All Blog
มรดกรักฉบับพันล้านวอน วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 อวสาน



 

 

 

“จะเป็นยังไง ฉันก็เป็นพนักงานเหมือนพวกเธอ กินเงินเดือนน่ะสิ แค่ชั่วคราว อยู่ที่สมองตรงนี้ทำไหวแค่ไหน ต่อไปเมื่อฉันวางมือ ส่วนนึงของจินเซ็งฟู๊ดส์อยู่ที่ตัวแทนพวกเธอร่วมออกเสียง ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานให้มาก เพื่อความเจริญก้าวหน้าของบริษัทเรา” จังซุกจา กล่าว จากนั้นพนักงานหลายคนปรบมือกันจนเสียงดัง

ซึงมีเปลี่ยนงานไปเป็นครูสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ส่วนปั๊กเซ็งฮีหันมาทำการค้าขาย

“แม่คะ เย็นนี้ทำอะไรกินคะ” ซึงมี ถาม

“ลูกอยากกินอะไรล่ะ แม่จะทำให้”

“เส้นบะหมี่ทำมือ แม่ว่าดีมั้ยคะ ไม่ดีกว่า ตีเส้นบะหมี่แม่เมื่อยมือ”

“แม่ทำให้ลูก ไม่รู้สึกเหนื่อย ลูกทำงาน เตรียมสอบเรียนต่อ เหนื่อยกว่าแม่”

“หนูไม่เหนื่อยค่ะ หนูชอบชีวิตแบบนี้” ซึงมี กล่าว

ยูฮัง พาอุนยู มานั่งที่ร้านอาหาร

“น้องชาย กินอะไร สั่งตามสบาย มาสองที่”

“เอ่อ...สตรอเบอรี่ น้ำส้ม” อุนยู สั่ง

“สตรอเบอรี่ กับกล้วยหอม” ยูฮัง กล่าว

“หือ...”

“น้องชาย สตรอเบอรี่อร่อย หรือกล้วยหอมอร่อย”

“สตรอเบอรี่...กล้วยหอม”

“อร่อยทั้งสองอย่าง น้องชาย มือถือพี่เขยเบอร์อะไร” ยูฮัง ถาม

“01092063695” อุนยู กล่าว

“เฮ้อ...ไม่ใช่เบอร์นั้น นายไปอเมริกาแล้ว”

“82 19 9229 3693”

“สุดยอดอัจฉริยะ”

“คนฉลาด” อุนยู กล่าว

“ฉลาด......น้องชายฉลาด งั้นบอกซิเมื่อไหร่ต้องโทรฯ หาพี่เขย” ยูฮัง กล่าว

“เวลาคิดถึงต้องโทรฯ”

“อะไรอีก” ยูฮัง ถาม

“ห้ามพี่สาวกินข้าวกับผู้ชายอื่น ห้ามหัวเราะ...82 19 9229 3693 ต้องโทรฯ หา”

“สุดยอด.........เฝ้าพี่สาวให้ดี” ยูฮัง สั่ง

“อึ่ม...”

“กินต่อ”

ยูฮัง เดินเข้าไปหาอุนซองที่กำลังเลือกซื้อของอยู่

“ดูนั่น เพลินเลยนะ” ยูฮัง กล่าว

“เพลินเลย” อุนยู กล่าว

“ไปเรียนนอกคนเดียว มีความสุขจริงนะ ให้ฉันรอรึ”

“ทำไมยืนอยู่นี่” อุนซอง ถาม

“จะอพยพรึ ซื้อของทุกวัน” ยูฮัง กล่าว

“เอาไปให้ได้มากที่สุด ประหยัดเงินนะ ...อุนยู เที่ยวกับพี่ชายสนุกมั้ย” อุนซอง ถาม

“พี่เขยซื้อให้” อุนยู กล่าว

“อีกรึ......ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่รึ”

“ไป น้องชาย คุณย่ารออยู่”

“ครับ”

“น้องชาย...ฮ่ะ...ฮ่ะ...ตลกจริง ๆ...” อุนซอง กล่าว

ยูฮัง พาอุนซองมาหาคุณย่า ก่อนที่จะไปเรียนต่อนอก

“คืนพรุ่งนี้แล้วสินะ”

“ค่ะคุณย่า ปิดเทอมหนูจะกลับมา คุณย่าทานยาตามเวลานะคะ เล่นหมากรุกบ้าง จัดดอกไม้บ้าง เดินทุกวันด้วยนะคะ”

“หน้าหนาวกลับมา กลัวฉันจำเธอไม่ได้รึ”

“คุณย่า คุณย่าเป็นแบบนี้ หนูจะไม่ห่วงได้ยังไงกัน”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไปเรียนให้สบายเถอะ สานต่อฝันของเธอให้สำเร็จ แล้วค่อยกลับมาก็
แล้วกัน”

“หน้าหนาวกลับมา หนูจะทำอาหารให้คุณย่าทาน”

“ดี ความทุกข์ทั้งหลายของเธอจบสิ้นแล้ว เธอจะได้พบแต่สิ่งดี ๆ”

“เพราะคุณย่าช่วยค่ะ และยังช่วยคุณพ่อหนูด้วย”

“ได้รู้จักยูฮังก็เพราะฉันด้วยนะ”

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ค่ะ คุณย่า หนูจะกลับมานะคะ” อุนซอง กล่าว

ยูฮัง นัด อุนซอง มาเที่ยวด้วยกันสองต่อสอง ทั้งสองมาก่อนเวลานัด

“เราไปไหนกันดี” อุนซอง กล่าว

“ที่ฉันเคยบอก อยากพาเธอไปที่แห่งนึง” ยูฮัง กล่าว

“ที่ไหนรึ” อุนซอง กล่าว

“ไปก่อนเถอะน่ะ เดินดี ๆ ล่ะ”

“รู้แล้ว.........อุ๊ย...อุ๊ย...”

“ห้ามแอบดู” ยูฮังบอกอุนซองที่ถูกปิดตา

“ไม่หรอก”

“ปิดให้สนิทด้วย”

“ตกลงจะไปไหน” อุนซอง ถาม

“เปิดตาได้” ยูฮัง กล่าว

“ว้าว.........ฮ่ะ...ฮ่ะ...มาตกปลารึ”

อุนซอง ถาม

“ไม่ใช่”

“มีคันเบ็ดอยู่โน่น” อุนซอง กล่าว

“ตรงนี้...วันที่พ่อฉันตาย ฉันกับพ่อมาที่นี่ ฉันคิดว่าชีวิตนี้จะไม่มาที่นี่ แต่ก็อยากพาเธอมาดู” ยูฮัง กล่าว

“นายน่าจะพาฉันมาที่นี่ก่อน......อุ๊ย...”

