All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)



ภายในห้องเก็บเอกสารสัญญาเงินกู้ หัวหน้าสมุนกำลังนั่งมวนยาเส้นอยู่ ที่ผนังห้องมีป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” แขวนไว้ หัวหน้าสมุนกำลังจะจุดไฟสูบยาเส้น ไฟที่ยาเส้นจุดติดพอดีแต่หัวหน้าสมุนไม่ทันสังเกต มีเสียงดังขึ้น
“เฮ้ย! มีคนบุกรุก ตามไปจับตัวมันเร็ว”
หัวหน้าสมุนตกใจร้องก่อนจะวางมวนยาเส้นลงบนโต๊ะแล้วรีบออกไปทันที
“อะไรกันวะ”
ปลายมวนยาเส้นเริ่มเผาไหม้เพราะแรงลม มวนยาเส้นปลิวไปโดนเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ เอกสารบนโต๊ะเริ่มไหม้ลามไป 4-5 แผ่นอย่างรวดเร็ว จากกองเอกสารบนโต๊ะลามไปที่ชั้นเก็บเอกสาร ที่มีข้อความ “สัญญากู้เงิน” แปะไว้

รชานนท์ และสมภพวิ่งมาที่หลังบ้านแล้วแอบอยู่ที่มุมหนึ่งเพื่อดูลาดเลา ทรงสุดากับลูกชายโดนสมุนสามบงัคับเอาน้ำดื่มกรอกปากอยู่
“กินเข้าไปอย่าเรื่องมาก”
ทรงสุดาเบือนหน้าหนีแล้วบ้วนน้ำใส่สมุน สมุนโพล่งขึ้น
“แก”
สมุนตบหน้าทรงสุดาไปฉาดใหญ่ ลูกชายตกใจร้องลั่น
“แม่”
สมภพเห็นแล้วโกรธแค้นมากวิ่งเข้าไปเอาเรื่องทันที
“พวกแกตาย”
สมุนได้ยินเสียงสมภพก็ตกใจหันไปดู สมภพวิ่งกระแทกสมุนคนหนึ่งกระเด็นออกไป สมภพไม่ทันระวังสมุนอีกคนเข้ามาต่อยสมภพจนล้มไป ปืนหลุดจากมือสมภพ รชานนท์รีบวิ่งเข้ามาเตะต่อยสมุนจนล้มไป ธงฉานเข้าร่วมตะลุมบอนด้วย แต่ไม่ค่อยได้เรื่องนัก เจอต่อยมึนลงไปกองกับพื้น รุจีตามเข้ามากระโดดขึ้นหลังลูกสมุนแล้วใช้มือจิกหัวลูกน้องดึงกระชากผม
“โอ้ยๆๆ”
สมุนอีกคนลุกขึ้นมาแล้วจะต่อยรชานนท์จากด้านหลัง แต่รชานนท์หมุนตัวหลบแล้วเตะสวนกลับไป สมุนทั้งสามคนจะลุกขึ้นมาสู้อีก แต่ติรกาออกมาจากที่ซ่อนยิงปืนเสียงดัง ปังๆ ๆ จนสมุนตกใจไม่กล้าขยับตัว สมุนจะชักปืน ติรกาเล็งปืนไปที่สมุนทั้งสองคนทันที
“ถ้าขยับแกตาย”
สมุนตกใจไม่กล้าขยับ
รชานนท์ตกใจที่เห็นติรกา
“ติรกา... คุณตามมาทำไม”
สมุนได้ยินรชานนท์เรียกชื่อติรกา
“ฉันอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้คุณเป็นอันตรายไม่ได้หรอก”
รชานนท์ยิ้มดีใจ สมุนทั้งสองคนเห็นปืนก็ถอยกรูแล้ววิ่งหนีออกไปทันที
“ฉันจะฟ้องพ่อเลี้ยง”
ติรการีบเข้าไปดูรชานนท์กับสมภพ สมภพลุกขึ้นแล้ววิ่งสวนติรกาไปที่ทรงสุดากับลูกชายทันที
“ทรงสุดา...ต้น.. พ่อมาช่วยแล้ว”
สมภพเข้าไปกอดทรงสุดากับลูกชายไว้แน่น ติรกาได้ยินถึงกับอึ้งและเหวอไป
“พ่อ” ติรกาทวนคำของสมภพเบาๆ
สมภพผละออกจากทั้งสองคนแล้วยกมือขึ้นประคองหน้าทรงสุดา
“ผมมาช่วยคุณแล้วนะ คุณกับลูกปลอดภัยแล้ว”
สมภพจูบที่หน้าผากทรงสุดาแล้วกอดทรงสุดากับลูกชายอีกที ติรกายังยืนนิ่งอึ้งอยู่ก่อนจะหันไปหารชานนท์ แต่รชานนท์ยักไหล่แล้วชี้ไปที่สมภพ ทรงสุดาและต้น
“ได้ยินไม่ผิดหรอก ลูกจ๋า... เมียจ๋า.. ครอบครัวสุขสันต์”
“ปี้ดา”
รุจีกับทรงสุดาโผเข้ากอดกัน
“ปี้ปลอดภัยเน้อ”
“ขอบใจมากนะ ขอบใจ”
“แล้วรุจีกับเมียของสมภพ” ติรกาถามรชานนท์อีก
“เขาพี่น้องกันน่ะสิ”
ติรกาสับสนมึนงงพูดอะไรไม่ออก หันกลับไปมองสมภพที่ยังกอดกับทรงสุดาอยู่
“ไฟไหม้ๆ ช่วยกันดับไฟเร็ว” เสียงลูกสมุนพ่อเลี้ยงจรัลดังขึ้น
ทั้งหมดได้ยินก็อึ้งไป รชานนท์ตัดสินใจทันที
“ไปเร็ว รีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเร็ว”
รชานนท์เข้าไปช่วยสมภพประคองทรงสุดากับลูกชาย รุจีเข้าประคองธงฉานแล้วพากันวิ่งหนีออกไป
เช้าวันใหม่ สมภพกับธงฉานนั่งหน้าซีดตัวสั่นอยู่ที่โซฟาภายในบ้านของติรกาท่ามกลางกลุ่มสมาชิกของบ้านติรกา รชานนท์กับติรกาถือลูกซองคนละกระบอก ถัดมาเป็นมัทรีกับพุทราถือที่ยิงหนังสติ๊กยืนเล็งมองอย่างเอาเรื่อง เตือนใจนั่งเป็นประธานมาดราวกับนางพญา ข้างๆมีไม้เบสบอลวางอยู่
“สรุปว่าที่ลูกฉันลำบากเพราะพวกแกขาดเงินใช่ไหม”
ธงฉานกับสมภพตอบไม่ถูก ไม่รู้จะไปทางไหน
“เอ่อ..คือ”
เตือนใจเอาไม้เบสบอลตีจนเสียงดัง ปัง!
“ตอบ”
ธงฉานรีบเอาตัวรอดทันที
“อาผมเลยครับ อาผมคนเดียวเลย อาบอกถ้าอยากได้เงินใช้หนี้ สบายไปอีกนานอาต้องแต่งงานกับคุณอาติ แล้วผมต้องแต่งงานกับน้องมัทให้ได้ครับ”
“ไม่มีสมอง...เตี้ย ...อ้วน...เลวที่สุด” รชานนท์พูดขึ้น
“อ้าวๆ”
รชานนท์ขึ้นลำปืนทันทีแล้วถาม
“ทำไม จะทำไม”
“ทำไมรู้ล่ะค้าบ ว่าผมไม่มีสมองจริงๆ”
“นอกจากไม่มีสมองยังไม่มีต่อมรู้ผิดชอบชั่วดีด้วยนะค้าเนี่ย มันน่า” พุทราพูดขึ้นแล้วดีดหินใส่
“โอ้ย” ธงฉานหลบเป็นพัลวัน
“รู้ไหม คนต่างจากสัตว์เดรัจฉานยังไง” เตือนใจถาม
“คนมีสมองรู้จักเรียนรู้ครับ” สมภพตอบ
“และรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี เห็นไหมว่าทำให้ลูกเมียเดือดร้อนน่ะ” เตือนใจเสริม
สมภพมองทรงสุดาที่กอดตาต้นด้วยสายตารู้สึกผิดมาก
“ผมทำให้ภรรยาผมต้องเสียใจ ผมขอโทษนะ”
ทรงสุดารู้สึกปลื้มในตัวสมภพเป็นครั้งแรก รุจีเข้ามาตรงหน้าติรกา คุกเข่าพนมมือไหว้
“คุณติเจ้า รุจีกราบขอโทษที่รุจีเกือบทำให้คุณนนท์กับคุณติต้องแยกจากกัน รุจีจำเป็นต้องยะเพื่อช่วยปี้ดา”
รุจีมองรชานนท์
“รุจีฮักคุณนนท์ก็จริงแต่เป็นฮักที่น้องสาวมีต่อปี้ชายที่แสนดีและคุณนนท์บ่เคยฮักใครนอกจากคุณติเจ้า”
“ฉันเข้าใจ” ติรกาบอกแล้วมองสมภพแล้ววัดใจ
“คุณทรงสุดา คุณคงลำบากมากที่มีสามีเห็นแก่ตัวแบบนี้ ถ้าคุณต้องทนเพราะมีปัญหาเรื่องเงิน ฉันยินดีจะดูแลคุณเอง”
ทุกคนมองติรกาอย่างคิดไม่ถึง
“ฉันจะให้รุจีเข้ามาทำงานที่โรงงานของฉัน ฉันอนุญาตให้พาคุณทรงสุดากับตาต้นเข้ามาพักในโรงงานได้ ดูแลดีมีสวัสดิการ คุณทรงสุดาจะว่ายังไงคะ”
ทรงสุดาอึกอัก สมภพสียงหลงขึ้นมาทันที รีบเข้าโอบทรงสุดา
“ไม่ได้นะครับ ลูกเมียของผมต้องอยู่กับผมจะออกไปอยู่ที่อื่นไม่ได้”
“เป็นเมียเก็บกับเป็นอิสระ คุณทรงสุดาจะเลือกอะไรคะ”
สมภพหันมามองทรงสุดาที่ลังเลอยู่
“ฉันจะแต่งงานกับเธอประกาศให้คนรู้ทั้งราชบุรีเลยว่าเธอเป็นเมียฉัน ห้ามไปไหนนะทรงสุดา นะ นะ”
ทรงสุดาปลาบปลื้ม
“ค่ะ..ฉันจะอยู่กับคุณค่ะ”
“เย้ๆๆ ในที่สุด อาก็รู้จักคิดซะที” ธงฉานพูดขึ้น
ทุกคนหันมองธงฉานแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“แกด้วย”
ธงฉานหน้าจ๋อยลงทันที
“คร้าบ”
“ผมมีเรื่องจะปรึกษาติรกาอีกเรื่อง เรื่องกิจการผมน่ะครับ” สมภพบอก
“ฉันกับคุณแม่ตัดสินใจจะซื้อหุ้นรีสอร์ตของคุณครึ่งหนึ่ง ร่วมกันบริหาร ส่วนบัญชีหนี้ก็กำไรสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ทยอยชำระหนี้ไป”
“นี่มันช่วยเขาใช้หนี้ชัดๆ เลยนะคะแม่ มันจะเป็นภาระของเรานะคะ” มัทรีบอก
“ก็สมภพเขาเป็นเพื่อนแม่”
ติรกาสบตากับรชานนท์
“เพื่อนเมียก็เป็นเพื่อนผมได้เหมือนกัน”
สมภพสำนึกติรกาและรชานนท์อย่างซึ้งใจ
“ขอบคุณครับ ไอ้ธงฉานรีสอร์ตเราไม่โดนยึดแล้วโว้ย!
สองอาหลานกอดกันกลม
“แต่มีข้อแม้นะ” เตือนใจพูดขึ้น ทุกคนหันมามองเตือนใจ เตือนใจยกไม้เบสบอลมาตีมืออย่างหมายมั่น
“ไอ้สองอาหลานนี่ต้องผ่านการสอนงานจากฉันก่อน”
สมภพกับธงฉานร้อง “หา” ขึ้นพร้อมกัน
“พุทราช่วยด้วยค่า จัดหนัก จัดแน่น จัดอ้วก”
“ดีเลยค่ะ เพราะโอ่งเตือนใจเป็นรูปเป็นร่างได้ก็เพราะคุณแม่สอนงานฉันนี่ล่ะค่ะ”
“ฉันจะเพิ่มคอร์สศีลธรรมให้อีกด้วยนะ” เตือนใจบอกพลางชักสีหน้าโหด
สมภพกับธงฉานเบียดเข้าหากันด้วยสีหน้าหวาดกลัวเตือนใจมาก

ภายในห้องพักของวริษรา วันรบพลิกตัวมาทางหน้าต่าง แสงแดดส่องตา วันรบค่อย ๆลืมตาอย่างงัวเงียจนปรับสายตาชัดเจนขึ้น วันรบมองไปรอบ ๆ แล้วเด้งตัวลุกขึ้นอย่างตกใจ
“เฮ้ย”
วันรบเอามือแตะที่ขมับคิด วันรบลุกขึ้นจะเดินออกไปนอกห้อง วริษราถือแก้วกาแฟมาพอดี
“ตื่นแล้วเหรอคะ ริษชงกาแฟให้พี่รบด้วยนะคะ”
วริษรายื่นแก้วกาแฟให้วันรบ วันรบมองด้วยความโกรธแล้วปัดแก้วกาแฟทิ้ง เพล้ง!
“อย่าทำให้พี่ต้องเกลียดริษไปมากกว่านี้เลย”
วริษราตกใจร้องเรียก
“ พี่รบ”
“กล้าใช้ยากับพี่มันมากไปแล้ว จำไว้เลยนะ พี่ไม่เคยรักริษ และไม่มีวันรัก” วันรบเสียงหนักแน่น
“พี่รบ”
วันรบไม่ต่อความเดินไปที่ประตูเปิดประตูทันที วริษราตามมาดึงตัววันรบไว้
“พี่รบ อย่าไป”
“อย่ามายุ่งกับพี่”
วันรบสะบัดวริษราจนเซไป วันรบเดินออกไปทันทีอย่างไม่ใส่ใจ วริษราชักสีหน้าร้าย
“พี่รบ พี่รบ ไปสิ ดูสิจะแก้ตัวกับนังมัทรียังไง”
วริษราลงนั่งกินผลไม้ด้วยสีหน้าสะใจ

รชานนท์ ติรกา มัทรีออกมายืนส่งแก๊งค์ของสมภพ รถของสมภพแล่นออกไปจากบ้านติรกาแล้ว เตือนใจพูดขึ้น
“ต่อไปนี้ไอ้พวกตัวป่วนคงเลิกวุ่นวายกับลูกสาว ลูกเขยแม่สักที”
“แต่แค่อบรมมันไม่หายแค้นนะคะคุณยาย คนพวกนี้มันต้องเจอหนักๆ” พุทราบอก
“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะพุทรา ไม่งั้นชีวิตเราก็คงไม่สงบสุข มีหนี้กรรมทำร้ายกันไปเรื่อยๆ”
“งั้นเราก็หมดกรรมแล้วใช่ไหมครับคุณแม่” รชานนท์บอก
“ก็ดีนะคะ หมดกรรมจะได้หมดทุกข์เป็นอิสระ” ติรกาพูดขึ้น
มัทรีมองและคิดตามคำพูดติรกา วันรบเข้ามาพอดี
“ป๋า..มัท คุณแม่ ปลอดภัยนะครับ ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้ตามไปด้วย”
“แล้วเธอไปไหนมาล่ะ” ติรกาถามขึ้น
วันรบอึกอัก ทุกสายตามองมาที่วันรบ
“คือ..มัน”
มัทรีแทรกขึ้นมา
“พี่รบเขามีธุระด่วนน่ะค่ะ แม่ มัทหิวแล้ว...เราไปทานข้าวเช้ากันดีกว่า”
“จะกินอะไรดีล่ะเช้าดีๆ แบบนี้” เตือนใจถาม
“อะไรก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นฝีมือยาย”
มัทรีกับวันรบพูดพร้อมกัน
“มัท( ผม) ฟาดเรียบ”
มัทรีกับวันรบชะงักไปทั้งคู่ มัทรีหันมองอย่างสะเทือนใจแต่วันรบยิ้มชอบใจ
“จะมีคู่รักคู่ไหนใจตรงกันเท่าเราน้า”
มัทรีฝืนยิ้มแล้วบอก
“มีสิคะ แต่เราอาจจะไม่รู้แค่นั้นเอง ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวมัทจะคั้นน้ำส้มให้ ไปค่ะพี่รบ พ่อคะ”
มัทรีจูงมือรชานนท์กับวันรบเข้าไปในบ้าน ติรกา เตือนใจและพุทรามองตามมัทรี
“แม่คะ เรื่องยัยมัท”
“ตารบโกหกจริงๆ”
ติรกาโกรธ และจะเข้าไปหาวันรบ
“อย่า ยัยติ”
“ห้ามทำไมล่ะคะคุณยาย ให้คุณติจัดการเลยสิคะ”
“เรื่องของคนสองคนให้เขาจัดการกันเองไหม ยัยมัทยังฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บปวดขนาดนั้น แม่ว่ายัยมัทคงตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วล่ะ”
ติรกาหันมองไปทางมัทรีด้วยแววตาสงสารลูกจับใจ

ภายในห้องครัว วันรบหั่นส้มให้มัทรีหยิบส้มมาคั้น มัทรีเหลือบมองวันรบอย่างอาวรณ์
“มัทจ๊ะ เดี๋ยววันนี้เขาจะส่งรูปแต่งงานมาให้เราแล้วนะ ก็สิบภาพตามที่เราเลือกไว้แล้วก็อัลบั้มรวมด้วย”
“เหรอคะ ดีค่ะ มัทอยากเห็นรูป... พี่รบคะ...คืนนี้เราไปกรุงเทพฯกันไหมคะ”
“คืนนี้เหรอ ทำไมล่ะ”
“เอาเป็นว่าพี่รบมารับมัทสักห้าโมงนะคะ”
“มัทยังไม่บอกผมเลยว่าเราจะไปทำไม”
มัทรียิ้มฝืนอย่างสดใสที่สุดแล้วบอก
“ความลับค่ะ อย่าสายนะคะ”
“ครับ” วันรบยิ้มตามอย่างมีความสุข

พชรเดินเข้ามาในบ้านในเวลาเย็นพบว่าบนโต๊ะมีอาหารจัดวางอย่างดี
“โอ้โห วันนี้มันวันพิเศษอะไรเนี่ย”
“ก็วันตามสัญญาไงคะ” เสียงนลินีดังเข้ามา
พชรหันไปตามเสียงเห็นนลินีแต่งตัวเซ็กซี่ในสไตล์แม่เสือสาว
“ว้าว ว้าว ว้าว ว้าว แม่เสือสาว”
นลินีเดินเข้ามาผลักพชรลงเก้าอี้ แล้วขยับตัวขึ้นบนโซฟา นลินีเขี่ยอกพชร พชรมีอาการสยิวกิ้วสุดฤทธิ์
“วันนี้คุณเป็นอะไรเนี่ย”
“ก็ตอนนี้นนท์กับติรกาเขาปรับความเข้าใจกันได้แล้ว พวกอุปสรรคก็โดนเขี่ยออกไปหมดแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าต้องให้รางวัลคุณไงจ๊ะคนเก่ง... ชอบไหมคะ”
“ที่สุดเลยจ๊ะ ถ้าเร้าใจขนาดนี้กลับถึงบ้านห้าโมงทุกวันเลยจ๊ะ”
นลินีจับเน็คไทด์ โน้มหน้าเข้าใกล้พชร พูดเสียงยั่วยวนสุดฤทธิ์
“ก็ดีค่ะ เพราะถ้าอยากได้ลูกคุณก็ต้องขยันหน่อย”
พชรถึงกับตาโตขึ้นทันที
“จริงเหรอจ๊ะ”
“ฉันไม่ได้คุมแล้ว ขึ้นอยู่กับฝีมือคุณแล้วนะ”
พชรคึกคักขึ้นมาทันที
“สู้เว้ย .....เมียจ๋า”
พชรรวบนลินีลงบนโซฟา
จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น นลินีเด้งตัวขึ้นมา ผมยุ่งเหยิงนิด ๆ พชรตามขึ้นมาพร้อมด้วยรอยลิปสติกเต็มหน้า
“ใครวะ ขัดจังหวะจริง”
“เดี๋ยวฉันไปดูเองค่ะ”
นลินีลุกจากโซฟา พชรพูดไล่หลัง
“ถ้าเป็นไอ้นนท์หรือไอ้รบเตะโด่งมันไปเลยนะเมียจ๋าจุ๊บๆ”
นลินีหันมาส่งจูบ จุ๊บๆใส่พชรบ้าง ก่อนเดินออกไป

นลินีผละจากพชรเดินออกมาเปิดประตู และเจอวริษรายืนอยู่
“เธอมาหาใคร”
“มาหาพ่อของลูกสิคะ”
นลินีตกใจ คิดล่วงหน้าไปแล้วว่าเป็นฝีมือพชร
“พ่อของลูก ฮึ่ย”
พชรเดินตามนลินีออกมา
“ใครมาจ๊ะ เมียจ๋า”
พชรพูดแล้วเห็นวริษรายืนอยู่
“เธอ”
“รู้จักใช่ไหมแสดงว่าเป็นฝีมือคุณใช่ไหม” นลินียังไม่ได้ถามพชร เอาแต่กระหน่ำตีพชร ตีๆๆ
“เฮ้ยๆๆ เมียจ๋าตีผมทำไม”
“ก็ผู้หญิงคนนี้บอกว่ามาหาพ่อของลูก เขาจะมาหาใครถ้าไม่ใช่คุณ” นลินีเพิ่มจังหวะการตีและลงเข่าศอก
“ไม่ใช่ผมนะเมียจ๋า ไม่ใช่จริงๆ”
“ฉันมาหาพี่รบไม่ใช่สามีคุณ”
นลินีกับพชรถึงกับชะงัก พูดพร้อมกันว่า
“ว่าไงนะ”
“เธอมาหาวันรบ งั้นพ่อของเด็กในท้องก็...”
นลินีหันมองพชร สองคนสบตากันตกใจ นลินีดันพชรให้เดินห่างจากวริษรา
“มัทรีรู้เรื่องนี้หรือเปล่าคุณ”
พชรส่ายหน้า พชรกับนลินีหันมองวริษราที่ทำหน้าเจี๊ยมเจี้ยมใส่

เย็นวันนั้น วันรบไปรับมัทรีเข้ากรุงเทพฯ ตามนัดหมาย วันรบขับรถเข้ามาจอดที่ใต้สะพานพระราม 8 ค่ำคืนนั้นเป็นวันลอยกระทงพอดี มัทรีถือกระเป๋าลงจากรถ วันรบเดินตามลงมาทางด้านคนขับ มัทรีเดินมาหยุดที่ริมน้ำ เห็นคนถือกระทงมาลอยกันพอสมควร วันรบเข้ามายืนข้างๆ มัทรี
“วันนี้วันลอยกระทงนี่นะเห็นแล้วคิดถึงเมื่อห้าปีก่อนเลยนะมัท” วันรบพูดขึ้น
“ตอนที่ชมรมโฟโต้พารุ่นน้องมาลอยกระทงที่นี่น่ะเหรอคะ”
“ใช่...ผมรุ่นพี่ มัทรุ่นน้อง”
“มัทไม่เคยเห็นพี่รบที่ชมรมเลยนะคะ จู่ ๆ ทำไมวันนั้นถึงมา”
“ก็เพื่อนมันเรียกให้มา มันบอกว่ามีรุ่นน้องคนนึงน่ารักมาก ผมก็เลยมาแล้วก็เห็นว่ารุ่นน้องคนนั้นน่ารักจริงๆ” วันรบมองด้วยสายตากรุ้มกริ่มแล้วพูดต่อว่า
“แต่เขาหยิ่งมากเลยนะ ยิ้มให้ก็เชิดใส่”
“ก็..เพื่อนมัทบอกว่าพี่รบน่ะเจ้าชู้ มีแฟนเป็นสิบเลย มัทก็ต้องระวังไว้ก่อนสิคะ”
วันรบยิ้มลงนั่งแล้วมองไปทางแม่น้ำ มัทรีมองผ่านวันรบเห็นสก๊อยสาวสองคนที่กำลังลอยกระทงมองมาทางวันรบ ไม่ทันไรสก๊อยสาวก็เดินเข้ามาส่งสายตาให้กับวันรบ สก๊อยคนแรกบอก
“พี่คะ ถ้ายังไม่มีเพื่อนลอยกระทงลอยกับพวกหนูก็ได้นะคะ”
วันรบหันไปมองเห็นสาวสก๊อยขยิบตาให้สุดฤทธิ์
“ไม่เป็นไรจ๊ะ พี่มีแฟนมาลอยด้วยแล้ว ขอบคุณนะ” วันรบพูดแล้วพลางโอบมัทรีไว้
สก๊อยคนเดิมหันมามองมัทรีแล้วเบ้ปากใส่
“เอ๊าะๆ ไม่ชอบ โง่ว่ะ ไปหารายใหม่ดีกว่า”
สก๊อยคนแรกเชิดใส่แล้วลากสก๊อยอีกคนจากไป
“แล้วพี่รบก็ดึงมัทมาเป็นกันชนจากพวกสาวๆ ในชมรมแบบนี้เปี๊ยบ แล้วมัทก็...”
มัทรีตุ๊ยท้องวันรบ ปึ้ก! แต่ไม่แรงนัก
“ใครแฟนคุณ อย่ามาตู่นะ”
วันรบยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วบอก
“ก็พี่ขอยื่นใบสมัครตอนนี้เลยไงครับ...แล้วก็เป็นโชคดีของผมที่มัทยอมพิจารณาจนเรามีวันนี้...ผมรักมัทนะ”
พอมัทรีได้ยินคำนี้ก็สะเทือนใจ
“มัท..ก็รักพี่รบค่ะ วันนี้ครบรอบห้าปีของเรา”
มัทรีเปิดกระเป๋าหยิบกล่องเค้กเล็กๆ ออกมา มัทรีเปิดกล่องข้างในเป็นเค้กเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ เป็นเค้กช็อกโกแลต บนเค้กมีบ้านเล็ก ๆ กับตุ๊กตาพ่อแม่ลูก
“เค้กช็อกโกแลตด้วย” วันรบบอก
“มัทอยากให้ของที่พี่รบชอบมากที่สุด”
“แต่เค้กไม่ใช่ของที่ผมชอบที่สุดนะเพราะที่ผมชอบที่สุดคือมัทต่างหาก นี่บ้านของเราใช่ไหมจ๊ะ”
มัทรีฝืนยิ้มให้วันรบ
“บ้านเล็กๆนี่เปิดได้ด้วยนะคะ ในบ้านมีของสำคัญ”
“น่าตื่นเต้นจัง”
วันรบรับเค้กไปถือไว้แล้วหยิบหลังคาบ้านบนเค้กออกเห็นเป็นกล่องแหวน วันรบมองมัทรีอย่างแปลกใจ วันรบเปิดกล่องแหวนดู แต่ข้างในกลับเป็นกล่องเปล่า
“มัทเซอร์ไพรส์ผมอีกใช่ไหม”
มัทรีนิ่งรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วตัดสินใจถอดแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายต่อหน้าวันรบ แล้วยื่นใส่มือวันรบทั้งน้ำตา
“แหวนหมั้นวงนี้ เป็นแหวนที่แม่ให้มัท แต่มัทอยากให้พี่รบเก็บมันไว้ให้คนที่จะอยู่กับพี่รบในอนาคต”
วันรบแปลกใจถามขึ้น
ไมัทหมายความว่าไง”
มัทรีเอาซองยาระบุชื่อ “วริษรา” ออกมา ใส่มือวันรบ วันรบหยิบซองยาขึ้นมาดูถึงกับชะงักไปทันทีพูดอะไรไม่ออก
“มัทเพิ่งรู้ว่าตลอดห้าปีที่เราคบกัน มัทไม่เคยรู้จักพี่รบเลย...พี่รบทำลายความเชื่อใจของมัท ด้วยการโกหกมัทตลอดเวลา วันนี้ทุกอย่างจบแล้ว ทั้งเรื่องของเราและเรื่องโกหกทั้งหมดของพี่รบ ...ลาก่อนค่ะ”
พลุในวันลอยกระทงถูกยิงขึ้นฟ้า พร้อมๆกับที่วันรบอึ้งไปนาน มัทรีหันหลังเดินจากไปทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจมาก
“มัท...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ มัท”
มัทรีทนไม่ไหววิ่งหนีไป วันรบวิ่งตาม
“มัท..เดี๋ยวก่อน”

