นที่ได้รู้เรื่องติรกาความจำเสื่อม

นลินีจับมือมัทรีแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
“ในที่สุดก็มีวันนี้ซักทีนะจ้ะน้องมัท”
“ขอบคุณค่ะพี่นี”
วันรบกับพชรยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
“มัทต้องเรียกป้านีถึงจะถูก” วันรบบอก
นลินีชะงักแล้วหันมายิ้มขู่วันรบ
“วันนี้วันดีจะใช้ปากให้ชะตาขาดทำไมจ๊ะวันรบ”
“เมียจ๋า... เราไม่พูดเรื่องตายนะจ้ะ” พชรพูดกับมัทรี “พี่ดีใจด้วยนะครับน้องมัท... ตอนนี้ได้หมั้นแล้ว ตอนหน้าได้แต่งชัวร์!”
“ชั่วต่างหาก!” เสียงกระถินดังเข้ามา
ทุกคนชะงักแล้วหันไปมองก็เห็นกระถินยืนอยู่ที่ประตูบ้านติรกา
กระถินสะอื้น “ทำไมฟ้าดินถึงชั่วร้ายกับกระถินแบบนี้ กระถินทำใจไม่ด้าย!!”
พูดจบกระถินก็ร้องไห้โฮ พุทรากับเตือนใจโผล่หน้ามาแล้วส่งกระดาษทิชชู่ให้กระถิน
“ทำใจไม่ได้ก็กลับไปเถอะจ้ะหนู อย่าอยู่ต่อให้ใจช้ำไปกว่านี้เลย” เตือนใจบอก
“งั้นกลับเลยนะคะ เดี๋ยวพุทราไปส่งขึ้นรถ” พุทราทำเป็นอาสา
กระถินกรี๊ดลั่นเพราะเจ็บใจที่โดนไล่
วันทนีย์เดินนำไปที่รถ กระถินเดินตาม กำนันเรืองเดินตามกระถินมาก่อนจะทักขึ้น
“กระถิน”
“จ๋า พ่อกำนัน” กระถินรับ
กำนันเรืองแบมือ “แหวน”
กระถินทำเป็นซื่อ “แหวนอะไรจ๊ะ”
“จะคืนให้ข้าหรือจะให้ข้าฟ้องแม่จ๋า”
กระถินหน้าจ๋อย ส่งแหวนคืนให้กำนันเรืองแต่โดยดี “อย่าบอกแม่จ๋ากับพี่รบนะจ๊ะพ่อว่ากระถิน”
“เออน่ะ ไปขึ้นรถไป”
กระถินเดินไปขึ้นรถ กำนันเรืองมองแหวนในมือ
“เสียไปสามล้าน ได้คืนมาแค่นี้...ก็ยังดีวะ” กำนันเรืองเก็บแหวนใส่กระเป๋าเสื้อ
กำนันเรืองขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ติรกากับรชานนท์ยืนส่งทุกคนอยู่ที่หน้าบ้าน ติรกาแปลกใจในท่าทางของพวกวันทนีย์
“ทำไมคุณวันทนีย์รีบกลับจัง ว่าจะชวนไปขอฤกษ์แต่งกับหลวงพ่อซะหน่อย”
กลุ่มคนงานเดินเข้ามายกมือไหว้ลาติรกา
“ขอบใจมากนะจ้ะที่มางานลูกสาวฉัน” ติรกาพูด
กลุ่มคนงานเห็นติรกาสวีทกับรชานนท์ก็รู้สึกแปลกใจ
“คุณติไม่เกลียดผู้ชายคนนี้แล้วเหรอ” คนงานคนหนึ่งถามขึ้น
“ฉันจะเกลียดสามีฉันทำไมล่ะจ้ะ” ติรกาตอบ
“สามี?”