“นั่งตรงนี้...แล้วตกปลาให้ได้สักตัว ฉันจะหุงข้าวเอง ทำต้มยำปลากินกัน”

“ฉันตกปลา แล้วนายหุงข้าวรึ”

“ไม่ได้ปลาห้ามลุกเด็ดขาด ให้กินข้าวเปล่า......”

“ตกยังไง......” อุนซอง ถาม

“ไม่ต้องมองเลย”

“เชอะ...ของเตรียมตั้งแต่เมื่อไหร่” อุนซอง ถาม เมื่อเห็นของต่าง ๆ

“จัดตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว”

“นายมาที่นี่ แล้วค่อยไปบ้านฉันรึ” อุนซอง ถาม

“ใช่ อยากทำอาหารให้เธอกิน ก่อนเดินทาง”

“นึกยังไงทำอาหารให้ฉันกิน”

“ห้ามลืม คนสุดท้ายที่ทำให้เธอกินคือฉัน” ยูฮัง กล่าว

“นายเลยทำให้ฉันกินรึ”

“อีกอย่าง ฉันเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ไม่มีฉัน เธอเสร็จไปแล้ว”

“จริงนะ......อีกล่ะ”

“ตอนนี้...เธออยู่ในกำมือฉันแล้ว”

“ฮึ่ม...ไม่มีข้อนี้”

“ข้ามถนนในนิวยอร์ก ดูซ้ายดูขวาให้ทั่ว อาจเห็นฉันที่นั่น” ยูฮัง กล่าว

“ฉันอยากกินข้าวราดแกงกะหรี่ หิวแล้ว”

“เป็นไง” ยูฮัง ถาม

“ชีวิตนี้เพิ่งกินเป็นครั้งแรก อร่อยมาก”

“อร่อยรึ.........แกงกะหรี่มีกลิ่นฟักทองได้ไง” ยูฮัง ถาม

“ฉันว่าอร่อยนะ อร่อยแทบน้ำตาไหล ......ถ้าต้องรีบไปสนามบิน ต้องไปตอนนี้...เลิกงานนายต้องรีบกลับบ้านเข้าใจมั้ย ไม่ใช่ได้เงินเดือนแล้วไปดื่มเหล้า ขอเตือน ถ้านายเมาแล้วเที่ยวเคาะประตูสาวอื่นละก็...นายโดนแน่”

“อะไร...ทำไมรึ” ยูฮัง ถาม

“ฉันอยากบอกอีกอย่างนึง”

“อะไรอีก ว่ามา”

“ซังยูฮัง...ฉัน...รัก...เธอ...” อุนซอง กระซิบ

“เมื่อกี้ อะไรนะ” ยูฮัง ถาม

“นายไม่ได้ยินรึ”

“พูดอีกทีซิ”

อวสาน


//www.dailynews.co.th



Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 22:48:41 น.
Counter : 242 Pageviews.

0 comment
มรดกรักฉบับพันล้านวอน วันที่ 14 พฤษภาคม 2555



 

 

 

“กล้า ๆ ขอโทษไปเลย เข้าใจผิดอะไร อิจฉาล่ะไม่ว่าจริงมั้ย” เฮลี กล่าว “เอ่อ...ใช่ ฉันยอมรับ บอกตามตรง พอได้ยินว่าเธอรับมรดกคุณย่า แล้วยังเรื่องแฟน ฉันเลยรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา อิจฉาเธอด้วย”

“นี่...เธอพูดตรงเกินไปรึเปล่า” อุนซอง กล่าว

“ขอโทษนะอุนซอง เห็นแก่ความเป็นเพื่อน ให้อภัยฉันนะ” อินยง กล่าว

“รู้แล้ว แต่ว่าเป็นแบบนี้อีกเธอเละแน่” อุนซองบอก

“ขอโทษ” อินยง กล่าว

อุนซอง และจุนเซ มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง ก็ได้คุยกัน จุนเซบอกว่า รู้สึกใจหาย พอนึกว่าจะเป็นการเจอครั้งสุดท้าย อุนซองรีบแย้งว่ากลับมาก็ได้เจอกันอีก

“ยูฮังทำใจยากที่สุดที่ต้องส่งเธอ” จุนเซ กล่าว

“พี่คะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ไม่แต่ช่วยฉัน พี่ยังช่วยคุณพ่อฉัน เป็นที่พึ่งพา...ฉันไม่ลืมค่ะ”

“เราสองคนนับว่ามีวาสนาต่อกันนะ”

“แหม...พี่อยากฟังคำขอโทษจากฉันอีกรึ”

“ไม่ใช่ ไม่ต้องขอโทษแล้ว ขอให้เธอกับยูฮังมีความสุขตลอดไป คนที่ฉันเคยชอบมีความสุข ฉันก็มีความสุข...ฉันดีใจที่ได้เคยชอบเธอ ขอให้โชคดี”

“พี่ก็เช่นกันค่ะ”

จังซุกจาเรียกพ่อบ้านมาคุยเรื่องที่ไม่ยอมไปดูตัวหญิงสาวจะเป็นโสดจนแก่หรืออย่างไร จากนั้นก็ถามว่า เพราะยงนังหรือไม่ถึงไม่ยอมไปจากที่นี่ พ่อบ้านยอมรับว่าเผลอใจชอบยงนังไป จังซุกจา จึงกล่าวสนับสนุนเพราะเห็นว่าพ่อบ้านเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย จึงเชื่อว่าดูแลปกป้องยงนังได้ตลอดไป

หลังรับประทานอาหารเสร็จจังซุกจา เรียกหลานและสะใภ้มาคุย ยงนังถามว่าเรื่องยกเลิกพินัยกรรมใช่มั้ย

“พวกเธอช่างรู้ดีจริงนะ ใช่...อุนซอง เขาปฏิเสธไม่ยอมรับมรดกของฉัน พินัยกรรมไม่มีประโยชน์แล้ว”

“คุณแม่ ตอนนี้บริษัทเป็นของลูกฮังแล้วสิคะ”

“ไม่ใช่” จังซุกจา กล่าว

“ทำไมคะ ลูกฮังเป็นกรรมการ เปลี่ยนไปแล้ว หรือคุณแม่ว่าไม่จริงคะ”

“พวกเธอ...น่าจะ...เข้าใจเรื่องต่าง ๆ ดี  ฉันรักบริษัท รักพนักงานมาก”