มัทรีวิ่งไปท่ามกลางผู้คน วันรบวิ่งตามไปท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา
“มัท...ฟังผมก่อน มัทรี”
มัทรีตัดสินใจโบกรถแท๊กซี่ แล้วรีบขึ้นรถทันที
“ไปราชบุรีค่ะพี่ เร็วที่สุดเลยนะคะ”
“ราชบุรี แต่..” คนขับแท็กซี่ไม่แน่ใจ
“เท่าไหร่ฉันก็จ่ายค่ะ”
วันรบวิ่งมาถึงแท๊กซี่ พยายามทุบกระจก
“มัท...เราต้องคุยกันนะ มัท”
แท๊กซี่ลังเล มัทรีบอก
“ออกรถเลยค่ะพี่ ออกรถสิคะ”
แท๊กซี่รีบออกรถ วันรบวิ่งตามแท๊กซี่ แต่แท๊กซี่เร่งความเร็วจนวันรบตามไม่ทัน วันรบตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถ

ภายในบ้านมัทรีในเวลาต่อมาของคืนนั้น รชานนท์ออกมายืนที่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเครียด มองอย่างรอคอยการกลับมาของมัทรี ติรกาตามออกมา
“กระแต..นี่ลูกออกไปไหนกับไอ้รบ ดึกแล้วยังไม่กลับมาอีก”
“คงไปเคลียร์กันน่ะค่ะ”
“เคลียร์! นี่มัทกับไอ้รบมีปัญหากันจริงๆ เรื่องอะไรล่ะกระแต”
แท๊กซี่แล่นรถเข้ามาจอดที่หน้ารั้วบ้าน มัทรีลงจากรถเดินเข้ามาในบ้าน รชานนท์กับติรการีบเดินเข้าไปหา
“พ่อ...แม่”
มัทรีโผเข้ามาติรการ้องไห้เหมือนจะขาดใจ รชานนท์ตกใจอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“มัท..ไอ้รบมันทำอะไรลูก บอกพ่อมาสิ”
รถของวันรบเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน วันรบรีบเข้ามาในบ้าน
“มัท..มัทต้องฟังผมนะ ผมอธิบายได้”
“ไม่ค่ะ มัทเจ็บพอแล้ว มัทไม่อยากฟังคำโกหกของพี่รบอีก”
“ผมไม่เคยนอกใจมัทเลยนะ”
มัทรีตบหน้าวันรบ เพี๊ยะ!
“พอได้แล้ว”
รชานนท์กับติรกาตะลึง วันรบอึ้งไม่แพ้กัน
“จนถึงตอนนี้ พี่รบก็ยังโกหกมัท”
“มัท..ผม”
“อย่าพูดอีกเลย ให้มัทได้เหลือความรู้สึกดีๆ ระหว่างเราบ้างนะคะ”
วันรบแทบจะคลั่ง
“มัท”
“ถ้าพี่รบไม่เลิก มัทจะหายตัวไป พี่จะไม่ได้เห็นหน้ามัทอีกเลย”
“มัท”
มัทรีเดินเข้าไปในบ้าน ติรการีบตามมัทรีเข้าไป คงเหลือแค่รชานนท์กับวันรบเท่านั้น รชานนท์กระชากคอเสื้อวันรบแล้วถามเสียงดัง
“ไอ้รบ..แกทำอะไรลูกสาวฉัน”
วันรบสีหน้าเครียดมาก

มัทรีร้องไห้อย่างระเบิดอารมณ์ด้วยความเสียใจอย่างสุดกลั้นอยู่ในห้องนอน ติรกาเดินเข้ามานั่งเคียงข้างมัทรี
แล้วกอดปลอบ
“แม่คะ..มัทเจ็บ”
ติรกานิ่งกอดลูกด้วยความสงสาร

บริเวณชั้นล่าง วันรบเล่าความจริงเรื่องวริษราให้รชานนท์ฟัง รชานนท์มองวันรบอย่างพิจารณา
“ที่แกเล่ามาทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงเหรอ”
“ถ้าผมทำผู้หญิงท้องจริงแล้วมันจะปิดได้นานแค่ไหน ป๋า..ผมพยายามแทบตายหาสินสอดสิบล้าน พิสูจน์ตัวเองเพื่อขอโอกาสจากคุณแม่ยายให้ได้หมั้นกับมัท ผมจะทำลายโอกาสตัวเองเพื่ออะไร”
“ถ้าเด็กคนนั้นเป็นญาติแก แกก็บอกยัยมัทไปสิ แกเล่นโกหกปิดบัง ลูกฉันก็ระแวง”
“ถึงผมจะเห็นริษเป็นน้องแต่ริษเขาคิดกับผมแบบคนรัก แล้วริษก็พยายามจะเข้ามาแทนที่มัท ผมโกหกมัทเพราะว่าผมไม่อยากให้มัทระแวงคิดมาก ผมพยายามบอกริษแล้วว่าผมรักมัทแต่เขาก็ไม่เลิก ผมกลุ้มใจมากเลยป๋า จะรุนแรงก็ไม่กล้า เขาก็ท้องด้วยกลัวจะคิดบ้าๆ”
“แล้วแน่ใจนะว่าเด็กในท้องไม่ใช่ของแก”
“สาบานให้ตายเลยป๋า ผมไม่เคยแตะต้องริษไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ ผมพยายามที่จะไม่ให้บัวช้ำน้ำขุ่นทั้งสองฝ่าย”
“แกก็เลยตายอยู่นี่ไง แกไม่น่าเริ่มต้นด้วยการโกหกเลย ถ้าแกบอกยัยมัทว่าวริษราตื้อแก ลูกฉันก็รับได้แถมยังจะช่วยแก้ปัญหาด้วยซ้ำ แต่แกทำเรื่องยาก...ให้มันยากขึ้นไปอีก ยัยมัทก็พูดอยู่เสมอว่าเกลียดการโกหก แต่แกดันทำเต็มๆ”
“ป๋าช่วยพูดให้ผมหน่อยสิ”
“เจ็บหนักขนาดนั้นฉันไม่มั่นใจว่ะ”
รชานนท์มองวันรบอย่างถอนใจว่างานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่วันรบคิด








Create Date : 03 เมษายน 2555
Last Update : 3 เมษายน 2555 23:25:48 น.
Counter : 320 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13



ภายในบ้านพักของพชรที่เพชรบุรีเวลานั้น นลินีเดินเอายาแก้ปวดและน้ำเปล่ามาส่งให้รชานนท์

“นี่จ้ะยาแก้ปวด”
“อบคุณครับพี่นี”
“ตามหาจนทั่ว ทุกที่ที่คิดว่าจะไปแล้วก็ไม่เจอ นี่ไอ้สมภพมันพาติรกาไปไหนเนี่ย”
“ถึงเจอตอนนี้ก็ไม่ฟังอะไรหรอก ตำตาขนาดนั้น ยิ่งยัยรุจีย้ำเข้าไปอีกตานนท์ได้เป็นหม้ายแน่”
รชานนท์รับยาแก้ปวดมากินแล้วนั่งพิงโซฟาไปอย่างเครียดๆ รชานนท์ใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง
“ต้นตอเรื่องนี้คือรุจี สาวหน้าซื่อใจคด” พชรพูดขึ้น
“ผมไม่เข้าใจเลยว่ารุจีพูดแบบนั้นทำไม แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ ขอโทษผมบอกว่าจำเป็น ผมถามว่าจำเป็นอะไรก็ไม่ตอบ”
“ถ้าร้องไห้ก็แสดงว่ารู้สึกผิด...แล้วยังบอกว่าจำเป็นอีก แล้วจำเป็นเรื่องอะไร” นลินีตั้งข้อสังเกต
ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“เอ่อ... มองหน้ากันแล้วจะรู้คำตอบมั้ย” พชรว่า
“ไม่รู้จะถามยังไง นั่นก็หายไปอีกคน ป่านนี้คงหนีเข้าวัดไปแล้ว”
นลินีนึกได้ขึ้นมาทันที
“งั้นพี่รู้แล้วว่าจะทำยังไง”

เช้าวันใหม่ ชาวบ้านสองสามคนนุ่งขาวห่มขาวก้มลงกราบพระประธานในอุโบสถอย่างสงบนิ่ง เสียงร้องไห้ “ฮือๆ” ดังขึ้น ชาวบ้านที่ก้มกราบพระประธานชะงักอึ้งไปแล้วหันไปมองทางต้นเสียง เห็นรุจีนั่งพนมมือแล้วร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น
“ข้าเจ้าบ่อู้จะชดใช้บาปกรรมที่ลูกยะกับคุณนนท์และคุณติรกาครั้งนี้ได้ยังไง แต่ถ้าลูกบ่ยะจะอี้ ปี้ดากับหนูต้นก็คง...ฮือๆๆ”
ผู้ชายคนหนึ่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้รุจี รุจีรับมาแล้วสั่งน้ำมูกดังพรืด!! รุจีพับผ้าเช็ดหน้าแล้วส่งคืนให้เจ้าของ
“ขอบคุณเจ้า”
รุจีหันไปมองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าแล้วอึ้งเหวอไป รชานนท์ยืนอยู่กับพระภิกษุรูปหนึ่ง
“คุณนนท์ หลวงพ่อ”
รุจีรีบพนมมือไหว้หลวงพ่อรูปนั้นทันที
“โยมเองรึ ที่มีเรื่องมีราว อาตมาก็นึกว่าใครที่ไหน แล้วไปมีเรื่องอะไรกับโยมท่านนี้ล่ะ”
รุจีหันไปมองหน้ารชานนท์แล้วนิ่งไปพูดไม่ออก
“หลวงพ่อท่านถาม ควรจะต้องตอบนะ” รชานนท์ว่า
“บ่มีเจ้า หลวงพ่อ บ่มีจริงๆเจ้า” รุจีจำใจโกหก
“อยู่ต่อหน้าพระ ห้ามโกหก” รชานนท์บอก
รุจีน้ำตาคลอส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก
“คำโกหกไม่ได้ทำร้ายเฉพาะคนฟัง แต่มันทำร้ายคนที่พูดด้วย” หลวงพ่อพูดให้ข้อคิด
รุจีได้ฟังก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้น
“ค่ะหลวงพ่อ... ดิฉันยอมอู้ความจริงแล้วเจ้า”
รุจีร้องไห้แล้วก้มลงกราบหลวงพ่อทั้งน้ำตา รชานนท์โล่งใจและดีใจที่จะได้รู้ความจริงจากรุจี

บริเวณมุมหนึ่งของวัด รุจีส่งรูปถ่ายของทรงสุดากับลูกชายให้รชานนท์ดู
“ปี้สาวของรุจีกับลูกชายเปิ้นเจ้า ทั้งสองคนโดนพ่อเลี้ยงจรัลจับตัวไป เพราะสามีของพี่ดาไปติดเงินพวกเค้า รุจีเลยต้องช่วยหาเงินไปใช้หนี้เจ้า”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม ผมเลิกกับกระแตแล้วคุณจะได้เงินไปใช้หนี้ได้ยังไง”
“เงินของคุณติรกาไงเจ้า ถ้าไม่มีคุณนนท์... สามีของปี้ดาก็จะได้เงินจากคุณติ”
รุจีอึกอักพูดไม่ออกแล้วตัดสินใจหยิบรูปอีกใบส่งให้รชานนท์ดู
“นี่คือสามีของพี่ดาเจ้า”
รชานนท์รับมาดูแล้วอึ้งช็อกไปเพราะเห็นรูปสมภพถ่ายกับทรงสุดาและลูกชาย
“แล้วกระแตรู้เรื่องนี้รึเปล่า”

บริเวณริมถนน หน้าธนาคารแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา ติรกายืนจ้องหน้าสมภพอย่างไม่พอใจ
“คุณหลอกฉันแบบนี้ได้ยังไง”
สมภพหลบตาติรกาพูดอะไรไม่ออก ธงฉานยื่นหน้ามาแก้ตัวแทน
“คุณอาไม่ได้หลอกนะครับ แค่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดเฉยๆ”
สมภพตีปากของธงฉานทันที
“เงียบไปเลยไอ้หลานพาซวย”
“คุณนั่นแหละพาฉันซวย ต่อไปนี้ฉันจะกล้าไปสู้หน้าใครได้ ตั้งใจไปคุยกับสินเชื่อธนาคารเพื่อไปขอกู้เงินให้คุณ แต่ดันโดนเค้าเหวี่ยงกลับเพราะคุณติดแบล็คลิสต์..เป็นหนี้เค้าเป็นร้อย ๆ ล้านแล้วไม่เคยใช้แม้แต่บาทเดียว”
สมภพก้มหน้าสลด ส่วนธงฉานส่ายหน้าพยายามบอกติรกาว่าตนไม่เกี่ยว
“นั่นเป็นสาเหตุที่ผมถึงต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบไงครับ”
“แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อน”
ติรกาส่ายหน้าอย่างเอือมๆแล้วจะเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แต่สมภพรีบตามมารั้งไว้
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับคุณติ”
ทันใดนั้นมีรถกะบะคันหนึ่งขับพุ่งเข้ามาอย่างตั้งใจจะชนพวกติรกา งสามคนตกใจหลับตาปี๋แล้วร้องลั่น
เสียงเบรกรถดังเอี๊ยด! รถหยุดไห่างจากพวกติรกาไม่ถึง 5 เซนติเมตร ติรกา สมภพและธงฉานลืมตาขึ้นแล้วเห็นว่ารถไม่ชนตัวเองก็โล่งใจ ติรกาได้สติเดินไปเอาเรื่องคนขับรถทันที ติรกาโวยวายลั่น
“ขับรถประสาอะไร ไม่ดูเลยหรือไงว่าคนกำลังจะข้ามถนน... ว้าย!”
สมุนของพ่อเลี้ยงจรัญ 2 คนเดินลงมาจากรถพร้อมชักปืนออกมาขู่ สมภพกับธงฉานเห็นสมุนของพ่อเลี้ยงก็จำได้ทันที
“พวกแก”
สมภพยกมือสองข้างเหมือนยอมแพ้ ส่วนธงฉานหลบหลังสมภพทันที สมุนคนหนึ่งพูดขึ้น
“หาเงินมาใช้หนี้ได้รึยัง”
“พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วนะ ถ้าหาเงินมาใช้ไม่ทัน รับรองว่าแกโดนแบบนี้แน่” สมุนคนที่สองขู่ซ้ำ
สมุนทั้งสองคนเล็งปืนไปทางสมภพกับธงฉานแล้วทำท่าจะลั่นกระสุน สมภพกับธงฉานร้อง “อ๊าก!!” แล้วหลับหูหลับตาวิ่งหนีทันที แต่ดันวิ่งชนกันเองจนลงไปกองอยู่กับพื้น “โอ๊ย”
สมุนคนแรกพูดต่อ
“ฮ่าๆๆ ไอ้โง่ ดูไม่ออกหรือไงว่าข้าใช้ปืนปลอม “
สมุนทั้งสองคนใช้ปืนฉีดน้ำฉีดใส่สมภพกับธงฉานทันที
“วันนี้ปืนฉีดน้ำ พรุ่งนี้ปืนจริงนะเว้ย” สมุนคนที่สองขู่ซ้ำ
สมุนทั้งสองคนกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ติรกามองเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วว่า
“ถึงกับขู่ฆ่ากันเลยเหรอ”

ภายในรีสอร์ตที่ติรกาค้างเมื่อคืน ติรกาเข้ามาที่หน้าห้อง
“ติรกา คุณช่วยผมด้วยนะ”
ติรกาสีหน้าหนักใจ
“ฉันไม่รู้จะช่วยคุณยังไงจริงๆ”
“ผมยืมเงินคุณก่อนได้ไหม”
“เงินฉันเป็นเงินหมุนเวียน ถ้าให้คุณยืม โรงงานฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ขอโทษจริง ๆ นะคะสมภพ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ติรกาเดินเข้าห้องและปิดประตูทันที สมภพเดินออกมาหาธงฉานที่รออยู่ ธงฉานถามขึ้น
“เป็นไงบ้างอา คุณติจะช่วยไหม”
“ไม่”
“อย่างนี้อาทรงสุดากับตาต้นก็ตายแน่สิอา เราสองคนด้วยนะ ผมยังไม่อยากตาย”
“แกจะไม่ตายหรอกธงฉาน เมื่อขอร้องกันดีๆ แล้วไม่ให้ ฉันก็จะบังคับให้ติรกาเอาเงินมากองแทบเท้าฉัน”
“อาจะทำยังไง”
สมภพยิ้มร้ายขึ้นมาทันทีอย่างมีแผนการ

ธงฉานเดินเข้ามาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเวลากลางวัน ธงฉานเหลียวซ้ายแลขวามองไปที่หน้าร้าน เห็นเด็กขายยาปลุกเซ็กส์นั่งอยู่ -ธงฉานเดินเข้าไปนั่งประกบทันที
“ของที่ให้หาได้ไหม”
เด็กเลื่อนซองยาให้
“ได้ครับ เลิฟเลิฟเม็ดเดียวเสียวทั้งคืนครับพี่”
ธงฉานพูดพลางมองคะลึงในสรรพคุณแล้วถาม
“ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วถ้ากับผู้หญิงมีอายุหน่อย”
“เลยหกสิบไหมครับพี่”
“ก็..เย้ย..ระดับอาฉันน่ะไม่นิยมถุงกาแฟหรอกเว้ย แค่เฉียด ๆ สี่สิบเอง”
“ไม่อันตรายพี่ แต่อาพี่จะไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเท่านั้นเอง”
ธงฉานยื่นซองเงินให้
“เท่าที่ตกลงกันไว้”
เด็กหยิบซองมาเปิดนับเงินดู
“ครบครับพี่ ถ้าสนใจตัวไหนก็บอกผมได้นะพี่”
เด็กเดินลุกไป ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก
“ได้ของมาแล้วครับอา ฟิตหน่อยนะอา เพราะคืนนี้คุณติคงต้องให้อาจัดหนักแน่ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ธงฉานลุกออกไป รับพอธงฉานลุกขึ้น ที่โต๊ะถัดไป ผู้หญิงใส่หมวกนั่งหันหลังให้ธงฉาน ผู้หญิงคนนั้นดันหมวกขึ้นเล็กน้อย ที่แท้คือ พุทราที่ยกกาแฟเย็นมาจะดูดกาแฟปื้ด ๆ ด้วยสีหน้าเอาเรื่องมาก

รชานนท์กำลังแจกงานให้กับวันรบและมัทรีที่บ้านพักของพชร รชานนท์ยื่นเอกสารให้
“นี่เป็นข้อมูลที่พี่ระส่งมาให้เกี่ยวกับรีสอร์ทที่ภูเก็ต อีกสองอาทิตย์เราจะต้องพรีเซ้นต์กับลูกค้า ไอ้รบแกรับผิดชอบเกี่ยวกับส่วนของตัวล็อบบี้กับห้องจัดเลี้ยง ส่วนมัทรับผิดชอบเรื่องห้องพักนะ”
“ผมกำลังจะแต่งงานนะป๋า ใช้งานขนาดนี้ถึงวันแต่งผมก็โทรมตาย หมดแรงพอดี”
“ดี..ลูกฉันจะได้ไม่เหนื่อย จริงไหมมัท”
วันรบกับรชานนท์หันไปมองที่มัทรีซึ่งเงียบไป
“คะ...เอ่อ..ค่ะ งั้นมัทจะเอาไอเดียจะมาขายกับพ่ออาทิตย์หน้านะคะ”
“มัทเป็นอะไรหรือเปล่าลูก หรือว่าเครียดเรื่องพ่อกับแม่”
“ค่ะ..ใช่ค่ะ”
“ผมไม่ยอมนะ ป๋าทำให้ว่าที่ภรรยาผมเป็นทุกข์ ต้องชดใช้ด้วยการแถมเงินก้นถุงให้ผมเลย”
“ฝันไปเถอะแก” รชานนท์พูดกับวันรบและหันมาบอกมัทรี
“ไม่ต้องห่วงนะมัท พ่อกับแม่จะต้องปรับความเข้าใจกันได้แน่”
มือถือรชานนท์ดังขึ้น รชานนท์มองเห็นว่าเป็นพุทราจึงรีบกดรับ และพูดด้วยเสียงตกใจ
“ว่าไงพุทรา อะไรนะ ได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“มีอะไรเหรอคะพ่อ”
“แม่กำลังมีอันตราย”
รชานนท์รีบออกไป โดยมีมัทรีกับวันรบเดินตามไปติดๆ

ขณะที่รชานนท์ วันรบและมัทรีเดินออกมากำลังจะไปขึ้นรถ วริษราเดินเข้ามาพอดี
“พี่รบคะ”
วันรบชะงัก รชานนท์กับมัทรีหันมอง วริษราก้าวเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรย หน้าซีด วันรบลำบากใจขึ้นมาทันที
“มีอะไรเหรอริษ”
“ริษ..ไม่ค่อยสบาย พี่รบช่วยไปส่งริษหน่อยได้ไหมคะ”
วันรบมองมัทรีกับรชานนท์อย่างลำบากใจ
“พี่”
รชานนท์ไม่รอวันรบเดินไปขึ้นรถทันที มัทรีเดินตาม วันรบตะโกนบอก
“รอผมด้วยป๋า พี่มีธุระน่ะริษ ขอโทษทีนะ”
วันรบเดินไปที่รถ วริษราก้าวตามอย่างเร็วแล้วแกล้งสะดุดล้ม
“โอ้ย”
วันรบหันกลับไปเห็นวริษราลงไปกองที่พื้น วันรบตกใจรีบเข้าไปประคองวริษรา
“ริษ เป็นยังไงบ้าง”
มัทรีกับรชานนท์นั่งรออยู่ในรถ
“ยังไงเนี่ยไอ้รบ”
“ออกรถเถอะค่ะพ่อ”
“แต่เจ้ารบ”
“เชื่อมัทนะคะพ่อ ออกรถเถอะค่ะ”
รชานนท์เริ่มสงสัยถึงสัมพันธภาพของวันรบกับมัทรี
“แม่กำลังรอเราอยู่นะคะ”
รชานนท์ตัดสินใจออกรถไปทันที วันรบร้องตาม
“เดี๋ยวสิ ป๋า ป๋า”
วันรบประคองวริษราให้ลุกขึ้น วริษราแอบยิ้มอย่างสะใจสุด ๆ