คนงานมองหน้ากันอย่างอึ้งๆงงๆ
ภาพเหตุการณ์ตอนที่ใบประกาศติดอยู่รอบโรงงานแวบขึ้นในหัวของรชานนท์ ข้อความในใบประกาศเขียนว่า “บุคคลอันตราย ถ้าเจอ...จัดหนัก! อย่าให้รอด!” พร้อมทั้งมีรูปถ่ายของรชานนท์อยู่ในใบประกาศ
รชานนท์จำเหตุการณ์วันนั้นได้ก็รีบอธิบาย
“คราวนั้นเข้าใจผิดกันนิดหน่อย อย่าสนใจเลย”
“แล้วต่อไปเรียกฉันว่าคุณแตนะจ้ะ เรียกคุณติแล้วไม่คุ้นหูเลย” ติรการีบบอก
คนงานทั้งอึ้งทั้งเหวอแต่ก็เดินออกไป
ติรกาหันมาเห็นพชรและนลินีเดินออกมาพอดี
“จะกลับกันแล้วเหรอพี่” รชานท์ถามขึ้น
“ก็คู่แก คู่ไอ้รบลงตัวกันแล้ว... ถึงเวลาคู่ฉันไปลงตัวบ้าง” พชรบอก
นลินียิ้มเขิน ๆ แต่แล้วเธอก็นึกบางอย่างได้
“ตานนท์ วันนี้วันของลูกสาวกับลูกเขย ปล่อยให้เค้าได้อยู่กันลำพังบ้างนะ”
รชานนท์ได้ยินคำว่า”ลำพัง”ก็นึกขึ้นได้แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“ได้ครับพี่นี... ปล่อยให้อยู่กันลำพัง เพื่อจะได้อยู่ลำพัง”
ทุกคนมองรชานนท์อย่างไม่ค่อยเข้าใจ

วันรบกับแจ่มช่วยกันยกโต๊ะและเก้าอี้เก็บให้เป็นระเบียบ เตือนใจ มัทรีและพุทราช่วยกันเก็บของอื่นๆ รชานนท์พาติรกาเดินเข้ามา จู่ๆ ติรกาก็เอามือจับที่ขมับ
“เอ.. ทำไมจู่ ๆ ปวดหัวขึ้นมาจี๊ด ๆ ก็ไม่รู้”
“คงเหนื่อยมั้งครับ” รชานนท์บอก
“แต่ธรรมดาไม่เคยเป็นนะคะ ปวดเหมือนร้าวไปทั้งสมอง”
“เป็นไงบ้าง” รชานนท์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ เออ.. จู่ ๆ ก็หาย แปลกดีจัง”
รชานนท์ยิ้มให้ติรกาแล้วพาเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะแกล้งพูดเสียงดังให้มัทรีได้ยิน
“กระแต ผมว่าคุณพักก่อนเถอะจ้ะ คุณท่าทางเหนื่อยมาก”
มัทรีได้ยินก็ชะงักแล้วหันมามองติรกาอย่างเป็นห่วง รชานนท์พูดจบก็แอบเหลือบมองมัทรีกับวันรบ
“ฉันไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ติรกาบอก
“อย่าปากแข็งสิ คุณตื่นมาเตรียมข้าวของทุกอย่างตั้งแต่เช้ามืด จนป่านนี้ยังไม่ได้พักเลย จะไม่เหนื่อยได้ยังไง”
มัทรีเดินเข้ามาหาติรกาแล้วพูด
“แม่ไปพักก่อนเถอะค่ะ ที่เหลือมัทกับรบจัดการเอง”
“งั้นให้ป๋าพาว่าที่แม่ยายผมไปพักแล้วกัน” วันรบเสนอ
ติรกาได้ยินคำว่า “แม่ยาย” แล้วมีอาการ จู่ ๆ ตาของเธอก็ลุกวาวแข็งกร้าวอย่างเอาเรื่อง ติรกาเผลอตัวฟาดวันรบไปเต็มแรงแล้วพูดออกมาอย่างโกรธ ๆ
“เรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ! อยากลองของรึไงไอ้วันรบ !”
ทุกคนอึ้งเหวอที่อยู่ ๆ ติรกาคนเดินก็กลับมา ติรกาก็งงตัวเองที่อยู่ๆเผลอตวาดใส่วันรบอย่างนั้น
“อุ้ย ขอโทษจ้ะ... แม่แค่จะบอกว่าไม่ต้องเรียกว่าที่แม่ยาย เรียกแม่ยายได้เลยจ้ะ แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ ๆ ก็โกรธขนาดนั้น”
ทุกคนยังอึ้งและงงกับอาการของติรกาอยู่
“คุณคงเหนื่อยมาก งั้นเรารีบไปพักกันเถอะจ้ะ” รชานนท์บอก
พูดจบรชานนท์ก็รีบคว้ามือติรกาเดินขึ้นบ้านไปทันที

รชานนท์จูงติรกาเข้ามาในห้อง จู่ๆ ติรกาก็ปวดหัวขึ้นมาอีก “โอย..”