“พวกเราทราบค่ะ” ชองยี กล่าว

“ดังนั้นฉันจะทำให้บริษัทเป็นของพนัก งานทุกคน”

“บริษัทของพนักงาน” ยงนัง สงสัย

“ฉันจะจัดสรรหุ้นทั้งหมดของฉัน ให้กับพนักงาน”

“ยกให้พนักงานรึคะ ยกฟรี ๆ” ชองยี ถาม

“การประชุมผู้ถือหุ้นคราวก่อนฉันพบว่า พนักงานเป็นเจ้าของบริษัท เป็นสิ่งถูกต้องที่สุด ที่สามารถรักษาจินเซ็งฟู้ดส์เอาไว้ได้ และพนักงานได้ประโยชน์อย่างสูงสุด”

“ให้มีหุ้นพนักงานด้วยรึครับ” ยูฮัง ถาม

“ใช่”

“วิเศษจริง ๆ” พ่อบ้าน กล่าว

“แล้วทรัพย์สินที่เหลือล่ะคะ” ยงนัง ถาม

“แม่...ยังจะถามโง่ ๆ อีก” ชองยี กล่าว

“เปล่านะ แม่แค่อยากรู้”

“มีอะไรอีกที่พวกเธออยากรู้ ยูฮัง...นี่เป็นพินัยกรรมสุดท้ายของย่า”

“พินัยกรรม” ยูฮัง กล่าว

“ย่าเขียนเอง ประทับลายนิ้วมือด้วย มีฉบับเดียว ยังไม่ได้เปิดเผย”

“ให้ผมทำไมครับ”

“หลังจากย่าตาย หลานช่วยจัดการตามที่ย่าเขียนเอาไว้ด้วย”

“ขอดูได้มั้ยคะ”

“โดยเฉพาะครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กับกองทุนผู้ปกครองวัยเยาว์ หลานช่วยเป็นธุระให้ด้วย”

“ทราบแล้วครับ”

“ที่เหลือ ยกให้สังคมหมดเลยใช่มั้ยคะ” ยงนัง ถาม

“ดูพินัยกรรมก็รู้...เอาล่ะ ความปรารถนามาแสนนาน คอนโดฯ พนักงานลงมือแล้ว เรื่องบริษัทจัดการเรียบร้อย รู้สึกโล่ง”

ยูฮังเห็นคุณย่าออกมานั่งเล่นก็เข้ามาคุยด้วย

“หลานตัดสินใจทำงานบริษัท แต่ไม่ได้ให้ทำ รู้สึกเสียใจมั้ย”

“ไม่ครับ ถ้ายกให้คนอื่นบริหารผมอาจเสียใจ แต่ว่า ยกให้กับพนักงานเรา ผมชื่นชมคุณย่า” ยูฮัง กล่าว

“พูดจริงรึเปล่า”

“เรื่องเงิน...เฮ้อ...คุณย่า ที่ผ่านมาสามเดือน ผมใช้เดือนละไม่ถึงล้าน เงินพวกนั้นคืนหนี้อุนซอง”

“ดี ทำถูกแล้ว”

“ยังเรื่องบริษัท ตอนประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อยืนต่อหน้าพนักงาน ผมเพิ่งเข้าใจคุณย่า บริษัทไม่ใช่ของคนคนเดียว”

“แล้วทำไมอยากทำงานในบริษัท ไม่เหม็นกลิ่นน้ำซุปกระดูกรึ”

“ตอนนี้รู้สึกกลิ่นน้ำซุปช่างหอม ทำให้คิดถึงสถานที่ที่พ่อเคยทำงานอยู่” ยูฮัง กล่าว

“พ่อรึ”

“เป็นอะไรครับ ปวดหัวมั้ย”

“ตอนนอนอยู่โรงพยาบาล ฝันว่า ย่าหาทางเดินอยู่ท่ามกลางหมอก แล้วได้ยินเสียงของหลาน เกี่ยวกับ...อุบัติเหตุที่เกิดกับพ่อเธอ...ยูฮัง”

“คุณย่า ได้ยิน”

“เป็นความจริงรึ”

“ขอโทษครับ” ยูฮัง กล่าว

“เด็กโง่ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ทำไมต้อง...เก็บกดเอาไว้คนเดียว...ลูกของย่า เสี่ยงชีวิต...ช่วยลูกตัวเอง คิดว่าย่าจะถือโทษรึ”

“เพราะผมเอาแต่ใจถึงได้เป็นแบบนี้”

“ถึงยังไงหลานก็ไม่ควรเก็บไว้ในใจ หลานคงปวดร้าวมาก หลานย่า...ฮือ ๆ...เล่ากันว่าเด็กคนนึงแอบควักหัวใจพ่อแม่เพื่อจะเอาไปขาย ระหว่างทางหกล้ม หัวใจหล่นลงพื้น เลอะโคลนดิน หัวใจพ่อแม่ถามว่า ลูกเอ๊ย เป็นไรรึเปล่า...นี่แหละ หัวใจพ่อแม่”

“คุณย่า”

“เด็กโง่เอ๊ย......”

เช้าวันรุ่งขึ้น ยงนังทำอาหารไว้ให้ลูก ๆ แต่ไม่มีใครกิน ยูฮังรีบออกไปทำงาน ส่วนชองยีมีนัดสัมภาษณ์งาน โดยเมื่อยูฮังไปถึงที่ทำงาน ก็มีคนมาตามไปพบท่านประธานเพื่อคุยเรื่องเสนอโครงการ

“มีอะไรรึครับ” ยูฮัง ถามคุณย่า

“ถามหน่อย เสนอโครงการมีเหตุผลอะไร”

“ตามนโยบายบริษัท นำซุปกระดูกสู่สากลครับ”

“จุดแรกคือนิวยอร์ก อ้างงานทำเรื่องส่วนตัวสิ” จังซุกจา ถาม

“ไม่ใช่ครับ”

“ไม่ใช่รึ”

“ไม่ใช่ครับ ไม่มีอะไรที่นิวยอร์กครับ”

“งั้นมานั่งเขียนรายละเอียด”

“ครับ”

ผู้จัดการสาขาเรียกพนักงานมารับใบหุ้นของบริษัททำให้พนักงานทุกคนดีใจกันมาก โดย เฉพาะฮันซูเจ ถึงกับถามผู้จัดการว่า ถ้าได้เลื่อนตำแหน่ง หุ้นจะเพิ่มมั้ย ผู้จัดการบอกว่าอยากได้เพิ่มต้องขยันขึ้น ด้านพนักงานหญิงคนหนึ่งถามจังซุกจาว่าหุ้นที่ได้เป็นของตนจริงหรือไม่

“ทำไม ไม่ชอบรึ” จังซุกจา ถาม

“เปล่าค่ะ หนูไม่อยากเชื่อ”

“ยกหุ้นให้พวกเราหมด แล้วท่านจะทำยังไงครับ” พนักงานชายคนหนึ่งถาม

 

 

 

 



//www.dailynews.co.th



Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 22:47:15 น.
Counter : 145 Pageviews.