วันรบประคองวริษราเข้ามาส่งในห้องพักของวริษรา
“ถ้าริษไม่เป็นอะไรแล้ว พี่ไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิคะพี่รบ ดื่มน้ำสักแก้วแล้วค่อยไปนะคะ”
“พี่รีบจริงๆ นะริษ”
“พี่รบรังเกียจริษใช่ไหมคะ ริษมันไม่มีค่า ลูกของริษมันก็ไม่มีค่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไม ทำไม” วริษราพูดแล้วทำเป็นตีท้องตัวเอง
วันรบตกใจรีบเข้ามาห้าม
“หยุดนะริษ หยุด อย่าทำแบบนี้ นั่นลูกริษนะ”
“แต่มันทำให้พี่รบรังเกียจริษ แม้แต่น้ำแก้วเดียวพี่รบยังไม่ยอมรับ”
“ก็ได้ ๆ แค่แก้วเดียวนะ”
วริษราดีใจ
“ค่ะ รอแป๊บเดียวนะคะ”
วริษราเดินไปที่มุมครัวเปิดตู้เย็นเทน้ำส้มใส่แก้วแล้วเปิดตู้ยาที่อยู่หลังตู้เย็น หยิบขวดยาเล็กๆ ออกมา วริษยาใส่ยาลงไปหนึ่งเม็ดแล้วคนให้ละลาย วริษรายื่นแก้วน้ำส้มมาให้วันรบ วันรบหยิบมาดื่มพรวดเดียวหมด วันรบจะลุก แต่วริษราดึงไว้
“พี่รบค่ะ...ช่วยริษหายาหน่อยสิคะ มันหายไปไหนถุงนึงก็ไม่รู้ค่ะ”
“ยาอะไร”
“ยาบำรุงน่ะค่ะ ริษจำได้ว่าหมอให้มาด้วย แต่มันหายไปไหนไม่รู้”
วันรบลุกขึ้นช่วยหาถุงยา วันรบเดินหาตามหัวนอน ตามชั้น ตามพื้น วันรบเดิน ๆ แล้วรู้สึกมึน ตาเริ่มเบลอ ๆ วันรบสะบัดหน้า วริษราสังเกตเห็นอาการ
“พี่รบ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ มึนนิดหน่อย เดี๋ยวพี่ดูที่ใต้เตียงให้นะ”
วันรบก้มลงไปดูใต้เตียงแล้วนิ่งไป วริษราเห็นวันรบนิ่งก็ยื่นหน้าไปมองเห็นวันรบหลับไปทั้งๆ ที่ยังก้มอยู่
“พี่รบคะ..พี่รบ”
วริษราดันตัววันรบให้นอนหงาย วันรบหลับนิ่ง วริษรายิ้มสะใจ
“ฝันดีนะคะพี่รบ ฉันจะทำให้แกพล่านจนทนไม่ได้เลย นังมัทรี”

ในเวลาเย็น รชานนท์ขับรถ พลางเหลือบมองมัทรีที่นั่งหน้าเครียด มองตรงไปข้างหน้าอย่างนิ่งเงียบ
“มัท...ลูกกับมีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรแค่ตาสว่างเท่านั้นเอง”
“ตาสว่าง...พ่อว่ามีนะ ถ้ามัทมีปัญหาอะไรปรึกษาพ่อได้นะลูกนะ”
“มัทไม่ได้มีปัญหากับพี่รบค่ะพ่อ มัทกำลังห่วงแม่ ไม่อยากคิดเรื่องอื่น พ่อเหยียบให้เร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ”
รชานนท์ไม่อยากเซ้าซี้มัทรี
“จ๊ะ”
รชานนท์ไม่ถามได้แต่เหลือบมองมัทรีด้วยความเป็นห่วง

ติรกาเปิดประตูห้องพักออกมาก็ต้องแปลกใจที่เห็นมีโต๊ะอาหารวางจัดอยู่ในบริเวณสวนหน้าห้องพัก
“ทานข้าวกันหน่อยไหมครับ ผมสั่งให้เขาจัดมาให้คุณโดยเฉพาะ”
“ฉันว่า”
“ทานข้าวฉันท์เพื่อนครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ธงฉาน”
ธงฉานเดินเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำส้มคั้น
“ผมไปเอาน้ำส้มมาให้คุณติน่ะครับ” ธงฉานพูด
“ผมอยากขอบคุณที่พยายามจะช่วยเหลือผมอย่างจริงใจ”
“แต่ฉันยังไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลยนะคะ”
“แค่คุณมีใจอยากจะช่วย ผมก็ซาบซึ้งแล้ว อาหารอาจไม่หรูนักแต่สภาพการเงินผมก็ทำได้ดีที่สุดแค่นี้ล่ะครับ อย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”
ติรกาลงนั่ง ธงฉานรินน้ำส้มให้กับติรกา
“น้ำครับ” ธงฉานบอก
ติรกาหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบ ธงฉานกับสมภพสบตากันอย่างพอใจ ติรกาทานอาหารได้เพียงครู่เดียวก็เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย ธงฉานกับสมภพจับตามองลุ้นๆ
“ฉันว่ามันร้อน ๆ นะคะ”
“ร้อนเหรอครับ ก็ไม่นะ” สมภพว่า
“แต่ฉันร้อนจริงๆ นะ แล้วก็มึนๆ ด้วย”
สมภพกระซิบกับธงฉาน
“ยาแกมันออกฤทธิ์ไวขนาดนี้เลยเหรอวะ”
“ของเขาดีจริงๆ”
ไม่ทันขาดคำติรกาก็ฟุบลงกับโต๊ะทันที
“อ้าว คุณติ ยาแกมันต้องสลบด้วยเหรอ”
“ออฟชั่นเสริมมั้งอา จะได้ลากเข้าห้องง่าย ๆ ไง จัดเลยอา”
สมภพกับธงฉานช่วยกันพาติรกาเข้ามาในห้องพัก สมภพกับธงฉานวางร่างติรกาลงบนเตียง
“ออกไปแล้วปิดประตูให้ด้วย”
ธงฉานตบไหล่สมภพแล้วบอก
“โชคดีนะอา เพื่ออาทรงสุดากับตาต้น”
สมภพพยักหน้า ธงฉานเดินออกไป สมภพยืนมองติรกาที่หลับอยู่อย่างลำบากใจ
“ขอโทษนะติรกา แต่ผมจำเป็นต้องทำจริงๆ”

ธงฉานเดินออกมาจากห้องพร้อมกับดึงประตูปิด แล้วหัวเราะ
“ไม่หมดตัวแล้วเรา..หึหึ หึ ฮ่าๆๆ”
ทันทีที่หันหน้ากลับมาก็ต้องตกใจ

ภายในห้อง สมภพกำลังจะก้มโน้มตัวลงไปหาติรกา
“แอ๊กก!” เสียงธงฉานดังขึ้นที่หน้าห้อง
สมภพชะงักมองไปทางหน้าห้อง
“ไอ้ธงฉานส่งเสียงอะไรของมัน”
“เสียงแบบนี้มั้งคะ” เสียงติรกาดังขึ้น
“แบบไหนครับ” สมภพเผลอตอบแล้วนึกได้ หันมาเห็นติรกาลืมตาอยู่ก็ตกใจร้อง “เฮ้ย” ติรกยกขาแล้วยันสมภพอย่างสุดแรง
“โอ๊กก!”
ประตูห้องเปิดเข้ามา รชานนท์ เตือนใจ พุทราพุ่งเข้ามาในห้องทันที
“กระแตเป็นไงบ้าง”
ทุกคนชะงักที่เห็นว่าติรกากำลังเหวี่ยงสมภพมาทางรชานนท์ รชานนท์หลบ สมภพลงไปนอนกลิ้งกับพื้น สมภพเงยขึ้นมาเห็นทุกคน
“โอ้โหมากันครบเลย”
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเลวได้ขนาดนี้”
“ผมต้องการเงิน มันจำเป็นจริงๆ”
“ยังมีหน้ามาขอความเห็นใจอีกเหรอ เลวไม่มีที่ติจริงๆ” เตือนใจพูดขึ้น
รชานนท์ไม่สนใจสมภพรีบเข้าไปหาติรกา
“กระแต คุณเป็นยังไงบ้าง”
ติรกาสีหน้าเย็นชาใส่รชานนท์เพราะ ยังโกรธอยู่ ติรกาปัดมือรชานนท์ออกทันที
“ไม่เป็นไร ดีที่พุทราโทรมาเตือนให้รู้ตัวก่อน”
มัทรีเดินเข้ากอดติรกา
“คุณแม่”
“มัทเป็นห่วงคุณแม่แทบแย่ กลับบ้านนะคะคุณแม่”
“จ๊ะ แต่แม่ต้องจัดการสมภพให้เรียบร้อยก่อน”
ทุกคนหันไปมองสมภพแต่สมภพหายตัวไปแล้ว
“เฮ้ย”
พุทราวิ่งออกไปแล้ววิ่งกลับเข้ามาในห้องอย่างหน้าตาตื่นรีบรายงาน
“ไอ้อ้วนธงฉานก็หายไปด้วยค่ะ”
“คิดว่าทำผิดแล้วจะลอยนวลเหรอ ไม่มีทาง”
ติรกาโกรธมากเดินตามออกไป ทุกคนเดินตาม

สมภพกับธงฉานเข้ามาที่หน้าบ้านในเวลาต่อมา
“เราจะรอดเหรออา”
“ไม่รู้ว่ะ กลับมาตั้งหลักก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
จังหวะเดียวกับเสียงกรี๊ด! ของรุจีดังขึ้นในบ้าน สมภพกับธงฉานรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที แต่ก็ต้องเบรกตัวโก่งกระทันหัน เมื่อพื้นห้อง มีใบหูสี่หู และเลือดกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ รุจียืนมองตัวสั่นมองดูอย่างหวาดกลัว
“ฮากลับมาหันกล่องนี่มันวางไว้ พอเฮาเปิดดูมันก็”
“อา..เลือดทั้งนั้นเลยแล้วนั่นก็หูนี่อา หูคน”
สมภพมองเห็นว่ามีจดหมายแนบมาด้วย สมภพรีบหยิบจดหมายที่เปื้อนเลือดขึ้นมาเปิดอ่าน
“ครั้งนี้ยังไม่ใช่ของจริง ถ้าอั๊วไม่ได้เงินภายในเที่ยงพรุ่งนี้ เมียกับลูกลื้อ หูกุดแน่”
สมภพถึงกับเครียดและคลั่งร้อง “โว้ย” ลั่นบ้าน
“แล้วเปิ้นได้ตังค์หรือยัง ตังค์ที่จะหื้อพวกมัน มันจะได้ปล่อยปี้ดาปิ๊กบ้าน”
“ได้ที่ไหนล่ะ เขาจะตามมาเหยียบอยู่นี่ พวกคุณอาติจับได้แล้วว่าเราไม่ซื่อกับเขา” ธงฉานบอก
“แล้วตีนี้จะยะอันหยังกันเล่า ปี้ดากับตาต้นไม่ต้องหูกุดเหรอเนี่ย เพราะเปิ้นแต้ๆ ปี้ดาไม่น่าเป็นเมียเปิ้นเลย ปี้ดาของรุจี ฮือๆๆ”
สมภพลุกขึ้นจะเดินไป
“อาจะไปไหนน่ะ”
“ฉันจะไปช่วยเมียกับลูกฉันออกมา”
“จะไปบ้านพ่อเลี้ยงเหรอ ถึงตายนะอา” ธงฉานเตือน
“ตายเป็นตาย ฉันจะไม่รออีกแล้ว”
สมภพออกไป รุจีเดินเร็วตาม
“เฮาไปโต้ย รอเฮาโต้ย” (ฉันไปด้วย รอฉันด้วย)
รุจีวิ่งตามสมภพไป ธงฉานมองตามแล้วคิด
“เอาวะ รอผมด้วยอา”
ธงฉานวิ่งตามไปอีกคน
สมภพวิ่งไปที่รถด้านคนขับ ธงฉานกับรุจีขึ้นมาที่นั่งด้านหลัง สมภพขับรถเลี้ยวออกจากบ้าน ขณะที่รถของรชานนท์ที่วิ่งเข้ามายังบ้านสมภพ ทันเห็นรถของสมภพเลี้ยวออกไปพอดี ภายในรถรชานนท์ พุทราพูดขึ้น
“พวกนั้นกำลังจะหนีค่ะคุณติ”
ติรกาพูดกับกับรชานนท์
“ตามไปอย่าให้คลาดสายตานะคะ”
“รับทราบครับผม
รชานนท์เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วจนทุกคนหลังติดเบาะ
“เหวอ”

สมภพขับรถมาจอดแอบอยู่แถวๆหน้าบ้านของพ่อเลี้ยงจรัล รชานนท์ขับรถตามมาจอดอยู่ห่างๆ ภายในรถรชานนท์ทุกคนมองอย่างสงสัย
“นี่มันมาบ้านใครเนี่ย” รชานนท์พูดขึ้น
“บ้านใครไม่รู้ แต่รู้ๆ ต้องไม่ให้หนีไปได้ พุทรา” ติรกาเสียงเข้ม
พุทราส่งปืนลูกซองให้
“ตามที่คุณติสั่งเลยค่า กระสุนเต็ม”
“ตาสมภพเป้ากระจุยแน่” เตือนใจว่า

บริเวณประตูหน้าบ้านพ่อเลี้ยงจรัลเปิดอยู่ มีคนหน้าตาท่าทางโหดเฝ้าอยู่หน้าประตูอยู่ ภายในรถ ธงฉานมองอย่างเข้าไปอย่างหวาดๆ
“เอาไงดีอ่ะอา แต่ละคนดูหน้าโหดๆ ทั้งนั้น พวกมันต้องมีปืนแน่”
“ฉันก็มี”
สมภพเปิดเก๊ะหน้ารถ หยิบปืนสั้นออกมา
“มีปืนกระบอกเดียว แม่หญิงหนึ่งป้อจายสองกับพวกนักเลงเป็นสิบจะไหวเหรอ” รุจีพูดขึ้น
“ไม่ไหวก็ต้องไหว” สมภพว่า
เสียงเคาะกระจกรถของสมภพดังขึ้น สมภพถาม
“ใครเคาะกระจก”
สมภพหันไปเห็นติรกายกปืนเล็งเข้ามา สมภพตกใจ
“เฮ้ย!”
“เปิดประตู” ติรกาสั่งเสียงเข้ม
สมภพรีบเปิดประตู แล้วยกนิ้วปิดปากเป็นเชิงให้ติรกาเบาเสียง “ชู่”
“ชู่ แช่อะไรคิดจะหนีใช่ไหม”
ธงฉานเปิดกระจกด้านหลังบอก
“เบาๆ หน่อยคุณอาติ เดี๋ยวลูกน้องพ่อเลี้ยงมันก็รู้ตัวพอดี”
รชานนท์ตามติรกาเข้ามา
“พ่อเลี้ยงจรัลที่ว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบน่ะเหรอ”
รุจีโผล่หน้ามา
“ใช่เจ้า รุจีกับเปิ้นจะมาช่วยปี้ดากับตาต้นเจ้า”
ติรกาแปลกใจถามขึ้น
“รุจี ทำไมเธอ...”
เสียงเด็กร้อง กับเสียงกรี๊ดของทรงสุดาดังมาจากในบ้านพ่อเลี้ยงจรัล ทุกคนหันไปมอง ทรงสุดากับลูกชายโดนสมุนของพ่อเลี้ยงฉุดกระชากให้เดินตามไป
“ทรงสุดา... ต้น...”
สมภพจะวิ่งเข้าไปช่วยลูกเมียแต่รชานนท์รั้งไว้
“เดี๋ยว จะบุกเดี่ยวไม่กลัวตายหรือไง”
“ตายช่างมัน ฉันไม่อยากรอแล้ว”
รชานนท์มองสมภพที่ดูห่วงทรงสุดาจริง
“งั้นผมไปกับคุณด้วย”
“นนท์” ติรกาเรียก รชานนท์บอก
“คุณรอที่นี่นะกระแต ผมจะรีบออกมา” รชานนท์บอกติรกาแล้วหันไปพูดกับธงฉาน
“เอ้า ไอ้อ้วน ลงมาช่วยอาแกสิวะ”
ธงฉานหน้าเหวอยอมลงมาจากรถขาสั่นๆ รุจีตามลงมา
“รุจีรอที่นี่ มันอันตราย”
รุจีอยากจะขัด แต่สายตารชานนท์ทำให้รุจีไม่กล้าขัด

สมภพ รชานนท์ ธงฉานเข้าไปที่บ้านพ่อเลี้ยง ติรกามองรุจีด้วยสายตางง ๆ เตือนใจกับมัทรีกับพุทราเข้ามา ติรกาถามขึ้น
“นี่มันเรื่องอะไรกันรุจี ทำไมเธอถึงมากับสมภพได้”
รุจีละล้าละลังกำลังตัดสินใจจะตามเข้าไป
“ไว้เคลียร์ทีหลังนะเจ้า ตอนนี้เปิ้นรีบจริงๆ”
รุจีวิ่งตามกลุ่มสมภพไป
“มันยังไงกันนี่” เตือนใจสงสัย
“รุจีมากับคุณสมภพ เรื่องคุณนนท์นอกใจมันชักทะแม่งๆ แล้วนะคะเนี่ย” พุทราว่า
“แม่คะ ถ้ามันอันตรายอย่างที่พ่อบอก แล้วพ่อ..มัทเป็นห่วงพ่อค่ะ” มัทรีบอก
“มีปืนผาหน้าไม้หรือเปล่าก็ไม่รู้ พวกนั้นเข้าไปในนั้นแล้ว” เตือนใจพูดขึ้น
ติรกามองตามอย่างใช้ความคิด

คนเฝ้าประตูหน้าบ้านพ่อเลี้ยงจรัลกำลังหันไปมองสมุนทั้งสองคนที่ลากตัวทรงสุดากับลูกชายออกไป ธงฉานเดินเข้ามาสะกิดหลังคนเฝ้าประตู ทันทีที่คนเฝ้าประตูหันมา สมภพเอานิ้วจิ้มตาคนเฝ้าประตูทันที คนเฝ้าประตูร้องลั่นพร้อมเอามือกุมที่ตา รชานนท์ได้จังหวะต่อยเสยคางคนเฝ้าประตูอย่างจัง คนเฝ้าประตูล้มไปกองหมดสติสิ้นสภาพ
สียงลูกชายสมภพร้องไห้ดังลั่นมาจากทางหลังบ้าน
“ต้น”
สมภพกับรชานนท์และธงฉานรีบวิ่งไปทางหลังบ้านทันที รุจีที่วิ่งตามเข้ามา เหยียบลูกน้องพ่อเลี้ยงด้วยความแค้น
“ยะปี้เปิ้นเหรอไอ้พวกบ้า”

รุจีวิ่งตามเข้าไป








Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:35:15 น.
Counter : 143 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)



หลังอาหารเช้าที่บริเวณหน้าบ้านติรกา วันรบเปิดประตูรถให้มัทรีขึ้นไปนั่ง มัทรีหันมาหาติรกากับเตือนใจ
“ มัทไปก่อนนะคะ”
ติรกากับเตือนใจชูสองนิ้วสู้ ๆ ให้ มัทรีชูสองนิ้วกลับแล้วขึ้นรถ วันรบมองท่าทีของติรกา เตือนใจ มัทรีอย่างงง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
“รีบไปเถอะค่ะพี่รบ”
วันรบขับรถออกไป ติรกาพูดกับเตือนใจ
“หนูไม่อยากให้ลูกเสียใจเลยค่ะแม่”
“ถ้ามันเป็นความจริงก็ต้องยอมรับ ก็ได้แต่ภาวนาล่ะน่ะว่ามันจะไม่จริง”
เตือนใจตบไหล่ติรกาเบาๆ ให้ใจเย็น ๆ เตือนใจพยักหน้าให้ติรกากลับเข้าบ้าน ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าบ้าน
จังหวะนั้น รถแล่นเข้ามาจอด เอี๊ยด! ติรกากับเตือนใจหันหลังกลับไปมอง เห็นสมภพกับธงฉานวิ่งเข้ามา
“คุณอาติคร้าบ น้องมัทล่ะครับ” ธงฉานพูดขึ้น
“ไปกับคู่หมั้นเขาแล้วค่ะ ส่วนเกินจะถามหาทำไมอ่ะคะ” พุมราชิงตอบ
“ก็ถามไว้ให้หมาสงสัยอ่ะครับ”
พุทราจะหยิบนกหวีดมาเป่า แต่ติรกาปรามไว้
“พุทรา พอได้แล้วยัยมัทไม่อยู่ค่ะ”
“มัทไม่อยู่ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ผมมีเรื่องจะขอร้องคุณติครับ”
ติรกามองอย่างสงสัยว่า มีเรื่องอะไรกันนักหนา
ยามเช้าในเวลาต่อมา มัทรีกับวันรบลงจากรถที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้ว มัทรีมองวันรบแล้วคิด
“พี่รบคะ”
“ว่าไงจ๊ะ”
“วันก่อนมัทได้คุยกับน้องวริษราน่ะค่ะ เขาน่าสงสารนะคะ มาทำงานตัวคนเดียวที่นี่ ญาติก็ไม่มี”
“อืม..เขาก็คงมีเพื่อน มีแฟนบ้างล่ะ”
“ถ้าแฟนเขาดี น้องเขาคงไม่บ่นน้อยใจหรอกค่ะ เห็นน้องเขาบอกว่าแฟนเขากำลังจะแต่งงานกับคนอื่น”
วันรบชักรู้สึกว่าแหม่งๆ กับคำพูดของมัทรี วันรบรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“มัทอยากจะไปเช็กงานที่โซนไหนจ๊ะ”
“พี่รบไม่สงสารน้องเขาบ้างเหรอคะ”
“พี่ก็ไม่ได้รู้จักสนิทอะไรกับเขานี่จ๊ะ อย่าไปคิดมากเรื่องคนอื่นเลย ไปทำงานกันดีกว่านะ นี่พี่ระยิกๆ อยู่ว่าจะมีโปรเจ็กต์ใหม่มา ตกแต่งรีสอร์ทแถว ๆ ภูเก็ต แต่เขาจะให้เราพักตอนงานแต่งก่อนนะแล้วค่อยบินไปภูเก็ตจะได้ฮันนีมูนด้วยเลยดีไหม”
มัทรีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่พยายามฝืนยิ้มรับ วันรบมองหน้ามัทรีที่จ๋อยไป
“มัทเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูหน้าซีดๆ ไม่สบายเหรอ”
วันรบเอามือแตะที่หน้าผากจับแก้มของมัทรี ฝ่ายมัทรีจับมือวันรบไว้
“มัทไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เข้าไปกันเถอะค่ะ”
วันรบจับมือมัทรีเดินเข้าไปในรีสอร์ต มัทรีสีหน้าเศร้า วริษราแอบมองอย่างอิจฉา

มัทรีกับวันรบเข้ามาที่หน้าล็อบบี้ วริษราเดินเข้ามาหาพร้อมกับเสิร์ฟน้ำ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่รบ พี่มัท มาแต่เช้าเลยนะคะทานน้ำตะไคร้เย็น ๆ นะคะของพี่มัทค่ะ ของพี่รบค่ะ” วริษราพูดพลางส่งแก้วน้ำตะไคร้ให้มัทรีกับวันรบ
วันรบยื่นมือมารับ วริษราทำเหมือนว่าแก้วจะหลุดมือ วันรบตกใจ วริษราเอาสองมือจับมือวันรบที่จับแก้ว
“เกือบไปแล้วนะคะ” วริษราพุดแล้วยิ้ม
มัทรีมองสองมือนั้นอย่างเจ็บแปลบในหัวใจ วันรบทำหน้าไม่ถูกที่ถูกวริษราจับมือ วันรบรีบดึงมือออกจากมือวริษราทันที
“เดี๋ยวพี่ค่อยกลับมากินดีกว่านะ ไปเถอะมัท”
เมื่อวันรบจะเดินไป วริษราทำเป็นทำหน้ามืด และร้อง “โอ้ย” ขึ้นเบาๆ วันรบชะงักหันมาถาม
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีที่มองวันรบด้วยสายตาระแวง วริษราเห็นเข้าพอดี
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษแค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
วริษราเดินไป วันรบมองตามอย่างเป็นห่วง มัทรีสะเทือนใจแต่ยังพยายามเก็บอารมณ์นิ่งอยู่
“ไปดูที่ห้องทางปีกซ้ายก่อนแล้วกันนะคะพี่รบ”
วันรบเห็นวริษราแล้วอดห่วงไม่ได้
“มัท ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวผมตามไป ปีกซ้ายใช่ไหม”
“ค่ะ”
วันรบปล่อยมือจากมัทรี มัทรีมองตามวันรบที่เดินไปอย่างสะเทือนใจ

ในเวลาต่อมา ติรกากับสมภพ ธงฉานเดินเข้ามาในรีสอร์ตคุณแก้วโดยมีพุทราเดินตามหลังมา
“ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ต้องรบกวนคุณติเร่งด่วนแบบนี้”
“คุณอาต้องรีบปรับปรุงรีสอร์ตก่อนปีใหม่น่ะครับ จะได้พร้อมรับนักท่องเที่ยว”
“แล้วคุณนนท์จะช่วยเหรอคะคุณติ ถ้ารู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร” พุทราถามขึ้น
“ก็เพราะแบบนี้ล่ะครับถึงต้องรบกวนคุณติให้ช่วยพูดกับคุณนนท์ให้หน่อย ผมทราบว่าคุณนนท์เป็นมือหนึ่งเรื่องการทำรีสอร์ต”
“แล้วคุณทราบได้ยังไงคะว่านนท์อยู่ที่นี่”
ธงฉานหลุดปาก
“ก็ผมพามา โอ้ย”
ธงฉานโดนสมภพตบปากผัวะ!
“แมลงเกาะปากแกน่ะคือ ผมโทรมาถามพนักงานที่นี่เขาว่าเห็นคุณนนท์มาค้างเมื่อคืนน่ะครับ”
พุทรากระซิบกับติรกา
“คุณนนท์มาค้างที่นี่ทำไมไม่บอกคุณติล่ะคะ ตานี่มั่วแน่ๆ”
“แล้วเขาอยู่ห้องไหนล่ะคะ” ติรกาถาม
สมภพทำเป็นมองๆ
“เห็นว่าห้อง...ทางนี้ครับ”
สมภพเดินนำติรกาไป