รชานนท์เห็นอาการก็เป็นห่วง “กระแต คุณเป็นอะไร”
“ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ นั่งพักก็หาย” ติรกาบอก
รชานนท์พาติรกาไปนั่งที่เตียง ส่วนตัวเขานั่งที่ขอบเตียง
“เดี๋ยวผมไปหยิบยาให้นะ”
รชานนท์จะลุกไปแต่ติรกาจับมือรชานนท์ไว้
“พาราไม่เอานะคะ...ฉันอยากได้อย่างอื่นมากกกว่า”
รชานนท์ได้ยินก็ถึงกับตาโต “อย่างอื่น...เอ่อ...”
ติรกาขยับตัวเข้าหาเหมือนจะกอดรชานนท์
“กระแต..ผมว่า..เอ่อ...”
ติรกาขยับเข้าไปใกล้รชานนท์มากขึ้นเรื่อยๆ จนปากแทบจะประกบกัน รชานนท์หลับตาปี๋เหมือนรอการจูบจากติรกา แต่เขาก็รู้สึกว่านานเหลือเกิน
“นี่ค่ะ”
รชานนท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นเห็นว่าในมือติรกาเป็นกีต้าร์ไม้เก่าๆ
“พารา...” รชานนท์โพล่งขึ้นมา
“ค่ะ..” ติรกามองกีต้าร์ “พาราของเรา รักษาให้กระแตหน่อยนะคะ” ติรกายิ้มให้
รชานนท์รับกีต้าร์มาแล้วลองสาย “เหมือนเดิมไม่มีผิดเลย”
“ทุกสิ่งที่เป็นความทรงจำของเราฉันไม่เคยลืม ไม่เคยทิ้งมัน เอ..คุณพูดเหมือนไม่ได้เห็นมันมานานเลย ฉันก็เก็บมันไว้ในห้องนี้ตลอดนะคะ”
“อ๋อ..ที่ว่าเหมือนเดิมคือ ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปคุณก็ยังสวยไม่เปลี่ยนเลย” รชานนท์หยอด
ติรกายิ้มเขิน
“มีดวงใจหนึ่งดวง จะมอบให้เธอไว้ครอง” รชานนท์ครวญเพลง “เมื่อยามสองเรา ต้องจากไกล พาดวงใจเลื่อนลอย ฝากบทเพลง บรรเลงให้ไว้ เธอโปรดเก็บใจ เอาไว้เพื่อรอ ฝากคำว่าคิดถึง ให้เธออยู่เสมอ แม้ไม่ได้เจอฉันก็สุขใจ หากชีวิตไม่สิ้น ฉันจะกลับเอารักมาให้ เธอโปรดจำไว้วันที่ฉันรอ”
ติรกามองรชานนท์ยิ้มๆ แล้วคิดถึงอดีต

ในอดีต รชานนท์นั่งพิงต้นไม้เล่นกีต้าร์ให้ติรกาฟัง
“แม้อยู่ห่าง ไกลส่งใจ ถึงกันบ้าง อย่าให้อ้างว้างอยู่เดียวดาย ฉันจะเฝ้ารอ รอเพื่อพบกันใหม่ วันที่ดวงใจฉันมีเธอ ดวงใจฉันคิดถึงเธออยู่ เธอโปรดจงรู้ดวงใจว่า ยังปรารถนาจะกลับมาเพื่อพบเธอ สุดที่รัก เธอโปรดส่งใจคิดถึงหน่อย อย่าให้ฉันคอยใจหงอยเศร้า จงสร้างรักเราให้มีพลัง เพื่อรอการกลับมา”
ติรกานั่งฟังแล้วค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะจูบกัน

ติรกาในปัจจุบันขยับเข้าไปใกล้รชานนท์ที่กำลังร้องเพลงอยู่
“แม้ห่างเพียงกาย ก็ไม่ห่างใจ เหมือนรักประสาน ไว้ตลอดเวลา ฉันจะรอวัน วันแห่งรักหวนมา วันที่เราสัญญา”
รชานนท์หันมาเห็นติรกามองอยู่ ติรกาขยับเข้ามาจูบเบาๆ ที่แก้มรชานนท์แล้วขยับออก
“....ต่อกัน..” รชานนท์ร้องต่อ
รชานนท์นิ่งอึ้งแล้วจ้องตากับติรกา เขาเริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ รชานนท์เป็นฝ่ายเข้าหาติรกาบ้าง เขาขยับเข้าไปใกล้หน้าติรกา
“ผมรักคุณ”
เสียงรชานนท์ดังก้องอยู่ในหัวของติรกา
ภาพรชานนท์กับติรกาในอดีตที่ส่งยิ้มให้กัน ภาพตอนที่ทั้งสองอยู่บนเตียง ภาพตอนที่สองคนตื่นมากอดกัน ภาพตอนที่ติรกาไปตรวจ ตอนที่ติรกาไปหาพ่อรชานนท์ ตอนที่ติรกาอุ้มท้องร้องไห้ ภาพทั้งหมดย้อนกลับมาในหัวของติรกา
ติรกาปวดหัวอย่างหนักจนทนไม่ไหวคล้ายจะอาเจียน “อุ๊บ!”
ติรกาวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตู รชานนท์ตกใจรีบตามไปที่หน้าห้องน้ำอย่างเป็นห่วง
“กระแต คุณเป็นอะไร..กระแต!”

ติรกายังอยู่ในห้องน้ำ เธออ้วกไม่ยั้ง ก่อนจะเงยขึ้นมองตัวเองในกระจก ภาพติรกากับมัทรีตอนเด็ก ภาพมัทรีวิ่งเล่น ติรกาไล่ตาม ภาพมัทรีกับวันรบ ภาพวันรบกับรชานนท์ โดนติรกาไล่ยิง แวบขึ้นมาในหัวของเธอ
ติรกาปวดหัวจนคล้ายหัวจะระเบิด “โอ้ย!”
รชานนท์ที่หน้าห้องน้ำได้ยินเสียงก็ยิ่งเป็นห่วง
“กระแต เปิดประตูหน่อย กระแต!”
ภาพตอนที่หนีวันรบกับรชานนท์จนรถของติรกาพุ่งลงข้างทาง ภาพมัทรีร้องไห้บอกว่ารชานนท์เป็นพ่อ ภาพที่วันรบสวมแหวนหมั้นให้มัทรีแวบขึ้นมาในหัวของติรกา
ติรกาที่ร้องลั่น “ไม่!”
ติรกาสะบัดหน้าพรึ่บด้วยสายตาแข็งกร้าวเหมือนติรกาคนเดิม
“รชานนท์! วันรบ!”

วันรบในชุดผ้ากันเปื้อนอยู่ในห้องครัวบ้านตริกา โดยมีมัทรีเป็นลูกมือ เตือนใจกับพุทราเดินเข้ามาเมียงมอง
“เอาจริงเหรอ” เตือนใจถามวันรบ
“วันดีๆ แบบนี้ต้องฉลองให้เต็มที่ครับ ผมอยากแสดงฝีมือเอาใจคุณแม่ยายครับ”
วันรบจะหั่นมะเขือเทศ อยู่ดีๆ คิ้วขวาก็กระตุกขึ้นมา
“โอ๊ะ” วันรบร้องขึ้น มัทรีตกใจ
“เป็นอะไรคะพี่รบ มีดบาดเหรอคะ”
วันรบเอามือแตะที่คิ้ว
“เปล่าครับ..คิ้วผมกันกระตุก ถี่มากด้วย”
“เขาว่าขวาร้าย..ซ้ายดี อย่าบอกนะคะว่าคุณติจะจำได้แล้ว เมื่อกี้ก่อนขึ้นไปอาการก็ดูโหดๆ แปลกๆ เหมือนขาโหดจะคืนร่างนะคะ” พุทราบอก
รชานนท์เข้ามาแล้วถาม
“ใครจำอะไรได้ครับ”
“ป๋า..แม่ยายผมเขาเป็นยังไงบ้าง” วันรบถาม
“กระแตเขาปวดหัว นี่ฉันจะมาเอาน้ำไปให้เขาทานยาสักหน่อย”
“แม่ปวดหัวมากเหรอคะ” มัทรีถาม
“ก็ดูมากอยู่ แต่เดี๋ยวพ่อจะเอายาไปให้แม่เขานะ” รชานนท์พูด
มัทรีกระแอมเหมือนอะไรติดคอและพูดเน้น
“ค่ะ ป๋า”
รชานนท์ถึงกับหน้าเสียเล็กน้อย เตือนใจส่งแก้วน้ำให้รชานนทื
“ รีบขึ้นไปดูยัยติเถอะไป”
“ครับ”
รชานนท์เดินออกไป
“มัท...” วันรบเอ่ยขึ้น
“รีบทำกับข้าวเถอะค่ะพี่รบ มัทกลัวคุณแม่จะหิว” มัทรีบอก
วันรบสบตากับเตือนใจและพุทรา
“หวงจนหูดับไปแล้วค่ะ พูดไปเหนื่อยเปล่า” พุทราบอก
มัทรีดื้อดึงที่จะไม่ฟัง ยกตะกร้าผักไปล้างแล้วสะบัดผักที่ล้างอย่างโครมคราม