0 comment
มรดกรัก วันที่ 13 พฤษภาคม 2555



 

 

“ท่านประธาน ท่านให้งานผมทำไมครับ”

“คนไหนที่ฉันมอบหมายงานให้ได้ ฉันสืบมาเรียบร้อย คุณเคยมีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ฉันเลยให้ทำ”

“ท่านประธาน”

“เอานี่ไปรับไว้ แล้วหาที่อยู่ใหม่”

“ไม่ครับ”

“คงเคยได้ยิน อุนซองคือผู้มีพระคุณของฉัน ในยามที่เขาลำบาก ให้ฉันสแกนสมอง ให้ที่อยู่ที่กิน กระทั่งป่านนี้ เขาไม่เคยขอสิ่งใดจากฉัน”

“ผมไม่อยากรบกวนท่าน ตอนนี้ยังไม่ต้อง การบ้าน”

“ไม่ต้องการรึ”

“อุนซอง...ตัดสินใจ พาอุนยูเรียนต่อนอกครับ”

“ต่อนอกรึ”

ยองโช ขอร้องยูฮัง ไม่ให้แจ้งตำรวจเรื่อง อุนยู เพราะตนไม่ได้ข่มเหงอุนยู ยูฮังบอกว่าอุนซองต้องเสียน้ำตามากเพราะเรื่องน้องชาย ระหว่างนั้นอุนซองก็เข้ามา ทำให้ยูฮังประหลาดใจถามว่ามาที่นี่ทำไม อุนซองรีบบอกว่าตนมีเรื่องจะบอกกับยูฮัง

ตอนที่ 40

อุนซองบอกยูฮัง ว่าจะเดินทางไปเรียนต่อนอก แม่ซึงมีคืนเงินให้หมดแล้ว พ่อเลยให้กลับไปเรียนต่อให้จบ

“ไม่ให้ไป...เฮ้อ...เธอใจร้าย...ใจร้ายที่สุด ตั้งแต่เรารู้จักกัน เจอกันทีไรเป็นต้องทะเลาะกัน พอคุยกันได้เธอก็จะไปรึ”

“นายไม่ให้ฉันไปเรียนต่อรึ” อุนซอง ถาม

“แล้วเธอคิดว่าควรไปรึ”

“ก็ที่หยุดเรียนเพราะจำเป็น ต้องเรียนต่อสิ”

“พูดง่ายดีนะ ถามจริง ๆ เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” อุนซอง กล่าว

“เธอตัดสินใจแล้ว แค่มาบอกฉัน”

“ฉันต้องปรึกษานายด้วยรึ ตั้งหลายวัน นายไม่โทรฯคุยกับฉันเลย” อุนซอง กล่าว

“ฉันรู้สึกผิดต่อเธอ ต่อซึงมีด้วย เลยอยากอยู่เงียบ ๆ ฉันมีส่วนทำให้ซึงมีเป็นแบบนี้...ต้องโทษตัวเอง ที่ไม่ปรับความเข้าใจกับซึงมีก่อน แต่ว่า...เธอไปเรียนต่อเมืองนอกไม่ได้นะ”

“เพื่ออุนยูฉันต้องไป เพราะอุนยูต้องได้รับการฝึกฝน จึงเป็นนักเปียโนแต่งเพลงได้”

ยูฮัง เข้ามาที่ห้องอุนซองและนอนที่เตียงของเธอคุณย่าเข้ามาเห็นก็ถามว่ารู้เรื่องที่อุนซองจะไปเรียนต่อเมืองนอกหรือยัง ถ้าไม่อยากห่างกับอุนซองก็ไปด้วยกันเลย

“คุณย่า รู้ได้ยังไง”

“ความรัก กับการไอ มันอั้นไว้ไม่อยู่หรอก รู้ไว้ซะ ย่าเคยบอกแล้วไงถ้าแกอยากเรียนต่อ ย่าก็ยินดีให้ไป”

“ผม...ไปได้มั้ยครับ”

“หลานเอ๊ย...คนตัดสินใจคือแก...คิดดู ไปยังไงไม่ให้ต้องเสียใจ”

“ไม่ให้เสียใจ”

โค เล่าให้อุนซองฟังเรื่องที่คุณย่าได้ให้ช่วยสร้างคอนโดฯพนักงานโรงงานทางใต้

“ท่านเป็นคนละเอียดมาก กลัวทำร้ายจิตใจพ่อ ท่านสืบเรียบร้อยก่อนมอบงานให้ทำ ท่านบอกว่าเชื่อใจพ่อ”

“พ่อ...ดีใจจริง ๆ ค่ะ”

“คราวนี้ล่ะ พ่อจะตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ โคพิงจุง...มีลูกสาวที่แสนดี”

“ไม่หรอกค่ะ เพราะความสามารถของพ่อเองต่างหาก”

“ตอนนี้ ลูกสบายใจไปเรียนต่อได้แล้วนะ”

“ใช่ค่ะ”

“จะได้เรียนต่อ รู้สึกสับสนมั้ย”

“ไม่ค่ะ สบาย หนูห่วงแต่พ่อ ทีแรกไปนอกเพราะจะพาอุนยูไปด้วย”

“หรือไม่อยากไปเพราะหลานคุณย่ารึเปล่า ชอบเขารึ”

“เปล่าค่ะ หนูไปอยู่แล้ว”

“พ่อขอโทษ ที่ผ่านมาลูกทนทุกข์มากเหลือเกิน ทำให้ลูกพ่อกลายเป็นคนเข้มแข็ง”

“หนูเข้มแข็งซะเมื่อไหร่ ไม่เลย”

“เมื่อก่อน...ถึงแม้ลูกอ่อนโยน มีน้ำใจต่อผู้อื่น แต่ก็เอาแต่ใจตัวเอง ชอบก็ว่าชอบ เกลียดก็เกลียด”