บริเวณมุมหนึ่งของรีสอร์ต วริษราเดินเซๆ เข้ามาตามทางเดิน วันรบตามหลังเข้ามา
“ริษ”
วริษราแอบยิ้มชอบใจแล้วทำเป็นจะล้ม วันรบตกใจรีบเข้ามารับตัววริษราไว้ มัทรีขยับมาเห็นและยืนมองวันรบโอบวริษราไว้ในอ้อมแขน มัทรีตัดสินใจยืนฟังทั้งคู่สนทนากัน
“มันยังมึนๆ อยู่เลยค่ะ”
“แล้วทำไมไม่นอนพักมาทำงานทำไม”
วริษราเห็นจากกระจกสะท้อนว่ามัทรีมาหลบยืนฟังอยู่ วริษราพูดต่อ
“ริษเกรงใจคุณแก้วน่ะค่ะ ถ้าริษขาดงานไปบ่อยๆ จะโดนไล่ออก ริษคงลำบาก”
“ไม่ต้องฝืนขนาดนี้หรอก น้องคนเดียวพี่เลี้ยงได้ที่สำคัญต้องระวังลูก”
“ค่ะ..ริษจะเชื่อพี่รบเพื่อลูกของเรา”
มัทรีได้ยินแล้วถึงกับอึ้งและหน้าสลดลงทันที
“ริษ...”
“งั้นริษจะกลับบ้าน โอ๊ะ” วริษราทำเป็นเดินเซอีกจนได้
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ริษเกรงใจพี่มัท”
“ให้มัทเขารอแป๊บนึงคงไม่เป็นไร พี่เป็นห่วงริษน่ะ ไปเถอะไป”
วันรบประคองวริษราที่แอบยิ้มสะใจไป มัทรีมองตามวันรบน้ำตาร่วงและเดินออกไปอีกทาง

ฝ่ายสมภพพาติรกาเข้ามาที่หน้าห้องพัก พุทราตามเข้ามา
“ที่พนักงานบอกก็ห้องนี้ล่ะครับ”
สมภพบอกแล้วทำเป็นเคาะประตูเรียก
“คุณนนท์ครับ”
ภายในห้อง รชานนท์ที่หลับอยู่เริ่มขยับรู้สึกตัว สมภพพยายามเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบรับ
“ไม่ตอบแบบนี้คงไม่ใช่ล่ะมั้งคะ” พุทราว่า
“แต่เด็กบอกว่าห้องนี้จริง ๆ นะครับ” สมภพยืนยัน
ธงฉานทำเป็นลองบิดที่ลูกบิด
“ไม่ได้ล็อคนี่ครับ อา”
ธงฉานเปิดประตูเข้าไป ที่พื้นห้องเสื้อผ้ารชานนท์กับรุจีถอดเกลื่อน ทุกคนไล่สายตาไปบนเตียงเห็นรชานนท์นอนอมีผ้าห่มคลุมตัวอยู่
“นั่นไงครับ คุณนนท์อยู่ที่นี่จริงๆด้วย” ธงฉานพูดขึ้น

มัทรีเดินมาพอดีได้ยินเสียงติรกาเข้าพอดี
“นนท์คะ”
มัทรีมองไปทางต้นเสียง เห็นติรกากับพุทรายืนอยู่หน้าห้อง
“แม่”
มัทรีเดินเข้าไปที่ห้อง ติรกาเข้าไปปลุกรชานนท์
“นนท์ นนท์คะ”
รชานนท์งัวเงียมองเห็นติรกา
“กระแต”
“ทำไมนนท์มานอนที่นี่ได้คะ”
รชานนท์มองรอบห้อง
“ที่นี่ ที่ไหน”
“ก็ที่รีสอร์ตไงคะคุณนนท์หายมาทั้งคืน คุณติห่วงมากรู้ไหมคะ” พุทราว่า
ใต้ผ้าห่มข้างๆ ขยุกหยิกอยู่สักครู่แล้วเปิดพรึ่บ! ขึ้นมา
“โอ้ย..จะอู้กันหยังแต่เช้า เฮาง่วงอู้ก่อ” รุจีปรากฏตัวขึ้น
ทุกคนถึงกับอึ้งไป
“ยัยรุจี คุณนนท์” พุทราพูดเสียงดัง
รชานนท์ลุกขึ้นตั้งสติได้มองไปรอบ ๆ เห็นรุจีที่กึ่งเปลือย รชานนท์มองตัวเองแล้วตกใจร้อง “เฮ้ย”
รชานนท์มองรุจี แล้วมองมองติรกา
“นี่มัน..กระแต”
ติรกาเดินออกไปทันที รชานนท์มองไปที่หน้าห้องเห็นมัทรียืนอยู่
“กระแตเดี๋ยวก่อน... มัท”
มัทรีมองรชานนท์อย่างผิดหวัง
“แม่คะ”
มัทรีรีบวิ่งตามติรกาไป รชานนท์จะวิ่งตาม ทั้งที่มีผ้าห่มพันตัวอยู่
“คุณนนท์คะ อย่าเพิ่งไปค่ะ” พุทราเรียกจนรชานนท์ชะงักหันมา พุทรายื่นกางเกงให้
“ออกไปทั้งแบบนี้คงไม่ดีมั้งคะ”
รชานนท์คว้ากางเกงมาแล้ววิ่งไปด้วยใส่ไปด้วยอย่างทุลักทุเล ร้องเรียก
“กระแต..มัท”
พุทรารีบวิ่งตามไป เหลือแค่รุจี ธงฉานกับสมภพสามคนที่ยืนนิ่งดูอยู่ ธงฉานกับสมภพหัวเราะสะใจ ตีมือกันอย่างสนุกสนาน รุจีมองทั้งคู่แล้วถาม
“ฝีมือพวกแกใช่ก๋า ไอ้เลว”
“เธออู้อันหยัง เฮาบ่อฮู้เรื่อง” ธงฉานอู้คำเมืองล้อเลียนรุจี
“ฉันจะแฉแก ไอ้สารเลว”
รุจีจะเดินออกไป
“เอาสิ ถ้าอยากให้พี่สาวเธอตาย”
รุจีชะงัก ไม่รู้ความหมายของสมภพ

ในเวลาต่อมา ติรกาเข้ามาในบ้าน มัทรีตามมาติดๆ เตือนใจรีบเดินออกมารับ
“เป็นไงบ้างยัยติ เจอตานนท์ไหม”
ติรกาไม่ตอบน้ำตาคลอ
“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
รชานนท์ตามเข้ามาพร้อมๆกับ พุทรา
“กระแต”
ติรกาไม่หันกลับมามองรชานนท์เดินขึ้นข้างบนทันที ชานนท์ตามขึ้นไปทันที
“กระแต ฟังผมก่อนนะ”
เตือนใจหันมาหาพุทรากับมัทรี
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ยัยมัทแล้วนี่ตารบล่ะ”
แค่ได้ยินชื่อวันรบ มัทรีก็น้ำตาร่วงร้องไห้โฮเข้ากอดเตือนใจ
“เอ้า..ร้องหนักกว่าเจ้าของเรื่องอีก” พุทราว่า
“ใจเย็น ๆ นะมัท”
เตือนใจมองมาทางพุทรา
“เล่ามาสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน”
สีหน้าของพุทราพร้อมเล่าทุกรายละเอียดเป็นอย่างมาก

ที่ห้องนอน ติรกาปิดประตูดัง ปัง! ใส่รชานนท์ รชานนท์ตามเข้ามาเคาะให้ติรกาเปิดประตู
“กระแตฟังผมก่อนนะ ผมไม่ได้มีอะไรกับรุจีนะ”
ติรกาเข้ามายืนอยู่กลางห้องนอน มือกำแน่นด้วยความโกรธ
“เมื่อวานมีรถตู้มาจับตัวผมกับรุจี ผมโดนยาสลบ ตื่นอีกทีก็เป็นอย่างที่คุณเห็นแล้ว จริงๆ นะกระแต”
ติรกาหันหน้าไปทางประตูที่ยังปิดอยู่
“ทำไมฉันถึงต้องเชื่อคุณ”
“เพราะผมรักคุณไง กระแตกว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันมันยากแค่ไหน คุณก็รู้ ผมจะโง่ทำลายทุกอย่างเพราะผู้หญิงอื่นเชียวเหรอ กระแต..ผมรักคุณ รักลูก ผมไม่มีวันทำลายครอบครัวเราด้วยการมักง่ายกับผู้หญิงอื่น แล้วถึงผมจะทำ คุณคิดเหรอว่าผมจะให้คุณจับได้ง่ายๆ แบบนี้ ในเมื่อก็รู้กันอยู่ว่าคุณเป็นแม่เสือปืนไว กระแตฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม”
ติรกาคิดๆ หันไปรอบห้องสายตาหยุดที่กีต้าร์ของรชานนท์ ติรกานึกถึงภาพที่รชานนท์ร้องเพลง รอวันฉันรักเธอ ติรกาสูดลมหายใจลึกก่อนตัดสินใจเดินไปเปิดประตู รชานนท์ดีใจมาก
“อธิบายมา ว่าไอ้ที่หายไปหนึ่งคืนไปทำอะไรมา”
รชานนท์ยิ้มเตรียมอธิบาย

เตือนใจและพุทราทราบจากมัทรีเรื่องวันรบกับวริษรา สีหน้าของพุทราตกใจอย่างเวอร์
“หะ! นี่คุณรบมีเมียแล้ว เมียกำลังท้องด้วยเหรอคะ”
“แล้วแม่เราไปเจอตานนท์อยู่บนเตียงกับแม่ต๊อนย่อนเหรอ”
“ฮ้า! คุณแม่คุณลูกโดนหักหลังทั้งคู่เลยเหรอคะ ตายแล้ว ๆ เอิ๊กก” พุทราทำท่าจะเป็นลม
พุทราตัวจะเอนไปทางเตือนใจ เตือนใจดันให้ล้มไปทางอื่น จนพุทราล้มตัวลงไปบนโซฟาแล้วกลิ้งไปนอนแอ๊กกับพื้น เตือนใจหมั่นไส้
“เยอะเนอะ”
“ค่ะ..เยอะ”
“แล้วมัทจะทำยังไงต่อลูก”
“มัทตัดสินใจแล้วค่ะคุณยาย”
“ตัดสินใจว่ายังไงลูก”
มัทรีนิ่งมองเตือนใจกับพุทรายังไม่อยากตอบ รชานนท์กับติรกาเดินลงมาพอดี
“ผมจะไปตามรุจีมาอธิบายให้คุณฟังว่ามีคนวางแผนทำเรื่องนี้แน่นอน”
“ค่ะ แต่ฉันยังข้องใจที่คุณบอกว่าคิดเหรอว่าทำแล้วจะให้ฉันจับได้ง่าย ๆ คุณคิดจะทำใช่ไหม”
“เปล่านะครับกระแต แต่คิดดูสิก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ผมก็เป็นเพลย์บอยมาก่อน ถ้าผมคิดจะมีกิ๊กจริง ๆผมจะทำให้คุณสงสัยหายไปไม่บอกเหรอ มันเป็นไปไม่ได้ จริงไหม”
“ก็จริง”
“ดังนั้นคิดได้อย่างเดียวว่างานนี้มีคนจัดฉากแน่ๆ”
“จัดฉากเหรอคะ” มัทรีพูดแทรกขึ้น
“ใครคะจะอยากแยกคุณนนท์กับคุณติ แต่ก็มีนะคะไอ้คน ๆ นั้นน่ะ”
พุทราพูดขึ้นในจังหวะที่สมภพเดินเข้ามาพอดี
“คุณติครับ”
ทุกคนหันไปเห็นสมภพกับธงฉานที่กำลังเดินเข้ามา พุทราพูดกับทางเตือนใจ
“ไอ้คน ๆ นั้นก็โผล่มาทันที”
พุทราหันไปทางสมภพแล้วถาม
“ใครจุดธูปเรียกคะเนี่ย มาไวเชียว”
“พุทรา! คุณสมภพขอโทษทีนะคะที่กลับมาก่อน ถ้าจะคุยเรื่องงานกับนนท์”
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่าเคลียร์เรื่องในครอบครัวให้จบก่อนเถอะครับ”
สมภพขยับออก รุจีก้าวเข้ามาอีกคน
“รุจี” รชานนท์เรียก
“คุณคนนี้อยากจะมาหาคุณนนท์น่ะครับไ ธงฉานบอก
“มาก็ดีเลยรุจี อธิบายให้กระแตฟังทีสิว่าเมื่อวานเราเจออะไร”
ทุกคนมองและรอฟังคำอธิบายจากรุจี รุจีตัดสินใจนั่งคุกเข่าลงที่พื้นยกมือไหว้ติรกา
“คุณติเจ้า รุจีกราบขอโทษที่รุจียะหื้อคุณติต้องเสียใจ๋”
“ไม่เป็นไร ฉันอยากรู้ความจริงว่าเมื่อวานเธอกับนนท์โดนจับตัวไปจริงหรือเปล่า”
“คุณนนท์อู้กับคุณติจะอั้นเหรอเจ้า”
“ใช่สิ ก็ที่รถตู้มาจับเราสองคนไปไง” รชานนท์ว่า
รุจีตัดสินใจพูด
“คุณนนท์เจ้า อย่าหลอกคุณติอีกเลยเจ้า”
“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้ชัดๆ สิ”
รุจีสบตากับสมภพแล้วสูดลมหายใจลึก
“รุจีเป็นเมียของคุณนนท์เจ้า เมื่อวานคุณนนท์นัดให้รุจีมาหา แล้วเราก็ยะการบ้านกันทั้งคืนเจ้า”
“การบ้าน” ติรกาสงสัยในความหมาย
“การบ้านบนเตียง เฮากับคุณนนท์มีอะไรกันน่ะเจ้า”
ทุกคนอึ้งไป ยกเว้นรุจีกับสมภพ สมภพแยงขึ้นทันที
“โอ้ว...ถ่านไฟเก่ามันร้อนน” ธงฉานพูดแซว
“รอวัน..รื้อฟื้น” สมภพกับธงฉานพูดพร้อมกัน
เตือนใจกับพุทราหมั่นไส้สมภพกับธงฉานมาก เตือนใจพยักหน้าให้พุทรา ทั้งคู่พร้อมใจกันหยิบส้มที่อยู่ใกล้มือยัดเข้าปากสมภพกับธงฉานจนร้อง “อื้อๆๆ” พูดไม่ออก
“รุจี คุณโกหกทำไม”
“รุจีบ่ทนแล้วเจ้า รุจีไม่อยากหลบๆ ซ่อนๆ ทำไมรุจีต้องยอมในเมื่อรุจีเป็นเมียคนหนึ่งของคุณเหมือนกัน”
รชานนท์หันมองติรกาที่ยืนตะลึง
“ไม่จริงนะกระแต รุจีโกหก”
เพี๊ยะ! ติรกาใช้ฝ่ามือตบเข้าที่หน้ารชานนท์จนหน้าหัน รชานนท์หันกลับมาเห็นติรกาน้ำตาคลอเบ้า
“ทั้งที่ฉันพยายามจะเชื่อใจคุณ”
“กระแต”
“ออกไปจากบ้านฉัน”
“กระแต..ฟังผมก่อน”
“ออกไปเดี๋ยวนี้ ไปสิ”
“ผมไม่ไป ผมไม่ได้ทำผิดต่อคุณ”
ติรกาอึ้งไป
“คุณไม่ไปใช่ไหม ได้”
ติรกาวิ่งออกไปจากบ้าน สมภพวิ่งตาม
“คุณติครับ คุณติ”
ติรกาขึ้นรถ สมภพกระโดดขึ้นตามอย่างรวดเร็ว ติรกาออกรถไป
“กระแต”
รุจีคว้ามือรชานนท์ไว้
“อย่าไปเจ้าคุณนนท์ อย่าทิ้งรุจีไป”
รชานนท์มองรุจีอย่างหัวเสีย รชานนท์มองเตือนใจ มัทรี พุทราที่มองมาด้วยสายตาตำหนิ
“มัท...คุณแม่”
มัทรีร้องไห้ทันที
“มัทไม่คิดเลยว่าพ่อจะกล้าทำกับแม่แบบนี้ ทำไม..ทำไม”
มัทรีวิ่งออกไปอีกทาง
“ยัยมัท” เตือนใจร้องเรียก
“คุณนนท์ใจร้ายที่สุดเลยค่ะ” พุทราพูดก่อนจะวิ่งตามมัทรีกับเตือนใจไป
รชานนท์ร้องเรียก “มัท” แล้วพยยามสะบัดมือที่รุจีจับอยู่
“ปล่อยผม! คุณทำครอบครัวผมพังหมดแล้ว “
รุจีมองรชานนท์ด้วยความเสียใจ
“คุณนนท์เจ้า”
“ผมไม่รู้ว่าคุณทำไปเพื่ออะไรแต่ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ออกไปให้พ้น ไป”
รุจีร้องไห้แล้วบอก
“รุจีขอโทษเจ้าคุณนนท์ รุจีจำเป็น”
รชานนท์สะดุดหูทันที
“หมายความว่ายังไง จำเป็น”
รุจีไม่ตอบรีบวิ่งหนีออกไป
“รุจี รุจี อะไรของเขาเนี่ย”
รชานนท์คิดๆ แต่ยังไม่ได้คำตอบ
“กระแต”
รชานนท์รีบขึ้นรถและขับออกไปทันที

รุจีเดินในจังหวะต๊อนยอน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในวัด
“ฮือๆๆ คุณนนท์ รุจีขอโทษ...รุจีจำเป็นจริงๆ”

รุจีย้อนนึกถึงคลิปของทรงสุดากับต้นที่สมภพเปิดให้ดู แล้วบอก
“ถ้าเราไม่ได้เงินจากติรกา พวกมันไม่ปล่อยพี่สาวเธอแน่”
“คุณต้องช่วยปี้ดานะ ช่วยปี้ดา”
“ก็ฉันหาเงินอยู่นี่ไง ถ้าเธออยากช่วยพี่สาวเธอก็ต้องร่วมมือกับฉัน”
รุจีมองสมภพอย่างคิดหนัก
รุจีนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้

รชานนท์ขับรถเข้ามาที่บ้านพักของพชร ขณะที่พชรกับวันรบกำลังเดินออกมาจากบ้าน
“ป๋า...ป๋าเจอมัทไหม มัทบอกผมว่าจะดูงานที่รีสอร์ตแล้วก็หายไปไหนไม่รู้ โทรไปก็ไม่รับ”
“อยู่ที่บ้าน”
วันรบจะรีบตามไป แต่รชานนท์ดึงคอเสื้อวันรบไว้
“เดี๋ยว ตอนนี้ไม่มีปัญหาแต่ฉันนี่เต็มๆ”
“หน้าเซ็งโลกแบบนี้ พกปัญหามาชัวร์” พชรบอก
“ผมกับกระแตทะเลาะกัน กระแตหนีออกไปกับไอ้สมภพ ผมเป็นห่วง พี่ช่วยผมตามหากระแตหน่อย” รชานนท์บอก
“ไม่มีปัญหา” พชรบอกทำท่าจะไปแล้วก็หยุดดื้อๆซะงั้น
“แต่ว่า..แกต้องบอกมาก่อนว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรอีก” พชรพูดต่อ
รชานนท์สีหน้าลำบากใจ
“กระแตเจอผมกับรุจีนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน”
“เฮ้ย ไหนแกว่าจะมีติรกาคนเดียวไง”
“ผมก็มีกระแตคนเดียว แล้วงานนี้ผมโดนจัดฉาก”
พชรกับวันรบฟังรชานนท์และมองอย่างสนใจ
“เล่ามา วิเคราะห์มาให้ฉันฟังสิว่ามันยังไง”
รชานนท์สีหน้าเครียดทันที

มัทรีร้องไห้จนหลับไปกับตักของเตือนใจ เตือนใจมองอย่างสงสาร
“ร้องไห้จนหลับไปเลยค่ะ” พุทราบอก
“เวรกรรมอะไรเนี่ย พ่อกับแฟนมีผู้หญิงอื่นพร้อมๆ กัน ใจหลานฉันไม่แหลกหมดแล้วเหรอเนี่ย”
พุทราครวญเพลงขึ้น - - “ดั่งแก้วบาง..เขาทุบทิ้งแตก ใจฉันแหลกเพราะน้ำมือเธอ”
เตือนใจรำคาญจึงดึงหูพุทราให้หยุด
“โอ้ยๆๆ คุณยายขาเจ็บนะคะ”
“เจ็บสิดี มันใช่เวลาสนุกสนานของหล่อนไหมเนี่ย”
“ก็ไม่ได้ว่าสนุกอะไรค่ะ พอดีมันเข้าเพลงได้ก็เลยเผลอ ว่าแต่คุณติไปกับนายสมภพจะเป็นอะไรไหมคะ” พุทราถามขึ้น
“ยัยติเอาตัวรอดได้แน่ แล้วยิ่งตอนนี้ถ้าไอ้สมภพมันแหยมนะ ตายแน่ โอ้ย..เมื่อไหร่จะสงบสุขสักทีนะ ครอบครัวฉันเนี่ย” เตือนใจว่า
เตือนใจยังคงมองมัทรีด้วยความสงสาร

ติรกาหลบมายืนอยู่ตรงบริเวณหน้าผาทอดมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเครียด สมภพกับธงฉานเดินตามมาแล้วหยุดมอง
“เอาไงดีอา เดินเข้าไปแล้วผลักลงไปเลยมะ” ธงฉานพูดขึ้น
“ฉันว่าจับกลิ้งลงไปดีกว่าเร้าใจดี เว้ย ไอ้บ้า ไม่ได้จะหลอกมาฆ่านะเว้ย ผู้หญิงกำลังผิดหวังกับความหลัง ผู้ชายหน้าตาดีอย่างฉันต้องปลอบใจ”
“หร๋า”
“เออดิ ฉันต้องเป็นชายที่แสนดีเข้าปลอบใจในจังหวะนี้”
“อ่าฮ่า แล้วจากนั้นก็เอื้อมไปโอบไหล่ แล้วก็..แล้วก็” ธงฉานพูดภาพต่อ
สมภพยื่นหน้าเข้ามาใกล้ธงฉาน
“ถุย”
“อี๋ อาสกปรกอ่ะ”
“เลิกเพ้อเจ้อแล้วรอตรงนี้ ฉันจะเข้าไปคุยกับติรกา”
สมภพเดินเข้าไปหาติรกา
“ใจเย็นๆ นะครับคุณติ ผมเชื่อว่าคุณจะผ่านมันไปได้”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่คุณคอยช่วยเหลือฉัน และดีกับฉันมาตลอด คุณเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ ค่ะ คุณสมภพ”
“เพื่อน” สมภพทวนคำนี้ช้าๆ
“ค่ะ ถ้าคุณมีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้างก็คงดี ฉันอยากจะตอบแทนคุณบ้าง”
สมภพนิ่งอึ้งไปกับคำว่าเพื่อน เหมือนมีสตินิดหนึ่งที่เคยคิดไม่ดีต่อติรกา
“คุณคงช่วยผมไม่ได้หรอกครับ ปัญหาของผมมันใหญ่เกินไป”
“คุณมีปัญหาเหรอ”
“ครับ” สมภพถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
“เรื่องอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะคะ”
“ผมบริหารงานผิดพลาด ผมต้องไปกู้เงินเสี่ยจิว”
“เสี่ยจิว นายทุนหน้าเลือดน่ะเหรอคะ”
“ครับ ดอกเบี้ยมันทบต้นทบดอกมหาศาล ตอนนี้รีสอร์ทของผมกำลังจะโดนยึดญาติผมก็ถูกพวกมันจับตัวไปถ้าผมหาเงินไปใช้หนี้ไม่ได้ พวกมันก็ขู่จะฆ่าทิ้ง”
ติรกาตกใจ
“รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ผมไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งใคร หลายคนที่ผมเคยช่วยเหลือตอนเค้าเดือดร้อนก็หนีหน้าไม่สนใจ... ทำไมคนที่ถูกจับตัวไปไม่ใช่ผม ทำไม” สมภพตะโกนลั่นด้วยความคับแค้นใจ
ติรกาปรี่เข้าไปปลอบสมภพใกล้ ๆ ด้วยความเป็นห่วง
“ใจเย็น ๆ ค่ะคุณสมภพ ฉันยินดีช่วยคุณเต็มที่”
“คุณพูดจริงเหรอ”
สมภพมองหน้าติรกาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ติรกายิ้ม
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่คะ”
สมภพมองติรกาแล้วอึ้งไป

สมภพมาส่งติรกาที่หน้าห้องในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ติรกาพูดกับสมภพด้วยน้ำเสียงจริงจัง และจริงใจว่า
“ทำใจให้สบายได้แล้วค่ะ ไม่ต้องคิดมาก”
“คุณจะช่วยผมจริง ๆนะติรกา”
“เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับทางธนาคารให้ ฉันจะค้ำประกันให้คุณเอง พรุ่งนี้ไปกันแต่เช้าเลย”
“แล้วเรื่องเอกสารของคุณ”
“เดี๋ยวฉันให้พุทราจัดให้ พรุ่งนี้เจอกันที่ธนาคารนะคะ”
สมภพยังไม่ทันพูดต่อ ติรกาเดินเข้าห้องไปแล้ว สมภพเดินกลับมาหาธงฉานที่รออยู่
“เอาไงอา ตุ๊ยท้อง..ตบจูบหรือว่า”
สมภพข่วนหน้าธงฉานแล้วบอก
“รีบไปเตรียมเอกสารให้ฉันด่วน”









Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:34:12 น.
Counter : 190 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)