ภายในบ้านสมภพ ธงฉานสีหน้าตกใจมาก ธงฉานพูดขึ้น
“ไม่จริง คุณอาตินะเหรอครับ ความจำเสื่อม”
“ฉันว่าพวกมันต้องใส่ข้อมูลให้ติรกาคิดว่าไอ้รชานนท์เป็นสามีแน่ๆ” สมภพบอก
“ว่าแต่ผมไม่ได้เรื่อง อาก็เอาตัวไม่รอดเหมือนกัน ไม่ได้ผู้หญิงบ้านนั้น อากับผมหมดตัวแน่”
“ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมเสียตัวเงินตัวทองเด็ดขาด”
ทรงสุดาถือถาดเครื่องดื่มเข้ามา จังหวะการเดินคลอราวกับรำออกมาเลยทีเดียว
“ต่อนยอน..ตะ..ต่อนยอน..ตะตอนยอน..ตอนหยอน..ต๊อนหยอน” ธงฉานร้องเพลงประกอบจังหวะ
สมภพกับธงฉานหยุดมอง แต่ทรงสุดาก็ยังเดินมาไม่ถึงสักที ธงฉานมองนาฬิกาที่ข้อมือ
“จะอีกนานไหม...ไอ้ชาถ้วยนั้นฉันจะได้กินไหมอา”
สมภพตบโต๊ะปัง!ตวาด
“จะอีกนานไหม”
ทรงสุดา สะดุ้งรีบเอามาเสิร์ฟทันที
“ชาเจ้า”
“แล้วนี่เอาจะเอายังไงต่อ” ธงฉานถามสมภพ
“ถ้าพวกมันจะใส่ข้อมูลว่าเป็นสามีติรกา ฉันก็จะใส่ข้อมูลเหมือนกัน”
“อาครับ ผมว่าเจียมตัวซะบ้างเถอะครับ หน้าอย่างอาปกติก็ขี้เหร่ไม่มีทางชนะอยู่แล้ว ต่อให้อาหลอกว่าเคยได้กัน อย่างคุณอาติเขาไม่โง่เชื่อหรอกครับ”
“ไอ้บ้า ข้อมูลที่ฉันจะใส่คือ ทำให้ติรการะแวงไอ้รชานนท์มีเมียน้อยต่างหาก ถ้าติรการักมันจริงๆ ฉันนี่แหล่ะจะแย่งให้พวกมันทะเลาะกันจนบ้านแตก”
“ฮ่าๆๆ เลวได้โล่ห์จริงๆ” ธงฉานบอก
สมภพกำลังหัวเราะร่า ถึงกับเอิ้กและเงื้อมือจะตบกระโหลกธงฉาน ธงฉานรีบจับมือสมภพไว้แล้วเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วอาจะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาเป็นเมียน้อยไอ้หน้าหล่อล่ะอา”
“ก็คนแถวนี้แหล่ะ” สมภพบอก
“นี่อาจะให้อาสะใภ้ไปเป็นเมียน้อยไอ้หน้าหล่อเหรอครับ อาเลวมาก นี่เมียอาจะยกให้ผู้ชายคนอื่นปู้ยี่ปู้ยำได้ยังไง” ธงฉานด่าในระยะประชิดจนสมภพต้องเอนตัวหนีแต่ธงฉานก็ยังตาม
“นี่แม่ของลูกอานะ เอาอะไรคิด”
สมภพได้จังหวะจิ้มหน้าธงฉานให้ห่างออกทันที
“ไอ้โง่ โง่แล้วยังอวดรู้ ฉันไม่ได้หมายถึงทรงสุดาเว้ย แต่ฉันหมายถึงรุจีต่างหาก”
ทรงสุดา ตกใจ
“น้องรุจีเหรอเจ้า”
“ใช่ เรียกรุจีมาพบฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเธอตายแน่”