“หนูยังเหมือนเดิม”
“ไม่...ลูกต้อง...กัดฟันทน มีความอดกลั้นมากขึ้น”
“ใช่รึคะ”
“ลูกไม่ต้องเก็บกด ช่วงที่เราพรากจากกัน มีผลต่อชีวิตลูก...อย่าให้ต้องเสียใจภายหลัง”

ยูฮัง ออกจากบ้านเพื่อไปหาอุนซองก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อ เมื่อทั้งสองเจอกันก็โผกอดกัน
“รอฉันกลับมานะ ฉันจำเป็นต้องไป นายรอฉันกลับมานะ” อุนซอง กล่าว 
“อุนซอง ฉันต้องรออยู่แล้ว คิดว่าฉันไม่รอรึ ฉันยังไปไม่ได้ เพราะคุณย่าจำความดีของฉันได้น้อยเหลือเกิน ฉันทิ้งท่านไม่ได้ ถ้าคุณย่าสามารถลืมความป่วยไข้ ฉันอยากให้ท่านลืม ความไม่ดีของฉัน แล้วจากนั้น ไม่ให้คุณย่าจำภาพหลานแย่ ๆ ...จากนั้น ฉันจะทำให้คุณย่าจำชื่อซังยูฮังว่าเป็นหลานที่ภูมิใจ...อะไร”
“เข้าท่าดีนะ”
“เข้าท่ารึ”
“ฉันมั่นใจต้องทำได้ นายเป็นหลานคุณย่า” อุนซอง กล่าว

ยูฮัง มาส่งอุนซองที่บ้านก็ได้พบโคที่รอลูกสาวกลับบ้านอยู่ ยูฮังรีบขอโทษ รับปากว่าต่อไปจะไม่กลับดึกอีก แล้วก็ขอตัวลากลับไป จากนั้นโค หันมาพูดกับอุนซองว่าเรื่องความรักบังคับกัน
ไม่ได้

ลี เห็นจุนเซเร่งทำแต่งาน ก็แซวว่าเพื่อให้ลืมอุนซอง

“อย่าพูดมาก ไปนอนซะ”

“พี่...พี่ต้องเดินทางไปมาตงไห่บ่อย ๆ เช่าคอนโดฯไว้สักห้องสิ”

“นี่....แกว่าเดือนหน้า ไปทำงานที่เจียงหลิง ประหยัดค่าเช่าบ้านอีกสิ”

“เอ่อ...พี่ ทำไมพี่...รู้ใจอยู่เรื่อย”

“เฮลี...พอรู้แกย้ายไปทำงานที่นั่น บอกอย่าโผล่ให้เห็นหน้า”

“คนอะไรร้ายชะมัด อยากชวนคุยก็ไม่ได้...นั่นใคร” ลี กล่าว เมื่อได้ยินเสียงกริ่งประตู

“เชิญนั่งครับ พ่อไม่โทรฯบอกก่อน ตอนเที่ยงผมมีนัด” จุนเซ กล่าวเมื่อพ่อเดินเข้ามา

“คนว่างงานก็เป็นแบบนี้ ตัวเองว่างคิดว่าคนอื่นว่างด้วย...ฮ่ะ...ฮ่ะ” พั๊ก กล่าว

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...เดือนหน้าเริ่มงานสำนักงานทนาย จะคิดถึงตอนนี้นะครับ” จุนเซ กล่าว

“อึ่ม...พ่อเลยอยากไปหาแม่แกสักหน่อย”

“แม่รึครับ”

“หลังจากว่างงาน พ่อเพิ่งเข้าใจแม่แก รู้สึก เหงาชอบกล”

“พ่อจะคืนดีกับแม่รึครับ” จุนเซ ถาม

“คืนดีอะไร พ่อไม่เคยขอโทษเขาสักคำ ต้องไปขอโทษ”

เฮลี บอกอุนเซว่าคงไม่ได้ไปส่งอุนซองไปเรียนต่อเมืองนอกเพราะต้องเดินทางลงใต้ อุนซองบอกว่าไว้ปิดเทอมกลับมาแล้วนัดไปเที่ยวด้วยกัน จากนั้นก็ฝากเฮลี กับจุนเซ

“ได้...เตรียมพร้อมรึยัง เปิดเรียนเดือนกันยา คงวุ่นน่าดู”

“กลับไปเรียนที่เดิม ไม่วุ่นหรอกค่ะ คราวก่อนหาโรงเรียนให้อุนยูไว้แล้ว”

“งานเปิดภัตตาคารเรือสำราญ เสียดายเธอไม่ได้มาร่วมงาน” จุนเซ กล่าว “จริงด้วยนะ”

“อุนซอง” อินยง เรียก

“ฉันนัดเขามาเอง เขาอยากขอโทษเธอก่อนเธอไปเมืองนอก”

“ขอโทษนะอุนซอง ฉันเชื่อซึงมีเข้าใจเธอผิด” อินยง กล่าว

 

 

 



//www.dailynews.co.th



Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 22:46:16 น.
Counter : 159 Pageviews.

0 comment
มรดกรัก วันที่ 12 พฤษภาคม 2555



 

เมื่อซึงมี รู้เรื่องเรื่องยกเลิกสัญญาจากแม่ ก็บอกให้คืนเงินประกันของพ่อ และคืนบ้านให้อุนซอง จะได้ไปจากที่นี่อย่างสบายใจ ปั๊ก รับปากจะทำอย่างที่ซึงมีต้องการ ทั้งสองโผกอดกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นปั๊กตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารให้ซึงมี จากนั้นก็บอกลูกสาวว่าจะออกไปทำธุระ โดยเดินทางไปเอาเงินประกันของโคพิงจุงคืนทั้งหมด จากนั้นก็ไปหาโคพิงจุง

“เงินประกันชีวิตคุณฉันคืนหมดแล้ว นี่เป็นหลักฐานการคืนเงินทั้งหมด คอนโดที่เป็นชื่อซึงมีขายไปแล้ว ตอนนี้เช่าบ้านอยู่...นี่เงินที่เหลือ...สัญญาเช่าบ้าน ห้องเช่ายกเลิก ฉันให้เบอร์มือถืออุนซองกับบริษัทนายหน้า ปล่อยเช่าได้แล้ว คุณค่อยไปรับเงิน”

“เธอมีแผนอะไร” โคพิงจุง ถาม

“เฮ้อ...ซึงมีบอกว่า ให้ฉันคืนคุณ ฉันก็คืน”

“ซึงมีรึ”

“สะสางหมดแล้ว ไปจากที่นี่”

“สิ่งที่เธอทำ ไม่ให้ฉันเอาเรื่องรึ”