เช้าวันใหม่ ที่หน้าบ้านติรกา มัทรีเดินถือกระเป๋าแต่งหน้าออกมา ส่วนติรกาถือกระเป๋าใส่แอสเซสเซอรี่ เตือนใจเดินตามออกมา วันรบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสดชื่นมาก และเดินเข้าช่วยถือของให้ติรกากับมัทรีทันที
“ผมถือให้ครับ มีของแค่นี้เองเหรอมัท”
“หลานยาย สวยเบาๆ จ๊ะ ไม่ต้องเยอะ” เตือนใจบอก
“เบาสิคะ เพราะที่เหลือทั้งหมดอยู่ที่นี่” เสียงพุทราดังไล่หลังมา
วันรบหันไปมองเห็นพุทราถือกระเป๋าใหญ่มือหนึ่ง อีกมือถือชุดแต่งงาน บนหลังมีสารพันข้าวของกล่องรองเท้าอย่างเพียบ เดินออกมาอย่างยากลำบาก
“มันน่ายื่นเรื่องกับกรมแรงงานจริงๆ” พุทราบ่น
“ยัยติ แม่คันมืออยากยื่นซองขาวจริงๆ”
พุทรากระตือรือร้นทันที
“คุณรบคะ เปิดท้ายรถเลยค่ะ พุทราอยากทำงานม๊ากมาก”
พุทรารีบวิ่งไปที่รถวันรบทันที วันรบพูดกับมัทรี
“เมื่อคืนนอนหลับไหม”
“ไม่ค่อยหลับค่ะ ตื่นเต้น..ทำไมคะดูโทรมเหรอ”
“ดูสวยต่างหาก”
“พี่รบก็หล่อมากค่ะ” มัทรีพูดแล้วยิ้มหวาน
ติรกาเดินแทรกเข้ามาตรงกลางแล้วถามขึ้น
“แล้วแม่ล่ะ”
“สวยที่สุดเลยครับ/ค่ะ” วันรบกับมัทรีพูดขึ้นพร้อมกัน
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่พ่อเขาไปเตรียมสถานที่ตั้งนานแล้วนะ รีบไปเถอะ ไปก่อนนะคะแม่”
“จ๊ะ แต่เสร็จแล้วต้องรีบกลับมานะ แม่จะทำกับข้าวรอ”
“ค่ะ”
เตือนใจเดินเข้าไปในบ้าน ติรกา พุทรากับมัทรีกำลังจะขึ้นรถ เสียงมือถือติรกาดัง ติรกากดรับ
“กระแตกับลูกกำลังออกจากบ้านแล้วค่ะ”
“อะไรนะคะ” น้ำเสียงติรกาแสดงความตกใจ
ทุกคนหันไปมองกระแตอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สวนที่ถูกจัดสวยงามเพื่อเป็นสถานที่ถ่ายรูปแต่งงานของมัทรีกับวันรบในรีสอร์ตคุณแก้วเมื่อวานถูกทำลายเละเทะ กลีบดอกไม้กระจายเกลื่อนไม่มีชิ้นดี รชานนท์, ติรกา, พชร, คุณแก้ว, วันรบ, มัทรี, พุทรา มองดูแล้วอึ้งไปด้วยความแปลกใจ
“ใครทำแบบนี้” มัทรีถามขึ้น
“ที่สวนมีกล้องวงจรปิดไม่ใช่เหรอครับ” วันรบถาม
“รปภ.ว่าเมื่อคืนจู่ๆ ไฟก็ดับ พอไฟมาสวนก็กลายเป็นแบบนี้แล้วค่ะ กล้องก็เลยใช้ไม่ได้” คุณแก้วบอกกับทุกคน
พุทราเข้าไปจับช่อดอกไม้ตั้งดูแต่ก็ตั้งไม่ได้
“นี่ขยี้กันกะให้ใช้งานไม่ได้เลยนะคะเนี่ย”
“ฉันว่าฤกษ์ไม่ดีแล้วว่ะ ไว้ถ่ายวันอื่นไหม” พชรบอก
มัทรีหน้าเสียจะร้องไห้ รชานนท์มองมัทรีอย่างสงสาร วริษราที่แอบมองอยู่มุมหนึ่งสะใจกับผลงานตัวเอง
“ถ่ายวันนี้แหล่ะพี่” รชานนท์บอก
“จะถ่ายยังไงล่ะคะนนท์ มันเละขนาดนี้แล้วเนี่ย” ติรกาว่า
“กระแตจ๊ะ ลูกเขยกับสามีคุณน่ะสถาปนิกมืออาชีพนะจ๊ะ เรื่องครีเอทีฟน่ะ จิ๊บๆ ครับ” รชานนท์พูดแล้วมองที่พื้นแล้วพูดถาม
“ชุดที่จะถ่ายส่วนใหญ่ก็เป็นชุดขาวใช่ไหม กระแตจ๊ะ พาลูกไปเปลี่ยนชุดสิจ๊ะ พี่นีรออยู่ที่ห้องแต่งตัวแล้วจ๊ะ”
“พ่อคะ”
“เชื่อพ่อสิ ไอ้รบ ไปเปลี่ยนชุดไป”
“ครับ ป๋า”
“พุทรามาช่วยผมเอาพวกก้านที่ตั้งช่อเอาออกไปก่อน” รชานนท์สั่ง
“ค่ะๆ”
“พี่ระ เตรียมกล้องเลยพี่”
วริษราเห็นพชรเตรียมกล้องก็สงสัยว่ารชานนท์จะทำอะไร

บริเวณหน้าห้องน้ำชาย วันรบเปลี่ยนชุดเสร็จและเดินออกมาพอดี เจอวริษรายืนดักรออยู่
“ทำไมพี่รบไม่โทรกลับริษ”
“พี่ไม่มีอะไรจะคุย... ขอตัวนะ”
“แต่ริษมี...”
วันรบนิ่งไปรอฟังวริษราพูด
“ที่ริษบอกพี่รบไปวันนั้น ริษพูดจริง ๆ นะคะ ริษรัก...”
วันรบพูดแทรกขึ้นทันที
“พี่จะถือว่าริษไม่เคยพูดเรื่องนั้นกับพี่”
วันรบจะเดินไปแต่วริษรารั้งตัวไว้
“แต่ริษรักพี่รบจริงๆนะคะ รักมานานแล้ว รักก่อนผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ”
“ฟังนะริษ ผู้หญิงคนนั้นคือคนรักของพี่ คนที่พี่กำลังจะแต่งงานด้วย ไม่ว่าริษจะพูดอีกกี่ครั้ง พี่ก็ยืนยันว่าพี่รักมัทรีคนเดียว”
วริษราพยายามพูดและจับมือวันรบ
พี่รบไม่คิดถึงเวลาที่ผ่านมาของเราบ้างเหรอคะ.. ริษมีแต่พี่รบคนเดียว”
วันรบกระชากมือตัวเองออกแล้วบอก
“พี่ก็มีมัทรีคนเดียวเหมือนกัน เลิกพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ซะที”
“แต่...”
“ถ้าริษไม่หยุด แม้แต่ความเป็นพี่น้องของเราก็จะไม่เหลือ”
วันรบน้ำสียงเด็ดขาดแล้วเดินออกไปทันที วริษราชะงักแล้วมองตามวันรบไป มือกำแน่นด้วยความแค้น

วันรบมารอที่หน้าประตูห้องที่มัทรีเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมส่งเสียงบอก
“ผมแต่งตัวเสร็จแล้วครับ”
“ทางนี้ก็เสร็จแล้วเหมือนกัน” ติรกาบอก
มัทรีในชุดเก๋ๆ สีขาวหันกลับมา ผมมีประดับดอกไม้ดอกเล็ก ๆ น่ารัก วันรบมองยิ้มปลื้มๆ คุณแก้วเข้ามามองอย่างชื่นชม
“น่ารักจังเลยค่ะคุณมัท แก้วต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
“ไม่เป็นไรค่ะ มัทต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้คุณแก้วต้องวุ่นวาย”
“วันนี้เชิญตามสบายเลยนะคะแก้วสั่งให้พนักงานมาดูแลคุณมัทกับคุณรบเป็นพิเศษเลย...มานู่นแล้วค่ะ”
วริษราเดินเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม วันรบเห็นวริษราก็เมินหน้าหนีไปทางอื่น วริษราอึ้งแต่พยายามเก็บอาการที่โดนวันรบเมินใส่ไว้ในใจ

วันรบกับวริษราโพสท่าเก๋ๆ บนพื้นหญ้าสีเขียวที่มีกลีบดอกไม้ที่กระจายเป็นสีๆ อยู่รอบๆ ราวกรอบรูป พชรกดชัตเตอร์อย่างมันส์มือ ในขณะที่รชานนท์เอาแผ่นเบาท์แสงช่วยเบาท์หน้าให้กับวันรบ มัทรี ภาพดูเนียน สวย
“สวยมาก จมูกชนกันหน่อย”
มัทรีกับวันรบจมูกแตะกันตามคำขอ โดยมีติรกา พุทรา นลินีและวริษรายืนดูอยู่ไม่ห่าง
“ก็เก๋ไปอีกแบบนะ นั่งถ่าย ยืนถ่ายมันก็เฝือแล้ว นอนถ่ายก็สวยไปอีกแบบ” นลินีบอก
“นั่นสิคะ ต้องขอบใจมือมืดที่ทำลายช่อดอกไม้พวกนั้นจริงๆ ช่วยให้ได้รูปสวยที่แตกต่าง จริงไหมคะคุณติ”
ติรกายิ้ม วริษรายืนมองด้วยสีหน้าแค้น นึกเจ็บใจที่การทำลายดอกไม้กลายเป็นมมุมตรงข้ามที่ช่วยให้ดีขึ้นมาได้อีก

วันรบและมัทรีอยู่ในชุดลำลองแล้วโพสท่าให้พชรถ่ายรูปอยู่ วริษราเดินเข้ามาพร้อมพนักงานอีกคน
“พักดื่มน้ำกันก่อนมั้ยคะ... พี่มัทกับพี่รบจะได้ซับหน้าด้วย” วริษราพูดขึ้น
ทุกคนพักถ่ายรูปแล้วเดินมาที่วริษรา วริษราหยิบแก้วน้ำส่งให้วันรบ แต่วันรบไม่รับกลับหยิบแก้วจากถาดแล้วเดินไปนั่งพักทันที วริษราปั้นหน้าพยายามเก็บอาการไม่พอใจไว้แล้วส่งแก้วน้ำให้มัทรี
“ขอบคุณนะคะ”
“วันนี้พี่มัทสวยมากเลยค่ะ น่าอิจฉาจัง ริษก็อยากมีโอกาสถ่ายรูปแต่งงานเก๋ๆ บ้าง”
“สวยๆ อย่างน้องริษ ต้องมีโอกาสแน่จ๊ะ” มัทรีบอก
วริษรายิ้มแต่พอมัทรีหันไปทางอื่น สายตาของวริษราก็เปลี่ยนไปราวกับจะกินเลือดกินเนื้อมัทรีอย่างนั้น
พุทราถือรองเท้าส้นเตี้ยอีกคู่เข้ามาให้มัทรี
“คุณมัทขา คุณติให้เอารองเท้ามาเปลี่ยนค่า”
มัทรีถอดรองเท้าส้นสูงแล้วเปลี่ยนใส่คู่ที่พุทราถือมา
“โอ๊ย”
มัทรีร้องแล้วรีบชักเท้าออกจากรองเท้าทันที พุทราตกใจ
“เป็นอะไรคะคุณมัท”
เท้าของมัทรีมีเลือดออก พุทราหยิบรองเท้ามาดูแล้วตกใจร้องลั่น
“เศษแก้ว”
พุทราหยิบเศษแก้วขึ้นมามองอย่างอึ้งๆ วริษรายิ้มร้ายแล้วรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจทันที
“พี่มัทเป็นอะไรมากมั้ยคะ”
วริษรากำลังจะเข้าไปประคองมัทรีแค่วันรบวิ่งเข้ามาถึงตัวมัทรีก่อน
“ไปนั่งก่อนดีกว่ามัท” วันรบบอก
วันรบประคองมัทรีออกไปอย่างเป็นห่วง
“ไปโรงพยาบาลทำแผลก่อนไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ มัทอยากถ่ายรูปให้เสร็จ แผลแค่นี้เอง”
“งั้นเดี๋ยวโหลดรูปเซ็ทนี้ลงคอมแล้วถ่ายต่อนะ”
วริษรามองด้วยสายตาไม่พอใจ วริษราเห็นพนักงานถือถาดเหยือกน้ำกับแก้วน้ำเข้ามาเสิร์ฟพอดี พนักงานกำลังเดินไปทางพชรที่ต่อกล้องกับโน้ตบุ๊กเพื่อโหลดภาพ
“เดี๋ยวริษไปเอากล่องทำแผลให้นะคะ” วริษราบอก
วริษราหันหลังแล้ววิ่งไปชนพนักงานอย่างจงใจ
“ว้าย”
พนักงานเสียหลักเซล้มไปหาพชรที่นั่งอยู่ เหยือกน้ำกับแก้วน้ำในถาดหกรดใส่กล้องถ่ายรูปกับโน๊ตบุ๊กอย่างเต็ม ๆ ทุกคนอึ้งและเหวอไป ยกเว้นวริษราที่แอบยิ้มสะใจ

วริษราสะอึกสะอื้นรีบยกมือไหว้ขอโทษพชร
“ริษขอโทษจริงๆค่ะคุณพชร ริษไม่ได้ตั้งใจ”
“คุณไม่ได้ตั้งใจ ไม่เป็นไรหรอกครับ” พชรบอก
“ไม่เป็นไรได้ไงพี่ระ กล้องพี่พังเลยนะ” รชานนท์ว่า
“นั่นซิซ่อมได้รึเปล่าก็ไม่รู้” นลินีพูดขึ้นเหมือนกัน
วริษราแกล้งทำเป็นรู้สึกผิดมากกว่าเดิม ตามมาด้วยเสียงร้องไห้สะอื้น
“โดนน้ำแค่นี้เองซ่อมได้อยู่แล้วเมียจ๋า”
“ให้ริษชดใช้ค่าเสียหายนะคะ ค่าซ่อมกล้องเท่าไหร่คุณพชรแจ้งมาเลยนะคะ” วริษราบอก
“ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เท่าไหร่หรอก”
“โอเค กล้องซ่อมวันหลังได้ แต่ถ่ายรูปมันต้องถ่ายวันนี้” รชานนท์บอก
พชรถอนใจเฮือกใหญ่
“กล้องพังแล้วจะเอาอะไรถ่ายวะ”
เสียงหวอๆๆ ดังมาจากหน้ารีสอร์ท ทุกคนหันมองตามเสียง พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“มีอุบัติเหตุที่หน้ารีสอร์ทครับ เฮียปอ นักข่าวมากันตรึมเลย”
รชานนท์ปิ๊งไอเดียทันที
“พุทราไปตามเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาสิ ผมจะถ่ายรูปต่อ”
“แต่กล้อง” ติรกาพูด
“ผมไม่ได้มีดีแค่หล่อนะ สมองก็มีมากด้วย”
ทุกคนมองเพราะอยากรู้ว่า รชานนท์ว่าจะจัดการกับการถ่ายรูปอย่างไรต่อ

มัทรีนั่งน้ำตาซึม ขณะที่วันรบกำลังทำแผลที่เท้าให้มัทรี
“วันนี้มันวันอะไร ทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้”
“มันก็แค่วันๆนึงแหละมัท อย่าคิดมากเลย”
“ไม่ให้คิดมากได้ยังไง เรากำลังจะเริ่มชีวิตคู่ด้วยกัน แต่ไม่ทันไรก็มีแต่ปัญหา”
“แต่ถ้าเราผ่านปัญหาพวกนี้ไปได้ มันก็จะเป็นภูมิคุ้มกันให้ความรักของเรา”
มัทรียังเสียใจอยู่ แล้วขมวดคิ้วเครียดๆ
“มัทมองโลกในแง่ดีตลอดเวลาอย่างพี่รบไม่เป็นหรอก”
“งั้นก็ไม่ต้องมองโลก แล้วมองแต่ผมคนเดียวก็พอ”
วันรบพูดจบก็แกล้งส่งจูบปากจู๋ให้มัทรี
มัทรีขำขึ้นมาทันที
“ พี่รบอ่ะ มัทเครียดอยู่นะ”
“เครียดทำไม ถ้าวันนี้ถ่ายไม่ได้ก็ถ่ายวันอื่น แค่รูปpre-weddingเอง”
มัทรียังขมวดคิ้วกลุ้มใจอยู่
“มัท..ต่อให้วันนี้เป็นวันแต่งแล้วมันจะวุ่นวายกว่านี้สิบเท่า ผมก็ไม่แคร์ ขอแค่มีมือมัทให้ผมจับก็พอ”
มัทรียิ้มใจอ่อนให้กับความคิดของวันรบ
“ทำไมมัทถึงยอมให้พี่รบได้ทุกเรื่องเลยนะ”
วันรบยิ้มกวนๆแล้วบอก
“เพราะผมหล่อไง”
“แหวะ คนหลงตัวเอง”
“อ้าว... ผมหล่อจริงๆนะ”
วันรบแกล้งโพสท่าเก็กหล่อแบบเวอร์ ๆ
“คิดว่าทำได้คนเดียวหรือไง”
มัทรีโพสท่าเก็กสวยแต่ทำหน้าตลกๆใส่วันรบ พุทราวิ่งเข้ามาพอดี
“คุณรบคะ คุณนนท์ให้มาตามไปถ่ายรูปต่อแล้วค่ะ”
“แล้วเอากล้องมาจากไหน” วันรบถาม

บริเวณมุมหนี่งในรีสอร์ต นักข่าวที่ใส่เสื้อกั๊กที่สกรีนคำว่า “อาชญกรรม” เป็นตากล้องถ่ายรูปให้กับวันรบและมัทรี รชานนท์ ติรกาและพุทรายืนมองอย่างโล่งใจ นลินีเห็นแล้วอดหวั่นใจไม่ได้
“นนท์ ได้ถ่ายรูปมันก็ดี แต่ตากล้องอาชญากรรมเนี่ยนะ “
“ดูเป็นฤกษ์ดีมากๆ” พุทราพูดแทรกขึ้น
“รักต้องสู้ไงพี่นี อุปสรรคเยอะดีนัก มันต้องถึงลูกถึงคนกันหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เห็นไหมครับว่ามัทมีความสุขแค่ไหน”
วันรบเอากระดาษทิชชู่ซับหน้าให้มัทรี ดูแลใกล้ชิดและห่วงใยมาก ๆ
“จะว่าไป... ว่าที่ลูกเขยคนนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ”
รชานนท์พยักหน้าเห็นด้วย ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข วริษรายืนมองที่มุมหนึ่งด้วยความแค้น จู่ๆ วริษราก็มีอาการคลื่นไส้ วริษราจึงเดินหลบออกไป

วริษรารีบวิ่งมาที่หน้าห้องน้ำและรีบผลักประตูห้องน้ำเข้าไปทันที คุณแก้วที่เดินเข้ามาเห็นเข้าพอดี เมื่อเดินผ่านหน้าห้องน้ำ คุณแก้วก็ได้ยินเสียงโอ๊กอ๊ากอาเจียนของวริษรา คุณแก้วตัดสินใจเข้ามาในห้องน้ำเห็นวริษราอาเจียนอย่างรุนแรง คุณแก้วเข้าไปช่วยลูบหลัง วริษราตกใจ
“คุณแก้ว”
“ไม่สบายเป็นอะไร”
“มันเวียนหัวแล้วก็คลื่นไส้น่ะค่ะ”
“นี่ถ้าเธอแต่งงานแล้ว ฉันต้องคิดว่าเธอท้องแน่ๆ อาการเหมือนฉันตอนแพ้ท้องเปี๊ยบ”
วริษราอึ้งไปอย่างคิดหนัก
“คุณแก้วคะ ริษไม่ค่อยสบาย ขอลากลับก่อนนะคะ”
“ไปหาหมอให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้เป็นหนักนะ”
“ค่ะ”
วริษรารีบเดินออกออกจากห้องน้ำทันที

ภายในห้องพักของวริษราในเวลากลางคืน วริษราเปิดประตูห้องน้ำออกมา แต่พอเดินมาได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงไปกองกับพื้นน้ำตาคลอไหลอาบแก้ม ในมือของวริษราถือชุดตรวจการตั้งครรภ์อยู่

ในเวลาเดียวกัน วันรบนั่งดูรูปที่ถ่ายอยู่ภายในรีสอร์ทคุณแก้ว เสียงมือถือวันรบดังขึ้น วริษราโทรเข้ามาพอดี
“ริษ” วันรบพึมพำเบาๆ
วันรบลังเลที่จะรับสายและตัดสินใจกดสายวริษราทิ้งไป
“พี่จะไม่ใจดี ทำให้เราคิดกับพี่เกินกว่าพี่น้องอีกแล้ว”

ภายในห้องพัก วริษราร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่วันรบตัดสายทิ้ง
“พี่รบ... พี่รบช่วยริษด้วย”
วริษรากดโทรหาวันรบอีกแต่โดนตัดสายทิ้งเหมือนเดิม วริษรายิ่งร้องไห้หนักขึ้น
เสียงมือถือวริษราดังขึ้น วริษรารีบรับสายทันที
“ว่าไงแก ติดต่อพี่ต้นได้มั้ย”
“ไม่มีใครติดต่อแฟนเก่าแกได้ซักคน สงสัยเฮิร์ทมากจนหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว”
วริษราอึ้งไปอีก
“แล้วเรื่องท้องแกจะทำยังไง...”
วริษรายิ่งร้องไห้มากขึ้นเพราะไม่รู้จะหาทางออกยังไง

ภายในห้องนอนของวันรบ วันรบนั่งแต่งรูปชุดแต่งงานที่ถ่ายคู่กับมัทรีในคอมพิวเตอร์อยู่ วริษราโทรเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ แต่วันรบตัดสายทิ้งตลอด จนวริษราตัดสินใจส่งข้อความมาหาวันรบแต่วันรบไม่สนใจแล้วนั่งแต่งรูปต่อ จนวันรบพักจากการแต่งรูปแล้วลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
“ถ้าแต่งรูปเสร็จทันพรุ่งนี้เช้า มัทต้องเซอร์ไพรส์แน่ๆ”
วันรบเหลือบเห็นมือถือแล้วนึกได้
“ริษส่งแมสเสจมานี่หว่า”
วันรบหยิบมือถือมาเปิดดูข้อความของวริษรา วริษราส่งไฟล์วีดีโอมาให้วันรบ
“พี่รบ... ริษขอโทษนะคะ ริษไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้”
วันรบเบือนหน้าหนีไม่อยากดูวีดีโอต่อเพราะเข้าใจว่า วริษราหมายถึงเรื่องที่บอกรักตัวเอง

วริษรากำลังบันทึกวิดีโอตัวเองกับมือถือที่จะส่งให้วันรบ เธอกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ท่าทางสะลึมสะลือแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ริษฝากพี่รบกราบขอโทษพ่อกับแม่ให้ริษด้วย... บอกท่านด้วยนะคะว่าริษรักพ่อกับแม่มาก”

วันรบเอะใจรีบปิดไฟล์วีดีโอ แล้วโทรกลับหาวริษราทันทีแต่ไม่มีคนรับสาย วันรบลองโทรไปอีกครั้งแต่ก็ไม่มีคนรับสาย วันรบเริ่มหวั่นใจ
วันรบขับรถไปตามทางด้วยความเป็นห่วงวริษราและพยายามโทรหาวริษราด้วย
“รับสายพี่สิ”
วริษราไม่รับสาย วันรบยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น วันรบรัวเคาะประตูห้องวริษราเสียงดัง
วันรบ ริษ นี่พี่เองนะเปิดประตูให้พี่หน่อย...ริษ”
วริษรายังไม่ยอมเปิดประตูห้องให้วันรบ วันรบตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไปทันที วันรบเข้ามาในห้องเห็นวริษรานอนหลับอยู่บนเตียง วันรบเข้าไปเขย่าตัวปลุกวริษรา
“ริษ...ริษ ริษ”
วันรบมองไปรอบๆ ห้อง เห็นแผงยาที่แกะทานเกลื่อนพื้นอยู่ วันรบหยิบแผงยาขึ้นมาดูแล้วอึ้งไป
“ริษ”
วันรบรีบอุ้มวริษราแล้วพาออกไปจากห้องทันที

วันรบขับรถเข้ามาที่โรงพยาบาลแล้วรีบอุ้มวริษราลงจากรถ บุรุษพยาบาลเข้ามารับตัววริษราขึ้นเตียงแล้วเข็นออกไป โดยมีวันรบตามไปติดๆ
บุรุษพยาบาลเข็นร่างวริษราเข้าไปในห้องฉุกเฉิน หมอพยาบาล วิ่งเข้ามาอย่างโกลาหล วันรบจะตามเข้าไปแต่พยาบาลกันวันรบไว้ด้านนอก วันรบนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างร้อนใจ
วันรบนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน จนหมอเดินออกจากห้องมาหาวันรบ
“น้องสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ”
“โชคดีที่คนไข้ทานยานอนหลับไปได้ไม่นาน ร่างการยังดูดซับยาไปไม่เยอะ ตอนนี้ปลอดภัยทั้งคนไข้และลูกในท้อง”
“ลูก”
“ครับ... คนไข้ตั้งท้องได้ประมาณ 10 สัปดาห์แล้วครับ”
วันรบรู้สึกอึ้งและช็อกไปที่รู้ว่าวริษรากำลังตั้งท้อง
วันรบเข้ามาหาวริษราในห้องฉุกเฉิน วริษรายังหลับอยู่บนเตียง วันรบลูบหัววริษราอย่างเป็นห่วง วริษรารู้สึกตัวตื่น ทันทีที่วริษราเห็นวันรบก็ร้องไห้ วริษรานึกได้
“พี่รบ...ลูก”
“หมอบอกว่าลูกของริษปลอดภัยดี”
วริษราโล่งอกแล้วสะอึกสะอื้นและรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง
“ลูกทั้งคนริษทำร้ายแกได้ยังไง”
“ริษขอโทษค่ะ ริษจนหนทางจริงๆ”
“แล้วริษติดต่อแฟนเก่าริษรึยัง”
วริษราส่ายหน้า
“ริษไม่รู้จะทำยังไง ริษไม่กล้าบอกแม่ พี่รบดูแลริษได้ไหมคะ”
“พี่ดูแลริษได้ในฐานะพี่ชายเท่านั้น เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้”
“ต่อจากนี้ไปริษจะตัดใจจากพี่รบ เราจะเป็นแค่พี่น้องกัน แต่พี่รบอย่าทิ้งริษไปนะคะ ริษไม่เหลือใครแล้ว”
“ถ้าริษสัญญากับพี่ว่าริษจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก พี่ก็สัญญาว่าพี่จะดูแลน้องสาวของพี่ให้ดี”
“จริงเหรอคะพี่รบ... พี่จะไม่ทิ้งริษไปแล้วใช่มั้ย”
วันรบพยักหน้าให้ วริษราดีใจยันตัวขึ้นกอดวันรบแล้วยิ้มทั้งน้ำตา
“สัญญานะคะ”
“จ้ะ”
วันรบกอดแล้วลูบหัววริษราด้วยความเอ็นดู วริษรายิ้มทั้งน้ำตาแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