ภสยในห้องนอน ติรกานั่งอยู่บนเตียงข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งจับปืนไว้แน่น
“ตาย...ผู้ชายเลว ฉวยโอกาส มันต้องตายทั้งคู่” ติรกาพูดกับตัวเอง
เสียงประตูเปิด ติรกายังหันหลังให้มือจับปืนแน่น คิดแต่จะจัดการกับผู้ชายเลวๆ
“กระแตครับ” รชานนท์เรียก
ติรกาหันกลับตั้งใจว่า จะยกปืนขึ้น แต่พอกันมาเจอมือของรชานนท์ที่จับแก้มของติรกาอย่างอ่อนโยนก็ลืมเรื่องที่จะเอาเรื่องไปชั่วขณะ รชานนท์ยิ้ม
“หายปวดหัวแล้วเหรอครับ”
“ฉัน...เอ่อ”
รชานนท์ใช้นิ้วโป้งทั้งสองนิ้ว คลึงไล้แก้มติรกาเบาๆ
“ว่าไงครับ ยังปวดหัวอยู่ไหม”
“ฉัน..ยังปวดหัวอยู่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น ทานยานะครับ คนดี...” รชานนท์ยิ้ม
รชานนท์หันหลังไปจะหยิบยากับแก้วน้ำให้ ติรกามองหลังรชานนท์ มือของติรกาที่ยังจับปลายปืนแน่น รชานนท์หันกลับมาส่งยากับแก้วน้ำให้
“ผมป้อนให้นะ..”
รชานนท์ยื่นเม็ดยาเข้ามาใกล้ติรกามากขึ้นทุกที ระหว่างนั้นเป็นช่วงเวลาที่ติรกาเริ่มสับสน มือที่จับปืนอย่างเกร็งแน่นเหมือนลังเล
“ค่ะ”
รชานนท์ยื่นยามาประชิดริมฝีปาก ติรกาอ้าปากรับยาจากรชานนท์ รชานนท์ป้อนน้ำให้ ติรกายอมดื่มแต่โดยดี มือของติรกาค่อยๆปล่อยปืนทิ้งลงพื้น เสียงดัง “ตึก”! รชานนท์ชะงักเล็กน้อย
“กระแต ได้ยินเสียงอะไรไหม”
ติรกาทำหน้าเหรอหรากลบเกลื่อน
“เสียงอะไรคะ ฉันไม่ได้ยินนี่คะ”
รชานนท์ไม่แน่ใจ
“สงสัยหูผมจะแว่ว งั้นนอนพักนะครับ”
รชานนท์กึ่งนั่งกึ่งนอนโอบให้ติรกานอนทับแขนตัวเอง รชานนท์ฮัมเพลงรอวันฉันรักเธอเบาๆ เหมือนกล่อมเด็ก แววตาของติรกายังสับสน แต่พอรชานนท์ใช้มือดันศีรษะติรกาเข้ามาชิดที่คอ ติรกาจึงค่อยๆหลับตาอย่างโอนอ่อนผ่อนตามอย่างไม่มีข้อแม้ รชานนท์มองติรกายิ้มๆ และฮัมเพลงเบาๆต่อไป

ในเวลาดียวกัน ทรงสุดานั่งโทรศัพท์อยู่ที่ห้องรับแขกภายในบ้านของสมภพด้วยท่าทางเกรงกลัวสมภพกับธงฉานซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ หลังทรงสุดาวางสายไปแล้วหันมาหาสมภพ
“น้องรุจี เปิ้นปิดเครื่องเจ้า”
สมภพโมโหขึ้นทันที
“น้องเธอไม่คิดจะติดต่อสื่อสารคนอื่นเลยหรือไง”