“เขาบอกว่าขาดฉัน เขาต้องอยู่ลำพัง  เขายังยอมรับแม่เลว ๆ อย่างฉัน ฉันต้องอยู่ต่อไปชดเชยความผิดต่อซึงมี  ฉันก็ผิดต่อคุณไว้มาก  คงรู้นะผิดต่อลูก ปวดร้าวเพียงใด” ปั๊ก กล่าว

“ต้องอยู่ต่อไปรึ”

“ดังนั้น  เมื่อคุณจัดการเรียบร้อย ฉันจะไปจากที่นี่...หรือให้ฉันมอบตัวก็ได้” ปั๊ก กล่าว

อุนซอง บอกกับอุนยู ระหว่างหาโรงเรียน พรุ่งนี้น้องต้องไปเรียนที่เซฮุกเซ็นเตอร์ก่อน อุนยูดีใจที่จะได้ไปเรียนแล้วเล่นเปียโน จากนั้นซึงมีก็มาหา

“พี่สาว” อุนยู เรียก

“นี่เป็นของที่คราวก่อนพี่รับปากจะซื้อให้” ซึงมี กล่าว

“เราไปกินแฮมเบอร์เกอร์เนื้อย่าง กินกับโค้ก”

“เธอความจำยังดีเหมือนเดิมนะ”

“อุนยู เข้าบ้านก่อนได้มั้ย” อุนซอง กล่าว

“อุนยู ลาก่อน”

“อย่าทำแบบนี้กับอุนยูอีก” อุนซอง กล่าว “ฉันมาลา ก่อนจะไปจากที่นี่”

“เธอจะไปรึ” อุนซอง ถาม

“แม่ฉันจะฆ่าตัวตาย แต่ฉันขอร้องเอาไว้ ทิ้งฉันไว้คนเดียว มันน่ากลัว”               

“เพราะงั้นเธอจึง ยกโทษให้แม่รึ”

“ขอโทษที่ฉันตัดใจไม่ได้ ฉันผิดเอง ถ้าฉันตัดใจจากพี่ยูฮังได้ก่อน แม่คงไม่ละโมบเลยเถิดแบบนี้ ฉันรักปักใจกับพี่ยูฮัง แม่จึงหวังเงินประกันยกฐานะตัวเอง กลัวความแตกจึงพาอุนยูไปทิ้ง สร้างเรื่องราว ครั้งแล้วครั้งเล่า...ถึงแม้คุณแม่ได้ทำความผิดไว้มาก ต้นเหตุก็มาจากฉัน ฉันผิดไปแล้ว...อุนซอง”

ยูฮัง สอบถามผู้จัดการร้านว่าบริษัทรับสมัครงานถึงเมื่อไหร่ ระหว่างนั้นซึงมีโทรศัพท์เข้ามาหาบอกมีเรื่องอยากขอร้อง ยูฮัง จึงออกไปพบ

“มีเรื่องนึง อยากขอพี่ช่วยฉัน เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้มั้ยคะ...ขอบคุณที่พี่อยู่เคียงข้างฉัน พี่ทำให้ฉันไม่รู้สึกเหงา พี่ต้องดีกับอุนซองนะคะ...มีเท่านี้ พี่ลงรถเถอะ”

โค บอกอุนซองว่า ซึงมีให้แม่เขานำเงินประกันชีวิตคืนให้หมดแล้ว

“ขอโทษนะ แม่ซึงมีทำให้ลูกเดือดร้อน พ่อปล่อยเขาไป...โดยไม่ได้ถามลูก”

“พ่อปล่อยเขาไปรึคะ”

“บอกตามตรง ใจจริงพ่อ...อยากจับเขาส่งตำรวจ แต่ว่าไปแล้วต้นเหตุมาจากพ่อ พ่อมีส่วนเหมือนกัน อุนยูคิดเสมอเขาคือแม่ และเขาไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว ถึงให้เขาติดคุก ใช่ว่าเราจะหายโกรธ ซึงมีโชคร้ายที่มีแม่แบบนี้ พ่อทำผิดรึเปล่า”

“ไม่ค่ะ  หนูกับซึงมีลากันแล้ว”

“เจอซึงมีแล้วรึ”

“เขาขอร้องให้แม่ ร้องไห้ใหญ่เลย ซึงมีอยู่ลำพังไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าหนูไม่เจอคุณย่า แล้วโดนแม่เขาทำแบบนี้คงแย่”

“หมายถึงหลานชายคุณย่า ที่ชอบลูกใช่มั้ย”

“ไม่อาจให้อภัยได้ แต่หนูก็อยากลืม ให้พวกเขาไปเถอะ”

“ใช่ ลืมมันซะ อย่าจองเวร ให้อภัยไม่ได้จงลืมมันซะ”

“เฮ้อ...”

“เป็นสาวแท้ ๆ ถอนหายใจ ลืมเรื่องที่ผ่านมา เดินต่อไปข้างหน้า...จริงสิ ลูกไปเรียนต่อให้จบ ชอบอาหารไม่ใช่รึ อุตส่าห์ไปแอบเรียน ไปเรียนต่อสิ”

เมื่อยงนังรู้ว่า อุนซอง และโคปล่อยเซ็งฮี ไป ก็ถามจังซุกจาว่าทำไม ไม่ทัดทาน

“คนชั่วร้ายแบบนั้น กรรมตามสนองอยู่แล้วล่ะ”

“ใช่แล้ว คุณย่าเคยบอกเอง ติดคุกชั่วชีวิต” ชองยี กล่าว

“ยูฮัง เป็นหนี้ติดค้างซึงมี ซึ่งก็เป็นผลดีอยู่หรอก”

“ไม่เข้าใจ เป็นผลดีกับยูฮังยังไงคะ”

“แค่นี้ไม่เข้าใจ ถ้าแม่ซึงมีติดคุก เหลือแต่ซึงมี  พี่ยูฮังจะรู้สึกยังไง พี่หาเรื่องใส่ตัว”

“เขาทำให้ลูกสาวต้องตกนรกทั้งเป็น นี่คือโทษสาหัสที่เขาได้รับ” จังซุกจา กล่าว

จังซุกจา บอกโคให้สร้างหอพักคนงาน โดยตนได้ซื้อที่กิมพูไว้ผืนหนึ่งสิบปีแล้ว

 

 



//www.dailynews.co.th



Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 22:45:06 น.
Counter : 177 Pageviews.