เช้าวันรุ่งขึ้น วันรบประคองวริษราออกจากห้อง
“พี่รบมาอยู่เป็นเพื่อนริษทั้งคืนแบบนี้ พี่มัทไม่ว่าเหรอคะ”
“พี่ยังไม่ได้บอกมัทเลย”
“ตายจริง... ระวังพี่มัทจะคิดมากนะคะ ถ้ายังไงให้ริษคุยกับพี่มัทดีมั้ยคะ”
“แต่ว่า”
“เรื่องแบบนี้ให้ผู้หญิงด้วยกันคุยกันดีกว่าค่ะ”
วันรบนิ่งและคิดตาม...
“ช่วงนี้พี่คงวุ่นเรื่องงานแต่งงาน ไว้ค่อยคุยก็ได้ค่ะ”
“ริษพักผ่อนเยอะๆนะ แล้วอย่าลืมทานยาให้ครบตามที่หมอสั่งด้วย”
“แล้วนัดหมอครั้งหน้า... พี่รบจะมาด้วยมั้ยคะ”
“มาสิ... หลานพี่ทั้งคนนะ”
วริษราโผเข้ากอดวันรบอีกครั้ง
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่รบ”

เวลาต่อมา วันรบขับรถเข้ามาจอดหน้าที่พักวริษรา
“ขึ้นไปดื่มกาแฟที่ห้องริษก่อนไหมคะ”
“ไม่จ๊ะ พี่มีนัดน่ะ”
“กับพี่มัทเหรอคะ”
วันรบนิ่งไม่อยากตอบ วริษราคิดๆ แล้วก็ทำเป็นเสียงอ่อน
“งั้นพี่รบก็รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่มัทจะรอ”
วริษราขยับตัวแล้วร้องขึ้นเบาๆ
“โอย...”
“เป็นอะไรน่ะริษ”
“มันยังมึนๆ น่ะค่ะ”
“แล้วจะขึ้นห้องไหวเหรอ”
“ก็คงไหวน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ช่วย”
วันรบลงจากรถจะอ้อมมาเปิดประตูช่วยพยุง จังหวะที่วันรบลงจากรถ วริษราหยิบถุงยาออกมาหนึ่งถุงแล้วยัดข้างที่เลื่อนเบาะ วันรบเปิดประตู วริษราก็รีบก้าวเอาขาลง พอลงจากรถได้ก็รีบปิดประตูทันทีท วันรบประคองวริษราพาขึ้นที่พัก วริษราเหลือบมองที่รถแล้วยิ้มร้าย

วันรบขับรถมารับมัทรีตามนัดหมาย
“เมื่อคืนมัทโทรหาตั้งหลายรอบ ไม่เห็นรับสายเลย”
วันรบอึกอักแล้วบอก
“ผม... ทานยาแก้หวัดไปน่ะ เลยหลับสนิททั้งคืนเลย”
มัทรีจ้องหน้าวันรบ
“อย่างพี่รบเนี่ยนะทานยาโดยที่มัทไม่ต้องบังคับ”
วันรบอึกอักแต่พยายามเก็บอาการแล้วรีบแก้ตัว
“ก็... ผมไม่อยากให้มัทเป็นห่วงนี่”
“ขอบคุณนะคะที่นึกถึงมัท” มัทรีพูดแล้วยิ้ม
“ครับ”
มัทรีเอื้อมมือไปกุมมือวันรบแล้วรู้สึกอะไรบางอย่าง
“พี่รบแอบเอารถไปรับสาวที่ไหนมารึเปล่าคะ”
วันรบอึ้งไปอีกแต่พยายามเก็บอาการไว้
“เปล่าจ้ะ... ทำไมเหรอ”
“มีคนปรับเบาะที่นั่งของมัท”
วันรบอึกอักอีกแล้วบอก
“สงสัยผมเลื่อนเบาะตอนขนของน่ะ”
มัทรีไม่เอะใจอะไร แล้วเอื้อมมือไปปรับเลื่อนเบาะที่นั่ง แต่อยู่ๆ มัทรีก็อึ้งนิ่งไป มัทรีก้มลงมองไปทางมือของตัวเอง ข้างๆเบาะมีซองยาจากโรงพยาบาลอยู่ หน้าซองยาจ่าชื่อ “น.ส.วริษรา รักมั่นคง” และที่รายละเอียดยา “วิตามินบำรุงครรภ์” มัทรีอึ้งช็อกไปที่เห็นซองยาของวริษรา มัทรีเหลือบมองไปทางวันรบสีหน้านิ่ง วันรบมองหน้ามัทรีแล้วยิ้มให้เพราะไม่รู้ว่ามัทรีเจอยาบำรุงครรภ์ของวริษราที่ตกอยู่ในรถ มัทรีทั้งช็อกทั้งสงสัยแต่พยายามเก็บอาการไว้
ในเวลาต่อมา ทางด้านสมภพ ธงฉาน เดินคุยกันมาด้วยสีหน้าเครียดภายในรีสอร์ตของสมภพ
“โธ่..อา ผมขอแค่ล้านเดียวเอง เบนซ์อีคลาสราคานี้หาไม่ได้ง่ายๆ”
“บาทเดียวก็ไม่มีเว้ย”
“อะไรกันอา รีสอร์ตเราคนมาพักฟรีหรือไงถึงไม่มีเงิน”
สมภพดีดหูธงฉานอย่างหมั่นไส้ดัง ผัวะ!
“ ถามไม่คิด หนี้ตั้งยี่สิบล้าน กินใช้ ค่าเงินเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ รีสอร์ตมีอยู่ไม่กี่สิบห้อง มันจะพอได้ยังไง ดอกเบี้ยมันไล่จี้ก้นอยู่ทุกวัน เมื่อไหร่แกจะแต่งกับยัยมัทได้ซะที ไม่ได้เรื่อง”
“ผมคนเดียวซะเมื่อไหร่ อาก็จับคุณติรกาไม่ได้เหมือนกัน ไม่ดีกว่ากันหรอก” ธงฉานเถียง
สมภพชะงัก ธงฉานผวาคิดว่าสมภพโกรธ ธงฉานรีบบอก
“ผมล้อเล๊น.... อาอย่าเหวี่ยงผมน๊า”

สมภพไม่ได้สนใจธงฉาน แต่มองผ่านเข้าไปในห้องของตัวเอง เห็นสมุนพ่อเลี้ยง กำลังรื้อค้น และพังห้องทำงานจนกระจุยกระจาย ธงฉานตะโกนขึ้นเสียงดัง
“เฮ้ย!..หยุด”
พวกสมุนพ่อเลี้ยงหันมองนิดนึงแล้วรื้อต่อ ธงฉานฮึดเสียงดังอีก
“ไม่หยุด...อยากตายหรือไงวะ”
สมภพถึงกับหน้าเสียบอก
“ธงฉาน..เงียบ”
“ทำไมล่ะอา อารู้จักพวกมันเหรอ ไอ้พวกนี้มันเป็นใคร”
ธงฉานกับสมภพหันมองไปที่เสี่ยจิวที่แต่งชุดคาวบอยเต็มขั้น ข้างเอวมีปืนสองกระบอกคาดเอวอยู่ เสี่ยจิวเดินเข้ามา ธงฉานจะเดินเข้าไปมองหน้าเสี่ยจิว
“ไอ้หน้ากระดาษทิชชู่เปียกนี่ใครอ่ะอา”
สมภพตกใจร้องห้าม
“ไอ้ธงฉาน”
“ไอ้เตี้ย วอนตายซะแล้ว” เสี่ยจิวบอก
เสี่ยจิวชักปืนทั้งสองกระบอก ควงๆๆ ปืนลั่นเสียงดังปังๆๆ ! กระสุนปลิวไปทั่วห้อง สมภพกับธงฉานและลูกน้องเสี่ยกระโดดหลบกันกระจาย
“หยุดครับเสี่ยหยุด”
เสี่ยจิวหยุดควง ทุกคนพากันโล่งอกไปตามๆกัน
“เสี่ยจิวครับ ควงไม่เป็นก็อย่าควงเลยครับเสี่ย มันอันตราย” ลูกน้อยบอก
เสี่ยจิวใช้หลังมือที่ถือปืนตบลูกน้องเข้าให้
“ไอ้แหวง อั๊วบอกแล้วอย่าเรียกอั๊วเสี่ยจิว พวกลื้อต้องเรียกอั๊ว...”
เสี่ยจิว ยกปืนขึ้นมาเป่าที่ปากกระบอก เพราะคิดว่าเท่ห์มากแล้วพูดต่อ
“พ่อเลี้ยงจรัล..ว่าไงอาสมภพ”
“เสี่ยจิวครับ ผม...” สมภพเสียงสั่น
เสี่ยจิวยิงที่พื้นข้างตัวสมภพ เปรี้ยงๆๆ สมภพกระโดดเหย็งๆ
“อั๊วชื่ออะไร”
“พ่อเลี้ยงจรัลครับ”
“ดีมาก”
เสี่ยจิวควงปืนจะเก็บแต่พอเสียบลงซองปืน เสียงดังปัง! ทุกคนหลบตกใจ
“พวกมึงไม่ต้องหลบ ไม่มีใครโดนลูกปืน..นอกจากเท้ากู โอ้ย”
ลูกน้องวิ่งเข้ามาหาเสี่ยจิว ธงฉานเดินเข้ามากระซิบกับสมภพ
“ไอ้เสี่ยติงต๊องนี่ อย่าบอกนะว่าเป็น”
“เจ้าหนี้นอกระบบของเรา...” สมภพพูดเฉลย
“เมิงคุยอะไรกันวะ เรียกหมอมาสิเว้ย กูเจ็บ”
“ครับๆๆ”
ทุกคนวุ่นวายกับการยกเสี่ยจิวไปนั่งที่โซฟา

ภายในห้องทำงานของสมภพ ทั้งสมภพและธงฉาน ถูกเหวี่ยงเข้าหากันจนหัวโขกกันเอง
“เสี่ย..เอ๊ย พ่อเลี้ยงครับ เห็นใจให้เวลาผมหน่อยเถอะครับ”
“เผียด (พูด)กับอั๊วก็มองหน้าอั๊วสิเว้ย”
“ผมก็มองหน้าพ่อเลี้ยงอยู่นี่ไงครับ”
สมภพกับธงฉานไม่กล้ามองหน้าพ่อเลี้ยงเลี่ยงไปมองเท้าพ่อเลี้ยงที่วางบนเก้าอี้พักเท้าแทน
“นั่นส้นเตียน(ตีน) ไม่ใช่หน้า”
“พวกมันว่าพ่อเลี้ยงหน้าเหมือนส้น...”
ลูกน้องพ่อเลี้ยงจรัลสอพลอขึ้น … พ่อเลี้ยงจรัลหลังมือเข้าที่หน้าลูกน้องทันที
“ไม่ต้องแปล อั๊วฉลาด”
พ่อเลี้ยงจรัลหันไปพูดกับสมภพกับธงฉาน
“ถ้าไม่อยากตายใช้หนี้อั๊วมา”
“เอ่อ คือ ผมกำลังจะไปคุยกับพ่อเลี้ยงเรื่องขอผ่อนผัน”
“จะผ่อนยันชาติหน้าเลยรึไง”
“รอบนี้ผมไม่เบี้ยวแน่นอน ขอเวลาผมอีกหน่อยเถอะพ่อเลี้ยง”
“ในฐานะที่ลื้อเป็นลูกหนี้ดีเด่น อั๊วมีเซอร์ไพรส์มากกว่าให้เวลาอีก”
พ่อเลี้ยงจรัลพยักหน้าบอกสมุน สมุนคนที่สองเปิดคลิปจากมือถือให้สมภพดู
“ว้าว ...กู้เงินแถมคลิปด้วยอ่ะอา” ธงฉานน้ำเสียงตื่นเต้น
ในคลิป ...ทรงสุดากับลูกนั่งกอดกันร้องไห้อยู่ในมุมแคบของโกดังแห่งหนึ่ง
“ปล่อยฉันกับลูกไปเถอะ อย่าทำอะไรเราเลย” ทรงสุดาพูด
“ฮือ... แม่ครับ ผมกลัว”
“ทรงสุดา ตาต้น”
สมภพกับธงฉานตกใจมาก เมื่อเห็นทรงสุดากับลูกชายถูกจับตัวไป
“ถ้าลื้อไม่เอาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดภายในสามวัน ... อั๊วจะยึดรีสอร์ท และลื้อก็จะไม่ได้เห็นหน้าลูกเมียอีกต่อไป”
พ่อเลี้ยงจรัลขู่อย่างอารมณ์ดี แล้วเดินจากไปพร้อมลูกน้อง
“เดี๋ยวก่อนครับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยง”
สมภพตะเกียกตะกายคลานตามพ่อเลี้ยงจรัล แต่พ่อเลี้ยงจรัลไม่เหลียวหลังมาสนใจ

วริษรานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาลแล้วมองนาฬิกาอย่างใจเย็น มัทรีเดินเข้ามานั่งที่ล็อบบี้ วริษราลดหนังสือลงมองแล้วยิ้มอย่างพอใจ พยาบาลคนหนึ่งเข้ามาหามัทรี
“ว่ายังไงโอ้ เช็คได้มั้ย”
“นี่ถ้ามีใครรู้ ว่าฉันแอบดูประวัติคนไข้ฉันตายแน่” เพื่อนมัทรีบอก
“รับรองฉันไม่บอกใครแน่ บอกมาเถอะโอ้”
“คุณวริษราท้องจริง ๆ เพิ่งฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเมื่อเช้า”
“เมื่อเช้า..รู้ชื่อพ่อของเด็กในท้องมั้ย”
เพื่อนของมัทรีนิ่งไปแล้วมองหน้ามัทรีอย่างลังเลใจ

มัทรีเดินเข้ามาในมุมทางเดินในโรงพยาบาลที่ไม่มีคน พิงกำแพงอย่างคนอ่อนล้า เครียดทั้งสีหน้าและจิตใจ นึกถึงคำพูดของโอ้
“ในประวัติคนไข้… เค้ากรอกไว้ว่าพ่อเด็กชื่อ...วันรบ แคล้วคลาดภัย”
มัทรียังช็อกอยู่ น้ำตาคลอเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในที่สุดมัทรีทนไม่ได้ต้องร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ผู้หญิงคนหนึ่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้มัทรี
“อย่าร้องไห้เลยค่ะพี่มัท”
มัทรีเงยหน้าขึ้นมองแล้วอึ้งไปเห็นวริษราเป็นคนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ วริษราแสร้งบีบน้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน
“วริษรา”
“พี่มัทรู้เรื่องทั้งหมดแล้วใช่มั้ยคะ”
“เธอกับพี่รบ”
“ริษขอโทษค่ะ ทั้งที่พี่รบบอกเลิกกับริษแล้ว เพื่อจะแต่งงานกับพี่มัท แต่ริษก็มาท้องซะก่อน”
“บอกเลิก! เธอกับพี่รบคบกันตอนไหน ในเมื่อเธอกับพี่รบเพิ่งเจอกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ”
“ริษรู้จักกับพี่รบก่อนพี่มัทด้วยซ้ำค่ะ”
“ก่อนฉัน”
“พี่รบกับริษเราอยู่บ้านใกล้กันสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พี่รบดูแลริษมาตลอด จากพี่น้องจนกลายเป็นของกันและกัน แต่พอพี่รบเจอพี่มัท เขาก็เปลี่ยนไป ริษกลายเป็นกิ๊กที่พี่รบจะมาหาก็ต่อเมื่อพี่มัทไม่ว่าง”
“ตลอดเวลาที่พี่รบกับฉันคบกัน”
“พี่รบคบกับริษมาตลอดจนกระทั่งพี่รบจะแต่งงาน”
มัทรีฟังอย่างเจ็บปวด มัทรีหวั่นไหวกับคำพูดของวริษรา แต่พยายามกลั้นน้ำตาไว้
“ไม่จริง พี่รบไม่มีทางทรยศฉัน เขาต้องไม่โกหกฉัน ฉันจะฟังความจริงจากพี่รบเท่านั้น”
มัทรีเดินออกไป วริษราตกใจที่ไม่เป็นไปตามแผน และรีบเดินตามไป

ทางด้านสมภพเมื่อกลับเข้ามาในบ้านก็ทิ้งตัวนั่งลงตรงโซฟาด้วยความเครียด ธงฉานตามมานั่งข้าง ๆ แตะแผลที่มุมปากเจ็บซี้ด
“คราวนี้พ่อเลี้ยงจรัลเอาจริง พวกเราต้องไม่รอดแน่เลยอา”
สมภพยิ่งคิดยิ่งเครียด ลุกขึ้นโวยวายเรียกหาคนรับใช้
“คนบ้านนี้หายหัวไปไหนหมด จนป่านนี้ยังไม่เอาน้ำมาให้ฉัน”
สาวใช้รีบยกน้ำเข้ามาเสิร์ฟให้สมภพ สมภพยกแก้วน้ำขึ้นดู แล้วกระแทกลงบนโต๊ะ
“ฉันชอบดื่มโซดาเย็น ไม่ใช่น้ำเปล่า แล้วผ้าเย็นอยู่ไหน ทำไมไม่เตรียมมาด้วย”
“เดี๋ยวหนูไปเอามาให้ค่ะ”
“ไม่ต้องเอามาแล้ว จะไปไหนก็ไป... ไป”
คนใช้หน้าตาตื่นเดินออกไปด้วยความกลัว
“ปกติอาทรงสุดาเป็นคนทำให้ทุกวัน เด็กมันจะไปรู้เรื่องอะไร ถ้าอาทรงสุดาอยู่ ป่านนี้คงรีบหาน้ำท่า หาหยูกยามาจัดการให้อาแล้วเนอะ”
สมภพยิ่งเครียด คิดถึงทรงสุดาเคยทำให้กับตน ธงฉานพูดลอย ๆ อย่างรู้ทัน
“เริ่มเป็นห่วงอาทรงสุดากับตาต้นแล้วใช่มั้ยล่ะ”
“ฉันคิดว่าจะหาเงินที่ไหนมาเคลียร์หนี้ไม่ให้รีสอร์ตถูกยึดต่างหาก โอ๊ยๆๆ ยิ่งคิดยิ่งเครียดโว้ย”
รุจีหิ้วกระเป๋าเพราะเพิ่งกลับจากปฏิบัติธรรมมา รุจีเดินเข้าบ้านมา
“รุจี นี่เธอไปไหนมา เรื่องไอ้รชานนท์ไปถึงไหนแล้ว”
“ฉันจะบ่ยะตามที่คุณสั่งอีกต่อไปแล้ว”
“แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ”
“กล้า” รุจีเสียงแข็ง
สมภพกับธงฉานถึงกับสะดุ้ง
“ฉันบ่ยอมทำผิดกับคุณนนท์อีก ฉันจะบอกคุณนนท์ว่าแกมันเลวแค่ไหน”
รุจีพูดจบก็ออกจากบ้านไปทันที
“เฮ้ย อา ปล่อยไปทำไม เกิดรุจีไปแฉเราก็ตายสิอา” ธงฉานทักท้วง
“ฉันไม่ยอมให้มันได้ทำอย่างนั้นแน่”
สมภพสีหน้าร้ายกาจ

รชานนท์ขับรถเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้ว ทันใดนั้นรุจีก้าวออกมาขวางหน้ารถรชานนท์ รชานนท์เบรกรถเอี๊ยด!
“รุจี”
รชานนท์ลงมาจากรถ รุจีรีบเข้ามาหา
“รุจี คุณหายไปไหนมา ผมตามหาคุณจนทั่ว”
“รุจีขอโทษคุณนนท์ ที่รุจียะเรื่องร้ายๆ กับคุณแบบนั้น มีคนสั่งฮื้อรุจียะจะอั้น”
“ใคร”
รถตู้แล่นเข้ามาจอดปาดหน้ารถรชานนท์ ลูกน้องสมภพลงมาจากรถตรงเข้าไปล็อคตัวรชานนท์กับรุจีไว้ทันที
“พวกแกจะทำอะไร!”
ลูกน้องสมภพเอาผ้าโปะยาสลบโปะรชานนท์ รชานนท์พยายามดิ้นสุดชีวิต รุจีร้องขึ้น
“คุณนนท์”
รชานนท์เห็นลูกน้องสมภพเอาผ้าอีกผืนโปะหน้ารุจี รุจีที่ดิ้นรนค่อย ๆ หมดแรง

มัทรีเดินหนีออกมาทางมุมหนึ่งของโรงพยาบาล วริษราเดินตามแอบมองมัทรีที่สับสนเสียใจด้วยสายตาจิกร้ายแต่ยังมีแววแอบเศร้า
“ริษพูดความจริงไปหมดแล้ว แต่ถ้าพี่มัทไม่เชื่อ ริษก็จะให้พี่มัทเห็นค่ะ”
มัทรีมองวริษราอย่างอยากรู้ว่าความหมาย

เวลากลางคืน วันรบมองโทรศัพท์มือถือแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างพชรที่กำลังนั่งเล่นไอแพดอย่างเซ็ง ๆ
“เป็นอะไร ไอ้รบ หน้าเป็นตูดเชียว”
“ก็มัทน่ะสิพี่ระ บอกง่วงแล้วก็ปิดมือถือไม่คุยกับผม เป็นอะไรก็ไม่รู้”
“คงเหนื่อยล่ะมั้ง ใกล้เป็นเจ้าสาวก็แบบนี้แหล่ะวะ ทำหลายอย่าง..ก็ให้พักบ้างเถอะ จะจุ๊กจิ๊กอะไรกันทุกวัน”
วันรบทำหน้าเซ็ง ขณะนั้นเสียงมือถือวันรบดังขึ้น วันรบลุกขึ้นกดรับและเดินออกไปคุยห่าง ๆ พชร
“ว่าไงริษ... ริษเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” วันรบน้ำเสียงตกใจ

ในเวลาเดียวกัน วริษราส่งเสียงตกใจกลัวคุยกับวันรบ
“เลือดค่ะ พี่รบ ริษเลือดออก ริษกลัวค่ะพี่รบ พี่รบช่วยริษด้วย”
“ริษใจเย็น ๆ นะพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”
วันรบรีบเดินออกไปทันที พชรมองตามอย่างงงๆ
“แกจะไปไหน ไอ้รบ” ...
วริษราสีหน้าเหี้ยมก่อนตัดสินใจหยิบมีดขึ้นมาแล้วมองที่แขน...รอยเลือดหยดอยู่ที่ขา วริษราค่อยๆลดมีดลง และยิ้มพอใจกับผลงานตัวเอง