“ติดต่อไม่ได้แบบนี้... ก็แสดงว่าแผนสองล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย” ธงฉานโพล่งขึ้น
สมภพง้างมือจะฟาดธงฉาน ธงฉานตกใจกลัวรีบวิ่งไปหลบหลังทรงสุดาทันที
“พี่ดาช่วยผมด้วย”
สมภพลดมือลงแล้วมองท่าทางของธงฉานพลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ธงฉานเห็นว่าสมภพไม่ฟาดตัวเองก็โล่งใจเดินเบี่ยงออกมาจากหลังทรงสุดา สมภพได้จังหวะเขกหัวธงฉานทันที
“คิดว่ารอดเหรอ! โทษฐานที่แกจัดการมัทรีไม่ได้ ไปพาตัวยายรุจีกลับมา”
“แต่น้องเปิ้นไปนั่งสมาธินะเจ้า ไปพาปิ๊กมา มันเป็นบาปนะเจ้า”
สมภพหันมาตวาดทรงสุดาทันที
“ฉันไม่สน! ฉันต้องการให้น้องสาวเธอมาจัดการกับรชานนท์ ทำยังไงก็ได้ให้ติรกาผิดใจกับไอ้หมอนั่น รุจีต้องเข้าไปเป็นอุปสรรคในความรักระหว่างรชานนท์กับติรกา”

บนโต๊ะอาหารหลังพระอาทิตย์ตกดินที่บ้านติรกา อาหารถูกจัดเต็มอย่างสวยงามราวกับฝีมือของโรงแรมก็ไม่ปาน มัทรีขยับจัดจานอย่างภาคภูมิใจ
“โอ้โห นี่ฝีมือคุณรบเหรอคะเนี่ยอย่างกับอาหารโรงแรม” พุทราถามแล้วจะแอบหยิบชิม
เตือนใจเดินเข้ามาดึงหูพุทรา
“แม่พุทรา ใครสั่งให้หล่อนแอบชิมฝีมือหลานเขยฉันก่อนหะ”
“ก็มันน่ากินนี่คะคุณเตือน”
วันรบยกอาหารมาวางอีกจาน
“ถ้าอยากทาน คุณพุทราก็ไปเชิญแม่ยายผมลงมาเปิดงานสิครับ”
“ได้เลยค่ะ”
มัทรียกมือห้ามพุทรา
“ไม่ต้องค่ะ มัทไปเอง”
“จะไปสืบพฤติกรรมพ่อเราล่ะสิ” เตือนใจพูดขึ้น
มัทรีไม่ตอบแต่เดินงอนออกไป
“คุณมัทนี่หัวดื้อเหมือน..” พุทราพูดขึ้นและหันมาเจอกับเตือนใจที่จ้องหน้ารอคำตอบ
“...เหมือนใครน้า”
เตือนใจมองพุทราอย่างคาดโทษ
“ค่ะ .... ค่ะ ไปล่ะค่ะ”
พุทรารีบวิ่งเข้าครัวไปทันที
“คุณยายว่าคุณแม่ยายจะชอบอาหารฝีมือผมไหมครับ”
“เขามีแต่ฝีมือปลายจวัก ผัวรักจนตาย”
“ผมกะจะใช้ปลายจวัก ให้แม่ยายรักมากมายน่ะครับ”
เตือนใจมองวันรบที่ตั้งหน้าตั้งตาจัดโต๊ะอย่างกระตือรือล้น
“ถ้ายัยติจะเห็นเหมือนที่แม่เห็นก็คงจะดี” เตือนใจพึมพำ

เสียงเคาะประตูดัง แต่รชานนท์กับติรกาต่างยังหลับสนิทไม่รับรู้ พุทราค่อยๆแง้มประตูเข้ามาแล้วยืนมองตะลึงที่เห็นติรกาหลับซุกในอ้อมแขนรชานนท์ พุทราถึงกับอมยิ้ม
“อ๊าย...น่ารักอ่ะ” พุทราทำบิดเขินจนมือไปโดนรูปที่ตั้งอยู่หล่น ปัง!)
“อุ้ย!”