0 comment
มรดกรักฉบับพันล้านวอน วันที่ 11 พฤษภาคม 2555



ตอนที่ 39

ปั๊กเก็บกระเป๋าให้ซึงมีเสร็จพอจะเปิดประตูบ้านออกไปก็ต้องตกใจ พบอุนยูกับโคยืนอยู่

“อุนยู”

“พี่สาว”

“นังสารเลว” โค กล่าว

“อย่า...แม่นะ ตีแล้วเจ็บ อย่าทำให้แม่เจ็บ” อุนยู กล่าว

“ได้ยินมั้ย เขายังเรียกเธอว่าแม่”

“แม่  อุนยูเชื่อฟังแม่นะครับ  ถ้าอยากเจอพี่สาว  ต้องเชื่อฟังแม่”

“เธอมันเลวมาก...” โค กล่าว

อุนซอง ถามซึงมี ว่าเป็นคนส่งอีเมลให้พ่อ โดยอ้างชื่อตนใช่มั้ย ซึงมีกล่าวยอมรับ

“ทำไมเธอทำแบบนี้ พ่อยังอยู่ ทำไมไม่ให้ฉันเจอพ่อ ยังวางแผนให้ฉันกับอุนยูไปอเมริกา ไม่ให้เราเจอพ่อตลอดไป”

“ครั้งนี้ฉันเปล่า ฉันบอกแม่พาอุนยูพบเธอแล้วเราไปเอง ถ้าเธอไม่ได้อยู่กับคุณย่า ฉันบอกไปนานแล้ว ถ้าฉันบอกพ่อเธอยังมีชีวิตอยู่ หมายถึงอะไรรู้มั้ย ฉันต้องสูญเสียพี่ยูฮัง”

“ทั้งที่รู้พ่อฉันยังอยู่ เธอกลับปิดบัง ไม่ให้เจอ ที่ทำเพราะเขา เพราะเขาคนเดียวใช่มั้ย”

“พ่อสำคัญต่อเธอ พี่ยูฮังก็สำคัญต่อฉัน...พ่อเธอ...ท่านเป็นคนดีมาก ก่อนแม่ฉันแต่งงานใหม่ ฉันเจอพ่อเธอหลายครั้ง ท่านดีมาก อ่อนโยนและอบอุ่น ต่างกับพ่อฉันไม่เหมือนกันเลย ท่านเป็นพ่อเลี้ยงของฉัน ฉันดีใจ แต่ว่า พ่อเลี้ยงมีเธออยู่แล้ว เธอสองพ่อลูกผูกพันกัน  กินข้าว เจอกันทุกวัน  แม้เลิกงานดึก ต้องแวะห้องเธอคุยกันครึ่งชั่วโมง ไม่มีที่ว่างสำหรับฉันเลย” ซึงมี กล่าว

“แต่พ่อฉันไม่เคยทอดทิ้งเธอ”

“ไม่ทอดทิ้งอย่างงั้นรึ ก็แค่ ลูกติดแม่ ก็แค่นั้น...มันเป็นปมด้อย ฉันเหมือนลูกแม่ที่ไม่มีใครเหลียวแล มีเพื่อนก็ไม่กล้าพามาที่บ้าน  ไม่ให้เพื่อนรู้ว่าฉันอยู่บ้านเดียวกับเธอ  รีบไปเรียนก่อนเธอ 30 นาที”

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราคุยกันสักนิด”

“พี่ยูฮัง เขาเหมือนฉัน ตัวคนเดียว ไม่สนใจคนอื่น คนอื่นหมั่นไส้ ว่าเขาหยิ่ง นิสัยไม่ดี   แต่กับฉัน เขาไม่เป็นแบบนั้น ฉันจึงชอบเขา ฉันรู้ว่า  ในโลกใบนี้ มีเพียงคนเดียวที่ฉันรู้สึกพิเศษกับเขา เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก คนนั้นคือพี่ยูฮัง ฉันคิดว่าชีวิตนี้ฉันขาดเขาไม่ได้”

“เพราะงั้น  เธอทำเพื่อเขา ทั้งที่รู้แต่ต้องปิดบัง...ซังยูฮัง เพื่อผู้ชายคนนี้”

“ฉันขอโทษนะอุนซอง ขอโทษที่ฉันทำลงไป”

โค บอกปั๊ก ว่าทั้งสองอยู่ด้วยกันมา 7 ปี เป็นครอบครัวเดียว  ปั๊กทำกับตนและลูกได้ยังไง

“ฉันทำเพื่อลูกของฉัน ก็เหมือนคุณนั่นแหละ” ปั๊ก ตอบด้วยเสียงเย็นชา

“อะไรนะ”

“คุณแกล้งตายเพื่ออุนซองกับอุนยู  ถามว่าเพื่อซึงมีรึเปล่า ครอบครัวเดียวกันรึ ซึงมีเรียนเก่งกว่า กลับส่งอุนซองไปเรียนเมืองนอก บริษัทก็คิดจะยกให้อุนซอง”

“นั่นเพราะอุนยู อุนซองต้องเลี้ยงดูอุนยูทั้งชีวิต”

“ใช่สิ ใช่ คุณมีเหตุผลของคุณ ให้อภัยกับตัวเอง  ฉันก็ทำเพื่อลูกของฉันเหมือนกัน มีเหตุผลเหมือนกัน  เราต่างคนต่างมีเหตุผล”

“แล้วที่เธอไล่เด็กสองคนออกจากบ้าน เพราะมีเหตุผลสินะ เงินประกันไม่ใช่น้อย ๆ”

“คุณจู่ ๆ โผล่มา ให้ฉันคายเงินประกันชีวิต จะเอายังไง อยากรู้ทำไมฉันไล่พวกเขารึ เพราะฉันใช้ชีวิตอยู่กับพวกคุณมาเจ็ดปี ฉันควรได้ส่วนแบ่งจากพวกเขาเป็นการตอบแทนบ้างน่ะสิ”

“อะไรนะ”

“นี่คือหลักการของฉัน”

“หลักการอะไร”

“ไม่รู้รึ ทำไมฉันแต่งงานกับคุณ ซึงมีจะได้มีพ่อ และฉันก็ไม่ต้องลำบาก” ปั๊ก กล่าว

“เงินสำคัญต่อเธอมากรึ ถึงขนาดทิ้งได้กระทั่งเด็กที่รักเธอเหมือนแม่”

“อุนยูรึ คุณกับอุนซองคิดว่าฉันทิ้งเขา สำหรับฉัน  เด็กที่ไม่มีปัญญาเลี้ยง ฉันเพียงส่งเขาไปอยู่ที่ปลอดภัย”

“แล้วเขา...ก็หายไปอีก ไม่ยอมบอก” โค กล่าว

“ฉันตามหาเขา”