ขณะนั้น... มัทรีจอดรถซุ่มอยู่หน้าที่พักของวริษราด้วยอาการกระวนกระวายใจ นึกถึงคำพูดของวริษราที่เจอกับมัทรีที่โรงพยาบาล
“พี่รบกับริษเราอยู่บ้านใกล้กันสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พี่รบดูแลริษมาตลอด จากพี่น้องจนกลายเป็นของกันและกัน แต่พอพี่รบเจอพี่มัท เขาก็เปลี่ยนไป ริษกลายเป็นกิ๊กที่พี่รบจะมาหาก็ต่อเมื่อพี่มัทไม่ว่าง”
สีหน้ามัทรีร้อนรน พยายามสะกดข่มจิตตัวเอง
“ไม่จริงๆ พี่รบต้องไม่ทรยศมัท พี่รบต้องไม่มา ไม่มา”
รถวันรบแล่นเข้ามาจอดพอดี มัทรีตกใจ มัทรีเห็นวันรบลงมาจากรถและรีบวิ่งขึ้นที่ห้องของวริษราทันที มัทรีได้แต่ตะลึงมองตาค้าง
วันรบวิ่งมาที่หน้าห้องแล้วเคาะประตูเรียก
“ริษ..พี่มาแล้ว..ริษ”
เสียงของวริษราดังจากภายในห้องออกมา
“พี่รบ..ช่วยริษด้วย”
วันรบร้อนใจลองบิดลูกบิดดู ปรากฎว่าไม่ได้ล็อก วันรบรีบเปิดเข้าไปในห้องทันที วันรบตกใจที่เห็นวริษราสวมเสื้อแขนยาวนั่งอยู่ที่พื้น ตรงช่วงขาของวริษรามีเลือดไหล วันรบรีบเข้าไปประคองวริษรา
“ริษ เป็นยังไงบ้าง”
วริษราเข้ากอดวันรบ
“ริษปวดท้องแล้วเลือดมันก็ไหลออกมา ริษกลัวค่ะ กลัวว่าลูกริษจะเป็นอะไร”
“งั้นไปหาหมอไหม”
วริษราชะงักไปทันที เพราะกลัวเสียแผน
“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่รบ”
วันรบมองหน้าวริษราอย่างงงๆ
“ทำไมล่ะ เช็กให้แน่ใจไง”
“หมอบอกริษว่าอาจจะมีเลือดออกบ้าง ถ้าไม่เยอะก็เป็นเรื่องปกติ”
“อ้าว..แล้วทำไม”
“ที่ริษโทรหาพี่รบ เพราะริษตกใจ มันเพิ่งเคยมีเลือดออกมาครั้งแรกน่ะค่ะ ริษขอโทษนะคะที่รบกวนพี่รบ”
“ตกลงจะไม่ไปโรงพยาบาลแน่นะ”
“ค่ะ”
“งั้นพี่กลับก่อนนะ”
วริษราจับแขนวันรบไว้แล้วบอก
“เดี๋ยวค่ะ พี่รบอยู่เป็นเพื่อนริษจนกว่าริษจะหลับแล้วค่อยกลับได้ไหมคะ ริษนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วค่ะ”
วันรบมองหน้าวริษราอย่างหนักใจและไม่อยากอยู่ วริษราอ้อนจนวันรบใจอ่อน
“นะคะพี่รบ”
“ก็ได้”
“งั้นริษไปล้างตัวก่อนนะคะ จะได้นอนเลย”
วันรบพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ วริษราเดินเข้าไปในห้องน้ำปิดประตูและยิ้มอย่างสะใจ มัทรีนั่งอยู่ในรถมองที่หน้าตึกอย่างรอคอย มัทรีมองนาฬิกาในรถเห็นว่าเป็นเวลาห้าทุ่ม มัทรีรอจนถึงเวลาตีหนึ่งก็ยังไม่มีวี่แววว่าวันรบจะลงมาจากข้างบน
วริษรานอนอยู่บนเตียง วันรบนั่งดูทีวี วริษรามองนาฬิกาเห็นว่าตีหนึ่งแล้วจึงบอก
“พี่รบคะ ปิดไฟได้ไหมคะ”
“ได้สิ”
วันรบเดินไปดับไฟแล้วกลับมานั่งดูทีวีต่อ
บริเวณหน้าที่พักของวริษรา มัทรีเห็นว่าห้องวริษราดับไฟแล้ว มัทรีทนไม่ไหวจึงรีบกดโทรศัพท์โทรหาวันรบทันที
วริษรานอนมองวันรบในความมืด เสียงมือถือวันรบดังขึ้น วันรบมเห็นว่าเป็นมัทรีโทรมาจึงรีบรับ วันรบหันไปมองวริษรา วริษราทำเป็นหลับตา
“ว่าไงครับมัท”
“พี่รบอยู่ที่ไหนคะ”
วันรบลำบากใจที่จะตอบโกหก แต่เพื่อความสบายใจ
“ผมอยู่บ้านพี่ระไงจ๊ะ ดึกป่านนี้แล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้”
วริษราลืมตาแล้วยิ้มอย่างพอใจ ขณะที่มัทรีเสียใจน้ำตาร่วง
“เหรอคะ”
“แล้วมัทเป็นไงบ้างครับ หายเหนื่อยหรือยัง ผมเป็นห่วงมัทนะ”
“พี่รบห่วงมัทจริงเหรอ”
“จริงสิ ผมรักมัทก็ต้องห่วงมัทสิครับ ความจริงจากใจล้วนๆ”
วริษราหมั่นไส้ทำเป็นส่งเสียงโอดโอยเบาๆ
วันรบมองไปที่วริษราที่นอนอยู่บนเตียงว่าเป็นอะไร วริษรายิ่งแกล้งบิดตัวให้ดูเจ็บปวดแล้วส่งเสียงดังขึ้น
“โอยย”
มัทรีได้ยินเสียงวริษราแทรกเข้ามา มัทรีสะเทือนใจ วันรบตกใจกลัวว่าวริษราจะเป็นอะไร จึงรีบตัดบทการสนทนา
“มัทครับ ดึกแล้วมัทไปนอนพักเถอะนะ พรุ่งนี้ผมจะไปหาที่บ้านตอนเช้า เบรกฟาสท์ด้วยกันดีไหม”
“ค่ะ..แค่นี้นะคะ”
มัทรีกดวางสาย น้ำตาร่วงพรู วันรบเดินเข้ามาที่ข้างเตียงดูวริษรา
“เป็นอะไรหรือเปล่าริษ”
วริษราคว้ามือวันรบไว้
“มันปวด ๆ ที่ท้องนิดหน่อยค่ะ พี่รบ ริษกลัวจังเลยค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่ข้าง ๆ จนกว่าริษจะหลับนะ”
วริษราจับมือวันรบส่งสายตามองวันรบด้วยความรัก วันรบเมินหน้าเดินกลับไปดูทีวี วริษราชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะมองวันรบอย่างมีเป้าหมาย ส่วนมัทรีร้องไห้ด้วยความเสียใจ มัทรีตัดสินใจออกรถไป

ภายในบ้านของติรกายามค่ำ ติรกากดมือถือโทรหารชานนท์ แต่ติดต่อไม่ได้ “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ค่ะ” ติรกาหัวเสียทันที
“นนท์นะนนท์ หายไปไหนเนี่ย”
เตือนใจเดินออกมาเห็นติรกายังพยายามกดโทรศัพท์อยู่
“โทรไปถามพชรหรือยังล่ะ”
“ถามแล้วค่ะแม่ คุณระบอกว่านนท์ไม่ได้เข้าไปที่รีสอร์ตคุณแก้ว คุณระโทรตามก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”
“เอ..ตานนท์ไม่เคยเหลวไหลแบบนี้นี่”
“นั่นสิคะ หนูชักเป็นห่วงแล้วนะเนี่ย มัทก็อีกคนหายไปไหนก็ไม่โทรบอก”
ติรกาพูดยังไม่ทันขาดคำ รถของมัทรีก็แล่นเข้ามาจอดเอี๊ยด!จนติรกากับเตือนใจตกใจ มัทรีก็ยังนั่งนิ่งบนรถไม่ลงมาสักที ติรกาเป็นห่วงเดินไปที่รถมัทรี แล้วเคาะที่กระจกรถเรียก
“มัท...ยัยมัท..เป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีเปิดประตูลงมาจากรถ พอเห็นติรกากับเตือนใจเข้ามารุมก็อึ้งไป
“มัท..ร้องไห้ทำไมลูก”
มัทรีหมดความอดทนกอดติรการ้องไห้ไม่หยุดจนติรกากับเตือนใจตกใจ
“ยัยมัท..เกิดอะไรขึ้น”
มัทรีไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ติรกากับเตือนใจสบตากันอย่างกังวลว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ

ติรกาโอบมัทรีไว้อย่างปลอบโยน เตือนใจจับมือมัทรี
“ใจเย็น ๆนะมัท มันอาจไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดก็ได้”
“แต่พี่รบโกหกมัทนะคะแม่ โกหกว่าไม่รู้จักวริษรา แล้วคืนนี้พี่รบก็โกหกมัทอีกว่าอยู่บ้านทั้งที่มัทเห็นกับตาว่าเขาอยู่ที่ห้องของวริษรา มัทเจ็บค่ะแม่”
“ตารบอาจจะมีเหตุผลที่ต้องโกหกก็ได้นะลูก ทำไมมัทไม่ถามตารบล่ะว่าเพราะอะไร” เตือนใจบอก
“แต่ว่ามัท”
“ยัยมัท..ผู้หญิงคนนั้นคือคนอื่น แต่ตารบคือคนที่มัทจะแต่งงานจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไม่ใช่เหรอลูก”
มัทรีมองติรกา
“ลองให้โอกาสวันรบอีกสักครั้งไหม ถามเขาหรือทำยังไงก็ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเขานอกใจมัทจริงหรือเปล่า ถ้าได้ผลลัพธ์แล้วค่อยตัดสินใจอีกที”
มัทรีเกิดความลังเลใจ
“มัทรู้ดีที่สุดว่าตารบเป็นคนยังไง มัทเชื่อไหมว่าตารบทำแบบนั้น” เตือนใจถาม
“มัทไม่เคยเชื่อจนกระทั่งมัทเห็น”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
“มัทยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะยายว่าเขาจะใจร้ายกับมัทแบบนี้”
“ลองดูสิลูก ให้มันรู้ไปเลยว่าเราดูคนผิดหรือเปล่า” เตือนใจบอก
มัทรีคิดตามที่เตือนใจพูด

ภายในห้องนอน มัทรีเดินดูรูปของมัทรีกับวันรบ ตั้งแต่อดีตในชุดนักศึกษาที่ถ่ายด้วยกันอบบตลก ๆ ภาพวันหมั้น ภาพหวานๆในวันวานซ้อนเข้ามาในความคิด มัทรีร้องไห้อย่างสับสนไม่รู้ควรจะทำยังไงดี จนถึงภาพวันรบที่เอาเงินสิบล้านบุกเข้ามาพยายามจะขอหมั้นมัทรีให้ได้ มัทรีนึกถึงคำพูดของเตือนใจ
“มัทรู้ดีที่สุดว่าตารบเป็นคนยังไง มัทเชื่อไหมว่าตารบทำแบบนั้น”
มัทรีคิดๆแล้วตัดสินใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น ติรกานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เตือนใจเดินเข้ามาวางแก้วน้ำส้มคั้นให้ติรกา
“ยัยมัทล่ะ” เตือนใจถามด้วยความเป็นห่วง
“ยังไม่ลงมาเลยค่ะ เมื่อกี้หนูไปเคาะห้อง แกอาบน้ำอยู่”
เตือนใจ ถอนหายใจอย่างกลุ้มๆ
“แล้วนี่ตานนท์กลับมาหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ แล้วก็ยังติดต่อไม่ได้ด้วย”
พุทราโผล่เข้ามาพอดี
“ซุบซิบอะไรกันคะ” พุทราพูดด้วยความอยากรู้
เตือนใจ ตาขวางใส่ทันที
“เจ้านายจะคุยกันใช่เรื่องที่ต้องรู้ไหม”
“ค่ะ”
เตือนใจ ง้างมือจะเขกกระโหลก พุทรารีบหลบ
“อุ้ย..ไม่รู้ก็ได้ค่า”
มัทรีเดินลงมาจากข้างบน สีหน้าดูเป็นปกติ
“หิวจังเลยค่ะแม่ มีอะไรทานบ้างคะ”
“มัทจะทานอะไรล่ะ เดี๋ยวยายจัดให้” เตือนใจบอก
“อะไรก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นฝีมือยาย มัทฟาดเรียบ”
วันรบเข้ามาพอดีตามที่นัดหมายกับมัทรีไว้เมื่อคืน
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณแม่ คุณยายสวัสดีครับ”
ติรกากับเตือนใจรับไหว้ พลางมองไปทางมัทรีที่ยิ้มแจ่มใสอยู่
“พี่รบ...จะทานอะไรดีคะ คุณยายจะจัดให้”
“อะไรก็ได้ครับ ถ้าเป็นฝีมือคุณยาย ผมฟาดเรียบ”
“แหม คุณนนท์พูดเหมือนกับที่คุณมัทพูดเมื่อกี้เปี๊ยบ สมกับเป็นคู่ใกล้แต่งงานเลยนะคะ ใจตรงกัน” พุทราแซวขึ้นทันที
มัทรีนิ่งเงียบไปจนวันรบกับพุทราแปลกใจ ติรกากับเตือนใจมองหน้ากัน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” วันรบถามขึ้น
“ไม่มีค่ะ พี่รบคะ พามัทไปที่รีสอร์ตคุณแก้วหน่อยสิคะ มัทอยากไปเช็คงานนิดหน่อยน่ะค่ะ เพื่อความเรียบร้อย”
“ได้สิ ทานเสร็จแล้วค่อยไปนะ”
“ค่ะ พี่รบรอแป๊บเดียวนะคะ เดี๋ยวมัทไปคั้นน้ำส้มให้”
“จ๊ะ”
มัทรีเดินเข้าไปด้านใน ติรกากับเตือนใจรีบตามไป วันรบกับพุทรามองตามอย่างงงๆ
“เขามีอะไรกันเหรอครับ”
“เรื่องเจ้านาย พุทราไม่ทราบจริงๆ ค่า”

มัทรีเข้ามาที่มุมหนึ่งของห้องครัว หยิบส้มมาคั้นอย่างรุนแรง ติรกากับเตือนใจตามเข้ามา
“มัท”
“คะแม่”
“มัทตัดสินใจยังไงเรื่องวันรบน่ะ”
มัทรีมองเตือนใจกับติรกาด้วยท่าทีเข้มแข็ง
“มัทจะให้โอกาสพี่รบอีกครั้งค่ะแม่ มัทจะพาพี่รบไปถามต่อหน้าวริษราเลยว่าจริงไหม”
“แต่แม่ว่า”
“มัทควรจะรู้ไม่ใช่เหรอคะว่ามัทดูคนผิดหรือเปล่า” มัทรีพูดแทรกขึ้น
เตือนใจมองมัทรีที่หยิบส้มมาคั้นๆๆ อย่างพยายามสะกดอารมณ์ เตือนใจจับมือมัทรีให้หยุด แล้วเทน้ำส้มที่มัทรีคั้นยื่นให้มัทรีจิบ มัทรีสงสัย
“ชิมดูสิ”
ทันทีที่มัทรีชิมน้ำส้มที่ตัวเองคั้นก็หน้าเสีย
“มันขมจังเลยค่ะยาย”
เตือนใจหยิบส้มลูกเดียวกับที่มัทรีมาคั้นอย่างใจเย็น แล้วเทให้มัทรีชิม
“ชิมใหม่สิ”
มัทรีชิมส้มที่เตือนใจคั้น
“ ลูกเดียวกันทำไมซีกนี้ถึงไม่ขมล่ะคะ”
เตือนใจหยิบกากส้มที่คั้นของมัทรีกับของเตือนใจขึ้นมาเทียบให้มัทรีดู
“มัทเห็นไหมว่าซีกที่มัทคั้นกับซีกที่ยายคั้นต่างกันตรงไหน”
มัทรีมองกากส้มอย่างพิจารณา
“ของมัท ทั้งช้ำทั้งเละ แล้วก็เนื้อส้มเหลือทิ้งเยอะเลยค่ะ แต่ของคุณยายเนื้อวนไปทางเดียว เหลือแต่กากไม่มีเนื้อให้คั้นอีกแล้วค่ะ”
“ก็เราน่ะทั้งกดทั้งบี้จนส้มมันเละ น้ำในเปลือกลงไปผสมก็ขมน่ะสิ มันต้องค่อย ๆ ใช้จังหวะวางกดเล็กน้อย แล้วบิดด้วยแรงสม่ำเสมอ กับตารบก็เหมือนกัน”
“มันเกี่ยวอะไรกับวันรบด้วยคะแม่”
“ก็ถ้าคิดจะเอาความจริงด้วยการบีบให้มั่นคั้นให้ตาย มัทได้ความจริง แต่ความรู้สึกของตารบจะเละและขมเหมือนน้ำส้มแก้วนั้น แต่ถ้ามัทใช้สมอง วางแผนถามไม่ให้รู้ตัว มัทอาจจะได้ความจริง แต่ความรู้สึกของตารบจะยังคงหวานเหมือนน้ำส้มแก้วนี้” เตือนใจอธิบาย
“แต่มัทกลัวว่าพี่รบจะโกหก”
“มัทอย่าลืมนะลูก..ว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นมันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ ถ้ามันไม่จริงเท่ากับมัทระแวงและไม่ไว้ใจตารบ ความรู้สึกของตารบที่เสียไปมัทก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้นะลูก คิดให้ดี”
เตือนใจยื่นมือหยิบแก้วที่ขมให้มัทรีกิน
“รู้รสชาติมันแล้วก็เลือกเอานะว่าจะทำแบบไหน”
มัทรีชิมแก้วที่ขมอีกแล้วทำหน้ายี้เพราะขมมาก มัทรีวางแก้วน้ำส้มคู่กัน เตือนใจกับติรกามองมัทรีอย่างหวังว่าจะคิดได้ มัทรีมองน้ำส้มทั้งสองอย่างตัดสินใจ









Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:33:10 น.
Counter : 165 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 12



ติรกาจัดงานจดทะเบียนสมรสอย่างเรียบง่ายเป็นกันเองที่บ้าน โดยเชิญแขกที่สนิทสนมมาร่วมงานเพียงไม่กี่คน วันรบช่วยจัดเสื้อผ้าของรชานนท์ให้เข้าที่ เตรียมพร้อม
“วันนี้ป๋าเป็นเจ้าบ่าวที่หล่อลาก”
รชานนท์เบิ๊ดหัววันรบ
“พอเลย แกอย่ามาสอพลอโปรดักชั่นกับฉัน ยังไงฉันก็ไม่ลดค่าสินสอดให้แก”
“เขี้ยวว่ะ ป๋า นี่น้องร่วมกินร่วมเที่ยวกันมานะ คิดบ้างป๋า คิดๆ”
“เรื่องเงินไม่มีพี่มีน้อง ต้องเคลียร์กับแม่ยายแกเอง”
วันรบทำหน้าผิดหวังแล้วพยายามอ้อนต่อ แต่รชานนท์เมินไม่สนใจ พชรกับนลินีสะกิดกันขำวันรบกับรชานนท์
“พี่น้องรัก เริ่มหักเหลี่ยมโหดกันแล้ว” พชรว่า
เตือนใจมองนาฬิกาเรือนหรูที่ตั้งโชว์บริเวณนั้น ก่อนหันไปถามพุทรา
“แม่ติยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ”
เสียงมัทรีดังขึ้นมาพอดี
“เจ้าสาวมาแล้วค่ะ”
มัทรีพาติรกาในชุดไทย สวยงาม สง่ามากเข้ามาในบริเวณจัดงาน รชานนท์หันไปเห็นแล้วถึงกับอึ้ง ตะลึงในความสวยของติรกา จนวันรบต้องแกล้งโบกมือผ่านหน้ารชานนท์
“โลกเรียกป๋านนท์ ได้ยินแล้วตอบด้วย”
รชานนท์ใช้มือดันหน้าวันรบหลบทาง แล้วเดินตรงเข้าไปหาติรกา
“แม่สวยไหมคะพ่อ”
“เอ..ตอนเลือกชุดมันสีครีมไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกลายเป็นชมพูล่ะ”
ทุกคนงงมองไปที่ชุดของติรกาที่สวมอยู่ ชุดไทยสีครีมชัดๆ
“แม่ก็ใส่ชุดสีครีมนี่คะพ่อ”
“สีชมพู”
“ตาบอดสีหรือไงวะ สีครีมชัดๆ” พชรบอก
รชานนท์ตกใจแล้วนึกขึ้นได้
“จริงเหรอครับ นี่ตาผมเป็นอะไรเนี่ย อ๋อ..คงเป็นเพราะความรักที่ทำให้ผมตาบอด”
รชานนท์จับมือติรกามาจูบเบาๆ ทุกคนร้อง “ฮิ้ว” ขึ้น
“เน่าได้อีกอ่ะค่ะคุณนนท์” พุทราว่า
ติรกายิ้มแล้วเอามือจับที่หน้าอกที่เจ็บแปล๊บแล้วร้อง “ โอ้ย”
ทุกคนตกใจ
“คุณแม่เป็นอะไรคะ”
“เจ็บอกนิดหน่อย”
“เจ็บอก เจ็บได้ยังไง” รชานนท์ถาม
“ก็คุณน่ะสิ เล่นมาวิ่งในหัวใจฉันตลอดเวลา”
ทุกคนร้อง “ฮิ้ว” แบบลากเสียงยาว...
“อืม..สมเป็นลูกสาวลูกเขยแม่จริงๆ” เตือนใจบอก
“น้ำเน่าน่ะเหรอคะ” พุทราพูดสอดอีก
“น่ารักย่ะ”
จังหวะนั้น รปภ.แจ่มเดินเข้ามารายงานติรกา
“นายอำเภอมาถึงแล้วครับ”
รชานนท์กับติรกาหันมายิ้มให้กันอย่างรอเวลาสำคัญ
เตือนใจ พูดกับพุทรา
“เวลาสำคัญ เตรียมการป้องกัน”
“รับทราบค่ะ ... ตาแจ่ม”
พุทรากับรปภ.แจ่มรู้หน้าที่รีบออกไปทันที

-
เป็นไปตามที่เตือนใจคาดไว้ไม่ผิด รถของสมภพแล่นเข้ามาจะบ้านของติรกาแต่เห็นประตูรั้วปิดอยู่ สมภพบีบแตรลั่นให้เปิดประตู
“เปิดสิโว้ย”
“อาจีบยังไง ผู้หญิงเขาจะแต่งงานเพิ่งรู้วันเขาแต่งเนี่ย” ธงฉานว่า
“แล้วแกจีบลูกสาวเขายังไงถึงไม่รู้ว่าแม่เขาจะแต่งงานใหม่ ไอ้ง่าว เปิดสิโว้ย”
สมภพกดแตรซ้ำๆๆ อย่างใจร้อน
“มันไม่เปิดเราก็ลุยเข้าไปเลยสิอา”
“เอางั้นเหรอ”
“ไม่งั้นก็ชวด ใช้หนี้บานหัวโต เผลอๆ ติดคุกเอาป่ะ”
“งั้นลุย”
สมภพกับธงฉานลงมาจากรถเดินเข้าไปจะเปิดประตูรั้ว แต่จู่ ๆ ประตูก็เปิดเอง
“ก็แค่เนี้ย”
สมภพชะงักหยุดกึกทันที เมื่อเห็นรปภ.แจ่มกับพุทราจูงหมาตัวใหญ่ ดุ คนละตัว
“วันนี้เรามีงานมงคล ไม่รับแขก” พุทราพูดขึ้น
“ฉันเนี่ยนะ แขก ถอยไป ไอ้แจ่ม ถอยไปแล้วฉันจะทิปให้หนัก”
พุทราหันขวับมองรปภ.แจ่ม รปภ.แจ่มสะดุ้งรีบไล่สมภพ น้ำเสียงย้ำเน้น ชัดถ้อยชัดคำ
“ผม..ว่า..คุณ...กลับ...ไป..เถอะ..ครับ...เดี๋ยว..จะ..เหนื่อย..”
“โอ้ย..ฟังแกนี่แหล่ะเหนื่อย ถอยไปถ้าพวกแกไม่อยากโดนอัดจนเหนื่อย ไป๊”
สมภพกับธงฉานจะเดินเข้าบ้านติรกาอย่างไม่เกรงกลัว เสียงขู่จากหมาสองตัวดังขึ้น ธงฉานกับสมภพถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
“กรุณากลับไป”
“อย่าหือกับฉันดีกว่า”
เสียงขู่ของหมาดังขึ้นอีก ธงฉานเริ่มเหงื่อแตก
“อย่าเล้ย” ธงฉานบอก
“ฉันบอกให้ถอย” สมภพบบอก
“ผม..เตือน..คุณ...แล้ว”
พุทราหยิบนกหวีดเป่าปรี๊ด... หมาสองตัวพุ่งเข้าหาธงฉานกับสมภพทันที ธงฉานกับสมภพกลับหลังหันวิ่งหนีเต็มฝีเท้าจนลืมขึ้นรถตัวเองไปเลย รปภ.แจ่มมองตามแล้วบอก
“เหนื่อย...แทน”
พุทราหันมาบอก รปภ.แจ่ม
“ถ้ารับสินบนอีก ฉันจะฟ้องคุณเตือน รู้ใช่ไหมว่า..ตายแน่”
“ไม่กล้าแล้วครับ”
“ปิดประตูซะ”
พุทราเดินกลับเข้าไปในบ้าน รปภ.แจ่มรีบปิดประตูทันที

ภายในโถงของบ้าน รชานนท์และติรกาจดทะเบียนต่อหน้านายอำเภอ และทุกคนที่มาเป็นสักขีพยาน มัทรีกับวันรบกุมมือกันมองติรกากับรชานนท์ด้วยความตื่นเต้น
นายอำเภอเซ็นรับรองการจดทะเบียน ก่อนประกาศ
“ต่อไปนี้... คุณรชานนท์กับคุณติรกา เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วครับ” นายอำเภอกล่าว
“ขอให้ลูกทั้งสองรักและถนอมน้ำใจกันตลอดไปนะลูก” เตือนใจอวยพรให้คู่บ่าวสาว
ติรกากับรชานนท์ก้มกราบเตือนใจด้วยความตื้นตัน ดีใจ
“ขออวยพรให้คู่บ่าวสาว รักและซื่อสัตย์ต่อกันตลอดไป” กำนันเรืองบอก
“ขอบคุณกำนันมากค่ะ” ติรกาพูด
ติรกากับรชานนท์ยกมือไหว้ขอบคุณกำนันเรือง
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวจุ๊บโชว์โนเซ็นเซอร์หน่อยเร้ว”
พชรพูดขึ้น ทุกคนส่งเสียงและปรบมือเชียร์
รชานนท์กำลังจะจูบติรกา แต่กลับถูกติรกาหันมาหอมแก้มรชานนท์ก่อน กองเชียร์เฮลั่น
“เจ้าบ่าวเสียจูบก่อนอย่างนี้ เห็นทีจะเสียอิสรภาพในอนาคต” พชรแซว
“ไม่ดีเหรอคะ” นลินีถามพชร
“ดีจ้ะเมียจ๋า สามีเชื่อฟังภรรยาแล้วเจริญทุกคน”
พชรพูดพลางบีบนวดเอาอกเอาใจนลินี
“ในที่สุด มัทก็มีพ่อกับแม่อยู่กันพร้อมหน้า” มัทรีพูดแล้วน้ำตาซึม
“มัทจะมีพ่อกับแม่ตลอดไป” รชานนท์บอก
รชานนท์ดึงตัวมัทรีไปกอดพร้อมกับติรกา เป็นภาพครอบครัวที่ดูอบอุ่นแสนสุขสำหรับทุกคน พุทราทำท่าจะร้องไห้ เตือนใจรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ พุทราตื่นเต้นรีบรับไว้
“คุณเตือนใจช่างรู้ใจพุทรา”
“หล่อนอิน แต่ฉันชิน”
ทุกคนขำพุทรา บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข

ภายในห้องนอนของติรกา บนเตียงถูกจัดเรียงด้วยดอกกุหลาบเป็นรูปหัวใจ รชานนท์กับติรกาคล้องพวงมาลัยแต่งงานนั่งอยู่ที่หน้าเตียง โดยมีเตือนใจนั่งบนเตียงให้พร
“กว่าจะได้เป็นครอบครัวก็ยากสาหัส แต่ที่ยากกว่าคือการรักษาเอาไว้ เชื่อใจและให้เกียรติกันและกันนะลูก”
เตือนใจลุกออกไป นลินีกับพชรเข้ามานั่งแทน นลินีถึงกับร้องไห้ รชานนท์และติรกามองนลินีอย่างอึ้งๆ
“นี่คืนแต่งงานผมนะพี่”
“พี่ตื้นตัน คิดว่าจะไม่ได้เห็นนนท์มีครอบครัวซะแล้ว ติรกา..พี่ฝากน้องชายพี่ด้วยนะ นนท์รักเธอมากจริงๆ”
ติรกาหันมองรชานนท์ สองคนยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น
“มีลูกหัวปีท้ายปีเลยนะไอ้นนท์” พชรบอก
“แน่นอนอยู่แล้ว”
พชรกับรชานนท์ยิ้มสนุก นลินีตีพชรแล้วบอก
“พูดอะไรเกรงใจน้องสะใภ้ฉันมั่ง แล้วอย่าให้รู้นะว่าชวนตานนท์ไปเที่ยว ฉันเอาตายแน่”
“จริงค่ะ มัดตราสังข์รวม เผาหมู่เลยล่ะ นายด้วย” ติรกาพูดแล้วหันไปตบท้ายที่วันรบ
รชานนท์กับพชรมองหน้ากันอย่างสยองขวัญ
“พอแล้วๆ คืนมงคลนะวันนี้” เตือนใจบอก
“พี่ไปก่อนนะ”
เตือนใจ นลินี พชรเดินออกจากห้องไป

พุทราครวญเพลงอยู่คนเดียวในห้องรับแขก
“ก็เพราะเวลาฉันรักรักจริง มันมาไม่นิ่งเอาตอนเธอมาทิ้งไปคนมันรักมากมันก็เลยเสียดาย มันปวดใจจะบอกใครก็ไม่ช่วย เพราะรักเองเจ็บเองก็อยู่อย่างคนไม่มีแฟนจะหาใครมาแทน ก็กลัวว่าเขาจะมาซ้ำก็เดี๋ยวนี้คนน่ะใจดำเลยคบกันเที่ยวแบบขำขำ ก็เจ็บประจำ ก็เลยต้องอยู่คนเดียว”
วันรบเข้ามาตามหามัทรีก็เจอกับพุทราที่โยกอย่างอินมากเกือบล้ม วันรบต้องรับไว้ พุทราอยู่ในอ้อมแขนวันรบ อดไม่ได้ที่จะหาเศษหาเลยด้วยการซุกไซ้ วันรบดันหัวออก จ้องพุทราที่ยังทำท่าซุกไซ้ไม่เลิก
“ถ้าไม่หยุด ฟ้องคุณยายนะครับ”
พุทราทำเป็นได้สติขึ้นมาทันที
“อ้าวคุณรบนี่เอง นึกว่าผู้ชายที่ไหนตกค้างอยู่”
“มัทอยู่ไหนครับ”
“ห้องส่งตัวน่ะค่ะ”
วันรบเดินออกจากห้องรับแขก พุทราหน้าเซ็งขึ้นมาทันที
“ก็เลยต้องอยู่คนเดียวว” พุทราครวญเพลงประโยคสุดท้ายด้วยความรู้สึกแค้น

ภายในห้องหอ ติรกาขึ้นมานั่งบนเตียง รชานนท์ช่วยถอดพวงมาลัยออก
“เหนื่อยมั้ย”
“ค่ะ ครั้งที่แล้วไม่เหนื่อยขนาดนี้”
ติรกาพูดแล้วก็ชะงักไป ทำเอารชานนท์พลอยอึ้งไปด้วย
“กระแต”
ติรการู้ว่าตอบพลาดไป
“คงเพราะวันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเรามั้งคะ ฉันมีความสุขที่สุดเลย”
ติรกาเงยหน้ายิ้มให้รชานนท์ รชานนท์ยื่นหน้าเข้าหาติรกาในระยะเกือบจะประชิดปาก ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิด ผัวะ !!
“แม่ขา”
รชานนท์กับติรกาผละออกจากกันอย่างตกใจ
“ยัยมัท” รชานนท์ร้องขึ้น
“ตกใจหมดเลยลูก” ติรกาบอก
มัทรีเข้ามานั่งที่พื้นตรงหน้ารชานนท์กับติรกา
“มัทมีของขวัญจะให้ป๋ากับแม่ค่ะ”
มัทรีหยิบพวงกุญแจตุ๊กตาพ่อแม่ลูกสองคนจับมือกันขึ้นมาสองพวง มัทรียื่นให้รชานนท์กับติรกาคนละพวง
“อันนี้ของป๋า อันนี้ของแม่..เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเหมือนตุ๊กตาครอบครัวนี้นะคะ มัทรักป๋า รักแม่”
มัทรีหอมแก้มรชานนท์กับติรกา แล้วจับมือรชานนท์กับติรกาวางทับกัน
“ขอให้ป๋ากับแม่มีความสุขตลอดไป”
รชานนท์กับติรกาลูบหัวมัทรีอย่างเอ็นดู
“คืนนี้มัทขออะไรอย่างได้ไหมคะ”
“อะไรเหรอลูก” รชานนท์ถาม
“ขอมัทนอนกับป๋ากับแม่ได้ไหมคะ”
“แต่” รชานนท์อ้ำอึ้ง
มัทรีส่งสายตาอ้อนสุดชีวิต
“พ่อคะ..พ่อรักมัทไหม”
รชานนท์จนแต้ม
“ผม...เอ่อ...พ่อ...ก็ได้...”
“ไชโย มัทรักป๋าที่สุดเลย”
มัทรีรีบกระโดดขึ้นไปบนเตียงแล้วดึงผ้ามาคลุมตัวแล้วบอก
“เตียงนิ๊ม..นิ่ม”
รชานนท์ยิ้มเจื่อนๆ ขณะที่ติรกามองแล้วยิ้มขำ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น วันรบเดินเข้ามา
“มัท...อย่าแกล้งป๋าอีกเลย ลงไปคาราโอเกะกับคุณยายกันดีกว่านะ”
มัทรีลุกขึ้นแล้วทำหน้าเซ็ง
“โหย..พี่รบ..มัทกำลังสนุกเลย”
“นี่แกล้งพ่อเหรอ”
“แหม..ป๋าก็...มัทรู้หรอกน่าว่าป๋าอยากอยู่กับแม่สองต่อสองใจจะขาด อ้อ..มัทไม่นอนก็ได้แต่มัทมีอีกเรื่องจะขอ..ป๋ากับแม่เห็นไหมคะว่าตุ๊กตาแต่ละพวงมีสี่คน คนนี้พ่อ คนนี้แม่ คนนี้มัท”
ติรกาชี้ตุ๊กตาตัวที่เล็กที่สุด แล้วถาม
“แล้วคนนี้ล่ะ”
มัทรีจับมือรชานนท์กับติรกา
“พ่อขา..แม่ขา มัทอยากมีน้อง...แฝด”
“หะ” ติรกาตกใจ
มัทรีหันไปกอดประจบรชานนท์
“ป๋าจัดให้มัทด้วยนะคะ”
“เชื่อมือพ่อเถอะ”
“เดี๋ยวๆ ไม่ถามฉันกันหน่อยหรือว่าฉันไหวไหม” ติรกาแย้ง
รชานนท์กับมัทรีพูดพร้อมกันแบบกวนๆ
“ไหวชัวร์”
“ไม่ได้....ขอประท้วง”
รชานนท์เข้ากอดติรกาไว้ มัทรีรีบวิ่งไปหาวันรบ
“สู้ๆ นะคะป๋า”
รชานนท์มองไปทางมัทรีกับวันรบ วันรบยกนิ้วให้ รชานนท์ชูสองนิ้ว
“สู้ตาย”
มัทรีกับวันรบรีบปิดประตูทันที

มัทรีปิดประตูห้องติรกาเรียบร้อยแล้ว หันมาเจอวันรบที่มองอยู่ วันรบจับหัวมัทรีโยกเบาๆ
“ร้ายนักน่ะเราน่ะ”
“ร้ายแล้วรักป่ะ”
“ ร้ายก็รัก..โอเคมะ”
มัทรีไม่ตอบแต่หอมแก้มแทน วันรบถึงกับเคลิ้มแล้วลูบแก้มไปมา
“โอป่ะ”
“โอมาก”
มัทรีหอมแก้อีกที
“โอป่ะ”
“โอมาก...มากก ไปเถอะ”
“ ไปไหนคะ”
“ไปร้องคาราโอเกะไง นี่คิดอะไรเนี่ยทะลึ่ง”
“ว้า..ว่าจะยอมสักหน่อย”
วันรบหันสองจังหวะไปหามัทรี ไม่อยากเชื่อ
“มัทว่าไงนะ”
มัทรีดึงจมูกวันรบ
“ยอมให้รอถึงคืนแต่งงานไงคะ ไปร้องคาราโอเกะกันดีกว่าค่ะ”
มัทรีรีบเดินนำไป วันรบจับจมูกมองตามด้วยรอยยิ้ม

ภายในห้องหอ รชานนท์กอดรวบติรกาไว้ให้หยุดโวยวาย
“ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ”
“กระแตจะขัดใจลูกเหรอ..ไม่กลัวลูกมัทกลายเป็นเด็กมีปัญหา หนีออกจากบ้านประชดชีวิตเหรอ”
“เพ้อเจ้อ..หาข้ออ้างเอาเปรียบฉันชัดๆ”
รชานนท์อาคางเกยที่ซอกคอของติรกา
“ผมกำลังขอความเห็นใจต่างหาก..ตั้งแต่คุณออกจากโรงพยาบาล ผมนอนไม่หลับทุกคืนเลยรู้ไหม”
“ทำไมคะ”
“ก็ผู้หญิงที่สวยสวย นอนข้างๆ ผมทุกคืน แต่ผมได้แต่นอนเฉยๆ มันมันทรมานมาก รู้ไหม”
ติรกามองหน้ารชานนท์
“แต่ผมก็พยายามอดทน เพราะผมอยากรอให้ถึงคืนนี้ คืนที่คุณจำทุกอย่างได้และยอมรับในความรักของผม กระแต..วันนี้เราแต่งงานกันแล้ว ผมไม่อยากมีความลับกับคุณ แต่ถ้าผมบอก..คุณไม่โกรธผมได้ไหม”
“ต้องพิจารณาก่อนว่าอภัยได้ไหม”
“เรื่องโจรที่จับผมกับคุณไปน่ะ ความจริง...”
ติรกาเริ่มรู้ทัน
“อย่าบอกนะว่าเป็นแผนของคุณ”
“ของพี่ระต่างหาก แต่มันก็ทำให้เราเข้าใจกันไม่ใช่เหรอ ผมทำเพราะอยากให้เราดีกัน อภัยให้ผมเถอะนะ”
ติรกาแกล้งทำหน้าเหวี่ยงใส่รชานนท์
“คุณน่ะ..จะง้อฉันทำไมต้องมีแผนด้วยนะ”
ติรกาแอบมองเห็นรชานนท์หน้าเสียก็ฟอร์มใส่ทันที
“ฉันอภัยให้ก็ได้”
“จริงนะ” รชานนท์ยิ้มดีใจ
“ความลับของคุณหมดหรือยัง”
“หมดแล้ว”
ติรกาเสียงอ่อน อ้อนเล็กๆ
“งั้นตาฉันบ้าง แต่คุณห้ามโกรธฉันนะ”
“อะไรครับ” รชานนท์เริ่มระวังตัว
“ความจริง ฉัน...จำทุกอย่างได้ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้วล่ะค่ะ”
รชานนท์ตกใจจับติรกาหันมาเผชิญหน้า
“งั้นแสดงว่า..ที่คุณให้ผมมาอยู่ที่นี่ด้วย”
“ฉันแกล้งความจำเสื่อม..ฉันอยากรู้ว่าคุณจริงใจกับฉันหรือเปล่า ฉันขอโทษนะ”
รชานนท์แกล้งทำหัวเสียหนักกว่า
“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะทำกับผมแบบนี้”
“นนท์คะ”
“คุณรู้ไหมกระแต ว่าผมต้องอดทนขนาดไหนที่จะไม่ทำกับคุณแบบนี้”
รชานนท์คว้าตัวติรกาลงบนเตียง ติรกาอยู่ภายใต้ตัวรชานนท์ที่พลิกขึ้นมาคร่อมตัวติรกาไว้ รชานนท์ยิ้มเจ้าเล่ห์
“ผมจะต้องทำโทษคุณแล้วล่ะ”
รชานนท์ค่อย ๆ ก้มลงมาจะจูบติรกา มือรชานนท์เข้าสอดจับมือติรกาไว้ มือของทั้งคู่ประสานกันอย่างอ่อนโยน

เช้าวันใหม่ ติรกายังนอนหลับอยู่บนเตียง เสียงนกร้องเบาๆ รับยามเช้า ติรกาค่อย ๆ ขยับตัวรู้สึกตัวตื่นพลิกตัวมาสัมผัสกับมือและอกอุ่นๆ ติรกาลืมตามอง รชานนท์นอนมองติรกาอยู่ รชานนท์ยิ้มๆ
“อรุณสวัสดิ์”
ติรกาเสียงงัวเงีย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ..กี่โมงแล้วคะเนี่ย”
“แปดโมงแล้วครับ”
ติรกาเสียงงึมงำแล้วนึกได้
“ แปดโมง..แปดโมง สายแล้ว”
ติรกาจะลุกพรวด แต่รชานนท์คว้าตัวมากอดไว้
“วันนี้หยุดสักวันเถอะน่านะ..จะได้มีเวลาฮันนีมูนไง”
“นนท์คะ”
รชานนท์ไม่ฟังเสียงดึงติรกาลงบนเตียง

ในเวลาต่อมา รชานนท์กับติรกาเดินลงมา เจอเตือนใจกับพุทราอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่”
“นี่มันเที่ยงกว่าแล้วนะคะคุณนนท์ คงต้องกู๊ดอัฟเตอร์นูนแล้วล่ะค่ะ” พุทราบอก
“แม่พุทรา แซวลูกเขยฉันให้มันน้อย ๆ หน่อย ตั้งโต๊ะได้แล้ว”
“ค่า”
“นั่งสิ กินข้าว”
รชานนท์กับติรกานั่งบนโต๊ะ พุทราเอาแก้วใสมาวางตรงหน้ารชานนท์แล้วตอกไข่ลวกใส่ต่อหน้าถึงสามฟองทันที เตือนใจเลื่อนเครื่องปรุงซอส เกลือ พริกไทยให้แล้วยิ้มแซว
“สักหน่อยนะ ท่าจะกรำศึกน่าดู”
ติรกาเขินทำหน้าไม่ถูก
“คุณแม่”
“โอ๊ะ ๆ ของคุณติก็มีนะคะ”
พุทราวางแก้วนม ไข่ดาว และสลัดตรงหน้าติรกา
“เสริมโปรตีนกับแคลเซียมสักหน่อย เตรียมร่างกายไว้”
“คุณแม่คะ”
“แม่พุทราเอาข้าวต้มเบาๆ ให้ฉันสิ ฉันเป็นคนไม่ต้องใช้แรง”
“ค่า” พุทรายิ้มล้อเลียน
รชานนท์ได้แต่ยิ้มๆแล้วมองหน้าติรกา
“ขอบคุณครับคุณแม่ แล้วนี่มัทไปไหนล่ะครับ”

ตอนกลางวันของวันเดียวกัน มัทรีเดินคุยโทรศัพท์มือถือกับวันรบผ่านหูฟังอย่างเร่งรีบในรีสอร์ตของคุณแก้ว
“มัทอยู่ที่รีสอร์ตคุณแล้วแล้วนะคะ มัทรอพี่รบที่ล็อบบี้นะคะ”
วริษราหอบแฟ้มเอกสารเดินสวนมาและตั้งใจชนกับมัทรี จนเอกสารในแฟ้มตกกระจัดกระจาย
“ขอโทษค่ะ ให้ฉันช่วยนะคะ” มัทรีบอก
มัทรีรีบวางสายแล้วก้มลงช่วยวริษราเก็บเอกสารคืนใส่แฟ้ม
“ขอบคุณค่ะ”
วริษราเงยหน้าขึ้นมองมัทรีและแกล้งจำได้
“เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า”
มัทรีครุ่นคิด ยังไม่ทันตอบ วริษราก็พูดขึ้นมาด้วยความดีใจ
“ริษเจอคุณกับแฟนที่ร้านทำการ์ดแต่งงานไงคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอที่นี่”

วันนั้น วันรบได้ยินเสียงรู้สึกคุ้นๆ หันไปเห็นวริษรายิ้มให้ วันรบตกใจ
“เฮ้ย”
“มีอะไรเหรอคะพี่รบ! รู้จักกันเหรอคะ”
“เอ่อ”
“ไม่ค่ะ แต่..ฉันคุ้นหน้าคุณจัง เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่าคะ”
มัทรีหันขวับไปมองหน้าวันรบทันที วันรบรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ครับ... คุณคงจำคนผิด ...ไปกันเถอะครับ”
วันรบจูงมือมัทรีออกไปจากร้านทันที

มัทรีนึกออกแล้ว
“อ๋อ..ค่ะ มัทรับโปรเจ็คงานในรีสอร์ทนี้ค่ะ”
“ริษก็เพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานที่นี่เหมือนกัน”
“บังเอิญจังเลยค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักพี่มัทอีกครั้งนะคะ เรียกฉันว่าริษก็ได้”
วริษรายิ้มเจ้าเล่ห์ มัทรียิ้มรับด้วยความยินดี แต่ไม่ได้คิดอะไร
วันรบเดินเข้ามาเจอมัทรีกับวริษราพอดี วันรบถึงกับชะงักและตกใจ มัทรีหันไปเห็น
“รบคะ จำน้องริษคนที่เจอที่ร้านทำการ์ดได้มั้ย”
วันรบอึกอัก มองวริษราที่ตีหน้ายิ้มใสซื่อ
“เอ่อ ครับ”
“น้องริษเป็นพนักงานคนใหม่ของคุณแก้วค่ะ” มัทรีบอก
“ริษฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ทั้งสองด้วยนะคะ เผื่อมีโอกาสขอคำปรึกษาเรื่องงาน”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
วันรบนิ่งอึ้งถึงกับทำตัวไม่ถูก

วันรบเดินเหม่ออยู่มุมหนึ่งของรีสอร์ต จนมัทรีต้องเขย่าแขนวันรบเบา ๆ ระหว่างที่เดินมาด้วยกัน
“พี่รบคะ”
วันรบสะดุ้งรู้สึกตัว
“ว่าไงครับ”
“พี่รบไม่ได้ยินที่มัทพูดเลยเหรอ”
“เรื่องอะไรครับ”
มัทรีชักสีหน้างอนขึ้นมาทันทีจน วันรบต้องรีบง้อ
“อย่าเพิ่งงอนสิมัท ผมคิดเรื่องงานเพลินไปหน่อย”
“เยอะค่ะ ไม่หน่อย”
“ผมขอโทษ... ดีกันนะๆๆ”
วันรบเกี่ยวนิ้วก้อยมัทรีแล้วฮัมเพลง...โกรธกันแล้วในใจของเธอมีความสุขมั้ย...
มัทรีถึงกับอมยิ้มหายงอนทันที วันรบโอบเอวมัทรีเข้ามากอด
“คู่หมั้นผมน่ารักที่สุด เมื่อกี้มัทพูดเรื่องอะไรครับ”
“มัทบอกว่าน้องริษพนักงานต้อนรับคนใหม่ของคุณแก้ว เค้าน่ารัก พูดจาฉะฉานดีนะคะ”
วันรบฝืนยิ้มรับ ไม่ออกความเห็น จู่ๆ ก็มีเสียงข้อความในมือถือของวันรบดังขึ้น วันรบเอามือถือมาเปิดอ่าน “คิดถึงพี่รบนะคะ ...ริษ”
“ใครส่งข้อความมาคะ” มัทรีถาม
วันรบรีบเก็บมือถืออย่างรวดเร็วเพราะกลัวมัทรีเห็น วันรบรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ผู้รับเหมาเตือนเรื่องแบบพรุ่งนี้ เรารีบทานมื้อกลางวันแล้วไปหาป๋ากับพี่ระวางแผนเรื่องถ่ายรูปแต่งงานของเราดีกว่า”
“ดีค่ะ เตรียมไว้เนิ่นๆ มัทกลัวจะไม่ทันจังเลย อีกแค่อาทิตย์เดียวเอง”
“ไม่ต้องกลัวนะ มัทรีซุปเปอร์คู่หมั้นอยู่ทั้งคน ไม่ปล่อยให้มัทเหนื่อยแน่ๆ”
มัทรีเดินยิ้มไปกับวันรบ ขณะที่วริษราถือโทรศัพท์มือถือเดินออกมาจากมุมหนึ่ง มองตามทั้งสองไปด้วยสายตาริษยา

รชานนท์เข้ามาที่บ้านพักของพชรในรีสอร์ตในเวลาต่อมา เสียงพลุกระดาษดัง ปังๆๆ รชานนท์ตกใจ พชรกับวันรบปรบมือต้อนรับ
“ในที่สุดขุนศึกก็ได้ชัยชนะสักที”
“ยินดีด้วย”
มัทรีซึ่งอยู่ด้วยต้องกระแอมให้รู้สึกตัวกัน
“ลุงก็ล้อเล่นน่า จบเรื่องไอ้นนท์แล้วก็ถึงตา”
วันรบแทรกทันที
“ลูกเขย..บ้างแล้วครับ”
“ก็จะเอาไง” รชานนท์ถาม
“ถ่ายภาพชุดแต่งงาน บรรยากาศสวยๆที่รีสอร์ทคุณแก้วนี่ล่ะครับ พี่ระกับป๋าช่วยฝ่ายภาพ เดี๋ยวเสื้อผ้าแต่งหน้าทางคุณพุทราจะจัดการให้”
“รบกวนพ่อกับลุงระด้วยนะคะ”
“มีอยู่แค่ปัญหาเดียว” พชรพูดขึ้น
ทุกคนหันไปมอง
“เรียกพี่เหมือนเดิมได้ไหม..มันทำใจไม่ค่อยได้นะ”
“ยอมรับความจริงเถอะพี่ นี่ลูกผมนะ”
รชานนท์พูดแล้วโอบมัทรีไว้
“นะคะลุงระ”
“เออ ลุงก็ลุง ไหนๆ จ็อบรีสอร์ตคุณแก้วก็ปิดแล้ว พรุ่งนี้ก็ถ่ายเลยนะไอ้รบ”
“ได้ครับ ลุงระ”
พชรฉุนกึก
“ไอ้นี่! ฉันให้หลานมัทเรียกได้คนเดียวเว้ย”
“ครับ..ลุงระ ลุงระ ลุงระ ลุงระ”
พชรจะไล่เตะ วันรบรีบวิ่งหนี รชานนท์กับมัทรีมองตามหัวเราะอย่างมีความสุข

วันรบจูงมือมัทรีจะเดินไปที่รถในเวลาเย็น
“เดี๋ยวเราไปรับชุดแต่งงานแล้วไปหาอะไรทานกันนะ”
“ทานข้าวเย็นเดี๋ยวมัทก็อ้วนใส่ชุดไม่สวยสิคะ”
“ผมว่ามัทผอมไปด้วยซ้ำ ก่อนแต่งต้องบำรุงชุดใหญ่ซะแล้ว ไม่งั้นป๋าอาจจะเบี้ยวไม่ยอมยกมัทให้ผม ข้อหาดูแลมัทไม่ดี”
ทั้งมัทรีและวันรบเดินมาจนถึงสวนก็ต้องชะงัก สวนถูกจัดเป็นเสาช่อดอกไม้เก๋ๆ ประดับกระจายในสวน
“สวยจัง..พี่รบจัดสำหรับพรุ่งนี้เหรอค่ะ กะเซอร์ไพร์สมัทใช่ม๊า”
“เปล่านี่..ผมไม่รู้เรื่องนะ”
“อ้าว..แล้วใครจัดล่ะค่ะ”
“แก้วเองค่ะ”
คุณแก้วเดินเข้ามาพอดี
“ชอบไหมคะ พอคุณระบอกว่าคุณจะถ่ายรูปแต่งงานพรุ่งนี้ แก้วก็เลยสั่งจัดด่วนให้เป็นของขวัญแต่งงานให้คุณมัทกับคุณรบนะคะ”
“ขอบคุณนะคะคุณแก้ว สวยมากเลยค่ะ”
“ผมดีใจนะครับที่ทุกคนยินดีกับการเริ่มต้นครอบครัวของผมกับมัท”
วันรบมองมัทรี มัทรียิ้มปลื้ม วริษราที่แอบมองอยู่ข้างพุ่มดอกไม้ ในมือของวริษรากำดอกไม้สวยที่ใช้ประดับตกแต่งจนแหลกคามือ
“พี่รบเป็นของริษ ของริษคนเดียว”
วริษรามองด้วยสายตาของความริษยาและมุ่งมั่นที่จะต้องช่วงชิงวันรบมาให้ได้










Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:31:52 น.
Counter : 137 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]