ติรกาสะดุ้งตื่นเห็นพุทรายืนตรงหน้า
“มีอะไรพุทรา” ติรกาเสียงแข็ง
พุทราสะดุ้งเพราะคุ้นๆกับเสียงของติรกาคนเดิม
“เอ่อ คุณเตือนให้มาตามคุณติกับคุณนนท์ไปทานข้าวค่ะ”
ติรกาหันไปมองรชานนท์ที่ยังหลับสนิทอย่างเคลิบเคลิ้ม พุทรามองอย่างสังเกตจนติรกานึกได้ว่าพุทรายังอยู่ ติรกาหันไปเจอพุทราที่กำลังชะเง้อมองอยู่
“เดี๋ยวฉันตามลงไป”
“ค่ะ” พุทรารับคำแต่ยังยืนเสนอหน้าอยู่
ติรกาหน้าตึงใส่
“อยากโดนห้าร้อยหรือไง”
“ไม่อยากค่า..ไม่อยาก” พุทรารีบเดินออกไป
รชานนท์ลืมตาตื่นมองติรกาแล้วแกล้งหลับเหมือนเดิม ติรกาขยับมองเข้าไปใกล้หน้ารชานนท์มากขึ้นเรื่อยๆราวกับจะหอมแก้มรชานนท์อยู่แล้ว รชานนท์ที่แกล้งหลับอยู่รออยู่เต็มที่จนใบหน้าเกร็งไปหมด จู่ๆติรกาก็หยุดซะอย่างนั้น และมองหน้ารชานนท์ที่หน้ากระตุกอยู่ ติรกาเรียกเบาๆอย่างห่วงใย
“นนท์...”
รชานนท์ตัดสินใจขยับแก้มเข้าหาติรกาให้ติรกาหอมซะเลยแล้วแกล้งสะดุ้งตื่น
“อุ้ย..กระแตแอบหอมแก้มผมเหรอเนี่ย”
“ฉัน..เปล่านะ”
“ก็เมื่อกี้คุณเพิ่งทำหยก ๆ”
รชานนท์เอาหน้าเข้าหาให้ติรกาหอมอีก แล้วทำเป็นตกใจ
“นั่นไง กระแตแต๊ะอั๋งผมอีกแล้ว อดใจไม่ไหวใช่ม๊า”
ติรกาทั้งเขินทั้งขำ
“บ้า”
รชานนท์หอมแก้มติรกา
“แต่ผมอยู่ใกล้คุณ ผมอดใจไม่ไหวทุกทีเลยนะ”
ติรกาเอามือกุมแก้มแล้วนิ่งไป รชานนท์ยื่นมือมาตรงหน้าติรกา ติรกาตัดสินใจวางมือบนมือรชานนท์
“ไปทานข้าวกันนะ”
ติรกามองหน้า รชานนท์กระชับมือติรกาแล้วพาติรกาออกจากห้อง

พุทราสีหน้าครุ่นคิดเดินมาที่โต๊ะอาหาร
“คุณแม่ละคะพี่พุทรา” มัทรีถามขึ้น
“กำลังลงมาค่ะ” พุทราบอกแต่แววตาและสีหน้ายังครุ่นคิดต่อ
เตือนใจมองพุทราอย่างสงสัยแล้วเดินเข้ามาสะกิด
“แม่พุทราเชื่อม ทำหน้างุนงงสงสัยอะไรของหล่อน”
พุทรา มองซ้ายมองขวาอย่างระวังและบอก
“คือ... คุณเตือนมากับพุทราทางนี้ดีกว่าค่ะ”
พุทราดึงเตือนใจออกไปที่ระเบียงบ้านริมน้ำ เตือนใจถึงกับตกใจที่ได้ยินคำบอกเล่าจากพุทรา
“ยัยติความจำกลับคืนมาแล้วเหรอ”
“เหมือนจะเป็นอย่างนั้นน่ะค่ะคุณเตือน”
“ถ้ากลับมาจริง ป่านนี้ชักปืนลูกซองยิงตารบกระจายแล้ว”
“มันก็จริงค่ะ แต่พุทราอยู่กับคุณติมานาน พุทราพอจะแยกออกว่าอันไหนคุณติขาโหด อันไหนคุณติแม่พระ แต่คนที่จะแยกออกได้มากที่สุดก็ต้องเป็นคุณเตือนแล้วล่ะค่ะ”
เตือนใจคิดตามคำพูดของพุทรา









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:43:47 น.
Counter : 207 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]