“ถ้าไม่เจอล่ะ  ถ้าหลานคุณย่าไม่เจออุนยู เธอจะทำยังไง” โค กล่าว

“ใครนะ ใครที่หาอุนยูเจอ” ปั๊ก กล่าว

“ทำไม  ตกใจมากรึ ก็คือคนที่เธอหวังให้ซึงมีแต่งงานด้วยนั่นแหละเป็นคนเจอ...ชีวิตฉันทำผิดครั้งมหันต์คือหวังอยากได้เงินประกัน แต่ที่ผิดยิ่งกว่านั้น คือได้รู้จักเธอ” โค กล่าว

ยูฮัง ไม่พอใจซึงมี จึงต่อว่าเรื่องพ่อของ อุนซอง ทำไมต้องพรากพ่อพรากลูกเขา               

“ใช่แล้ว  พี่เป็นใคร ทำไมฉันต้องทำ”

“คิดโง่ ๆ โลกนี้ไม่มีความลับ ฉันบอกเธอให้พูดความจริงไง ทำไมไม่พูด ผลเป็นไง”

“ให้ฉันพูดยังไง   รู้ว่าพี่ต้องโกรธ   ฉันคิดจะพาอุนยูให้อุนซองแล้วจากไป  แต่ทำไม่ได้...พี่ไปเถอะ อุนซองยังมีพ่อ...มีอุนยู...พี่พาพวกเขากลับเถอะ”

ยูฮัง มาต่อว่ายองโช ที่ไม่บอกว่าเด็กที่อยู่ที่ร้าน เป็นอุนยู ไม่งั้นเรื่องคงไม่วุ่นวายแบบนี้ ด้านโค ก็กล่าวขอโทษอุนซองที่ทำให้ลูกทั้งสองต้องลำบาก อุนซองบอกพ่อว่าเรื่องที่ผ่านมาช่างมัน แค่ได้เจอพ่อก็ดีใจแล้ว

จุนเซพาพ่อมาหาโค ทั้งสองทักทายกัน ด้านเฮลี กล่าวชมอุนยูที่ไม่เจอนานหล่อขึ้นเยอะจากนั้นก็ยื่นของขวัญให้

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...เอ้อ...พ่อพี่ล่ะ” อุนยู ถาม

“กำลังทำเรื่อง บอกว่าเสร็จแล้วจะตามมา ...เอ้อ...อุนยูใช่มั้ยเนี่ย...สวัสดี  ฉันเป็นเพื่อนพี่เธอ”

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...”

อุนซอง พาพ่อและน้องมาที่บ้านและทำอาหารให้ทั้งสองทาน

“กับข้าวอร่อยมาก”

“อร่อย...เนื้อ” อุนยู กล่าว

“อุนยู พรุ่งนี้พี่ทำซี่โครงอบให้กินนะ”

“อุนซอง ลูกรอนะ  พ่อจะขยันทำงานเต็มที่ รอได้ชื่อแซ่คืน...ด้วยประสบการณ์ของพ่อ  หางานไม่ยากหรอก”

“พ่อทำงาน หนูก็ทำงาน  ไม่ช้าเราก็ตั้งตัวได้นะคะ”

จังซุกจาพบพั๊ก ก็สอบถามว่าตอนนี้ได้ช่วยพ่อของอุนซองอยู่ใช่มั้ย

“เพราะจุนเซขอร้อง แล้วท่านก็ไม่เอาเรื่อง ผมควรตอบแทนครับ”

“พี่จุนเซวิ่งขอคนโน้นคนนี้ช่วย วิ่งหาคุณอา พ่อของอุนซอง...” ชองยี กล่าว

“ไม่ต้องพูด...แล้ว...พ่ออุนซองเป็นยังไงบ้าง”

“ได้มอบตัวกับตำรวจ และเจรจากับบริษัทประกัน คุณโคพิงจุงไม่มีเจตนาหลอกเอาเงินประกันชีวิต และยังได้มอบตัว จึงคืนแค่เงินประกัน ไม่มีการฟ้องร้องครับ”

“ดีแล้วล่ะ”

“งั้นก็ได้ชื่อแซ่คืนแล้วสิครับ” ยูฮัง กล่าว

“รอกองพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอนุมัติ ส่งให้ศาลตัดสิน ต้องใช้เวลาหน่อย” พั๊ก กล่าว

“เซ็งฮีล่ะคะ  เขาปลอมใบมอบอำนาจ อุนซองรับเงินประกันชีวิตไม่ใช่รึคะ” ยงนัง กล่าว

“ติดคุกสิแม่”

“บริษัทประกันบอกว่า คุณปั๊กเซ็งฮีต้องคืนเงิน ก็จะไม่ฟ้องครับ”

“เห็นว่าเขาเตรียมเงินคืนทั้งหมดแล้ว คงไม่ถูกฟ้องหรอก” จัง กล่าว

“ได้ยังไงกัน  เขาหลอกลวงพวกเรา” ชองยี กล่าว

“คิดว่าติดคุกอย่างเดียวจึงเป็นการลงโทษรึ” จัง กล่าว

“ลงโทษอะไรอีกคะ” ชองยี ถาม

“ติดคุกทั้งชีวิต คนเห็นแก่เงิน ไม่มีเงินเหมือนติดคุก คนคลั่งรัก ขาดรักเหมือนติดคุก”

“สองแม่ลูกนั่นเลยแหละ เซ็งฮีโลภแต่เงิน  ซึงมีคลั่งรักแต่ยูฮัง” ยงนัง กล่าว

จังซุกจา ถามหลานชายว่า อุนซองได้พบพ่อได้พบน้องชายแล้ว ยูฮังไม่ดีใจเหรอ        

“ดีใจครับ”

“แล้วทำไมทำหน้าเซื่องซึม”

“ ไม่ได้พบกับพ่อ  ไม่ได้พบน้องชาย ผมคือตัวต้นเหตุ”

“หลานห่วงซึงมีรึ” จัง กล่าว

“ถ้าผมบอกความรู้สึกแต่แรก คงไม่ลงเอยแบบนี้  ซึงมีทุ่มเทใจให้ผม”

“ใช่ การกระทำของเรา...มีผลต่ออีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ไม่ว่าผลดี ผลเสีย ล้วนส่งผลสะท้อนมา”

“คุณย่า   ผมควรทำยังไง” ยูฮัง กล่าว

“เธอเท่านั้นที่รู้”

 



//www.dailynews.co.th



Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 22:43:59 น.
Counter : 174 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]